Sunday, 28 June 2026
NEWS FEED

'โอ๊ค-พานทองแท้' เตรียมเอาผิดคนสร้างเฟกนิวส์ ปล่อยภาพเก่า ‘ทักษิณ’ เล่นกับหลานที่ ตปท.

จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพนายทักษิณ กำลังอุ้มหลานและตั้งคำถามว่า รพ.ตำรวจ และกรมราชทัณฑ์ จะตอบคำถามสังคมในกรณีอย่างไร?

ล่าสุด (7 ก.ย.66) นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ขณะนี้กำลังรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ตำรวจ ภายใต้การควบคุมของกรมราชทัณฑ์ ได้ทวีตข้อความชี้แจงผ่านทวิตเตอร์ ถึงประเด็นดังกล่าว ไว้ว่า...

“โรงพยาบาลตำรวจและเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ไม่น่าจะต้องอธิบายอะไรนะครับ แต่คุณ (ชื่อเฟซ) เตรียมอธิบายกับพนักงานสอบสวนว่าคุณต้องการอะไรมากกว่าครับ”

ทั้งนี้ นายพานทองแท้ ยังระบุในรูปดังกล่าวว่าเป็น เฟกนิวส์ หรือข่าวปลอม เพราะภาพดังกล่าวเป็นภาพที่โพสต์ตั้งแต่ปีที่แล้ว ที่ต่างประเทศ โพสต์โดย อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร เมื่อวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2565 หรือเมื่อปีก่อนแล้ว

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์  หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์ เด็ก สตรี ครอบครัว พร้อมคณะต้อนรับเจ้าหน้าที่ระดับสูงกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐอเมริกา

วันที่ 7 กันยายน 2566 เวลา 15.00 น. ณ ห้องประชุม 3 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์  หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์ เด็ก สตรี ครอบครัว  พร้อมด้วย พล.ต.ท.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย ผู้บังคับการตำรวจสีบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 รองหัวหน้าชุดปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์ และคณะ ได้ให้การต้อนรับ  MR.Matthew E. Wright Regional Attache Homeland Security Investigations Bangkok และ MR.Jacob T. Carlyle Assistant Attache Homeland Security Investigations Bangkok   เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ สำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐอเมริกา

โดยจุดประสงค์ในการเข้าพบครั้งนี้ สืบเนื่องจาก ทาง HSI ได้ชื่นชมการทำงานทั้งในด้านการปราบปรามและป้องกันการค้ามนุษย์และ การปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ตของรัฐบาลไทย ที่มีการพัฒนาการอย่างก้าวกระโดดทั้งด้านการป้องกันและการปราบปราม รวมไปถึง ยังได้หารือและแลกเปลี่ยนแนวทางป้องกันและปราบปรามร่วมกัน เกี่ยวกับ ปัญหาการข่มขู่คุกคามทางเพศ หรือ Sectortion (การข่มขู่ทางเพศ) ซึ่งสถิติของทั่วโลกยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ยังได้หารือ แนวทางการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในการทำงานทุกๆ ด้านอีกด้วย

แฟนคลับดีใจ!! หลังเปิดให้เยี่ยม ‘พลายศักดิ์สุรินทร์’ ได้ทุกวัน ชวนชมความน่ารักของพ่อพลายได้ที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง

(7 ก.ย. 66) แฟนคลับพ่อพลายศักดิ์สุรินทร์ดีใจ หลังทางศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จังหวัดลำปาง แจ้งข่าวให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าเยี่ยมชมพ่อพลายได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 14.00 น. - 16.00 น.

เฟซบุ๊กเพจ ‘ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง The Thai Elephant Conservation Center’ Lampang โพสต์ข้อความว่า…

“FC ที่ต้องการเยี่ยมชม #พลายศักดิ์สุรินทร์ เราเปิดให้ชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 14.00 น. - 16.00 น. นะจ๊ะ” 🙏❤️🐘

กิจกรรมการท่องเที่ยว ก็ยังเปิดให้บริการเหมือนเดิมจ้า
🐘 ช้างอาบน้ำ
เวลา 10.45 น. และ 13.15 น.
🐘 ห้องเรียนของช้าง (การแสดงความสามารถของนักเรียนช้าง)
เวลา 11.00 น. และ 13.30 น.

นอกจากนี้ ยังสามารถติดตามรับชม Live ตามติดชีวิตพ่อพลายศักดิ์สุรินทร์ได้ทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดี เวลา 16.00 - 16.30 น. ทางเพจศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง The Thai Elephant Conservation Center Lampang

สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ [email protected] หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline

'ชาวบ้านสุโขทัย' บวงสรวง!! ปั้นหุ่นชายหญิงร่วมรักริมบ่อน้ำ  เชื่อเทวดาเห็นภาพอุจาด จะส่งฝนลงมาชะล้าง ส่วนชาวบ้านได้น้ำไปใช้ต่อ

(7 ก.ย. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านหมู่ 6 ต.บ้านไร่ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ได้ช่วยกันปั้นหุ่นดินเหนียวเป็นรูปชาย-หญิงในสภาพเปลือยเปล่า โชว์ลีลาท่ารักอย่างโจ๋งครึ่ม บริเวณริมสระน้ำติดกับประปาหมู่บ้าน เพื่อหวังจะให้เทวดาเห็นภาพอุจาด บาดตาบาดใจ แล้วส่งฝนลงมาชะล้าง พลอยให้ชาวนาชาวไร่ได้น้ำทำการเกษตรไปด้วย

ชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่า ปีนี้มีการปั้นหุ่นพร้อมประกอบพิธีบวงสรวง ร่ายรำ นับเป็นปีที่ 3 แล้ว หลังจากหมู่บ้านแห่งนี้ต้องเผชิญปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก โดยเฉพาะในปีนี้ภัยแล้งคุกคามตั้งแต่ยังอยู่กลางฤดูฝน ทำให้ชาวบ้านต้องหาวิธีเท่าที่พอจะทำได้ ตามความเชื่อของคนโบราณ ด้วยการปั้นหุ่นชาย-หญิงร่วมรักกัน ให้เทวดาเห็นภาพอุจาด แล้วส่งฝนลงมาชะล้าง พลอยให้ชาวนาชาวไร่ได้น้ำทำการเกษตร

ซึ่งปรากฏว่าหลังปั้นหุ่นและทำพิธีเสร็จ ฝนก็ตกลงมาจริง ๆ แต่ทว่าก็ยังไม่มากพอที่จะช่วยให้เกษตรกรผ่านพ้นวิกฤตไปได้

ผบ.ตร. เป็นประธานเปิดอาคารที่ทำการ ภ.7 แห่งใหม่ พร้อมอำลาราชการ ตรวจเยี่ยม ให้โอวาท มอบหลวงพ่อโสธรรุ่น “ตร.108 ปี” ให้ตำรวจภูธรภาค 7 ชมเชยการคลี่คลายคดีสำคัญห้วงที่ผ่านมา ฝากเร่งรัดจับกุมคดีคนร้ายยิงสารวัตรทางหลวง พร้อมย้ำในหน้าที่ เป็นตำรวจมืออาชีพ

วันนี้ (7 ก.ย. 66) ณ ตำรวจภูธรภาค 7 จว.นครปฐม พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เดินทางมาตรวจเยี่ยม อำลาหน่วย พร้อมเป็นประธานเปิดอาคารที่ทำการ ภ.7 แห่งใหม่  โดยมี พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 , รอง ผบช. , ผบก.ในสังกัด ภ.7 ข้าราชการตำรวจ และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วม 

ผบ.ตร.เดินทางมาถึงที่ทำการ ภ.7 แห่งใหม่ จุดธูปบูชาพระรัตนตรัย พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ผบช.ภ.7 กล่าวรายงานที่มาของอาคารที่ทำการแห่งใหม่ จากนั้น ผบ.ตร.กดปุ่มเปิดผ้าแพร ป้ายอาคารที่ทำการแห่งใหม่ ต่อด้วยพิธีการทางสงฆ์ เป็นอันเสร็จพิธี  ผบ.ตร.พร้อมแขกผู้เกียรติ เข้าเยี่ยมอาคารที่ทำการแห่งใหม่ ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้การทำงานของตำรวจ ภ.7 มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

จากนั้น พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ได้เดินทางไปยังห้องประชุม มอบนโยบายให้ตำรวจ ภ.7 ผบ.ตร. ได้กล่าวขอบคุณและชมเชยการปฏิบัติงานของตำรวจ ภ.7 ในห้วงที่ผ่านมา มีการจับกุมคดีสำคัญได้ต่อเนื่อง ได้ร่วมกันดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี มีประสิทธิภาพ ขอฝากคดีที่เกิดขึ้นล่าสุด คนร้ายอุกอาจเหิมเกริมยิงสารวัตรตำรวจทางหลวงเสียชีวิต โดยให้ประสานการปฏิบัติกับ บช.ก.เร่งรัดจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว ถือเป็นคดีสะเทือนขวัญ สังคมรับไม่ได้ พร้อมปูพรมเปิดปฏิบัติการระดมกวาดล้างอิทธิพลในพื้นที่ คดีอาวุธปืน ยาเสพติด ความผิดอื่นๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น เรียกความศรัทธาของประชาชน 

ผบ.ตร.ยังฝากข้อคิดการทำงานให้ตำรวจก่อนเกษียณอายุราชการ ใจความว่า หน้าที่สำคัญของตำรวจคือ การบำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ สิ่งสำคัญที่สุดที่ตำรวจพึงมีคือทัศนคติการทำงานเชิงบวก ที่จะมุ่งมั่นปฏิบัติงานโดยมีประชาชนเป็นที่ตั้ง มีความเสียสละ สามัคคี อุทิศให้ส่วนรวม เมื่อเรามีทัศนคติที่ดีแล้ว จะเป็นแรงผลักในการทำงาน ไม่เหน็ดเหนื่อย ไม่คิดว่างานในหน้าที่คือภาระ ไม่บ่น ไม่ย่อท้อ แต่จะเห็นว่าอาชีพตำรวจเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ช่วยเหลือประชาชน เปรียบเสมือนการทำบุญ ทำความดีในทุกวัน เพราะตำรวจมีหน้าที่ป้องกันปราบปรามอาชญากรรม อำนวยความยุติธรรม ให้บริการช่วยเหลือประชาชน

ตำรวจต้องมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองให้เป็นตำรวจมืออาชีพ ทำงานเชิงรุก โดยศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ หมั่นทบทวนยุทธวิธี วางแผนการทำงาน ทบทวน ประเมินการปฏิบัติ  แสวงหาความร่วมมือ สื่อสารทำความเข้าใจ กับพี่น้องประชาชนอยู่เสมอ

มุ่งแก้ไขปัญยาเสพติดทุกมิติ โดยเฉพาะการสร้างชุมชนยั่งยืน ทำชุมชนเข้มแข็ง ให้หัวหน้าสถานีลงพื้นที่ จะเห็นปัญหา นำมาบูรณาการทุกภาคส่วนในพื้นที่เพื่อร่วมแก้ปัญหา มีอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือสำคัญในงานอาชญากรรม เช่น กล้องวงจรปิด ต้องแสวงหาความร่วมมือกับภาคประชาชนในพื้นที่ ส่วนคดีออนไลน์ ฝากเรื่องการแจ้งความออนไลน์ มุ่งปราบปรามจับกุมบัญชีม้าซิมม้า เมื่อจับกุมให้มีการสืบสวนขยายผลติดตามยึดทรัพย์กลุ่มขบวนการที่ทำผิด โดยหลังจากที่มีการออก พรก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 มาเป็นเครื่องใช้เครื่องมือในการทำงานของเจ้าหน้าที่ คดีก็มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ขอให้ตำรวจคงความเข้มในการดำเนินการ ทั้งมิติการปราบปราม การป้องกัน สร้างครูไซเบอร์ แสวงหาความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาคดีออนไลน์ให้ลงลงต่อเนื่อง 

หลังมอบนโยบาย ผบ.ตร.ได้มอบพระพุทธรูปหลวงพ่อโสธร รุ่น “ตร.108 ปี” ที่ ตร.จัดสร้างขึ้น ให้ ภ.7 ด้วย พร้อมมอบเหรียญอาร์ม พระพุทธโสธร ให้ข้าราชการตำรวจ ภ.7ทุกนาย เพื่อความเป็นสิริมงคล หลังจากที่มอบให้ตำรวจ ภ.6 เมื่อวาน และจะได้ส่งมอบให้ตำรวจทั่วประเทศต่อไปอีกส่วนหนึ่งด้วย 

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รับหนังสือร้องทุกข์-ข้อร้องเรียนจากประชาชน ณ ศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม ด้วยตนเอง

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รับหนังสือร้องทุกข์ ข้อร้องเรียนต่าง ๆ จากประชาชนด้วยตนเองที่ศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม อาคารกระทรวงยุติธรรม ชั้น 1 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 

ผู้สื่อรายงานเพิ่มเติมว่า ศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม เป็นการบริการแบบเบ็ดเสร็จ ให้ประชาชนเข้าถึงบริการงานยุติธรรมด้วยความสะดวก รวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรม โดยกระทรวงยุติธรรม มีช่องทางการให้บริการประชาชนในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ และรับคำขอใช้บริการด้านงานยุติธรรม ผ่านช่องทางออนไลน์ คู่กันด้วย

ทั้งนี้ ศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม มีเจ้าหน้าที่ให้บริการ ณ จุดบริการ เพื่ออำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนด้วย ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-141-5100 หรือ สายด่วนยุติธรรม 1111 กด 77

'ชาวเน็ต' ฮือฮา!! เติมผักฟรีที่เซเว่นคัมแบ็ก!! พิกัดประชาอุทิศ 90 ลุ้น!! ขอให้กลับมาทุกสาขา

หลังที่หายไปนานกว่า 20 กว่าปี ในที่สุดสิ่งที่หลายๆ คนคิดถึงและอยากให้กลับมาก็คัมแบ็กให้หลาย ๆ คนหายคิดถึงกันเป็นที่เรียบร้อย สำหรับมุมเติมผักฟรี ตอนซื้อไส้กรอกที่เซเว่นอีเลฟเว่น

โดยทางผู้ใช้งาน TikTok บัญชี @reviewprachautid ได้มีการแชร์คลิปวิดีโอรีวิวสุดปัง ที่ทำให้เด็ก 90 ที่เติบโตมากับมุมเติมผักฟรีถึงกับเฮลั่นกันเลยทีเดียว

แน่นอนว่าผู้ชมส่วนใหญ่ได้แสดงความคิดเห็น โดยอยากให้ทางเซเว่นฯ นำโซนเติมผักนี้กลับมาในทุกสาขากันเลยทีเดียว

‘รัฐมนตรีพิพัฒน์' ถือฤกษ์ดีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เข้ากระทรวงแรงงานวันแรก ยัน พร้อมเดินเครื่องทำงานทันที

‘พิพัฒน์ รัชกิจประการ’ รัฐมนตรี ถือฤกษ์ดี เวลา 08.15 น.เดินทางเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงแรงงาน ในโอกาสรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน คนที่ 17 ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา และเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนเข้ารับหน้าที่เมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา          

เมื่อเวลา 08.15 น. วันที่ 7 กันยายน 2566 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ถือฤกษ์เดินทางเข้ากระทรวงแรงงานหลังถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่เมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงแรงงาน ประกอบด้วย พระพุทธสุทธิธรรมบพิตร พระพุทธชินราช ศาลพ่อปู่ชัยมงคล ศาลท้าวมหาพรหมเทวฤทธิ์ ศาลพ่อปู่สุชินพรหมมา โดยมี นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงานให้การต้อนรับ 

นายพิพัฒน์ กล่าวภายหลังสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงฯ ว่า ในวันนี้เป็นวันแรกที่เข้ามากระทรวงแรงงานหลังจากถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ และประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษเมื่อวานนี้ (6 ก.ย.66) จึงถือโอกาสฤกษ์งามยามดีเข้ามาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในกระทรวงแรงงานทั้ง 5 จุด พร้อมได้เข้ามาพบปะข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งวันนี้คงไม่ได้ให้นโยบายอะไรมาก เนื่องจากต้องรอให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อสภาก่อนในวันที่ 11 – 12 กันยายนนี้ เมื่อได้รับนโยบายจากรัฐบาลแล้ว หลังจากนั้นจะได้มาแถลงนโยบายให้กับข้าราชการกระทรวงแรงงาน รวมทั้งฝ่ายลูกจ้าง ฝ่ายนายจ้างได้ทราบว่า หลังจากนี้ไปอีก 4 ปีข้างหน้ารัฐบาลจะทำอะไรบ้าง และกระทรวงแรงงานได้รับนโยบายจากรัฐบาลจะทำอะไรบ้าง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผมตั้งเป้าหมายไว้ อยากเห็นกระทรวงแรงงานเป็นกระทรวงเศรษฐกิจเต็มรูปแบบ เพราะคำว่าแรงงาน เข้าถึงทุกภาคส่วนองคาพยพในประเทศไทย และหลังจากได้พบกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่แล้ว จะได้ไปพบปะหารือกัน 3 ฝ่าย ทั้งฝ่ายสหภาพแรงงาน นายจ้าง และข้าราชการให้ครบ เพื่อนำความคิดเห็นจากทุกฝ่ายมาประมวลว่าเราจะเดินไปในทิศทางไหน ส่วนนโยบายที่ท่านสุชาติ ชมกลิ่น เคยทำเอาไว้และเป็นนโยบายที่ดีอยู่แล้วก็จะทำต่อเนื่อง จะไม่นับหนึ่งใหม่ และจะเร่งเดินหน้าขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรมโดยเร็วต่อไป 

จากนั้น นายพิพัฒน์ ได้เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน โดยมี นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวต้อนรับและแนะนำตัว จากนั้น อธิบดีกรมการจัดหางาน อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม และผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) แนะนำตัวและนำเสนอภารกิจของแต่ละหน่วยงานตามลำดับ ณ ห้องประชุมประสงค์ รณะนันทน์ ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน 

ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ มีกำหนดการเดินทางไปพบปะหารือกับกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในวันพรุ่งนี้ (8 ก.ย.66) ที่อาคารบรรเจิด ชลวิจารณ์ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โดยพบกับนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาหอการค้าไทย  เพื่อรับฟังปัญหา ความต้องการ และข้อเสนอแนะ นอกจากนี้ยังมีนัดหมายพบปะตัวแทนผู้ใช้แรงงานในสัปดาห์ต่อไปอีกด้วย 

สำหรับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เกิดเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2498 เป็นชาวจังหวัดสงขลา ปัจจุบันเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนที่ 17 สำเร็จการศึกษารัฐศาสตรบัณฑิต และรัฐศาสตรมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ประวัติการทำงาน เคยดำรงตำแหน่งที่สำคัญ ได้แก่ เป็นผู้ก่อตั้ง ผู้ถือหุ้นบริษัท และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ภาคใต้เชื้อเพลิง จำกัด (มหาชน) ปัจจุบันคือ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ผู้ก่อตั้ง และผู้ถือหุ้น บริษัท ปิโตรเลียมไทย คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ก่อตั้ง และผู้ถือหุ้น บริษัท อาม่า มารีน จำกัด ประธานกรรมการ บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) ประธานกรรมการ บริษัท รัชกิจ โฮลดิ้ง จำกัด ประธานกรรมการ บริษัท รัชกิจ คอร์โปเรชั่น จำกัด ปี 2562 เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และในปี 2566 ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนปัจจุบัน

‘มหาดไทย’ ประกาศขึ้นค่าตอบแทน ‘เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น’ ให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจ-ค่าครองชีพ มีผล 1 ต.ค. นี้

(7 ก.ย. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินตอบแทนตำแหน่ง และเงินอื่น ๆ ให้แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2566 ลงนามโดย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ประกาศฉบับดังกล่าวระบุว่า โดยที่คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 ได้มีมติให้ปรับเพิ่มอัตราเงินตอบแทนตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม ค่าครองชีพและทัดเทียมกับค่าตอบแทนของเจ้าหน้าที่รัฐอื่น ๆ รวมทั้งสมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เดียวกันด้วย

อาศัยอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กระทรวงมหาดไทย ด้วยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง จึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1.ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินตอบแทนตำแหน่งและเงินอื่น ๆ ให้แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครองและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2566”

ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไป

ข้อ 3 ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครองและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับได้รับเงินตอบแทนตำแหน่งเพิ่มไปรวมกับอัตราเงินตอบแทนตำแหน่งที่รับอยู่ในวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับของแต่ละตำแหน่ง เป็นอัตราเงินตอบแทนตำแหน่งใหม่ ดังนี้

(1) กำนัน ให้ได้รับเพิ่มอีกคนละ 2,000 บาท
(2) ผู้ใหญ่บ้าน ให้ได้รับเพิ่มอีกคนละ 2,000 บาท
(3) แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ ให้ได้รับเพิ่มอีกคนละ 1,000 บาท

ทั้งนี้ อัตราเงินตอบแทนตำแหน่งใหม่แต่ละคนตามวรรคหนึ่งจะต้องไม่เกินอัตราขั้นสูงของแต่ละตำแหน่งตามบัญชีเงินตอบแทนขั้นต่ำขั้นสูงท้ายระเบียบนี้ตามข้อ 4 วรรคหนึ่ง ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินตอบแทนตำแหน่ง และเงินอื่น ๆ ให้แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านแพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบนี้

ข้อ 4 ให้ยกเลิกความในข้อ 4 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินตอบแทน ตำแหน่ง และเงินอื่น ๆ ให้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครอง และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ พ.ศ. 2546 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบ กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินตอบแทนตำแหน่ง และเงินอื่น ๆ ให้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2560 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ 4 เงินตอบแทนตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำ บล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ ให้ใช้บัญชีเงินตอบแทนขั้นต่ำ ขั้นสูงตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ ท้ายระเบียบนี้ การเลื่อนขั้นเงินตอบแทน ตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ

ในรอบปีงบประมาณหนึ่ง ๆ จะเลื่อนได้ไม่เกินสองขั้น โดยมีเงินตอบแทนตำแหน่งขั้นละสามร้อยบาท และให้ได้รับการเลื่อนสองขั้น ติดต่อกันไม่เกินสองครั้ง โดยการเลื่อนขั้นเงินตอบแทนจะต้องจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงาน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ท้ายระเบียบนี้”

ข้อ 5 ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ ให้มีอำนาจตีความและ วินิจฉัยปัญหาในการปฏิบัติตามระเบียบนี้ได้

ประกาศ ณ วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานพร้อมมอบนโยบายกำลังพล เจ้าหน้าที่หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 16 จังหวัดเพชรบูรณ์

ที่หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 16 (อ่านว่าหนึ่งหก) สำนักงานพัฒนาภาค 1 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ พลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานพร้อมพบปะมอบนโยบายกำลังพล เจ้าหน้าที่หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 16 จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมี พลเอก อนุสรรค์ คุ้มอักษร ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และพลตรี อภิรัชฎ์ รามนัฏ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาภาค 1 นาวาอากาศเอก ยุทธศาสตร์ ธรรมเดชศักดิ์ ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 16 ให้การต้อนรับ 

สำหรับการตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานพร้อมพบปะมอบนโยบายกำลังพล เจ้าหน้าที่หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 16 จังหวัดเพชรบูรณ์ ของผู้บัญชาการทหารสูงสุดในครั้งนี้ เพื่อเป็นการ ติดตามผลการปฏิบัติงานและปัญหาข้อขัดข้อง และสร้างขวัญและกำลังใจกำลังพล เจ้าหน้าที่ หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 16 อีกทั้งยังเป็นการมอบแนวทางการปฏิบัติภารกิจของหน่วย ในการพัฒนาช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ ให้กำลังพลมีความมุ่งมั่น ตั้งใจในการพัฒนา เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน สามารถสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนต่อกองบัญชาการกองทัพไทย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top