Saturday, 20 June 2026
NEWS FEED

‘ค่ายมวยไทยปารีส’ สุดคึกคัก ‘ชาวเมืองน้ำหอม’ ทุกเพศทุกวัยแห่มาเรียน  ‘ลุมพินี’ เล็งค่ายไหนเจ๋ง รับรองคุณภาพให้ เพื่อความมั่นใจในคุณภาพ

(26 พ.ค. 67) ตามที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬา จัดทำโครงการ ‘มวยไทยซอฟต์พาวเวอร์’ เพื่อสนับสนุนให้ผู้สอนมวยไทยหรือครูมวยไทยได้ทำหน้าที่สอนมวยไทยให้กับเด็กเยาวชนและประชาชนที่สนใจ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการส่งเสริมพัฒนาเผยแพร่และอนุรักษ์กีฬามวยไทยที่เป็นมรดกของชาวไทยและของประเทศชาติ นั้น

ล่าสุด นายปรีชา ลาลุน รองผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย นำคณะทีมงาน ซึ่งประกอบไปด้วย พลตรีทวีศักดิ์ จันทราสินธุ์ ผู้ทรงคุณวุฒกองทัพบก และครูมวยระดับ C-License ของกกท. 3 คน ได้แก่ ร้อยตรีนิธิโรจน์ บัวศรีธรานนท์, จ่าสิบตรีศุภชัย พันธุ์สุวรรณ, สิบเอกณัฐทัญ กลางคาร เดินทางไปเยี่ยมชมค่ายมวย NSM BOXING ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างการเดินทางเผยแพร่โครงการ "มวยไทยซอฟต์พาวเวอร์" ของรัฐบาล ในงานเทศกาลไทย "Tout a falt thai" ซึ่งจัดโดยสถานทูตไทย ในประเทศฝรั่งเศส ณ วัดพระเชตุพน ปารีส เมือง Breux-Jouy

สำหรับค่ามวย NSM BOXING ถือเป็นค่ายมวยไทย ที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักในปารีส และมีคนสนใจเข้ามาเรียนรู้ศิลปะมวยไทยมากมายตลอดระยะเวลาที่เปิดดำเนินการมา ซึ่งเจ้าของค่าย และครูมวยที่เป็นคนริเริ่มเปิดคือ มร.ทาเร็ค มอนเทียล เปิดเผยว่าตนเองสนใจมวยไทยมานาน คิดว่ามวยไทยมีทั้งความแข็งแกร่ง และสวยงามจึงอยากเผยแพร่ให้คนอื่นได้มาเรียน โดยคนที่มีเรียนมีทุกเพศทุกวัย เด็กอายุน้อยที่สุดคือแค่ 12 ปี ขณะที่มากที่สุดมีถึง 46 ปี

อย่างไรก็ตาม มร.ทาเร็ค ยอมรับว่าการสอนของเขายังเป็นแค่พื้นฐาน ไม่ได้ลึกซึ้ง และถูกต้องแบบต้นตำรับของคนไทย จึงอยากให้ทางประเทศไทยมีโครงการสนับสนุน เช่นส่งโค้ชหรือครูมวยไทยมาช่วยสอนมากขึ้น รวมถึงจัดอบรมครูมวยให้มีวิชาความรู้ ความเชี่ยวชาญ เพื่อไปเผยแพร่ต่อแก่ต่างชาติ เพราะมวยไทยได้รับความสนใจอย่างสูงในต่างประเทศ เช่นในฝรั่งเศส มีค่ายมวยไทยเกือบ 500 ค่าย อีกทั้งยังมีการจัดแข่งขันชกมวยไทยเป็นประจำทุกเดือน ซึ่งคนที่ฝีมือดียังมีโอกาสไปชกที่ไทยด้วย

ด้าน นายปรีชา กล่าวว่า สาเหตุที่มาเยี่ยมครั้งนี้ เป็นเพราะอยากมาดูว่าค่ายมวยไทยในปารีสเป็นอย่างไรบ้าง คึกคักแค่ไหน มีคนสนใจเข้ามาเรียนเยอะหรือไม่ ซึ่งเท่าที่เห็นถือว่าน่าพอใจ เพราะคนสนใจเรียนเยอะ และมีค่ายมวยไทยหลายร้อยค่าย ทำให้ทางสำนักงายมวยจะนำไปเป็นข้อมูล และหาวิธีการช่วยเหลือต่อไป โดยเบื้องต้นที่วางแผนไว้ก็คือการเปิดอบรมครูมวยในต่างแดน นำเอาครูมวยไทยมาสอน แล้วออกใบรับรองให้ สามารถนำไปสอนต่อได้อย่างถูกต้อง เพื่อกระตุ้นให้มวยไทยได้รับความนิยมมากขึ้นในต่างประเทศ ตามนโยบาย "มวยไทยซอฟต์พาวเวอร์" ของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬา

ด้าน พลตรีทวีศักดิ์ จันทราสินธุ์ ผู้ทรงคุณวุฒกองทัพบก ในฐานะรองนายสนามมวยลุมพินี เปิดเผยว่า เป็นเรื่องน่าพอใจมากที่มีค่ายมวยไทยในฝรั่งเศสหลายร้อยค่าย และมีคนสนใจมาเรียนมากมาย ซึ่งเท่าที่ดูการสอนจะเน้นที่ความแข็งแรง การออกหมัด และการเตะเป็นหลัก ยังไม่ได้เข้าถึงแม่ไม้มวยไทยมากนัก จึงอยากช่วยสนับสนุน และพร้อมเข้ามาสอนหรือนำครูมวยไทยมาตรฐานมาอบรมให้เข้าถึงแก่นของมวยไทยมากขึ้น และอาจจะมีการร่วมมือกันในอนาคต เช่นค่ายไหนที่ได้มาตรฐานก็จะได้รับใบรับรองการันตีจากเวทีลุมพินีว่าเป็นค่ายมวยไทยระดับสากลเพื่อยืนยันให้คนมั่นใจว่าค่ายนี้มาคุณภาพระดับต้นตำรับมาการันตีให้ ซึ่งน่าจะทำให้คนสนใจเข้ามาเรียนกันมากขึ้น

‘แพนด้าสุกี้’ ร้านอาหารบุฟเฟต์ชื่อดัง ประกาศปิดกิจการ ชาวโซเชียลบ่นเสียดาย เปิดถึงวันสุดท้าย 9 มิ.ย.นี้

(25 พ.ค.67) เป็นอีกข่าวเศร้าของคนวงการบุฟเฟต์ เมื่อเพจ 'แพนด้า สุกี้ เรสเทอรอง Panda Suki Restaurant' ประกาศปิดกิจการ โดยจะเปิดให้บริการวันสุดท้าย 9 มิ.ย.2567

โดยในเพจ แพนด้า สุกี้ เรสเทอรอง Panda Suki Restaurant ระบุว่า ประกาศปิดกิจการ เปิดให้บริการวันสุดท้าย 9 มิถุนายน 2567 กราบเรียนคุณลูกค้าทุกท่าน แพนด้าสุกี้ขอขอบพระคุณลูกค้าทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดีตลอดมา ทางร้านขอเปิดให้บริการถึง วันที่ 9 มิถุนายน 2567 เป็นวันสุดท้าย

สำหรับแพนด้า สุกี้ เรสเทอรอง เป็นร้านบุฟเฟต์ อิ่มไม่อั้น กว่า 40 เมนู เพียง 218+ น้ำซุปรสชาติในตำนาน ขวัญใจใครหลายๆคน ฟินกับ กุ้งแกะมาให้แล้ว พร้อมทาน ของหวานไอติม อร่อยทุกรสชาติ

หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่มีลูกค้าเข้ามาคอมเมนต์แสดงความเสียใจจำนวนมาก อาทิ

เป็นลูกค้ามาตั้งแต่สมัยเด็กน้อย จนล่วงเลยผ่านวัยกลางคน ขอบคุณที่ตั้งใจทำอาหารอร่อยๆ แบบนี้ ให้ได้ทานนะครับ

เสียดายมาก เป็นร้านที่ทานบ่อยสุดในครึ่งปีมาเลย เพิ่งทำร้านใหม่แท้ๆ ผมว่า ทำเลไม่ดี เลยขาดลูกค้าขาจร ต้องอาศัยปากต่อปาก ให้กำลังใจนะครับ ถ้ากลับมาเมื่อไหร่ก็จะไปทานเหมือนเดิม

เสียใจจังเลยยังไม่ได้ไปลองกินเลย ดูแต่รีวิวน่ากินมากๆ ขอให้กิจการกลับมาฟื้นตัวและเสิร์ฟความอร่อยใหม่อีกครั้งนะคะ

หนุ่มร้องซื้อ ‘บ้านหรู 25 ล้าน’ เจอหลังคารั่ว ทางโครงการโยนให้คุย ‘ผู้รับเหมา’ ระบุ!! เป็นปัญหาจากซัพพลายเออร์ที่ทำหลังคา ให้ ‘เจ้าของบ้าน’ จ่ายค่าซ่อมเอง

(25 พ.ค.67) คุณปาล์ม (นามสมมติ) เจ้าของบ้านหรู ระบุว่า ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย จากการซื้อบ้านหรู ราคาหลังละ 25.9 ล้านบาท จากโครงการดังแห่งหนึ่ง ย่านพระราม 9 -รามคำแหง แต่กลับเผชิญปัญหาหลังคารั่วตั้งแต่ปีแรกที่เข้าอยู่ จนตอนนี้เข้าปีที่ 3 ทุกครั้งที่ฝนตก ก็ยังเจอปัญหาหลังคารั่ว ลงมาบนฝ้า บางครั้งเหมือนมีน้ำตกในบ้าน

คุณปาล์ม กล่าวว่า เมื่อติดต่อกับทางประชาสัมพันธ์เจ้าของโครงการ ระบุว่าเป็นปัญหาจากซัพพลายเออร์ ที่ทำหลังคา จะติดต่อมาพบ เพื่อแก้ไข แต่ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายที่เจ้าของบ้านต้องรับผิดชอบเอง เนื่องจากหลังคาจะรับประกันแค่ 1 ปี มีเพียงโครงสร้างบ้านเท่านั้นที่รับประกัน

จึงกลายเป็นคำถามว่า ตอนที่สร้างบ้านโครงการไปจ้างผู้รับเหมามาทำ โดยที่ลูกค้าไม่ได้รู้เรื่องด้วย แต่พอมีปัญหา กลับโยนมาให้ลูกบ้านที่เป็นลูกค้ารับผิดชอบเอง มันถูกต้องหรือไม่อย่างไร

“บ้านหลังนี้มีเนื้อที่ 112 ตารางวา ราคา 25.9 ล้านบาท แต่แค่ความปลอดภัยเรื่องหลังคาที่ควรจะกันน้ำยังทำไม่ได้ เข้ามาอยู่ปีแรก ก็รั่ว ห้องน้ำข้างบนมีทั้งหมด 4 ห้องรั่วหมด เรียกช่างมาดูบอกลืมทากันซึม แก้ไขแล้ว ก็ไม่จบ หน้าฝนปีที่ 2 ก็รั่วอีก แก้ไข บอกกาวที่ใช้หมดอายุ มาปีนี้ ที่ห้องน้ำห้องนอนใหญ่ ก็รั่วจนฝ้าเละไปหมด โทรศัพท์ไปถามก็บ่ายเบี่ยงความรับผิดชอบ บอกต้องดูแลตัวเอง จะช่วยแค่ประสานงานให้ เลยสงสัยว่าเราลงทุนซื้อบ้านราคานี้ ต้องมาเจอกับเรื่องพวกนี้ตลอดเหรอ แล้วบ้านหลังอื่นเขาไม่มีปัญหา หรือมีแต่เราเท่านั้นที่โชคร้าย” เจ้าของบ้านหรูกล่าว

คุณปาล์ม กล่าวว่า ที่ต้องออกมาร้องเรียน ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าความรับผิดชอบ เราลงทุนซื้อบ้านราคาหลังละ 20 กว่าล้าน ก็ต้องการทำเลที่ดี ผู้คนที่ดี สังคมแวดล้อมที่ดี ไม่ใช่ว่าอยู่บ้าน ฝนตกก็ต้องผวา ไม่อยู่บ้าน กลับมามีน้ำตกในบ้าน น้ำเจิ่งนอง ก็อยากให้โครงการคิดถึงใจเขาใจเราบ้าง ไม่ใช่ขายแล้วก็ขายไป ไม่ต้องติดต่อไม่สนใจกันอีก ที่เหลือให้ลูกบ้านไปดูแลตัวเอง จะเสียหายถึงแบรนด์และความน่าเชื่อถือของโครงการ

'วิทยุการบินฯ' เผยความพร้อมบริการในสถานการณ์ 'ปกติ-ฉุกเฉิน' ตัวแปรสำคัญผลักดันไทยก้าวสู่ศูนย์กลางการบินในภูมิภาค

(25 พ.ค.67) นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่าได้รับรายงานกรณีเหตุการณ์เครื่องบินของสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ SQ 321 ขอความช่วยเหลือทางการแพทย์และขอลงฉุกเฉินที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2567 บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถนำเครื่องบินลงจอดได้อย่างปลอดภัย พร้อมทั้งประสานหน่วยงานภาคพื้นให้เข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว จนได้รับคำชื่นชมจากหน่วยงานการบินทั้งในประเทศ และต่างประเทศ รวมถึงคำชื่นชมจากรัฐบาลสิงคโปร์และอีกหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก แสดงให้เห็นว่า บวท. มีความพร้อมในการให้บริการจราจรทางอากาศได้เป็นอย่างดี ทั้งในสถานการณ์ปกติและสถานการณ์ฉุกเฉิน 

นอกจากนั้นเรื่องความพร้อมในการศูนย์กลางการบินในภูมิภาคตามนโยบายรัฐบาล บวท. ยังได้เพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพในการให้บริการการเดินอากาศ เพื่อรองรับปริมาณเที่ยวบินให้ได้สูงสุด และเป็นไปตามมาตรฐานสากล พร้อมบูรณาการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนโยบายเรื่องการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค โดยการนำนวัตกรรม และเทคโนโลยีอันทันสมัย พร้อมทั้งพัฒนาบุคลากรขององค์กรให้มีความรู้ความสามารถ เพื่อผลักดันการขนส่งทางอากาศของประเทศให้เป็นที่ยอมรับ โดยมุ่งมั่นรักษามาตรฐานการบริการการเดินอากาศของประเทศให้อยู่ในระดับสากล 

นอกจากนี้ ได้เตรียมพร้อมรองรับการให้บริการการเดินอากาศและเพิ่มศักยภาพการให้บริการตามนโยบายของรัฐบาล เรื่องการเปิดดำเนินงาน 24 ชั่วโมง ของสนามบิน เชียงใหม่, เชียงราย และหาดใหญ่ อีกทั้งยังมีแผนการขยายขีดความสามารถในการรองรับปริมาณเที่ยวบิน ได้แก่ การจัดสร้างเส้นทางบินใหม่ ให้เป็นแบบเส้นทางบินคู่ขนาน หรือ Parallel Route เพิ่มเติมขึ้นจากในปัจจุบันที่เป็นแบบเส้นทางบินเดียว หรือ One way route รวมทั้งการออกแบบและพัฒนาโครงสร้างห้วงอากาศและเส้นทางบิน เข้า-ออก สำหรับกลุ่มสนามบินที่มีความซับซ้อนของการจราจรทางอากาศสูง หรือ Metroplex จำนวน 3 กลุ่มสนามบินหลักของประเทศ ได้แก่ กลุ่มที่ 1 สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง อู่ตะเภา กลุ่มที่ 2 สนามบินภูเก็ต กระบี่ อันดามัน (พังงา) และ กลุ่มที่ 3 สนามบินเชียงใหม่ ลำปาง ล้านนา (ลำพูน) ซึ่งจะทำให้โครงสร้างพื้นฐานการเดินอากาศของประเทศไทย มีศักยภาพสูงมากยิ่งขึ้น รวมถึงมีแผนการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในขณะนี้เข้ามาใช้งาน เช่น ระบบหอบังคับ การบินอัจฉริยะ ระบบเชื่อมต่อข้อมูล การบริหารความคล่องตัวการจราจรทางอากาศ และระบบการเดินอากาศด้วยดาวเทียม เป็นต้น 

ในขณะเดียวกัน บวท. ยังได้มีการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทหารและพลเรือน เพื่อเพิ่มศักยภาพการใช้งานห้วงอากาศของประเทศร่วมกัน ให้เกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้ง ยังบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานทางการบินต่าง ๆ เพื่อยกระดับภาคการบินของประเทศ พร้อมรองรับการขับเคลื่อนไปสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค

ชลบุรี-กฟผ. จับมือ เมืองพัทยา และ ทช. วางปะการังเทียมจากลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้า ฟื้นฟูระบบนิเวศน์และทรัพยากรทางทะเล

เมื่อวันที่ (24 พ.ค.67) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับ เมืองพัทยา และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) จัดกิจกรรมวางฐานลงเกาะปะการังจากลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้า ประจำปี 2567 ภายใต้โครงการบ้านปลาปะการังเทียม จากลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้า ของ กฟผ. โดยมี นายเกียรติศักดิ์ศรีวงษ์ชัย รองปลัดเมืองพัทยา เป็นประธาน พร้อมด้วย น.ส.สุมิตรา กาญจนมิตร ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการภาคกลาง กฟผ. นายไพทูล แพนชัยภูมิ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และกำหนดมาตรการจัดการทรัพยากรทางทะเล ทช. รวมทั้งส่วนราชการจังหวัดชลบุรี นักดำน้ำ กฟผ. และผู้ปฏิบัติงาน ทช. เข้าร่วมกิจกรรม ณ ท่าเทียบเรือกู้ภัยแหลมบาลีฮาย อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

นายไพทูล แพนชัยภูมิ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และกำหนดมาตรการจัดการทรัพยากรทางทะเล ทช. กล่าวว่า ทช. และ กฟผ. ได้ร่วมกันฟื้นฟูท้องทะเลไทยทั่วประเทศให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ เกิดระบบนิเวศแก่สิ่งมีชีวิตบริเวณแนวปะการังในโครงการบ้านปลา กฟผ. โดย กฟผ. ได้ให้การสนับสนุนลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าที่ครบอายุการใช้งานมาทำเป็นฐานลงเกาะปะการังและนำไปวางในท้องทะเล เพื่อช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศและทรัพยากรทางทะเลบริเวณเกาะล้านให้อุดมสมบูรณ์ สร้างแหล่งที่อยู่อาศัยและอนุบาลสัตว์ทะเล รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวทางทะเลเชิงอนุรักษ์

น.ส.สุมิตรา กาญจนมิตร ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการภาคกลาง กฟผ. เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา กฟผ. ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร นำปะการังเทียมจากลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าไปวางไว้ใต้ท้องทะเลไทยตั้งแต่ปี 2554 ทั้งพื้นที่จังหวัดชลบุรี ภูเก็ต ประจวบคีรีขันธ์ พังงา สงขลา ปัตตานี และนราธิวาส รวมทั้งสิ้นกว่า 5,000 ชุด สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ กฟผ. ได้ส่งมอบฐานลงเกาะปะการังจากลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าให้แก่ ทช. และเมืองพัทยา รวมทั้งสิ้น 200 ชุด ซึ่งลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าเป็นหนึ่งอุปกรณ์สำคัญของการส่งจ่ายกระแสไฟฟ้า ในแต่ละปีจะมีลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าที่ครบอายุการใช้งานเป็นจำนวนมาก กฟผ. ได้คิดค้นหาวิธีนำอุปกรณ์นี้มาใช้ประโยชน์ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยแนวทางหนึ่งคือ นำมาทำเป็นฐานลงเกาะของตัวอ่อนปะการัง เพื่อช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล  สอดคล้องกับหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่มีการหมุนเวียนของทรัพยากรหรือวัสดุกลับมาใช้ใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

‘SIR’ เผย ผลจัดอันดับสถาบันที่มีผลงานวิจัย ในระดับนานาชาติ ชี้!! ‘วิศวกรรมโยธา พระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง’ ครองอันดับ 1

(25 พ.ค. 67) ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ พระจอมเกล้าฯลาดกระบัง เผยผลจากจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยที่เปิดสอนด้านวิศวกรรมโยธาและโครงสร้าง จาก SCImago Institutions Rankings (SIR) อยู่ในอันดับ 1 ในปี 2567 ซึ่งโดดเด่นด้านวิศวกรรมโยธาและโครงสร้าง ที่เด็กอยากเข้าเรียนมากที่สุด

รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า ปัจจุบันเนื่องจากสถานการณ์ที่ประเทศประสบปัญหาทางด้านการก่อสร้างที่เปลี่ยนไป ทางภาควิชาวิศวกรรมโยธาจึงได้ปรับเปลี่ยนเนื้อหาหลักสูตรจากหลักสูตรวิศวกรรมการก่อสร้างเป็นหลักสูตรวิศวกรรมโยธา และได้เปลี่ยนชื่อเป็น ‘ภาควิชาวิศวกรรมโยธา’

จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเนื้อหาหลักจะเป็นการคำนวณ การวิเคราะห์ การออกแบบ และด้านการบริหารการก่อสร้าง รวมทั้ง มีการพัฒนาหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม ทั้งในด้านอุปกรณ์การเรียน การสอน การวิจัย ทําให้บัณฑิตที่จบการศึกษา เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับจากภาครัฐและเอกชนเป็นอย่างดี

รศ.ดร.ชลิดา อู่ตะเภา หัวหน้าภาควิชาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า ภาควิชาได้ดําเนินการจัดการเรียนการสอน และการวิจัยในด้านวิศวกรรมโยธาให้มีประสิทธิภาพ เพื่อสามารถผลิตวิศวกรโยธาที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการก่อสร้าง การบริหาร สิ่งแวดล้อม การวิเคราะห์และออกแบบคํานวณ การพัฒนาด้านวัสดุ เทคโนโลยีการก่อสร้างที่ทันสมัย โดยมีแขนงวิชาในหลักสูตร ประกอบด้วย วิศวกรรมชลศาสตร์, การสํารวจ, การบริหารงานก่อสร้าง, วิศวกรรมการขนส่งและจราจร, วิศวกรรมแหล่งนํ้า, วิศวกรรมโครงสร้าง, คอนกรีตเสริมเหล็ก, ไม้และเหล็ก นอกจากนี้ยังได้รับการยอมรับจากหน่วยงานภายนอก ภาคอุตสาหกรรม โดยเราสอนทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้นดังนั้นบัณฑิตที่จบไปจึงสามารถทำงานได้ทันที

วิศวกรรมโยธา เป็นงานที่เกี่ยวเนื่องกับสิ่งรอบตัว ทั้งการก่อสร้างถนน สะพาน อุโมงค์ ซึ่งทักษะสำคัญเบื้องต้น ผู้เรียนต้องคำนวณได้ระดับหนึ่ง รู้เรื่องกฎหมาย หรือพ.ร.บ.เกี่ยวกับการก่อสร้าง การทำงานอยู่ในกรอบและกฎระเบียบ มีจรรยาบรรณในวิชาชีพ คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ เพราะผู้คนที่เกี่ยวข้องล้วนให้ความไว้วางใจให้ดูแลความปลอดภัย การทำงานจึงต้องอดทนได้ทุกสภาพแวดล้อม ทั้งอากาศและฝนตก และอาจจะมีความเสี่ยงระหว่างการทำงาน

โดย SCImago Institutions Rankings (SIR) เป็นหน่วยงานการจัดอันดับสถาบันที่มีผลงานวิจัยในระดับนานาชาติ ซึ่งดำเนินการจัดอันดับองค์กรที่มีผลงานวิจัยทั่วโลก 7,533 แห่งทั่วโลก ซึ่งจะไม่ได้นับเฉพาะมหาวิทยาลัย แต่จะนับรวมสถาบันเฉพาะทางด้วย เช่น สถาบันเทคโนโลยี วิทยาลัย โรงพยาบาล สถาบันวิจัย เป็นต้น ซึ่งเป็นการจัดอันดับมหาวิทยาลัยรวมทั้งสถาบันวิจัยในแง่ของความสามารถในการเผยแพร่ผลงานวิชาการทุกประเภทของสถาบัน หรือมหาวิทยาลัยบนฐานข้อมูล

กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดรับสมัครพนักงานราชการ ตำแหน่งเจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษา 1 อัตรา

พล.ต.ต.หญิง สมพร พูลเกษม ผู้บังคับการกองสารนิเทศ เปิดเผยว่า กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดรับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป ตำแหน่งเจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษา จำนวน 1 อัตรา เพื่อปฏิบัติหน้าที่ประจำกองสารนิเทศ

สำหรับคุณสมบัติของผู้สมัคร ต้องมีวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 , ปวช. , ปวส. หรืออนุปริญญา มีสัญชาติไทย อายุระหว่าง 18 – 35 ปี โดยขอรับใบสมัครและยื่นใบสมัครด้วยตัวเองที่ฝ่ายอำนวยการ กองสารนิเทศ อาคาร 12 ชั้น 3 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถ.พระรามที่ 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 22 – 30 พฤษภาคม 2567 ในวันและเวลาราชการ
 
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายอำนวยการ กองสารนิเทศ หมายเลขโทรศัพท์ 0 2205 1004 หรือทางเว็บไซต์ https://saranitet.police.go.th

ผอ.โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ รับคณะ หลักสูตร ผู้บริหารสถาบันพระปกเกล้า

'พลเรือตรี วสุธา ข่ายแก้ว' ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ เป็นประธานให้การต้อนรับคณะผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นพิเศษ 1 (ปธพ.Executive ) และหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้นำทางการแพทย์ รุ่นที่ 1 (ปนพ.1) พร้อมคณาจารย์จากสถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับ สถาบันมหิตลาธิเบศร ในโอกาสเข้าศึกษาดูงาน 

พร้อมรับฟังการบรรยายและเยี่ยมชมศูนย์รักษาสายตาศรีศิริ ศูนย์เวชศาสตร์ความดันบรรยากาศสูงและอาศรมหมอพร อาคารเรียนรู้เรื่องการแพทย์บูรณาการ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ณ ห้องประชุม พลเรือตรี เล็ก สุมิตร ชั้น 5 อาคารพิเคราะห์และบำบัดโรค รพ.ฯ  เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2567

สมาคมนายทหารนอกประจำการ ร่วมสวดพระ อภิธรรม 'พลเอกวัฒนชัย วุฒิศิริ'

เมื่อวันที่ (24 พ.ค.67) พลเอกวินัย ภัททิยกุล นายกสมาคมนายทหารนอกประจำการ พร้อมทั้งคณะกรรมการ ร่วมพิธีสวดพระอภิธรรม พลเอกวัฒนชัย วุฒิศิริ อดีตรัฐมนตรี ช่วยว่าการ กระทรวงกลาโหม อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด และอดีตนายกสมาคม นายทหารนอกประจำการ ณ วัดโสมนัสราชวรวิหาร ศาลา 9 กรุงเทพฯ 

คณะ สวปอ.มส.รุ่นที่ 9 มอบเงิน สมาคมภริยาทหารเรือ

คณะกรนมการรุ่น หลักสูตรการบริหารความมั่นคงสำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 9 (สวปอ.มส.9) โดย นพ.ไพศาล รัมณีย์ธร ประธานรุ่น เข้ามอบเงินบริจาคเพื่อสังคม (CSR) ครั้งที่ 2 ให้คุณกีรตา พันธุ์เอี่ยม นายกสมาคมภริยาทหารเรือ เพื่อสนับสนุนโรงพยาบาลทหารเรือฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาค 2 ในการบริการสุขภาพแก่กำลังพลกองทัพเรือและครอบครัว อีกทั้งประชาชนในพื้นที่

โดยมีคณะกรรมการรุ่นเข้าร่วมด้วย ได้แก่ คุณทัศนีย์ เมธยาภา คุณสุกิจ รัตนวิบูลย์ คุณธัญญมน ศรีผ่าน เรือเอก ภก.ชิดชนกสิทธิ์ วัฒนศิริธร เป็นต้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top