Saturday, 20 June 2026
NEWS FEED

คนอเมริกันเกือบ 30 % มองเรียนจบ ‘ไม่คุ้มค่าครองชีพ’ ชี้!! ค่าเล่าเรียนสูง ทำให้ลังเล ที่จะเรียนต่อ ในระดับปริญญาตรี

(26 พ.ค.67) ผลสำรวจล่าสุดโดยศูนย์วิจัยพิว (Pew Research Center) ของสหรัฐ ระบุว่า ชาวอเมริกันเกือบ 30% มองว่า วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี ‘ไม่คุ้มค่า’ ชี้ให้เห็นว่า ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อมุมมองที่มีต่อการศึกษาระดับอุดมศึกษาของสหรัฐในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา

ประชากรวัยผู้ใหญ่ของสหรัฐฯ เกือบ 50% ในผลสำรวจมองว่า การเรียนปริญญาตรีนั้นคุ้มค่า แต่เฉพาะในกรณีที่ไม่จำเป็นต้องกู้เงินเรียนเท่านั้น ขณะที่มีผู้ตอบแบบสำรวจเพียง 22% ที่ระบุว่า การเรียนปริญญาตรีคุ้มค่าแม้จะต้องเป็นหนี้จากการศึกษาก็ตาม

ผลสำรวจระบุว่า 4 ใน 10 ของชาวสหรัฐกล่าวว่า การเรียนปริญญาตรี 4 ปี ไม่ได้สำคัญมากขนาดนั้นหรือไม่สำคัญเลยในการที่จะมีงานรายได้ดี เมื่อเทียบกับเพียง 25% ของผู้ตอบแบบสอบถามเท่านั้นที่ระบุว่า การเรียนปริญญาตรีสำคัญมากหรือสำคัญอย่างยิ่งต่อการมีงานรายได้ดี

ผลสำรวจดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่ค่าเล่าเรียนเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ การชำระคืนเงินกู้ยืมของนักศึกษาชาวสหรัฐหลายล้านคนหวนคืนมาอีกครั้ง และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจบางอย่างของมหาวิทยาลัยลดลง โดยรวมแล้วแนวโน้มเหล่านี้ทำให้นักศึกษาและผู้ปกครองเผชิญกับการตัดสินใจที่ยากลำบากมากขึ้นเกี่ยวกับการเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา

แบรด โคเฮน คุณพ่อลูกสอง ซึ่งทำอาชีพเจ้าหน้าที่สินเชื่ออาวุโสของ First Heritage Mortgage และเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า การวิเคราะห์ต้นทุนและผลประโยชน์ได้เปลี่ยนไปในทางที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเรียนปริญญาตรี 4 ปี เนื่องจากค่าเล่าเรียนสูงขึ้น

ทั้งนี้ รายงานล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แสดงให้เห็นว่า ชาวอเมริกันยังมองว่าการศึกษาเป็นเส้นทางสู่สถานะทางการเงินที่ดีขึ้น และคนส่วนใหญ่ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ยังคงมองว่าคุ้มค่า

‘ฮอนด้าแจ๊ส’ ซิ่ง เบียด ‘มิตซูบิชิ’ เสียหลัก ลอยตกสะพาน  สภาพ!! ‘รถพังยับ’ คบขับเจ็บ เสียหายหนัก ล้อกระจาย

(26 พ.ค.67) อุบัติเหตุ  บนถนนนครอินทร์ ขาออก มุ่งหน้ากาญจนาภิเษก เชิงทางลงสะพานข้ามวงเวียนพระราม 5 เกิดอุบัติเหตุส่งผลให้รถนั่งส่วนบุคคลฮอนด้าแจ๊ส สีบรอนซ์เงิน เสียหลักตกลงไปด้านล่าง

ในช่องทางคู่ขนาน คนขับวัย 21 ปีได้รับบาดเจ็บ ซึ่งการจราจรในช่วงเกิดเหตุติดขัดมาก กระทบเข้าไปทางฝั่งถนนราชพฤกษ์ ขาออก จะมาเลี้ยวซ้ายที่วงเวียนนครอินทร์ ผ่านจุดเกิดเหตุติดหนักมาก ท้ายแถวสะสมยาวไปจนถึงหน้าโฮมโปร ราชพฤกษ์

ต่อมาเพจ FM91 Trafficpro  ได้โพสต์คลิปวิดีโอจากล้องหน้ารถซึ่งเป็นช่วงที่เกิดอุบัติเหตุ โดยพบว่าฮอนด้าแจ๊ส ได้ขับมาด้วยความเร็วจากนั้นพยามจะแทรกกลางเลน แต่เกิดเสียหลักเฉี่ยวชนรถนั่งส่วนบุคคลมิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และเสียหลัก เบียดกับฮอนด้าแจ๊ส ตกไปยังถนนด้านล่าง และได้รับความเสียหาย

แชร์สนั่นโซเชียล ‘ชายใจดี’ ก้มผูกเชือกรองเท้าให้ ‘คนตาบอด’ ชี้!! คนไทยมีการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี มีน้ำใจให้ทุกคน 

(26 พ.ค.67) ทำเอาชาวเน็ตไทยถึงกับปลื้มไปตามๆ กันอยู่ในขณะนี้ หลังมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ออกมาเผยความรู้สึกประทับใจคนไทยเป็นอย่างมาก จนต้องถ่ายคลิปเหตุการณ์ที่เธอเห็นว่า ‘ถ้ามีคนถามว่าทำไมถึงชอบเมืองไทย นี่แหละคือคำตอบ’ โดยได้แชร์ไปให้โลกออนไลน์รู้

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก@Laigene Garcia ได้เผยคลิป Reels บนเฟซบุ๊ก ขณะที่เธอเจอเหตุการณ์บนรถไฟฟ้า ขณะที่ผู้พิการทางสายตา กำลังยืนจับราวอยู่ ได้มีชายใจดี ก้มลงไปผูกเชือกรองเท้าให้เธอ หลังจากนั้นก็ยังมีคุณพยาบาลสาว ได้เข้ามาพาเธอไปนั่งยังที่นั่งพิเศษ

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่คลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ต่างมีชาวเน็ตมาแชร์ต่อ พร้อมขอบคุณที่ทำให้ยิ้มได้ เป็นเรื่องราวดีๆ ที่แม้คนไทยเห็นก็ยังใจฟู ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติหลายๆ คนที่เคยมาเที่ยวเมืองไทย ก็ต่างบอกเป็นเหตุผลเดียวกันที่ทำให้ชื่นชอบเมืองไทยอีกด้วย

‘แนท ไทยพัน’ รังสรรค์เมนู ‘เมี่ยงคำ’ ทำกรรมการทึ่ง ชม!! รสชาติลงตัวมาก  ชี้!! นี่คือเมนูสุดว้าว ทำอาหารไทยด้วยสมุนไพร ให้อร่อยมีชีวิตชีวา

(26 พ.ค.67) ทำถึงอีกครั้ง สำหรับสาวไทย แนท ไทยพัน ผู้เข้าแข่งขันรายการทำอาหารชื่อดังอย่างมาสเตอร์เชฟ ออสเตรเลีย โดยก่อนหน้านี้เธอได้รังสรรค์เมนูสุดว้าว นั่นก็คือ ลาบจิงโจ้ ที่ได้เสียงชมจากกรรมการอย่างล้นหลาม และแรงเชียร์จากผู้ชมทางบ้านด้วย

ล่าสุดทางเฟซบุ๊กของรายการได้เผยแพร่เมนูของแนทอีกครั้ง ซึ่งเป็นเมี่ยงคำ อาหารว่างสมุนไพรของประเทศไทย เธออธิบายจานนี้ให้กรรมการว่า ‘เมนูนี้คือ เมี่ยงคำ เป็นใบพลูไทยห่อด้วยสมุนไพรหลายชนิด’

โดยเมี่ยงคำมี 5 ชิ้น ประกอบด้วยพริกสดพันรอบฐานเมี่ยงคำ และสมุนไพรหลายชนิดที่ถูกห่อเข้าไป รวมถึงตกแต่งจานด้วยหินขนาดเล็กสีดำเพื่อให้อาหารดูมีชีวิตชีวา

หนึ่งในกรรมการกล่าวว่า ในตอนแรกที่ทานเหมือนขาดรสชาติบางอย่างไป แต่ตอนนี้รสชาติมันกลับมาแล้ว

กรรมการอีกคนกล่าวว่า สำหรับฉันมันเหมือนประทัดขนาดเล็ก รู้จักไหม เหมือนขนมปังกรอบขนาดเล็กที่มีไฟ แบบนั้นแหละ (หัวเราะ) มีพลังทำลายล้างสูงมาก และมันน่าทึ่งมาก

เครือ MASTER จัดงาน Job Fair สุดปัง รับ Pride Month MASTER Job Fair: LGBTQ+ Friends 2024 เปิดพื้นที่สร้างโอกาสในการทำงานอย่างเท่าเทียม

คุณดาว  ลภัสรดา เลิศภานุโรจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บมจ.มาสเตอร์ สไตล์ ในนามโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช Specialty Hospital ของไทยและเอเชีย นำทัพจัดเต็ม งาน MASTER Job Fair: LGBTQ+ Friends 2024 เปิดรับสมัครงาน 150 อัตรา 80 ตำแหน่ง จาก บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ MASTER นับเป็นครั้งแรกของไทยกับการสร้างโอกาสในการทำงานอย่างเท่าเทียม แบบไม่ระบุเพศ พร้อมยินดีต้อนรับผู้สมัคร LGBTQ+ ทุกตำแหน่งงาน ร่วมเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาล Pride Month

“ในช่วง Pride Month มักคู่กับกิจกรรมร่วมเดินขบวนรณรงค์แสดงจุดยืนและเฉลิมฉลองในเดือนแห่งความหลากหลายและความเท่าเทียม ซึ่ง MASTER เองก็เข้าร่วมต่อเนื่องมา 2 ปี นอกจากนั้นเราต้องการสร้างโอกาสและคุณค่าผ่านกิจกรรมในงาน MASTER Job Fair: LGBTQ+ Friends 2024 จึงเกิดขึ้นค่ะ

“ตลอดเวลาที่ผ่านมา บุคลากรทุกเพศ ทุกวัย ในทุกตำแหน่ง ล้วนมีส่วนร่วมในการเติบโต ของ บมจ. มาสเตอร์ สไตล์ บุคลากร LGBTQ+ มีทักษะ ความสามารถ ไม่ต่างจากพนักงานหญิงชาย ทุกคนที่ทำงานกับ MASTER ล้วนมีศักยภาพ รวมถึงมีใจรักในการให้บริการและเสน่ห์เหลือล้น”

จากเป้าหมายก้าวสู่การเป็น Specialty Hospital ของ รพ.มาสเตอร์พีช และการขยายศักยภาพทางธุรกิจร่วมกับพันธมิตร กลุ่ม MASTER จึงจัดงานแฟร์เปิดโอกาสในการรับบุคลากรเข้าร่วมงานในเครือ ร่วมด้วย S45 Clinic, Dr Chen Surgery International Hospital, Rattinan Medical Center, Kin Corporation และ WIND Clinic รวมถึงพันธมิตรด้านสุขภาพทางจิตใจ Me Center เข้าร่วมให้สัมภาษณ์ในงานดังกล่าว เพื่อเสริมความเข้าใจต่อสังคมในเรื่อง LGBTQ+ ท่ามกลางความหลากหลายในโลก มีความเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง โดยเฉพาะในโลกของการทำงาน

สำหรับพันธมิตรของ MASTER อย่าง Me Center ศูนย์ดูแลสุขภาพจิตใจครบวงจรมาร่วมให้ความรู้ใน งานแฟร์ MASTER Job Fair: LGBTQ+ Friends 2024 ในมุมสุขภาพจิต เพื่อเพิ่มเติมความเข้าใจต่อเพศสภาพและจิตใจ ของ LGBTQ+ ที่ส่งผลต่อการทำงานและอยู่ร่วมกันในสังคม

“เมื่อก่อน LGBTQ+ ที่เคยถูกเรียกกันในชื่อต่างๆนั้น ในอดีตถูกแบ่งแยกด้วยความแตกต่างและมีการจำกัดคุณค่าคนด้วยรสนิยมทางเพศ อย่างเช่นถ้าผู้ชายไม่ชอบกับผู้หญิง เคยถูกมองว่าเป็นเรื่องผิดปกติ หรือบางยุค บางสังคมมองว่ามันเป็นเรื่องผิดศีลธรรม ผิดกฎหมาย หรือเป็นการเจ็บป่วยเสียอย่างนั้น
“ในปัจจุบันเพศกำเนิดที่เกิดมาพร้อมโครโมโซม XX และ XY กับเรื่องรสนิยมทางเพศจะเป็นคนละเรื่องกัน เพราะฉะนั้นเรื่องของเพศจึงมีความหลากหลาย ปัจจุบันทั้งในทางการแพทย์และจิตวิทยา รสนิยมทางเพศที่แตกต่างหลากหลายนั้น ไม่ได้มีความผิดปกติ ผิดธรรมชาติแต่ประการใด เพราะธรรมชาติสร้างให้มนุษย์สามารถเลือกรสนิยมทางเพศ และความชื่นชอบทางเพศที่มีความหลากหลายได้อยู่แล้ว ที่สำคัญเรื่องนี้ไม่ได้เป็นตัวแปรที่ลดความสามารถในการทำงาน ไม่ได้เป็นตัวแปรที่ทำให้เกิดปัญหาทางศีลธรรม หรือกฎหมาย ตลอดจนการดำรงชีวิตของประชากรคนหนึ่ง

“ในฟากของตัวตนของผู้เป็น LGBTQ+ เอง จำเป็นต้องเชื่อมั่น และมีความเคารพในตัวเอง เรียนรู้ที่เข้าใจว่าการที่เรามีความหลากหลายทางเพศไม่ใช่เรื่องผิด คนรอบข้าง ครอบครัว เพื่อนฝูง เพื่อนร่วมงานก็เช่นกัน ทุกคนควรให้เกียรติตัวเอง ให้เกียรติคนอื่น สังคมถึงจะน่าอยู่ การเหยียดหยาม กดขี่ ทำไม่ดีกับผู้อื่น เป็นสิ่งที่น่าละอาย กลับเป็นพฤติกรรมที่น่าต่อต้านมากกว่าเรื่องของคนชอบเพศอะไร รสนิยมแบบไหนเสียอีก” นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ โฆษกกรมสุขภาพจิต ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการฝ่ายปฏิบัติการ Me Center  กล่าว

“บรรทัดฐานของสังคมในวันนี้เปลี่ยนไปจากเดิม การยอมรับในความแตกต่างหลากหลายได้รับการยกระดับ ฉะนั้นผู้ที่เจริญแล้วจะหันมาจดจ่อและให้ความสำคัญกับเรื่องอื่นๆ มากกว่า เช่น เรื่องของทักษะ ความสามารถในการทำงาน การใช้ชีวิต หรือสิ่งต่างๆ ที่เขาสามารถทำให้สังคมได้
“สังคมเราแบ่งแยกกันมากมายหลายเรื่องแล้วครับ และทุกวันนี้เราอยู่กันแบบผสมกลมกลืนกันได้ จะเห็นได้จากสินค้าต่างๆปัจจุบันถูกออกแบบในรูปแบบ Unisex กันอย่างแพร่หลาย ตัวอย่างเช่น กลิ่นน้ำหอม สีชมพูก็ไม่ใช่สีของผู้หญิงเพศเดียว เสื้อผ้า กระเป๋า ฯลฯ ฉะนั้นบรรทัดฐานในอดีตไม่ใช่ประเด็น สาระสำคัญคือ

เราสร้าง Productivity หรือไม่ เราทำงานออกมาได้ผลสำเร็จตามคาดหรือไม่ สิ่งเหล่านั้นมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศแต่อย่างใด” คุณเอกลักษณ์ วงศ์อภัยผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายจิตวิทยาคลินิก Me Center  เพิ่มเติม

สำหรับเป้าหมายและความคาดหวังของ MASTER และพันธมิตรทางธุรกิจ ต่อการคัดสรรผู้สมัครเข้าร่วมทำงาน ยึดการพิจารณาตามกฎ กติกาของฝ่าย Talent Acquisition และ Human Resource ตามคุณสมบัติของแต่ละตำแหน่งงาน และนัดสัมภาษณ์ต่อไปตามลำดับ โดยสาระสำคัญของงานแฟร์ครั้งนี้ คือการได้คนคุณภาพมาร่วมงานกับ MASTER และพันธมิตร

“สิ่งที่มาสเตอร์รณรงค์ส่งเสริมการแสดงออกถึงคุณค่าของความเท่าเทียมในโอกาสนี้ได้อย่างเป็นรูปธรรมที่สุดก็คือ “การที่ได้คุณมาร่วมงานกับเรา” และบริษัทในเครือ MASTER ที่ร่วมเปิดรับตำแหน่งงาน โดยก้าวข้ามเรื่องรสนิยม เพศสภาพ หรือมุมมองและการตัดสินที่จะแยกเราและคุณออกจากกันค่ะ” คุณดาว ลภัสรดา เลิศภานุโรจ CEO ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.มาสเตอร์ สไตล์ กล่าวปิดท้าย
 

หนุ่มหน้าเหมือน ‘จอห์น วิค’ โผล่ล้างจานริมทาง แฟนคลับขอถ่ายรูปแน่น เจ้าของร้านเปิดใจ เป็นคนอัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ไม่สามารถพูดไทยได้

(26 พ.ค.67) คุณมาร์ค เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว ย่านประชาชื่น เผยหลังจากเจอชาวต่างชาติหน้าหน้าเหมือน จอห์น วิค หรือดาราดัง คีอานู รีฟส์ เดินผ่านหน้าร้าน พร้อมใจดีมาช่วยล้างจาน

โดยกล่าวว่า ตนกำลังเก็บร้านอยู่ ซึ่งในจังหวะนั้นเงยหน้าขึ้นมาเห็นคนหน้าเหมือนจอห์น วิค ใส่สูทสีดำ เดินผ่านหน้าร้าน ตอนนั้นทั้งตนและน้องพนักงานก็ตกใจมาก เพราะเขาเหมือนจอห์น วิค หรือคีอานู รีฟส์ ดาราฮอลลีวูดมากๆ ทั้งความสูง ใบหน้าและการแต่งกาย ซึ่งตนตื่นเต้นมาก เพราะเคยเห็นเขาแต่ในโลกออนไลน์ ไม่คิดว่าจะมาเจอคนหน้าเหมือนจอห์น วิค แบบนี้

เมื่อภรรยาของคนหน้าเหมือนจอห์น วิค เห็นว่าผมกับน้องน้องตื่นเต้น และขอเดินไปถ่ายรูป ภรรยาของเขาเลยให้จอห์น วิคไปช่วยตนล้างจาน ซึ่งเขาก็อัธยาศัยดีมาก ยิ้มแย้มแจ่มใส ก่อนที่จะถอดสูท แล้วก็มานั่งล้างจานด้วยกันด้วยกัน

คุณมาร์ค กล่าวว่า ตนการันตีได้ว่าคนที่เห็นนั้น เป็นคนหน้าเหมือนจอห์น วิค แต่ไม่ใช่จอห์น วิคแน่นอน ซึ่งพี่คนนี้มีภรรยาเป็นคนไทย แต่ไม่สามารถพูดไทยได้ โดยตนไม่ได้ถามข้อมูลอะไรมาก เพราะมัวแต่ตื่นเต้นอยู่

‘วราวุธ’ ทดลองนั่งวีลแชร์ขึ้นเครื่องบิน เพื่อสัมผัสความรู้สึกของ ‘คนพิการ’ ลั่น!! พร้อมเสริม อารยสถาปัตย์ วอนผู้โดยสารทั่วไป ‘เข้าใจ-เห็นใจ’ เพื่อนร่วมทาง

(26 พ.ค.67) ที่จ.ร้อยเอ็ด นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ทดลองนั่งรถวีลแชร์เพื่อทำความเข้าใจและรับรู้ถึงความรู้สึกอย่างแท้จริงของคนพิการที่ใช้บริการสายการบินและสนามบิน พร้อมได้พบปะพูดคุยกับกลุ่มคนพิการจังหวัดร้อยเอ็ดที่สนามบินจังหวัดร้อยเอ็ด ทั้งนี้กลุ่มคนพิการฯ ได้เสนอแนะขอให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพิ่มอารยสถาปัตย์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่คนพิการภายในสนามบิน อาทิ ที่จอดรถ และการอำนวยความสะดวกคนพิการที่ใช้รถวีลแชร์ในการใช้บริการสายการบินและสนามบิน 

นายวราวุธ กล่าวว่า ตนมีความเห็นใจคนพิการถึงความยากลำบากในการเดินทาง แต่ขณะเดียวกัน ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเราด้วย ซึ่งการทดลองนั่งรถวีลแชร์ในครั้งนี้เพื่อที่ตนและกระทรวง พม. จะได้หาจุดตรงกลางที่พอรับได้ของทุกฝ่ายระหว่างคนพิการ สายการบิน และสนามบิน จึงได้กำชับนายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวง พม. และนายกันตพงศ์ รังษีสว่าง อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยตนรับฟังทุกข้อเสนอแนะที่กระทรวง พม. จะนำไปปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมในการอำนวยความสะดวกให้แก่คนพิการในการเดินทางด้วยเครื่องบิน 

นายวราวุธ กล่าวว่า จากการที่ตนเดินทางมาลงพื้นที่นั้น ได้เห็นการอำนวยความสะดวกให้กับคนพิการในส่วนของสายการบินและสนามบินเป็นอย่างไร จึงทำให้ตนอยากรู้ด้วยตัวเองว่าหากเป็นคนพิการมาใช้บริการจะเป็นอย่างไร จึงอยากรู้และเข้าใจถึงการอำนวยความสะดวกที่แท้จริงให้กับคนพิการว่า มีทางลาด มีบันไดขึ้นเครื่องบินอำนวยความสะดวกอย่างไร และที่สำคัญคือหัวใจของคนพิการ เวลาเดินทางนั้น มีความยากลำบาก มีอุปสรรคอย่างไรทำให้อยากรู้ว่า การขึ้นแลมป์ ทางลาดในการขึ้นเครื่องบินจะยากง่ายอย่างไร  ความลาดชันเป็นอย่างไรเพื่อนำมาเป็นกำลังใจให้กับสายการบินและสนามบิน

"ผมมาทดลองในวันนี้ อยากรู้ว่าพี่น้องคนพิการใช้รถวีลแชร์ขึ้นเครื่องบินจะยากลำบากแค่ไหน แต่ขณะเดียวกันเราต้องเข้าใจสายการบินและสนามบินด้วย กระทรวง พม. จะได้ดูว่ามีปัญหาอุปสรรคใดที่เราจะช่วยกันแก้ไข เพื่อให้มาพบเจอกันคนละครึ่งทางและลงตัว และวันนี้ได้ความรู้หลายอย่าง และเราจะกลับไปแก้ปัญหาให้กับพี่น้องคนพิการ ซึ่งจะทำให้สายการบินและสนามบินไม่ลำบาก และผมขอให้ผู้โดยสารคนปกติทั่วไปได้เข้าใจและเห็นใจถึงความยากลำบากของคนพิการที่อาจจะต้องใช้เวลามากกว่าปกติ ในฐานะเพื่อนร่วมทางด้วย" นายวราวุธ กล่าว 

แม้ GDP 'ไทย' ไม่ได้โตต่ำสุดในกลุ่มประเทศผู้นำอาเซียน  แต่การลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ อาจไหลเข้าน้อยที่สุด

(26 พ.ค.67) จากเพจ 'ทันโลกกับ Trader KP' ได้สรุปประเด็นสำคัญจากข่าวเศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/2567 และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ไว้ว่า...

- เศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/2567 เติบโต 1.5% ต่ำกว่าคาดการณ์

- สศช. ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจปี 2567 ลงจาก 2.7% เหลือ 2.5%

- ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าหลายประเทศในอาเซียน และต่ำกว่าศักยภาพเศรษฐกิจของไทย

- เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่อเนื่องจากปี 2566 ที่โต 1.9% แต่ยังไม่น่าพอใจ

- นายกรัฐมนตรีสั่งประชุม ครม.เศรษฐกิจ

- ประชุมครั้งแรกในวันจันทร์ที่ 27 พ.ค. 2567

- ประชุมทุกวันจันทร์เพื่อติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจ

- รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง มองว่าเศรษฐกิจไทยยังต่ำกว่าหลายประเทศ

- จุดโฟกัสคือการปรับโครงสร้างการผลิต มุ่งสู่สินค้าไฮเทค มูลค่าสูง ส่งออก

- ไทยพยายามดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ

- กำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมาย โรดโชว์ต่างประเทศ เขตเศรษฐกิจพิเศษ มาตรการจูงใจ

- ตัวเลขขอส่งเสริมการลงทุนกับบีโอไอ 6 - 8 แสนล้านบาท

- การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือ FDI (Foreign Direct Investment) ของไทยยังต่ำสุดในกลุ่มประเทศสำคัญในอาเซียน

- ตัวเลข FDI ของประเทศในอาเซียน ปี 2566
...อินโดนีเซีย 21,701 ล้านดอลลาร์
...มาเลเซีย 18,500 ล้านดอลลาร์
...เวียดนาม 8,255 ล้านดอลลาร์
...ไทย 2,969 ล้านดอลลาร์

หมูกระทะร้านดัง เกาะกระแส ‘แชมป์ FA Cup’ ใส่เสื้อ ‘แมนยู’ ฤดูกาลไหนก็ได้ กินฟรี แถมลาบเป็ด

(26 พ.ค.67) จากกรณีร้านหมูกระทะชื่อดัง ได้ออกมาประกาศผ่านทางเฟซบุ๊กระบุว่า...

การแข่งขันฟุตบอลเอฟเอคัพ รอบชิงชนะเลิศครั้งที่ 143 หากสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถคว้าแชมป์ได้ ในวันอาทิตย์ที่ 26 พ.ค.67 ทางร้านจะเปิดให้ลูกค้ารับประทานฟรีนั้น

ภายหลังจบเกม ที่สนาม เวมบลีย์ ประเทศอังกฤษ ในการแข่งขันฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ เมื่อคืนวันที่ 25 พ.ค.67 ระหว่างทีม ‘แมนเชสเตอร์ ซิตี้’ พบกับทีม ‘แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด’ ผล แมนยู ปราบ แมนซิตี้ 2-1 คว้าแชมป์ "เอฟเอ คัพ" ไปครองเป็นสมัยที่ 13 

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก "มันส์นัวร์ หมูกระทะบุฟเฟ่ต์ ขอนแก่น" ร้านหมูกระทะชื่อดังก็ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า 

จบเกม แมนซิตี้ 1-2 แมนยู แมนยูแชมป์ Fa Cup!! มาฉลองแชมป์ด้วยกัน 26 พ.ค.แฟนผีกินบุฟเฟ่ต์ฟรี แถมลาบเป็ดแซ่บ ๆ แค่ใส่เสื้อแมนยู ฤดูกาลไหนก็ได้ กินฟรีได้เลย

‘มาสด้า’ ประชุมใหญ่ ภายใต้ธีม ‘Mazda Mirai 2024’ ประกาศนโยบาย ‘เอาใจใส่ ดูแลลูกค้าให้ดีที่สุด’

(26 พ.ค.67) การประชุมผู้จำหน่ายประจำปี หรือ Mazda Mirai 2024 มาสด้าได้นำเสนอนโยบายและแผนธุรกิจระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ทำให้ผู้จำหน่ายเห็นทิศทางที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น สร้างความเชื่อมั่นและเกิดความร่วมมือเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมุ่งสู่เป้าหมายร่วมกัน ภายใต้แนวคิด Reinvent for a Sustainable Future ผ่าน 3 คีย์เวิร์ดสำคัญ คือ Reinvention หมายถึงการปรับและเปลี่ยนวิธีคิดการทำงานเพื่อให้ทันกับสถานการณ์โลกธุรกิจในปัจจุบันที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว Sustainability คือการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ไม่เพียงในแง่ของการดำเนินธุรกิจเท่านั้น แต่รวมถึงผู้คนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้โลกของเรายังคงสวยงาม เพื่อสร้างสรรค์สังคมให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น และ Future คืออนาคตที่พวกเราจะก้าวเดินไปพร้อมกัน ระหว่าง มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย และผู้จำหน่าย ประสานมือสร้างพันธกิจร่วมกัน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการส่งมอบความสุขให้กับลูกค้ามาสด้าตลอดไป

มร. ทาดาชิ มิอุระ ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2567 มาสด้ายังคงเดินหน้าตามแผนการดำเนินธุรกิจสู่ความยั่งยืนในระยะยาว สิ่งสำคัญที่จะทำให้มาสด้าเกิดความแข็งแกร่งจึงไม่ใช่การขายรถใหม่เพียงอย่างเดียว ทุกภาคส่วนต้องสร้างความรัก ความผูกพัน ให้ลูกค้าสัมผัสได้ถึงประสบการณ์ที่ดี จนเกิดเป็นความประทับใจ กลับมาซื้อซ้ำ และเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าได้ทุกรุ่น ทุกช่วงเวลาของชีวิต กลายมาเป็น “มาสด้า แฟมิลี่” นั่นคือแก่นแท้ของการดำเนินธุรกิจในรูปแบบของ Retention Business คือการดูแลเอาใจใส่ลูกค้าให้ดีที่สุด รวมถึงการแนะนำจุดเด่นของรถมาสด้าให้กับคนอื่นๆ ต่อไป มาสด้าเชื่อว่าแนวทางการทำธุรกิจด้วยวิถีนี้จะนำไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืน พร้อมยกระดับประสบการณ์ลูกค้าอย่างเต็มกำลัง และให้ความสำคัญสูงสุดต่อการสร้างแบรนด์ Brand Value Management โดยเฉพาะการบริการหลังการขายให้ถือเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ตามกลยุทธ์ Retention Business Model ตั้งเป้าเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งที่ลูกค้าเลือก Top Customer Retention และเป็นอันดับหนึ่งด้านการบริการ Top Service Retention เพื่อส่งมอบรอยยิ้มและความสุขให้ลูกค้า Joy Drives Lives โดยเฉพาะผลประกอบการของผู้จำหน่ายต้องแข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ก้าวต่อไปของมาสด้าคือการสร้างธุรกิจให้เติบโตแบบยั่งยืน โดยเฉพาะนโยบายด้านการขายและการบริการ รวมถึงการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับแฟนมาสด้า เนื่องจากเป็นกลยุทธ์สำคัญที่มาสด้าได้ดำเนินการมาตลอด 2-3 ปีนี้ และกำลังเห็นผลเป็นรูปธรรม เพื่อรักษาลูกค้าให้อยู่กับมาสด้าตลอดระยะเวลาที่ครอบครองรถมาสด้า ถึงแม้ว่าวันนี้ลูกค้าจะมีทางเลือกที่หลากหลาย แต่เราก็ยังยืนหยัดที่จะเน้นนโยบาย เพื่อรักษาและดูแลฐานลูกค้าเก่าเป็นอันดับแรก นี่คือจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญต่อการดำรงอยู่อย่างมั่นคงของมาสด้าที่ประสบความสำเร็จมาแล้วทั่วโลกและกำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย ด้วยแผนการดำเนินธุรกิจ Retention Business Model ซึ่งเป็นกลยุทธ์ใหม่ที่เคยประกาศไปก่อนหน้านี้ แต่เพิ่มเติมเป้าหมายใหม่ที่ท้าทายยิ่งขึ้น คือเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งด้าน Customer Retention เป็นแบรนด์ที่ลูกค้าเลือกเป็นอันดับแรก และให้บริการลูกค้าจนเกิดความพึงพอใจ นำเสนอคุณค่าของแบรนด์ผ่านประสบการณ์และสร้างความพึงพอใจสูงสุด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานระยะกลาง Mid-Term Plan หัวใจหลักสำคัญคือการสร้างมูลค่าแบรนด์สู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

เนื่องจากปัจจุบันรูปแบบการดำเนินธุรกิจเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป และมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ดังนั้น การให้ความสำคัญกับการขายรถใหม่เพียงด้านเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้ธุรกิจเกิดความแข็งแกร่งได้ แต่การเอาใจใส่ดูแลลูกค้าให้ครบทุกองค์ประกอบ คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจของผู้จำหน่ายเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนเคียงข้างลูกค้าตลอดไป สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นไปตามแนวทางการบริหารคุณค่าหลักของแบรนด์มาสด้า หรือ PPV ประกอบด้วย Purpose การสร้างคุณค่าและเติมเต็มความมีชีวิตชีวาให้กับผู้คนที่ได้สัมผัสกับแบรนด์มาสด้าในทุกประสบการณ์ และทุกช่วงเวลาของชีวิต ตามด้วย Promise คำมั่นสัญญาจากมาสด้า คือการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้ครบทุกมิติได้อย่างสมดุล ทั้งทางด้านอารมณ์ความรู้สึกและกายภาพ รวมถึงชุมชนและสังคม และคุณค่าหลักที่สำคัญอย่างยิ่งที่บุคลากรมาสด้าทุกคนยึดมั่น คือ Values หรือ คุณค่า ทัศนคติ แนวคิด และพฤติกรรม ให้ความสำคัญกับมนุษย์อย่างแท้จริง มีจิตวิญญาณนักสู้ ส่งมอบประสบการณ์ความประทับใจด้วยความใส่ใจและเป็นมิตรโดยไม่คาดหวังรางวัลตอบแทน โดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางในทุกบริบท

นี่คือแนวทางในการสร้างแบรนด์มาสด้าให้แข็งแกร่งและยั่งยืนตลอดไป เพื่อมุ่งสู่การเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในด้าน Customer Retention และ Service Retention เพื่อแทนคำมั่นสัญญาว่ามาสด้าจะเป็นแบรนด์ที่มอบความสุขและสร้างรอยยิ้มให้กับลูกค้า Joy Drives Lives แทนคำขอบคุณที่ลูกค้าไว้วางใจและเลือกใช้รถมาสด้าให้เป็นรถคู่ใจไปตลอดการเดินทาง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top