Monday, 21 September 2026
NEWS FEED

ทัพเรือภาคที่ 1 จัดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2567

กองทัพเรือ กำหนดให้ทัพเรือภาคที่ 1 เป็นหน่วยรับผิดชอบดำเนินการจัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2567 ในพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

โดยในวันพุธ ที่ 7 สิงหาคม 2567 เวลา 09.00 น. พลเรือโท สุระศักดิ์  สิงขรวัฒน์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการจัดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2567 นำกำลังพลจิตอาสาหน่วยต่าง ๆ ในพื้นที่สัตหีบ โดยมีผู้แทนหน่วยและกำลังพลจิตอาสาจาก กองเรือยุทธการ  ทัพเรือภาคที่ 1 หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน  กรมสรรพาวุธทหารเรือ  กรมอู่ทหารเรือ  ฐานทัพเรือสัตหีบ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ  ศูนย์ส่งกำลังบำรุง กรมพลาธิการทหารเรือ สถานีอุทกศาสตร์สัตหีบ กรมอุทกศาสตร์  โรงเรียนชุมพลทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ กองโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ที่ 3 กรมอิเล็กทรอนิกส์ทหารเรือ  และ  ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 1 ร่วมในพิธีเปิดกิจกรรม จำนวน 200 คน ณ ห้องภูหลวง ชั้น 3 หอประชุมโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

โดยในช่วงเช้า เป็นกิจกรรมการบริจาคโลหิต จากจิตอาสาหน่วยต่าง ๆ ในพื้นที่สัตหีบ ร่วมกันบริจาคโลหิต ณ ห้องรับบริจาคโลหิต โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ทั้งนี้ พลเรือโท สุระศักดิ์ สิงขรวัฒน์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ได้ร่วมบริจาคโลหิตในครั้งนี้ด้วย สำหรับกิจกรรมการบริจาคโลหิตของหน่วยต่าง ๆ ในพื้นที่สัตหีบครั้งนี้ ได้เริ่มการบริจาคโลหิตตั้งแต่ 5 – 9 สิงหาคม 2567 ในช่วงบ่าย เป็นการร่วมกันทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ของหน่วยต่าง ๆ ในพื้นที่สัตหีบ จำนวน 250 คน ณ วัดบางเสร่คงคาราม ตำบลบางเสร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมี พลเรือตรี กรัณย์  กลิ่นบัวแก้ว รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 พร้อมผู้บังคับบัญชาของทัพเรือภาคที่ 1 และผู้แทนหน่วยต่าง ๆ ในพื้นที่สัตหีบ ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติกิจกรรม ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ประกอบด้วย การทำความสะอาดโดยรอบอุโบสถ ตัดหญ้า ตกแต่งกิ่งไม้และต้นไม้ เก็บกวาดขยะโดยรอบวัด และล้างห้องน้ำ

#ทรงพระเจริญ
#ทัพเรือภาคที่1
#จิตอาสาพัฒนา
#เทิดทูนสถาบัน_ยึดมั่นระเบียบวินัย_ประชาชนภูมิใจ_ทะเลไทยมั่นคง
#Fit_for_the_Future 

(สุรินทร์) มณฑลทหารบกที่ 25 ลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 92 พรรษา 12 สิงหาคม

(8 ส.ค.67) ที่ สโมสรค่ายวีรวัฒน์โยธิน มณฑลทหารบกที่ 25 อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ พลตรี ชินวิช  เจริญพิบูลย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 เป็นประธานพิธีเปิดกรวย ถวายราชสักการะ ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมจัดพิธีวางพานพุ่ม ลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 92 พรรษา 12 สิงหาคม 2567 

เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ จากนั้น พลตรี ชินวิช เจริญพิบูลย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 ได้นำกำลังพลในสังกัดมณฑลทหารบกที่ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขามณฑลทหารบก ที่ 25 โรงพยาบาลค่ายนวีรวัฒน์โยธิน และองค์การทหารผ่านศึกสุรินทร ร่วมกิจกรรม ปลูกวันแม่ เกี่ยววันพ่อ ในพื้นที่แปลงนา โครงการทหารพันธุ์ดี มณฑลทหารบกที่ 25 

โดยการโยนพันธุ์ต้นกล้าข้าว หอมมะลิ 105 พระราชทาน เพื่อปลูกเก็บไว้ทำพันธุ์แจกจ่ายแก่ชุมชนรอบค่าย จากนั้นได้ร่วมกันปล่อยปลานิล ปลายี่สก และปลาตะเพียน จำนวน 4,000 ตัว ภายในสระโครงการฯ อีกด้วย

เปิดโมเมนต์สุดประทับใจของ ‘โค้ชเช-เทนนิส’ หลังศิษย์รักส่งท้ายการเป็นนักกีฬาเทควันโด

(8 ส.ค.67) เปิดภาพสุดประทับใจ ‘โค้ชเช’ ชัชชัย ชเว กับ ‘เทนนิส’ พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ หลังศิษย์รักส่งท้ายการเป็นนักกีฬาเทควันโด คว้าเหรียญทองในโอลิมปิก 2024 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส มาครองได้สำเร็จ โดยถือเป็นเหรียญทอง 2 สมัยติดต่อกันของเธอ กลายเป็นนักกีฬาไทยคนแรก ที่คว้าเหรียญรางวัลในโอลิมปิกเกมส์ 3 ครั้งซ้อน

‘นายกฯ’ ขอบคุณ ‘เทนนิส-ฟ่าง-ออย’ หลังคว้าเหรียญรางวัลโอลิมปิก ชี้!! ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ของไทย ที่กวาด ‘3 เหรียญ’ ในวันเดียว

(8 ส.ค. 67) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความชื่นชม ‘เทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ’ , ‘ฟ่าง ธีรพงศ์ ศิลาชัย’ และ ‘ออย สุรจนา คำเบ้า’ ที่คว้าเหรียญจากการเข้าร่วมแข่งขันโอลิมปิก 2024 ว่า…

“เทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ พาคนไทยใจฟูอีกแล้ว รอบนี้เอาชนะคู่แข่งจากจีน ในการแข่งขันกีฬาเทควันโดรุ่น 49 กิโลกรัม หญิง คว้าเหรียญทองแรกในโอลิมปิก 2024 ให้ไทย แถมเป็นเหรียญทองในวันเกิดของน้องด้วย สุดยอดเลย

เรายังได้เหรียญเงิน จาก ฟ่าง ธีรพงศ์ ในการแข่งขันกีฬายกน้ำหนักรุ่น 61 กิโลกรัม ชาย ปีนี้น้องเพิ่งมาโอลิมปิกครั้งแรกก็คว้าเหรียญเลย น้องอายุ 20 เท่านั้น อนาคตไกล

ขณะที่ ออย สุรจนา ก็คว้าเหรียญทองแดงจากกีฬายกน้ำหนักรุ่น 49 กิโลกรัม หญิง มาให้คนไทยด้วย น้องยกลูกเหล็กได้ถึง 200 กิโลกรัม แกร่งมาก ๆ

ถือเป็นวันประวัติศาสตร์อีกวันของไทยครับ ที่เราได้ 3 เหรียญในวันเดียว ผมขอแสดงความยินดีกับทุกคนจริง ๆ ทุกเหรียญรางวัลที่ได้รับ คือความสำเร็จ และความภาคภูมิใจของเราชาวไทย”

มูลนิธิ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดแข่งขัน เดิน-วิ่ง การกุศลชิงถ้วยพระราชทานฯ

พลเรือโท ณัฐ อิศรางกูร ณ อยุธยา เจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ เป็นประธานในพิธีเปิดการจัดกิจกรรมแข่งขัน เดิน-วิ่ง การกุศล ซุปเปอร์ มินิ-มาราธอน ครั้งที่ 17 RUN FOR HEALTH 2024 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเพื่อเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 92 พรรษา 12 สิงหาคม 2567      

โดยมี พลเรือตรี ดนัย ปานแดง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ นำคณะรองผู้อำนวยการฯ แพทย์ พยาบาล จนท.ส่วนต่าง ๆ ของโรงพยาบาลฯ และนักกีฬา ร่วมให้การต้อนรับ 

ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นโดย มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กองทัพเรือ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เพื่อนำรายได้สุทธิ จากการจัดการแข่งขันสมทบทุนจัดซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 

โดยมีประชาชนในพื้นที่ ข้าราชการ บุคลากร รพ.ฯ ตลอดจนผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก 

ชื่นชม!! ‘นักเรียนไทย’ หลังแข่งขันคณิตศาสตร์ที่ 'อินเดีย-ฮ่องกง' กวาด 160 รางวัลกลับบ้าน สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยระดับโลก

(8 ส.ค.67) นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี แสดงความยินดี และชื่นชมตัวแทนนักเรียนไทย ที่สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ในการแข่งขันคณิตศาสตร์ระหว่างประเทศระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น ประจำปี พ.ศ. 2567 (India International Mathematics Competition 2024: InIMC 2024) ระหว่างวันที่ 26 - 31 กรกฎาคม 2567 ณ เมืองลัคเนา สาธารณรัฐอินเดีย และการแข่งขันคณิตศาสตร์และคณิตคิดเร็วนานาชาติประจำปี 2024 (The Hong Kong International Mathematics and Mental Arithmetic Competition 2024) เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2567 ณ เขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้รับรางวัลอย่างล้นหลาม รวม 148 รางวัล จากทั้ง 2 รายการแข่งขัน แสดงถึงศักยภาพทางวิชาการ ด้านคณิตศาสตร์ที่ยอดเยี่ยมของนักเรียนไทย

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากการเข้าร่วมการแข่งขันคณิตศาสตร์ระหว่างประเทศระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น 2567 (InIMC 2024) ในครั้งนี้ ตัวแทนนักเรียนไทย สามารถคว้ารางวัลการแข่งขันประเภททีม และบุคคล รวม 12 รางวัล 32 เหรียญ แบ่งเป็นระดับประถมศึกษา ประเภททีมละ 4 คน สามารถทำผลงานรวมได้ 6 รางวัล 16 เหรียญ และระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ประเภททีมละ 4 คน สามารถทำผลงานได้รวม 6 รางวัล 16 เหรียญ

Thailand A ระดับประถมศึกษา ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภททีม และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทกลุ่มบุคคล ประกอบด้วย 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง สำหรับระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภททีม และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภทกลุ่มบุคคล ประกอบด้วย 3 เหรียญเงิน และ 1 รางวัลชมเชย

Thailand B ระดับประถมศึกษา ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภททีม และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทกลุ่มบุคคล ประกอบด้วย 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง สำหรับระดับมัธยมศึกษา ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภททีม ประกอบด้วย 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง

Thailand C ระดับประถมศึกษา ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภทกลุ่มบุคคล ประกอบด้วย 2 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง และ 1 รางวัลชมเชย สำหรับระดับมัธยมศึกษา ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภททีม ประกอบด้วย 3 เหรียญทองแดง และ 1 รางวัลชมเชย

Thailand D ระดับประถมศึกษา ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภททีม ประกอบด้วย 2 เหรียญเงิน และ 2 รางวัลชมเชย สำหรับระดับมัธยมศึกษา ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภททีม และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทกลุ่มบุคคล ประกอบด้วย 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง

นายชัย กล่าวว่า ใน รายการการแข่งขันคณิตศาสตร์และคณิตคิดเร็วนานาชาติประจำปี 2024 (The Hong Kong International Mathematics and Mental Arithmetic Competition 2024) มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันจากทั่วโลก เช่น ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย อินเดีย ฮ่องกง กัมพูชา และไทย รวมประมาณ 500 คน ซึ่งในรายการแข่งขันนี้ ไทยได้ส่งตัวแทนนักเรียนเข้าร่วม 93 คน โดยแบ่งเป็นการแข่งขัน ระดับอนุบาล ระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้น

โดยตัวแทนนักเรียนไทยได้เข้าร่วมการแข่งขัน ในประเภทคณิตศาสตร์ (Mathematics Competition) และคณิตคิดเร็ว (Mental Arithmetic Competition) ซึ่งผลปรากฏว่าตัวแทนนักเรียนไทยได้รับรางวัลจากทั้ง 2 ประเภทการแข่งขันดังกล่าว ทั้งในประเภทเดี่ยวและทีม และทุกระดับชั้นตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงระดับมัธยมต้น รวม 148 รางวัล เน้นย้ำถึงความสามารถในด้านคณิตศาสตร์ของนักเรียนไทยที่มีความโดดเด่น ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึงระดับมัธยม

“นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นในศักยภาพของเด็กไทย เชื่อว่ามีความสามารถอย่างรอบด้าน พร้อมขอบคุณตัวแทนนักเรียนทุกคนที่เข้าร่วมรายการแข่งขันคณิตศาสตร์ ของทั้ง 2 รายการ ในครั้งนี้ ที่สามารถทำผลงานออกมาได้อย่างน่าภาคภูมิใจ เชื่อมั่นว่าจะเป็นบุคลากรสำคัญของประเทศในอนาคต ซึ่งรัฐบาลดำเนินการพัฒนาต่อยอดพื้นฐานของประเทศอย่างต่อเนื่องเพื่อให้คนรุ่นต่อไปจะอยู่ในประเทศไทยอย่างมีความสุข” นายชัย กล่าว

'รพ.ศิริราช' แจ้ง!! ระบบคอมพิวเตอร์ของ รพ. ใช้งานได้ตามปกติแล้ว หลังเกิดปัญหา 'ใช้การไม่ได้' ยัน!! ข้อมูลผู้ป่วยไม่มีรั่วไหล

(8 ส.ค.67) จากกรณีระบบคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาลศิริราช 'ใช้การไม่ได้' ทำให้ไม่สามารถให้บริการผู้ป่วยที่นัดไว้ตามปกตินั้น

ล่าสุด ระบบคอมพิวเตอร์ของ รพ. ศิริราช สามารถใช้งานได้ตามปกติแล้ว โดยไม่มีการรั่วไหลของข้อมูลส่วนตัวของผู้ป่วย

ทั้งนี้ ทางรพ.ได้ขออภัยผู้รับบริการทุกท่านที่ไม่ได้รับความสะดวกในวันนี้ และขอขอบคุณทุกท่านที่เข้าใจ ดำเนินการตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ระหว่างการแก้ไขปัญหา และให้ความอนุเคราะห์แก่ศิริราชด้วยการช่วยเผยแพร่ข้อมูลต่าง ๆ ช่วยเข้าไปอัปเดตข้อมูลบนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว รวมถึงให้กำลังใจบุคลากรอีกด้วย 

ทั้งหมดนี้ทางศิริราชขอรับไว้ด้วยความซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง

ย้อนฟัง ‘น้องเทนนิส’ เปิดใจ!! ยอมเสียสละทั้งร่างกายเพื่อชาติ พร้อมเผย ‘โอลิมปิก’ ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ตน ‘ยอมแลก’

(8 ส.ค.67) ‘เทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ’ เจ้าของเหรียญทอง เทควันโดโอลิมปิกเกมส์ 2024 หลังเอาชนะกัว ซิง คู่ปรับจากจีน ไป 2-1 ยก (6-3, 2-3, 62) คว้าเหรียญทองไปครอง ในการแข่งขันเทควันโด รุ่น 49 กก. หญิง รอบชิงชนะเลิศ กีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อคืนวันพุธที่ 7 สิงหาคม 2567 จนทำให้แฟน ๆ ชาวไทยต่างชุ่มชื่นหัวใจกันทั่วประเทศ

โดยก่อนหน้านี้ เทนนิส พาณิภัค ได้เปิดเผยเบื้องหลังของการฝึกซ้อมอย่างหนักในรายการ ‘Made My Day วันนี้ดีสุ’ ทางช่อง Thai PBS ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าที่ผ่านมามีอาการเจ็บหลายอย่าง ต้องทรมานอดทนเพื่อเเข่งขันต่อ

เทนนิส พาณิภัค ได้กล่าวว่า "สิ่งที่หนูต้องแลกไปคือร่างกาย ร่างกายอันนี้มันพังไปทั้งตัวแล้ว เอ็นไขว้หน้าขาขาด ลูกสะบ้าพังหมดแล้ว สะโพกก็หลวม สมมติว่าถ้าหนูฉีกขาเยอะ ๆ ต้องใช้เวลาเป็น 10 นาที กว่าจะหุบขาได้ คือมันเสียสละร่างกายอันนี้ไปหมดแล้ว และหนูคิดว่าโอลิมปิกครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่หนูจะยอมแลก"

"ตอนนี้หนูรู้สึกว่าเหนื่อยมาก ๆ แต่หนูก็รู้สึกว่าความเหนื่อยนี้มันทำให้พ่อมีความสุข ทำให้คนไทยทั้งประเทศมีความสุข แล้วก็ทำให้ตัวเองมีความสุข"

ทั้งนี้ เทนนิส พาณิภัค ได้ออกมาเปิดใจกับผู้สื่อข่าวหลังจบการแข่งขัน ศึกโอลิมปิกเกมส์ 2024 โดยเผยถึงประเด็นเรื่องอนาคตในการเล่นกีฬาเทควันโด ซึ่งผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากนี้มีความคิดที่จะเปลี่ยนใจกลับมาลงแข่งขันอีกหรือไม่ เจ้าตัวได้ตอบกลับว่า "คิดหนักแล้วค่ะ เดี๋ยวอาจคงต้องขอคิดดูก่อน หลังจากนี้อยากจะขอไปทำหน้าที่อื่น ๆ ดูก่อน อย่างตอนนี้ก็มียิมเทควันโด ชื่อ พาณิภัค เทควันโด เป็นของตัวเอง ซึ่งใครอยากเรียนเทควันโดก็สมัครเข้ามาลงเรียนได้ค่ะ"

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดงานประเพณีทิ้งกระจาด แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค 4,000 ชุด พร้อมจัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชนออกบริการตรวจรักษาประชาชนฟรี ณ สุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ประจำปี 2567

วันนี้ (วันพุธที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2567) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ และนางชุติมา ตันติศิริวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการ  จัดพิธีแจกข้าวสารพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค เนื่องในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2567 ให้กับประชาชนผู้ยากไร้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงรอบสุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ตำบลโรงเข้ อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร จำนวน 4,000 ชุด สิ่งของที่แจกประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำปลา น้ำมันพืช และขนม บรรจุถุงผ้ามูลนิธิฯ พร้อมมอบค่าพาหนะคนละ 100 บาท โดยมี นายวรณัฎฐ์ หนูรอต รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานในพิธี ณ สุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ตำบลโรงเข้ อำเภอ บ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร

ภายในงาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้จัดเจ้าหน้าที่ – อาสาสมัครมูลนิธิฯ ดูแลอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มารอรับ พร้อมบริการอาหารและน้ำดื่ม รวมถึงจัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน (หน่วยแพทย์เคลื่อนที่)  ออกบริการประชาชน โดยมีอาสาสมัครศิลปิน นำโดย นายธวัชชัย คชาอนันต์ (แฮ็ค ชวนชื่น) นายรัชต์พงษ์ ทองทับ (น้าทูล) นางสาวอรภัสญาน์ สุกใส (มิ้วส์)  นางสาวพัชรมัย บุญเลิศกุล (แพรว) นายปิยะวัฒน์ รัตนหรูวิจิตร (หรูหรา)  นายจตุรภัทร นิยมแสง (ต้า)  ฯลฯ ร่วมสร้างสีสันภายในงาน โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความอิ่มเอมใจทั้งผู้ให้และผู้รับ

นอกจากนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยังมีกำหนดการแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ยากไร้อีก 3 แห่ง ดังนี้ แห่งที่ 1 ในวันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2567 ณ คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาโคราช จังหวัดนครราชสีมา,  แห่งที่ 2 ในวันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2567 ณ คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา จังหวัดชลบุรี, และแห่งที่ 3 ในวันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม  พ.ศ. 2567 ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ รวมแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคเนื่องในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2567 แก่ประชาชนทั้งสิ้น 4 จังหวัด คิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 13.3 ล้านบาท

ประเพณีทิ้งกระจาด เป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่ปฏิบัติสืบทอดมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล โดยมูลนิธิฯ ได้ปฏิบัติสืบเนื่องมาทุกปีเป็นเวลาช้านานไม่ต่ำกว่า 80 ปี และคาดว่าจะเป็นมูลนิธิแห่งแรก ที่จัดงานทิ้งกระจาดอย่างเป็นทางการและเป็นกิจจะลักษณะ เพราะถือว่าเป็นประเพณีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่เพื่อนมนุษย์ที่ล่วงลับไปแล้วทั้งที่เป็นญาติและไม่เป็นญาติพร้อมกับทำทานให้แก่ผู้ยากไร้ ในช่วงประเพณี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้มีผู้มีจิตศรัทธา และผู้ใจบุญจะนำเครื่องเซ่นไหว้ อาทิ ข้าวสารอาหารแห้ง และอื่น ๆ มากราบไหว้หลวงปู่ เพื่อทำบุญสะเดาะเคราะห์ ซึ่งมูลนิธิฯ จะรวบรวมไว้ไปสมทบกับสิ่งของที่จัดซื้อเพิ่มเติม เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้ รวม 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสมุทรสาคร นครราชสีมา ชลบุรี และ กรุงเทพฯ พร้อมนำมอบองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ได้พัฒนาการแจกจ่ายสิ่งของเครื่องใช้ ให้เข้ากับการใช้งานในแต่ละยุคแต่ละสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัสดุในการบรรจุสิ่งของที่มูลนิธิฯ ได้ปรับเปลี่ยนให้เป็นถุงผ้าเพื่อลดการใช้พลาสติก และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้รับ ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอบุญบารมีองค์หลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ดลบันดาลให้ผู้มีจิตศรัทธา เจ้าหน้าที่  อาสาสมัคร และครอบครัวของทุกท่าน ที่มีส่วนร่วมในงานมหาบุญมหากุศลนี้  มีความสุข ความเจริญ สุขภาพร่างกายแข็งแรงตลอดปี ตลอดไป

#ป่อเต็กตึ๊ง #ช่วยชีวิต #รักษาชีวิต #สร้างชีวิต
#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418
#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

‘ตำรวจ’ ระเบิดสะพานโจร บุกจับแก๊งคอลเซนเตอร์ ตั้งออฟฟิศในชลบุรี หลังมีบอสใหญ่เป็นคนจีน ตุ๋นเหยื่อให้รัก - หลอกช่วยเหลือผ่านเฟซบุ๊ก

(7 ส.ค.67) ตามนโยบายของทางรัฐบาล ได้มีข้อสั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยให้สืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิด และเร่งแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซนเตอร์ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนโดยด่วน ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. / ผอ.ศปอส.ตร. , พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภ.2 , พล.ต.ต.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ รอง ผบช.ภ.2 , พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รอง ผบช.ภ.2 และ พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผบก.สส.ภ.2 ได้ทำงานสนองตามนโยบาย และได้มีการสืบสวนจับกุมอย่างต่อเนื่อง

ตามที่ได้มีมาตรการ ‘ระเบิดสะพานโจร ตัดซิม เสา สาย ตามแนวชายแดน’ ที่กลุ่มมิจฉาชีพแก๊งคอลเซนเตอร์ใช้ในการหลอกลวงเหยื่อทั่วประเทศ จนทำให้สัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตในต่างประเทศที่แก๊งคอลเซนเตอร์ใช้หมดลง หรือไม่สะดวกต่อการใช้งาน แก๊งคอลเซนเตอร์จึงปรับตัว โดยลักลอบนำอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และพนักงานในแก๊ง มาตั้งเป็นออฟฟิศคอลเซนเตอร์หลอกลวงประชาชนในประเทศไทย ซึ่งการจับกุมครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่มีการจับกุมแก๊งคอลเซนเตอร์หลอกลวงประชาชนชาวไทย โดยตั้งฐานออฟฟิศอยู่ในประเทศไทย

เมื่อวันที่ 5 ส.ค.67 เวลาประมาณ 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.2 ได้สืบทราบว่า มีขบวนการแก๊งคอลเซนเตอร์ ใช้บ้านภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ตั้งเป็นออฟฟิศทำงาน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.2 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้เดินทางไปตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว พบชายไทย 4 คน ทราบชื่อภายหลัง คือ นายชนาภัทรฯ (สงวนนามสกุล) , นายโชคชัยฯ (สงวนนามสกุล) , นายชิชณุพงษ์ฯ (สงวนนามสกุล) และนายจีรวัฒน์ฯ (สงวนนามสกุล) จากการตรวจค้นพบว่าภายในบ้านมีคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะจำนวน 10 เครื่อง และพบข้อมูลการหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งทั้งหมดรับว่าตนเองและพวกร่วมกันเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยตั้งเพจเฟซบุ๊กในการหลอกช่วยเหลือเหยื่อ มีการยิงแอดโฆษณา หลอกว่าเป็นตำรวจไซเบอร์ หรือทนายความ ที่สามารถช่วยเหลือเหยื่อในการทำเรื่องฟ้องร้องได้ และทำให้ได้เงินที่ถูกหลอกไปกลับคืนมา โดยหลอกซ้ำเติมเหยื่อให้โอนเงินเข้ามาเพื่อลงทะเบียนในการช่วยเหลือ และยังมีการหลอกลวงในรูปแบบโรแมนซ์สแกม (หลอกให้รัก) ซึ่งจะมีสคริปต์การพูดหลอกลวงเหยื่อให้หลงเชื่อและโอนเงินมาให้ โดยภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมดพบว่ามีการสนทนากับเหยื่อในแอปพลิเคชันเมสเซ็นเจอร์เฟซบุ๊ก และแอปพลิเคชันไลน์ออฟฟิศเชียลเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดคอมพิวเตอร์ทั้งหมดไว้เพื่อทำการตรวจสอบ นอกจากนี้ยังพบการกระทำความผิด ครอบครองอาวุธปืนพกสั้นแบบกึ่งอัตโนมัติ , เครื่องกระสุนปืน และเสพยาเสพติด ซึ่งได้ทำการจับกุมและแยกดำเนินคดีที่ สภ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 

จากการขยายผลทำให้ทราบว่าขบวนการแก๊งคอลเซนเตอร์นี้ มีหัวหน้ากลุ่มเป็นชาวจีน คือ Mr.ZHOU หรือ นายเจ้า สัญชาติจีน , มีรองหัวหน้า คือ Mr.CHEN หรือ ปีเตอร์ สัญชาติจีน และมีเลขาเป็นคนไทย คือ นายภาวัตฯ หรือ เหว่ย มีพฤติกรรมทำธุรกิจเกี่ยวกับคอลเซ็นเตอร์ , ค้ามนุษย์ , บ่อนการพนัน และฟอกเงินฯ ซึ่งต่อมาได้มีการขยายผลและขออนุมัติศาลขอหมายค้นอีก จำนวน 3 จุด ในกรุงเทพมหานคร เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดย ณ ปัจจุบันทราบว่าหัวหน้าและรองหัวหน้าคนจีนได้หลบหนีออกนอกประเทศแล้ว ซึ่งกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ได้ขยายฐานออฟฟิศมาในประเทศไทย เนื่องจากความไม่สะดวกเรื่องการติดต่อสื่อสารและสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ต่างประเทศ จึงกล้าเสี่ยงมาเปิดออฟฟิศในประเทศไทย

โดย บก.สส.ภ.2 จะทำการสืบสวนและขยายผลผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด เพื่อดำเนินคดีในข้อหา ‘นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย แก่ประชาชน’ มีโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และจะติดตามผู้เสียหายซึ่งถูกแก๊งคอลเซนเตอร์นี้หลอกลวง เพื่อดำเนินคดีเพิ่มเติมในข้อหาฉ้อโกงประชาชน และความผิดฐานฟอกเงินต่อไป ซึ่งหากใครเป็นผู้เสียหายที่ถูกแก๊งคอลเซนเตอร์นี้หลอก สามารถให้ข้อมูลได้ที่ บก.สส.ภ.2 หมายเลขโทรศัพท์ 038 276 724 เพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top