Monday, 21 September 2026
NEWS FEED

" จากเหนือ.. สู่อีสาน " ทีมบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมอุปกรณ์ รถยกสูง 4x4 รถพยาบาลขับเคลื่อน 4 ล้อ โรงครัวเคลื่อนที่ ลุยพื้นที่จังหวัดหนองคาย เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมต่อเนื่อง

(16 ก.ย. 67) ตามที่สถานการณ์น้ำท่วมบางพื้นที่จังหวัดเชียงรายเริ่มคลี่คลาย ประจวบกับได้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดหนองคาย เมื่อวันเสาร์ที่ 14 กันยายน 2567 ทีมบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวรพจน์ จรัสเศรษฐสิริ รักษาการผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ นำทีมกู้ภัย กู้ชีพ อาสาสมัคร พร้อมเรือท้องแบน อุปกรณ์กู้ภัยทางน้ำ รถยกสูง 4x4 รถพยาบาลขับเคลื่อน 4 ล้อ  โรงครัวเคลื่อนที่ ถุงยังชีพ ชุดยาสามัญประจำบ้าน อาหารสุนัขและแมว เคลื่อนกำลังพลออกจากเชียงราย ไปยังจังหวัดหนองคาย โดยขณะนี้ได้จัดตั้งกองอำนวยการ และโรงครัวประกอบอาหารปรุงสุก ณ วัดท่าบ่อ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย

เมื่อถึงพื้นที่ประสบภัย มูลนิธิฯ ได้จัดทีมปฏิบัติการเร่งสำรวจพื้นที่ และให้ความช่วยเหลือในทันที รวมถึงอพยพประชาชน  ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และผู้ป่วยออกนอกพื้นที่ประสบภัยไปยังพื้นที่ปลอดภัย โดยมี อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิฯ จุดต่างๆ  อาสาสมัครศิลปิน นำโดย นายธวัชชัย คชาอนันต์ (แฮ็ค ชวนชื่น) พร้อมด้วย หน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา มูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่ และ หน่วยกู้ภัยจีตัมเกาะอุบลราชธานี ร่วมปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้

และในขณะนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยังคงอยู่ระหว่างปฏิบัติการภารกิจอพยพในพื้นที่ต่อเนื่อง รวมทั้งประกอบอาหารปรุงสุก พร้อมจัดเตรียมน้ำดื่ม และถุงยังชีพ เพื่อบรรทุกรถและเรือ ลงพื้นที่แจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัย  และเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินและเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านต่าง ๆ ต่อไป

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ รวมถึงเครื่องอุปโภคบริโภค สมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยต่าง ๆ ทั้งที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ และที่กองอำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่

สำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่มีความประสงค์จะบริจาคสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม  หรือติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.pohtecktung.org  เฟซบุ๊ก แฟนเพจ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง หรือ ติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง #ช่วยชีวิต #รักษาชีวิต #สร้างชีวิต”
#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418
#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

พนักงานโรงงานขอลาป่วยต่อ แต่หัวหน้าไม่ให้ ต้องมาทำงานทั้งที่ยังป่วยอยู่ สุดท้ายเสียชีวิต

(16 ก.ย. 67) จากเพจ 'หนุ่มสาว-โรงงาน' ได้โพสต์เหตุการณ์กรณีพนักงานโรงงานคนหนึ่งขอลาป่วยต่อ แต่หัวหน้าไม่ให้ลา เลยต้องมาทำงานทั้งที่ยังป่วยอยู่ จะขอออกโอหัวหน้าก็ไม่ให้ออก สรุปพนักงานคนดังกล่าวไปหาหมอช้าจึงเสียชีวิต ระบุว่า...

หัวหน้าบริษัทดังในนิคมบางปู สมุทรปราการ

ลูกน้องไม่สบายไม่ให้ลูกน้องหยุด บีบบังคับให้น้องมาทำงานทางอ้อม โดยที่น้องไม่เคยหยุดงานเลย

น้องไม่สบายตอนนี้เสียแล้ว 

#ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวด้วยนะครับ

📍เพิ่มเติมให้นะครับ โพสต์ด้านบนตอนแรกเอามาจากคนที่ทำงานน้อง แต่เขาลบไปแล้ว จะสรุปให้นะครับ จริง ๆ คือ น้องเขาจะขอลาป่วยต่อ แต่หัวหน้าไม่ให้ลา ไม่รู้เขาบีบบังคับแบบไหน น้องเลยต้องมาทำงานทั้งที่ยังป่วยอยู่ จะขอออกโอหัวหน้าก็ไม่ให้ออก สรุปน้องไปหาหมอช้าเลยเสียชีวิต ประมาณนี้ครับ

สมุทรปราการ - ‘น้องแชมป์’ เด็กหนุ่มบางพลี!! ดีกรีแชมป์โลก นักเจ็ตสกีทีมชาติไทย ระดมทุนช่วยผู้ประสบภัยเชียงราย

(16 ก.ย. 67) ‘น้องแชมป์’ กษิดิศ ธีระประทีป นักเจ็ตสกีดีกรีแชมป์โลก และยังเป็นนักกีฬาเจ็ตกรีทีมชาติไทยเด็กหนุ่มอำเภอบางพลีจังหวัดสมุทรปราการ ล่าสุดได้เป็นฮีโร่ขวัญใจพี่น้องคนแม่สายจังหวัดเชียงราย โดยน้องแชมป์และทีมเจ็ตสกีร่วมกับทีมงานกันจอมพลัง ได้เข้าช่วยเหลือคุณลุงเขียงหมูซึ่งติดอยู่บนหลังคาร้าน นานกว่า 2 วัน ในอำเภอแม่สายจังหวัดเชียงราย จนกระทั่งได้รับคำชื่นชมจากประชาชนในโซเชียลเป็นจำนวนมาก

โดยล่าสุด “น้องแชมป์” หรือ นายกษิดิศ ธีระประทีป นักเจ็ตสกีทีมชาติไทยได้เดินทางกลับมายังบ้านเกิดที่จังหวัดสมุทรปราการเป็นที่เรียบร้อย หลังจากที่ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในจังหวัดเชียงราย โดยล่าสุดผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า น้องแชมป์พร้อมด้วยคุณพ่อ หรือ นายไกรสร ธีระประทีป ลงพื้นที่ภายในตลาดเรือบินเพื่อเดินรับบริจาคเงินระดมทุนเร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่จังหวัดเชียงราย อีกทั้งยังได้เปิดจุดรับบริจาคบริเวณด้านหน้าร้านย่างเนยภายในตลาดเรือบิน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยมี กลุ่มพ่อค้า แม่ค้า รวมถึงประชาชนและแฟนคลับน้องแชมป์จำนวนมาก ร่วมบริจาคเงินพร้อมทั้งสิ่งของและน้ำดื่มเพื่อนำไปช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนกับผู้ที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

น้องแชมป์ ได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองมีความรู้สึกห่วงใยผู้ที่ประสบอุทกภัยกับเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ นับว่ามวลน้ำค่อนข้างมากและมีกระแสน้ำที่รุนแรงและยากต่อการลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือ จึงได้ปรึกษากับทางคุณพ่อเพื่อนำเงินบางส่วนจาก บริษัทไฟว์เคที จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตและจำหน่ายคอนกรีตผสมเสร็จ รวมทั้งเงินกิจการของร้านอาหารย่างเนยภายในตลาดเรือบิน โดยการนำยอดเงินทั้งหมดที่ได้จากการจำหน่ายอาหารภายในร้านของวันนี้ทั้งหมด โดยไม่หักค่าใช้จ่ายเพื่อนำเงินไปบริจาคสมทบทุนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

โดยนายสมบัติ เนียมพาง กรรมการสมาคมเจ็ตสกีแห่งประเทศไทย ได้เดินทางมารับมอบเงินจากน้องแชมป์ โดยมียอดบริจาครวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 309,080 บาท พร้อมทั้งขอแรงใจจากพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศร่วมส่งแรงใจแรงเชียร์ “น้องแชมป์” ที่จะเดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันเจ็ตสกีที่ประเทศอเมริกา ในวันที่ 5-6-7 ตุลาคม 2567 นี้

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

'อดีตทูตนริศโรจน์' เผย!! เหตุการณ์น้ำโขงสูง โทษจีนได้ไม่เต็มปาก ชี้!! ตัวแปร 'พายุยางิ - 50 แม่น้ำสายย่อยในลาวไหลลงโขง' มีส่วนมาก

(16 ก.ย. 67) นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

“เหตุการณ์น้ำโขงสูงจนท่วมนั้น To be fair โทษจีนได้ไม่เต็มปากครับ เพราะอิทธิพลพายุ 'ยางิ' ครั้งนี้ทำให้เกิดพายุฝนมากในเขตลาว, เวียดนาม, พม่า, ไทย…

“สมัยผมทำงานที่ลาวเคยฟังบรรยายสรุปจาก จนท.องค์กรลุ่มแม่น้ำโขง MRC ถึงทราบว่าในลาวมีแม่น้ำสายย่อยต่าง ๆ รวม 50 สายที่ไหลลงแม่น้ำโขง และแต่ละแห่งก็มีเขื่อนทั้งสิ้น ซึ่งมีอิทธิพลต่อแม่น้ำโขงโดยตรง บางทีอาจส่งผลมากกว่าจีนด้วยซ้ำ…

“มวลน้ำเฉพาะที่ลาวอย่างเดียวก็มหาศาลแล้วครับ…

“แต่คนเข้าใจผิดนึกว่า น้ำจากเขื่อนจีนอย่างเดียว!”

'ตั้ง อาชีวะ' ชี้!! อยู่นิวซีแลนด์ ทำงานรายได้เยอะ แม้ภาษีโหด แต่ก็คุ้มกว่าเมืองไทย

เมื่อวานนี้ (15 ก.ย. 67) จากเฟซบุ๊ก 'Eakapop Luara' ของนายเอกภพ เหลือรา หรือ 'ตั้ง อาชีวะ' เสื้อแดงฮาร์ดคอร์ และผู้ต้องหาหนีคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มาลี้ภัยอยู่ในประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อปี 2557 ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า...

Maintenance Engineer and Power.

งานเครื่องกล งานไฟฟ้ากำลัง ขอให้บอกซ่อมได้หมด

ตอนอยู่ไทยเป็นแค่หนุ่มโรงงาน งานดูแลเครื่องจักรซ่อมเครื่องจักรเงินเดือนสูงสุด+OT ได้แค่ 11,005 บาท แถมการเป็นเด็กอาชีวะไทยแม่งเป็นแค่เด็กชายขอบด้วย

แต่พอมา New Zealand งานสายช่างสายอาชีพแบบนี้ เงิน 6 หลัก 7 หลักสบาย ๆ เลยครับ แล้วแบบนี้หรอจะมาคิดแทนผมว่าพวกลี้ภัยอยากกลับไทย ถุยเถอะ ให้ผมทิ้ง NZ ไปเอาเงินหมื่นกว่าบาทที่ไทยไม่ใช่ผมละ ถ้าจะมาขิงอีกว่าเมืองนอกจ่ายภาษีโหด โทษที รายรับรายได้ก็ได้โหดกว่าภาษีที่เสียไปก็แล้วกัน

"ไม่มีที่ใดสุขใจเท่าบ้านเรา"

นั่นมันบ้านมึงไม่ใช่บ้านกู5555

'รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ' จัดพิธีอำลาชีวิตรับราชการ ผู้ครบเกษียณอายุราชการ ประจำปี 2567

พล.ร.ต.ดนัย ปานแดง ผอ.รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ เป็นประธานในพิธีจัดงาน พิธีอำลาชีวิตรับราชการผู้เกษียณอายุราชการ ประจำปีงบประมาณ 2567 ณ ห้องคลองไผ่ หอประชุม รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดี 

น.อ.สมพร ระวิงทอง รองผู้อำนวยการ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ กล่าวรายงานว่า ในปีงบประมาณ 2567 โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ มีผู้ครบเกษียณอายุราชการ 46 นาย และผู้ขอลาออกจากราชการ ก่อนกำหนด 12 นาย รวม 58 นาย ทุกท่านได้ทุมเท แรงกาย แรงใจ และสติปัญญา รับใช้ราชการมาด้วยความพากเพียร วิริยะอุตสาหะ เป็นประโยชน์ต่อ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์, กรมแพทย์ทหารเรือ, กองทัพเรือ และประเทศชาติมายาวนาน รวมทั้งได้มีส่วนร่วมในการพัฒนา รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติฯ ให้มีความเข้มแข็งเจริญก้าวหน้า มาจนถึงทุกวันนี้ โดย ผอ.รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ได้เป็นประธานมอบของที่ระลึกให้กับผู้ครบเกษียณอายุราชการและผู้ขอลาออกจากราชการก่อนกำหนดทุกคน ในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย 

น.อ.พิเชฏฐ์ กรัยวิเชียร ผู้แทนผู้เกษียณอายุราชการและผู้ขอเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด ได้กล่าว ขอบคุณและระลึกอยู่เสมอว่า โรงพยาบาลแห่งนี้ เปรียบเสมือนบ้านที่อบอุ่นให้สิ่งที่มีค่ายิ่ง ที่จะตราตรึงอยู่ในจิตใจ และความทรงจำของเราอย่างมิลืมเลือน

ท้ายสุด พลเรือตรี ดนัย ปานแดง ได้กล่าวสดุดีแก่ ผู้ครบเกษียฌอายุราชการ และผู้ที่ขอลาออกจากราชการก่อนกำหนดว่า รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ มีหน้าที่ให้การสนับสนุน ภารกิจของกองทัพเรือ และให้บริการรักษาพยาบาล แก่ ทหาร ครอบครัวและประชาชนทั่วไป ในช่วงที่ผ่านมา โรงพยาบาลได้มุ่งมั่น เพื่อพัฒนาเข้าสู่ระบบงานรับรองคุณภาพโรงพยาบาล AHA ทำให้พวกเราต้องร่วมมือร่วมใจกัน แก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่างๆ จนประสบผลสำเร็จ ซึ่งถ้าปราศจากพวกท่าน การปฏิบัติงานคงไม่สัมฤทธิ์ผล ความสำเร็จและเกียรติยศชื่อเสียงของ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ที่เกิดขึ้นนี้ นับเป็นเกียรติประวัติที่น่าภาคภูมิใจ ที่ทุกท่านสมควรได้รับการยกย่องให้เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่ายิ่งของโรงพยาบาล พวกเราจะไม่ลืมเลือนคุณงามความดีของท่านทั้งหลาย จะจดจำและจารึกไว้ ตลอดไป

'พล.ต.อ.กิตติ์รัฐฯ' ลงพื้นที่ จ.เชียงราย ตรวจเยี่ยมตำรวจและประชาชนในพื้นที่อุทกภัย พร้อมกำชับดูแลความปลอดภัยพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลัง ป้องกันคนร้ายฉวยโอกาสก่อเหตุซ้ำเติม

(15 ก.ย.67) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางลงพื้นที่ จ.เชียงราย เพื่อตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัย โดยได้ประชุมติดตามสถานการณ์และมาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และตรวจสอบสถานีตำรวจและข้าราชการตำรวจที่ได้รับผลกระทบจากเหตุดังกล่าว ที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย (ภ.จว.เชียงราย) โดยมี พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน รอง ผบช.ภ.5 , พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย พร้อมด้วยตำรวจน้ำ ตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจในพื้นที่ และโรงพยาบาลดารารัศมี (โรงพยาบาลในสังกัดโรงพยาบาลตำรวจ) ร่วมประชุม 

ที่ประชุมรายงานสถานการณ์อุทกภัยใน จ.เชียงราย มีพื้นที่ประสบอุทกภัย 9 อำเภอ ได้รับผลกระทบรุนแรงใน 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง และ อ.แม่สาย ซึ่ง ผบช.ภ.5 ได้สั่งการขับเคลื่อนการช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ ตั้งแต่เกิดเหตุตลอดจนถึงช่วงการฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยได้มีการตั้งศูนย์ประสานงานร่วม ในการบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุส่วนหน้า ตั้ง ศปก.สภ.ส่วนหน้า มีการตั้งรถครัวสนามของ ภ.5 ประกอบอาหารแจกจ่ายผู้ประสบอุทกภัย รวมทั้งเป็นจุดรับบริจาคและกระจายสิ่งของให้กับประชาชน ในส่วนของการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม มีการปรับสายตรวจให้เหมาะสมกับสถานการณ์ จัดชุดสืบสวนควบคู่การทำงานกับชุดสายตรวจ มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดพลังงานโซลาร์เซลล์ให้ครบทุกจุดในพื้นที่เพื่อป้องกันเหตุ และบูรณาการในการดูแลอำนวยความสะดวกเรื่องการจราจร ทั้งการดูแลช่วงเกิดอุทกภัย และร่วมพัฒนาฟื้นฟูทำความสะอาดหลังน้ำลดด้วย ในส่วนของสถานที่ราชการของตำรวจ จากการสำรวจเบื้องต้นพบความเสียหายของสถานที่ในบางส่วนที่ถูกน้ำท่วม มีความเสียหายทางราชการประมาณ 3 ล้านบาท และพบมีข้าราชการตำรวจในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน มีบ้านพักอยู่ในพื้นที่อุทกภัย จำนวน 366 ราย

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐฯ กล่าวว่า ในการลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อมาให้กำลังใจ มอบเงินช่วยเหลือข้าราชการตำรวจและครอบครัว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และมารับฟังสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดใน จ.เชียงราย มาแนะนำวิธีการปฏิบัติในการช่วยเหลือ ดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อจะได้ประเมินผลเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติในพื้นที่ประสบอุทกภัยอื่นๆ ต่อไป โดยในเรื่องการป้องกันปราบปราม ขอให้เพิ่มมาตรการเชิงรุก บูรณาการร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้องกำหนดปรับแผนการตรวจ เพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด ตั้งจุดรับแจ้งเหตุส่วนหน้า ในสถานที่ที่เหมาะสมเป็นจุดรับแจ้งเหตุชั่วคราว หรือการรับแจ้งความทางออนไลน์ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ซึ่งต่อไปจะเป็นช่วงฟื้นฟู ขอให้ข้าราชการตำรวจบูรณาการช่วยเหลือ เยียวยา การดูแลด้านสาธารณสุข สาธารณประโยชน์ต่างๆ รวมทั้งสภาพจิตใจของผู้ประสบเหตุ พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้ถอดบทเรียนเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติกรณีเกิดอุทกภัย ภัยพิบัติ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติในกรณีเกิดภัยพิบัติต่อไป

ต่อมา พล.ต.อ.กิตติ์รัฐฯ ได้ตรวจเยี่ยมรถครัวเคลื่อนที่ ร้านปันรักษ์ เจียงฮาย เพื่อประกอบอาหารดูแลผู้ประสบอุทกภัย และลงพื้นที่เยี่ยมช่วยเหลือชาวชุมชนเกาะลอย ต.เวียง อ.เมืองเชียงราย ลุยพื้นที่โคลน นำอาหารและน้ำดื่มไปมอบให้กับพี่น้องประชาชน

จากนั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐฯ ได้เดินทางไปยัง สภ.แม่สาย เพื่อตรวจเยี่ยมพื้นที่และด่านพรมแดน อ.แม่สาย พร้อมดูทิศทางกระแสน้ำ และเยี่ยมให้ความช่วยเหลือประชาชนในจุดวิกฤติ

‘อุ๊งอิ๊ง’ ไม่รับเงินเดือนนายกฯ เตรียมมอบให้ มูลนิธิ

(15 ก.ย. 67) ในการเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร จะยึดแนวความคิดเดิม คือ การไม่รับเงินเดือนในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยจะมอบให้กับมูลนิธิต่างๆเช่นเดียวกับนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นความคิดของนางสาวแพทองธารมาตั้งแต่ต้นแล้ว

‘แน็ก ชาลี’ โดนถาม!! ทำไมไม่ไปช่วยน้ำท่วม เผย!! ถ้าไปร่างกายต้องพร้อม ไม่เป็นภาระคนอื่น

(15 ก.ย. 67) เรียกว่าทำเอาคนแห่ชื่นชมสนั่นเมื่อ แน็ก ชาลี โดนถามว่าทำไมไม่ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมทั้งๆที่ขี่เจ็ทสกีเป็น งานนี้ฟังคำตอบของเจ้าตัวไม่มีใครคัดค้านหรือตำหนิแต่ยิ่งเห็นด้วยกับความคิดของแน็ก ชาลี สุดๆ

โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา แน็ก ชาลี ไลฟ์ล่าสุดคุยกับแฟนคลับซึ่งมีคนมาตั้งคำถามว่า ทำไมแน็ก ชาลี ไม่ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วม

แน็ก ชาลี ตอบไปตรงๆว่า "อย่าไปบังคับให้คนโน้นคนนี้ต้องไปทำบุญหรือบริจาคใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งคนที่ทำบุญหรือไม่ทำบุญมันวัดไม่ได้ว่าเขาจะเป็นคนดีหรือคนไม่ดี"
"มีหลายคนมาถามว่า ทำไมไม่เอาเจ็ทสกีไปลงช่วยเหลือน้ำท่วมที่เชียงราย คือถ้าจะให้แบกเจ็ทสกีไป ก็จะเป็นลมตั้งแต่กลางทางแล้ว ร่างกายคุณต้องพร้อม ไม่ใช่ไปแล้วทำให้คนอื่นลำบากไปด้วย สุขภาพต้องดี ไม่ใช่ป่วยง่าย ลงน้ำไปเป็นไข้เลย

ก็คือช่วยเท่าที่ได้ ช่วยกันตามกำลังที่ไหว เห็นเพื่อนๆ หลายคนบอกอยากไปด้วยจิตศรัทธา แต่พอไปเลี้ยวผิด เจ็ทสกีคว่ำไปกับน้ำ คือต้องเป็นคนที่เก่งในเรื่องการขี่เจ็ทสกีด้วย อยากให้ดูตัวเองด้วย ถ้าไปแล้วทำให้คนอื่นลำบากกว่าเดิม อย่าไปเลย รวมถึงตัวผมเองด้วย"
ซึ่งทุกคนที่ได้ฟังต่างรู้สึกเห็นด้วยและยิ่งชื่นชมความคิดของชาลี
โดยก่อนหน้านี้ ก้อง ห้วยไร่ เพิ่งออกมาโพสต์รูปสลิปเงินที่แน็ก ชาลี บริจาคช่วยน้ำท่วม 500,000 บาท ซึ่งต้องบอกว่าเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่มากๆแม้ไม่ได้ไปลงพื้นที่ด้วยตัวเอง

‘ไมค์ ระยอง’โพสต์เศร้า!! เหตุผลที่ต้องย้ายประเทศ ระบุ!! เกิดจากความจำเป็น ความหวังในการแสวงหาชีวิตใหม่

(15 ก.ย. 67) ‘ไมค์ ระยอง’ ภาณุพงศ์ มะณีวงศ์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุ เหตุผลที่ต้องย้ายประเทศ ใจความว่า …

สวัสดีมวลชนที่เคารพรักทุกท่านครับ
วันนี้ผมขอใช้พื้นที่นี้เล่าเรื่องราวของการตัดสินใจครั้งที่ยากที่สุดในชีวิต นั่นคือการจากบ้าน จากครอบครัว และโดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก ‘แม่’ ผู้เป็นที่รัก เพราะการตัดสินใจย้ายประเทศในครั้งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นจากความปรารถนาที่จะทิ้งสิ่งใด แต่เกิดจากความจำเป็น และความหวังในการแสวงหาชีวิตใหม่ที่ปลอดภัยและมีเสรีภาพที่มากขึ้นกว่าเดิม

การตัดสินใจออกจากประเทศ ผมพยายามคิดอย่างถี่ถ้วนและรอบคอบที่สุด ทบทวนอยู่หลายต่อหลายครั้ง ว่าจะกระทบกับใครมากน้อยเพียงใด แต่เมื่อความคิดนั้นตกตะกอน จึงรู้ว่าผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ไม่ได้มาจากตัวผม แต่ต้นเหตุสำคัญที่แท้จริงเกิดจากกระบวนการยุติธรรมที่ไม่ยุติธรรม ได้กระทำย่ำยีกับพวกเราจนหลายคนต้องสูญเสียอิสรภาพและเลวร้ายที่สุดคือการจากลา

ผมเชื่อว่าทุกคนย่อมเข้าใจดีว่าการจากลาไม่ใช่เรื่องง่ายเลย การที่ผมต้องออกจากประเทศไทย ไม่ใช่เพราะความอ่อนแอ แต่เป็นเพราะสถานการณ์ความไม่ยุติธรรมที่ผมได้รับ ความไม่ปลอดภัย การถูกจำกัดเสรีภาพ และการที่ผมไม่สามารถแสดงออกในสิ่งที่เชื่อมั่นได้ ทำให้ต้องตัดสินใจเลือกหนทางใหม่

ซึ่งการจากกับแม่นั้นเจ็บปวดที่สุด แม่ผู้เป็นสมบัติล้ำค่าชิ้นสุดท้ายที่ผมมีในชีวิต แต่สถานการณ์ที่บีบบังคับทำให้เราสองคนต้องแยกจากกัน และการที่ต้องจากกันนั้นเป็นเรื่องที่ไม่มีคำพูดใดจะอธิบายได้ คงมีเพียงคราบน้ำตาบนใบหน้า และความรู้สึกที่จุกอยู่ภายในใจของผม
แต่ในความเศร้าและความเจ็บปวด ผมยังมีความหวังเสมอว่าวันหนึ่ง ผมจะสามารถกลับไปดูแลแม่ได้ในวาระสุดท้ายของชีวิต หรืออย่างน้อยที่สุด ผมจะสร้างอนาคตที่ดีขึ้น เพื่อคลายความกังวลของคนเป็นแม่ ให้เขาได้สบายใจที่เห็นอนาคตของลูกเป็นไปได้ด้วยดี

และผมยังหวังอีกว่า ผมจะเป็นกระบอกเสียงเพื่อนักต่อสู้ทุกคนให้อารยะประเทศได้รับรู้ถึงการกดขี่ การจำกัดสิทธิเสรีภาพผู้เห็นต่างทางการเมืองในประเทศไทย และเรียกร้องอิสรภาพให้กับคนที่ถูกดำเนินคดีจากความเห็นต่าง และเพื่อนผู้ต้องขังคดีทางการเมืองทุกคน ในฐานะพลเมืองโลก

ด้วยความเคารพและขอบคุณจากใจ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top