Monday, 15 June 2026
NEWS FEED

เชียงใหม่-WeDC Training Center จัดอบรมเสริมความรู้ เพิ่มทักษะที่สำคัญให้แก่ทันตแพทย์ จากทั่วประเทศ

ปัจจุบันทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพ (สปสช.) ได้มีโครงการเพื่อประชาชนในการรักษาทางทันตกรรมทางด้านการใส่ฟันปลอมทั้งปาก เพื่อสนับสนุนให้คนไทยสามารถเคี้ยวอาหารได้ดี และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่สูญเสียฟันไปทั้งหมด แต่จากสถานการณ์ปัจจุบันพบว่าทันตเพทย์ที่ให้บริการส่วนใหญ่มีความไม่มั่นใจในการทำฟันปลอมทั้งปากมากนัก ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพของฟันปลอม และความเจ็บปวดของคนไข้หลังทำ ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยต้องกลับมาแก้ไขหลายครั้ง 

จากปัญหาดังกล่าวทาง WeDC Training Center ได้เล็งเห็นจึงได้จัดสัมมนา "Complete Dentures: Everything you need to know" ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาความรู้เพื่อทันตแพทย์ในด้านการทำฟันปลอมทั้งปากให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นรวมถึงการนำนวัตกรรมใหม่ๆ ทางด้านดิจิทัลมาพัฒนางานของทันตแพทย์ให้ดีขึ้นด้วย โดยเนื้อหาในการอบรมครั้งนี้จะมีการปูพื้นฐานความรู้ในการทำฟันปลอม การพิมพ์ปาก รวมถึงการใส่ฟันปลอม และการแก้ไขหลังใส่ฟันปลอมอีกด้วย

ภายในงานยังได้รับเกียรติจากวิทยากรที่มากความสามารถ 8 ท่านได้แก่ ศ.ทพ.ดร.แมนสรวง อักษรนุกิจ,ผศ.ทพ.ดร.พิริยะ ยาวิราช,รศ.ทพ.ศุภชัย สุพรรณกุล,ผศ.ทพ.ดร.พิสัยศิษฏ์ ชัยจรีนนท์,ผศ.ทพ.ดร.กฤช กมลขันติกุล,อ.ทพ.ดร.อภิชัย ยาวิราช,ทพ. ณัฐทรงสักก์ ปัญญาสุขศรี และ ทพ. ทศพล สิริประภาสุข ซึ่งแต่ละท่านได้มีผลงานพร้อมทั้งเชี่ยวชาญในด้านทันตกรรมเป็นอย่างดี โดยผู้เข้าร่วมอบรมจะได้รับความรู้ด้าน การถอนฟัน การประเมินผู้ป่วยฟันปลอมทั้งปาก และวางแผนการรักษา การพิมพ์ปากด้วยเทคนิคต่างๆ และ การทำฟันปลอมด้วยเทคนิค SEMCD นอกจากนั้นแล้วยังมีหัวข้อที่น่าสนใจอาทิเช่น การทำฟันปลอมโดยใช้เทคนิคแนวคิดเขตเป็นกลาง (Neutral zone technique) การประเมินความสูงใบหน้าของคนไข้ และการสบฟัน ตลอดจนการออกแบบการสบฟันในฟันปลอมทั้งปาก ฯลฯ
 
ด้าน รศ.ทพ.ศุภชัย สุพรรณกุล กล่าวว่า “ปัจจุบัน ปัญหาสุขภาพในช่องปากเป็นหนึ่งในปัญหาที่สำคัญของสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งประเทศไทยของเรากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการบูรณะภายในช่องปากเพื่อให้มีการบดเคี้ยวได้ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผู้ป่วยในกลุ่มผู้สูงอายุ มีสุขภาพแข็งแรง และสามารถดูแลช่วยเหลือตัวเองได้ นอกจากนั้น ฟันปลอมยังเป็นส่วนสำคัญในการทำให้ผู้ป่วยมีความมั่นใจที่จะเข้าสังคมมากขึ้น มีการปฏิสัมพันธ์กับครอบครัว ลูกหลานรวมถึงสังคมรอบตัว ส่งผลให้มีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น 

ดังนั้น ทันตแพทย์จึงไม่ได้มีบทบาทแค่เฉพาะในการบูรณะฟันอย่างเดียวแต่มีบทบาทในการปรับปรุงสุขภาพกายและสุขภาพจิตโดยรวมด้วย ดังนั้นในการจัดประชุมครั้งนี้ เราจะมุ่งประเด็นไปสู่การทำฟันปลอมถอดได้ในช่องปาก โดยหากผู้สูงอายุมีการสูญเสียฟันในช่องปากไป การบดเคี้ยวก็จะถดถอย ไม่มีประสิทธิภาพอย่างมีนัยสำคัญ การมีฟันปลอมถอดได้ทั้งปากที่ดี จะทำให้ผู้ป่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ดีขึ้น ดังนั้นการประชุมวิชาการครั้งนี้ จึงมุ่งเน้นการพัฒนาความรู้ในการทำฟันปลอมทั้งปาก ทำให้โดยเผยแพร่ความรู้และพัฒนาศักยภาพของทันตแพทย์ทำให้การทำฟันปลอมทั้งปากทำได้ดีมากขึ้นซึ่งจะส่งผลในการส่งเสริมสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย”

โดยทางบริษัท ดีว่า เมดิคอล ซัพพลาย จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่าย วัสดุอุปกรณ์ และนวัตกรรมทางด้านทันตกรรม รวมถึงบริษัทอื่นๆที่จัดจำหน่ายวัสดุทางทันตกรรม รวมทั้งหมด 9 บริษัท ได้เข้าร่วมสนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อสนับสนุนทีมอาจารย์ และทันตแพทย์ ให้ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพ มาตรฐานสากล ยกระดับการรักษาและบริการให้กับคนไข้ เทียบเท่ามาตรฐานสากล
 
งานนี้มีทันตแพทย์กว่า 150 ท่านจากทั่วประเทศเดินทางเข้าร่วมงาน ณ โรงแรม Kantary Hills Chiang Mai ถนนนิมมานเหมินทร์ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 10-11 สิงหาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 9.00-17.00 น.

'รัดเกล้า' เตือน!! ข่าวโปรโมชัน ปตท.เติมน้ำมัน 245 บาท เป็นเฟกนิวส์ แนะ!! ควรตรวจสอบแหล่งที่มาให้แน่ชัด ก่อนเชื่อหรือส่งต่อ

(9 ส.ค. 67) นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่พบว่ามีการนำเสนอโปรโมชันเติมน้ำมัน 245 ฟรี 245 บาท ผ่านข้อความ SMS และให้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์เพื่อรับสิทธิ์ โดยมีการใช้ชื่อ ปตท. นั้น บริษัท ปตท. น้ำมัน และการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) กระทรวงพลังงาน ชี้แจงว่า ปตท. ไม่ได้จัดทำประชาสัมพันธ์หรือโปรโมชัน และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการดังกล่าวนี้แต่อย่างใด

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอให้ตรวจสอบข้อมูลข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ โดยข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และบริการจากบริษัท ปตท. น้ำมัน และการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) กระทรวงพลังงาน สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.pttor.com หรือ โทร. 02-196-5959

ทั้งนี้ รัฐบาล โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มีความห่วงใยประชาชนถึงข่าวปลอม (fake news) ที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ และโซเชียลมีเดีย ซึ่งหากขาดความรู้ และมีการส่งต่ออาจทำให้ได้รับข้อมูลที่ผิด และส่งผลกระทบกับประชาชนที่หลงเชื่อ โดยประชาชนสามารถติดตามข่าวสาร และชี้แจงเบาะแสข่าวปลอมได้ที่เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ หรือโทรสายด่วนศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม GCC 1111 ต่อ 87 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

‘กฟผ.’ ประกาศอัดฉีด ‘จอมพลัง’ ทีมชาติไทย โอลิมปิกปารีส 2024 ชี้!! หาก ‘ส้ม ดวงอักษร’ นักกีฬาคนสุดท้าย คว้าทองได้ รับไปเลย 5 ลบ.

(9 ส.ค.67) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ประกาศอัดฉีดจอมพลังทีมชาติไทย ชุดโอลิมปิกเกมส์ 2024 เหรียญเงิน 3 ล้านบาท และเหรียญทองแดง 2 ล้านบาท หากจอมพลังคนสุดท้าย ‘ส้ม’ ดวงอักษร ใจดี พิชิตเหรียญทอง รับไปเลย 5 ล้านบาท โดยมีกำหนดการมอบเงินในวันที่ 14 สิงหาคมนี้ ที่ห้องประชุมเกษม จาติกวณิช การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่

ตามที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นผู้สนับสนุนหลักของสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทยมาอย่างยาวนาน จนทำให้กีฬายกน้ำหนักของไทยสามารถก้าวไปอยู่ระดับแนวหน้าของโลก

จากผลงานการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2024 ‘ปารีสเกมส์’ ขณะนี้จอมพลังไทยสามารถคว้ามาแล้ว 2 เหรียญเงิน จาก ธีรพงศ์ ศิลาชัย ในรุ่น 61 กก.ชาย, วีรพล วิชุมา รุ่น 73 กก.ชาย และ 1 เหรียญทองแดง จากสุรจนา คำเบ้า รุ่น 49 กก.หญิง

ล่าสุด กฟผ.ได้แจ้งกับสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทยว่า จะมอบเงินให้กับนักกีฬายกน้ำหนักที่ได้รับเหรียญรางวัล โดยเหรียญเงินจะมอบให้ 3 ล้านบาท และเหรียญทองแดง 2 ล้านบาท

ทั้งนี้ ยังมีนักกีฬายกน้ำหนักอีก 1 คน คือ ดวงอักษร ใจดี ที่เตรียมขึ้นเวทีแข่งขันในวันที่ 11 สิงหาคมนี้ เวลา 16.30 น.ตามเวลาประเทศไทย หากสามารถคว้าเหรียญทองมาครองได้ จะมอบเงินให้จำนวน 5 ล้านบาท โดยกำหนดการมอบเงินรางวัลจะมีขึ้นในวันที่ 14 สิงหาคม 2567 เวลา 15.30 น. ที่ห้องประชุมเกษม จาติกวณิช การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เป็นผู้สนับสนุนหลักของสมาคมกีฬายกน้ำหนักฯ มาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งในปีแรกสนับสนุนงบประมาณ 7,000,000 บาท และในปีนั้นมีการแข่งขันโอลิมปิก ครั้งที่ 28 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ จอมพลังไทยทำผลงาน 2 เหรียญทอง 2 เหรียญทองแดง ก่อนที่ในโอลิมปิกครั้งต่อ ๆ มา นักยกลูกเหล็กของไทยก็สามารถคว้าเหรียญรางวัลได้อย่างต่อเนื่อง จนถึงโอลิมปิกเกมส์ 2024

อนึ่ง คณะนักกีฬายกน้ำหนักทีมชาติไทยชุดโอลิมปิกเกมส์จะเดินทางกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ในวันที่ 14 สิงหาคม 2567 โดยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG931 เวลา 05.50 น.

สรุปเงินรางวัลจากการคว้าเหรียญเงินของทัพยกน้ำหนักไทย มาจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย 7.2 ล้านบาท (จ่ายเป็นเงินก้อนอัตราร้อยละ 50 ส่วนอีกร้อยละ 50 แบ่งจ่ายเป็นรายเดือนในระยะเวลา 4 ปี), เงินเดือนจากคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เดือนละ 10,000 บาท เป็นเวลา 20 ปี เป็นเงิน 2.4 ล้านบาท, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) 3 ล้านบาท และจาก บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) 5 แสนบาท รวมเป็นเงิน 13.1 ล้านบาท

สำหรับเงินรางวัลจากการคว้าเหรียญทองแดงของทัพยกน้ำหนักไทย มาจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย 4.8 ล้านบาท (จ่ายเป็นเงินก้อนอัตราร้อยละ 50 ส่วนอีกร้อยละ 50 แบ่งจ่ายเป็นรายเดือนในระยะเวลา 4 ปี), เงินเดือนจากคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เดือนละ 8,000 บาท เป็นเวลา 20 ปี เป็นเงิน 1.92 ล้านบาท, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) 2 ล้านบาท และจาก บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) 3 แสนบาท รวมเป็นเงิน 9.02 ล้านบาท

'ไปรษณีย์ไทย' จัดทำแสตมป์เฉลิมพระเกียรติ ‘สมเด็จพระพันปีหลวง' วางจำหน่าย 12 สิงหาคมทั่วประเทศ ในราคาดวงละ 9 บาท

(9 ส.ค.67) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ออกแสตมป์เทิดพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 92 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อัญเชิญพระฉายาลักษณ์ในฉลองพระองค์ชุดราตรีตัดเย็บด้วยผ้าไหม ประดับด้วยลูกปัดเลื่อม และปีกแมลงทับ มาจัดพิมพ์เป็น ดวงแสตมป์ ประกอบตราพระนามาภิไธยย่อ ส.ก. พร้อมเทคนิคพิเศษพิมพ์ทองบริเวณขอบนอกของแสตมป์และพิมพ์สปอตยูวีบริเวณเครื่องประดับและลวดลายปีกแมลงทับที่ฉลองพระองค์ พร้อมจำหน่าย 12 สิงหาคมนี้ ที่ไปรษณีย์ในกรุงเทพฯ และไปรษณีย์ประจำจังหวัด หรือช่องทางออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน/เว็บไซต์ www.thailandpostmart.com

ด้าน ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยจัดสร้างแสตมป์ที่ระลึกชุดวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 92 พรรษา 12 สิงหาคม 2567 โดยแสตมป์ชุดดังกล่าวได้อัญเชิญพระฉายาลักษณ์ในฉลองพระองค์ชุดราตรีตัดเย็บด้วยผ้าไหม ประดับด้วยลูกปัดเลื่อม และปีกแมลงทับมาจัดพิมพ์เป็น ดวงแสตมป์ ประกอบตราพระนามาภิไธยย่อ ส.ก. และยังได้ใช้เทคนิคพิเศษพิมพ์ทองบริเวณขอบนอกของแสตมป์และพิมพ์สปอตยูวีบริเวณเครื่องประดับและลวดลายปีกแมลงทับที่ฉลองพระองค์ เพื่อให้เกิดความเงาแวววาว สำหรับงานตกแต่งด้วยปีกแมลงทับนั้น สืบเนื่องจากพระราชดำริของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแนวทางให้นำปีกแมลงทับมาประดับบนฉลองพระองค์ รวมถึงนำมาทำเป็นเครื่องประดับประเภทต่าง ๆ โดยให้มีการศึกษาค้นคว้าและวิจัยการเพาะเลี้ยงแมลงทับเพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบในการประดิษฐ์เป็นผลิตภัณฑ์ของมูลนิธิศิลปาชีพอย่างยั่งยืนเพื่อเป็นศิลปหัตถกรรมคงอยู่คู่ชาติไทย

ทั้งนี้ แสตมป์จะจำหน่ายในราคาดวงละ 9 บาท (เต็มแผ่น 10 ดวง) ซองวันแรกจำหน่ายราคา 21 บาท โดยออกจำหน่าย 12 สิงหาคมนี้ ที่ไปรษณีย์ในกรุงเทพฯ และไปรษณีย์ประจำจังหวัด หรือทางออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน/เว็บไซต์ www.thailandpostmart.com หรือสอบถามเพิ่มเติมฝ่ายบริหารลูกค้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์บริการไปรษณีย์ โทร 0 2573 5480 , 0 2573 5463

กระบี่- กสทช.ภาค 4 จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการฝึกซ้อม การใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยใช้คลื่นความถี่ในการติดต่อ ประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชน กรณีเกิดภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน”

(9 ส.ค.67) เวลา 08.30-16.30 น.ณ โรงแรมดีวาน่า พลาซ่า กระบี่ อ่าวนาง จังหวัดกระบี่ โดยมี นายธานี หะยีมะสา ปลัดจังหวัดกระบี่เป็นประธานในพิธีเปิด นายสุวรรณรัตน์ ทองใส ผู้อำนวยการสำนักงาน กสทช. เขต 42 กล่าวรายงาน “โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการฝึกซ้อมการใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยใช้คลื่นความถี่ในการติดต่อ ประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชน กรณีเกิดภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน” และสมาชิกผู้เข้าร่วมประชุม ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการวิทยุกระจายเสียงในพื้นที่ สมาคมวิทยุสมัครเล่น และประชาชนในวันนี้

ตามที่ผู้อำนวยการ สำนักงาน กสทช. เขต 42 ได้กล่าวมาตั้งแต่ต้น ด้วยในปัจจุบันสถานการณ์ภัยพิบัติ เหตุฉุกเฉิน เหตุอุทกภัย ที่เป็นภัยธรรมชาติมีแนวโน้มทวีความรุนแรงและเกิดขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ส่วนใหญ่ของภาคใต้เป็นพื้นที่ราบ สลับกับภูเขา และติดชายฝั่งทะเล ซึ่งเกิดภัยพิบัติทุกปีการปฏิบัติงานช่วยเหลือในสถานการณ์ดังกล่าว ทั้งก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ  จำเป็นต้องมีการบูรณาการ ประสานความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ / ทั้งนี้ ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญคือ  การมีระบบติดต่อประสานงานสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ แต่อย่างไรก็ดี เหตุภัยพิบัติและเหตุฉุกเฉิน ที่ผ่านมาหลายครั้ง พบว่าการติดต่อประสานงานดังกล่าว ยังไม่เป็นระบบและไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ดังนั้น เพื่อให้การประสานงานของภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ได้มีการเตรียมความพร้อมในการแก้ไขข้อขัดข้องของระบบโทรศัพท์ประจำที่ โทรศัพท์เคลื่อนที่ ระบบวิทยุคมนาคม และระบบโทรคมนาคมอื่นๆ ให้สามารถติดต่อสื่อสารถึงกันได้ ในการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยให้กับประชาชน และการประสานงานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน  หรือบรรเทาความเดือนร้อนของผู้ประสบภัย ตลอดจนให้มีการประกาศ ประชาสัมพันธ์ รับแจ้งเหตุและรายงานสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องมีการฝึกซ้อมแผนบูรณาการบุคลากร  และข่ายวิทยุสื่อสาร เตรียมความพร้อม กรณีเกิดเหตุฉุกเฉินหรือภัยพิบัติ เพื่อรองรับสถานการณ์ กรณีเกิดภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน ในเขตพื้นที่จังหวัดกระบี่ ต่อไป

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ร่วมกับกระทรวงแรงงาน จัดกิจกรรมจิตอาสา บริการประชาชน

วันที่ 9 สิงหาคม 2567 นางเธียรรัตน์ ประธานมูลนิธิ ฯ เปิดเผยว่า ในวันนี้ มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ จับมือกับกระทรวงแรงงาน ร่วมกิจกรรมจิตอาสาเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวโรกาส วันคล้ายวันเฉลิมพระชมมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ 12 สิงหาคม 2567 ณ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม โดยมอบหมวกกันน็อค ที่ได้รับการสนับสนุนจาก เครือเจริญโภคภัณฑ์ น้ำดื่มจาก กลุ่มไทยสมายล์บัส และขนมขบเคี้ยวสนับสนุนจาก บริษัท ไบ่ลี่ เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด เพื่อมอบให้กับพี่น้องประชาชน และนักเรียน ที่มาร่วมกิจกรรมในวันนี้กว่า 5,000 คน 

กิจกรรมจิตอาสาเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวโรกาส วันคล้ายวันเฉลิมพระชมมพรรษา  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  12 สิงหาคม 2567 ในวันนี้  จัดขึ้นโดยศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน (ศอญ.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน โดยมี ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์ ผู้แทนจากหน่วยราชการในพระองค์  เป็นประธานในพิธีเปิด และ พล.ต.ท. นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผู้บัญชาการตำรวจภาค 7 พร้อมด้วย นายยงยุทธ สวนทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ให้การต้อนรับ ณ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม 

ภายในงานมีกิจกรรม มากมาย อาทิ การฝึกอาชีพอิสระ การทำกระเป๋าผ้าพิมพ์เทียน การทำพวงกุญแจหินมงคล การทำกระเป๋าสตางค์หนัง บริการตัดผม และการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า บริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น ซึ่งพี่น้องประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงต่างให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก สามารถนำความรู้ไปต่อยอดในการประกอบอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวได้ 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 92 พรรษา 12 สิงหาคม 2567

วันนี้ (9 สิงหาคม 2567) เวลา 08.00 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานกิจกรรมเนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 92 พรรษา 12 สิงหาคม 2567 ณ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยคุณนิภาพรรณ สุขวิมล นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ , ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ , คณะสมาคมแม่บ้านตำรวจ และข้าราชการตำรวจในสังกัดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมพิธี

เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 92 พรรษา 12 สิงหาคม 2567 สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดให้มีการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ฯ ด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยพิธีต่างๆ ประกอบด้วย พิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล , พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 93 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล และพิธีถวายพระพรชัยมงคลและลงนามถวายพระพร

ทั้งนี้ เนื่องในโอกาสอันเป็นมหามงคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนข้าราชการตำรวจ ลูกจ้างในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2567 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์  ระหว่างวันที่ 11-13 สิงหาคม 2567 https://wellwishes.royaloffice.th/

'ก.ต่างประเทศไทย' ออกแถลงการณ์ ยืนยันความภาคภูมิใจ ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

เมื่อวานนี้ (8 ส.ค.67) นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศ ต่อกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งยุบพรรคก้าวไกล โดยยืนยันว่า...

คำวินิจฉัยดังกล่าว เป็นเอกสิทธิ์ และอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งอยู่ภายใต้ บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ตามหลักการแบ่งแยกอำนาจ และคำตัดสินของศาล เป็นสิ่งที่ไม่อาจสามารถแทรกแซงได้ โดยอำนาจอื่นหรืออำนาจรัฐบาล และผลคำตัดสินดังกล่าวมีผลผูกพันตามกฎหมาย และต้องได้รับความเคารพโดยปวงชนชาวไทย

อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ยังเน้นย้ำอีกว่า ประเทศไทยจะยังคงดำเนินแนวทางค่านิยมตามหลักการประชาธิปไตย และในฐานะรัฐภาคีของกติการะหว่างประเทศ ว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง และย้ำความมุ่งมั่นต่อพันธกรณี และเสรีภาพการแสดงออก เสรีภาพในการสมาคม เสรีภาพในการชุมนุมอย่างสันติ และเสรีภาพในการจัดตั้งพรรคการเมือง

ประเทศไทยมีความภาคภูมิใจในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นส่วนสำคัญยิ่งต่อขนบประเพณีไทย ที่สร้างความเป็นชาติตลอดห้วงประวัติศาสตร์ของไทย และประเทศไทย จะดำเนินตามขนบประเพณีและระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนี้อย่างมั่นคง ด้วยความภาคภูมิใจ และมีศักดิ์ศรี พร้อมเชื่อมั่นว่า ประชาชนคนไทยทุกคน จะเคารพในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และร่วมการนำพาประเทศไปข้างหน้า ตามวิถีทางประชาธิปไตยต่อไป

‘เทนนิส’ โพสต์!! บอกลาน้ำหนัก 49 กก. หลังคว้าทองโอลิมปิกสมัยที่ 2 ลั่น!! กลับเมืองไทยจะขอกินแบบจัดเต็ม ปลดล็อกคุมน้ำหนักนาน 10 ปี

(9 ส.ค.67) ‘เทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ’ นักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย รุ่น 49 กิโลกรัมหญิง คว้าเหรียญทองเหรียญแรกในโอลิมปิกกรุงปารีส 2024 ให้กับทีมไทย พร้อมสร้างประวัติศาสตร์บทใหม่ด้วยการเป็นนักกีฬาไทยคนแรกที่สามารถคว้าเหรียญรางวัลจากโอลิมปิกได้สามครั้งซ้อน ทำเอาแฟน ๆ ชาวไทยต่างภูมิใจกันทั่วประเทศ

ล่าสุด เทนนิส พาณิภัค ได้ออกมาโพสต์ภาพตนเองในชุดสปอร์ตบรา อวดหุ่นน้ำหนักที่ 49 กิโลกรัม โดยเจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า "บ๊ายบาย !! หนูนิสที่หนัก 49 kg. ~"

โดยก่อนหน้านี้ เทนนิส ได้เคยให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่าเมื่อกลับประเทศไทยจะขอกิน เนื่องจากลดน้ำหนักมานานมาก ๆ เพราะต้องรักษาน้ำหนักที่ 49 กิโลกรัมมานานเป็น 10 ปี จากนี้อาจจะเจอเทนนิสที่มีน้ำมีนวลขึ้น เพราะได้ปลดปล่อยแล้ว

ซึ่งก็ได้มีแฟน ๆ ทั้งในและนอกวงการต่างเข้ามาคอมเมนต์กันเพียบ โดยบอกว่าต่อจากนี้ได้เวลากินแล้ว

เชียงใหม่-แถลงข่าว “วิ่งการกุศลมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ - เชียงใหม่มาราธอน 2567 ครั้งที่ 8”

สมาคมนักศึกษาเก่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดงานแถลงข่าว “วิ่งการกุศลมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ - เชียงใหม่มาราธอน 2567 ครั้งที่ 8 (CMU - Chiang Mai Marathon 2024)” ชิงรางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้ธีม “Precious Memories” ความทรงจำอันล้ำค่าในรั้วมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่ทุกคนได้มาใช้เวลาวิ่งร่วมกันตลอด 7 ปีที่ผ่านมา โดยมีศาสตราจารย์ ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงาน พร้อมด้วย คุณสุมิตร เพชราภิรัชต์ นายกสมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ณัฐ วรยศ  คุณสมยศ วงษ์ทองสาลี ที่ปรึกษาสมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่  ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิชญ์ จันทร์ฉาย คณะผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักศึกษา ศิษย์เก่า สื่อมวลชน ตลอดจนผู้สนใจกิจกรรม ร่วมการแถลงข่าว ณ Auditorium ชั้น 3 อาคารศูนย์นวัตกรรมการสื่อสาร (CIC) คณะการสื่อสารมวลชน เมื่อวันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2567

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ สมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กำหนดจัดแข่งขันการวิ่งการกุศลมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ - เชียงใหม่มาราธอน 2567 ครั้งที่ 8 (CMU - Chiang Mai Marathon 2024) ชิงรางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม 2567 ในธีม “Precious Memories” ความทรงจำอันล้ำค่าในรั้วมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่ทุกคนได้มาใช้เวลาวิ่งร่วมกันตลอด 7 ปีที่ผ่านมา 

ความพิเศษของ CMU – Chiang Mai Marathon 2024 คือเหรียญรางวัลซีรีส์ 2 (2nd Generation) ซึ่งเป็นชิ้นสุดท้ายที่ทำให้โมเดลหอนาฬิกาเสร็จสมบูรณ์ โดยเป็นฝาปิดด้านบนของหอนาฬิกา เพื่อเก็บเรื่องราวที่ดีและความทรงจำอันล้ำค่าของนักวิ่งทุกคนไว้ตลอดไป รวมถึงการจัดงานในรูปแบบ Carbon Neutral Event ที่ช่วยลดและชดเชยการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์หรือก๊าซเรือนกระจกจากการใช้พลังงานและทรัพยากรในการจัดงาน เช่น การใช้ภาชนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการขยะและของเหลือใช้ การใช้รถไฟฟ้าหรือเชื้อเพลิงสะอาด การจัดซื้อคาร์บอนเครดิตชดเชย (Carbon Credit) เพื่อยื่นขอ
ใบประกาศนียบัตรรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์กรมหาชน) ต่อไป 

ในปีนี้ เปิดรับสมัครนักวิ่งที่สนใจสองรอบ คือรอบ VIP วันที่ 8 สิงหาคม 2567 เวลา 10.08 น. ถึงก่อนเที่ยงคืนของวันที่ 15 กันยายน 2567 และรอบปกติในวันที่ 26 สิงหาคม 2567 เวลา 10.08 น. ถึงวันที่ 15 กันยายน 2567 ทางเว็บไซต์ www.cmu-marathon.com ทั้งรูปแบบ Onsite และ Virtual Run 

โดยมีอัตราขอรับบริจาคดังต่อไปนี้ รูปแบบ Onsite รับสมัครนักวิ่งไม่เกิน 7,000 คน VIP ระยะทางตามระยะที่สมัคร อัตราขอรับบริจาค 3,000 บาท, Full Marathon ระยะทาง 42.195 km. อัตราขอรับบริจาค 1,200 บาท, Half Marathon ระยะทาง 21.1 km. อัตราขอรับบริจาค 1,000 บาท, Mini Marathon ระยะทาง 10.5 km. อัตราขอรับบริจาค 800 บาท และ Fun Run ระยะทาง 5 km.  อัตราขอรับบริจาค 600 บาท

นักวิ่งที่ติดอันดับ Top 30 จาก Virtual Run ของปีที่ผ่านมา ระบบจะส่งข้อมูลให้ท่านผ่านทางอีเมลเพื่อลงทะเบียนล่วงหน้าในระหว่างวันที่ 8 - 25 สิงหาคม 2567 

รูปแบบ Virtual Run ครั้งที่ 5 รับสมัครไม่จำกัดจำนวน  Iron Heart ระยะทาง 123 km. อัตราขอรับบริจาค 1,288 บาท,Full Marathon ระยะทาง 42.195 km. อัตราขอรับบริจาค 1,030 บาท, Half Marathon ระยะทาง 21.1 km. อัตราขอรับบริจาค 824 บาท, Mini Marathon ระยะทาง 10.5 km. อัตราขอรับบริจาค 618 บาท และCombo ระยะใดก็ได้ (รับเหรียญและเสื้อ อัตราขอรับบริจาค 2,266 บาท Finisher ทั้ง Full, Half, Mini)โดยกำหนดส่งผลการวิ่งก่อนเที่ยงคืนของวันที่ 1 ธันวาคม 2567 

ทั้งนี้ อัตราขอรับบริจาคข้างต้นยังไม่รวมค่าธรรมเนียมในการโอนเงินบริจาคทางอิเล็กทรอนิกส์ 

สำหรับรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย จัดสรรเป็นทุนการศึกษาแก่นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สำนักหอพักนักศึกษา สมทบทุนสมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการจัดกิจกรรมเพื่อสาธารณะประโยชน์ และนำรายได้ส่วนหนึ่งทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยเสด็จพระราชกุศลตามอัธยาศัย

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และสมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอขอบคุณผู้สนับสนุนและนักวิ่งทุกท่านที่สนใจเข้าร่วมการแข่งขันการวิ่งการกุศลมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ - เชียงใหม่มาราธอน 2567 ครั้งที่ 8 (CMU - Chiang Mai Marathon 2024) และขอความอนุเคราะห์ประชาชนโปรดหลีกเลี่ยงเส้นทาง การแข่งขันในวันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม 2567 เพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยแก่นักวิ่ง 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top