Tuesday, 15 September 2026
NEWS FEED

OR ผนึกกำลังหน่วยทหารพัฒนาเคลื่อนที่ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.น่าน ส่งมอบ!! ‘น้ำดื่ม - อาหาร’ บรรเทาความเดือดร้อน ในพื้นที่เข้าถึงยาก

(27 ก.ค. 68) บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ร่วมกับ หน่วยทหารพัฒนาเคลื่อนที่ 31 (นพค.31) หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย นำโดย พันเอก จิรายุ จิตธรรม ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 31 ส่งมอบน้ำดื่ม จำนวน 9,600 ขวด ให้แก่ นายนิวัฒน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน รวมทั้งร่วมลงพื้นที่มอบอาหารและน้ำดื่มให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอเมืองน่าน และอำเภอเวียงสา ที่ประสบภัยพิบัติรุนแรง และเข้าถึงได้ยาก นอกจากนี้ OR ยังได้ส่งมอบน้ำดื่มเพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลน่าน โดยมี นายแพทย์ณัฐวิชช์ จักรเจริญฤทธิ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการพิเศษและสื่อสารองค์กร โรงพยาบาลน่าน เป็นผู้รับมอบ 

ความช่วยเหลือครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของ OR ในการบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัย โดยก่อนหน้านี้ OR ได้ส่งมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดน่านมาแล้ว ทั้งนี้ OR ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้การสนับสนุนเป็นไปอย่างทันท่วงทีและทั่วถึง และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน

ผู้ใช้ TikTok โพสต์คลิป สุดประทับใจ!! ขับรถตามพี่ทหาร ไป 50 โล เพื่อให้ขนมไปกินระหว่างทาง ขอบคุณที่ช่วยปกป้อง แผ่นดินของเรา

(27 ก.ค. 68) ผู้ใช้ TikTok ‘mam_mam77’ ได้โพสต์คลิปสุดประทับใจ พร้อมใส่ข้อความระบุว่า ...

กำลังใจจากแนวหลัง ขับตามพี่ๆทหารมาประมาณ 50 โล ได้ คิดว่าจอดไหนก็จะตามไป ขนมมันอาจเล็กน้อย เอาไว้กินกันกลางทางนะพี่ สู้ๆปลอดภัยกลับมาทุกนายนะคะ 

ตื่นเต้นจนพูดไรไม่ออกเลย

เปิดภาพความเสียหาย ‘รพ.สต.ศรีสะเกษ’ หลังถูก!! กระสุนปืนใหญ่ ‘กัมพูชา’ ยิงถล่ม

เมื่อวานนี้ (26 ก.ค. 68) เกิดเหตุทหารกัมพูชายิงปืนใหญ่ข้ามพรมแดนเข้ามายังพื้นที่ฝั่งไทย กระสุนปืนตกลงใส่อาคารโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแห่งหนึ่งในจังหวัดศรีสะเกษ ส่งผลให้อาคารได้รับความเสียหายอย่างหนัก

จากการตรวจสอบ พบว่ากระสุนทะลุผ่านเข้ามาภายในตัวอาคาร ทำให้สิ่งปลูกสร้างและอุปกรณ์ทางการแพทย์บางส่วนได้รับความเสียหาย โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการประเมินความเสียหายและเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่แนวชายแดน

‘ฮุน มาเนต’ โพสต์ขอบคุณ ‘ทรัมป์’ ที่อาสาช่วยหย่าศึก ‘ไทย-กัมพูชา’ พร้อมบลัฟต่อ!! หวังว่าไทยจะไม่เปลี่ยนจุดยืน เหมือนที่เคยรับปาก

(27 ก.ค. 68) ‘ฮุน มาเนต’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

ในคืนวันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ผมได้สนทนาทางโทรศัพท์กับท่านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับการปะทะด้วยอาวุธตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย

ระหว่างการสนทนา ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาได้แสดงความปรารถนาที่จะไม่เห็นสงครามหรือการสู้รบที่จะนำไปสู่การสูญเสียชีวิตและการบาดเจ็บจำนวนมากของทั้งสองฝ่าย รวมถึงทหารและพลเรือน ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงพยายามไกล่เกลี่ยและยุติความขัดแย้งในหลายประเทศทั่วโลกได้สำเร็จมาโดยตลอด
เกี่ยวกับการสู้รบระหว่างกองทัพกัมพูชาและกองทัพไทย ท่านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปรารถนาที่จะเห็นการหยุดยิงและสันติภาพระหว่างสองประเทศโดยทันที

เพื่อเป็นการตอบโต้ ผมได้ชี้แจงอย่างชัดเจนต่อท่านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่ากัมพูชาเห็นด้วยกับข้อเสนอการหยุดยิงโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไขระหว่างกองทัพทั้งสอง อันที่จริง ก่อนหน้านี้ ผมได้แสดงจุดยืนนี้ต่อท่านอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียและประธานอาเซียนหมุนเวียนคนปัจจุบัน เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568

หลังจากที่ท่านได้พูดคุยกับท่านภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีของไทย ท่านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แจ้งข่าวดีแก่ผมว่า ฝ่ายไทยก็เห็นด้วยกับข้อเสนอของท่านประธานาธิบดีที่ให้มีการหยุดยิงโดยทันที ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับทหารและประชาชนของทั้งสองประเทศ

ผมหวังว่าฝ่ายไทยจะไม่เปลี่ยนจุดยืนเหมือนที่เคยทำกับความพยายามประสานงานของนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม

ผมได้มอบหมายให้ท่านปรัก โสคนน์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ หารือกับท่านมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และให้ท่านช่วยประสานงานกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย เพื่อนำหลักการที่ตกลงกันไว้ไปปฏิบัติโดยเร็ว โดยมีเป้าหมายเพื่อยุติการเสียชีวิตและการบาดเจ็บของทหารและพลเรือนทั้งสองฝ่าย

ผมขอขอบคุณประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สำหรับความคิดริเริ่มและการไกล่เกลี่ยเพื่อยุติการสู้รบและสันติภาพระหว่างกัมพูชาและไทยโดยทันที ผลลัพธ์อันยอดเยี่ยมนี้จะช่วยปกป้องชีวิตของทหารและพลเรือนจำนวนมากที่อาจสูญเสียหรือได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ และจะช่วยให้ผู้ลี้ภัยหลายแสนคนสามารถเดินทางกลับหมู่บ้านของตนเพื่อดำเนินชีวิตประจำวันต่อไปอย่างปลอดภัยและสงบสุข

เด็กไทย คว้ารางวัล!! ชีววิทยาโอลิมปิกระหว่างประเทศ จาก เมืองเกซอนซิตี สาธารณรัฐฟิลิปปินส์

(27 ก.ค. 68) แทแดนซ์….1 เหรียญทอง กับ 3 เหรียญเงิน ผลงานปัง..ปัง!! จากการแข่งขันชีววิทยาโอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 36 (International Biology Olympiad – IBO 2025) ซึ่งถูกจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 27 กรกฎาคม 2568 ณ เมืองเกซอนซิตี สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ที่ผ่านมา 

ใครได้เหรียญอะไรกันบ้าง รายละเอียดตามข้างล่างนี้เลย

1. นายชญาณ์ชนญ์ เจียมเวชวิทยาภร จากโรงเรียนกำเนิดวิทย์ จ.ระยอง  ได้รับเหรียญทอง

2. นายนภหิรัณย์ สถิรประภากุล จากโรงเรียนกำเนิดวิทย์ จ.ระยอง ได้รับเหรียญเงิน

3. นางสาวอัยยา กัญจนานภานิช จากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม ได้รับเหรียญเงิน

4. นายธีระ ยรรยงชัยกิจ จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพมหานคร ได้รับเหรียญเงิน

การแข่งขันครั้งนี้คงจะไม่สำเร็จเสร็จสิ้นแบบไร้ที่ติแบบนี้ หากขาดแรงผลักดันทางวิชาการ และการดูแลอย่างอบอุ่นจากทีมอาจารย์ ดังนี้

• รศ.ดร.ชัชวาล ใจซื่อกุล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวหน้าทีม
• ผศ.ดร.กิตติคุณ วังกานนท์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รองหัวหน้าทีม
• ผศ.ดร.สมพิศ สามิภักดิ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้ช่วยหัวหน้าทีม
• ดร.ชนติ จันทรโชติชัชวาล มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ช่วยหัวหน้าทีม
• ผศ.ดร.สาวิตร ตระกูลน่าเลื่อมใส มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้แทนมูลนิธิ สอวน.
• นายจักรพรรดิ สุวรรณกูฏ สสวท. ผู้จัดการทีม

มาร่วมกันต้อนรับพวกเขากลับบ้านอย่างอบอุ่น ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 2 ทางออก1-2 เวลาประมาณ 15.30 ของวันที่ 27 กรกฎาคม 2568 พวกเขาจะกลับมาด้วยเครื่องบินจากสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG621 

มาโอบกอดพวกเค้า ตอนรับกลับบ้านด้วยความภาคภูมิใจกันเถอะ

เด็กไทยเก่ง!!

‘จีน’ แจง!! ไม่เคยให้อาวุธ ‘กองทัพกัมพูชา’ เพื่อมาใช้โจมตีไทย เผย!! เป็นของเก่า จากความร่วมมือในอดีต ขอไทยอย่าเข้าใจผิด

เมื่อวานนี้ (25 ก.ค. 68) พันเอกศิวัตม์ รัตนอนันต์ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบก และรักษาราชการผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง ได้เข้าหารือข้อราชการเพื่อประสานงานเรื่องสำคัญเร่งด่วนกับสำนักงานกิจการความร่วมมือทางทหารระหว่างประเทศ (Office of International Military Cooperation) กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ณ ห้องรับรอง อาคารสำนักงานกิจการความร่วมมือทางทหารระหว่างประเทศฯ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมี พันเอกพิเศษเซิ่ง เวย รองผู้อำนวยการกองเอเชีย สำนักงานกิจการความร่วมมือทางทหารระหว่างประเทศฯ เป็นผู้แทนในการหารือ โดยผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบก และรักษาราชการผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง ได้ใช้โอกาสนี้รายงานข้อเท็จจริงและหารือในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณแนวชายแดนไทย - กัมพูชา พร้อมทั้งได้ส่งมอบเอกสารรายงาน The Royal Thai Army Reports a Clash Incident on Thailand - Cambodia border ให้กับฝ่ายจีนอย่างเป็นทางการด้วย

“นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์ความตึงเครียดขึ้นบริเวณแนวชายแดนไทย – กัมพูชา จีนไม่เคยสนับสนุนยุทโธปกรณ์ใด ๆ ให้กับกองทัพกัมพูชาเพื่อให้มาใช้โจมตีไทย ยุทโธปกรณ์จีนที่มีประจำการในกองทัพกัมพูชาล้วนเป็นผลมาจากการดำเนินงานความร่วมมือในอดีตทั้งสิ้น อย่าหลงเชื่อข่าวปลอมที่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้ไม่หวังดี”

(ข้อความที่ฝ่ายจีนขอให้ช่วยสื่อสารทำความเข้าใจกับฝ่ายไทย)

‘ศศิกานต์’ ขอความร่วมมือ!! สื่อไทย-เทศ และประชาชน ตรวจสอบข้อมูลก่อนเผยแพร่ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด

(26 ก.ค. 68) นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เรียกร้องให้ประชาชน และสื่อมวลชนร่วมกันใช้ความระมัดระวัง และแสดงความรับผิดชอบในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาทวีความตึงเครียด และกระแสความคิดเห็นในโลกออนไลน์ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ในข้อความดังกล่าว นางสาวศศิกานต์ รองโฆษกรัฐบาลระบุว่า :

ในช่วงที่สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาทวีความตึงเครียด และกระแสความเห็นทางการเมืองในโลกออนไลน์รุนแรงขึ้น เราพบว่ามีการเผยแพร่ข่าวปลอมและข้อมูลบิดเบือนในปริมาณที่น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งข้อมูลเท็จมักแพร่กระจายได้เร็วกว่าความจริง

ตัวอย่างหนึ่งคือ ข่าวลือที่อ้างว่าเครื่องบินขับไล่ F-16 ของไทยถูกยิงตก โดยมีการใช้ภาพเหตุการณ์ในประเทศเบลเยียมเมื่อปี 2561 มาประกอบ ทั้งที่ไม่เกี่ยวข้องกับกองทัพอากาศไทยแต่อย่างใด นี่คือข่าวปลอม และเราจะไม่ยอมให้ข้อมูลบิดเบือนเช่นนี้ฝังรากในสังคมได้

จึงขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนทุกภาคส่วน อย่าแชร์ข้อมูลใด ๆ หากยังไม่ได้รับการตรวจสอบหรือยืนยันจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพราะในห้วงเวลาที่เปราะบางเช่นนี้ ข่าวปลอมไม่เพียงแต่ทำให้เข้าใจผิด แต่ยังอาจก่อให้เกิดความปั่นป่วน และสร้างความเสียหายที่แท้จริงได้

ขอให้ทุกท่านติดตามข้อมูลจากช่องทางทางการของหน่วยงานภาครัฐและกองทัพ ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้

สำหรับสื่อมวลชนต่างประเทศ รัฐบาลไทยขอขอบคุณที่ท่านมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดข้อเท็จจริงไปยังประชาคมโลก และขอความร่วมมือในการนำเสนอข่าวสารโดยยึดข้อเท็จจริงเป็นหลัก เพื่อให้ประชาชนทั่วโลกได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่ใช่ข่าวปลอม รัฐบาลไทยยังคงยืนหยัดเคียงข้างประชาชน และพร้อมปกป้องผลประโยชน์ของชาติอย่างเต็มที่

สารจากรองโฆษกรัฐบาลครั้งนี้ สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการรักษาเสถียรภาพของประเทศ เสริมสร้างความมั่นใจของประชาชน และสนับสนุนการสื่อสารอย่างรับผิดชอบในช่วงเวลาสำคัญ 

ตำรวจภูธรภาค 2 ส่งครัวเคลื่อนที่เพื่อใช้ประกอบอาหาร ในศูนย์พักพิง 'ผบช.ภ.2' กำชับทุกโรงพักดูแลความปลอดภัยบ้านเรือนผู้อพยพ สั่งทุกพื้นที่ชายแดนเตรียมพร้อมสูงสุดช่วยเหลือประชาชน

(26 ก.ค. 68) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ( ผบช.ภ.2 ) เปิดเผย จากสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชาตำรวจภูธรภาค 2 ได้จัดโรงครัวเคลื่อนที่ปรุงอาหารแจกจ่ายให้กับประชาชนที่อพยพมายังศูนย์พักพิงชั่วคราว ขณะนี้หลายพื้นที่แนวชายแดนจำเป็นต้องอพยพประชาชนสู่พื้นที่ปลอดภัยอย่างเร่งด่วน โดยตนได้กำชับให้หัวหน้าสถานีตำรวจทุกแห่ง ในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ที่มีความเสี่ยง เข้าไปกำกับการช่วยเหลือประชาชน ด้วยตัวเองอย่างใกล้ชิด และย้ำทุกโรงพักว่ากรณีที่ประชาชนต้องอพยพออกจากบ้านเรือนให้จัดกำลังสายตรวจออกตรวจตรา ดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มข้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนโดยให้ถ่ายภาพเป็นหลักฐาน และสื่อสารให้ประชาชนเจ้าของบ้านได้ทราบ เพื่อสร้างความอุ่นใจ สำหรับในพื้นที่ที่ยังไม่มีการอพยพ ประชาชนออกจากบ้านเรือนก็ให้เตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดสามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้โดยเร็ว

ผบช.ภ.2 กล่าวว่า ขณะนี้หลายพื้นที่ในความรับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 2 ประกาศกฎอัยการศึก ดังนั้นขอให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด และหัวหน้าสถานีตำรวจทำความเข้าใจกับกำลังพลเพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ สอดประสานกับกองทัพโดยเป้าหมายเพื่อรักษาอธิปไตยของชาติและความสงบเรียบร้อยความปลอดภัยของประชาชน เน้นย้ำการเข้าถึงประชาชนสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องโดยเฉพาะขณะนี้มักมีการปล่อยข่าวลือข่าวลวงสร้างความสับสน ปลุกปั่นให้เกิดความแตกสามัคคีหรือตื่นตระหนก ดังนั้น ตำรวจต้องสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน และพร้อมปฏิบัติหน้าที่ทุกสถานการณ์ ทั้งการปฏิบัติตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง และการสนับสนุนการปฏิบัติต่อกองกำลังป้องกันชายแดน

สตูล จัดพิธีรับ-ส่งหน้าที่ประธาน พสบ.จังหวัดสตูล เดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง  

ที่ห้องประชุมกองบัญชาการกองร้อยทหารราบที่ 5 พัน.2 ค่ายสมันตรัฐบุรินทร์ อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล นายศักระ กปิลกาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานในพิธีรับ-ส่งหน้าที่ประธานพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (พสบ.) จังหวัดสตูล และร่วมเป็นสักขีพยานในโอกาสที่มีการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งประธาน พสบ.จังหวัดสตูล โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ คณะ พสบ. และสื่อมวลชนร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียงและอบอุ่น

สำหรับพิธีดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อส่งมอบหน้าที่จาก คุณสุภาพรรณ สุนทรารชุน อดีตประธาน พสบ.จังหวัดสตูล ซึ่งดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2566–2568 และได้สร้างผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง อาทิ การสนับสนุนอาหารกลางวันสำหรับนักเรียน การบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย การส่งเสริมกิจกรรมทางศาสนา การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตลอดจนกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อเพิ่มทรัพยากรธรรมชาติ

ในการนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ได้กล่าวแสดงความชื่นชมต่อผลงานของอดีตประธาน พสบ. ที่มีบทบาทโดดเด่นในการขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ และได้แสดงความยินดีกับ คุณชวรณ สุธาพาณิชย์ ซึ่งได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธาน พสบ.จังหวัดสตูลคนใหม่ พร้อมแสดงความมั่นใจว่าจะสามารถสานต่อเจตนารมณ์ของหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารที่กองทัพภาคที่ 4 ได้วางแนวทางไว้ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและความมั่นคงของพื้นที่ชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน

‘กลุ่ม ปตท.’ ยืนหยัดเคียงข้างคนไทย ส่ง!! ถุงยังชีพช่วยเหลือประชาชน จากเหตุการณ์ไม่สงบชายแดน ไทย-กัมพูชา และผู้ประสบอุทกภัย

เมื่อวานนี้ (25 ก.ค. 68) กลุ่ม ปตท. ได้ส่งมอบความช่วยเหลือไปยังศูนย์พักพิงผู้อพยพของพี่น้องไทยในสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดน 4 จังหวัด ได้แก่ จ.สุรินทร์ จ.ศรีสะเกษ จ.อุบลราชธานี และ จ.บุรีรัมย์ ให้แก่ นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) ส่งมอบถุงยังชีพจำนวน 2,000 ชุด บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (TOP) และ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (IRPC) ส่งมอบน้ำดื่มจำนวน 9,480 ขวด และ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)(GPSC) มอบยาสามัญประจำบ้าน 200 ชุด 

พร้อมกันนี้ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) ได้ส่งมอบถุงยังชีพผ่านกองบัญชาการกองทัพไทย จำนวน 1,000 ชุด และ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (PTTEP) มอบถุงยังชีพและน้ำดื่ม 3,200 ชุด ให้แก่ กองทัพภาคที่ 3 นอกจากนี้ ปตท. และ TOP ยังได้ส่งมอบถุงยังชีพรวม 500 ถุงเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์อุทกภัยที่จังหวัดน่าน ด้วย  

กลุ่ม ปตท. มุ่งมั่นในการยืนหยัดเคียงข้างพี่น้องไทยพร้อมส่งมอบความช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเต็มที่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top