Tuesday, 14 July 2026
NEWS FEED

สปน. เริ่มปรับลด WFH เป็น 90-85% ในตค.นี้ เข้ม มาตรการป้องโควิด สั่งตรวจ ATK ทุก 3 วัน

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการให้ทุกหน่วยงานปรับแผนการทำงานให้สอดคล้องการสร้างสมดุลภายใต้สถานการณ์วิกฤตโควิด-19 และเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในทุกพื้นที่อย่างเร่งด่วน ดังนั้น เจ้าหน้าที่สำนักงานปลัดนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับวัคซีนจำนวนเกินร้อยละ 75 แล้ว จึงปรับแผนการทำงานเพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยให้ WFH จากเดิม 95% ปรับเป็น 90% ในช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือนตุลาคม 2564 และปรับเป็น 85% ในช่วงปลายเดือนตุลาคมแต่ต้องให้อยู่ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเข้มข้น คือ กลุ่มที่มาปฏิบัติงานที่สำนักงานฯ ต้องตรวจ ATK ทุก 3 วัน (จันทร์-พุธ-ศุกร์) และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ดังนี้

1. ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีติดตามงานตามนโยบายรัฐบาล ข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีและประเด็นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน ผ่านระบบการประชุมทางไกลเป็นหลัก และให้เดินทางลงพื้นที่ติดตามงานตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลและประสานทุกจังหวัดช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่รับผิดชอบ

2. การประชุมของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงานตามกฎหมายและระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง สามารถมาร่วมประชุมได้ แต่ต้องมีผลตรวจ ATK ยืนยันก่อนประชุม 1 วันว่าปลอดโรคโควิด-19 อย่างไรก็ตามยังให้ประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกลเป็นหลัก

3. ศูนย์บริการประชาชน 1111 สำนักนายกรัฐมนตรี ยังรับเรื่องราวร้องทุกข์และข้อเสนอแนะผ่าน 4 ช่องทาง คือ โทรสายด่วน 1111 ตู้ ป.ณ.1111 เว็ปไซต์และแอพพลิเคชันไลน์ และติดตามประสานการแก้ไขปัญหากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง

4. การเพิ่มการติดตามข่าวสารผ่านทุกสื่อเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคให้เข้มข้นขึ้น

ผู้ว่าฯ กระบี่ ลั่น! อยากเห็นตัวเลขผู้ป่วยลดลงทุกวันมากกว่าคนติดโควิด ย้ำ “กระบี่ต้องกลับมาเหมือนเดิมในเร็ววัน” พร้อมรับฟังและมอบนโยบายดำเนินการสถานการณ์โควิด-19 จังหวัดกระบี่

นายพุฒิพงศ์  ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกระบี่ โดยมีคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกระบี่ หัวหน้าหน่วยงาน ภาครัฐ  ภาคเอกชนเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมพนมเบญจา ชั้น 5  ศาลากลางจังหวัดกระบี่ การประชุมครั้งนี้ เพื่อติดตามรับทราบสถานการณ์การการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในหลายประเด็น โดยเฉพาะสถานการณ์โควิดที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นพร้อมแนวทางในการทำงาน

ประกอบด้วย  การเตรียมความพร้อมรองรับผู้ป่วยติดเชื้อ, การฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย การตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด 19  ด้วยวิธี  Antigen test Kit  (Atk)  การเตรียมความพร้อมศูนย์พักคอยชุมชน  มาตรการควบคุมโรค  การสื่อสารประชาสัมพันธ์สถานการณ์โควิด 19 โดยสั่งการให้ดำเนินการภายใต้กลไกของคณะกรรมการหมู่บ้าน เร่งฉีดวัคซีนกับประชาชนกลุ่ม 608 ให้เป็นไปตามเป้าหมาย

'ชัยวุฒิ' ลงเรือตรวจเยี่ยมมอบถุงยังชีพชาวอ่างทอง-สิงห์บุรี พบ สมศักดิ์-ภราดร-กรวีร์พาพบปชช.

'ชัยวุฒิ' เดินสายลงพื้นที่ อ่างทอง สิงห์บุรี  พร้อมลงเรือให้กำลังใจชาวบ้านหลังถูกน้ำท่วม มอบถุงยังชีพ ติดตามเร่งรัดหน่วยงานราชการช่วยเหลือระบุ พบปัญหาให้รีบแจ้งท้องถิ่น

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังค พร้อมคณะ  ลงพื้นที่ อ. ป่าโมก จังหวัดอ่างทอง แจกถุงยังชีพจำนวน 1 พันชุด พร้อม ลงเรือเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม  โดยมีนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการราชการจังหวัดอ่างทอง  นายสมศักดิ์  ปริศนานันทกุล  อดีต ส.ส. พร้อมลูกชาย นายภราดร  นายกรวีร์  ปริศนานันทกุล ส.ส พรรคภูมิใจไทย ให้การต้อนรับ พาลงเรือไปตรวจพื้นที่บ้านบริเวณริมน้ำที่ประสบอุทกภัยโดยเฉพาะในอำเภอป่าโมก ประสบอุทกภัยถึง 902 ครัวเรือน

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ในวันนี้มาในนามตัวแทนรัฐบาล โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้มาติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม เพื่อเร่งรัดการช่วยเหลือประชาชน  โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลางในจังหวัดอ่างทองและสิงห์บุรี ที่ต้องยอมรับว่าประสบกับน้ำหลากริมแม่น้ำ โดยการมาติดตามครั้งนี้จะนำปัญหาสิ่งที่ยังขาดแคลนเพื่อนำไปผลักดันงบประมาณ มาดำเนินการเร่งรัดเพื่อช่วยเหลือประชาชน  ที่สำคัญฝากผู้ว่าราชการเร่งรัดช่วยเหลือชาวนา โดยขอให้ทุกหน่วยงานส่งข้อมูลเข้ามายังส่วนกลางเพื่อดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ 

จากนั้น นายชัยวุฒิ พร้อมคณะเดินทางเยี่ยมพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมและพบปะประชาชน มอบถุงยังชีพ ที่ตำบลน้ำตาล อำเภออินทร์บุรีจังหวัดสิงห์บุรี รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำท่วมจากนายชัยชาญ สิทธิวิรัชธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งพบว่ามี4 อำเภอ 15 ตำบล  ประชาชนได้รับความเสียหายกว่า 53,000 ครัวเรือนได้รับผลกระทบจากแม่น้ำเจ้าพระยาล้นตลิ่ง 

ซึ่งในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี ส่วนใหญ่ประสบปัญหาน้ำท่วมล้นตลิ่ง แต่ยังไม่ล้นคันกั้นน้ำออกมา จึงได้เร่งติดตามทางจังหวัดให้ช่วยเหลือประชาชนโดยด่วน โดยเฉพาะชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ขณะนี้ที่ประสบปัญหาโควิด 19 และปัญหาภัยแล้ง ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ประสบปัญหาด้านเกษตรกรรม และยังมีปัญหาน้ำท่วมเข้ามาทำให้เกษตรกรเกี่ยวข้าวไม่ได้ เพราะน้ำท่วม ส่งผลต่อชาวนาไม่มีรายได้เกิดปัญหาเศรษฐกิจในพื้นที่ จึงได้มีการหารือกับรัฐบาลในการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ประสบปัญหาน้ำท่วมเกี่ยวข้าวไม่ได้ ส่วนบ้านเรือนประชาชนก็จะเร่งซ่อมแซม เพื่อลดภาระให้กับประชาชนในช่วงสถานการณ์ โควิด-19

“นายกฯ” สั่งกองทัพช่วยจ.ริมเจ้าพระยา เตรียมรับมือระบายน้ำ

พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม สั่งการทุกเหล่าทัพ สนับสนุน จังหวัดริมแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำป่าสัก รับมือกับมวลน้ำที่ระบายจากพื้นที่ประสบอุทกภัย  เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยริมแม่น้ำสายหลัก ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด และย้ำให้ทุกเหล่าทัพช่วยเหลือประชาชนกว่า 229,000 ครอบครัว ในทุกพื้นที่ 31 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบต่อเนื่องโดยเฉพาะในพื้นที่เส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด ให้สนับสนุนติดตั้งสะพานทางทหารให้ประชาชนสามารถสัญจรไดให้ประสานงานร่วมกับส่วนราชการ อาสาสมัครจิตอาสาและภาคเอกชนในพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย

พล.อ.คงชีพ กล่าวว่า ตั้งแต่ 23 ก.ย.ถึงปัจจุบัน กระทรวงกลาโหม หมุนเวียนกำลังพลกว่า 10,000 นาย พร้อมเครื่องจักรและเครื่องมือช่าง เช่น รถขุดตัก เครื่องสูบน้ำ เรือผลักดันนำ้และสะพานเครื่องหนุนมั่น รวมทั้งยานพาหนะกว่า 750 คัน เช่น รถบรรทุกลำเลียง รถบรรทุกน้ำ รถประปาสนาม รถครัวสนาม และเรือท้องแบนกว่า 200 ลำ พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ สนับสนุนลงให้การช่วยเหลือเร่งด่วนประชาชนใน 31 จังหวัดทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกและภาคกลางที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเป็นพื้นที่วงกว้าง ในการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ประสบภัยไปยังพื้นที่ปลอดภัย และให้การช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างในพื้นที่ ทั้งการแจกสิ่งของบรรเทาทุกข์ อาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งจัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ให้การช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ 

‘พิธา’ เยือนพิษณุโลก แสดงวิสัยทัศน์เกษตรก้าวหน้า

‘พิธา’ เยือน ‘เมืองสองแคว’ บุกถิ่น ‘มะม่วงวังทอง’ ส่งออกระดับประเทศ แสดงวิสัยทัศน์เกษตรก้าวหน้า ส่งเสริมเกษตรมูลค่าสูง ปลดล็อกศักยภาพการแปรรูปสินค้าเกษตรหลุดจากการผู้ขาดของทุนใหญ่ พร้อมเปิดตัว 4 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พิษณุโลก

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค, ปดิพัทธิ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 พรรคก้าวไกล ได้ร่วมกันลงพื้นที่อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2564 เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนและสำรวจสภาพเศรษฐกิจของจังหวัดพิษณุโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการเกษตร ภายหลังจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

“จังหวัดพิษณุโลกมีของดีอย่างผลผลิตมะม่วงในเขตอำเภอวังทองและอำเภอเนินมะปราง ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ในขณะนี้ จากการมาในพื้นที่ได้รับทราบมาจากเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงว่าได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ผลผลิตมะม่วงไม่สามารถจำหน่ายได้ และมีราคาตกต่ำมาอยู่ที่เพียงกิโลกรัมละ 5 บาทเท่านั้น”

หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวต่อไปว่า ภาคเกษตรของไทย หากจะสรุปปัญหาได้ในคำเดียวคือ เราขาดอำนาจต่อรอง แต่จะรวมตัวกันให้ประสบความสำเร็จ เพื่อสร้างอำนาจต่อรองก็ทำไม่ได้หรือทำได้ยาก เพราะรัฐบาลไม่ได้สนับสนุน

“รัฐบาลตั้งงบประมาณกรมส่งเสริมสหกรณ์ปี 65 ทั้งหมดเป็นเงิน 2,500 ล้านบาท โดยเป็นงบพัฒนาสหกรณ์เกษตรแปรรูปทั้งประเทศเพียง 13 ล้านบาทเท่านั้น และตั้งงบส่งเสริมเกษตรอินทรีย์จำนวน 6.7 ล้าน แต่กลายเป็นค่าอบรมสัมมนาทั้งหมด หรือในกรณีงบจังหวัดพิษณุโลกจำนวน 233 ล้านบาท เป็นงบพัฒนาด้านการเกษตรจำนวน 81 ล้านบาท แต่เมื่อไปดูในรายละเอียดพบว่าจาก 81 ล้านบาท ใช้เงินสูงถึง 75 ล้านบาทไปกับการสร้างถนน”

พิธา กล่าวด้วยว่า ในด้านมาตรการสนับสนุนสินค้าเกษตร ตนเห็นว่ามีวิธีการบริหารจัดการ 3 ระดับตามวิสัยทัศน์ของรัฐบาล โดยขั้นพื้นฐานที่สุดคือประกันราคา ซึ่งมีความจำเป็นเฉพาะหน้า แต่ประกันราคาเพียงอย่างเดียวก็ไม่ยั่งยืน ระดับถัดมาคือ อุดหนุนต้นทุน เช่น อุดหนุนต้นทุนปุ๋ย เครื่องจักร และในระดับที่ยั่งยืนที่สุดคือ การส่งเสริมเกษตรมูลค่าสูง เช่น เกษตรอินทรีย์ และการแปรรูปสินค้าเกษตร

นอกจากนี้ ตัวแทนเกษตรกรอำเภอเนินมะปรางและตัวแทนเกษตรกรอำเภอวังทองยังได้ร่วมสะท้อนปัญหาด้วยว่า การระบาดของโควิด-19 ทำให้ผลผลิตไม่สามารถขายได้ ไม่สามารถส่งออกได้ ราคาตกต่ำ และเงินเยียวยาจากรัฐก็ไม่ได้เพราะที่ดินมีปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิ

“หากเอาแผนที่มากางจะเข้าใจ ต้องมีสมองกับมีใจ สมัยนี้มันทันสมัย เราดูได้จากภาพถ่ายดาวเทียม ของ GISTDA และระวางคร่าวๆ ของ DSI Map ระบุไว้ชัดว่าเป็นป่าสงวนเท่าไร เป็นที่อยู่อาศัยเท่าใด สมัยก่อนมันยังไม่มีเทคโนโลยีชัดเจน ทุกวันนี้โลกมันเปลี่ยนไปเยอะ คนเปลี่ยนไปเยอะ หากถ้ามีใจที่จะทำให้ อะไรก็เป็นไปได้ รวมทั้งยังเกี่ยวข้องกับวิธีคิดของผู้นำว่า ชาติเป็นของใคร หากชาติเป็นของประชาชนก็ทำได้ แต่ถ้าชาติเป็นของกลุ่มคนเพียงหยิบมือก็ทำไม่ได้ และ ONE MAP คือแผนที่อันเดียวที่จะบ่งบอกว่าที่ตรงนี้เป็นที่ทำกินไม่สามารถไล่พี่น้องประชาชนออกจากตรงนี้ได้” พิธา กล่าว

ปชป. ลุยพื้นที่ภาคอีสานช่วยน้ำท่วม ชื่นชม ประชาชนร่วมด้วยช่วยกัน ย้ำ รัฐต้องส่งเสริมท้องถิ่นให้เข้มแข็ง

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมอยู่ขณะนี้ว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ได้สั่งการตั้งแต่เริ่มเกิดน้ำท่วมให้บุคลากรทุกคนในทุกพื้นที่รวมถึงส่วนกลาง ให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น รัฐมนตรี ส.ส. อดีต ส.ส. ตัวแทนและสาขาพรรค ในทุกพื้นที่มีศูนย์ของพรรคที่จะติดตาม ประสาน ให้ความช่วยเหลือประชาชน 

ดังนั้น ตนจึงรุดลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนในอำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ที่ได้รับผลกระทบหนักจาก อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่าง โดยเฉพาะตำบลชีวาน พบว่า สถานการณ์ประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคอีสานขณะนี้มีปัญหาเฉพาะหน้าในหลายพื้นที่จะต้องให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเพราะถูกตัดขาดไม่สามารถออกมาจากหมู่บ้านได้ ต้องเร่งให้ความช่วยเหลือในเรื่องความเป็นอยู่ อาหาร น้ำ ยารักษาโรค รัฐจะต้องสั่งการให้ทุกหน่วยงานทำงานร่วมกับท้องถิ่นเพราะจะรู้สภาพพื้นที่และปัญหาเป็นอย่างดี รวมถึงการวางแผนอย่างเป็นระบบในการเร่งระบายน้ำจากพื้นที่อย่างมียุทธศาสตร์ไม่เช่นนั้นประชาชนก็จะเจอกับสภาพน้ำท่วมขังหลายวันจะทำให้สภาพปัญหาหนักยิ่งขึ้น

ที่น่าเป็นห่วงและได้ประสานให้ท้องถิ่นได้ติดตามรวบรวมความเสียหายเพื่อรัฐจะได้ฟื้นฟูและเยียวยาต่อไป โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรในหลายพื้นที่ ที่ปลูกข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง เกิดความเสียหายจากน้ำท่วมเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะได้นำสภาพปัญหาทั้งหมดรายงานหัวหน้าพรรคในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และเลขาธิการพรรคต่อไปในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไป  นายราเมศ กล่าว 

ตำรวจ PCT ทลายเครือข่ายพนันออนไลน์ทั่วกรุง พบเงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท

(1 ต.ค.64) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) หรือ PCT, พล.ต.ท.ปรีชา เจริญสหายานนท์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ฯ ,พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบช.น./หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ที่ 4 แถลงผลการทลายเครือยข่ายการพนันออนไลน์ 4 จุด ทั่วกรุงเทพมหานคร จับกุมผู้ต้องหาได้ 17 ราย พบเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 1,000 ล้านบาทต่อเดือน

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ เปิดเผยว่าได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ไตรรงค์ฯ นำกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมายหลังสืบทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาเป็นเครือข่ายทำเว็บไซต์พนันออนไลน์ UFA44, UFA8282, UFAsexy, UFA991, UFAcompany, UFA55, UFA968, UFA757, UFAcsi, Jetsadabet, UFAcasino168 และ รวย รวมทั้งหมด 12 เว็บฯ โดยจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ และการพนันทายผลฟุตบอลต่างประเทศ ซึ่งมีผู้ร่วมในกลุ่มเว็บไซต์ดังกล่าวจำนวนมากมีเล่นการพนันออนไลน์เกี่ยวกับฟุตบอล, พนันสล็อต, เกมส์ ,เกมส์ยิงปลา เกมส์สล็อต บิงโก หรือ เกมส์อื่นๆ มีการเสนอการฝาก ถอน เงินสดสำหรับเป็นเครดิตในการเล่นพนันผ่านธนาคารพานิชย์ (ในประเทศไทย) และเว็บไซต์มีระบบ ฝาก-ถอน อัตโนมัติ สถานที่ซึ่งเป็นจุดที่ตั้งของกลุ่มบุคคลเครือข่ายที่ทำด้านการตลาด, แอดมิน ,จุดการดำเนินการเรื่องการเงิน รับโอนเข้า-ออก 

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายค้นจากศาลอาญาตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องทั้งหมดภายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จับกุม นายธเนส สงวนนามสกุล อายุ 25 ปี กับพวกรวมทั้งสิ้น 17 คน และยึดของกลางรถยนต์ BMW จำนวน 1 คัน คอมพิวเตอร์จำนวน 17 เครื่อง รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท ดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวน โดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนัน (พนันออนไลน์ เช่น ฟุตบอล,คาสิโนออนไลน์, สล๊อตออนไลน์ หวยออนไลน์ ไก่ชน มวยสเต็ป อีสปอร์ต ฯลฯ) ในการเล่นซึ่งมิได้รับอนุญาต”

ตร.เตือน รับจ้างเปิดบัญชีธนาคารให้คนอื่นใช้บัญชี เสี่ยงคุก!

(1 ต.ค.64)​ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้มีนโยบายให้มี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรู้เท่าทันถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนั้น

ในปัจจุบัน ได้มีประชาชนบางส่วน หารายได้จากการรับจ้างเปิดบัญชีธนาคาร หรือยินยอมเปิดบัญชีธนาคารในชื่อของตนให้ผู้อื่นใช้ทำธุรกรรมทางการเงิน โดยจะมอบสมุดบัญชีธนาคาร บัตรเอทีเอ็ม หรือซิมโทรศัพท์ที่มีการลงทะเบียน ธนาคารออนไลน์(E-Banking)  มอบให้กับผู้ว่าจ้างให้เปิดบัญชีหรือบุคคลอื่น จากนั้นจะนำบัญชีธนาคารดังกล่าวไปใช้ในทางทุจริต เช่น รับโอนเงินจากการหลอกลวงฉ้อโกงผู้อื่นทุกประเภท หรือ นำไปใช้รับโอนเงินการพนันออนไลน์ ยาเสพติด เป็นต้น

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอเตือนผู้ที่คิดจะรับจ้างเปิดบัญชีธนาคาร หรือมอบบัญชีธนาคารของตนให้บุคคลอื่นใช้งาน โดยรู้หรือควรรู้ได้ว่าจะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิด และบัญชีดังกล่าวได้ถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกง การพนัน ยาเสพติด หรือการกระทำผิดกฎหมายอื่นๆ เจ้าของบัญชีธนาคารอาจถูกดำเนินคดีอาญาได้ในกรณีดังต่อไปนี้... 

ตายมากกว่าตอนรบ!! โควิดทำยอดตาย ‘มะกัน’ ทะลุ 7 แสนราย สูญเสียรวม ‘หนักกว่า’ ยอดตายในสงคราม

ยอดผู้เสียชีวิตสะสมจาก Covid-19 ในสหรัฐ ณ วันนี้ยังพุ่งไม่หยุด และกำลังจะทะลุ 7 แสนรายในเดือนตุลาคม 2021 นี้ กว่าครึ่งหนึ่งเสียชีวิตในช่วงเวลาเพียง 9 เดือนนับตั้งแต่พบการระบาดของสายพันธุ์เดลตาในสหรัฐอเมริกา

ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตจากสาเหตุของ Covid-19 ในวันนี้มากกว่า ผู้เสียชีวิตจากทุกสงครามของสหรัฐฯ นับตั้งแต่สงครามปฏิวัติอเมริกาไล่มาจนถึงล่าสุดสงครามอัฟกานิสถานรวมกัน 

ทั้งนี้ สงครามที่มีชาวอเมริกันเสียชีวิตมากที่สุดคือ สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่มีการบันทึกไว้ที่ 281,557 ราย 

ส่วนเคสผู้ติดเชื้อรายวันในสหรัฐฯ เพิ่มกลับมาเฉลี่ยเกิน 120,000 รายต่อวันอีกครั้ง และมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ย 2,000 รายต่อวัน 

รัฐบาลกลางสหรัฐฯ พยายามที่จะผลักดันให้มีการฉีดวัคซีนบูสเตอร์เข็ม 3 ให้กับชาวอเมริกันทุกคนที่รับวัคซีนมาแล้วเกิน 6 เดือน เพียงแต่องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐ ยังไม่เห็นชอบ และแนะนำให้ฉีดบูสเตอร์ให้เฉพาะผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรังเท่านั้น 

เนื่องจากปัญหาการระบาดที่สกัดไม่อยู่เสียทีในสหรัฐฯ ไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนวัคซีน หรือฉีดแล้วภูมิคุ้มกันลดลง แต่เกิดจากกลุ่มคนที่ไม่ยอมไปฉีดวัคซีนอีกกว่าร้อยล้านคนทั่วประเทศ และความไม่ใส่ใจในความเสี่ยงจากการระบาดของ Covid-19  ของชาวอเมริกันเอง

ข่าวดี!! เมื่อรัฐ Hessen พร้อมให้การสนับสนุนและบรรจุภาษาไทยเข้าสู่หลักสูตร

ไม่นานมานี้ ทางเพจ ‘พ่อบ้านเยอรมัน’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า...

เป็นผลดีอย่างมากสำหรับผู้ปกครองที่อยู่ในรัฐ Hessen โดยจากที่พ่อบ้านได้พูดคุยโดยตรงกับทาง กลุ่มครูและแม่คนไทยในรัฐ Hessen โดยคุณครูเบญ พบว่า…

“ภาษาไทยจะกลายเป็นอีกหนึ่งภาษาที่เด็กๆ จะได้เรียนและบรรจุในหลักสูตรของรัฐ ในส่วนของหลักสูตรการเรียนการสอนภาษาแม่หรือภาษาถิ่นกำเนิด (Herkunftssprache)”

โดยโครงการนี้ได้ถูกผลักดันจนได้รับการยอมรับและได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเยอรมัน น้องๆ ที่เข้าเรียนหลักสูตรนี้ จะไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และน้องๆ นักเรียนในหลักสูตรภาษาไทยนี้ จะถูกนำไปบันทึกในสมุดพก และตัดเกรดตามหลักสูตรปกติเลยทีเดียว

สำหรับนักเรียนที่มีสิทธิสมัครนั้น จะเป็นนักเรียนที่อยู่ในระดับ Klasse 1-10 ในรัฐ Hessen ซึ่งทางเพจพ่อบ้านเยอรมันมองว่า หลักสูตรนี้จะช่วยให้…

>> น้องๆ ได้พัฒนาความสามารถทางด้านภาษาต่างประเทศเพิ่มเติม

>> น้องๆ จะสามารถเข้าใจในภาษา, วัฒนธรรม, แนวความคิดของระหว่างสองประเทศมากยิ่งขึ้น และแน่นอนว่าจะสามารถใช้ภาษาพูดคุยกับครอบครัวของพ่อหรือแม่ที่เมืองไทยได้อีกด้วย

>> เป็นการเพิ่มโอกาสในอนาคตของน้องๆ เพราะประเทศไทยกับเยอรมนีนั้น มีความสัมพันธ์ทางด้านการค้า, ด้านการทำธุรกิจ หรือมีหน่วยงานต่างๆ ที่ทำงานระหว่างสองประเทศเป็นจำนวนมาก 

>> และแน่นอนว่าภาษาไทยนั้นได้ถูกบรรจุในหลักสูตรปกติ ดังนั้นน้องๆ ก็มีโอกาสที่จะได้รับคะแนนที่ดีและมีเกรดเฉลี่ยที่สูงขึ้นด้วยน้า


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top