Tuesday, 7 July 2026
NEWS FEED

'อธิบดี ทช.' แจง!! ปลูกป่าชายเลน ไม่ใช่ต้นเหตุทำโลมาตาย ชี้!! เหตุเกยตื้น 'ไล่ล่าอาหาร-ซากถูกพัดไปหลังแนวไม้ไผ่'

นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้กล่าวชี้แจง กรณี ของคุณนารากร ติยายน ผู้ประกาศข่าว แสดงความกังวลผ่านทางสื่อโซเชียล Facebook ถึงผลเสียของการทำ CSR ปลูกป่าชายเลน ต้นเหตุทำโลมาตายที่บางขุนเทียน โดยระบุว่า การดำเนินการตามภารกิจของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช) มีภารกิจเกี่ยวกับการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมทั้ง ป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง เพื่อความมั่งคั่ง สมดุล และยั่งยืนของทะเลไทย และเสริมสร้างความมั่นคงทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ พื้นที่ชายฝั่งของประเทศไทยความยาวกว่า 3,151.13 กิโลเมตร ยังคงประสบปัญหากัดเซาะชายฝั่งอีกกว่า 80 กิโลเมตร ใน 17 จังหวัด ทั้งรุนแรงและไม่รุนแรง

ทั้งนี้ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง กรม ทช. เลือกใช้มาตรการสีเขียวคือการเพิ่มพื้นที่ป่า ที่รู้จักกันในนามมาตรการขาว-เขียว-เทา ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2561 ซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งดำเนินการร่วมกับการปักไม้ไผ่ชะลอคลื่น เพื่อรักษาเสถียรภาพของชายฝั่งและลดความรุนแรงของคลื่นที่เข้าปะทะชายฝั่ง โดยในปี พ.ศ.2563 ทช.ร่วมกับ GISTDA แปลภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูง พบว่า มีพื้นที่ป่าชายเลนคงสภาพ 1.737 ล้านไร่ มีผลการวิจัยศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอน รวมเฉลี่ย 15.79 ตันคาร์บอน/ไร่

สำหรับการปักไม้ไผ่ชะลอความรุนแรงของคลื่นเพื่อแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่หาดโคลน เป็นวิธีที่กรมเลือกใช้เป็นหลัก โดยมีพื้นฐานแนวคิดมาจากภูมิปัญญาท้องถิ่นในการปักไม้ไผ่ทำโพงพางและทำคอกเลี้ยงหอยแมลงภู่ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จึงได้ร่วมพัฒนาแนวคิดดังกล่าวกับคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยนำมาประยุกต์ร่วมกับหลักวิชาการ และศึกษาผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น และได้ถอดบทเรียนจากต่างชาติด้วย ซึ่งข้อดีของการใช้ไม้ไผ่ในการปักเพื่อชะลอความรุนแรงของคลื่นบริเวณหาดโคลน คือ เป็นวัสดุที่หาได้ง่ายในพื้นที่ กระบวนการไม่ยุ่งยาก การรื้อถอนสามารถทำได้ง่าย ประยุกต์รูปแบบให้เหมาะสมกับพื้นที่ได้ ไม่กระทบต่อการเดินเรือและการทำประมงของชุมชน เป็นต้น แต่ก็ต้องยอมรับถึงอายุการใช้งานของโครงสร้างไม้ไผ่ ซึ่งโครงสร้างจะอยู่ได้อย่างน้อยประมาณ 5 ปี โดยการเสื่อมสภาพมักจะเกิดจากคลื่นลมรุนแรง คุณภาพน้ำ การเกาะและกัดแทะของสัตว์ทะเล

การปักไม้ไผ่ชะลอความรุนแรงของคลื่น กรม ทช. ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบันมีการปักไม้ไผ่ไปได้ระยะแล้วกว่า 104 กิโลเมตร ใน 46 พื้นที่ 13 จังหวัด สามารถเพิ่มพื้นที่หาดโคลนหลังแนวไม้ไผ่และปลูกป่าชายเลนได้กว่า 320 ไร่ สำหรับการดำเนินการปักไม้ไผ่ชะลอความรุนแรงของคลื่น สิ่งสำคัญที่เราให้ความสำคัญและเป็นนโยบายหลักของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คือ การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในพื้นที่

ผู้บริหารโครงการนิคมอุตสาหกรรม ฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้ เป็นประธานพิธีหล่อเทียนเข้าพรรษา เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา

วันนี้ (13 ก.ค. 65) คุณกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ผู้บริหารโครงการนิคมอุตสาหกรรม ฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้ เป็นประธานหล่อเทียน เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ณ ลานด้านหน้าวัดเขาดิน ต.เขาดิน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา โดยมี ประชาชนชาวบ้านในพื้นที่ ต.เขาดิน และในพื้นที่ใกล้เคียง เข้าร่วมกิจกรรมหล่อเทียนพรรษากว่า 80 คน

หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ ทรงกรุณาประทานโคมเทียนแก้ว ถวาย ณ วัดทุ่งสว่าง ต.โพนทอง อ.เมืองชัยภูมิ จ.ชัยภูมิ

วันพุธที่ 13 กรกฎาคม 2565 ณ วัดทุ่งสว่าง ต.โพนทอง อ.เมืองชัยภูมิ จ.ชัยภูมิ หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ พระราชปนัดดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๔ ทรงกรุณาให้ นายศานิต กล้าแท้ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโพนทอง เชิญโคมเทียนแก้วประทานถวายแด่วัด เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาเวียนประทักศิณรอบพระอุโบสถ เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ประจำปี 2565 

เอาแล้ว!! ‘กรณ์’ ถาม รมว.พลังงาน ทำไม ปตท.บริจาคแค่ 3 พันล้าน ชี้ยังห่างไกลสัญญาที่ให้ไว้ 2.4 หมื่นล้านอีกหลายเท่า จี้ปรับโครงสร้างราคาแก้ปัญหาน้ำมันแพง

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า โพสต์เพซบุค ตั้งคำถามนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รมว.พลังงาน ที่เคยอ้างว่าได้รับเงินบริจาคจากโรงกลั่นเข้ากองทุนน้ำมัน 24,000 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาราคาน้ำมันแพงว่า อย่าหาว่าอะไรเลย แต่ ปตท. บริจาค 3,000 ล้านบาทนี่ นอกจากจะห่างไกล 24,000 ล้านบาทที่ท่านรัฐมนตรีฯ เคยอ้างว่าได้รับแล้ว การทำแค่นี้ ต้องไม่เป็นคำตอบสุดท้ายเรื่องการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันเพง อย่างไรก็ตามก็หวังว่า จะเป็นก้าวแรกสู่การปรับโครงสร้างราคา เพื่อลดภาระให้ประชาชน

การแก้เชิงโครงสร้างทำได้โดยลดค่าการกลั่น เพราะ ค่าการกลั่นยังสูงกว่าระดับที่ควรอยู่อย่างน้อย 3 บาท ต่อลิตร และ ค่าการตลาด เบนซินสูงกว่าระดับมาตรฐานอยู่เท่าตัว หากลดสองตัวนี้ได้ ประชาชนจะใช้น้ำมันถูกลงได้ทันที” หัวหน้าพรรคกล้ากล่าว

CP เข้าประมูลซื้อห้าง Metro AG อินเดีย วัดพลัง ‘มูเกซ อัมบานี’ และ ‘เจฟฟ์ เบโซส’

บริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) เตรียมสู้ศึกประมูลกิจการ Metro AG ห้างค้าส่งของเยอรมันในอินเดีย ที่จะต้องเจอคู่แข่งระดับพระกาฬ ทั้ง Reliance Industries เครือบริษัทยักษ์ใหญ่เจ้าถิ่น และ Amazon ของสหรัฐอเมริกา

สำหรับ Metro  AG ได้ดำเนินธุรกิจในอินเดียมาตั้งแต่ปี 2003 ปัจจุบันมีสาขามากถึง 31 สาขาทั่วประเทศ รวมถึงมีศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ ร้านค้าปลีกขนาดย่อย โรงแรม ร้านอาหาร ซึ่งคาดว่ามีมูลค่าสูงถึง 1.5-1.75 พันล้านเหรียญ

แต่เมื่อ Metro AG ต้องการถอนทุนออกจากอินเดีย และประกาศขายกิจการ จึงมีบรรดาอภิมหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจหลายรายในโลกสนใจเข้าซื้อกิจการ โดยหนึ่งในนั้นก็มี เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ แห่งอาณาจักรเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ที่มีเครือข่ายธุรกิจค้าส่ง และปลีกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สนใจเข้าร่วมประมูลด้วย 

อันที่จริงแล้วทาง CP ก็มีห้างค้าส่งเปิดตัวอยู่ในตลาดอินเดียก่อนแล้ว ภายใต้แบรนด์ LOTS Wholesale Solutions ดำเนินธุรกิจตั้งแต่ปี พ.ศ.2560 ปัจจุบันมี 3 สาขา พร้อมช่องทางออนไลน์ ที่มีลูกค้าสมัครเป็นสมาชิกแล้วกว่า 8 แสนราย เรียกว่ามีสถานะเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Metro AG ในตลาดอินเดียเลยก็ว่าได้ ดีลนี้จึงมีความหมายหาก CP อยากขยายตัวเองในตลาดอินเดีย ตลาดที่กำลังจะมีประชากรแซงหน้าจีนในอีกไม่นานนี้

อย่างไรก็ตามคู่แข่งคนสำคัญของการประมูลในครั้งนี้ คือ Reliance Industries ของนาย มูเกซ อัมบานี อภิมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชีย ที่ประกอบกิจการหลายอย่างทั้ง พลังงานและปิโตรเคมี ค้าปลีก เทเลคอมส์ สื่อ สิ่งทอ และอื่นๆ เป็นเครือบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ในอินเดีย ที่สร้างรายได้ต่อปีไม่น้อยกว่า 9.7 หมื่นล้านเหรียญ 

'ดร.สมเกียรติ' ชี้!! แดงเดือดไทย สะท้าน!! 3,500 ล้านคน ยกราชมังคลาฯ ดันแบรนด์ไทยแลนด์ให้โลกหลงรัก

ดร.สมเกียรติ โอสถสภา อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Somkiat Osotsapa ถึงการจัดแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษระหว่างทีมลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่า

ฟีฟ่าประมาณการว่ามีคน 3,500 ล้านคน ในโลกเป็นแฟนฟุตบอล

วันแดงเดือดที่ไทยเมื่อวัน12 ก.ค.65 จึงเข้าถึงคนครึ่งโลก

เกียรติภูมิของประเทศไทยสูงเด่นในสายตาชาวโลก สนามบอลที่ทันสมัย ใช้หญ้าแบบเดียวกับสนามที่ดีที่สุดของอังกฤษ การออกแบบมังคลาทันสมัยสุด ๆ เป็นประเทศที่ทีมระดับโลกมา เป็นประเทศที่เงินถึง

ที่สำคัญคนไทยหน้าตาดี และดูดี มีรสนิยม

เรามีหัวใจรักฟุตบอลเหมือนคนทั้งโลกที่รักฟุตบอล เป็นพวกเดียวกัน

ประเทศในเอเซียอิจฉาเลยล่ะ ออกคลิปกันเยอะ

จบศึก!! 'ปีศาจแดง' เดินทางต่อออสเตรเลีย แต่ลืมถ้วยแชมป์ The Match ไว้ในห้องสื่อ

สำหรับแฟน 'ปีศาจแดง' แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คงมีความสุขกับผลการแข่งขันฟุตบอล The Match Century Bangkok 2022 ที่ พวกเขาเอาชนะลิเวอร์พูลไปได้ 4-0

ซึ่งหลังจบการแข่งขันทัพของปีศาจแดง เดินทางไปยังสนามบินดอนเมืองทันที เพื่อมุ่งหน้าไปยังประเทศออสเตรเลีย และลงเล่นเกมอุ่นเครื่องนัดที่สอง

แต่ทว่าการเดินทางไปครั้งนี้ของปีศาจแดง พวกเขากับลืมถ้วยแชมป์ The Match ซึ่งอันจริงมันคือ เคสคอมพิวเตอร์ ที่จำลองสนามราชมังคลาฯ เอาไว้ งานนี้ก็ไม่รู้ว่าจะมีการส่งถ้วยรางวัลตามไปหรือไม่ หรือถ้วยรางวัลจะยังอยู่ในประเทศไทยต่อไป

สำหรับถ้วยดังกล่าว ด้านเพจเฟซบุ๊ก Suchao modding&design ได้เปิดเผยรูปโฉมของถ้วยแชมป์ศึกแดงเดือด THE MATCH Bangkok Century Cup 2022 ที่ความจริงแล้วเป็นคอมพิวเตอร์ Case Mod

'ยูเอ็น' ประเมินประชากร 'อินเดีย' อาจแซงหน้า 'จีน' ในปี 2023 ประชากรโลกอาจแตะหมื่นล้านคน ในปี 2100

องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เผย ‘อินเดีย’ มีแนวโน้มแซงหน้าจีนขึ้นเป็นชาติที่มีประชากรมากที่สุดในโลกภายในปี 2023 ขณะที่ประชากรโลกจะแตะหลักหมื่นล้านคนในปี 2100 

รายงานของยูเอ็นซึ่งเผยแพร่เนื่องในวันประชากรโลก (World Population Day) ระบุว่า จำนวนประชากรทั่วโลกจะแตะหลัก 8,000 ล้านคนในวันที่ 15 พ.ย. ปีนี้ และจะเพิ่มเป็น 8,500 ล้านคนภายในปี 2030 และ 10,400 ล้านคนภายในปี 2100

สำหรับอินเดีย เคยมีประชากรทั้งหมด 1,210 ล้านคน เมื่อปี 2011 ตามการสำรวจสำมะโนประชากรที่รัฐบาลทำทุกๆ 10 ปี ทว่าในปี 2021 อินเดียมีประชากรจำนวน 1.412 พันล้านคน ส่วนจีนมีจำนวน 1.426 พันล้านคน ในช่วงปี 2023 จึงมีความเป็นไปได้ที่อินเดียจะมีสัดส่วนประชากรเพิ่มสูงขึ้นกว่าจีน 

ส่วนในปี 2050 คาดว่าอินเดียจะมีประชากรจำนวนถึง 1.668 พันล้านคน มากกว่าจีนที่จะมีจำนวนประชากรลดเหลือ 1.317 พันล้านคน จากอัตราการเจริญพันธุ์ที่ลดลง แม้รัฐบาลจีนจะผ่อนคลายนโยบายควบคุมจำนวนประชากร โดยอนุญาตให้แต่ละครอบครัวมีลูกได้ 3 คน แต่ผลการศึกษาวิจัยหลายฉบับชี้ว่า ปัจจัยทางเศรษฐกิจ เช่น ราคาอสังหาริมทรัพย์ที่สูงขึ้น เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้อัตราการเกิดนั้นลดลง อีกทั้งรัฐยังไม่มีมาตรการอื่นๆ ที่ช่วยจูงใจในการมีลูกมากพอ

'ครม.' ตั้ง ‘ณัฐพล รังสิตพล’ ขึ้นปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมคนใหม่

รายงานข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (12 ก.ค.) ได้มีมติแต่งตั้ง นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) หรือ 'ดีพร้อม' กระทรวงอุตสาหกรรม ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมคนใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 แทน นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 กันยายน 2565 โดยนับเป็นปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมคนที่ 30


ที่มา : https://mgronline.com/business/detail/9650000066372

ท่าอากาศยานเชียงใหม่เตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัย รองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงวันหยุดยาว

นายวิจิตต์ แก้วไทรเทียม ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) กล่าวว่า ในระหว่างวันที่ 13-17 กรกฎาคม 2565 ซึ่งเป็นวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา รวมทั้งวันหยุดพิเศษ ทำให้มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน คาดการณ์ว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงเดินทางกลับภูมิลำเนาเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาปกติ เพื่อให้การบริการเป็นไปด้วยความสะดวกรวดเร็วภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัย ทชม.จึงได้จัดเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ อาทิ ดูแลสิ่งอำนวยความสะดวกให้มีความพร้อมใช้งาน จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตามจุดต่างๆ ให้เพียงพอ ดูแลการจราจรทั้งบริเวณหน้าชานชาลาอาคารผู้โดยสารและบริเวณภายในท่าอากาศยานให้คล่องตัว สนธิกำลังหน่วยงานภาครัฐ ทหาร ตำรวจ เพิ่มความถี่ในการตรวจตระเวนภายในอาคารผู้โดยสารภายและบริเวณโดยรอบท่าอากาศยาน รวมทั้งสุ่มตรวจรถยนต์ ที่เข้ามาในบริเวณท่าอากาศยาน เพื่อป้องกันการก่อเหตุอันตรายต่างๆ

ปัจจุบัน (ในเดือนกรกฎาคม 2565) ทชม.มีผู้โดยสารเฉลี่ยวันละประมาณ 14,000 คน เป็นผู้โดยสารภายในประเทศกว่า 13,400 คน ผู้โดยสารระหว่างประเทศกว่า 500 คน จำนวนเที่ยวบินเฉลี่ยวันละ 95-100 เที่ยวบิน เป็นเที่ยวบินภายใน ประเทศประมาณ 95 เที่ยวบิน และเที่ยวบินระหว่างประเทศวันละ 4 เที่ยวบิน ทั้งนี้คาดการณ์ว่าในช่วงวันหยุดจะมีจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยวันละประมาณ 18,000 คน หรือเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 30 โดยเป็นผู้โดยสารภายในประเทศกว่า 17,000 คน ผู้โดยสารระหว่างประเทศกว่า 700 คน ซึ่งเที่ยวบินระหว่างประเทศ ที่ทำการบินในปัจจุบันมี 3 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทาง สิงคโปร์-เชียงใหม่-สิงคโปร์ โดยสายการบินสกู๊ตไทเกอร์แอร์ เส้นทาง กัวลาลัมเปอร์-เชียงใหม่-กัวลาลัมเปอร์ โดยสายการบินแอร์เอเชีย และเส้นทาง อินชอน-เชียงใหม่-อินชอน โดยสายการบินเจจูแอร์ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top