กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ผนึกกำลัง มช. สร้างความร่วมมือ “พัฒนาระบบกล้องวงจรปิดแบบบูรณาการ

กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ผนึกกำลัง มช. ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ“การศึกษาพัฒนาระบบกล้องวงจรปิดแบบบูรณาการ เสริมการทำงานตำรวจท่องเที่ยว เพื่อความปลอดภัยนักท่องเที่ยว”

รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ฤกษ์เกรียงไกร รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ พลตำรวจโท สุคุณ พรหมายน ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย อาจารย์ ดร.ดนัยธัญ พงษ์พัชราธรเทพ รองคณบดีวิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ พลตำรวจตรี อภิชาติ สุริบุญญา รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การศึกษาพัฒนาระบบกล้องวงจรปิดแบบบูรณาการเพื่อความปลอดภัยนักท่องเที่ยว” ร่วมกัน เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2566 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมพระยาศรีวิสารวาจา สำนักงานมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์ เพื่อสนับสนุนความร่วมมือด้านการวิจัย เน้นการพัฒนาต้นแบบกล้องวงจรปิด AI ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อช่วยการทำงานของตำรวจท่องเที่ยว ให้มีความรวดเร็วเห็นผลและได้คุณภาพมากยิ่งขึ้นโดยได้กำหนดขอบเขตของความร่วมมือด้านการวิจัย ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการเก็บข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล จำนวนนักท่องเที่ยว รวมทั้งการตรวจจับการจำกัดเขตหวงห้ามในจุดเสี่ยงและเวลาที่เสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม

รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ฤกษ์เกรียงไกร รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้กล่าวว่า “ความร่วมมือกับกองบัญชาการตํารวจท่องเที่ยว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในวันนี้ จะเป็นอีกก้าวหนึ่งของความร่วมมือทางวิชาการระหว่างกันในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการวิจัยและพัฒนาระบบกล้องวงจรปิดแบบบูรณาการ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทยแล้ว และยังนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ ซึ่งมีความสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำที่รับผิดชอบต่อสังคม และการพัฒนาที่ยั่งยืนดังค่านิยมด้าน Community Engagement การเชิดชูรับใช้สังคม โดยมุ่งเน้นท้องถิ่นและมีความรับผิดชอบต่อสังคม”
ด้านพลตำรวจโท สุคุณ พรหมายน ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กล่าวถึงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในครั้งนี้ว่า “สืบเนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เห็นว่าความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยการนำเทคโนโลยี AI มาช่วยในการทำงานของตำรวจท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลการทำงานของตำรวจท่องเที่ยวที่มีกำลังพลอยู่อย่างจำกัด กอปรกับนโยบายของรัฐบาลที่มีแนวคิดพัฒนาในการพัฒนางานด้านนิติวิทยาศาสตร์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และที่ผ่านมาผมได้ตระหนักมาตลอดว่างานด้านนิติวิทยาศาสตร์ของเรา มีทั้งองค์ความรู้ทางวิชาการ และประสบการณ์ในการทำงานที่จะนำมาแลกเปลี่ยนเพื่อประโยชน์ต่อการศึกษาค้นคว้าและวิจัย และมีการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่ปฎิบัติหน้าที่จริงและสถาบันการศึกษา เพื่อการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ความสามารถ และต่อยอดงานด้านวิชาการเกี่ยวกับงานด้านนิติวิทยาศาสตร์ไปในอีกมิติหนึ่ง การนำเทคโนโลยีมาช่วยในการดำเนินงานนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลการทำงานของตำรวจท่องเที่ยวที่มีกำลังพลอยู่อย่างจำกัด




















