Monday, 29 June 2026
NEWS FEED

‘แม่น้องการ์ตูน’ โพสต์จากใจ ขอบคุณ ‘แพทย์จุฬาฯ’ ที่รักษาลูกสาว ผู้ป่วย ‘เจ้าหญิงนิทรา’ ให้กลับมารับรู้และตอบสนองได้

นางเพ็ญนิดา ไชยสายัณห์ คุณแม่ของน้องการ์ตูน ผู้ป่วยสภาวะสมองตายหรือสภาวะเจ้าหญิงนิทรา ได้โพสต์เฟซบุ๊ก เพื่อขอบคุณทีมแพทย์ จากโรงพยาบาลจุฬาฯ ที่ได้ช่วยรักษาลูกสาว จนทำให้อาการดีขึ้นมาตามลำดับ โดยระบุว่า ...

จากใจแม่ ❤️❤️❤️ วันนี้ ครบ9 เดือนแล้ว ที่น้องการ์ตูนลูกแม่ นอนพักรักษาตัว ที่ รพ.  ก่อนรับยา มณีแดง น้องนอนไม่รู้สติมานานถึง 7 เดือน  มาเดือนที่ 8  น้องได้มีโอกาสพิเศษมาก ๆได้รับการรักษาด้วยโปรแกรมหลักเมตตาธรรม ตามปฎิญญา เฮลซิงกิ ค.ศ. 2013  การใช้ยามณีแดง ในผู้ป่วยสมองเสียหายจากขาดออกซิเจน... เป็นความโชคดี ที่ทำให้แม่ได้รู้จัก ศ.ดร. นพ.อภิวัฒน์ มุทิรางกูล ผู้ค้นพบ REDGEMs  ที่ให้โอกาสน้องรับยามณีแดง หรือ REDGEMs ตั้งแต่เดือนที่8 ถึงวันนี้ 9 เดือนแล้ว น้องรับยา 5 โดสแล้ว  

แม่อยากบอกความรู้สึกถึงความมหัศจรรย์  2 เรื่อง คือ 1. น้องได้โอกาสรับยา มณีแดง เป็นคนแรก ของประเทศไทย จาก ศ.ดร.นพ. อภิวัฒน์ มุทิรางกูร ผู้ค้นพบ REDGEMs หรือ มณีแดง 2.มหัศจรรย์ของยา  น้องมีการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่ชัดเจนคือ  เพียง1วัน ผิวสดใสมาก จากผิวที่หมองคล้ำ  มือเท้าเย็นเป็นอุ่น เล็บเปลี่ยนจากสีม่วงคล้ำเป็นสีชมพู ทั้ง 2 ข้าง  แม่สังเกตทุกวัน น้องแสดงถึงการรับรู้ให้เห็น จากภาวะผัก หรือเจ้าหญิงนิทรา หลังให้ยาใน1 สัปดาห์ เป็นต้นไปการตื่นตัว เร็วขึ้น มีเสียง-แตะตัวเบาๆน้องก็ลืมตา น้องลืมตาโต-กะพริบตาเหมือนคนปกติได้ดีขึ้น จากเดิมที่เรียกแล้วจะตื่นช้ามากและลืมตาซ้ายแทบไม่ได้ เพราะมีอาการ หนังตาตก-ตามองไม่ตรง ตอนนี้ลืมตาได้เกือบเท่ากัน ทั้ง2 ข้างตาไม่เหล่ มองได้ตรงสมดุลย์ ตามีแววไม่เลื่อนลอย  น้องพยายามมองตามเสียงพูด  สีหน้าแสดงอารมณ์ มีขมวดคิ้ว มีน้ำตาไหล บางครั้งขยับปากอยากพูด ทำตามสั่งได้ เอียงคอไปซ้าย-ขวาได้  ทำตามสั่งได้ กำมือ-แบมือได้  แต่ต้องให้เวลาน้องสัก 2-3นาที

สิ่งที่น้องทำได้  แม่รู้สึกเหมือน ปาฏิหาริย์ ได้เกิดกับลูกแม่แล้ว  ❤️❤️❤️🙏🙏🙏 อาจารย์หมออภิวัฒน์ บอกว่าต้องให้เวลาสมองในการเจริญเติบโต ทำหน้าที่ และพัฒนาเรียนรู้ อีกเป็นเดือน .... ปี...  อาจารย์หมอ และพ่อ-แม่ บอกได้ว่า .....  ณ วันนี้  น้องกลับมาแล้ว ❤️❤️❤️ น้องมีการรับรู้แล้ว เพียงแต่ยังสื่อสารยังไม่ได้  💓💓💓 ยังพูดไม่ได้  น้องเจาะคอ รอเพียงให้น้องแข็งแรงขึ้นเท่านั้น  แม่จะเฝ้าดูแล ฝึกพัฒนาการ-การเรียนรู้ให้น้องอย่างใกล้ชิดทุกวัน ด้วยแม่มีความรู้ทางการพยาบาลและเวชศาสตร์การกีฬาที่เรียนมา ....  จะกี่วัน กี่เดือน  แม่ก็จะรอให้น้องกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม แม่จะรอด้วยความหวัง ซึ่งแม่เชื่อว่า  ผลของยามณีแดง ที่อาจารย์ให้เป็นโดส ทุกสัปดาห์  อย่างต่อเนื่อง น้องจะดีขึ้นทุกวันๆ   ❤️❤️❤️

ด้วยอานิสงค์  จากผลการใช้ยาที่เกิดความสำเร็จนี้  🙏🙏🙏ขอให้ ผู้ป่วยภาวะสมองเสียหายที่ญาติรอคอยด้วยความหวัง ได้มีโอกาสรับยามณีแดง เพราะยิ่งได้รับเร็ว ยิ่งจะช่วยให้เซลสร้างตัวขยายตัวเร็ว  และเซลกลับมาทำงานเป็นปกติได้เร็ว ผู้เป็นพ่อแม่รอคอยลูกกลับมาทุกลมหายใจ
       

👍👍👍ศ.ดร.นพ. อภิวัฒน์  มุทิรางกูร  แพทย์จุฬาฯ ผู้ค้นพบ โมเลกุล REDGEMs หรือ มณีแดง ยาอายุวัฒนะ วิทยาการสมัยใหม่ องค์ความรู้ใหม่ทางการแพทย์  มณีแดง  ช่วยสร้างเซลสมองใหม่ ระดับ DNA ช่วยต้านเซลล์ชราให้เซลล์ย้อนวัย ดิฉันขอกราบขอบพระคุณ ท่านผู้ให้โอกาสน้องได้รับยา มณีแดง  เป็นคนแรก ของประเทศไทย นี่คือ สิ่งมหัศจรรย์ ที่เกิดกับลูก ความสำเร็จนี้ คือดีใจมาก เป็นความหวังสูงสุดในชีวิตของพ่อ-แม่  ที่สุดคือเป็นความภาคภูมิใจแห่งวงการแพทย์ไทย ชาติไทย และเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ   ❤️❤️❤️🙏🙏🙏❤️❤️❤️  และขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจค่ะ

บก.สส.สตม. ร่วมกับ ป.ป.ส. รวบ 2 หนุ่มเมืองโสม หนีคดียาเสพติดซุกอยู่ไทย

บก.สส.สตม. จับกุมนายนัม (นามสมมุติ) อายุ 37 ปี และ นายจัง (นามสมมุติ) อายุ 44 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ ในข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay)

พฤติการณ์กล่าวคือ สำนักงานอัยการสูงสุด สาธารณรัฐเกาหลี ได้ประสานมายัง ป.ป.ส. และ บก.สส.สตม. ขอความร่วมมือ ให้สืบสวนติดตามตัว นายนัม (นามสมมติ) และนายจัง (นามสมมติ) ชาวเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของสาธารณรัฐเกาหลี กระทำความผิดฐานลักลอบนำเข้ายาเสพติด หลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย กลับไปดำเนินคดีที่สาธารณรัฐเกาหลี โดยมีพฤติกรรมกระทำผิด คือ เมื่อประมาณต้นเดือน มีนาคม 2566 เจ้าหน้าที่ศุลกากรอินชอน สาธารณรัฐเกาหลี ตรวจพัสดุ EMS พบยาไอซ์ น้ำหนักรวมประมาณ 172.18 กรัมมูลค่า 17,218,000 วอน (ประมาณ 460,000 บาท) จึงนำส่งสำนักงานอัยการสูงสุดสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อดำเนินคดี จากนั้นขยายผลและสามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวเกาหลีใต้จำนวน 3 คน จากการสอบสวนพบว่า

ผู้จัดหายาเสพติดดังกล่าวอยู่ในประเทศไทยคือ นายนัม และ นายจัง และชื่อที่จ่าหน้าบนพัสดุดังกล่าวคือ นายจัง สำนักงานอัยการสูงสุด จึงขอหมายจับบุคคลทั้งสอง

บก.สส.สตม. จึงได้สืบค้นข้อมูลในระบบสารสนเทศ ตม. พบว่านายนัม เดินทางเข้ามาประเทศไทยเมื่อวันที่ 12 ก.พ.66  ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตรา ประเภท ผ.ผ.90 ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 12 พ.ค.66 ส่วนนายจังเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.65 ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราช อาณาจักรถึงวันที่ 17 ก.ย.65 ปัจจุบันทั้งสองคน อยู่โดยการอนุญาตสิ้นสุดแล้ว (Overstay) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม

จึงได้สืบสวนติดตามตัว จนกระทั้งทราบว่า ทั้งสองคนเข้าพักอาศัยในย่านถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง กรุงเทพฯ จึงได้ไปประสานขอเข้าตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบ นายนัม และนายจัง ทั้งสองคน และได้ตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่าการอนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรไทยได้สิ้นสุดลงแล้ว จึงได้แจ้งข้อหา เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด นำตัวส่ง พงส.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. ดำเนินคดีตามกฎหมาย

บก.ตม.3 รวบ โอปป้า Overstay หนีหมายจับทำเว็บพนัน มากบดานอยู่ในประเทศไทย

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ ผบก.ตม.3, พล.ต.ต.เกติ์ฉกาจ นิลประดับ ผบก.ตม.4,พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.มณุวัฒน์ กอสนาน รอง ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.อภิมุข กานตยากร รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.ศท.ตม.ปฏิบัติราชการ บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผบก.สส.ภ.7 ปฏิบัติราชการ บก.สส.สตม., พ.ต.อ.สรธรรศจ์ เอี่ยมละออ ผกก.1 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.พิสิษฐ์  ศรีอ่อน ผกก.2 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐพงษ์ แก้วยอด ผกก.4 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ณภัทรพงศ สุภาพร ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ ดังนี้

 1. บก.ตม.3 รวบ โอปป้า Overstay หนีหมายจับทำเว็บพนัน มากบดานอยู่ในประเทศไทย
บก.ตม.3 จับกุมนายคิม (นามสมมติ) สัญชาติเกาหลีใต้ อายุ 35 ปี ในข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay) จำนวน 1,582 วัน

พฤติการณ์กล่าวคือ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ออกสืบสวนปราบปราม ตรวจสอบคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย ในพื้นที่ อ.บางละมุง จว.ชลบุรี พบผู้ต้องหามีท่าทางพิรุธ จึงได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจสอบ และได้ตรวจสอบข้อมูลในระบบสารสนเทศ ตม. จากการตรวจสอบทราบชื่อ นายคิม  อายุ 35 ปี สัญชาติเกาหลีใต้

 เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 3 พ.ย.2561 ได้รับการตรวจลงตราประเภท ผ.ผ.90 ครบกำหนดอนุญาต 31 ม.ค.2562 ซึ่งอยู่เกินกำหนดอนุญาตแล้ว จำนวน 1,582 วัน จากการตรวจสอบข้อมูล ยังพบว่า นายคิม เป็นผู้ต้องหาตามหมายแดง (Red Notice) ขององค์กรตำรวจสากล (Interpol) ที่สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) ต้องการตัว ในข้อหาร่วมกับผู้สมรู้ร่วมคิด จัดให้มี การเล่นการพนันออนไลน์ ซึ่งมีเงินหมุนเวียน 5,919,442,923 วอน (163 ล้านบาท) ซึ่งสำหรับทางสาธารณรัฐ

เกาหลีนั้นเป็นความผิดตามกฎหมายด้านการส่งเสริมกีฬา ที่วางโทษไว้เป็นโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 70 ล้านวอน จึงได้จับกุมตัวผู้ต้องหาและแจ้งข้อกล่าวหา ในความผิดฐานเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตำรวจไซเบอร์จับเครือข่ายหลอกเทรดหุ้นบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ อ้างลงทุนเริ่มต้นแค่ 1 พัน สุดท้ายเหยื่อสูญเงินไปเกือบ 2 ล้าน

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2566 ที่ กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1 แถลงข่าวจับกุมเครือข่ายมิจฉาชีพอ้างตัวมาจากบริษัทยักษ์ใหญ่ชื่อดัง หลอกลวงให้ลงทุนเทรดน้ำมันผลตอบแทนดี ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินออกไป จำนวน 39 ครั้ง สูญเงินเกือบ 2 ล้านบาท

พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ฯ เปิดเผยว่า ตามสั่งการของ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ให้เร่งสืบสวนสอบสวน กรณีมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ว่าพบประกาศบน Facebook ให้ชักชวนให้ร่วมลงทุนเทรดน้ำมัน โดยสามารถเริ่มต้นที่เงิน จำนวน 1,000 บาท และจะได้รับผลตอบแทนสูงขึ้นตามจำนวนเงินที่ได้ลงทุนไป

ผู้เสียหายเกิดความสนใจจึงได้ติดต่อโดยการการกดลิงก์เพื่อเพิ่มเพื่อนในแอปพลิเคชัน Line ต่อมาจะมผู้อ้างตัวว่าเป็นฝ่ายบริการและโบรกเกอร์ เข้ามาแนะนำวิธีการลงทุนในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเปิดพอร์ต วิธีการ และหมายเลขบัญชีธนาคารในการโอนเงินเข้าในพอร์ต มีฝ่ายบัญชีและฝ่ายการเงิน แนะนำวิธีการถอนเงินออกจากระบบ โดยหลังจากที่ผู้เสียหายหลงเชื่อ ได้มีการโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารของกลุ่มมิจฉาชีพ จำนวน 6 บัญชี ทั้งหมด 39 ครั้ง รวมเป็นเงิน 1,881,144 บาท ต่อมาไม่สามารถถอนเงินออกจากระบบได้ ผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกหลอก จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.สอท.1 สามารถจับกุมผู้ต้องหา นายณัฐกาญจน์(สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาในขบวนการดังกล่าว ได้ตามหมายจับของศาลอาญาพระโขนงที่ 276/2566 ลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2566 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น , ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” โดยทำการจับกุมได้ที่ บ้านพัก ในตำบลลาดทิพรส อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี เบื้องต้นผู้ต้องหายังไม่ขอให้การใดๆ

กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ขอประชาสัมพันธ์มายังพี่น้องประชาชนว่า ในปัจจุบันมิจฉาชีพมีการปลอมแปลงตราสัญลักษณ์รวมถึงภาพผู้บริหารของบริษัทที่มีชื่อเสียงไปใช้ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ รวมไปถึงมีการแอบอ้างหน่วยงานภาครัฐหรือธนาคารต่างๆ อีกด้วย ขอให้ประชาชนหมั่นสังเกต โดยมีจุดสังเกตว่าอาจจะเป็นมิจฉาชีพ เช่น การันตีผลตอบแทน (ไม่มีการลงทุนใดที่สามารถการันตีผลตอบแทนได้) หรือ ให้ผลตอบแทนที่สูงเกินจริง โดยก่อนลงทุน ควรตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุนที่ได้รับอนุญาต และตรวจสอบว่าประเภทใบอนุญาตตรงกับบริษัทที่อ้างถึงหรือไม่ หรือหากเป็นการลงทุนควรโอนเงินเข้าบัญชีปลายทางที่เป็นชื่อผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาต ไม่ควรจะเป็นบัญชีบุคคลธรรมดา

ทั้งนี้ หากพบการโฆษณาชักชวนลงทุนที่ไม่น่าไว้ใจ สามารถสอบถามได้ที่ ศูนย์บริการประชาชน ก.ล.ต. โทร 1207 กด 2 หรือ สายด่วน ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โทร 1441

ผบ.ตร.สั่ง ผบช.ภ.7 ตรวจสอบรายการยูทูบเบอร์ดัง มีการขออนุญาตถูกต้อง ตามระเบียบกฎหมายหรือไม่

ผบ.ตร.สั่ง ผบช.ภ.7 ตรวจสอบรายการยูทูบเบอร์ดัง มีการขออนุญาตถูกต้อง ตามระเบียบกฎหมายหรือไม่ พร้อมตรวจสอบบุคคลที่ปรากฎในคลิปเป็นตำรวจจริงหรือไม่ หากพบเป็นความผิดให้ดำเนินตามกฎหมาย เตือนแต่งเครื่องแบบตำรวจโดยไม่มีสิทธิ มีโทษจำคุกสูงถึง 5 ปี ส่วนยูทูบเบอร์เป็นผู้ใช้ รับโทษเสมือนตัวการ

วันนี้ (19 มิ.ย.66 ) พล.ต.ท. อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  กล่าวว่า “จากกรณียูทูบเบอร์ ชื่อดัง เนท MyMateNate จ้างตำรวจ 50 นาย - คอมมานโด ไล่ล่าในห้างฯร้าง ได้โพสต์คลิปภารกิจการเอาตัวรอดคลิปหนึ่ง พร้อมทั้งระบุข้อความว่า "จะรอดไหม?!" จนกลายเป็นกระแสสังคมถึงความเหมาะสมนั้น

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ได้รับทราบแล้ว สั่งการด่วนให้ พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 และ พล.ต.ต.ไพโรจน์ คุ้มภัย ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ ถ่ายทำรายการดังกล่าว ลงตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าบุคคลที่ปรากฎในคลิปเป็นข้าราชการตำรวจจริงหรือไม่ ได้มีการขออนุญาตถ่ายทำการแสดงในการแต่งกายตำรวจ ตามระเบียบกฎหมายหรือไม่ รวมทั้งการใช้อาวุธปืน ยุทโธปกรณ์ ยานพาหนะ ถูกต้องหรือไม่ หากพบเป็นความผิดให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ในเบื้องต้นทราบว่า มีข้าราชการตำรวจจริงบางนายที่ร่วมแสดง ส่วนผู้แสดงอื่นๆ กำลังตรวจสอบโดยละเอียดเพิ่มเติม

ในกรณีดังกล่าว หากเป็นข้าราชการตำรวจที่จะทำการแสดงจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์  ต้องปฏิบัติตามระเบียบตำรวจไม่เกี่ยวคดีลักษณะที่ 30 การปฏิบัติเกี่ยวกับการให้ข่าวแถลงข่าว การให้สัมภาษณ์ การเผยแพร่ภาพต่อสื่อมวลชน และการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ ที่ระบุไว้ชัดเจนว่า การขออนุญาตใช้สถานที่ บุคคลากร อุปกรณ์ ยานพาหนะของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าร่วมเพื่อประกอบฉากถ่ายทำเผยแพร่ภาพต่อสื่อมวลชน ต้องเสนอบท เนื้อหาตามลำดับชั้น เพื่อให้ผู้บังคับการอนุมัติจึงจะทำการแสดงได้  หากฝ่าฝืนต้องเป็นความผิดทางวินัย

บุคคลที่ไม่ใช่ตำรวจ แต่มารับจ้างแต่งกายเป็นตำรวจ หากไม่มีการขออนุญาตโดยถูกต้อง จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา 152 ฐาน แต่งเครื่องแบบตำรวจโดยไม่มีสิทธิ จะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 5 ปี และความผิด ตาม ป.อาญา มาตรา 146 ผู้ที่ไม่มีสิทธิสวมเครื่องเเบบ หรือประดับเครื่องหมายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากฝ่าฝืน จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ ไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนยูทูบเบอร์ ชื่อดัง เนท MyMateNate ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบการแสดง ในกรณีที่จะต้องมีแสดงแต่งกายเป็นตำรวจหรือแต่งกายคล้ายตำรวจ ที่ประสงค์จะเผยแพร่ต่อสาธารณชน จะต้องแจ้งบทเนื้อหา รายละเอียดเครื่องแบบ เครื่องแต่งกายที่ต้องใช้แสดงให้หัวหน้าสถานีตำรวจ ณ ท้องที่ที่จะถ่ายทำไม่น้อยกว่า 5 วันก่อนทำการถ่ายทำหรือการแสดง

ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 มาตรา 155 ประกอบกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์การแจ้งให้หัวหน้าสถานที่ตำรวจท้องที่ทราบฯ ซึ่งหากไม่มีการขออนุญาตโดยถูกต้อง แล้วไปจ้างบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่ตำรวจมาแต่งกายเป็นตำรวจโดยไม่มีสิทธิ จะเป็นความผิดฐานเป็นผู้ใช้ และเมื่อมีการกระทำความผิดลง มีการแต่งกายตำรวจโดยไม่มีสิทธิ์ ยูทูบเบอร์ผู้นั้นจะต้องรับโทษเสมือนตัวการ

โฆษก ตร. กล่าวอีกว่า “ฝากถึงยูทูบเบอร์ หรือผู้ที่จะทำการถ่ายทำการแสดง ละคร ภาพยนตร์ หรือการแสดงอื่นๆในทำนองเดียวกัน เพื่อจะใช้เผยแพร่ออกสู่สาธารณชน หากมีการแต่งกายด้วยเครื่องแบบตำรวจ แต่งกายคล้ายตำรวจ หรือต้องใช้อุปกรณ์ ยานพาหนะ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องดำเนินการขออนุญาตให้ถูกต้องตามระเบียบ กฎหมาย เพราะบางครั้งอาจจะดำเนินการไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม ทำให้เสื่อมเสียแก่ข้าราชการตำรวจ ทำให้คนหลงเชื่อว่าเป็นข้าราชการตำรวจจริง ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนได้ หากฝ่าฝืนจะมีโทษทางอาญา จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนข้าราชการตำรวจต้องปฏิบัติตามระเบียบ กฎหมาย กฎเกณฑ์ที่กำหนดให้ถูกต้อง มีการขออนุญาตตามลำดับชั้นถึงผู้บังคับการ หากฝ่าฝืนจะมีโทษทางวินัย

ทั้งนี้เพื่อความเหมาะสม สมเกียรติแห่งเกียรติยศ ศักดิ์ศรีของเครื่องแบบตำรวจ ที่จะปรากฎออกสู่สาธารณชน”
 

‘หยก ธนลภย์’ ยัน ขอเรียนต่อที่ ‘เตรียมพัฒน์’ พร้อมเดินหน้าต่อ เรียกร้องสิทธิพื้นฐาน ทรงผม-สีผม-การแต่งกาย

‘หยก ธนลภย์’  ยืนยันจะเรียนที่โรงเรียนเตรียมพัฒน์ เพราะสอบเข้าที่นี่ได้ และได้มอบตัวไปแล้ว โดยหยกชี้แจงเรื่องมอบตัวว่าได้มอบตัวเสร็จสมบูรณ์ไปแล้ว เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2566 โดยได้จ่ายค่าเทอมเรียบร้อยแล้วและได้เรียนมา ประมาณ 1 เดือนแล้วและเดือนหน้าก็กำลังเตรียมตัวจะสอบ แต่ทางโรงเรียนกลับมาบอกว่าให้ออกเพราะไม่ใช่นักเรียน

นอกจากนี้ หยก ยังยืนยันที่จะเดินหน้าเรียกร้องเรื่องทรงผมและสีผม โดยมองว่าทรงผมและสีผมของเราก็ย่อมเป็นสิทธิพื้นฐานทางเนื้อตัวของเรา โดยยกกรณีศึกษาเคสล่าสุด อ้างอิงจากเพจอาณาจักรฟ้าขาว ที่มีเด็กนักเรียน เสียชีวิตจากการที่ถูกครูกดดันเรื่องทรงผม หยกมองว่าเคสนี้ไม่ใช่เคสแรกและก็จะไม่ใช่เคสสุดท้าย ถ้ายังมีกฎระเบียบเรื่องทรงผม และสีผม อยู่ไม่เปลี่ยนแปลง

นอกจากนี้ การแต่งกายก็เป็นสิทธิพื้นฐานของเราเช่นเดียวกัน การแต่งกายนั้นไม่เกี่ยวกับการเรียนหยกยืนยันว่า ถึงจะแต่งชุดไปรเวทก็สามารถเรียนได้ ส่วนเรื่องพิธีกรรมต่างๆที่หยกไม่เข้าร่วมนั้นหยกมองว่าเป็นพิธีกรรมที่สืบทอดอำนาจนิยม อย่างเช่นพิธีไหว้ครูนั้นเราก็จ่ายค่าเรียนค่าเทอมเพื่อให้คุณครูนั้นได้มาสอนเรา การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างนั้นจะต้องมีจุดเริ่มต้น ถ้าหากไม่เริ่มวันนี้แล้วเราจะเริ่มวันไหน เมื่อสมัย 10 ปีก่อนก็มีพี่เนติวิทย์ทำ ช่วง 1-3 ปีที่แล้วก็มีกลุ่มนักเรียนเลวทำ มันไม่ใช่หยกที่เป็นจุดเริ่มต้นเพราะจุดเริ่มต้นนั้นมีมาตั้งนานแล้ว

‘ดร.หิมาลัย’ โพสต์เฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็น ‘เป็นห่วง’ เรื่องเว็บพนันออนไลน์ และการจ่ายสินบน

ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้โพสต์เฟซบุ๊กด้วยความเป็นห่วง ในประเด็นที่สังคมกำลังให้ความสนใจ เรื่องเว็บพนันออนไลน์และการจ่ายสินบน โดยได้ให้ความเห็นไว้ว่า ...

น่าเป็นห่วง...ผมอ่านข่าวผู้การชลบุรีเรียกรับเงินสินบนจากผู้ต้องหาคดีการพนันออนไลน์ กว่า 140 ล้าน เพื่อแลกกับการช่วยเหลือทางคดี ขณะนี้ผู้คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจมองไปที่มุมด้านของตำรวจที่เรียกรับเงินจากผู้ต้องหาในคดีการพนันออนไลน์แต่เพียงด้านเดียว ซึ่งแน่นอนตำรวจที่ทำอย่างนั้นก็ต้องรับผิดไปตามกฎหมาย แต่ก็ไม่อยากให้ลืมกลุ่มผู้เสียหายในคดีที่ตำรวจเรียกเงินนั้น ว่าเป็นผู้ต้องหาในคดีการพนันออนไลน์ ซึ่งน่าเป็นห่วงว่าถ้าตำรวจชุดที่ทำคดีมีการเรียกเงินจริงตามข่าว

แล้วในคดีการพนันนั้นจะมีการสอบสวนสืบสวนอย่างจริงจังแค่ไหน คงต้องมีการแตะเบรคแน่ๆ และตามที่ปรากฏเป็นข่าวผู้เสียหายในคดีตำรวจเรียกเงิน หรือผู้ต้องหาในคดีการพนัน มีความสามารถสั่งให้คนเอาเงินมาให้ในคืนเดียวกว่า 60-70 ล้านบาท กลุ่มคนที่เอาเงินมาให้เอาเงินมาจากไหน เกี่ยวกับเงินการพนันออนไลน์หรือไม่ ก็ควรต้องไปตรวจสอบ

จากที่พวกเราได้รับรู้ข่าวพวกการพนันออนไลน์ที่ได้เงินมาจากการทำบ่อนออนไลน์จำนวนมาก จนสามารถใช้เงินเบิกทางไปสู่ตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือสร้างภาพทางสังคม ทำให้ผมเห็นถึงความน่ากลัวของการใช้เงินของพวกนี้แล้วครับว่า จะใช้เงินซื้ออะไรอีก…
 

ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือร่วมประชุมองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย ครั้งที่ 142 และ Annual General Meeting ครั้งที่ 31 ณ ประเทศมาเลเซีย เพื่อความร่วมมือในการบริหารจัดการพลังงานในพื้นที่พัฒนาร่วมอย่างยั่งยืน

วันที่ 17 มิ.ย. 66 พล.ร.อ.สุวิน แจ้งยอดสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะสมาชิกองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย (MTJA:Malaysia-Thai Joint Authority Members) เข้าร่วมการประชุมองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย ครั้งที่ 142 และ Annual General Meeting ครั้งที่ 31 โดยมี YBHG. TAN SRI DR. RAHAMAT BIVI BINTI YUSOFF ประธานร่วมฝ่ายมาเลเซีย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย ดร.คุรุจิต นาครทรรพ ประธานร่วมฝ่ายไทย และสมาชิกองค์กรร่วมฯ จากทั้งสองประเทศเข้าร่วมการประชุม ณ โรงแรม Shangri La Rasa Sayang Resort & Spa ปีนัง ประเทศมาเลเซีย โดยที่ประชุมมีการรายงานความก้าวหน้าการดำเนินการด้านต่างๆ ของไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2023 ประกอบด้วย การพัฒนาและผลิตปิโตรเลียม , การเงิน , การจัดซื้อจัดจ้าง และการดำเนินการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยสิ่งแวดล้อม รวมทั้งพิจารณาเรื่องสำคัญอื่นๆ ของ MTJA ซึ่งมีผลการดำเนินการเป็นไปตามแผนงาน

นับว่าเป็นบทบาทหนึ่งของกองทัพเรือซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลในเวทีระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดการแสวงประโยชน์ทรัพยากรใต้พื้นท้องทะเลโดยเฉพาะพลังงานปิโตเลียมในพื้นที่พัฒนาร่วม (JDA:Joint Development Area) ที่เท่าเทียมกันของทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน

ทหารเรือบุกจับเรือบรรทุกน้ำมันหนีภาษี เกือบ 3 แสนลิตร ใกล้เกาะสีชัง ศรีราชา

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 66 เวลา 20.30 น. กองทัพเรือ โดย ทัพเรือภาคที่ 1 (ทรภ.1) บูรณาการร่วมกับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 1 (ศรชล.ภาค 1) และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันตรวจสอบและจับกุมเรือบรรทุกน้ำมันกลางทะเล 2 ลำ พบน้ำมันดีเซลไม่ผ่านการเสียภาษี จำนวน 290,000 ลิตร 

ล่าสุด เมื่อเวลา 16.30 น. ของวันที่ 18 มิ.ย.66 ที่ ท่าเรือกลางอ่าว กองบัญชาการกองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พลเรือตรี อนุพงษ์ ทะประสพ รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ได้เดินทางมาแถลงข่าวร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง 

โดยได้เปิดเผยว่า จากการปฏิบัติด้านการข่าวของ ทรภ.1/ศรชล.ภาค 1 นำไปสู่การมอบหมายภารกิจให้ เรือ ต.115 เข้าดำเนินการตรวจสอบเรือบรรทุกน้ำมันต้องสงสัย ที่มีลักษณะพฤติกรรมหลบเลี่ยงภาษี ชื่อ เรือ MMM 8 มีไต๋เรือ พร้อมลูกเรือ รวม 6 นาย พบน้ำมันดีเซล จำนวน 230,000 ลิตร และเรือ NPK แสนสุข 33 มีไต๋เรือ พร้อมลูกเรือ รวม 7 นาย น้ำมันดีเซล จำนวน 60,000 ลิตร รวม 290,000 ลิตร ที่บริเวณ เกาะสีชัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 

ก่อนที่ เรือ ต.115 จะได้ดำเนินการควบคุมเรือบรรทุกน้ำมันดีเซลหลบเลี่ยงภาษีดังกล่าว มายังท่าเรือกลางอ่าว กองบัญชาการกองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อตรวจสอบและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป 

ทั้งนี้ การปฏิบัติดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารเรือ/รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ที่ให้ดำเนินการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายในทะเลอย่างจริงจัง

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล  ทิพย์ศรี  อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

‘ดร.หิมาลัย’ โพสต์เฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็น ‘เป็นห่วง’ เรื่องเว็บพนันออนไลน์ และการจ่ายสินบน

ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้โพสต์เฟซบุ๊กด้วยความเป็นห่วง ในประเด็นที่สังคมกำลังให้ความสนใจ เรื่องเว็บพนันออนไลน์และการจ่ายสินบน โดยได้ให้ความเห็นไว้ว่า ...

น่าเป็นห่วง...ผมอ่านข่าวผู้การชลบุรีเรียกรับเงินสินบนจากผู้ต้องหาคดีการพนันออนไลน์ กว่า 140 ล้าน เพื่อแลกกับการช่วยเหลือทางคดี ขณะนี้ผู้คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจมองไปที่มุมด้านของตำรวจที่เรียกรับเงินจากผู้ต้องหาในคดีการพนันออนไลน์แต่เพียงด้านเดียว ซึ่งแน่นอนตำรวจที่ทำอย่างนั้นก็ต้องรับผิดไปตามกฎหมาย แต่ก็ไม่อยากให้ลืมกลุ่มผู้เสียหายในคดีที่ตำรวจเรียกเงินนั้น ว่าเป็นผู้ต้องหาในคดีการพนันออนไลน์ ซึ่งน่าเป็นห่วงว่าถ้าตำรวจชุดที่ทำคดีมีการเรียกเงินจริงตามข่าว แล้วในคดีการพนันนั้นจะมีการสอบสวนสืบสวนอย่างจริงจังแค่ไหน คงต้องมีการแตะเบรคแน่ๆ และตามที่ปรากฏเป็นข่าวผู้เสียหายในคดีตำรวจเรียกเงิน หรือผู้ต้องหาในคดีการพนัน มีความสามารถสั่งให้คนเอาเงินมาให้ในคืนเดียวกว่า 60-70 ล้านบาท กลุ่มคนที่เอาเงินมาให้เอาเงินมาจากไหน เกี่ยวกับเงินการพนันออนไลน์หรือไม่ ก็ควรต้องไปตรวจสอบ จากที่พวกเราได้รับรู้ข่าวพวกการพนันออนไลน์ที่ได้เงินมาจากการทำบ่อนออนไลน์จำนวนมาก จนสามารถใช้เงินเบิกทางไปสู่ตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือสร้างภาพทางสังคม ทำให้ผมเห็นถึงความน่ากลัวของการใช้เงินของพวกนี้แล้วครับว่า จะใช้เงินซื้ออะไรอีก…


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top