Wednesday, 5 August 2026
POLITICS NEWS

“ราเมศ”เผย แม้ปชป.ไม่ส่งผู้สมัค อบต.ยันปฏิบัติตาม กม.เคร่งคัด  ย้ำส.ส.- ข้าราชการการเมือง ห้ามช่วยหาเสียง 

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเลือกตั้งท้องถิ่น ในส่วนขององค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) ที่มีการเปิดรับสมัครวันนี้เป็นวันแรกว่า พรรคเป็นกำลังใจให้ผู้สมัครสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นทุกคน แม้พรรคฯไม่ได้ส่งผู้สมัครลงในนามพรรคก็ตาม แต่การปกครองส่วนท้องถิ่นมีความสำคัญต่อประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก พรรคฯให้ความสำคัญนับแต่วันที่ได้ก่อตั้งพรรค เพราะถือได้ว่าเป็นองค์กรที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชน รับรู้ถึงปัญหาต่างๆของแต่ละพื้นที่เป็นอย่างดี เป็นรากฐานและเป็นจุดเริ่มต้น ในการปกครองในระบอบประชาธิปไตย พรรคส่งเสริมการกระจายอำนาจ กระจายโอกาส กระจายงบประมาณ กระจายรายได้ ลดอำนาจรัฐเพิ่มอำนาจประชาชน เป็นสิ่งสำคัญของการกระจายอำนาจ ที่สำคัญประชาชนจะมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นอย่างแท้จริง และขอให้การหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
         

“บิ๊กเฒ่า” แต่งตั้งทีมโฆษกกองทัพเรือชุดใหม่ มอบหมายแถลงเจตนารมณ์และนโยบายประจำปี 2565 ยัน “เรือดำน้ำ” ยังมีตามยุทธศาสตร์ชาติ ยินดีปฏิบัติตามรบ.สั่งการ คำนึงถึงปชช.เป็นหลัก หลังโควิด-19 พ่นพิษ

ที่หอประชุมกองทัพเรือ พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ได้มีคำสั่งแต่งตั้งทีมโฆษกกองทัพเรือชุดใหม่ โดยมอบหมายให้พล.ร.ท.ปกครอง มนธาตุผลิน เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ เป็นโฆษกกองทัพเรือ พล.ร.ต.อนุวัต ดาผิวดี เลขานุการกองทัพเรือ เป็นรองโฆษกกองทัพเรือ  พล.ร.ต.อภิชาติ วรภมร ฝ่ายเสนาธิการประจำกองบัญชาการกองทัพเรือ เป็นรองโฆษกกองทัพเรือ น.อ.ปารัช รัตนไชยพันธ์ ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ เป็นผู้ช่วยโฆษกกองทัพเรือ และแพทย์จีน ปรียาดา บัวสมบุญ เป็น ผู้ช่วยโฆษกกองทัพเรือ   

ทั้งนี้พล.ร.ท.ปกครอง กล่าวว่า นโยบายผู้บัญชาการทหารเรือในปีนี้ เป็นการสานงานต่อเนื่องจากนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือที่ผ่านมา เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์กองทัพเรือ ตลอดจนรวมพลังขับเคลื่อนกองทัพเรือตามยุทธศาสตร์กองทัพเรือระยะ 20 ปี ไปสู่การเป็นหน่วยงานความมั่นคงทางทะเล ที่มีบทบาทนำในภูมิภาคและเป็นเลิศในการบริหารจัดการ และการส่งมอบคุณค่าให้แก่ประชาชนและสังคม และเป็นกองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจด้วยการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ  มีความจงรักภักดี ด้วยสติรู้ตัว ด้วยปัญญารู้คิด สุจริตจริงใจ โดยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าส่วนอื่น นำพากองทัพเรือให้เจริญก้าวหน้า โดยเน้น ความสามัคคีปรองดองเป็นพี่เป็นน้อง ร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติหน้าที่ พร้อมย้ำผู้บังคับหน่วยต้องดูแลหน่วยและดูแลสวัสดิการกำลังพลชั้นผู้น้อย โดยมีเป้าหมายที่สำคัญคือ "รวมใจภักดิ์ รักษ์ชาติ ราษฎร์ศรัทธา" 

พล.ร.ท.ปกครอง กล่าวต่อว่า ส่วนนโยบายเร่งด่วนและสำคัญที่สุดที่ผบ.ทร.ได้กำชับให้กับหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือได้แก่ 1.การพิทักษ์รักษา ปกป้องและเทิดทูน สถาบันพระมหากษัตริย์อย่างเต็มขีดความสามารถ ตลอดจนการสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทานในการดำเนินโครงการจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” 2.การสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาที่สำคัญของชาติ การพัฒนาประเทศ การบรรเทาภัยพิบัติและการช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุทกภัยที่กำลังจะเกิดในขณะนี้ และการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19  3.การดูแลขวัญกำลังใจของกำลังพลกองทัพเรือ โดยเฉพาะกำลังพลชั้นผู้น้อย ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 การปรับปรุงที่พักอาศัย การสวัสดิการ เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น

พล.ร.ท.ปกครอง กล่าวอีกว่า นอกจากนั้นผบ.ทร.ได้มอบเจตนารมณ์ของผบ.ทร. จำนวน 10 ข้อ ได้แก่ 1.พิทักษ์รักษา ปกป้อง และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยให้ความสำคัญเร่งด่วนในการป้องกันและสนับสนุนการปราบปรามการกระทำที่ล่วงละเมิดต่อสาบันพระมหากษัตริย์ทุกรูปแบบ พร้อมน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการและพระบรมราโชบาย มาเป็นหลักสำคัญในการปฎิบัติงาน ตลอดจนการสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน ในโครงการจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน

2.ดำรงความพร้อมของกองทัพเรือดำเนินการทั้งการเตรียมองค์บุคคล องค์วัตถุ และยุทธวิธีให้พร้อมและเหมาะสมกับสถานการณ์ในการดูแล รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลปฎิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความจงรักภักดี ด้วยสติรู้ตัว ด้วยปัญญารู้คิด สุจริตจริงใจ โดยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าส่วนอื่น และสร้างการรับรู้ ความเข้าใจให้กับประชาชนได้รับทราบอย่างถูกต้อง

3.ดำรงความต่อเนื่องในความร่วมมือและความสัมพันธ์กับกองทัพเรือมิตรประเทศ นานาชาติ  รวมถึงองค์การระหว่างประเทศ ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี อย่างสมดุล ภายใต้แนวคิด 
“ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” สร้างความสงบสันติ พัฒนาไปได้ โดยไม่หวาดระแวงกัน

4.สนับสนุนรัฐบาลในการพัฒนาประเทศและแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติ อย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยมุ่งเน้นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย ตั้งแต่ในภาวะปกติ จนถึงภาวะวิกฤติ รวมถึงการบูรณากับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคม องค์กรต่าง ๆและภาคประชาชน

5.ป้องกัน รักษา และฟื้นฟู กำลังพลกองทัพเรือและครอบครัว ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

6.ปลูกฝังกำลังพลกองทัพเรือ ให้มีสุขภาพแข็งแรง มีระเบียบวินัย และมีขวัญกำลังใจที่ดี ต้องส่งเสริมคนดีให้มีความเจริญก้าวหน้า ปลูกฝังอุดมการณ์ความซื่อสัตย์และความจงรักภักดีต่อ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และมีความภูมิใจในการเป็นทหารเรือ สำหรับผู้กระทำความผิด ต้องได้รับการลงโทษโดยไม่มีการละเว้น

7.ดำรงความต่อเนื่องเรื่องสวัสดิการบ้านพักข้าราชการกองทัพเรือ ให้มีความเพียงพอกับความต้องการทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

8.การจัดทำความต้องการและงบประมาณ การวางแผนงบประมาณและการจัดสรรงบประมาณต้องมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์ เงินทุกบาททุกสตางค์ ได้มาจากภาษีของประชาชน ต้องใช้จ่ายอย่างคุ้มค่าเกิดประโยชน์ต่อกองทัพเรือ ประเทศชาติและประชาชนให้ได้มากที่สุด

9.ดำเนินการเชิงรุกในการสร้างการรับรู้ ทำความเข้าใจและประชาสัมพันธ์ให้ กำลังพลกองทัพเรือ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชนได้รับรู้ เข้าใจ และก้าวไปด้วยกัน

10.ส่งเสริมระบบงานวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมทางการทหารของกองทัพเรือ และรัฐวิสาหกิจในกำกับให้เกิดประโยชน์สูงสุด มุ่งไปสู่การพึ่งพาตนเอง และต่อยอดสู่สายการผลิตได้

โฆษกทร. แจงเหตุเครื่องผลักดันน้ำกองทัพเรือจมที่สมุทรปราการ เผยเครื่องพ่นน้ำรั่วระหว่างเดินเครื่องผลักดันน้ำ ส่งผลให้น้ำไหลเข้าเรือเร็วและระบายไม่ทัน  เร่งกู้วันนี้ คาดไร้อุปสรรคโฆษกทร. แจงเหตุเครื่องผลักดันน้ำกองทัพเรือจมที่สมุทรปราการ เผยเครื่องพ่นน้ำรั่

ที่หอประชุมกองทัพเรือ พลเรือโท ปกครอง มนธาตุผลิน เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ  ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยถึงกรณีที่เกิดเหตุการณ์เครื่องผลักดันน้ำของกองทัพเรือจมบริเวณคลองสำโรง ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ขณะกำลังดำเนินการผลักดันน้ำในคลองสู่ทะเล เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมาว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดจากเครื่องพ่นน้ำรั่วระหว่างเดินเครื่องผลักดันน้ำ  ส่งผลให้น้ำไหลเข้าเรือเร็วและระบายไม่ทัน ซึ่งทันทีที่เกิดเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ที่ดูแลประจำพื้นที่ได้รีบนำ เครื่องสูบน้ำฉุกเฉิน ออกมาเร่งดำเนินการแก้ไข แต่เนื่องจากบริเวณที่ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเป็นจุดที่เข้าถึงยาก ทำให้ไม่สามารถแก้ไขได้อย่างทันท่วงที  ซึ่งลักษณะการติดตั้งเรือจะผูกติดกันไว้เป็นคู่ เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจปลดตัวยึดล็อค ของเครื่องผลักดันน้ำอีกลำหนึ่งแต่ไม่ทันการณ์ ทำให้เครื่องผลักดันน้ำเครื่องที่สอง ถูกเครื่องแรกที่มีปัญหาดึงจมลงไปด้วย   ซึ่งจากการตรวจสอบล่าสุดพบว่าสาเหตุการทำให้เรือจมเนื่องจาก มีเศษไม้ที่เป็นขยะแข็งเข้าไปทำให้ Water jet ขัดตัวเกิดการชำรุดแตกเสียหายน้ำเข้าเรือ ส่วนลำที่ 2 สาเหตุ เกิดจากการ การผูกยึดกับลำที่ 1 ดึงจมลง

พลเรือโท ปกครอง กล่าวต่อว่า ในส่วนของการกู้เครื่องผลักดันน้ำขึ้นมานั้น ทางชุดเฉพาะกิจผลักดันน้ำจะเร่งดำเนินการในวันนี้ ซึ่งการดำเนินการคาดว่าไม่มีอุปสรรคข้อขัดข้อง เนื่องจากระดับน้ำในคลองมีความลึกไม่เกิน 3 เมตร กระแสน้ำไม่ไหลเชี่ยว อีกทั้งเครื่องผลักดันน้ำมีน้ำหนักเพียง 4 ตัน สามารถใช้เครนยกขึ้นมาได้ จากนั้นจะนำไปดำเนินการซ่อมทำที่กรมอู่ทหารเรือซึ่งเป็นหน่วย วิทยาการในการซ่อมทำอยู่แล้ว นอกจากนั้น ระบบของเครื่องผลักดันน้ำ ไม่ใช่ระบบอิเล็กทรอนิกส์จึงสามารถดำเนินการซ่อมได้ไม่ยาก ทั้งนี้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ จะเคลื่อนย้ายเครื่องผลักดันน้ำ 2 ลำไปทดแทน เพื่อให้คงประสิทธิภาพในการเร่งระบายน้ำเช่นเดิม  

'อดีตหัวหน้าการ์ดเสื้อแดง' ทำตัวเป็น หมอเดา! อ้างรอยกระสุนที่หัวคฝ.น่าจะเป็นกระสุนยางลั่น

8 ต.ค. 64 - นายสมบัติ ทองย้อย อดีตหัวหน้าการด์เสื้อแดงและกลุ่มราษฏร โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงกรณีที่ตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) ถูกยิงที่ศีรษะบาดเจ็บสาหัส เมื่อคืนวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา โดยบุว่า...

พงศ์พรหม' ติง 2 อาจารย์ มธ. แซะเจ้า-ชมคนบ้าแก้ผ้า ฝันโม้ได้ทุกเรื่อง แต่ไม่เคยทำ

จากกรณีที่ ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์รูปภาพยืนคู่กับนางวรวรรณ แซ่อั้ง หรือป้าเป้า พร้อมเขียนข้อความบนเฟซบุ๊กกล่าวถึงกิจกรรม 6 ตุลาที่ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ว่า กับป้าเป้า With Auntie Pao (Lady Godaiva of new Thailand) ได้พบท่านหญิงโกไดว่า แห่งสยามประเทศไทยใหม่ ตัวจริงหน้าตาดีกว่ารูปถ่าย

ล่าสุด นายพงศ์พรหม ยามะรัต รองหัวหน้าพรรคกล้า โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าว ว่า

เป็นอาจารย์ธรรมศาสตร์ที่รุ่นผมได้มีโอกาสเรียนด้วย

ดีแต่ฝัน ฉาบฉวย ไม่เคยลงมือทำ คือสิ่งที่เด็กธรรมศาสตร์รุ่นเรามองอาจารย์ type นี้มาโดยตลอด
คงเพราะคนรุ่นผมโดนสอนให้ศึกษา และพิสูจน์คนจากการลงมือทำ
อาจารย์แบบนี้ในรุ่นผมถึงไม่ได้รับความนิยม

โม้มันได้ทุกเรื่อง
แต่ อ่อ ไม่เคยทำหรอก

เหมือนอาจารย์สมศักดิ์ เจียม ที่วันๆ อยู่กับหมา เพื่อนไม่มี ทำงานกับคนอื่นก็ไม่ทำ เพราะอีโก้แม่งสูง 

“เลขาฯสมช.” เผย เล็งถกศบค.ชุดใหญ่ 14 ต.ค.นี้ หามาตรการแก้วิกฤตโควิด ระบาด 4 จว.ชายแดนใต้ ปัดตอบล็อกดาวน์ 4 จว.ใต้หรือไม่

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีว่ากระแสข่าวแนวโน้มการออกมาตรการล็อกดาวน์พื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดการระบาด โควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ว่า แน่นอนว่าจะต้องมีมาตรการออกมาเพื่อแก้ปัญหาให้สถานการณ์ดีขึ้น เมื่อถามว่า มาตรการที่ออกมาจะเหมือนการล็อกดาวน์รอบแรกหรือไม่ พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า ยังไม่ได้ข้อยุติ จะต้องประชุมอีก 2 รอบ โดยจะพิจารณาในการประชุมศบค. ชุดใหญ่ในวันที่ 14 ตุลาคมนี้

เด็ก"บิ๊กตู่" แจง “ประยุทธ์”นั่งนายกฯ อีกไม่แปลก ถ้าเป็นฉันทามติของประชาชน ย้อน "หมอชลน่าน" หัดละอายใจก่อนแล้วค่อยว่าคนอื่นน่าละอาย

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ระบุว่า การที่พรรคพลังประชารัฐจะเสนอพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอีกครั้งนั้น ไม่รู้สึกละอายตัวเองบ้างหรือ เพราะ 7 ปีที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์สร้างหายนะให้กับประเทศมากแค่ไหนว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์มุ่งทำงานเพื่อช่วยเหลือประชาชนมาตลอดมีผลงานเป็นรูปธรรมมากมาย โดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมมีการขยายรถไฟฟ้าครอบคลุมทุกพื้นที่ การจัดสวัสดิการต่างๆ ให้กับประชาชนไม่ว่าจะเป็นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการเราชนะ โครงการคนละครึ่ง ฯลฯ ซึ่งประชาชนก็รับรู้ได้ จึงสะท้อนผ่านผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาว่า ประชาชนต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์บริหารประเทศต่อไป และหากการเลือกตั้งครั้งหน้า พล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัยก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ถ้าเป็นฉันทามติของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ

 

ผู้ต้องหาคดี 112 มือทวีต ‘เฟกนิวส์’ ในวัง ร้องผู้ตรวจการฯ สอบ 'ราชทัณฑ์' ละเมิดสิทธิ

สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน - นายเวหา แสนชนชนะศึก เจ้าของทวิตเตอร์ ‘ฟ้าฝนverเกี้ยวกราด’ และผู้ต้องหาคดีความผิดอาญา มาตรา 112 ที่ติดเชื้อโควิด-19 ในเรือนจำ เข้าร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้เข้าไปตรวจสอบและแก้ไขปัญหาภายในเรือนจำผ่านนายปิยะ ลือเดชกุล ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบเรื่องร้องเรียน ผู้ตรวจฯ

นายเวหา กล่าวว่า ตนได้ถูกเจ้าหน้าที่กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจสันติบาลจับกุมตัวที่จ.พิษณุโลก และนำตัวมาขออำนาจศาลอาญา และถูกนำส่งเข้าทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง จนได้รับการปล่อยตัว รวมระยะเวลาที่เข้าเรือนจำทั้งสิ้น 51 วัน แต่การเข้าเรือนจำครั้งนี้ของตนเนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ทางกรมราชทัณฑ์ได้ออกมาตรการต่างๆ ทำให้การดำเนินการถูกจำกัดสิทธิขั้นพื้นฐาน 

ทั้งนี้ปัญหาหนึ่งของราชทัณฑ์คือเรือนจำต่างๆ งดรับผู้ต้องขังใหม่ อ้างเหตุที่ว่า แต่ละเรือนจำไม่สามารถรับมือการแพร่ระบาดโควิดได้ ในช่วงที่ตนเข้าไปนั้นมีเพียงทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลางเท่านั้นที่รองรับผู้ต้องขังใหม่ในทุกคดี ทุกเขตอำนาจในกรุงเทพฯ

ดังนั้น ทัณฑสถานฯ จึงเป็นแดนแรกรับ และเกิดปัญหาในการจัดการทั้งเรื่องจำนวนผู้ต้องขังใหม่ที่มีจำนวนมาก อีกทั้งปัญหาที่ว่าผู้ต้องขังที่มาในวันเดียวกัน ตรวจไม่พบเชื้อจะต้องถูกกักตัวรวมกันบนเรือนนอนเป็นเวลา 21 วัน ทำให้เสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัวไม่เพียงพอ หรือแม้กระทั่งการตรวจหาเชื้อที่มีทุกๆ 7 วัน หาพบเชื้อจะส่งตัวไปทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ แต่หากมีใครป่วยขึ้นมาในระหว่างนี้ จะได้รับแค่ยาพาราเซตามอล 1 เม็ดต่อวันเท่านั้น แม้ว่าจะมีไข้สูงก็ต้องรอตรวจในอีก 7 วันข้างหน้า และไม่มีการให้ติดต่อญาติ

‘พรรคเพื่อไทย’ ลุย ‘ลพบุรี’ ลงพื้นที่ช่วยชาวบ้าน เผยพี่น้องประชาชนสุดทน รัฐบาลลอยแพปล่อยเจอปัญหาซ้ำซ้อน ‘น้ำท่วมบ้าน-ท่วมนาข้าวเน่า-ราคาข้าวตกต่ำ’ ไร้การเหลียวแล 

พรรคเพื่อไทย นำโดย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมาและเลขาธิการพรรคเพื่อไทย, นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค, นางสาวอรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรค, นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม., นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. พร้อมด้วยอดีต ส.ส.ลพบุรี นำโดย สุชาติ ลายน้ำเงิน และ พิชัย เกียรติวินัยสกุุล ลงพื้นที่ บ้านเนินยาวและวัดบ้านคลอง ตำบลหนองทรายขาว และวัดหนองเมือง ตำบลหนองเมือง อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ซึ่งต้องจมอยู่ในน้ำมานานมากกว่า 10 วัน

โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ สะท้อนว่าสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านอย่างหนัก เนื่องจากระดับน้ำที่สูงมากกว่า 1 เมตร จะเดินทางไปไหนต้องลุยน้ำที่สูงระดับหน้าอก บางชุมชนระดับน้ำสูงเกือบถึงชั้นสองของบ้านพัก อีกทั้งการที่น้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ทำให้เริ่มเกิดปัญหาน้ำเน่าและเกิดโรคที่มากับน้ำ โดยเฉพาะโรคน้ำกัดเท้า รวมทั้งมีปัญหาการขาดแคลนอาหาร น้ำดื่มและยารักษาโรค นอกจากนี้ชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวนา ยังได้แจ้งความเสียหายที่เกิดขึ้น หลังจากน้ำท่วมไหลบ่าเข้าท่วมนาข้าวที่กำลังตั้งท้อง ซึ่งส่วนใหญ่เก็บเกี่ยวไม่ทัน และได้พยายามสอบถามถึงความชัดเจนของรัฐบาล ที่จะมีมาตรการชดเชยความเสียหายให้กับเกษตรกร

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ต้องอยู่อย่างยากลำบากเป็นเวลานาน เนื่องจากน้ำท่วมขังมานานนับสิบวัน แต่ระดับน้ำกลับไม่ลดลง ซึ่งตลอดการลงพื้นที่ได้เห็นอย่างชัดเจนว่า นาข้าวของชาวบ้านจมน้ำจำนวนมาก ดังนั้นรัฐบาลจึงควรเร่งหาทางระบายน้ำออกจากพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือให้พี่น้องประชาชนกลับมาใช้ชีวิตปกติได้โดยเร็ว รวมทั้งบรรเทาความเสียหายอันเกิดจากน้ำท่วมนาข้าวและผลผลิตอื่นๆ ของพี่น้องประชาชนด้วย 

"กรณ์ - อรรถวิชช์" ประกาศ ผู้ว่าฯ ภูเก็ต ต้องมาจากการเลือกตั้ง ดันนโยบายจังหวัดจัดการตนเอง สู่เมืองเศรษฐกิจท่องเที่ยวระดับโลก เปิดตัว "เทมส์ ไกรทัศน์" เดินหน้านโยบายในพื้นที่

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า พร้อมด้วยนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า ร่วมเทศกาลถือศีลกินผัก จ.ภูเก็ต กราบไหว้ศาลเจ้ากวนอู บ้านนาบอน เปิดตัวนายเทมส์ ไกรทัศน์ เป็นผู้เสนอตัวสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ภูเก็ต พร้อมนโยบายที่สำคัญต่อจังหวัดภูเก็ต โดยนายกรณ์กล่าวว่า ภูเก็ต มีของดีในตัวเองมากมาย ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ ทะเล เกาะ ภูเขา รวมไปถึงมรดกทางวัฒนธรรมชาวใต้ผสมผสานจีนฮกเกี้ยนแบบเพอรานากัน Sino-Portuguese ต้นทุนทางวัฒนธรรมหรือ Soft Power ทรงพลังมากๆ และที่ผ่านมาก็ถูกใช้กับการท่องเที่ยว ทำรายได้ให้ประเทศมาโดยตลอด ถึงวันนี้การจะขยายโอกาสไปต่ออีกขั้นต้องการบริหารจัดการระดับ World Class ในทุกมิติ และทั้งหมดนี้เชื่อมั่นว่าต้องเป็นการบริหารจัดการจากคนคุณภาพที่คนภูเก็ต กำหนดเอง เลือกเอง เพราะไม่มีใครรู้จักภูเก็ตดีเท่าคนภูเก็ตเอง 

นายกรณ์ กล่าวว่า พรรคกล้า เลยเสนอนโยบายภูเก็ต 3 ข้อชัดๆ ดังนี้ 

1.) ภูเก็ต ต้องเป็น "จังหวัดจัดการตัวเอง" การเมืองส่วนกลางระดับประเทศ และระบบราชการที่กระจุกตัว ไม่ตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะพื้นที่ จึงจำเป็นต้องกระจายอำนาจในการบริหารงานเพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของเมือง โดยให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ภาษีและรายได้ปันส่วนให้ตอบโจทย์กับเนื้องานเพื่อการหารายได้เข้าประเทศอย่างมีระบบ 

2.) ภูเก็ต ต้องเป็น “เมืองเศรษฐกิจท่องเที่ยวพิเศษ” ส่งเสริมการลงทุนด้านการท่องเที่ยว ดึงดูด Nomad ทุกวงการเข้ามา Work From Phuket ต่อยอดจากของดีที่มี ทำงานเชิงรุก ทำให้เมืองเป็น Business Unit ของประเทศ สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างโอกาสให้คนในชุมชนมีโอกาสทำกิน 

3.) ภูเก็ต ต้องพลิกโฉมเป็น “เมืองมาตรฐานโลกทันสมัย" พัฒนาสาธารณูปโภคและความเป็นอยู่ ให้ตอบโจทย์ความเป็นเมืองเศรษฐกิจท่องเที่ยวระดับ World Class ที่แท้จริง ต้อง Re-Design เมืองในทุกด้านไม่ว่าจะเป็นการคมนาคม การโทรคมนาคม การบริหารจัดการธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สิน การดูแลทางด้านการแพทย์สาธารณสุข การศึกษา ฯลฯ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top