Wednesday, 5 August 2026
POLITICS NEWS

"หมอวรงค์" แนะวิธีหยุดรัฐประหาร รัฐบาลต้องไม่เลวร้ายจนปชช.เบื่อหน่าย

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเพจ Warong Dechgitvigrom มีเนื้อหาระบุว่า..  #วิธีหยุดรัฐประหาร 

ช่วงนี้พวกโกงชาติออกมาคลับเฮาส์บ่อย จนไม่มีจิตสำนึก หรือละอาย เขาอาจคิดว่าคนไทยโง่และลืมง่าย คนพวกนี้ก็จะเคลมตัวเองว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย พยายามด้อยค่ากองทัพว่า เป็นพวกทำลายประชาธิปไตยด้วยการรัฐประหาร 

อีกกลุ่มที่ออกมาคล้ายกัน ยังไม่มีประเด็นโกงชาติ แต่อนาคตไม่แน่ เพราะยังไม่เคยเป็นรัฐบาล แต่แน่ ๆ คนพวกนี้ ก็มีพฤติกรรมต้องการล้มเจ้าชัดเจน แต่เลี่ยงภาษาที่พูด แม้จะมีการต่อต้านจากประชาชน แต่ก็ยังไม่ละความพยายาม อาจเป็นเพราะมีแรงหนุนที่ดีจากต่างชาติ 

ทั้งพวกโกงชาติ พวกล้มเจ้า จะใช้ยุทธศาสตร์หลักคล้ายกันคือ เป็นฝ่ายประชาธิปไตย ปล่อยเฟคนิวส์ และพยายามแสดงออกเรื่องต้านรัฐประหาร ทั้ง ๆที่ความเป็นจริง ตอนคนกลุ่มนี้มีอำนาจนั้น มีพฤติกรรมเผด็จการสุด ๆ 

“เสกสกล” โว ปชช.หนุน “นายกฯ”เปิดประเทศ ชี้ สร้างรายได้เข้าประเทศ พร้อมเหน็บ "ปลอดประสพ" แนะบิ๊กตู่แก้น้ำท่วม แล้วทำไม ตอนเป็นรมต.บริหารน้ำไม่ทำ ปล่อยท่วมใหญ่ปี54

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนสนับสนุนและมองว่าเป็นเรื่องที่ดีที่นายกรัฐมนตรี ประกาศเปิดประเทศในวันที่ 1 พ.ย.นี้ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวโดยไม่ต้องกักตัวสำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดส เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวภายในประเทศ ให้ประชาชนค้าขายมีรายได้ มั่นใจว่าประชาชนส่วนใหญ่ทั้งประเทศรอวันที่จะเปิดประเทศเช่นกัน และมั่นใจว่าศบค.จะมีมาตรการรองรับการเปิดประเทศ ไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดเป็นจำนวนมากอีก ซึ่งจากการจัดอันดับหลายแห่งแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยเป็น 1 ในประเทศที่มีระบบสาธารณสุขที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก  จึงขอให้ประชาชนไว้วางใจได้ว่ารัฐบาล ศบค. กระทรวงสาธารณสุข จะดำเนินการด้วยความรัดกุมอย่างดีที่สุดและขอให้ประชาชนทุกคน ทุกภาคส่วนร่วมมือกับรัฐบาลในการรับนักท่องเที่ยวพร้อมกับและดูแลตัวเองตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายลงให้ได้ 

นอกจากนี้นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก อวดผลงานเจรจากับคณะสมัชชาคนจนเปิดเขื่อนปากมูลพร้อมบอกความลับแก้ปัญหาน้ำท่วม ว่า การแก้ไขปัญหาน้ำของรัฐบาลนายกฯประยุทธ์ ไม่ได้แก้ไขปัญหาเฉพาะบางจังหวัด แต่ทำทั่วประเทศที่ประสบปัญหา วางโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม พัฒนาแหล่งน้ำ รัฐบาลได้เร่งดำเนินการโครงการแก้มลิงทั่วประเทศ ในพื้นที่ 65 จังหวัด  บริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำ 13 ทุ่ง เพื่อใช้เป็นแก้มลิงขนาดใหญ่ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ชะลอน้ำหลาก และได้มีการจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี พ.ศ.2561 – 2580 เป็นครั้งแรกที่มีการดำเนินงานจากทุกหน่วยงาน โดยตลอดระยะเวลา 7 ปี ที่ผ่านมามีความก้าวหน้าโดยลำดับ ส่งผลให้สถิติความเสียหายภัยจากน้ำลดลงอย่างชัดเจน 

“ทิพานัน”โต้ “ส.ส. อุบลฯเพื่อไทย” อย่าคิดแต่การเมือง ยัน  “นายกฯ" ลงพื้นที่ แก้ปัญหาจริง

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทยกล่าวหาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำท่วมแค่สร้างภาพ หาเสียง หรือวัดกระแสกันเองภายในพรรค ว่า พล.อ.ประยุทธ์ทำงานอย่างจริงใจในฐานะผู้นำไม่ได้หวังหาเสียงหรือวัดกระแสภายในพรรค นอกจากกำชับให้ทุกภาคส่วนเร่งช่วยเหลือประชาชนและแก้ไขปัญหา สร้างขวัญและกำลังใจให้ประชาชนและผู้ปฏิบัติ  เช่นเดียวกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ในฐานะประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำ(กนช.)ที่ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ และกำชับให้รัฐมนตรีของพรรคลงพื้นที่  

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทย โฟกัสที่พล.อ.ประยุทธ์ กับพล.อ.ประวิตร เพื่อหวังเสี้ยมให้เกิดความขัดแย้งและเป็นเรื่องการเมือง อาจหวังกลบข่าวผลงานการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใหญ่ทั้งสองท่าน แต่เชื่อว่าประชาชนไม่หลงเชื่อตามการชี้นำของนักการเมือง เพราะตนลงพื้นได้รับแต่เสียงสะท้อนชื่นชอบมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ และการลงพื้นที่จ.อุบลราชธานีอยู่ในเขตของลุ่มน้ำสำคัญทั้งลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูล ที่มวลน้ำจากแม่น้ำชีจะไปบรรจบกับแม่น้ำมูลที่อ.เมืองอุบลราชธานี ช่วงวันที่ 12-21 ต.ค.นี้ จึงต้องติดตามสถานการณ์ให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พรรคเพื่อไทย มีส.ส. อุบลราชธานี น่าจะทราบดีว่ามีโครงการสำคัญของรัฐบาลหลายโครงการ จึงไปติดตามความคืบหน้ารวมถึงให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานและสอบถามข้อมูลในพื้นที่จริง ดังนี้โครงการบริหารจัดการน้ำอุบลราชธานี –โขงเจียม ระหว่างปี 2559-2564 จำนวน 34 โครงการ

โดยมีครัวเรือนที่จะได้รับประโยชน์ 63,673 ครัวเรือน มีพื้นที่รับประโยชน์ราว 557,686 ไร่  ซึ่งในนี้จะเป็นโครงการป้องกันภัยน้ำท่วม จำนวน 10 โครงการ สามารถป้องกันพื้นที่น้ำท่วม 374,896.75 ไร่ และในระหว่างปี 2565-2567 อีก 129 โครงการ โดยพื้นที่ที่ประชาชนจะได้รับประโยชน์ 2.40 ล้านไร่ และในนี้จะเป็นโครงการป้องกันภัยน้ำท่วม จำนวน 20 โครงการ สามารถป้องกันน้ำท่วมราว 84,582 ไร่  ซึ่งโครงการต่างๆ เหล่านี้ มีผลสำเร็จและคืบหน้าอย่างไรบ้าง ติดขัดตรงไหนหรือไม่ เพื่อให้พี่น้องประชาชนในจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดใกล้เคียง  ได้รับประโยชน์อย่างคุ้มค่าและรวดเร็วที่สุด
  
 

ศิริกัญญา-วิโรจน์ ฟังปัญหาเกษตรกรเลี้ยงวัว ชี้ รัฐบาลเยียวยาลัมปีสกินล่าช้า

(14 ต.ค. 64) ศิริกัญญา ตันสกุล, วิโรจน์ ลักขณาอดิสร, สุรวาท ทองบุ, ทวีศักดิ์ ทักษิณ ผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย อดิศักดิ์ สมบัติคำ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.มหาสารคาม เขต 4 พรรคก้าวไกล และทีมจังหวัดมหาสารคาม ลงพื้นที่ตลาดนัดโค-กระบือ ต.วังไชย อ.บรบือ จ.มหาสารคาม เพื่อรับฟังปัญหาเกษตรกรที่เดือดร้อนจากการระบาดของโรคลัมปีสกินในวัวได้รับการเยียวยาล่าช้า

ศิริกัญญา กล่าวว่า การได้ฟังเสียงของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ทำให้เข้าใจความยากลำบากของเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวและเห็นว่ามาตรการช่วยเหลือที่ผ่านมาของรัฐบาลไม่ตรงจุด

“รัฐบาลสัญญาว่าจะเพิ่มเงินส่วนต่างค่าชดเชยวัวที่ตายจากโรคลัมปีสกิน แต่รัฐบาลไม่เคยประกาศว่าจะออกมาตรการเยียวยาวัวที่เสียราคาจากการเคยป่วย และผู้ที่อยู่ในธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่ได้รับผลกระทบ เขียงเนื้อที่ขาดรายได้ ผู้ผลิตอาหารสัตว์ที่ขาดรายได้ นายฮ้อยตลาดนัดซื้อขายวัวกระบือที่ขาดรายได้ รัฐบาลไม่เคยมีมาตรการเยียวยาออกมา

“การระบาดที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ได้เกิดจากเกษตรกร แต่เกิดจากรัฐบาลที่รู้ล่วงหน้าจากการเตือนขององค์กรระหว่างประเทศตั้งแต่ปี 2563 แล้ว แต่ยังไม่มีมาตรการใดมาป้องกัน ปล่อยให้ลัมปีสกินระบาดในประเทศไทยได้ ใครกันแน่ที่ควรต้องชดใช้ความเสียหาย”

นายกฯ บอกสื่อ ย้ำหลายครั้งไม่ยุบสภา ไม่ตอบพลังประชารัฐต้าน ‘พีระพันธุ์’

‘พล.อ.ประยุทธ์’ เผย ย้ำหลายครั้งแล้ว ไม่มียุบสภา ขอเดินหน้าแก้ปัญหาประเทศก่อน ทั้งโควิด น้ำท่วม เปิดประเทศ ยันจะดูแลให้ดีที่สุด ไม่ตอบพรรคพลังประชารัฐต้าน ‘พีระพันธุ์’

เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 14 ต.ค. 64 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวช่วงหนึ่งระหว่างตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงสถานการณ์ การรับมือแก้ปัญหาอุทกภัย และการเยียวยาว่า ขอให้เห็นใจบ้างในทุกเรื่อง แต่ตนเองยืนยันจะดูแลให้ดีที่สุด เรื่องอื่นเอาไว้ก่อน ได้หรือไม่ เนื่องจากขอเร่งแก้ปัญหาเรื่องน้ำ แก้ปัญหาเรื่องโควิด แก้ปัญหาเรื่องเปิดประเทศ เรื่องของการฉีดวัคซีน ต่างๆ เหล่านี้ ที่ส่วนตัวได้พูดไปแล้ว ส่วนรายละเอียดต่างๆ ขอให้ติดตามจากโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

"บิ๊กตู่” ยินดี “ฟิทช์ เรทติ้งส์” ประเมินเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้เร็วขึ้นในปี 65

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงว่า ขณะนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ยินดีกับผลการประเมินของบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำ ได้ระบุว่า เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวได้เร็วขึ้นภายในปี 65 โดยมีปัจจัยหนุนจากอัตราการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การกลับมาเปิดธุรกิจอีกครั้ง และสภาพแวดล้อมจากทั่วโลกที่มีการปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตลอดจนอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทไทยรายใหญ่ต่าง ๆ มีเสถียรภาพเพิ่มมากขึ้น 

ทั้งนี้นายกฯ ยอมรับว่า ตามผลการประเมิน ได้สะท้อนถึงมุมมองของภาคเอกชนในต่างประเทศที่เชื่อมั่นต่อรัฐบาล และการดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจของไทย โดยย้ำว่ารัฐบาลพร้อมจะต่อยอดนโยบายที่เป็นประโยชน์กับการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจในประเทศให้แข็งแกร่ง สอดรับกับการเจรจากับต่างประเทศ และในกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อเพิ่มปฏิสัมพันธ์ในเวทีโลก ควบคู่กับการพัฒนาด้านสาธารณสุขอย่างครอบคลุมให้ทันต่อสถานการณ์ทั้งในปัจจุบันและอนาคต  

นายธนกร กล่าวว่า รัฐบาลได้คำนึงถึงมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจควบคู่สาธารณสุขทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยเฉพาะการประกาศเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 แก่ประชาชนให้ครอบคลุมมากที่สุดจนเห็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการเปิดโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ นำร่องการท่องเที่ยวอีกครั้ง ซึ่งประสบความสำเร็จและได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากนักท่องเที่ยว จนขยายเป็นโครงการอื่น ๆ และนายกรัฐมนตรียังได้ประกาศจะเริ่มเปิดรับการเดินทางเข้าประเทศในวันที่ 1 พ.ย.64 นี้  

“บิ๊กตู่”พร้อมลงพื้นที่อุบลราชธานี 15 ต.ค. นี้ ตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการน้ำของจังหวัดอุบลราชธานี และการใช้พลังงานหมุนเวียนในการผลิตไฟฟ้า“บิ๊กตู่”พร้อมลงพื้นที่อุบลราชธานี 15 ต.ค. นี้ ตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการน้ำของจังหวัดอุบลราชธานี และการใช้พลังงานหมุนเว

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เตรียมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินการโครงการพลังงานทดแทน และศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบโคก หนอง นา ณ วัดป่าศรีแสงธรรม ตำบลห้วยยาง อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมนมัสการพระปัญญาวชิรโมลี และเยี่ยมชมระบบสมาร์ทกริดศรีแสงธรรม ERC Sandbox และการจัดการศึกษาแบบไตรสิกขา (เน้นการพึ่งพาตนเอง) ของโรงเรียนศรีแสงธรรม

จากนั้น ตรวจเยี่ยมการดำเนินการโครงการพลังงานทดแทน ศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบโคก หนอง นา และพบปะเครือข่ายโคก หนอง นา ของวัดป่าศรีแสงธรรม และจิตอาสาพัฒนาชุมชน พร้อมร่วมกิจกรรมปลูกป่าเพอร์มาคัลเจอร์ ทำหลุม ปลูกป่า ห่มดิน ให้ปุ๋ยแห้ง ปุ๋ยน้ำ  อีกทั้ง ยังได้เยี่ยมชมฐานการเรียนรู้ “คนติดดิน” การสร้างบ้านดินด้วยเทคนิคเอิร์ธแบก” และฐานการเรียนรู้ “คนมีไฟ ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ควบคุมระบบการเปิด-ปิด ด้วยระบบ IOT เพื่อรดน้ำต้นไม้เป็นสมาร์ทฟาร์มในโคก หนอง นา” นอกจากนี้ ยังมีโครงการพระราชทาน โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง  โดยจะทำการปลูกต้นไม้รอบศาลาพระราชทาน และเยี่ยมชมแปลงนา กล้าต้นเดียว ฐานคนรักษ์แม่โพสพอีกด้วย 

ต่อจากนั้น เวลา 12.00 น. นายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางออกจากวัดป่าศรีแสงธรรม โดยเฮลิคอปเตอร์ไปยังเขื่อนสิรินธร อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการน้ำของจังหวัดอุบลราชธานี และการใช้พลังงานหมุนเวียนในการผลิตไฟฟ้า โดยใช้นวัตกรรม “โซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดกับพลังน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” พร้อมรับฟังรายงานการบริหารจัดการน้ำของจังหวัดอุบลราชธานี ก่อนเดินทางไปตรวจเยี่ยมการบรรเทาสาธารณภัยและการฟื้นฟูผู้ประสบภัยในพื้นที่ จังหวัดอุบลราชธานี ณ ศาลาประชาวาริน พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบภัย จำนวน 78 ครัวเรือน ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ

เนติบริการไม่ได้ถูกต้องเสมอไป ! "ปิยบุตร" โต้ "วิษณุ" ปมทูลเกล้าฯ ร่างแก้ รธน.60 -  ชี้ พระมหากษัตริย์ต้องลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้เท่านั้น ไม่มีเรื่องกำหนด 90 วัน - อำนาจวีโต้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการนำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และ 91 ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย โดยระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้นำร่างฯ ขึ้นทูลเกล้าฯ ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 4 ต.ค. โดยจะครบกำหนด 90 วันในวันที่ 2 ม.ค. 2565 นั้น นายปิยุบตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ได้ตั้งคำถามต่อกรณีดังกล่าวในเฟซบุ๊กเพจล่าสุดว่า "ทำไมการให้สัมภาษณ์ของ วิษณุ เครืองาม นี้ต้องอ้างเรื่องครบกำหนด 90 วันในวันที่ 2 ม.ค. 2565?"

นายปิยบุตร ระบุว่า หากวิษณุพูดเรื่อง '90 วัน' เพื่อหมายถึงพระราชอำนาจของกษัตริย์ในการวีโต้ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเหมือนกับการวีโต้ร่างพระราชบัญญัตินั้น ความเห็นนี้ผิด ผิดทั้งในทางตัวบทรัฐธรรมนูญ ผิดทั้งในทางหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย หลักการกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดว่า เมื่อร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว ไม่มีกรณี ส.ส. ส.ว. เสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วและรอไว้ 15 วันแล้ว นายกรัฐมนตรีจะทูลเกล้าฯ ให้กษัตริย์ลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้และกษัตริย์ต้องลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้ทันที ไม่มีบทบัญญัติมาตราใดในรัฐธรรมนูญกำหนดไว้เลยว่าให้กษัตริย์มีอำนาจในการยับยั้งการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม หรือ veto  บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่พูดถึงพระราชอำนาจในการยับยั้งการประกาศใช้กฎหมายมีเพียงมาตราเดียว คือ มาตรา 146   คือ กรณีพระราชอำนาจในการยับยั้งร่างพระราชบัญญัติเท่านั้น ไม่ใช่ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม และรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้เขียนให้นำมาตรานี้มาใช้โดยอนุโลมกับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ดังนั้น หากเป็นกรณีร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม พระมหากษัตริย์ย่อมไม่มีพระราชอำนาจในการ “ไม่ทรงเห็นขอบด้วยและพระราชทานคืนมายังรัฐสภา” และไม่มีพระราชอำนาจในการ “มิได้พระราชทานคืนมาเมื่อพ้นเก้าสิบวัน”

"กล่าวให้ชัดเจนก็คือ กษัตริย์ไม่มีพระราชอำนาจในการวีโต้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม กษัตริย์ต้องทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้เท่านั้น  หากจะอ้างว่าเป็นประเพณีการปกครองฯ หรือหากจะอ้างว่า เป็นการตีความกฎหมาย เทียบเคียงกฎหมาย ก็ไม่ใช่อีก หลักการของ Constitutional Monarchy กษัตริย์มีพระราชอำนาจได้เท่าที่รัฐธรรมนูญกำหนด เมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดให้กษัตริย์วีโต้ได้เฉพาะร่างพระราชบัญญัติ พระราชอำนาจในการวีโต้ก็มีได้เฉพาะร่างพระราชบัญญัติเท่านั้น ไม่รวมถึงร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม หากจะให้รวมถึงร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมด้วยก็ต้องเขียนไว้ให้ขัดเจน จะอ้างประเพณีการปกครองฯ ย่อมไม่ได้ เพราะตัวบทรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจนแล้ว ยิ่งหากลองเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 ก็จะเห็นได้ชัดว่า หากรัฐธรรมนูญต้องการให้กษัตริย์มีอำนาจในการยับยั้งร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ก็ต้องเขียนให้ชัดว่าให้นำมาตราที่ว่าด้วยการยับยั้งร่างพระราชบัญญัติมาใช้โดยอนุโลมกับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมด้วย ดังที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญ 2540 มาตรา 313 (7) และรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 291 (7)" ปิยบุตร ระบุ

ประชาชนยังไม่ได้ชัยชนะ ! "คณะก้าวหน้า" ร่วมรำลึกเหตุการณ์ 14 ตุลา - "พรรณิการ์" ชี้วัฒนธรรมพ้นผิดลอยนวลยังคงอยู่ - งง ผู้จัดงานไม่อนุญาตติดป้ายผ้าข้อเรียกร้องแห่งยุคสมัย

ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ถ.ราชดำเนินกลาง พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ร่วมวางพวงมาลารำลึก "เหตุการณ์ 14 ตุลา" ประจำปี 2564 โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้ ผ่านมาแล้ว 48 ปี แต่การต่อสู้ของประชาชนยังไม่จบ วัฒนธรรมพ้นผิดลอยนวลยังคงอยู่ ผู้มีอำนาจสั่งฆ่าประชาชนโดยไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมยังเกิดขึ้น เพราะตราบใดที่กระบวนการยุติธรรมยังเป็นแบบนี้ มันก็จะยังเกิดซ้ำอีกในสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสังคมยังไม่ยอมรับว่ามันมีหน้าประวัติศาสตร์เปื้อนเลือดอยู่ เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 อาจจะถูกจดจำว่าเป็นชัยชนะของประชาชน แต่เราก็ต้องยอมรับว่ายังไม่ใช่ชัยชนะที่แท้จริง เพราะถ้าเป็นชัยชนะที่แท้จริงจะไม่เกิดการปราบปรามประชาชนในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519, พฤษภาคม 2535, เมษายน-พฤษภาคม 2553 รวมถึงการยิงประชาชนในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา

พรรณิการ์ กล่าวด้วยว่า ก่อนการจัดงานในเช้าวันนี้มีเหตุการณ์ปลดป้ายของประชาชนที่มีข้อความเรียกร้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ซึ่งก็น่าสงสัยว่า งานนี้เป็นการรำลึกถึงประชาชนที่เสียสละเสียชีวิตจากการต่อสู้กับเผด็จการ จากการต่อสู้เพื่อให้ข้อเรียกร้องของพวกเขาได้รับการรับฟังจากผู้มีอำนาจแล้วเขาต้องเสียชีวิตไป เรารำลึกถึงสิ่งนั้น แต่วันนี้ กลับเกิดเหตุการณ์ที่ข้อเรียกร้องของคนในยุคสมัยปัจจุบัน นั่นก็คือข้อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ไม่ได้รับอนุญาตให้ติด สุดท้ายต้องขยับไปตั้งด้านนอกงาน ซึ่งเรื่องนี้ก็น่าตั้งคำถามว่า วันนี้เป็นวันที่รำลึกถึงการต่อสู้ของประชาชน เป็นวันที่รำลึกถึงประชาชนที่เสียสละชีวิตตัวเองเพื่อข้อเรียกร้องทางการเมืองมิใช่หรือ แต่ทำไมข้อเรียกร้องของคนในยุคสมัยปัจจุบันกลับไม่ได้รับอนุญาตให้ปรากฏในงาน นี่ก็ยิ่งตอกย้ำว่าเหตุการณ์14 ตุลา ยังไม่ใช่ชัยชนะของประชาชน เพราะถ้าประชาชนชนะแล้ว ในวันนี้ข้อเรียกร้องของยุคสมัยต้องได้ปรากฏในงานรำลึกเหตุการณ์ 14 ตุลา

“รองโฆษกฯ ปชป.”ซัด “แม้ว” หมดท่า ต้องเล่นละครรั้งสาวก  ยกมือไหว้ไล่ “บิ๊กตู่” แนะควรยกมือไหว้ขอโทษ ประเทศ-ปชช. แล้วกลับมารับโทษตามกฎหมาย 

นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราชและรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร หรือ โทนี วู้ดซัม อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมเสวนาในรายการ CareTalk x Care Clubhouse ครั้งที่ 17 ในหัวข้อ “7 ปีพัง ขออีก 5 ปีคงพินาศ ฮัลโลคนไทยไว้ใจประยุทธ์ได้หรือ?” โดยเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศในการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมตรวจติดตามสถานการณ์น้ำ ที่ จ.นครศรีธรรมราช ว่าขอเวลาอีก 5 ปีในการทำงานเพื่อวางโครงการต่างๆ เพื่อทำให้ประเทศไทยดีขึ้น พร้อมกับยกมือไหว้ประกอบด้วย ว่า

ตนเห็นว่า คนที่นายทักษิณควรยกมือไหว้ก็คือ ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ โดยเฉพาะมวลชนคนเสื้อแดงที่พวกเขาเคยสนับสนุนนายทักษิณอย่างสุดหัวใจ แต่กลับพูดจาหลอกลวงและถีบหัวส่งในหลายๆโอกาส เช่น หลอกว่าเมื่อเสียงปืนแตกจะกลับมานำมวลชนคนเสื้อแดงออกมาต่อสู้ พอหมดประโยชน์ก็พูดจาทอดทิ้ง รวมทั้งเป็นบุคคลที่ถูกล้อเลียนว่า เป็นนักการเมืองที่สร้างสถิติประกาศวางมือทางการเมืองมากที่สุด แต่ก็ไม่เคยทำได้ เพราะถ้าวางมือจริงๆ คงจะไม่มีชื่อ โทนี่ วู้ดซัม เป็นนามแฝงในแอพลิเคชั่น คลับเฮาส์ ออกมาพูดจารำพึงรำพันพร่ำพรรณาเพื่อรั้งสาวกและดึงคะแนนของคนรุ่นใหม่ ให้กับพรรคที่เป็นเครือข่ายในบงการของคนไม่กี่คนเท่านั้น 

“หากนายทักษิณ ต้องการยกมือไหว้จริงๆ แล้ว ผมขอแนะนำว่า ควรยกมือไหว้ขอโทษประเทศไทยและคนไทยทุกคนสำหรับเรื่องราวที่ผ่านมา และขอให้กลับมารับโทษตามกฎหมาย เพื่อผดุงไว้ซึ่งหลักการนิติรัฐนิติธรรม และเป็นการเคารพหลักการประชาธิปไตย อย่างที่นายทักษิณ พร่ำบอกอยู่เสมอๆ ด้วย”นายชัชขนะ กล่าว

นายชัยชนะ กล่าวต่อว่า กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศว่า ขอเวลาอีก 5 ปี ในการทำงานเพื่อสร้างประเทศนั้น ก็ถือเป็นสิทธิ์ของท่านที่จะประกาศ แต่คนที่ให้เวลาที่แท้จริงนั้นก็คือประชาชน ซึ่งนายทักษิณเอง คงกลัวว่า หากประชาชนให้โอกาสตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศจริงๆแล้ว พรรคพวกเครือข่ายของนายทักษิณอาจจะหมดความนิยมจนกระทั่งไม่สามารถกลับมาใช้อำนาจรัฐได้อีก ดังนั้นจึงพูดจาดักคอ และเล่นใหญ่โดยการยกมือไหว้ พร้อมกับพูดจาทวงบุญคุณเรื่องการมีส่วนทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ เติบโตในหน้าที่ราชการ ซึ่งตนมองว่า การกระทำของนายทักษิณในครั้งนี้ ก็เหมือนกับที่ผ่านๆมาคือ แสดงละครเพื่อให้คนไทยหันกลับมามองนายทักษิณ ทั้งๆที่ คนไทยส่วนใหญ่ได้ก้าวข้ามไปสู่โลกหลังยุคโควิดกันแล้ว 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top