Wednesday, 5 August 2026
POLITICS NEWS

“ผบ.ทอ.” เตรียมลงพื้นที่ จ.อยุธยา ช่วยประชาชนประสบอุทกภัย ยัน สถานการณ์น้ำปีนี้ ไม่น่าห่วง เทียบปี 54 ยกเว้นบางพื้นที่ ส่วน กทม. อยู่ระหว่าง วิเคราะห์ ยัน เคารพสิทธ์ เห็นต่างทางการเมือง กำลังพล ยกให้พิจารณาเองจะแสดงออกอย่างไร

ที่โรงพยาบาลสนามธูปเตมีย์ พล.อ.อ.นภาเดช ธูปเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ให้สัมภาษณ์การลงพื้นที่จ.อยุธยา ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในสัปดาห์หน้า ว่า ขณะนี้ประชาชนประสบปัญหาในเรื่องอุทกภัยในหลายจังหวัดตนจึงได้สั่งการ ให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ ติดตามสถานการณ์และดูแลใกล้ชิด ทั้งนี้กองทัพอากาศมีเครื่องไม้เครื่องมือ เช่น เครื่องบินลาดตระเวน เพื่อบินสำรวจ พื้นที่ที่ประสบอุทกภัย
ส่งภาพที่เห็นจากกล้องหรือการบันทึกที่เครื่องบินส่งกลับมา ที่น่าจะเป็นประโยชน์ในการคิดพิจารณาตกลงใจของเรา

เมื่อถามว่า คน กรุงเทพมีความกังวลในเรื่องปริมาณน้ที่อาจำจะมากเหมือนปี 54 จสกการบินสำรวจพื้นที่แล้วได้ประเมินสถานการณ์อย่างไรบ้าง เพื่อให้ ความมั่นใจต่อประชาชน พล.อ.อ. นภาเดช กล่าวว่า เราได้เห็นลักษณะการเคลื่อนตัวของน้ำ ซึ่งยังอยู่เป็นเส้นสายหมายถึงว่าอยู่ในคูคลองของน้ำ แต่เอ่อริม 2 ฝั่ง ก็ไม่น่าห่วง  แต่ถ้าหากน้ำออกมาเป็นแผ่น และปกคลุมมาทั้งพื้นที่ อย่างนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจ แต่ปัจจุบันนี้มีเป็นเพียงบางพื้นที่ที่เป็นแผ่น ส่วนใหญ่จะไหลไปตามช่องทางเดินของน้ำ

เมื่อถามย้ำว่า ไม่น่ากังวลใช่หรือไม่ จากภาพไม่ได้มาเป็นแผ่นปกคลุมทั้งพื้นที่ พล.อ.อ.นภาเดช กล่าวว่า เป็นบางพื้นที่ ในส่วน กทม. กำลังติดตามสถานการณ์อยู่ ยังให้ความชัดเจนไม่ได้ อยู่ระหว่างการวิเคราะห์ สังเคราะห์ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

พล.อ.อ.นภาเดช กล่าวอีกว่า สัปดาห์หน้าตนจะ ลงพื้นที่จังหวัดอยุธยาเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ใกล้กองทัพอากาศสามารถเดินทางได้รวดเร็วเพื่อความสะดวกของประชาชนที่เดือดร้อนจะได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที 

“จุรินทร์” ออนทัวร์ จันทบุรี-ตราด เตรียมรับมือผลไม้ตามฤดู แย้ม ปชป. มีดรีมทีมเมืองจันฯครบ 3 เขต พร้อมสั่งลูกพรรคต้อนรับ“บิ๊กตู่”ลงพื้นที่เมืองคอน ยันเสถียรภาพรบ.ยังทำงานได้ดี อย่าแตะอะไรให้เกิดแรงกระเพื่อม หวั่นกรรมตกที่ปชช.

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนออนทัวร์ภาคตะวันออก จันทบุรี-ตราด ระหว่างวันที่ 7- 8 ต.ค. ที่ จ.จันทบุรีและตราด ว่า สำหรับจันทบุรีจะไปประชุมเพื่อกำหนดมาตรการเชิงรุกในการแก้ไขปัญหาผลไม้ฤดูกาลหน้า ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการที่จะทำให้ทุกฝ่ายสามารถรับรู้การเตรียมการไว้ล่วงหน้า เมื่อผลไม้ออกมาทุกอย่าจะได้ราบรื่น รวมถึงเร่งรัดเปิดด่านการค้าชายแดนที่ จ.ตราด และถือโอกาสพบปะสมาชิกที่เป็นแกนนำคนสำคัญของพรรคทั้งจันทบุรีและตราดด้วย 

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ส่วนการเตรียมการเพื่อเตรียมพร้อมการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งจ.จันทรบุรีได้มีการประกาศดรีมทีมของพรรคครบทั้ง 3 เขตแล้ว  ส่วนที่จ.ตราดก็มีตัวบุคคลที่จะลงสมัคร รับเลือกตั้งแล้ว โดยจะได้มีการประชุมแกนนำทั้งหมดเพื่อเตรียมการรวมกัน

นอกจากนี้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการลงพื้นที่จ.นครศรีธรรมราช ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมในวันนี้(7 ต.ค.)ว่า ได้มอบหมายให้ ส.ส. พรรคในพื้นที่นครศรีธรรมราช ต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ ในการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม  ซึ่งต้องให้เกียรติท่านในฐานะหัวหน้ารัฐบาล พร้อมให้ส.ส.รายงานภาพรวมปัญหาในพื้นที่ โดยต้องดูหน้างานว่านายกรัฐมนตรี มีเวลาและต้องการรับทราบปัญหาใดบ้าง แต่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ทุกคนในพื้นที่ก็ทำงานหนักอยู่แล้ว ก็ทราบปัญหาดี ที่จริงคงอยากรายงานนายกฯด้วยว่ามีปัญหาอะไรที่ยังติดขัด ที่ต้องแก้ปัญหาในระดับรัฐบาลต่อไป ดังนั้นขอให้เป็นของของส.ส.ในพื้นที่ 

“เทพไท” โพสต์เตือน อย่าผูกขาดเป็นเจ้าของวีรชนเดือนตุลา ชี้ต้องแยกแยะอดีตกับปัจจุบัน

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ผมคนหนึ่ง ที่เป็นคนเดือนตุลาเช่นกัน เพราะตอนเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519 ผมยังเป็นนักเรียน อยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษา และได้ร่วมกิจกรรมสนับสนุนการเคลื่อนไหวของ ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศนท.)ที่ กรุงเทพฯอีกด้วย หลังจากนั้นก็มาเป็นนักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำนักศึกษาในตำแหน่งนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง (อศ.มร.) และเลขาธิการองค์การบริหารองค์การนักศึกษา 20 สถาบัน อีกด้วย จึงมีความผูกพันกับการเคลื่อนไหวของขบวนการนักศึกษา และถือได้ว่าเป็นผู้หนึ่งที่ได้สืบทอดเจตนารมย์ของวีรชนเดือนตุลามาเช่นกัน 

“ในวันนี้เป็นวันครบรอบ 45 ปีของเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งยังอยู่ในความทรงจำ ยังระลึกถึงวีรกรรมของวีรชนเดือนตุลา อย่างไม่เสื่อมคลาย แม้ว่าในช่วงหลังนี้ จะไม่ค่อยได้เข้าร่วมกิจกรรม ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา บริเวณสี่แยกคอกวัวมากนัก เพราะมีความรู้สึกลึกๆว่า การจัดงานรำลึกวีรชนเดือนตุลา กำลังผูกขาดแสดงความเป็นเจ้าของ จากคนเพียงกลุ่มเดียว ทำให้คนที่มีความคิดแตกต่างกัน ไม่กล้าเข้าร่วมกิจกรรม เพราะมีความรู้สึกแปลกแยก กับคนที่จัดงานรำลึกวีรชนเดือนตุลา ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย”

"บิ๊กติ๊ก” แจงปมถูกกล่าวหา “บัญชีทรัพย์สินเท็จ” กรณีบ้านที่ จ.พิษณุโลก-เงินฝากภรรยาต่อ​ ป.ป.ช.แล้ว อนุไต่สวนฯลุยรวบรวมหลักฐานเกี่ยวข้อง ก่อนสรุปสำนวน​ คาดใช้เวลาไม่นาน

รายงานข่าวจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ​ (ป.ป.ช.)​ แจ้งว่า​ สำหรับความคืบหน้ากรณีคณะกรรมการ​ ป.ป.ช. แจ้งข้อกล่าวหาแก่ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา น้องชาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม และกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ที่เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ถูกกล่าวหาว่าจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเท็จและเอกสารประกอบ หรือปกปิดข้อเท็จจริงอันควรแจ้งให้ทราบ กรณีมิได้แจ้งถือครองบ้านใน จ.พิษณุโลก

 

 

พท.เหน็บ “ประยุทธ์” ไปเอาความมั่นใจจากไหนมา ถึงกล้าบอกเป็นนายกฯ อีกสมัย ซัดบริหารล้มเหลวทุกด้าน

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวในขณะลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จ.ลพบุรีว่า ประชาชนเดือดร้อนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในวงกว้าง ขณะที่รัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาภายในพรรคร่วมรัฐบาลปมยึดคืนหน่วยงาน-ทวงคืนหน่วยงานกันไปมาจนวุ่นวาย น้ำท่วมมาเกือบเดือนยังไม่เห็นรัฐบาลออกมาตรการเยียวยาประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งพื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหาย ข้าวหอมมะลิที่กำลังจะออกต้องจมน้ำ ส่วนที่พอขายได้ก็ขายในราคาถูก ไม่พอต้นทุนการผลิต วิกฤตเศรษฐกิจลามถึงโรงสีขาดสภาพคล่องจนต้องปิดกิจการ กระทบในห่วงโซ่การผลิตทั้งหมด รัฐบาลเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชน แต่ไม่ยอมแก้ไข เพราะสาละวนอยู่แต่กับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองภายในพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ ต้องช่วยเหลือเกษตรกรอย่างทันท่วงที ไม่ใช่ว่าพอทวงคืน 4 หน่วยงานกลับมาได้ ก็กระหยิ่มยิ้มย่องกอดคอกันต่อไป ละทิ้งและไม่สนใจแก้ปัญหา ทอดทิ้งประชาชน 

อนุทิน-พิพัฒน์ ติดตามคืบกระจาย วัคซีน-พื้นที่ท่องเที่ยว กระบี่ พังงารองรับเปิดเมือง-ฟื้นฟูเศรษฐกิจ 

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 7-8 ต.ค. 2564 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข กับ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนในพื้นที่เป้าหมาย เพื่อเปิดเมืองฟื้นฟูเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ที่จังหวัดกระบี่ และจังหวัดพังงา ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการติดตามการดำเนินงานตามแผนของรัฐบาลที่ทยอยเปิดพื้นที่ของจังหวัดต่างๆเพื่อรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติตามแนวทางที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กำหนดเป็น 3 ระยะ เริ่มตั้งแต่เดือนต.ค. 2564 เป็นต้นไป  ภายใต้เงื่อนไขว่า 70% ของประชาชนในพื้นที่ที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวจะต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ครบโดส ขณะที่กลุ่ม 608 ต้องได้รับวัคซีนอย่างน้อย 80% 

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า สำหรับภารกิจของรองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข พร้อมคณะนั้น วันที่ 7 ต.ค. 2564 ที่จังหวัดกระบี่จะมีการตรวจความคืบหน้าการก่อสร้างท่าอากาศยานกระบี่ จากนั้นจะมีการมอบวัคซีนป้องกันโควิด- 19  มีประชุมร่วมกับส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงหน่วยที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว โดยในการประชุมจะได้รับทราบจากรายงานของกรมทางหลวงชนบทถึงความคืบหน้าการก่อสร้างสะพานข้ามเกาะลันตา หัวหิน-คลองหมาก และนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่จะรายงานความคืบหน้าความพร้อมการเปิดรับนักท่องเที่ยวตามนโยบายของส่วนกลาง  ซึ่งหลังการประชุมให้นโยบายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว รองนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะจะเดินทางตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสนาม ร.15 พัน1 อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ เพื่อให้กำลังใจบุคลาการทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขผู้ปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ต่อไป  

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ส่วนภารกิจวันที่ 8 ต.ค. 2564 ที่จังหวัดพังงา รองนายกรัฐมนตรีและคณะจะมีการมอบวัคซีนแก่จังหวัดพังงา และตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสนาม ณ ศูนย์ศึกษาวิจัย ศิลปกรรม วัฒนธรรมและประเพณีแห่งอันดามัน  และบริเวณท่าเทียบเรือองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา บ้านท่าด่าน ตำบลเกาปันหยี อำเภอเมืองพังงา  และตรวจท่าเทียบเรือเกาะคอเขา บ้านน้ำเค็ม ตำบลบางม่วง อำเภอตะกั่วป่า ก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ

“โฆษกรัฐบาลฯ” มั่นใจสถานการณ์น้ำ ไม่ซ้ำรอยปี 54 โว! เทียบอดีตสถิติความเสียหายภัยแล้ง-อุทกภัย ลดลงชัดเจน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม สั่งการทุกหน่วยเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตั้งแต่ต้นปี และวางแผนบริหารจัดการน้ำทั้งประเทศอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันภัยพิบัติจากสถานการณ์อุกทกภัย และปัญหาน้ำแล้งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ส่งผลให้สถิติความเสียหายภัยจากน้ำลดลงอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับปี 2554  ที่มีการประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินถึง 65 จังหวัด เสียหาย 69 ล้านไร่  ขณะที่ในปี 2564 ครบรอบ 10 ปี ข้อมูลจากจิสด้าพบว่า ปีนี้น้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง  21 จังหวัด มีพื้นที่เสียหาย 1.33 ล้านไร่ ส่วนสถานการณ์อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของไทย ปี 2564 น้ำมีระดับน้ำน้อยและมีพื้นที่เพียงพอรองรับปริมาณน้ำฝนอีกมาก  รวมทั้งได้พัฒนารูปแบบการจัดการน้ำโดยใช้พื้นที่ลุ่มต่ำ รับน้ำนอง บรรเทาความเสียหาย ขขณะที่ปริมาณฝนที่ตกในกทม.ยังไม่มาก ทำให้สามารถบริหารจัดการระบายน้ำได้ และประเมินได้ว่ากทม.น้ำจะไม่ท่วมหรือรุนแรงเท่ากับปี 2554 

นายธนกร กล่าวว่า เปรียบเทียบสถานการณ์อุทกภัยในปี 2554 กับ 2564 ปริมาณฝนสะสม ทั้งประเทศ ในปี 2554 มีปริมาณฝนสะสม  1,948 มม. ปี 2564 ตั้งแต่ม.ค. - ปัจจุบัน มีปริมาณ 1,360 มม. น้อยกว่า อยู่ 588 มม. สำหรับปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปี 2554 รวม 23,605 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 95%  แต่ในปีนี้รวม 11,969 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 48% ปี ทำให้ปริมาณน้ำรวม 4 เขื่อนน้อยกว่าปี 2554 อยู่ 11,636 ล้าน ลบ.ม. ส่วนปริมาณน้ำไหลผ่านบริเวณ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ปี 2554 อยู่ที่ 3,903 ล้าน ลบ.ม.ปี 2564  มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,561 ล้าน ลบ.ม.  น้อยกว่า ปี 2554 อยู่ 1,342 ลบ.ม.ต่อวินาที

นายธนกร กล่าวว่า นอกจากนั้น มีการจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี พ.ศ.2561 – 2580 มีผลงานที่เป็นรูปธรรมในช่วงปี 61-64  สามารถขยายเขตประปาเมืองพื้นที่เศรษฐกิจ 559 แห่ง ปริมาณน้ำใช้ประโยชน์เพิ่มขึ้น 1,203.92 ล้านลบ.ม. เขื่อนป้องกันตลิ่ง 59 กม. ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ 135,17 ไร่  มีโครงการจัดทำแผนหลักการบรรเทาอุทกภัยเจ้าพระยาตอนล่าง อาทิ คลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร การปรับปรุงระบบชลประทานเดิม การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา โครงการบริหารจัดการพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ เป็นต้น ปัจจุบันขับเคลื่อนแล้ว 32%  ซึ่งการดำเนินการแก้ปัญหาน้ำแล้ง-น้ำท่วมแบบบูรณาการอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดระยะเวลา 7 ปี ที่ผ่านมามีความก้าวหน้า

โฆษกรัฐบาล มั่นใจสถานการณ์น้ำ ไม่ซ้ำรอยปี 54 โว เทียบอดีตสถิติความเสียหาย 'ภัยแล้ง-อุทกภัย' ลดลงชัดเจน เผย บิ๊กตู่ สั่งเฝ้าระวังตั้งแต่ต้นปี

วันที่ 7 ต.ค. 64 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม สั่งการทุกหน่วยเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตั้งแต่ต้นปี และวางแผนบริหารจัดการน้ำทั้งประเทศอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันภัยพิบัติจากสถานการณ์อุทกภัย และปัญหาน้ำแล้งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ส่งผลให้สถิติความเสียหายจากน้ำลดลงอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับปี 2554 ที่มีการประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินถึง 65 จังหวัด เสียหาย 69 ล้านไร่

นายธนกร กล่าวต่อว่า ขณะที่ในปี 2564 ครบรอบ 10 ปี ข้อมูลจากจิสด้าพบว่า ปีนี้น้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง 21 จังหวัด มีพื้นที่เสียหาย 1.33 ล้านไร่ ส่วนสถานการณ์อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของไทย ปี 2564 น้ำมีระดับน้ำน้อยและมีพื้นที่เพียงพอรองรับปริมาณน้ำฝนอีกมาก รวมทั้งได้พัฒนารูปแบบการจัดการน้ำโดยใช้พื้นที่ลุ่มต่ำ รับน้ำนอง บรรเทาความเสียหาย ขณะที่ปริมาณฝนที่ตกในกทม.ยังไม่มาก ทำให้สามารถบริหารจัดการระบายน้ำได้ และประเมินได้ว่ากทม.น้ำจะไม่ท่วมหรือรุนแรงเท่ากับปี 2554

‘แรมโบ้’ อัด ‘กลุ่มไอลอว์’ อย่าออกมาให้ท้ายเข้าข้างคนฝ่าฝืนทำผิดกฎหมาย หากม็อบกล้าออกมาเคลื่อนไหวสร้างความเดือดร้อน แต่เหตุใดไม่กล้ารับผิด 

6 ตุลาคม นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกลุ่มไอลอว์ ฟ้องร้องนายกฯ และหลายหน่วยงาน พร้อมขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนประกาศข้อกำหนดในมาตรา 9 ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินพร้อมเรียกค่าเสียหายจำนวน 4.5 ล้านบาท โดยนายเสกสกลกล่าวย้ำถึงความจำเป็นในการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อควบคุมโรคติดต่อ ซึ่งที่ผ่านมาตนเองมองว่าสามารถทำให้สถานการณ์การระบาดคลี่คลายลงได้ ทำให้ประชาชนสูญเสียน้อยกว่าหลายๆ ประเทศในโลก

ทั้งนี้แม้ว่ากลุ่มไอลอว์ จะมองว่าการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อห้ามการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน แต่ตนเองมองว่าการเคลื่อนไหวหรือแสดงออกทางการเมืองก็ถือว่าเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 เช่นเดียวกัน เพราะเป็นการรวมกลุ่มที่มีคนเป็นจำนวนมาก และไม่ใช่การชุมนุมสงบสันติตามรัฐธรรมนูญ ซ้ำร้ายกับสร้างความเดือดร้อนวุ่นวาย ใช้อาวุธระเบิด อาวุธปืน เผาทำลายทรัพย์สินราชการเสียหาย ตลอดจนใช้ปืน ระเบิดอาวุธนานาชนิดเข้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บสาหัสจำนวนหลายนาย

โฆษกรัฐบาล ยันไทยไม่ได้ขายน้ำมันแพงที่สุดในโลก

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น สาเหตุมาจากความต้องการใช้พลังงานทั่วโลกเพิ่มขึ้นหลังจากทั่วโลกมีการฉีดวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลง ส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศที่มีการปรับขึ้น โดยนายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยในเรื่องนี้ จึงสั่งการให้ติดตามสถานการณ์ราคาพลังงานอย่างใกล้ชิด 

ล่าสุด คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน ได้ออกมาตรการบรรเทาผลกระทบของน้ำมันดีเซลหมุนเร็วที่ปรับตัวสูงขึ้น ดังนี้ 1.ลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ในส่วนของ B7 จาก 1 บาท เหลือเพียง 1 สตางค์ ส่งผลให้ B7 มีราคาอยู่ที่ 30.29 บาท/ลิตร ซึ่งมาตรการนี้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ 5 ต.ค. 2564 เป็นต้นไป และ 2.ปรับลดสัดส่วนไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว จากเดิมมีการผสมอยู่ 3 สัดส่วน คือ บี7 บี10 บี20 ให้เหลือ 2 สัดส่วน คือ บี6 และ บี20 พร้อมทั้งเห็นชอบค่าการตลาดของน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา บี6 เท่ากับ 1.40 บาทต่อลิตร เพื่อใช้อ้างอิงในการกำกับดูแลความเหมาะสมของราคาขายปลีก ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซล บี6 จะมีราคาอยู่ที่ประมาณ 28.29 บาท/ลิตร ในช่วงระหว่างวันที่ 11-31 ต.ค. 2564 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top