Tuesday, 14 July 2026
NEWS

ตุรกี ยัน สวีเดน-ฟินแลนด์ เบื้องหลังกลุ่มก่อการร้ายพีเคเค ย้ำ!! หากนาโตรับเข้าพวก ยิ่งเสี่ยงต่อความมั่นคงของตุรกี

ประธานาธิบดีเรเวป เทย์ยิป เออร์โดวาน ของตุรกี ยืนยัน ตุรกีจะไม่ยอมให้ประเทศที่สนับสนุนการก่อการร้ายเข้าเป็นสมาชิกนาโต แม้ว่าสวีเดนและฟินแลนด์ได้ออกมาประณามการก่อการรายก่อนหน้านี้ แต่เออร์โดวานเชื่อว่า พวกเขาไม่จริงใจหรือซื่อสัตย์เพียงพอ 

เออร์โดวาน ผู้นำตุรกี ได้เขียนบทความที่เผยแพร่โดยนิตยสาร Economist เน้นย้ำให้เห็นถึงกิจกรรมต่าง ๆ ของกลุ่มติดอาวุธพรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน หรือ พีเคเค ซึ่งเป็นประเด็นหนึ่งที่ตุรกีต่อต้านสวีเดนและฟินแลนด์ในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต และกล่าวว่า ทั้งสองประเทศที่กำลังทำเช่นนั้น จะทำให้เกิดความเสี่ยงด้านความมั่นคงสำหรับตุรกี

ทั้งนี้ กลุ่มพีเคเค ต่อสู้กับรัฐบาลตุรกีมานาน 38 ปี มีผู้เสียชีวิตหลายหมื่นคน ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นองค์กรก่อการร้ายโดยสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ซึ่งรวมทั้งสวีเดนและฟินแลนด์ด้วย 

อย่างไรก็ตาม ทัศนคติของชาติตะวันตกที่มีต่อกลุ่มติดอาวุธที่ชื่อว่า 'หน่วยพิทักษ์ประชาชน' หรือวายพีจี ในซีเรีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพีเคเค เป็นสาเหตุให้เกิดความบาดหมางระหว่างตุรกีและสมาชิกนาโตชาติอื่น ๆ เนื่องจากกลุ่มวายพีจี เป็นกองกำลังสำคัญของกองทัพที่นำโดยสหรัฐฯ ในการกวาดล้างกลุ่มนักรบรัฐอิสลาม หรือไอเอส 

‘ดร.สามารถ’ เผยงบกทม. ปี 65 เหลืองบลงทุนให้ผู้ว่าฯชัชชาติ แค่ 94 ลบ. เท่านั้น

'ดร.สามารถ' ส่องงบกทม. ปี 65 เหลืองบลงทุนให้ผู้ว่าฯชัชชาติ แค่เพียง 94 ล้านบาทเท่านั้น แต่สามารถโอนงบประเภทอื่นมาเป็นงบกลางเพื่อใช้ในการลงทุนได้แต่คงเหลือไม่มาก ต้องรอปีงบประมาณ 2566 จะสามารถดำเนินงานตามนโยบายที่ใช้หาเสียงไว้ได้อย่างเต็มที่

1 มิ.ย.2565- ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.)โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก เรือง ส่องงบ กทม. ปี 65 เหลือให้ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ใช้เท่าไหร่ ? มีเนื้อหาดังนี้

งบรายจ่ายของ กทม. ประจำปีงบประมาณ 2565 จะเหลือไว้ให้ท่านผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้ใช้ทำงานตามนโยบายที่หาเสียงไว้ได้มากน้อยแค่ไหน ? ถ้าเหลือน้อย จะทำอย่างไร ?

1. งบ กทม. ปี 2565 มีเท่าไหร่ ? งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ของ กทม. มีทั้งหมด 78,979,446,500 บาท ประกอบด้วยงบ 11 ประเภท เช่น  งบบุคลากร ซึ่งเป็นรายจ่ายที่กําหนดให้จ่ายเพื่อการบริหารงานบุคคล งบดําเนินงาน ซึ่งเป็นรายจ่ายที่กําหนดให้จ่ายเพื่อการบริหารงานประจํา ได้แก่รายจ่ายที่จ่ายในลักษณะค่าตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุและค่าสาธารณูปโภคงบลงทุน ซึ่งเป็นรายจ่ายที่กําหนดให้จ่ายเพื่อการลงทุน ได้แก่รายจ่ายที่จ่ายในลักษณะค่าครุภัณฑ์ค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง งบเงินอุดหนุน ซึ่งเป็นรายจ่ายที่กําหนดให้จ่ายเป็นค่าบํารุงหรือเพื่อช่วยเหลือสนับสนุนการดําเนินงานให้แก่หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรอื่นใดที่ขอรับเงินอุดหนุน และ งบกลาง ซึ่งเป็นงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้เป็นรายจ่ายของส่วนกลางมิได้กําหนดให้เป็นของหน่วยงานหนึ่งหน่วยงานใดโดยเฉพาะ เป็นต้น

2. งบประเภทไหนมากที่สุด ? จากงบทั้ง 11 ประเภท พบว่างบบุคลากรสูงที่สุดคือ 21,071,439,960 บาท คิดเป็น 26.68% ตามด้วยงบโครงการต่อเนื่อง 14,997,130,849 บาท คิดเป็น 18.99% และงบกลาง 14,417,767,187 บาท คิดเป็น 18.26%

3. งบลงทุนมีเท่าไหร่ ? จากงบประมาณรายจ่ายปี 2565 ทั้ง 11 ประเภท พบว่ามีงบที่สามารถใช้ในการลงทุนได้รวมทั้งหมด 14,222,239,849 บาท คิดเป็น 18.01% โดยรวมมาจากงบ 4 ประเภท ดังนี้ ค่าครุภัณฑ์ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง (รายการปีเดียว) 1,392,845,085 บาทโครงการต่อเนื่อง (เฉพาะงบลงทุน) ประกอบด้วย งบ กทม. 8,815,786,377 บาท และเงินอุดหนุนรัฐบาล 989,667,000 บาท งบกลาง (เฉพาะที่ใช้ลงทุน) 2,760,113,387 บาท นโยบายผู้บริหาร + โครงการใหม่ (เฉพาะที่ใช้ลงทุน) 263,828,000 บาท

อึ้ง!! การค้าน้ำมัน 'รัสเซีย-อินเดีย' พุ่ง!! เติบโตมหาศาล 25 เท่าหรือ 2500%

World Maker เผย รัสเซีย-อินเดียค้าน้ำมันพุ่ง 25x !!! ล่าสุดเติบโตถึง 25 เท่าหรือ 2500% โดยการส่งมอบ 3 เดือนที่ผ่านมาคิดเป็นมากกว่า 10 เท่าของการส่งมอบตลอดปีที่แล้ว !!! เรียกได้ว่าเติบโตกันอย่าง 'มหาศาล' เลยทีเดียว ! และที่สำคัญคือราคา Discount จากตลาดโลกอย่างน้อย 30% !! งานนี้โกยกันยับทั้งคนซื้อทั้งคนขาย !

⚠️ล่าสุดดูเหมือนว่าการค้าระหว่างรัสเซีย-อินเดียโดยเฉพาะทางด้านน้ำมัน กำลังเติบโตขึ้นอย่างมหาศาล โดยตัวเลขการส่งมอบพุ่งขึ้นถึง 25 เท่าหรือ 2500% ขณะที่การส่งมอบในเดือนพฤษภาคมเพียงเดือนเดียวสูงถึง 24 ล้านบาร์เรล !! เทียบกับปีที่แล้วเพียง 960,000 บาร์เรลเท่านั้น !

📌โดยรวมแล้วอินเดียรับน้ำมันดิบจากรัสเซียไปกว่า 34 ล้านบาร์เรลนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งมากกว่ามูลค่าการนำเข้าทั้งหมดตลอดปี 2021 ถึง 10 เท่าหรือ 1000% ! ท่านผู้อ่านลองคิดดูเอาเองว่าตัวเลขนำเข้าเพียง 3 เดือนสูงกว่าตัวเลขตลอดปีที่แล้วถึง 10 เท่ามันมากแค่ไหน !!

ส่วนตัวเลข 24 ล้านบาร์เรลในเดือนนี้นั้น เพิ่มขึ้นจาก 7.2 ล้านบาร์เรลในเดือนเมษายน และขยายจาก 3 ล้านบาร์เรลในเดือนมีนาคม และที่ยิ่งไปกว่านั้น คาดว่าในเดือนมิถุนายนนี้จะมีการส่งมอบสูงถึง 28 ล้านบาร์เรล !! (เพิ่มขึ้นอีก 4 ล้านบาร์เรลจากเดือนนี้)

การคว่ำบาตรจากชาติตะวันตกที่พึ่งประกาศคว่ำบาตรน้ำมันทางเรือ (คิดเป็นสัดส่วน 2 ใน 3 ของการส่งมอบทั้งหมด) ต่อรัสเซีย ทำให้รัสเซียต้องเร่งปรับเปลี่ยน Supply Chain ไปยังตลาดอื่น ๆ แทน โดยเฉพาะในเอเชียและตลาดเกิดใหม่ ซึ่งสร้างโอกาสให้โรงกลั่นของอินเดียสามารถยกระดับการซื้อน้ำมันจากรัสเซียได้ในราคาพิเศษอย่างมาก ! รวมถึงประเทศจีนที่กำลังเร่งซื้อพลังงานจากรัสเซียอย่างมหาศาล

เคลียร์ชัด!! พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ ‘PDPA’

เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า PDPA (Personal Data Protection Act) หรือ พระราชบัญญัติ หรือ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ที่ก่อนหน้านี้มีผลใช้บังคับแล้วบางหมวด บางมาตรา จะมีผลใช้บังคับทั้งหมดในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนผ่านสำคัญเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของแต่ละคน ตั้งแต่การมอบข้อมูล และการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของตัวเอง ที่อยู่ในมือของคนอื่นอย่างเต็มที่ เพื่อปกป้องสิทธิของตนไม่ให้ถูกละเมิดสิทธิส่วนตัว

ทั้งนี้ หลายคนอาจจะยังไม่ทราบกรอบของ PDPA ว่าสามารถทำอะไรได้หรือไม่ได้บ้าง ภายใต้เงื่อนไขที่มีการระบุไว้ก่อนหน้า

สำหรับ PDPA นั้น มีประเด็นที่ประชาชนควรรู้ ดังนี้…
1. ข้อมูลส่วนบุคคล คือ ข้อมูลเที่ยวกับบุคคล ซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมเฉพาะ เช่น ชื่อ ที่อยู่ หมายเลข ประจำตัว ข้อมูลสุขภาพ ฯลฯ (มาตรา 6)

2. ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งเราไว้ก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวม (ห้ามใช้นอกเหนือวัตถุประสงค์) (มาตรา 21)

3.ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของเราเท่าที่จำเป็น ภายใต้วัตถุประสงค์อันชอบ
ด้วยกฎหมาย (มาตรา 22) (ใช้ข้อมูลของเราให้น้อยที่สุด)

4. ความยินยอม เป็นฐานการประมวลผลฐานหนึ่งเท่านั้น ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ในการกำหนดฐานการประมวลผล ให้สอดคล้องกับลักษณะการประมวลผล และความสัมพันธ์ระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ตามมาตรา 24 หรือมาตรา 26)

สลดใจ!! นักเรียนสวนกุหลาบเกือบ 3,000 คน ขาดแคลนโรงอาหาร วอน สส.พลังประชารัฐ ผลักดันงบจัดสร้างเพื่อช่วยเหลือลูกๆ สวนกุหลาบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับการประสานถึงปัญหาความเดือดร้อนของนักเรียนโรงเรียน นวมินทราชินูทิศ สวนกุหลาบวิทยาลัย สมุทรปราการ ต.บางปู อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เนื่องจากโรงอาหารภายในสถานศึกษาแห่งนี้ มีไม่เพียงพอ ประกอบกับ มีนักเรียนจำนวนมากถึง 2,700 คน ทำให้นักเรียนส่วนใหญ่ต้องทนทุกข์กับปัญหานี้มานานหลายปี จากนั้น ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบยังสถานศึกษาแห่งนี้ พบว่าสถานศึกษาแห่งนี้มีนักเรียนศึกษาอยู่เป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1 - ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 6 จึงทำให้สถานที่โรงอาหารภายในโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย สมุทรปราการ ไม่เพียงพอรองรับกับจำนวนนักเรียนที่มีจำนวนมากเกือบ 3,000 คน นักเรียนบางรายต้องหอบหิ้วอาหารกลางวันไปทานบนอาคารเรียนเพื่อลดความแออัดเบียดเสียดภายในโรงอาหาร บางรายต้องหาที่นั่งตามใต้ต้นไม้เพื่อนั่งรับประทานอาหาร และที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ น้องๆนักเรียนบางคนต้องนั่งตากเดือด เนื่องจากไม่มีโต๊ะให้นั่งรับประทานอาหาร

เครือข่าย “กัญชา-เบียร์คราฟ-บุหรี่ไฟฟ้า” จับมือทวงสิทธิเชื่อเอาขึ้นบนดิน ได้ประโยชน์กว่าแบน

วันงดสูบบุหรี่โลก 31 พ.ค. 3 เครือข่ายดังจัดเสวนา “จากกัญชา ถึงบุหรี่ไฟฟ้าและคราฟเบียร์ ถูกกฎหมายแล้วดีอย่างไร” ชี้สังคมจะได้ประโยชน์จากการควบคุมอย่างถูกกฎหมาย เผยความยากในการเคลื่อนไหวให้ถูกกฎหมาย ต้องสู้กับความเข้าใจผิด และผลประโยชน์ขัดแย้ง ด้านทนาย “รณณรงค์” เผยกฎหมายห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อการค้า แต่ผู้บริโภคกลับมารับโทษ ค่าประกันเป็นแสนเพราะกฎหมายที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพผู้บริโภค

เมื่อวันที่ 31 พ.ค 65 เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า “กลุ่มลาขาดควันยาสูบ” ร่วมกับพันธมิตรเครือข่ายประชาชน “กลุ่มกัญชาชน”  และ “กลุ่มประชาชนเบียร์” จัดเสวนาหัวข้อ “จากกัญชาถึงบุหรี่ไฟฟ้าและคราฟเบียร์”เนื่องในโอกาสวันงดสูบบุหรี่โลก 31 พ.ค. เพื่อชี้ถึงปัญหาการแบนจนทำให้บุหรี่ไฟฟ้า เบียร์คราฟ เป็นสินค้าผิดกฎหมาย ขณะที่กัญชาซึ่งได้รับการควบคุมแล้ว กลับยังมีปัญหาความไม่ชัดเจนของกฎหมาย ณ ร้าน Highland ถ.ลาดพร้าว ซอย 2 กรุงเทพฯ

นายอาสา ศาลิคุปต ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า กลุ่มลาขาดควันยาสูบ เผยว่า บุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ หลายประเทศก็อนุญาตให้ใช้เพื่อเลิกบุหรี่ได้ แต่กลับเป็นสิ่งผิดกฎหมายในไทย โดยจุดประสงค์การเรียกร้องสิทธิไม่ได้ต้องการสนับสนุนให้สูบบุหรี่ไฟฟ้าเสรี  แต่เป็นการให้เกิดการควบคุมให้ถูกต้อง
นายมาริษ กรัณยวัฒน์ ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า กลุ่มลาขาดควันยาสูบ กล่าวเสริมในประเด็นการทำให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าถูกกฎหมายว่า 

“พวกเราเคยยื่นรายชื่อผู้สนับสนุนกว่า 4 หมื่นรายชื่อ พร้อมแนบงานวิจัยจากต่างประเทศจำนวนมากขึ้นที่ยืนยันตรงกันว่าบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าการสูบบุหรี่ รวมทั้งแนวทางการควบคุมของบางประเทศ เช่น อังกฤษ ที่แนะนำให้ใช้เป็นเครื่องมือเพื่อเลิกบุหรี่ได้ และเราหวังให้งานวิจัยเหล่านี้ควรต้องถูกนำมาพิจารณา แต่ก็ยังมีกลุ่มรณรงค์เลิกบุหรี่ที่อคติกับเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า ทำให้ปรับแก้มาตรการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีความก้าวหน้าเสียที”

ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความชื่อดังซึ่งร่วมเสวนาในวันนี้ด้วยกล่าวว่า “ความไม่ชัดเจนของกฎหมาย ทำให้ที่ผ่านมา มีการจับกุมผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก แต่พออัยการสั่งไม่ฟ้อง เคสการจับกุมก็น้อยลง แต่ก็อยากฝากไปถึงผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าทุกคนว่าอย่ามีส่วนในการทำความผิดโดยการจ่ายสินบนให้กับเจ้าหน้าที่ และขอให้หาทางต่อสู้ให้เกิดแนวทางที่ชัดเจนว่าผู้ใช้ผิดหรือไม่ เช่นรวมตัวกันไปยื่นเอกสารให้ ผบ.สตช. พิจารณาคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการจังหวัดปทุมธานีเป็นแนวทางบังคับใช้กฎหายของตำรวจ เป็นต้น”

พม. โดย กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเชิงปฏิบัติการสร้าง ความตระหนักรู้เรื่องพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558

วันนี้ (31 พฤษภาคม 2565 ) เวลา 09.00 น. นางสาวสุนีย์ ศรีสง่าตระกูลเลิศ รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างความตระหนักรู้เรื่องพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 ณ โรงแรมบางกอกชฎา เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 

นางสาวสุนีย์ ศรีสง่าตระกูลเลิศ กล่าวว่า กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว มีภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 มุ่งเน้นการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ คุ้มครองและป้องกันมิให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศในสังคม นับเป็นระยะเวลากว่า 6 ปี แล้ว ตั้งแต่มีการประกาศใช้ พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว แม้จะเห็นว่าสังคมมีการยอมรับผู้หญิงหรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศเพิ่มมากขึ้น แต่ยังพบว่าการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศยังปรากฎให้เห็นในสังคม เช่น ปัญหาการถูกจำกัดสิทธิ โอกาส และความก้าวหน้าในการทำงาน ปัญหาการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว เป็นต้น 

นางสาวสุนีย์ ศรีสง่าตระกูลเลิศ กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่จะทำให้เกิดความเท่าเทียมระหว่างเพศ คือ การสร้างการรับรู้ ให้ประชาชนได้เข้าใจถึงเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ. ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 ปรับเปลี่ยนทัศนคติให้เข้าใจและตระหนักรู้เรื่องความเท่าเทียมระหว่างเพศอย่างแท้จริง บนฐานความเข้าใจว่า “ควรเคารพในคุณค่าของความเป็นมนุษย์ที่มีความแตกต่างหลากหลายในเรื่องเพศ ไม่เลือกปฏิบัติด้วยปัจจัยเพศภาวะ” กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวเล็งเห็นว่ามูลนิธิ สมาคม ชมรม องค์กรสาธารณประโยชน์ องค์กรสวัสดิการชุมชน หรือองค์กรเอกชน เป็นกลไกสำคัญในการดำเนินงานด้านการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศในสังคม จึงได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่องพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 ขึ้น ในวันที่ 31 พฤษภาคม - 2 มิถุนายน 2565 ณ โรงแรมบางกอกชฎา กรุงเทพฯ โดยการประชุมดังกล่าว มุ่งหวังสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านความเท่าเทียมระหว่างเพศตามพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 และสร้างความร่วมมือในการขับเคลื่อนงานด้านการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศร่วมกับ มูลนิธิ สมาคม ชมรม องค์กรสาธารณประโยชน์ องค์กรสวัสดิการชุมชน หรือองค์กรเอกชน 

"เชียงราย" แม่สายเมืองท่องเที่ยวสวยงามโครงการเคเบิ้ลไฟฟ้าใต้ดิน

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา นาย ณรงค์พล คิดอ่าน นายอำเภอแม่สายได้ให้เกียรติมาเป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมตัดเสาไฟฟ้าต้นแรกโครงการปรับปรุงระบบจำหน่ายไฟฟ้าเป็นเคเบิ้ลใต้ดินจากหน้าด่านพรมแดนไทย-เมียนมา สะพานข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 1

ไปจนถึงสี่แยกศูนย์วิจัยและพัฒนาชาน้ำมันและพืชน้ำมันซึ่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและเทศบาลตำบลแม่สายจัดขึ้น ณ.บริเวณหน้าด่านพรมแดนแห่งที่1โดยมีนาย ชัยยนต์ ศรีสมุทร นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลแม่สาย นางสาว อุบล ใจวรรณะ นายกเทศมนตรีเทศบาลแม่สายมิตรภาพ พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงานราชการ

ระบบขนส่งสาธารณะไทย บุคคลใดบ้างที่ได้รับการ ลดหย่อนค่าโดยสาร ?? 

บริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด หรือ TSB ผู้นำระบบแพลตฟอร์มการให้บริการนวัตกรรมรถบัสพลังงานไฟฟ้า หรือ E-Bus จึงพัฒนารถบัสโดยสารพลังงานไฟฟ้า พร้อมแพลตฟอร์มเทคโนโลยีสมัยใหม่ ภายใต้สโลแกน "เดินทางด้วยรอยยิ้ม ใส่ใจสิ่งแวดล้อม" ลงทุนในระยะแรกกว่า 2 พันล้านบาท พัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ และจัดซื้อรถบัสโดยสารไฟฟ้าพลังงานบริสุทธิ์ 100% ที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม มาให้บริการประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่มีการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะมากถึง 2.72 ล้านคน โดยเปิดให้บริการเมื่อปลายปี 2564 ที่ผ่านมา

วันนี้มาเจาะลึกค่าบริการขนส่งสาธารณะโดยเฉพาะรถเมล์ไฟฟ้าที่ถือว่าเป็นค่าครองชีพประชาชน โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งสำนักการขนส่งผู้โดยสาร กรมการขนส่งทางบก ได้กำหนดบุคคลที่ได้รับการลดหย่อนค่าโดยสารตามเงื่อนไข ดังนี้ 

‘เจษฎา’ แซะ 'จักรทิพย์' โพสต์วิธีแก้น้ำท่วมกรุง หรือว่าเตรียมความพร้อมสำหรับเลือกตั้งใหม่

รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ แชร์โพสต์เฟซบุ๊กของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งโพสต์ข้อความ “หาที่ให้น้ำอยู่ หาทางให้น้ำไป ปัญหาน้ำท่วม ผมจะใช้ระบบ AI วัดระดับปริมาณน้ำ และมี Application แจ้งเตือน”

โดย รศ.ดร.เจษฎา ระบุว่า “อยู่ๆ คุณจักรทิพย์ ก็ออกมาโปรโมตแนวคิดแก้ปัญหา กทม.ใหญ่เลย หลังจากจบการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ไปแล้ว หรือว่าเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งใหม่ครับ”


ที่มา: https://mgronline.com/uptodate/detail/9650000051640

‘นักวิจัย’ ชี้!! 4 อารยธรรมอันตรายนอกโลก มีโอกาส 0.0014% ที่จะบุกรุกรานมนุษย์

สตีเฟน ฮอว์กิง นักฟิสิกส์ นักคณิตศาสตร์ และนักจักรวาลวิทยาชื่อดัง เคยกล่าวไว้ว่า การส่งข้อความจากโลกสู่ห้วงอวกาศอาจทำให้อารยธรรมมนุษย์ถูกทำลายได้ “หากมนุษย์ต่างดาวมาเยือนโลก ผมคิดว่าผลลัพธ์คงจะพอๆ กับตอนที่คริสโตเฟอร์ โคลัมบัสลงจอดในอเมริกาครั้งแรก ซึ่งไม่ได้เป็นผลดีนักสำหรับชนพื้นเมืองอเมริกัน”

คำพูดของฮอว์กิง มักถูกใช้เพื่อกีดกันการดำเนินงานของ METI (Messaging Extraterrestrial Intelligence) องค์กรวิจัยไม่แสวงหาผลกำไรที่สร้างและส่งข้อความระหว่างดวงดาวเพื่อสื่อสารกับอารยธรรมนอกโลก

ขณะที่งานวิจัยชิ้นใหม่ๆ กำลังพยายามพิจารณาว่าจริงๆ แล้วการพยายามติดต่อกับอารยธรรมต่างดาวนั้นอันตรายแค่ไหน? บนอวกาศอาจมีอารยธรรมมนุษย์ต่างดาวที่ชั่วร้ายอยู่หรือไม่? และมีโอกาสไหมที่ข้อความจากโลกจะถูกส่งไปยังอารยธรรมมนุษย์ต่างดาวที่ชั่วร้าย?

ตามการประมาณการของ เกลาดีโอ มักโกเน นักดาราศาสตร์ SETI ชาวอิตาลีเชื่อว่าอาจมีอารยธรรมมากถึง 15,758 อารยธรรมในทางช้างเผือก

'หมอยง' ชี้!! ความยุ่งยากในการคุม ‘ฝีดาษลิง’ 'ไม่พบเคสตาย - อาการไม่แรง' ทำละเลยพบแพทย์

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงโรคฝีดาษวานร ความยุ่งยากในการควบคุมโรค โดยข้อความตอนหนึ่งระบุว่า ฝีดาษวานรที่ระบาดในปีนี้ ในยุโรปและอเมริกา มีผู้ป่วยร่วม 500 ราย ส่วนใหญ่ เพศชายถึง 98%  และอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ อายุ 20 ถึง 50 ปี 

ความยุ่งยากในการควบคุมโรค คือ 

1 อาการของโรคไม่ได้รุนแรงแบบไข้ทรพิษ ยังไม่มีใครเสียชีวิตเลย เมื่อมีอาการน้อยบางรายก็ไม่ได้รับการวินิจฉัย 

2 ตุ่มที่ขึ้นก็ไม่ได้มาก 30% เกิดในที่ลับ บริเวณอวัยวะเพศ และถ้าไม่มีอาการมาก หรือตุ่มขึ้นน้อยก็จะไม่ได้พบแพทย์

3 โรคนี้ติดต่อ เกี่ยวข้องกับเพศสัมพันธ์ เพราะมีการสัมผัสกันอย่างใกล้ชิด

4 ไม่มีหลักฐานในการติดต่อจากสัตว์ หรือเดินทางมาจากแอฟริกา เป็นการติดต่อระหว่างคนสู่คน 

5 ถ้าเชื้อฝีดาษวานร ที่ระบาดอยู่ขณะนี้ เข้าไปติดยังสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสัตว์ฟันแทะ ในตระกูล หนู กระต่าย กระรอก สัตว์เหล่านี้จะมีอาการน้อยมาก และเป็นพาหะ ที่จะกระจายโรคได้ จะยากต่อการควบคุมขึ้นอีก นำไปสู่การเกิดโรคประจำถิ่น ขณะนี้โรคประจำถิ่นอยู่แอฟริกา มีความกังวลว่า ถ้าติดในสัตว์เลี้ยง ที่กำลังระบาดอยู่นี้ ก็อาจประจำถิ่นอยู่ยุโรปต่อไป


ที่มา: https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid0961fhvf8UqDFQsNMuymvyN9g9NEmZu4kjgSwj4oiuescCvCFW2WyG4P61uTcwZnTl&id=100000978797641

‘อ.ทวีสุข’ ชี้ อเมริกา-ชาติตะวันตก จงใจลากยาวสงคราม คาดภายใน 3-5 ปีเกิดวิกฤตเศรษฐกิจขนาดใหญ่

‘อ.ทวีสุข’ ชี้อเมริกา-พันธมิตรตะวันตก จงใจลากยาวสงคราม หลังคุมเงินเฟ้อไม่อยู่ หวังเซ็ตระเบียบโลกใหม่ คาดภายใน 3-5 ปีเกิดวิกฤตเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ประเทศต่าง ๆ ทยอยล้มละลาย

วันที่ 30 พ.ค. อ.ทวีสุข ธรรมศักดิ์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ ร่วมสนทนาในรายการ ‘คนเคาะข่าว’ ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ช่อง ‘นิวส์วัน’ ในหัวข้อ ‘มหาวิกฤตซ้ำลากยาว หรือโลกต้องพัง! เพื่อระเบียบโลกใหม่?’

โดย อ.ทวีสุข กล่าวในช่วงหนึ่งว่า ในเมื่อสงครามทำให้ทางฝั่งพันธมิตรตะวันตกเดือดร้อน ทำไมถึงยังไม่หยุด แต่ยังคงเร่งเกมต่อไป เพราะมันหยุดไม่ได้ ทางด้านอเมริกาเห็นอยู่แล้วว่าจะเกิดเงินเฟ้อตั้งแต่ก่อนเกิดโควิด ตอนเกิดโรคระบาดมันทำให้เขาสามารถพิมพ์เงินก้อนใหญ่ขึ้นมาเพื่อรักษาระบบ ถึงขั้นที่ว่าเอาแจกเงินให้กับประชาชนอเมริกา ก็เลยทำให้เศรษฐกิจมันหมุนขึ้นมาระดับหนึ่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่วันนี้มันพิมพ์ต่อไม่ได้ นอกจากพิมพ์ต่อไม่ได้อาการหนักที่สุดคือทั่วโลกไม่ได้ซื้อเงินอเมริกา

ความต้องการเงินดอลลาร์ลดลง คือสิ่งที่ทั้งจีนและรัสเซียเตรียมตัวตั้งแต่ก่อนปี 2017 เป็นต้นมา ถ่ายเงินสำรองที่เป็นดอลลาร์ออกหมด เอาไว้ทำธุรกรรมเท่านั้นเอง รัสเซียสามารถผลิตทองคำเป็นพันตัน ตอนนี้ทองคำตรงนี้มันก็กลายมาเป็นทุนสำรอง นี่คือสิ่งที่ทำให้รัสเซียแข็งแกร่ง

อ.ทวีสุข กล่าวอีกว่า สถานการณ์ในสมรภูมิ เราก็ไม่ได้ข่าวที่แท้จริงจากทางตะวันตก ทางด้านฝ่ายการเงินกระทรวงการคลังเองก็พูดแล้วก็ทำตรงกันข้ามกับสิ่งที่ทำ จะเห็นว่าแม้กระทั่งเจเน็ต เยลเลน (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกา) ต้องลดภาษีที่ค้ำตั้งกำแพงไว้ เพราะยุทธศาสตร์ในการลดมันวางไทม์ไลน์ไปจนถึงปลายปีนี้ แสดงว่าเขารู้อยู่แล้วว่าว่าเขาคุมเงินเฟ้อไม่อยู่ เอาเฉพาะเงินเฟ้อจากการที่อเมริกาต้องพิมพ์เงินมันมากพออยู่แล้ว แต่ทีนี้มันเจอตัวเร่งจากตัว commodity ต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้นอีก คนก็เลยเดือดร้อน อันนี้มันเป็นการสร้างเพื่อให้คนเกลียดชังกัน เพราะว่าสุดท้ายอเมริกากับชาติตะวันตกบางชาติจะหลุดจากสถานการณ์ที่ตัวเองควบคุมระบบการเงิน ระบบเศรษฐกิจเมื่อควบคุมไม่ได้แล้วมันต้องไปจบที่เป็นผู้ชนะในสมรภูมิใหญ่ ก็คือสงคราม

ดังนั้นบริบทตอนนี้ มันเร่งให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ แล้วรอบนี้มันคือการเกิดวิกฤตเศรษฐกิจที่ทำให้คนยากจน ด้วยการที่ทุกอย่างแพงขึ้น ลองดูภาพให้ชัดเลยถ้าอเมริกาเดือดร้อน ทำไมเขาไม่ลดการแซงก์ชั่น แล้วเจรจากับรัสเซีย แต่นี่ยิ่งเกิดสถานการณ์ยิ่งเพิ่มดีกรี เพิ่มอาวุธ เพิ่มทุกอย่างเข้าไป คือแบบขั้นที่ว่าเมื่อไหร่ปูติน หรือลูกพี่คิม จะยิงขีปนาวุธมาใส่ประเทศเขาแล้วขยายสงครามออกไป

จะเห็นว่าเขายิ่งเร่งให้มันเกิดสถานการณ์ที่เลวร้ายขึ้นอีกเพื่อจะไปสู่ยุทธศาสตร์ที่ 7 ก็คือก่อให้เกิดสงคราม และเขาจะต้องชนะในสงครามนี้ เพื่อที่จะเซ็ตระบบขึ้นมาใหม่จากสภาวะสงครามใหญ่

'รองฯ รอย' เป็นประธานเปิด การแข่งขัน SWAT Challenge 2022 ทีมหนุมานชัย STAGE 1

(30 พ.ค.65) ที่ลานรวมพล กก.1 บก.สอ.บช.ตชด.ค่ายนเรศวร อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จัด การแข่งขันหน่วยปฏิบัติการพิเศษระดับ บช. (SWAT Challenge 2022) ในวันที่ 29 พ.ค. - 4 มิ.ย.65  โดยจัดการแข่งขัน ขึ้นเพื่อต้องการพัฒนาและดำรงขีดความสามารถของหน่วยปฏิบัติการพิเศษในการคลี่คลายสถานการณ อาชญากรรมที่มีความรุนแรง โดยมีหน่วยเข้าร่วมแข่งขัน จำนวน 12 หน่วย ประกอบด้วย  ภ.1-9, บช.ก., บช.ส. และ บช.ปส. บช.น.

สำหรับ การแข่งขันจะแบ่งออกเป็น 5 Stage ซึ่งอ้างอิงจากขั้นตอนในการปฏิบัติทางยุทธวิธี เริ่มจาก

(1.)การเคลื่อนที่ 
(2.)การปฏิบัติของส่วนโจมตี 
(3.)การปฏิบัติของส่วนซุ่มยิง 
(4.)การปฏิบัติร่วมส่วนโจมตีและส่วนซุ่มยิง
(5.)การเคลื่อนที่ผ่านสนามเครื่องกีดขวาง 

ซึ่งปีนี้ได้นำแนวทางการแข่งขัน SWAT Challenge ที่ประเทศดูไบมาปรับใช้ กรรมการประกอบด้วย 3 ส่วน1. ตัวแทน ตร. ที่ไปแข่งที่ดูไบ, 2. อรินทราช 26 ,3. นเรศวร 261 

โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.มอบหมายให้ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. (ปป.) เดินทางไปเป็นประธานพิธีเปิด การแข่งขัน โดยมี พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลัก บุญ รอง จตช. (ช่วยเหลือ ผช.ผบ.ตร.งาน ปป.), พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ส. พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภ.3, พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5, พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ วุฒิจรัสธำรงค์ พล.ต.ต.วันชนะ ธรรมเสมา ผบก.สอ.บช.ตชด. และตัวแทนจาก บช.ต่างๆ พร้อมด้วยเจ้าที่ ที่เกี่ยวข้อง เข้าเยี่ยมชมการแข่งขันในครั้งนี้ 

พล.ต.อ.รอย กล่าวว่า การแข่งขันหน่วยปฏิบัติการพิเศษระดับ บช. (SWAT Challenge 2022)รวมถึงโครงการฝึกอบรมเตรียมความพร้อมหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ระดับกองบัญชาการ ของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ประจําปีงบประมาณ 2565 ตนได้รับมอบหมายให้มาเป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมเตรียมความพร้อม,หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ระดับกองบัญชาการ ของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ในวันนี้ การปฏิบัติการพิเศษในสังกัดสํานักงานตํารวจ แห่งชาติได้ในทุกมิติ เข้าใจในบทบาทหน้าที่การปฏิบัติร่วมกันอย่างมืออาชีพเพื่อสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาให้กับประชาชน

"ดังนั้นขอให้ผู้เข้ารับการฝึก มีความมุ่งมั่นตั้งใจหาความรู้ ฝึกทักษะการ ปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความชํานาญรวมถึงแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การทํางานใสร้างสัมพันธภาพระหว่างกันใเพื่อประสานการปฏิบัติในโอกาสต่อไป

ขอขอบคุณ คณะทํางานใผู้รับผิดชอบโครงการ ครูฝึก, เจ้าหน้าที่ที่ทุ่มเท เตรียมการฝึกในครั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการฝึกอบรมในครั้งนี้จะสําเร็จลุล่วงปลอดภัยและบรรลุวัตถุประสงค์ของทางราชการทุกประการ"

รอง ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า โครงการฝึกอบรมนี้ เพื่อเตรียมความพร้อม ให้กับหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ระดับกองบัญชาการ ของสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติ  การฝึกอบรมนี้ ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติมีเจตนารมณ์ที่ต้องการพัฒนา เพิ่มขีดความสามารถของหน่วยปฏิบัติการพิเศษในการปฏิบัติภารกิจและแก้ไข สถานการณได้อย่างเป็นมาตรฐานสากล ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ทั้งต้องสามารถบูรณาการระหว่างหน่วย

สำหรับโครงการฝึกอบรมเตรียมความพร้อมหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ระดับกองบัญชาการ ตามที่ ตร. มอบหมายให้ กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ได้จัดการฝึกอบรม โครงการฝึกอบรมเตรียมความพร้อมหน่วยปฏิบัติการพิเศษระดับกองบัญชาการ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเตรียมความพร้อม และพัฒนาศักยภาพเชิงทักษะของบุคลากร ในหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ ทบทวนบทบาท หน้าที่ และแนวทางในการปฏิบัติภารกิจร่วมกัน ของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ  รอง ผบ.ตร.กล่าว

สำหรับ กำลังพลผู้เข้ารับการฝึกอบรมตามโครงการ จำนวน 144 นาย ประกอบด้วยหน่วยละ 12 นาย (1.)หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธร ภาค 1 (2.)หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธร ภาค 2 (3.) หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธร ภาค 3 (4.)หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธร ภาค 4(5.)หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธร ภาค 5 (6.) หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธร ภาค 6 (7.)หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธร ภาค 7 (8.)หน่วยปฏิบัติการพิเศษ  ตำรวจภูธร ภาค 8 (9) หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธร ภาค 9 (10.)หน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (11.)หน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(12.)หน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล 

การประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ครั้งที่ ๔ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๕

วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๕ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา กองบัญชาการกองทัพไทย จัดการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ครั้งที่ ๔ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๕ ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด ๑๙ (ศบค.) โดยมี พลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธาน พร้อมด้วย ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ และเสนาธิการทหารอากาศ เข้าร่วมประชุม ณ กองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

การประชุมฯ ในครั้งนี้ที่ประชุมได้รับทราบข้อมูลที่สําคัญของกองบัญชาการกองทัพไทย เหล่าทัพ และสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ดังนี้...

กองบัญชาการกองทัพไทย ได้นําเสนอการจัดการฝึกร่วมกองทัพไทย ๒๕๖๕ ซึ่งเป็นการฝึกร่วม ตามแผนป้องกันประเทศ โดยบูรณาการการอํานวยการยุทธร่วม ด้วยการใช้กําลังทหารขนาดใหญ่ของกองทัพไทย รวมถึงบูรณาการการปฏิบัติการร่วมระหว่างเหล่าทัพและพลเรือน อันเป็นการเสริมสร้างขีดความสามารถ ในการปฏิบัติการร่วมของกองทัพไทยให้มีความพร้อมในการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ รวมถึง รักษาความมั่นคงของรัฐ เพื่อเป็นหลักประกันด้านความมั่นคงให้กับประเทศชาติและความสงบสุขของประชาชน

กองทัพบก ได้รายงานผลการปฏิบัติงานที่สําคัญให้ที่ประชุมได้รับทราบ จํานวน ๒ เรื่อง ได้แก่ เรื่องที่ ๑ การจัดการฝึกทหารใหม่ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ตั้งแต่ กรรมวิธีการรับทหารใหม่ การเคลื่อนย้ายจนถึงหน่วยฝึกทหารใหม่ การกักตัวครูฝึก ผู้ช่วยครูฝึก และทหารใหม่ ภายใต้มาตรการ Bubble & Sealed และ เรื่องที่ ๒ การปฏิบัติภารกิจของอากาศยานเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป แบบ ๑๔๕ (ฮ.ท.๑๔๕) ในการลําเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินร่วมกับทีมแพทย์ของโรงพยาบาลในสังกัดกองทัพบกในพื้นที่ และทีมแพทย์สกายดอกเตอร์ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ซึ่งสามารถให้การช่วยเหลือผู้ป่วยอาการ วิกฤตให้รอดชีวิต ได้รับการตอบรับจากประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดียิ่ง

กองทัพเรือ ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ได้เตรียมความพร้อมในการรองรับสงครามอาวุธที่มีอานุภาพ ทําลายล้างสูง ได้แก่ อาวุธเคมี ชีวะ รังสี และนิวเคลียร์ (คชรน.) ในด้านต่างๆ ได้แก่ ด้านองค์บุคคล ระดับ นานาชาติ ด้านองค์วัตถุ ด้านองค์ยุทธวิธี โดยผลงานสําคัญที่ผ่านมา ได้แก่ การสนับสนุนความปลอดภัยของนักดําน้ํา โดยการตรวจสอบปริมาณก๊าซพิษและก๊าชออกซิเจนในภารกิจค้นหาและกู้ภัยถ้ำหลวงเพื่อช่วยเหลือทีมฟุตบอลหมูป่า การนําขีดความสามารถด้านการป้องกันอาวุธชีวภาพมาใช้ในการควบคุมการแพร่กระจายของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ณ อาคารรับรองสัตหีบ ซึ่งเป็นสถานที่กักตัวของรัฐ และการนําเครื่องตรวจวิเคราะห์สารพิษ เทคโนโลยีสูงมาตรวจการปนเปื้อนของสารพิษในสิ่งแวดล้อม และสามารถรายงานผลได้อย่างแม่นยํา รวดเร็ว แบบ Real Time

กองทัพอากาศ ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงการพัฒนาขีดความสามารถด้านการข่าวกรองการเฝ้าตรวจ และการลาดตระเวน (ISR) โดยการพัฒนาระบบงานและคุณภาพบุคลากร การพัฒนาด้านยุทโธปกรณ์ การจัดหา อากาศยานไร้คนขับ (Dominator) การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบ GEOINT PORTAL เพื่อพัฒนาศักยภาพ และขีดความสามารถด้านการข่าวกรองการเฝ้าตรวจและการลาดตระเวนสู่การมีข้อมูลและการข่าวที่มีคุณภาพ (Superior ISR)

สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ได้นําเสนอระบบ Biometrics ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสําหรับการเก็บข้อมูล คัดกรอง และสืบค้นอัตลักษณ์บุคคลในการเข้า-ออกประเทศทั้ง ด่านตรวจทางน้ํา ด่านตรวจทางบก และด่านตรวจ ทางอากาศ ซึ่งมีจํานวน ๑,๘๔๓ จุด ทั่วประเทศ โดยเป็นการใช้ข้อมูลจากลายพิมพ์นิ้วมือและภาพถ่ายใบหน้าในการ ยืนยันตัวตนที่มีความแม่นยํา มีประสิทธิภาพสูง มีการเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลต่าง ๆ ทําให้กระบวนการสืบค้น ข้อมูลเพื่อนําไปสู่การจับกุมเป็นไปอย่างรวดเร็ว และแม่นยํามากขึ้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top