Thursday, 9 July 2026
NEWS

กรมอู่ทหารเรือ จัดกิจกรรมมอบสิ่งของเครื่องใช้อุปโภคบริโภคและวัสดุอุปกรณ์ในการส่งเสริมอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ ตำบลพลูตาหลวง

(11 ก.ย. 68) เวลา 0900-1200 น. พลเรือตรี ศักดิ์ชัย อนันตชัย รองเจ้ากรมอู่ทหารเรือ เป็นประธานในกิจกรรมมอบสิ่งของเครื่องใช้อุปโภคบริโภคและวัสดุอุปกรณ์ในการส่งเสริมอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก (วันมหิดล) เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และถวายเป็นพระราชกุศล ในการจัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” โดยมี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพลูตาหลวง ประชาชนในพื้นที่ กำลังพลจิตอาสา ข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานราชการ สังกัดกรมอู่ทหารเรือ เข้าร่วมกิจกรรมฯ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลพลูตาหลวง ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และเดินทางเข้ามอบสิ่งของเครื่องใช้อุปโภคบริโภคและวัสดุอุปกรณ์ฯ ให้กับประชาชนในพื้นที่ อีก 4 หลังคาเรือน ในพื้นที่ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

ชาวบ้านลิ่วป่อ มณฑลกวางตุ้ง สุดคึกคัก!! จัดงานเลี้ยงฉลอง ‘อนุทิน’ รับตำแหน่งนายกฯ ไทย

(11 ก.ย. 68) หมู่บ้านลิ่วป่อ อำเภอหลัวเขต เมืองซินฮุ่ย มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน บ้านเกิดบรรพบุรุษของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทยคนปัจจุบัน จัดงานเฉลิมฉลองอย่างคึกคักหลังทราบข่าวการรับตำแหน่ง โดยมีชาวบ้านนำรูปถ่ายของนายอนุทินมาติดบนฝาผนัง พร้อมจัดพิธีตามประเพณีจีน เช่น ฆ่าหมูเลี้ยงแขกและจุดประทัด เสียงดังสนั่นทั่วหมู่บ้าน

ขณะที่ หลายครอบครัวเดินทางกลับมาที่หมู่บ้านเพื่อมีส่วนร่วมในการฉลองครั้งประวัติศาสตร์ บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความภาคภูมิใจ ชาวบ้านหลายคนกล่าวว่า “รู้สึกภูมิใจที่ลูกหลานของหมู่บ้านสามารถก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีของไทยได้สำเร็จ”

ชาวบ้านยังเผยระลึกถึงเมื่อปี พ.ศ. 2531 ที่บิดาของนายอนุทินเคยกลับมาหมู่บ้านและช่วยสร้างถนนให้ชุมชน ซึ่งทุกวันนี้ยังคงเป็นที่จดจำ ทุกคนหวังว่าในอนาคตนายอนุทินจะมีโอกาสกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดบรรพบุรุษอีกครั้ง

ด้าน รัฐบาลจีนได้แสดงความยินดีกับนายอนุทินที่ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีไทย พร้อมย้ำว่าจีนและไทยเป็นเพื่อนบ้านใกล้ชิดที่เหมือนครอบครัว ปีนี้ยังเป็นวาระครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ จีนพร้อมร่วมมือกับไทยเพื่อสืบสานมิตรภาพดั้งเดิม เสริมสร้างการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ ขยายความร่วมมือเชิงปฏิบัติ อีกทั้งยังส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ การพัฒนา และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค

นายกสมาคมคนพิการภาคตะวันออก วอน “รัฐบาลอนุทิน” ให้สิทธิเข้าถึงโครงการคนละครึ่งกับคนพิการแบบถ้วนหน้า 

ชี้เป็นโครงการที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชนได้จริงแต่ที่ผ่านมากลับมีคนพิการเข้าถึงสิทธิ์ดังกล่าวเพียง 1 ล้านคนจากจำนวนผู้พิการ ทั่วประเทศที่มีกว่า 2.3 ล้านคน

(11 ก.ย. 68) ดร.ณรงค์ ไปวันเสาร์ นายกสมาคมคนพิการภาคตะวันออกและอุปนายกสมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย ได้ออกมาแสดงความยินดีต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทย พร้อมขอเป็นตัวแทนคนพิการทั่วประเทศในการเรียกร้องให้รัฐบาลชุดใหม่ ให้ความสำคัญกับการสร้างสังคมที่เท่าเทียมแก่คนพิการ
พร้อมอ่านแถลงการณ์สมาคมคนพิการถึงรัฐบาลนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ใน 3 ข้อเรียกร้องใหญ่คือ 1. เรื่องการประกอบอาชีพและรายได้ ด้วยการขอให้รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายการจ้างงานคนพิการในสถานประกอบการ และหน่วยงานภาครัฐ ที่ปัจจุบันยังไม่มีการจ้างงานที่คอบตามจำนวน หรือบางหน่วยงานแทบจะไม่มีการจ้างงานคนพิการเลย
2.เรื่องสวัสดิการและคุณภาพชีวิต ด้วยการเพิ่มเบี้ยยังชีพคนพิการให้เหมาะสมกับค่าครองชีพ เนื่องจากเบี้ยคนพิการจำนวน 800 บาทที่ได้รับในปัจจุบันไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายสำหรับคนพิการ โดยเฉพาะในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นปัจจุบัน ที่สำคัญเบี้ยคนพิการ ไม่ได้รับการปรับขึ้นมานานหลายปีแล้ว
3. เรื่องการเข้าถึงโครงการภาครัฐอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่ง ที่รัฐบาลอ้างอิงจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่กำลังจะถูกนำกลับมาใช้ใหม่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะเร่งด่วน
ทั้งนี้คนพิการในปัจจุบันมีจำนวนมากถึง 2.3 ล้านคน แต่กลับมีคนพิการแค่เพียง 1 ล้านคนเท่านั้นที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนเจนและได้สิทธิ์ดังกล่าว

“ วันนี้ผมขอเป็นตัวแทนสมาคมคนพิการและพี่น้องคนพิการทั่วประเทศ ขอความเมตตาและความอนุเคราะห์จากรัฐบาลชุดใหม่ใ น 3 ประเด็นหลักที่ได้กล่าวไปเพื่อให้คนพิการซึ่งเกือบทั้งหมด คือกลุ่มเปราะบางที่ยากจน และด้อยโอกาส ฉะนั้นการให้คนพิการได้เข้าถึงโครงการคนละครึ่งแบบถ้วนหน้า จะเป็นการช่วยลดค่าคอรงชีพให้กับคนพิการได้อย่างดีเยี่ยม”

นายกสมาคมคนพิการภาคตะวันออก กล่าวยืนยันว่าโครงการคนละครึ่ง เป็นโครงการที่ดีที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนได้จริง ประกอบกับ 3 ข้อเสนอที่ได้ขอไปยังรัฐบาลล้วนเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐสามารถตอบสนองได้ทันที
“ แต่ในกระบวนการทำงานเราอาจถูกมองข้าม และลืมไปว่าคนพิการยังเป็นกลุ่มคนในสังคม จึงอยากให้รัฐบาลได้บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เพราะช่วงนี้อยู่ในช่วงจ้างงานคนพิการพอดี เราจึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลดูแลคนพิการด้วย” นายกสมาคมคนพิการภาคตะวันออก กล่าว

เชียงใหม่-พิธีบวงสรวงพระพิรุณและเสริมพลังเครือข่ายเกษตรกร ประจำปี 2568

(11 ก.ย. 68) SUN ตอกย้ำผู้นำเกษตรและอาหารครบวงจร จัดพิธีบวงสรวงพระพิรุณและเสริมพลังเครือข่ายเกษตรกร ประจำปี 2568

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) หรือ SUN  ผู้ผลิตและส่งออกข้าวโพดหวานและผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป ภายใต้แบรนด์ “KC” จัดพิธีบวงสรวงพระพิรุณ เทพแห่งสายฝน ผู้เป็นที่เคารพนับถือของชาวเกษตรกรไทย ณ ไร่ตะวันหวาน (Sun Valley) อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อการดำเนินธุรกิจ การเพาะปลูก และชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรอย่างยั่งยืน

นายองอาจ กิตติคุณชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า “การบวงสรวงพระพิรุณเป็นประเพณีที่ซันสวีทยึดถือมาโดยตลอด เพราะเราตระหนักดีว่าน้ำและธรรมชาติคือรากฐานสำคัญของการเกษตร พิธีนี้ไม่เพียงเสริมสิริมงคลแก่บริษัทและพนักงาน แต่ยังเป็นการส่งกำลังใจและสร้างความมั่นคงให้กับเครือข่ายเกษตรกรของเรา” บริษัทจัดขึ้น เป็นประจำทุกปีในวันที่ 9 เดือน 9 อันเป็นวันมงคล โดยมีคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร พนักงาน และเกษตรกรในเครือข่ายเข้าร่วมงาน เพื่อแสดงถึงการขอบคุณและสำนึกในพระคุณของธรรมชาติที่เกื้อหนุนการเพาะปลูก

ภายหลังพิธีบวงสรวง ได้มีกิจกรรมพบปะเกษตรกรและพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเพาะปลูกที่มีประสิทธิภาพ การใช้เทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ รวมถึงการนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มคุณภาพผลผลิต ลดต้นทุน และรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม SUN ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพ เพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมเกษตรไทยสู่สากล ภายใต้วิสัยทัศน์ “สร้างคุณค่าแก่ผู้บริโภค เกษตรกร ชุมชน และสังคม” ต่อไป

พัฒนชัย /เชียงใหม่

ลำปาง-ตร.ลำปาง แถลงจับยาไอซ์ 100 กิโลกรัม มูลค่ามหาศาล

(11 ก.ย. 68) เวลา 11.00 น. ที่ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วย นายชุติเดช มีจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง พลตรี วิชาญ ศรีภัทรางกูร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ ของกลางไอซ์ 100 กิโลกรัม

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สบปราบ ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากจังหวัดลำพูน ผ่านพื้นที่ อ.สบปราบ จ.ลำปาง ต่อมาเวลา 16.40 น. เจ้าหน้าที่ด่านตรวจสบปราบได้เรียกตรวจรถบรรทุกเทรลเลอร์ 22 ล้อ สีขาว ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน 70-8217 เชียงใหม่ โดยมีนายเอ(นามสมมุติ) อายุ 38 ปี ชาวเชียงใหม่ เป็นผู้ขับขี่ ท่าทางมีพิรุธมือสั่นลักษณะคล้ายคนเสพยาเสพติดมา จึงทำการตรวจค้นบนรถ

จากการตรวจค้นพบยาบ้า 5 เม็ด และเมื่อขยายผลตรวจละเอียด พบเมทแอมเฟตามีน (ไอซ์) จำนวน 8 กระสอบ รวม 100 ก้อน น้ำหนักรวมประมาณ 100 กิโลกรัม จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตำรวจภูธรภาค 5 ย้ำบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และ ป.ป.ส. ได้นำบัญชาและข้อสั่งการของรัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดไม่ให้เข้าสู่พื้นที่ตอนในอย่างเข้มงวด พร้อมขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันสอดส่องพฤติกรรมผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด หากพบเบาะแสสามารถแจ้งได้ทางสายด่วน 1599 , 191 , Line @inthanon1 (ผบช.ภ.5) หรือ Application Police i lert U ตลอด 24 ชั่วโมง

‘ดร.ธรณ์’ ชี้สัตว์ไม่ผิด!! ขอความเป็นธรรมให้สิงโต ย้ำเป็นไปตามสัญชาตญาณของสัตว์นักล่า และ ‘ไม่ควรถูกฆ่า’

เมื่อวานนี้ (10 ก.ย. 68) หลังเกิดเหตุสลดในสวนสัตว์ซาฟารีเวิลด์ เมื่อเจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์ถูกสิงโตรุมทำร้ายจนเสียชีวิตต่อหน้านักท่องเที่ยว เบื้องต้นนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้สั่งปิดโซนสัตว์ดุร้ายชั่วคราว พร้อมให้จัดทำมาตรการด้านความปลอดภัยใหม่ เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลสัตว์และผู้เข้าชม

ด้าน 'ซาฟารีเวิลด์' ออกประกาศยืนยันว่า ยังคงเปิดให้บริการ Safari Park และ Marine Park ตามปกติ โดยปิดชั่วคราวเฉพาะโซนสัตว์ดุร้ายอย่างสิงโตและเสือ เพื่อดำเนินการปรับปรุงความปลอดภัย รวมทั้งตรวจสอบการจัดการพื้นที่เลี้ยงสัตว์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ขณะเดียวกัน ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานเปิดเผยว่า ในที่เกิดเหตุไม่มีเศษชิ้นเนื้อตกหรือกระจัดกระจาย มีเพียงคราบเลือดเท่านั้น คาดว่าสิงโตไม่ได้ตั้งใจขย้ำเพื่อกินร่าง แต่พยายามจะเข้ามาเล่นด้วย โดยเป็นสิงโตเพศผู้วัยหนุ่มที่ยังมีนิสัยขี้เล่น ทั้งนี้ อวัยวะทุกส่วนของผู้เสียชีวิตยังอยู่ครบ

ในอีกมุมหนึ่ง ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศทางทะเล ได้โพสต์แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมย้ำว่าสัตว์ไม่ควรถูกฆ่าเพียงเพราะทำตามสัญชาตญาณของมัน ขณะที่ชาวเน็ตจำนวนมากร่วมแสดงความคิดเห็นเห็นด้วย โดยเรียกร้องให้หาทางออกที่เหมาะสมและเพิ่มมาตรการป้องกัน เพื่อไม่ให้โศกนาฏกรรมลักษณะนี้เกิดซ้ำอีก

ขอนแก่น - สุดยิ่งใหญ่! Sugarex Thailand และ Agri Expo Thailand 2025: มหกรรมระดับนานาชาติพลิกโฉมอุตสาหกรรมน้ำตาลและเกษตรกรรมไทย

งาน Sugarex Thailand และ Agri Expo Thailand 2025 เป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่จะช่วยผลักดันนวัตกรรมและองค์ความรู้สู่ท้องถิ่น สนับสนุนเกษตรกรไทยให้ก้าวสู่การเกษตรอัจฉริยะ เพิ่มรายได้ และสร้างความมั่นคงให้กับภาคการเกษตรในระยะยาว

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 11 กันยายน 2568 ที่ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ขอนแก่น (KICE) นายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานเปิดงาน Sugarex Thailand 2025 ครั้งที่ 11 และ Agri Expo Thailand 2025 ครั้งที่ 6 เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีนายสามารถ น้อยวัน รองเลขาธิการ คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กระทรวงอุตสาหกรรม,นายประยูรภัทร ศรีศักดิ์นอก หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดขอนแก่น ,มร.เคนนี่ ยง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฟร์เวิร์คส มีเดีย (ประเทศไทย) จำกัด ,นายธวัชชัย โคตรวงศ์ รองประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชน ร่วมทำข่าว

นายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า งาน Sugarex Thailand 2025 ครั้งที่ 11 และ Agri Expo Thailand 2025 ครั้งที่ 6 ปีนี้ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ทั้งจากผู้ประกอบการ ชาวไร่อ้อย และผู้เชี่ยวชาญจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ สะท้อนถึงศักยภาพและความสำคัญของอุตสาหกรรมน้ำตาลและเกษตรกรรมไทยในเวทีโลก พร้อมตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมอาเซียน

งานนี้มีบริษัทชั้นนำทั้งในไทยและต่างประเทศกว่า 450 แบรนด์ จาก 16 ประเทศ พร้อมใจกันเข้าร่วม นำเสนอเทคโนโลยี นวัตกรรม และเครื่องจักรกลการเกษตรครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ครอบคลุมทุกกระบวนการผลิต ตั้งแต่การเพาะปลูกอ้อย การจัดการไร่ การแปรรูปน้ำตาล และการผลิตเอทานอลและพลังงานชีวภาพ มร.เคนนี่ ยง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฟร์เวิร์คส มีเดีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “Sugarex Thailand และ Agri Expo Thailand 2025 ไม่เพียงเป็นงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ แต่ยังเป็นศูนย์กลางของการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างเครือข่ายธุรกิจ ปีนี้เรามีผู้เข้าร่วมงานคาดว่าเกินกว่า 5,000 คน และพื้นที่จัดแสดงกว่า 6,000 ตารางเมตร เต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์อนาคตของอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง”

ด้าน นายสามารถ น้อยวัน รองเลขาธิการ คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวเสริมว่า “สำนักงานฯ ยังคงเดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมน้ำตาลไทย โดยส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรแบบครบวงจร การเพิ่มประสิทธิภาพต่อไร่ และคุณภาพผลผลิตน้ำตาล เพื่อให้ไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน”

ส่วน นายประยูรภัทร ศรีศักดิ์นอก หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า “งาน Sugarex Thailand และ Agri Expo Thailand 2025 เป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่จะช่วยผลักดันนวัตกรรมและองค์ความรู้สู่ท้องถิ่น สนับสนุนเกษตรกรไทยให้ก้าวสู่การเกษตรอัจฉริยะ เพิ่มรายได้ และสร้างความมั่นคงให้กับภาคการเกษตรในระยะยาว”

กิจกรรมไฮไลต์ในงานนิทรรศการครบวงจร แสดงเทคโนโลยีล่าสุดด้านอ้อย น้ำตาล เอทานอล และพลังงานชีวภาพ จากผู้แสดงสินค้ากว่า 450 แบรนด์ทั่วโลก การแสดงเครื่องจักรกลการเกษตรและอุปกรณ์ทันสมัย ครอบคลุมตั้งแต่การปลูกอ้อย การเก็บเกี่ยว การขนส่ง ไปจนถึงกระบวนการผลิตน้ำตาล การสัมมนาเชิงวิชาการ โดยผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ การประชุมนานาชาติ Thailand Sugar Conference 2025 ภายใต้หัวข้อ “Sweet Sustainability: Navigating the Future of Sugar and Bioethanol Production” กิจกรรม Networking สร้างโอกาสทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยและต่างประเทศ

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ในวันที่ 11 – 12 กันยายน 2568 เวลา 10.00 – 17.00 น. ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ขอนแก่น (KICE) จังหวัดขอนแก่น 

ข้อมูลเพิ่มเติม : www.thaisugarexpo.com

‘เตีย เซรยฮา’ ปูด “ญี่ปุ่น” ร้องขอ ไทย-กัมพูชา เปิดด่าน ให้ส่งออกสินค้าไปเขมร หากไม่ทำตามจะย้ายฐานการผลิต

(11 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก Wassana Nanuam ของ วาสนา นาน่วม สื่อมวลชนสายทหาร ได้โพสต์ข้อความว่า ‘พลเอก เตีย เซรยฮา’ แถลง เปิดเอง “ญี่ปุ่น” ร้องขอ ไทย-กัมพูชา เปิดด่าน ให้ส่งออก-นำเข้า สินค้าที่จำเป็น (แต่ไม่ได้เปิดเผยว่า เป็นสินค้าประเภทใด ขณะมีรายงานจากว่า เช่น ชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ อุปกรณ์สื่อสารต่างๆ สินค้าจำเป็น ที่ญี่ปุ่นลงทุน ในไทย และส่งออกไปเขมร แถมกดดันไทยว่า ไม่เช่นนั้นจะย้ายโรงงานผลิต)

ขณะที่ เขมร พยายาม ทวงถามไทย เรื่อง จัดตั้งAOT คณะผู้สังเกตุการณ์อาเซียน เพื่อมาทำหน้าที่ตรวจสอบการหยุดยิง และถอนอาวุธหนัก แต่ฝ่ายไทย ขอใช้แค่ IOT ผู้สังเกตุการณ์ชั่วคราว ที่มีอยู่แล้ว และกลไกทวิภาคี RBC-GBC

พร้อมเร่งให้ ไทย ปล่อยตัว 18 ทหารเขมร เชลยศึก

ขณะไทย ยัน เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม และ เป็นไปตามอนุสัญญาเจนีวา

พลเอก เตีย เซรยฮา รองนายกฯและ รมว.กลาโหม แถลงข่าวที่เกาะกง ผลประชุมGBC 5 ข้อ และในตอนหนึ่ง ระบุว่า At the same time, the meeting emphasized on the needs of the return to normalcy, in this regard, with the request from Japan which proposed both countries to consider on the feasibility on reopening border checkpoints for the necessary goods transportation for the maintenance of critical regional supply chains

เชียงใหม่-คณะพยาบาลศาสตร์ มช. รับสมัครผู้สนใจร่วมอบรม  Spa Manager 100 ชม.

ศูนย์พัฒนาศักยภาพการบริการสปาเพื่อสุขภาพ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอเชิญร่วมโครงการอบรมหลักสูตรผู้ดำเนินการสปาเพื่อสุขภาพ 100 ชั่วโมง ประจำปี 2568 (Spa Manager 100 hrs.) หลักสูตรได้การรับรองจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ระหว่างวันที่ 14-31 ตุลาคม 2568

คุณสมบัติของผู้สมัคร อายุ 20 ปี ขึ้นไป สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี หากวุฒิการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี ต้องเป็นผู้ที่มีประสบการณ์การทำงานในสถานประกอบการสปาเพื่อสุขภาพหรือนวดเพื่อสุขภาพหรือที่เกี่ยวข้อง ไม่น้อย 2 ปี โดยขอให้แนบเอกสารแสดงประสบการณ์ทำงาน วุฒิบัตรที่เกี่ยวข้อง หรือ เอกสารแสดงการเป็นเจ้าของกิจากรสปา/นวดเพื่อสุขภาพ

วัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรม มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดเทคนิคการบริการและขั้นตอนต่างๆ ในการจัดบริการกิจการสปาเพื่อสุขภาพได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ได้แนวทางในการดำเนินการกิจการสปาเพื่อสุขภาพที่ได้มาตรฐานตามพระราชบัญญัติที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นและประสบการณ์ในการจัดบริการและดำเนินการกิจการสปาเพื่อสุขภาพกับวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและกลุ่มผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อประโยชน์ต่อการดำเนินกิจการสปาเพื่อสุขภาพ

วิทยากรเป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สมาคมไทยล้านนาสปาและผู้เชี่ยวชาญจากภาคเอกชน ผู้ผ่านรับการอบรมทุกท่านจะได้รับวุฒิบัตรรับรองจากคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

อบรมวันจันทร์ถึงวันเสาร์ (หยุดวันอาทิตย์) รับจำนวน 40 ท่านเท่านั้น!! สมัครได้ตั้งแต่บัดนี้ถึง 30 กันยายน 2568 (หรือจนครบจำนวนที่ต้องการ) ค่าลงทะเบียน 14,500 บาท (รวมค่าอุปกรณ์การเรียน อาหารว่าง อาหารกลางวัน เอกสารประกอบการอบรม และการศึกษาดูงาน) สนใจลงทะเบียนได้ที่ : https://cmu.to/SPA2025 

‘กองกำลังบูรพา’ ย้ำเอกสารปลอม!! ไม่มีคำสั่งอพยพประชาชนแนวชายแดน พบเอกสารมีพิรุธหลายจุด กำลังเร่งหาผู้ปลอมแปลงมาดำเนินคดี

(10 ก.ย. 68) กองกำลังบูรพาออกแถลงชี้แจงกรณีมีเอกสารเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียและกลุ่มไลน์ ระบุให้ประชาชนอพยพออกจากพื้นที่ชายแดน โดยยืนยันว่าเอกสารดังกล่าวเป็น ข่าวปลอม และไม่ใช่เอกสารทางราชการจริง

เจ้าหน้าที่ระบุว่า หากพิจารณารายละเอียดในเอกสารจะพบพิรุธหลายจุด และกำลังสืบสวนหาต้นตอการปล่อยข่าวลวง พร้อมเตรียมดำเนินคดีผู้กระทำผิดตามกฎหมายจนถึงที่สุด

ทั้งนี้ กองกำลังบูรพาย้ำว่า ข่าวปลอมเช่นนี้สร้างความสับสนและกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในแนวชายแดน จึงขอให้ใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสาร และติดตามข้อมูลจาก หน่วยงานราชการหรือช่องทางที่น่าเชื่อถือเท่านั้น โดยเหตุการณ์นี้ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่บ้านหนองจานและหนองหญ้าแก้วเกิดความวิตกกังวลอย่างมาก

‘บิ๊กเล็ก’ เผยผลถก GBC เผย ไทย-กัมพูชา เห็นชอบหลายข้อ ถอนอาวุธหนัก - ร่วมเก็บกู้ทุ่นระเบิด - ปราบสแกมเมอร์ 60 แห่ง

‘บิ๊กเล็ก’ แถลงผลการประชุม GBC เผย ไทย-เขมร เห็นชอบถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ ร่วมเก็บกู้ทุ่นระเบิดใน 1 เดือน กัมพูชาตอบรับ ปราบสแกมเมอร์ 60 แห่ง พร้อมจัดระเบียบบ้านหนองจาน เล็งเปิดด่านจันทบุรี-ตราด

(10 ก.ย. 68) พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC ว่า วัตถุประสงค์ของการประชุม GBC ในครั้งนี้เป็นการติดตามความคืบหน้าหลังจากที่มีการประชุม GBC ที่มาเลเซียครั้งที่แล้ว โดยเฉพาะข้อตกลงหยุดจริงรวมทั้งแนวทางการดำเนินการต่อไปเพื่อนำสันติภาพและความสงบสุขกลับมาสู่พื้นที่ชายแดนได้อย่างถาวร

การหารือในวันนี้เป็นไปอย่างราบรื่นที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าในหลายด้านนับตั้งแต่การประชุม GBC ครั้งที่แล้ว ซึ่งถือเป็นความสำเร็จในการใช้กลไกทวิภาคีเพื่อแก้ไขปัญหาระหว่างกัน และเป็นการยืนยันว่าสองฝ่ายจะยึดมั่นแนวทางนี้ต่อไป ถึงแม้ว่ายังมีข้อห่วงกังวลบางประการที่ทำให้ฝ่ายไทยรวมถึงพี่น้องประชาชนไทยไม่สบายใจอยู่ และอาจเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นฟูความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับไปเป็นดังเดิมอยู่บ้างก็ตาม

แต่สิ่งที่ทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบร่วมกันในวันนี้เป็นการพัฒนาความสัมพันธ์การประชุม GBC ในครั้งนี้ได้แก่

1 : การถอนอาวุธหนักยุทโธปกรณ์ทำลายล้างสูงออกจากพื้นที่แนวชายแดนกลับสู่ที่ตั้งปกติ โดยฝ่ายเลขานุการ GBC และ RBC จะหารือกันภายใน 3 สัปดาห์เพื่อจัดทำแผนดำเนินการและเริ่มเคลื่อนย้ายกำลังตามกรอบเวลาที่กำหนด โดยให้คณะผู้สังเกตการณ์ IOT มาเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย

2 : การเก็บกู้ทุ่นระเบิดโดยจะมีการตั้งคณะประสานงานร่วม ซึ่งประกอบด้วยฝ่ายเลขานุการ GBC และศูนย์ทุ่นระเบิดของไทย และกัมพูชาภายในหนึ่งสัปดาห์ เพื่อจัดทำแผนการเก็บกู้ทุ่นระเบิดและกำหนดพื้นที่นำร่องตามแนวชายแดนไทยกัมพูชาเพื่อเริ่มดำเนินการทันทีภายในหนึ่งเดือน

3 : การปราบอาชญากรรมออนไลน์ หรือสแกมเมอร์ และมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ของทั้งสองฝ่ายตั้งคณะทำงานภายในหนึ่งสัปดาห์เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติงานร่วมกัน ทั้งนี้ฝ่ายไทยได้ส่งมอบข้อมูลและพิกัดที่ตั้งของสแกมเมอร์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์กว่า 60 แห่งในกัมพูชา ให้ฝ่ายกัมพูชาไปดำเนินการปราบปรามขั้นเด็ดขาด ซึ่งเป็นสิ่งที่คณะทำงานนี้จะหารือกัน ซึ่งผู้แทนของตำรวจไทยและผู้บัญชาการตำรวจของกัมพูชา ได้หารือกันนอกรอบเพื่อนัดหมายการประชุมการประสานตามข้อตกลงนี้เรียบร้อยแล้วโดยมีกำหนดการในวันที่ 16 กันยายน 2568 ที่จะถึงนี้ที่จังหวัดสระแก้ว

4 : การบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน กรณีบ้านหนองจาน ที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมหารือ JBC ไทยกัมพูชาหารือเพื่อให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับพื้นที่ดังกล่าว และให้คณะ RBC หารือการจัดการบนพื้นฐานของผลการหารือในกรอบ JBC โดยระหว่างนี้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว และผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย ประสานงานกันเพื่อให้มีความสงบเรียบร้อย หากแนวทางนี้ประสบความสำเร็จ ก็จะนำไปใช้สำหรับการจัดการบริหารพื้นที่อื่นที่มีปัญหาลักษณะเดียวกันต่อไป

5 : เราได้หารือเรื่องการผ่อนปรนให้มีการผ่านแดนบางจุดเพื่อลดผลกระทบต่อภาคธุรกิจและการขนส่งข้ามแดน โดยเราได้มอบหมายให้กลไก RBC ไปหารือความเป็นไปได้ในการอนุญาตให้มีการขนส่งสินค้าผ่านจุดผ่านแดนบางจุดที่ไม่มีปัญหาด้านความมั่นคง โดยอาจเริ่มดำเนินการตามจุดผ่านแดนที่แนวชายแดนจังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราดก่อน

โดยสรุปผมเห็นว่า ทั้งสองฝ่ายพร้อมที่จะถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่แนวชายแดนแล้วพัฒนาการสำคัญของการประชุม GBC ในครั้งนี้ คือการที่ทั้งสองฝ่ายได้กำหนดแนวทางการดำเนินการใน 2 เรื่อง ที่ไทยให้ความสำคัญแต่ก่อนหน้านี้ฝ่ายกัมพูชา ยังไม่เคยตอบรับได้แก่การเก็บกู้ทุ่นระเบิดและการปราบปรามสแกมเมอร์ ซึ่งหน่วยงานของไทยจะติดตามกับฝ่ายกัมพูชา ให้มีการดำเนินการตามที่ตกลงกันก่อนหน้านี้

สำหรับการประชุม GBC สมัยครั้งต่อไปจะกำหนดให้เกิดขึ้นภายใน 30 วันหลังจากนี้โดยมีฝ่ายไทยเป็นเจ้าภาพ

สุดท้ายนี้ขอยืนยันว่าไทยกับกัมพูชาไม่อาจย้ายหนีจากกันไปได้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทั้ง 2 ประเทศจะต้องแก้ปัญหาต่าง ๆ อย่างสันติวิธี เพื่อนำสันติภาพมาสู่พื้นที่ชายแดนและประชาชนทั้ง 2 ประเทศได้กลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติอีกครั้ง

ทั้งนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำแนวทางการรักษาอธิปไตยต้องเป็นอันดับแรก  ให้ความสำคัญกับบทบาทของกองทัพ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องคู่กันไปคือพี่น้องประชาชน ให้ดูแลในเรื่องความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนด้วย

โดยก่อนที่จะเข้ามาหารือได้แบ่งโซนพื้นที่ตึงเครียดตามลำดับ 

โซนที่ 1 ที่มีความตึงเครียดสูงสุด คือพื้นที่ของกองทัพภาคที่สอง ที่ประกอบไปด้วยจังหวัดอุบลราชธานีจังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์และจังหวัดบุรีรัมย์ 4 จังหวัด นี้ถือเป็นโซนที่มีความตึงเครียดสูงสุด

ส่วนที่ 2 ที่รองลงมาก็คือพื้นที่ของกองทัพภาคที่หนึ่ง จังหวัดสระแก้ว

ส่วนที่ 3 จังหวัดจันทบุรีและตราด ซึ่งเป็นโซนที่มีความตึงเครียดน้อยกว่าเพื่อนฉะนั้นการที่จะคิดผ่อนปรนอะไรได้ก็จะต้องดูตามโซนที่มีความตึงเครียด จึงเป็นที่มาที่ได้แถลงไปเมื่อสักครู่ เนื่องจากทางภาคประชาชนและผู้ประกอบการได้ขอให้มีการผ่อนปรนบ้างจึงคิดดำเนินการในส่วนที่สามก่อน

แต่อย่างไรก็ตามได้มอบหมายให้กับทางกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราดเป็นผู้รับผิดชอบ เนื่องจากมาตรการที่เราควบคุมด่านเป็นมาตรการด้านความมั่นคง

ฉะนั้นขอให้กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีตราดเป็นผู้รับผิดชอบโดยให้หน่วยงานที่ได้แก่กรมศุลกากรกระทรวงพาณิชย์กระทรวงอุตสาหกรรมสนับสนุนข้อมูล ส่วนนี้เป็นแนวทางที่มาเจรจา

วันนี้ก่อนการเข้าเจรจาอย่างเป็นทางการได้มีโอกาสประชุมแบบโฟร์อาย กลับรองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และพูดประเด็นสำคัญอยู่สองประเด็น

คือได้นำสานจาก นายกฮุน มาเนต ที่ส่งแสดงความยินดีกับนายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรี  ในข้อความแสดงถึงความที่อยากจะคลี่คลายสถานการณ์เพราะฉะนั้นอยากทราบแนวทางที่จะหารือกันในวันนี้อยากทราบความคืบหน้า

อีกทั้งได้พูดคุยกันถึงประเด็นความเจ็บปวดของบ้านเราที่จะต้องรีบแก้ไขคือการเก็บกู้ทุ่นระเบิด  และเรื่องบ้านหนองจาน จึงอยากขอความกรุณาให้ฝ่ายกัมพูชาได้ตอบรับในเรื่องนี้ด้วยซึ่งผลการประชุมก็เป็นไปในทางที่ดีมีการตอบรับจากทางฝ่ายกัมพูชาที่มาประชุมซึ่งอย่างไรก็ตามต้องประเมินและติดตาม ความจริงใจฝ่ายกัมพูชาที่จะตามผลการประชุมวันนี้หรือไม่

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงประเด็นการตรวจสอบเรื่องของข่าวปลอม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทางที่ประชุมได้มีการดำเนินการอย่างไรบ้าง ขณะที่การปราบปรามสแกมเมอร์ และกาสิโนในพื้นที่ มีการสกรีนนักท่องเที่ยวชาวไทยไม่ให้มีการไปเล่นการพนันอย่างไรได้บ้าง

ประเด็น ข่าวปลอมปัจจุบันมีการลดลงไปแต่ก็ยังเป็นปัญหาที่จะต้องพูดคุยกันเพราะทำให้พี่น้องประชาชนทั้งสองประเทศมีทัศนคติไม่ดีต่อกันซึ่งได้พูดคุยขอให้ และขอให้พี่น้องทั้งสองฝ่ายลดการสร้างข่าวปลอมเพื่อความเกลียดชัง ส่วนในการตรวจสอบข่าวปลอมเรามีคณะทำงาน เลขาGBC ตรวจสอบอยู่แต่หากมีประเด็นข่าวปลอมที่สำคัญก็จะแจ้งให้คณะ IOT รับทราบ

ส่วนเรื่องการผ่อนปรนเราไม่ได้ผ่อนปรนบุคคล แต่เราผ่อนปรนการขนส่งสินค้า ถ้าพูดภาษาชาวบ้านคือคนยังข้ามแดนไม่ได้ เอารถขนส่งสินค้าอย่างเดียว และรถขนส่งสินค้าไม่ใช่ผ่อนปรนเสรี คือมีวิธีจำกัดจำนวนเที่ยว แต่หากหารือกันแล้วภาคสังคมยังไม่ยอมรับก็อาจจะผ่อนปรนได้เป็นรายกรณีวันละสองถึงสามเที่ยว ตามกรณีไป

แต่หากหารือกันแล้วสังคมเห็นด้วยว่าเศรษฐกิจจะต้องเดินได้บ้างก็อาจจะเป็น 20 ถึง 30 เที่ยว ก็ตามกรณีไป หรือหากไปได้เลยก็ต้องบอกมา

อย่างไรก็ตามขอเน้นย้ำว่าต้นเหตุเรื่องการเปิดด่านไม่ใช่ฝ่ายไทยหรือกัมพูชา แต่เป็นประเทศที่ 3 เสนอ โดยบอกว่าไทยและกัมพูชาขัดแย้งกันแล้วเขาเดือดร้อนในปัจจุบัน ซึ่งในเรื่องนี้เป็นผลที่เราต้องรับฟังจึงมีการหารือกันในคราวนี้ แต่ก็ยังมีความกังวลและห่วงใยจึงให้ RBC หารือกันต่อไป

ส่วนเรื่อง เขตแดนต้องหารือในที่ประชุม JBC ต่อไป

"ทหารมีไว้ทำไม" รวมพลังอาสาสมัคร ทำเพลงเพื่อกองทัพ

เมื่อวานนี้ (9 ก.ย. 68) กรมกิจการพลเรือนทหารบก โดยพล.ต.พิพัฒน์ จงวัฒนาไพศาล ผู้อำนวยสำนักกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหารบก มอบเกียติบัตรแก่ทีมงานจิตอาสา ผู้ผลิตเพลง "ทหารมีไว้ทำไม" เพื่อมอบและให้กำลังใจแด่การปฏิบัติภารกิจของกองทัพบก ในเหตุการณ์การปะทะระหว่าง ไทย-กัมพูชา โดยมี นาย ธวัชชัย กิตติรัตนวิวัฒน์ นาย เทียนชัย เกียรติปรุงเวช Polar Bear Studio นางสาว ณัชชา วีรานุกุล ตัวแทนผู้ขับร้อง และนางสาว นลินรัตน์ กุลเมธีกวีวุฒิ ผู้ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพ

โดยทั้งหมดเป็นทีมงานอาสาสมัครในการถ่ายทอดภารกิจและจิตวิญญานแห่งความเสียสละของทหารไทย

พร้อมแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและการปฏิบัติหน้าที่ของทหารทุกนาย ที่ไม่ได้มีเพียงความมุ่งมั่นเท่านั้น แต่ยังมีบุคคลสำคัญที่คอยทำงานอย่างเงียบ ๆ ไม่เคยหวังอะไรตอบแทน เพียงอยากให้เห็นถึงความตั้งใจที่ทหารมีให้กับพี่น้องประชาชน ในการปกป้องประเทศชาติ 

กองทัพบกขอขอบคุณจิตอาสาทุกท่านในความเสียสละ เวลา แรงกาย แรงใจ การผลิตสื่อสร้างสรรค์ ประพันธ์บทเพลงจัดทำมิวสิควิดิโอ เพลง “ทหารมีไว้ทำไม” พวกเขาคือพลังสำคัญที่อยู่เคียงข้าง เหล่าทหาร วันนี้ เราขอขอบคุณจากใจให้กับทุกคนที่ค่อยสนับสนุนและส่งกำลังใจให้ทหารไทย ทุกความสำเร็จของทหาร คือกำลังใจของประชาชน

‘เนติวิทย์’ ยืนหยัดต่อต้านระบบเกณฑ์ทหาร ยึดมั่นในอุดมการณ์ผ่าน 11 ปี ไม่เปลี่ยนแปลง

(10 ก.ย. 68) หรือ นายเนติวิทย์ โชติภัทรไพศาล นักเคลื่อนไหวทางสังคม โพสต์เฟซบุ๊ก “Netiwit Chotiphatphaisal" ว่า วันนี้ 10 กันยายน เป็นวันพิเศษสำหรับผม

ข้อแรก
วันนี้และพรุ่งนี้เป็นวันที่ผมต้องไปศาล เข้าร่วมในการนัดสืบพยาน ขึ้นให้การกรณีการปฏิเสธเกณฑ์ทหารของตนที่ศาลแขวงสมุทรปราการ 
ข้อที่สอง
วันนี้ เป็นวันเกิดของผม
ข้อที่สาม
วันเดียวกันนี้เมื่อ 11 ปีที่แล้ว ผมได้เขียนแถลงการณ์ในวันเกิดปีนั้นว่าจะไม่เข้าร่วมเกณฑ์ทหาร ผมไม่เห็นด้วยกับการบังคับเกณฑ์ทหาร ต้องการระบบสมัครใจ จึงเป็นที่มาของการขึ้นศาลในวันนี้

ไม่น่าเชื่อว่าผ่านมามากกว่าสิบปีแล้ว การบังคับเกณฑ์ทหารก็ยังมีอยู่  ยังสร้างความทุกข์ทรมานให้กับชายไทยมากมายมหาศาล มีผู้เสียชีวิตในค่ายทหารอยู่ทุกปี อาจจะดีหน่อยก็ตรงที่เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นผลักดันในหลายพรรคการเมือง และหวังว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าก็จะเป็นประเด็นสำคัญ

ผมไม่หลีกหนีจากที่ตัวเองเคยประกาศไว้ ผมเชื่ออย่างนี้จริงๆ และไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ผมก็ดีใจว่าได้ทำตามสิ่งที่คิด สิ่งที่เชื่อ สิ่งที่พูด และก็เป็นก้อนอิฐก้อนหนึ่งในการนำไปสู่การยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร เพื่อให้คนรุ่นหลังในอนาคตอีกมากได้มีทางเลือกในการทำเพื่อชาติอย่างสร้างสรรค์ ปราศจากความรุนแรงและความกลัว 

ขณะนี้ผมเรียนหนังสืออยู่ในต่างประเทศด้วย บินกลับมาใช้เวลามากกว่า 24 ชั่วโมง และพึ่งเปิดเทอมไปได้สัปดาห์เดียว และศาลก็อยู่ไกลจากที่พักอาศัยมาก มีภาระค่าใช้จ่ายอยู่ไม่น้อย และคงยังต้องไปกลับอีกหลายครั้ง 

ในโอกาสวันเกิดของตนและวันต้องขึ้นศาล ก็เชื่อว่าหลายๆคนก็คงจะอวยพร อวยชัย รวมถึงสนับสนุน
ผมก็ยินดีรับการสนับสนุน

หากไม่ได้เปิดขอรับบริจาค แต่ขอให้ท่านช่วยสนับสนุนซื้อหนังสือของสำนักพิมพ์นิสิตสามย่านแทน ซึ่งผมและเพื่อนๆทำกันมา มีหนังสือเขียนและแปลมากกว่า 60 เล่มแล้ว นี่จะเป็นเรื่องน่ายินดีในวันเกิดปีนี้

ผมขอแนะนำพิเศษด้วยเล่มนึงคือ “การศึกษาของนิสิตเลว: 5ปีในรั้วจุฬา” เล่มนี่ผมให้เหตุผลเรื่องปฏิเสธเกณฑ์ทหารโดยละเอียด นอกนั้นก็หนังสือดีๆและหนังสือใหม่ๆหลายปก

กัมพูชาฟันรายได้จากเครือข่ายสแกมเมอร์ไปกว่า 620,000 ล้านบาท สามารถซื้อเครื่องบินรบ ‘กริพเพน’ ได้เป็นกองทัพ

(9 ก.ย. 68) จากการรายงานของสื่อต่างประเทศหลายสำนัก ซึ่งมีการเปิดเผยรายได้จากเครือข่ายสแกมเมอร์ในกัมพูชามีมูลค่าสูงถึง 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 620,000 ล้านบาท คิดเป็นกว่า 60% ของจีดีพีประเทศ 

โดยตัวเลขดังกล่าวถูกนำมาเทียบกับการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Gripen E/F ของไทย ที่มีราคาประมาณ 4,875 ล้านบาทต่อเครื่อง หากกัมพูชานำรายได้สแกมเมอร์มาใช้ ก็สามารถจัดหา Gripen E/F ได้มากถึง 130 ลำ 

ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวถูกพูดถึงท่ามกลางกระแสที่นักศึกษากัมพูชาในสหรัฐฯ ระดับปริญญาโทด้านกิจการระหว่างประเทศ ได้ออกแคมเปญรณรงค์ให้ชาวกัมพูชาร่วมลงชื่อ และเตรียมส่งหนังสือถึงประธานคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศของสวีเดน เพื่อขอให้พิจารณาระงับการขายอาวุธให้แก่ประเทศไทย

สว.สงขลา ฝากการบ้านในการแก้ปัญหาชายแดนใต้ ผ่านมา 21 ปี  ให้แม่ทัพภาค 4 คนใหม่  “การบูรณาการระหว่างหน่วยงาน”

(9 ก.ย. 68) นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สว.สงขลา ให้สัมภาษณ์กรณีที่แม่ทัพภาค 4 ที่โยกย้ายข้ามห้วยมาจากภาค 2 หลังมีคำสั่งออกมาแล้ว ประชาชนในพื้นที่แสดงความกังขา ว่าทำไมกองทัพบกจึงแต่งตั้งเสือข้ามห้วย  นายทหารที่มีความชำนาญในพื้นที่ภาคอีสาน ชายแดนด้านตะวันออกเติบโตในภาคอีสานกองทัพภาค 1  มาทำหน้าที่แม่ทัพภาค 4 คนใหม่ ทำไมไม่เลือกรองแม่ทัพที่ทำหน้าที่รองแม่ทัพภาค 4 ซึ่งมีหลายนายที่คุณสมบัติพอทำหน้าที่เป็นแม่ทัพภาค 4 ได้เช่นกัน เป็นความรู้สึกกังขา  ที่อยากถามถึงในการโยกย้ายให้ผู้มีทำหน้าที่แม่ทัพภาค 4 ต้องเลือกนายทหารที่มีความชำนาญในพื้นที่กองทัพภาค 2 หรือพื้นที่ชายแดนของประเทศกัมพูชา

นายไชยยงค์ฯ กล่าวว่า ปัญหากองทัพภาค 4 ที่มากที่สุด  หนักที่สุดที่ต้องแก้คือปัญหาไฟใต้ ปัญหาก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราไม่คงติเรือทั้งโกรน  เมื่อฟังเกียรติประวัติความรู้เก่งกล้า มีความรู้ความเข้าใจเรื่องชายแดน แต่ท่านมีความรู้ความเข้าใจคือชายแดนภาคตะวันออกประเทศกัมพูชา

นายไชยยงค์ฯ ยังกล่าวว่า เมื่อคำสั่งออกมาแล้ว ท่านจำเป็นมาทำหน้าที่แม่ทัพภาค 4  ต้องรับผิดชอบในฐานะ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 คงให้เกียรติท่าน  ก็ถามท่านมีนโยบายอย่างไร คงรอให้มารับตำแหน่งแม่ทัพภาค 4 และฟังการแถลงนโยบายของท่าน  มียุทธศาสตร์ มีแนวทาง และนโยบายในการแก้ปัญหาความไม่สงบชายแดนใต้อย่างไร

“ปัญหาที่เกิดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  ผ่านมา 21 ปีแล้ว ปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังไม่ยุติสักที ยังต้องหาแม่ทัพที่มีความรู้ความเข้าใจ มาทำหน้าที่ในการดับไฟใต้  มาทำหน้าที่ผู้นำเป็นเจ้าภาพ  เพราะการแก้ปัญหาในการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้  ต้องมีเจ้าภาพ และเจ้าภาพ คือ  กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งต้องบูรณาการกับหน่วยงานอื่น ทำคนเดียวไม่ได้ หากท่านมีความรู้ความเข้าใจในสภาพปัญหาง่ายในการแก้ปัญหา หากไม่มีความรู้ความเข้าใจสภาพปัญหาต้องหาทีมงานใช้คนให้เป็น  ใช้คนที่มีความรู้ความเข้าใจในพื้นที่ ต้องมีนายทหารที่อยู่ในพื้นที่เป็นกองกำลัง เป็นที่ปรึกษาท่านไว้วางใจได้ในการร่วมทำหน้าที่แก้ปัญหา”

“ปัญหาชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาสลับซับซ้อน ปัญหาเกี่ยวกับมวลชน  ปัญหาขบวนการหนีภาษี ปัญหาเกี่ยวขบวนการแบ่งแยกดินแดน  ขบวนการค้ายาเสพติด หลายขบวนการที่ซับซ้อนในพื้นที่ ไม่เหมือนกับชายแดนประเทศกัมพูชาแน่นอน ที่เรามีปัญหาเขตแดน  แต่ชายแดนใต้มีปัญหาแบ่งแยกดินแดน ปัญหาเรื่องประชาชน ปัญหาแย่งชิงมวลชน  ปัญหาขบวนการค้าของเถื่อน และผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ และที่หนักคือปัญหาการบูรณาการระหว่างหน่วยงานเป็นความล่มเหลวในการแก้ปัญหาดับไฟใต้”

นายไชยยงค์ฯ ยังกล่าวว่า คนที่อยู่ในพื้นที่ คลุกคลีในพื้นที่ มีความห่วงใยสถานการณ์ทีเกิดขึ้น ในปี 68 สถานการณ์มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น หลายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกลับมาเกิดขึ้นเช่นคาร์บอม  เรียกค่าคุ้มครอง เผาสถานประกอยการอุตสาหกรรมเช่นเหมืองแร่ โรงไฟฟ้าชีวมวล ทำอุตสาหกรรมในพื้นที่ ยิงเจ้าของล้งทุเรียนที่ใหญ่ที่สุดในชายแดนภาคใต้ นั้นหมายถึงขบวนการ บีอาร์เอ็น ต้องการทำลายเศรษฐกิจหรือรายได้ในพื้นที่ ตั้งแต่ผู้ประกอบการ การลงทุนซึ่งเป็นรายได้หลักหลายพันล้านในพื้นที่ชายแดนใต้  เรายังไม่รู้ว่าต่อไปขบวนการทำลายเศรษฐกิจไปถึงไหน หรือร้านสะดวกซื้อ ร้านค้า ผู้รับเหมารายย่อยในพื้นที่ เป็นเรื่องท้าทายความรู้ความสามารถของผู้มาเป็นแม่ทัพภาค 4 

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top