Thursday, 16 July 2026
NEWS

'รมว.สุชาติ' ยังฟิต!! ทำงานปกติ แม้ ‘พักผ่อนน้อย-ปอดติดเชื้อ’

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน โพสต์ภาพและข้อความทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล สาเหตุอาการป่วยมาจากปอดติดเชื้อแบคทีเรีย ต้องให้ยาฆ่าเชื้อ มา 6 คืนแล้ว ยอมรับว่าพักผ่อนน้อยมาก ๆ ตัวผมเองเกือบจะ 4 ปีแล้ว ที่ไม่เคยป่วยเลย ส่วนที่ป่วยรอบนี้น่าจะเพราะช่วงที่ผ่านมา มีเรื่องมีราวให้ต้องคิดเยอะ สุดท้ายร่างกายก็อ่อนเพลีย

EFL Learning Centre ลงนาม MOU จัดตั้ง 'ศูนย์ฝึกอบรมเพื่อการทำงานต่างประเทศ EFL-WATC'

EFL Learning Centre ลงนาม MOU จัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมเพื่อการทำงานต่างประเทศ EFL – Working Abroad Training Centre (WATC) ร่วมกับ 3 แห่งแรกในอีสาน - เหนือ โอกาสเพิ่มรายได้คนไทยปีละกว่า 1 ล้านบาท
 
วันที่ 15 ธันวาคม 2565 เวลา 11.00 น.EFL Learning Centre สถาบันภาษาแรกในเอเชียที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 และ หลักสูตรได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ และ Training Qualifications UK สหราชอาณาจักร โดย Mr. John Quinn ผู้สอบ IELTS Examiner (License No.97130) ของ University of Cambridge ESOL ซึ่งเป็นการทดสอบภาษาอังกฤษระดับนานาชาติ (International English Language Testing System: IELTS) และ ดร.วิไลวรรณ วรรณโชติผาเวช ผู้บริหาร EFL Learning Centre ลงนาม บันทึกข้อตกลงความเข้าใจ (MOU) จัดตั้ง “ศูนย์ฝึกอบรมเพื่อการทำงานต่างประเทศ EFL – Working Abroad Training Centre (WATC)” ร่วมกับ 3 องค์กร ดังต่อไปนี้

1. วิทยาลัยเทคโนโลยีพังโคนพณิชยการ (PC-TECH) จังหวัดสกลนคร โดย นาย บุญเสริม เสริมสกุล ประธานบริหารวิทยาลัย เป็นตัวแทนในการลงนาม MOU เพื่อจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมเพื่อการทำงานต่างประเทศ (EFL-WATC) ในพื้นที่ของวิทยาลัย PC-TECH ซึ่งก่อตั้งมากว่า 46 ปี และ มีจำนวนนักศึกษากว่า 1,700 คน และเป็นวิทยาลัยอาชีวเอกชนแห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จัดตั้งศูนย์ EFL-WATC นี้เพื่อมุ่งยกระดับUpskill ภาษาอังกฤษระดับนานาชาติสำหรับนักศึกษาที่ต้องการทำงานในระดับนานาชาติได้ รองรับการปรับตัวทางเศรษฐกิจของโลกในอนาคต พร้อมส่งเสริมให้นักศึกษามีโอกาสการสร้างรายได้ มีอาชีพที่ก้าวหน้ามั่นคงแนวใหม่ และสอดคล้องกับระเบียบเศรษฐกิจใหม่ของโลกที่กำลังขับเคลื่อนเข้าสู่ยุค Silver Economy (สังคมสูงวัย)

2. พิมาน ล้านนา ซึ่งเป็น Chiang Mai Old Town Wellness  Residence - ที่พักสำหรับคนรักความเป็นส่วนตัวและรักสุขภาพใจกลางเมืองเก่าเชียงใหม่ ที่ให้การบริการด้านห้องพักควบคู่ไปกับการบริการด้านสุขภาพ   ซึ่งเหมาะ สำหรับผู้สูงอายุและครอบครัวที่ต้องการที่พักอาศัยที่ให้บรรยากาศการดูแลดุจญาติมิตร อันเป็นที่นิยมจากชาวต่างชาติหลากหลายประเทศ โดยการบริหารงานของนางประณยา สีห์พิริโยดม ตำแหน่งผู้จัดการ พิมานล้านนา เป็นตัวแทนเข้าลงนามจัดตั้งศูนย์ EFL-WATC 

3. อิศวอินเตอร์ไลฟ์ ซึ่งเป็นโรงเรียนบริบาลสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เป็นสถาบันการศึกษาที่มีนักเรียนทั้งชาวไทยและต่างประเทศรอบอาเซียนให้ความเชื่อมั่นเข้ารับการอบรมในจังหวัดเชียงใหม่ และมีหลักสูตรอบรมที่ทันสมัยเตรียมพร้อมผู้เรียนเข้าสู่การสร้างฐานเศรษฐกิจใหม่และเป็นที่ต้องการของสังคม อาทิหลักสูตรผู้ช่วยห้องไตเทียม ผู้ช่วยผู้ปฏิบัติการห้องยา เป็นต้น นายเอกกพล สุวรรณ ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนอิศวอินเตอร์ไลฟ์ ได้ลงนามความร่วมมือจัดตั้งศูนย์ EFL-WATC เพื่อยกระดับภาษาอังกฤษระดับนานาชาติ (IELTS) เพื่อส่งเสริมนักเรียนที่มีความพร้อมที่จะทำงานในระดับนานาชาติต่อไป

‘ร้านหม่าล่า’ ยอมรับศึกษาเรื่อง VAT ไม่ละเอียด หลังลูกค้าโวย เก็บ VAT ทั้งที่ร้านไม่จดทะเบียนภาษีฯ

จากกรณีมีชาวเน็ตรายหนึ่งได้ออกมาโพสต์เตือนภัย ร้านหม่าล่าแห่งหนึ่งย่านอำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ที่เพิ่งเปิดใหม่ ได้มีการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% จากยอดค่าอาหาร แต่เมื่อลูกค้าขอใบกำกับภาษีด้วยเพื่อที่จะได้นำไปเป็นค่าใช้จ่าย แต่ทางร้านแจ้งว่ายังไม่ได้จด VAT จึงออกใบกำกับภาษีให้ไม่ได้

ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. เพจ ‘หม่าล่าหม้อไฟฉ่งชิง 重庆麻辣火锅’ ซึ่งเป็นร้านอาหารดังกล่าวได้ออกมาโพสต์ชี้แจง ระบุว่า "เนื่องจากทางร้านไม่ได้ศึกษาเรื่องเกี่ยวกับการเก็บ vat 7% อย่างละเอียดและดีพอ ทางร้านขอน้อมรับผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทางร้านต้องกราบขอโทษและขออภัยลูกค้าทุกๆ ท่าน

สำหรับลูกค้าท่านใดที่เคยจ่ายเงิน 7% ไป สามารถเข้ามาแสดงหลักฐานการโอน หรือใบเสร็จ เพื่อขอคืนเงิน 7% ที่ร้านได้เลยนะคะ เพื่อเป็นการขอไถ่โทษ ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 1 มกราคม 2566 ทางร้านจึงลดราคาให้ลูกค้าทุกๆ ท่าน 10% และสำหรับลูกค้าที่เคยจ่ายเงิน 7% ไป ถ้าจะเข้ามารับประทานที่ร้านแล้วเอามาเป็นส่วนลดรวมเป็น 17% ก็จักเป็นพระคุณอย่างสูง

รมว.สุชาติ มอบ 'เลขาสุเทพ' เปิดประชุมวิชาการประกันสังคม 5 ภาค ครั้งที่ 4 ที่จังหวัดอุดรธานี มอบนโยบายมุ่งพัฒนาและยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ใช้แรงงาน

(15 ธันวาคม 2565) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการจัดงานประชุมวิชาการประกันสังคม 5 ภาค ประจำปี 2565 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) Modernizing SSO 2022 : ก้าวสู่ระบบประกันสังคมที่ทันสมัย พร้อมปาฐกถาพิเศษ เรื่อง 'นโยบายการพัฒนา และยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ ของผู้ใช้แรงงาน' โดยมี นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน นายนิติพัฒน์ ลีลาเลิศแล้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี และหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดอุดรธานี ให้การต้อนรับ ณ โรงแรม เซ็นทาราแอนด์คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ จังหวัดอุดรธานี 

นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินหน้าฟื้นฟูเศรษฐกิจ จนเห็นผล ถึงแม้มีวิกฤตต่าง ๆ เพราะขณะนี้สัญญาณเศรษฐกิจในประเทศที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายภาครัฐ โดยเฉพาะในภูมิภาค สะท้อนถึงประสิทธิภาพของมาตรการของรัฐบาลที่แก้ไขปัญหา ได้ตรงจุดและครอบคลุม ประกอบกับรัฐบาล ได้ดำเนินมาตรการส่งเสริมการจ้างงาน ส่งผลดีให้พื้นที่เศรษฐกิจ และการมีงานทำของกำลังแรงงานในปัจจุบันปรับตัวดีขึ้น ท่านสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ให้ความสำคัญในการมุ่งดูแลแรงงานในระบบประกันสังคมทุกคนให้ได้รับความคุ้มครองและการประกันสังคม ที่เท่าเทียมกัน พร้อมยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ใช้แรงงาน โดยเฉพาะสิทธิประโยชน์แก่แรงงาน ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 เช่นที่ผ่านมา กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคมเป็นกลไกสำคัญของรัฐบาลในการช่วยเหลือนายจ้าง และผู้ประกันตน ผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น การตรวจคัดกรองโควิด-19 เชิงรุก ในสถานประกอบการ โครงการฉีดวัคซีนให้แก่ผู้ประกันตน โครงการ Factory Sandbox โครงการ ม.33 เรารักกัน โครงการเยียวยานายจ้าง และผู้ประกันตนในพื้นที่เข้มงวดสูงสุด 29 จังหวัด โครงการเยียวยาผู้ประกันตน กิจการสถานบันเทิง โดยสถานการณ์ปัจจุบันโควิด-19 ได้คลี่คลายลง รัฐบาลมีนโยบายผ่อนคลายมาตรการ และเปิดประเทศ นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เดินทางคึกคักเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น มาตรการภาครัฐช่วยพยุงการใช้จ่ายและการจ้างงานให้อยู่ในเกณฑ์ดี โดยทิศทางของธุรกิจท่องเที่ยว และบริการร้านค้า ร้านอาหาร ที่พัก ในจังหวัดอุดรธานี และทุกจังหวัดแรงงานในภาคอีสาน ขณะที่ความต้องการแรงงานในพื้นที่ก็เพิ่มขึ้นด้วย ตรงนี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดแรงงานต้องการแรงงานอย่างต่อเนื่องและพื้นที่เศรษฐกิจอื่นๆ ด้วย ในวันนี้ ผมได้มีโอกาสเป็นประธานการประชุมวิชาการประกันสังคม ครั้งที่ 4 เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจความสำคัญของงานประกันสังคมแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในการพัฒนางานประกันสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ จากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องนำไปสู่การขยายผลด้านสิทธิประโยชน์ ให้มีความยั่งยืน เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ประกันตนให้ได้รับประโยชน์สูงสุดต่อไป 

ปัญหาซ้ำซาก!! โกงข้อสอบนายสิบครั้งแล้วครั้งเล่า ‘ปัญหาใหญ่’ ที่ผู้ใหญ่ ‘มองไม่เห็น’

คดีทุจริตสอบนายสิบตำรวจ ปี พ.ศ. 2565 ที่กำลังเป็นข่าวและได้รับความสนใจจากประชาชนในปัจจุบัน คดีนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดการทุจริตในแวดวงตำรวจ ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ ปี พ.ศ. 2555 แวดวงสีกากี ก็มีเรื่องด่างพร้อยเกิดขึ้น เมื่อมีการตรวจพบการทุจริตสอบนายสิบตำรวจในปีนั้น ซึ่งมีผู้สมัครสอบกว่า 300,000 คน สามารถบรรจุเป็นตำรวจได้เพียง 10,000 คนเท่านั้น ทำให้การแข่งขันสูงมากผู้สอบบางคนกลับใช้ทางลัดเพื่อให้ได้เข้าสู่วงการตำรวจ ในปีนั้นพบการทุจริต 2 สนามสอบใหญ่ๆ คือ ที่ชลบุรี และ นครราชสีมา มีนักเรียนซุกซ่อนเครื่องรับสัญญาณระบบสั่นขนาดเล็ก ไว้ในอวัยวะเพศ และทวารหนัก เข้าไปในสนามสอบ ใช้สัญญาณมือถือแปลงเป็นสัญญาณวิทยุ มีคนนำเสาสัญญาณพกติดตัว ไปยืนบริเวณสนามสอบไม่เกิน 300 เมตร เพื่อส่งคำตอบด้วยระบบสั่นเข้าไปในเครื่องมือที่ซุกซ่อนไว้ 

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2559 มีการสอบคัดเลือกบุคคลภายนอกเป็นนายสิบตำรวจ ในส่วนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ที่มีผู้สมัครเข้าสอบทั้งหมด 13,285 คน โดยมีผู้ผ่านสอบข้อเขียน 1,800 คน ต่อมาเมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2560 เจ้าหน้าที่เรียกตัวนักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยหลายแห่ง รวม 4 คน มาสอบปากคำ หลังสงสัยว่าร่วมทำการทุจริต หลังคณะกรรมการนำกระดาษข้อสอบและกระดาษคำตอบทั้งหมดมาตรวจสอบครั้งสุดท้าย ก่อนพบความผิดปกติในกระดาษคำตอบ เนื่องจากพบว่าผู้ที่ได้คะแนนน้อยสุดกลุ่ม 50 คนสุดท้าย ได้เพียง 13 คะแนนจากคะแนนเต็ม 150 คะแนน ทั้งที่ประวัติการศึกษาของคนกลุ่มดังกล่าวอยู่ในระดับดี แต่กลับทำคะแนนในข้อสอบได้น้อยเกินไป และเมื่อตรวจสอบกระดาษข้อสอบมีร่องรอยการทดเลข และเขียนคำตอบเฉลยไว้ถูกหมดทุกข้อ ต่างจากคะแนนที่ได้ และคำตอบก็มีขนาดใหญ่ผิดปกติ สามารถมองเห็นได้ในระยะไกล เจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่ามีขบวนการเข้าไปร่วมสอบ เพื่อเฉลยข้อมูลแก่ผู้เข้าสอบรายอื่นๆ 

และล่าสุดการทุจริตสอบนายสิบตำรวจ ปี พ.ศ. 2565 ท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ เผยความคืบหน้าการสอบสวนว่ามีความคืบหน้าไปพอสมควร เบื้องต้นได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าไปดูแลหากพบว่ามีใครเข้าข่ายในการกระทำความผิด จะมีการดำเนินคดีทั้งหมด สำหรับกรณีการทุจริตในครั้งนี้ เกิดขึ้นในพื้นที่ ภาค 9 และ ภาค 5 โดยมีความใกล้เคียงกัน คือ มีการนำข้อสอบออกไปจากห้องเก็บ แล้วนำไปทำเฉลยก่อน และอาจมีการซุกซ่อนนำไปใช้ในห้องสอบ ส่วนจะเกิดความผิดพลาดในส่วนไหน โดยส่วนตัวตนยังไม่ทราบชัดเจน แต่เท่าที่ได้รับรายงานเบื้องต้น อาจจะมีข้อสอบที่หลุดจากห้องเก็บข้อสอบ 

ดังนั้นเรื่องนี้ข้าราชการตำรวจน่าจะมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยไม่มากก็น้อย และนอกจากตำรวจยังมีกลุ่มบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย มีการดำเนินการเป็นเครือข่าย เพราะต้องมีคนที่เก่งที่สามารถทำข้อสอบได้ด้วย เชื่อว่าเรื่องนี้มีผู้เข้าไปเกี่ยวข้องในหลายๆ ส่วน จากข่าวการโกงข้อสอบในลักษณะนี้ทำให้หลายคนนึกถึง ภาพยนตร์เรื่อง ฉลาดเกมส์โกง เขียนบทและกำกับการแสดงโดย นัฐวุฒิ พูนพิริยะ ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง นับตั้งแต่ออกฉายใน พ.ศ. 2560 ซึ่งเนื้อเรื่องของภาพยนตร์มีการนำเสนอกลโกงข้อสอบเพื่อสะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและสื่อความหมายเงิน คืออำนาจ ทีมข่าวจึงได้นำรูปแบบการโกงข้อสอบที่นำเสนอในภาพยนตร์มาเปรียบเทียบกับรูปแบบการทุจริตการเข้าสอบเป็นนายสิบตำรวจ ว่าเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ดังรายละเอียดนี้…

>> การทุจริตการเข้าสอบเป็นนายสิบตำรวจปี พ.ศ. 2555 
รูปแบบการโกงข้อสอบ คือ นักเรียนซุกซ่อนเครื่องรับสัญญาณระบบสั่นขนาดเล็ก ไว้ในอวัยวะเพศ และทวารหนัก เข้าไปในสนามสอบ ใช้สัญญาณมือถือแปลงเป็นสัญาณวิทยุ มีคนนำเสาสัญญาณพกติดตัว ไปยืนบริเวณสนามสอบไม่เกิน 300 เมตร เพื่อส่งคำตอบด้วยระบบสั่น เข้าไปในเครื่องมือที่ซุกซ่อนไว้
.
>> การทุจริตการเข้าสอบเป็นนักนายสิบตำรวจของตำรวจภูธรภาค 7 ปี พ.ศ. 2559
รูปแบบการโกงข้อสอบ คือ 1.ทุจริตโดยการลอกคำตอบจากผู้ให้ลอกคำตอบ
2.ผู้ควบคุมการสอบหย่อนยานในการควบคุมการสอบ และซื้อตัวผู้ควบคุมการสอบให้ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ในการควบคุมการสอบ
3.ข้อสอบรั่ว
4.ทุจริตโดยการสอบแทน, ซื้อตัวนักโปรแกรมเมอร์เพื่อให้รันเลขรหัสประจำตัวสอบให้อยู่ใกล้กันเพื่อลอกคำตอบ และซื้อผู้ตรวจข้อสอบให้เอื้ออำนวยกับตัวเอง
.
>> การทุจริตการเข้าสอบเป็นนายสิบตำรวจ ภาค 9, ภาค 5 ปี พ.ศ. 2565
รูปแบบการโกงข้อสอบ คือ 1.มีการนำข้อสอบออกไปจากห้องเก็บ แล้วนำไปทำเฉลยก่อน
2.อาจมีการซุกซ่อนนำไปใช้ในห้องสอบ
3.อาจจะมีข้อสอบที่หลุดจากห้องเก็บข้อสอบ
.
>> ภาพยนตร์ฉลาดเกมส์โกง ออกฉายปี พ.ศ. 2560
รูปแบบการโกงข้อสอบ คือ 1.ทุจริตโดยการสอบแทน โดยตัวละคร ลินและแบงค์ เดินทางไปสอบ STIC ซึ่งเป็นข้อสอบกลางทั่วโลก ที่ซิดนีย์ ออสเตรเลีย แล้วส่งคำตอบผ่านแอปพลิเคชันไลน์ให้กับลูกค้าในไทย ซึ่งสอบช้ากว่า 4 ชั่วโมง

ผบ.ตร. ตรวจเยี่ยมหน่วยกองปราบ มอบรางวัลชุดหนุมานเป็นขวัญกำลังใจ

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 65 เวลา 15.00 น. ที่ กองบังคับการปราบปราม  พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. เดินทางมาตรวจเยี่ยมหน่วยกองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) เพื่อชมบรรยายสรุปภารกิจและผลการปฏิบัติของหน่วย และเข้าชมการสาธิตหลักยุทธวิธีชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมาน พร้อมมอบรางวัลตามโครงการ 'ทำดี มีรางวัล' แก่ชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมานทั้ง 34 นายโดยมี พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. และผู้บังคับบัญชาให้การต้อนรับ

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ กล่าวว่า วันนี้ตนได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมหน่วยและมอบรางวัลเป็นขวัญกำลังใจให้แก่กำลังพลจากการปฏิบัติหน้าที่ในหลายภารกิจที่ผ่านมาและสืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงตัวเข้าจับกุมผู้ต้องหารายหนึ่ง ซึ่งเป็นบุคคลมีหมายจับเกี่ยวข้องกับยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ภาคอีสาน แต่ผู้ต้องหาทำการขัดขืนและได้ใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้เพื่อเปิดทางหลบหนีถึง 2 ครั้ง เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกยิงได้รับบาดเจ็บจำนวน 1 นาย และทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการสืบสวนและถอดบทเรียน แผนประทุษกรรมการก่อเหตุอย่างละเอียด และวางแผนการเข้าจับกุมอย่างรัดกุมจนกระทั่ง เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 65 ชุดปฏิบัติการและชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมาน ได้เข้าปฏิบัติการในพื้นที่อำเภอเขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น โดยได้วางกำลังเข้าปิดล้อมแต่ผู้ต้องหาได้ทำการยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อทำการหลบหนี ชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมานจึงได้ปฏิบัติการตามหลักยุทธวิธีสากลจนสามารถบรรลุภารกิจ

เด็กชาวเลปาดน้ำตา ต่อหน้า เลขาฯ ธัชชญาณ์ณัช ติดตามกรณีชุมชนชาวเลหลีเป๊ะได้รับความเดือดร้อนจากการปิดกั้นทางสัญจรบนเกาะโดยด่วน

วันนี้ 15 ธันวาคม 2565 เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับทราบและมีความกังวลถึงความเดือดร้อนข้อพิพาทกรณีที่ดินบนเกาะหลีเป๊ะตามที่เป็นข่าว จึงมีบัญชา ผ่านพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่เพื่อติดตามการแก้ปัญหาปิดกั้นทางสัญจรสาธารณประโยชน์ชุมชนชาวหลีเป๊ะ จ.สตูลอย่างเร่งด่วน ซึ่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและคณะ ได้มีกำหนดลงพื้นที่ในระหว่างวันที่ 14-15 ธันวาคม 2565

โดยเมื่อวานนี้วันนี้ 14 ธันวาคม 2565 รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐ ได้มอบหมายให้ นายธัชชญาณ์ณัช เจียรนัทกานนท์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายอนุชา นาคาศัย) พร้อมด้วยนายอิทธิพล ช่างกลึงดี ผู้ช่วยปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ชุมชนชาวเลหลีเป๊ะ เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล เพื่อติดตามและรับฟังข้อมูลข้อเท็จจริงจากราษฎรในพื้นที่และผู้แทนขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม กรณีการปิดกั้นเส้นทางสัญจรสาธารณประโยชน์ชุมชนชาวเลเกาะหลีเป๊ะ ซึ่งประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการปิดกั้นทางสัญจรในชุมชน ที่ชาวบ้านใช้สำหรับเดินทางไปโรงเรียน โรงพยาบาล สุสาน รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวสัญจรของนักท่องเที่ยว จากการลงพื้นที่ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของกลุ่มชาวเลหลีเป๊ะ และได้เข้าติดตามบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว รวมถึงได้เข้าพบเด็กนักเรียนและผู้ปกครองของโรงเรียนเกาะหลีเป๊ะ ในการนี้ เลขานุการรัฐมนตรีประจำนำนักนายกรัฐมนตรี ได้รวบรวมประเด็นปัญหา ข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เพื่อนำเสนอรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นข้อมูลประกอบการลงพื้นที่ด้วยตนเองในวันนี้ 15 ธันวาคม 2565

ผบ.ตร. เปิดโครงการอบรมวิทยากรเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมและใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ ให้ตำรวจครูแม่ไก่นำไปถ่ายทอดสู่ประชาชนทั่วประเทศ ลดความขัดแย้งในสังคม

วันนี้ (15 ธ.ค. 65) ที่ เวลา 09.00 น. ที่ สโมสรตำรวจ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เป็นประธานในพิธี เปิดอบรม 'โครงการอบรมวิทยากรเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม และการใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ รุ่นที่ 1' โดยมี พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท. วีระ จิรวีระ รอง จตช. พล.ต.ท.อภิชาติ เพชรประสิทธิ์ ผบช.ส. พล.ต.ท.ตรีทศ รณฤทธิวิชัย สมาชิกวุฒิสภา/อดีต ผบช.ส. พร้อมด้วย ข้าราชการตำรวจผู้เข้ารับการอบรมจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1 ตำรวจ ตชด. และตำรวจสันติบาล จำนวน 484 นาย เข้าร่วมพิธีฯ

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ฯ กล่าวว่า “ปัจจุบันสภาพสังคมมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรม วิถีการดำเนินชีวิต นำมาซึ่งความขัดแย้งของประชาชน ส่งผลต่อทัศนคติของคนในสังคมที่มีต่อสถาบันหลักของประเทศ ซึ่งอาจจะขยายไปสู่ความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ จึงจำเป็นที่จะต้องสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม ปรับทัศนคติ พัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ให้กับนักเรียน เยาวชนและประชาชน 

ราชภัฏฉะเชิงเทรา ทำพิธีลงนาม MOU ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายโครงการ 'การพัฒนาตัวแบบเชิงธุรกิจปูทะเล' อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา

เวลา 09.00 น. วันที่ 15 ธันวาคม 2565 ที่ห้องโชคอนันต์ อาคารเรียนรวมและอำนวยการ มหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์ ได้จัดพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการวิจัยระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์ กับ ภาคีเครือข่ายโครงการ "การพัฒนาตัวแบบเชิงธุรกิจปูทะเล อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืนรองรับการเปลี่ยนแปลงและวิกฤติด้านเศรษฐกิจ" โดยมีนายณัฐพงษ์ สงวนจิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานในพิธีลงนาม ร่วมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร. ดวงพร ภู่ผะกา รักษาราชการอธิการบดี ม.ราชภัฏราชนครินทร์ /ภาคีเครือข่ายโครงการ / ผู้บริหาร หัวหน้าส่วน และสื่อมวลชน เข้าร่วมในพิธี

สำหรับพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการวิจัยระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์ กับ ภาคีเครือข่าย โครงการ "การพัฒนาตัวแบบเชิงธุรกิจปูทะเล อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืนรองรับการเปลี่ยนแปลงและวิกฤติด้านเศรษฐกิจ" ในวันนี้เกิดขึ้น เนื่องจากมหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์ ได้รับทุนการดำเนินโครงการวิจัย จากสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) โดย หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ ภายใต้แผนงานการพัฒนาพื้นที่ด้วยองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัย โปรแกรมที่ 17 การแก้ปัญหาวิกฤติของประเทศ แพลตฟอร์ม 4 การวิจัยและสร้างนวัตกรรม เพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่และลดความเหลื่อมล้ำ โครงการวิจัย "การพัฒนาตัวแบบเชิงธุรกิจปูทะเล อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืนรองรับการเปลี่ยนแปลงและวิกฤตด้านเศรษฐกิจ" มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาตัวแบบเชิงธุรกิจปูทะเล อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทราโดยการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย / เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและรายได้จากการเพาะเลี้ยงปูทะเลในพื้นที่อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา / เพื่อบูรณาการการมีส่วนร่วมของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการพัฒนาตัวแบบเชิงธุรกิจปูทะเล และเพื่อส่งเสริมปูทะเลให้เป็นสินค้าเศรษฐกิจใหม่ของจังหวัดฉะเชิงเทราสนับสนุนการสร้างเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

นายกฯ ไทย - ฮังการี พร้อมสานต่อความร่วมมือรอบด้าน ส่งเสริมการค้าการลงทุน พัฒนาธุรกิจด้านการเกษตร การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

เมื่อเวลา 17.45 น. วันที่ 14 ธ.ค.(เวลาท้องถิ่นกรุงบรัสเซลส์ซึ่งช้ากว่าเวลาที่กรุงเทพฯ 6 ชั่วโมง) ที่อาคาร Europa กรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยี่ยม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หารือทวิภาคีกับนายวิคเตอร์ ออร์บาน (H.E. Mr. Viktor Orbán) นายกรัฐมนตรีฮังการี ในโอกาสเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน - สหภาพยุโรป สมัยพิเศษ เพื่อฉลองวาระครบรอบ 45 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน - สหภาพยุโรป

นายกรัฐมนตรี กล่าวยินดีที่ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับฮังการีราบรื่นมาโดยตลอด และจะครบรอบ 50 ปี ในปี 2566 โดยขอบคุณรัฐบาลฮังการีที่ให้การสนับสนุนประเทศไทยในกรอบสหภาพยุโรปมาโดยตลอด โดยเฉพาะการเจรจาความตกลง PCA ระหว่างไทยกับ EU จนทำให้สามารถลงนามได้ ซึ่งไทยพร้อมที่จะสนับสนุนฮังการีในเวทีระหว่างประเทศในประเด็นที่ฮังการีให้ความสำคัญ โดยเฉพาะค่านิยมการยึดครอบครัวเป็นศูนย์กลาง พร้อมกันนี้ พร้อมร่วมมือกับฮังการีในสาขาที่ทั้งสองฝ่ายมีศักยภาพ เช่น ด้านการสาธารณสุข การพัฒนาประเทศในยุคหลังโควิด-19 การค้าการลงทุน การศึกษา

ด้านนายกรัฐมนตรีฮังการี กล่าวยินดีที่ได้พบหารือกับนายกรัฐมนตรีไทย ชื่นชมความสัมพันธ์ไทย-ฮังการี ที่เป็นไปอย่างแน่นแฟ้น และเชื่อมั่นว่าไทยและฮังการีจะสามารถต่อยอดความร่วมมือในสาขาที่ทั้งสองฝ่ายมีศักยภาพได้อีกมาก ชื่นชมพัฒนาการของไทย ตลอดจนบทบาทของไทยในเวทีระหว่างประเทศในช่วงเวลาที่ผ่านมา ที่เป็นไปอย่างกระตือรือร้น และสร้างสรรค์

โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงประเด็นต่าง ๆ ที่สำคัญ อาทิ ด้านความสัมพันธ์ทวิภาคี ทั้งสองฝ่ายยินดีที่ความร่วมมือครอบคลุมสาขาที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน โดยมีกลไกขับเคลื่อนที่สำคัญ ได้แก่ คณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยการบริหารจัดการน้ำ คณะทำงานร่วมด้านเกษตร คณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเชื่อว่า กลไกดังกล่าวจะช่วยขับเคลื่อนประเทศสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและการเจริญเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยไทยยินดีที่จะเรียนรู้และแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญกับฮังการีในบริบทดังกล่าว

รองนายกรัฐมนตรี ตรวจติดตามโครงการขุดลอกแหล่งน้ำหนองแวง จังหวัดร้อยเอ็ด

เมื่อข่วงหัวค่ำวานนี้ ( 14 ธันวาคม 2565 )เวลา 17.00 น. พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ตรวจติดตามโครงการขุดลอกแหล่งน้ำหนองแวง ตำบลสะอาดสมบูรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมี นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ,นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ,นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และคณะ พร้อมด้วย นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และพี่น้องประชาชน ร่วมต้อนรับอย่างอบอุ่น 

ด้วยการปรับปรุงโครงการขุดลอกแหล่งน้ำหนองแวง ได้สั่งการให้ หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 54 และกรมทรัพยากรน้ำ เป็นหน่วยดำเนินการขุดลอก ซึ่งมีงบประมาณ 3,064,100 บาท ซึ่งโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำหนองแวง มีขนาดพื้นที่ประมาณ 76 ไร่ เป็นแหล่งน้ำสำคัญที่ราษฎร ในพื้นที่ใช้ในการอุปโภค - บริโภค และด้านการเกษตร ซึ่งก่อนดำเนินการขุดลอกมีสภาพตื้นเขิน ไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งได้ จึงมีความจำเป็นต้องทำการขุดลอก เพื่อฟื้นฟูให้สามารถใช้ประโยชน์ และแก้ปัญหาความเดือดร้อนด้านน้ำของราษฎรในพื้นที่ ซึ่งประชาชนที่ได้รับจากการขุดลอกแหล่งน้ำหนองแวง จะจำนวน 441 ครัวเรือน ประชากร 1,576 คน พื้นที่การเกษตรซึ่งส่วนใหญ่เป็นนาข้าว ประมาณ 1,000 ไร่ อีกทั้งยังเป็นแหล่งน้ำสำรองในการผลิตน้ำประหมู่บ้านต่อไป

สุดประทับใจ!!! ครอบครัวและญาติผู้ป่วยวิกฤติสมองตาย ยินยอมบริจาคอวัยวะหัวใจ ตับ ไต ดวงตา ให้สภากาชาดไทยนำไปใช้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. เพจเฟซบุ๊ก โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ เผยแพร่เรื่องราวสุดประทับใจแห่งปี 2565 หนึ่งชีวิตต่อลมหายใจ สร้างกุศลที่ยิ่งใหญ่ มอบอวัยวะให้กับอีก 6 ชีวิตให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น บริจาคอวัยวะประกอบด้วย หัวใจ, ตับ ,ไต 2 ข้าง ตับอ่อน และดวงตา 2 ข้าง เป็นกรณีตัวอย่าง ผู้ป่วยชายอายุ 28 ปี ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ได้รับบาดเจ็บทางสมองอย่างรุนแรง ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ทีมศัลยแพทย์ระบบประสาทและสมอง ได้พยายามดูแลผู้ป่วยอย่างเต็มที่ รักษาโดยการผ่าตัดสมอง ดูแลในหอผู้ป่วยวิกฤติ แต่ไม่อาจรักษาให้สมองกลับฟื้นคืนมาได้ อยู่ในภาวะสมองตาย แต่สมรรถภาพของหัวใจ และอวัยวะอื่นๆ ดีมาก ทีมพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยได้ปรึกษาหารือกับบิดา มารดา และญาติผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด ถึงแนวทางการรักษา และโอกาสที่สมองจะกลับฟื้นคืนมามีน้อยมาก จึงได้ขอรับบริจาคอวัยวะให้กับศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่รอคอยการปลูกถ่ายอวัยวะ

กรมการแพทย์แผนไทยฯ จับมือ อบจ. เร่งพัฒนาระบบบริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระดับปฐมภูมิ เน้นใช้สมุนไพร กัญชา กัญชง ทางการแพทย์แบบบูรณาการ ปี 66 เดินหน้า รพ.สต.กว่า 2,000 แห่ง ทั่วประเทศ

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข จับมือ องค์การบริหารส่วนจังหวัด พัฒนาระบบบริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระดับปฐมภูมิ เพื่อให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล หรือ รพ.สต. ทั่วประเทศกว่า 2,000 แห่ง ใช้สมุนไพร กัญชา และกัญชง เพื่อเป็นทางเลือกในการดูแลผู้ป่วย และ ประชาชน ในชุมชนให้มีสุขภาพดี ตามนโยบายการแพทย์แบบบูรณาการ ปี 2566

วันนี้ 14 ธันวาคม 2565 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร นายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพองค์การบริหารส่วนจังหวัด ด้านการแพทย์แผนไทยการแพทย์ทางเลือกและการใช้สมุนไพรทางการแพทย์แบบบูรณาการ โดยมี นายแพทย์ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก นายบุญชู จันทร์สุวรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี และ นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ผู้บริหาร บุคลากรกระทรวงสาธารณสุข และบุคลากรองค์การบริหารส่วนจังหวัดทั่วประเทศ ได้ร่วมจัดงานในครั้งนี้ เพื่อให้ผู้บริหาร บุคลากรด้านสาธารณสุขและผู้ที่เกี่ยวข้องที่ปฏิบัติงานในองค์การบริหารส่วนจังหวัด มีความรู้ ความเข้าใจ ในด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก และสามารถใช้กัญชาทางการแพทย์แบบบูรณาการ ในการดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับผู้เข้าร่วมสัมมนาวิชาการในครั้งนี้ ประกอบด้วย ผู้บริหาร บุคลากร โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) 49 จังหวัด ที่ได้รับการถ่ายโอนไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด และบุคลากรจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 76 จังหวัด จำนวน 500 คน โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 – 15 ธันวาคม 2565 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร

นายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบาย มุ่งกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น ได้ออกประกาศคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เรื่องหลักเกณฑ์และขั้นตอนการถ่ายโอนภารกิจสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน และให้สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯและ รพ.สต. สามารถตอบสนอง ความต้องการทางด้านสุขภาพของประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง ซึ่งข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2551จนถึงปัจจุบัน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินการถ่ายโอนภารกิจสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ และ รพ.สต. รวมแล้ว 3,263 แห่ง จากจำนวนทั้งสิ้น 9,787 แห่งทั่วประเทศ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเร่งรัดการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดทิศทางการให้บริการภายใต้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สร้างหลักประกันความต่อเนื่องของบริการ รวมถึงพัฒนาคุณภาพของการบริการสุขภาพในระดับปฐมภูมิที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริง กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เร่งเดินหน้าขับเคลื่อนการดำเนินงาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 นี้ 3 ประเด็นหลัก คือ ประชาชนเชื่อมั่น เน้นให้ประชาชนดูแลตนเองเมื่อเจ็บป่วยด้วยยาสมุนไพรเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 บริการเป็นเลิศ ประชาชนสามารถเลือกใช้บริการแพทย์แผนไทย แพทย์ทางเลือก เมื่อเจ็บป่วยเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 5 และ ภูมิปัญญาสร้างคุณค่า คือ มูลค่าการบริโภคสมุนไพรในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 50,000 ล้านบาท

ถอดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ‘เสี่ยโป้’ จำคุก 50 ปี แต่ติดจริงที่ 20 ปี

จากกรณีที่ศาลอาญาอ่านคำพิพากษา ตัดสินโทษจำคุก ‘เสี่ยโป้’ นั้น ศาลพิจารณาเเล้วเห็นว่า…

“นายเสี่ยโป้ โป้อานนท์ จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 1 กระทง จำคุก 3เดือน ฐานเป็นเจ้ามือ จำนวน 3กระทง จำคุก 3เดือน ฐานช่วยประกาศโฆษณาชักชวน ให้เข้าเล่นพนัน จำนวน 14กระทง จำคุกกระทงละ 3 เดือน รวมจำคุก 48 เดือน และฐานฟอกเงิน จำนวน 25 กระทง จำคุกกระทงละ 2 ปี รวมจำคุก 50 ปี รวม 4ฐานความผิด เป็นจำคุก 50 ปี 48 เดือน แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงความผิดแล้ว คงลงโทษได้ไม่เกินเพดานโทษจำคุก 20 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(2)”

ว่าแต่ หลายท่านคงจะสงสัยว่า เอาเข้าจริงสรุปแล้ว เสี่ยโป้ นั้น จะต้องติดคุกกี่ปีกันแน่?

‘กรุงเทพธนาคม’ วอน BTS หยุดทวงหนี้ค่าจ้างเดินรถผ่านสื่อ ชี้!! กระบวนการยังอยู่ในขั้นตอนศาลพิจารณา

‘กรุงเทพธนาคม’ แจงปมหนี้เดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ขอ BTS หยุดทวงหนี้ค่าจ้างเดินรถผ่านสื่อ ชี้กระบวนการอยู่ในขั้นตอนศาลพิจารณา พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ เร่งแก้ปัญหาหาข้อสรุปโดยเร็ว

(14 ธ.ค. 65) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประแสง มงคลศิริ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เปิดเผยถึงกรณีคดีค่าจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว (ส่วนต่อขยาย) ว่า กรณีผู้รับจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ได้ประกาศทวงหนี้ตามสัญญาค่าจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ผ่านสื่อต่างๆ หลายครั้งและหลายรูปแบบ

ข้อเท็จจริง คือ ผู้รับจ้างเดินรถได้ใช้สิทธิฟ้อง กทม.และบริษัท ต่อศาลปกครองมาตั้งแต่ปี 2564 เมื่อผู้บริหารชุดปัจจุบันเข้ามาทำหน้าที่ ได้รีบยื่นคำร้องต่อศาลขอขยายระยะเวลาส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อต่อสู้คดีในหลายประเด็นอย่างเต็มที่ แต่ศาลยืนยันว่าสิ้นสุดระยะเวลาส่งเอกสารหลักฐานแล้ว จึงปฏิเสธไม่รับเอกสารหลักฐานเข้าสู่สำนวนเพิ่มเติม ทั้งนี้ศาลชั้นต้นก็กรุณามีคำแนะนำให้คู่ความ 2 ฝ่ายเจรจาไกล่เกลี่ยกัน แต่ผู้รับจ้างเดินรถยืนยันต่อศาลว่าจะไม่เจรจาไกล่เกลี่ย ซึ่งก็เป็นสิทธิโดยชอบ

ต่อมาศาลได้นัดฟังคำพิพากษาเมื่อวันที่ 7 ก.ย 2565 โดยมีคำตัดสินให้บริษัทแพ้คดีในศาลชั้นต้น บริษัทจึงต้องรีบยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนด 30 วันพร้อมกับส่งเอกสารหลักฐานใหม่ในวันที่ 5 ต.ค.2565 และชำระค่าธรรมเนียมตามระเบียบอุทธรณ์คดี คดีพิพาทนี้จึงอยู่ระหว่างการพิจารณาอุทธรณ์ในศาลสูงสุด

การที่บริษัทอุทธรณ์ต่อสู้คดีไปสู่ชั้นศาลสูงสุดนั้น ถือว่าได้ใช้สิทธิโดยชอบเสมอกัน มีผลให้ทั้ง 2 ฝ่ายต้องรอฟังคำสั่งของศาลสูงสุดที่จะให้ความยุติธรรม บริษัทจึงไม่เคยคิดจะนำเนื้อหาคดีไปจัดทำสื่อเผยแพร่สร้างกระแสต่อสังคมหวังกดดันผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย บริษัทไม่เคยนำประเด็นคดีไปจัดอีเวนต์บรรยายฟ้องศาลท้าวมหาพรหมตามความเชื่อส่วนบุคคลให้เป็นกระแสข่าว ทั้งนี้เพราะบริษัทมีความเชื่อมั่นกระบวนการศาลที่ผู้รับจ้างเดินรถเป็นผู้เลือกดำเนินการมาตั้งแต่ต้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top