Friday, 17 July 2026
NEWS

ผู้ใช้ไฟบ้านไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน เฮ!! ครม.เคาะมาตรการช่วยค่าไฟ นาน 4 เดือน

ครม. อนุมัติ 3.1 พันล้านบาท ให้ กฟน.และ กฟภ.สำหรับส่วนลดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟบ้านไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน ประจำเดือนมกราคม - เมษายน 2566

(7 มี.ค.66) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติวงเงิน 3,191,740,000 ล้านบาท ให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับค่าไฟฟ้าประจำเดือนมกราคม - เมษายน 2566 เพื่อให้ส่วนลดอัตราค่าไฟฟ้าให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน โดยเป็นกรอบวงเงินของการไฟฟ้านครหลวงจำนวน 517,950,000 บาท และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจำนวน 2,673,790,000 บาท เพื่อบรรเทาผลกระทบในการลดภาระค่าครองชีพให้ผู้ใช้ไฟฟ้าที่เป็นกลุ่มเปราะบาง

ครูไทยเก่งรอบด้าน!! 'ตรีนุช' ตั้งเป้า ‘อบรมพัฒนา-เพิ่มทักษะ’ ครูไทย หวังลดความเหลื่อมล้ำ-สร้างโอกาสให้ผู้เรียน

(7 มี.ค. 66) น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ขณะนี้ใกล้ถึงเวลาที่รัฐบาลจะยุบสภา เพื่อเลือกตั้งในปี 2566 นี้แล้ว ซึ่งในส่วนของงานการศึกษาที่ตนอยากฝากให้มีการทำงานอย่างต่อเนื่องแม้จะมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทน โดยเฉพาะนโยบายการสร้างโรงเรียนคุณภาพด้วยการสร้างเครือข่ายโรงเรียนในพื้นที่ของโรงเรียนขนาดเล็ก อีกทั้งวางแผนเร่งดำเนินการคืนอัตรากำลังผู้บริหารและครูโรงเรียนขนาดเล็กให้เพื่อให้ทันเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 นี้ด้วย โครงการอาชีวะอยู่ประจำเรียนฟรี มีงานทำ เพราะของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและสร้างโอกาสให้แก่ผู้เรียนครบทุกมิติอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ซึ่งนโยบายโรงเรียนคุณภาพและโครงการอาชีวะอยู่ประจำถือเป็นนโยบายที่ตอบโจทย์เรื่องดังกล่าวอย่างดีที่สุด รวมถึงการพัฒนากระบวนการเรียนการสอนไปสู่ศตวรรษที่ 21

ต่อคำถามว่า ขณะนี้มีสิ่งใดที่กังวลและยังอยากดำเนินการให้สำเร็จหรือไม่ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ยังมีอยู่แน่นอน ซึ่งก็คือประเด็นเรื่องการพัฒนาครู เพราะนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ต้องการพัฒนาผู้เรียนให้ไปสู่การเรียนรู้ในโลกศตวรรษที่ 21 รวมถึงการเรียนการสอนผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์ด้วย Active Learning ซึ่งครูผู้สอนจะต้องเติมเต็มทักษะเหล่านี้ตามผู้เรียนไปด้วย ดังนั้นจะทำอย่างไรให้ครูได้รับการพัฒนาในเรื่องนี้อย่างตลอดเวลา เพราะการพัฒนาครูตนไม่อยากมีการพัฒนาแล้วจบ ๆ ไปแต่อยากให้มีการพัฒนาครูอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นตนมองว่าในระยะยาวอาจศธ.อาจจะต้องมีหน่วยงานกลางหรือศูนย์พัฒนาครูขึ้น เพื่อนำครูเข้ามาอบรมพัฒนาเติมเต็มความรู้ด้านการสอนไม่ว่าจะเป็นทักษะด้านดิจิทัลและภาษา โดยเรื่องการตั้งหน่วยงานกลางพัฒนาครูนั้นมีตัวอย่างของประเทศสิงค์โปรที่มีศูนย์พัฒนาครูทุกรูปแบบ ซึ่งทำได้ดีและครูประเทศสิงค์โปรมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ หากจะมีการตั้งศูนย์พัฒนาครูขึ้นจะต้องปรับโครงการ ศธ.หรือไม่นั้น ตนมองว่าก็เป็นโจทย์หนึ่งในอนาคตที่อาจจะเป็นเช่นนั้นแต่เราจะกำหนดขอบเขตการปรับโครงสร้างได้มากน้อยแค่ไหนก็คงต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาดำเนินการสานต่อไป

‘มูลนิธิธรรมดี’ ร่วมบุญดาราดัง ‘กากัน มาลิก’ อัญเชิญพระพุทธรูป 2,724 องค์ มอบชาวอินเดีย .

ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานมูลนิธิธรรมดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘มูลนิธิธรรมดี’ ระบุว่า บุญใหญ่สัมฤทธิ์ผล ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ณ หมู่บ้านเอลโลร่า เมืองออลังคบาด ประเทศอินเดีย โครงการ “พลิกฟื้นคืนพุทธสู่แดนพุทธภูมิ สืบทอดพระพุทธศาสนาให้อยู่ถึง 5,000 ปี” เมื่อวันเสาร์ที่ 4 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา

โครงการดังกล่าว มีเป้าหมายอยู่ที่การอัญเชิญพระพุทธรูป 2,724 องค์ มอบให้ครอบครัวชาวพุทธในประเทศอินเดีย โดยในครั้งนี้เป็นรอบแรกที่ได้รับมอบจำนวน 302 ครอบครัว

นอกจากนี้ ยังได้มอบข้าวสารอาหารแห้ง ทุนการศึกษา อุปกรณ์การเรียน แก่นักเรียนยากจน และชาวพุทธอินเดีย 800 ครอบครัว โดยก่อนหน้านี้ มูลนิธิธรรมดี ได้มอบไปแล้วรวม 16,430 ครอบครัว ทั้งในประเทศไทย และประเทศอินเดีย

‘ตรีนุช’ กำชับจัดสอบรับนักเรียน ต้องโปร่งใส-ยุติธรรม ย้ำ! ไม่ต้องกังวล มีที่เพียงพอ สำหรับนักเรียนทุกคน

‘ตรีนุช’ กำชับโรงเรียนแข่งขันสูงจัดสอบโปร่งใส ยุติธรรม ไม่มี ‘แป๊ะเจี๊ยะ’ แลกที่นั่งเรียน ฝากผู้ปกครอง-นักเรียนหากสอบไม่ติดโรงเรียนดัง มั่นใจลูกมีที่เรียนแน่นอน

(7 มี.ค.66) น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ใกล้ถึงช่วงเวลาการรับนักเรียนเข้าเรียน ปีการศึกษา 2566 แล้ว โดยรับสมัครเข้าเรียนชั้น ม.1 วันที่ 11-12 มีนาคม 2566  สอบ/คัดเลือก 25 มีนาคม  2566 ประกาศผลและรายงานตัว 29 มีนาคม 2566 มอบตัว 1 เมษายน 2566  ส่วนชั้น ม.4 ที่เปิดสอน ม.ต้น และ ม.ปลาย นักเรียนที่จบชั้น ม.3 โรงเรียนเดิม สมัครเข้าเรียนตามที่โรงเรียนกำหนด ประกาศผลและรายงานตัวตามที่โรงเรียนเดิมกำหนด  มอบตัว 2 เม.ย. สมัครสอบคัดเลือก (นักเรียนที่จบ ม.3)จากโรงเรียนอื่น และโรงเรียนเดิม วันที่ 11-15 มีนาคม สอบ/คัดเลือก 26 มีนาคม ประกาศผลและรายงานตัว 30 มีนาคม มอบตัว 2 เมษายน และโรงเรียนที่เปิดสอนเฉพาะ ม.ปลาย (ยกเว้นโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา) รับสมัคร 11-15 มีนาคม สอบ/คัดเลือก 26 มีนาคม  ประกาศผลและรายงานตัว 30 มีนาคม มอบตัว 2 เมษายน  2566 

“ตนได้กำชับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้ดูแลการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2566 ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยเฉพาะกลุ่มโรงเรียนแข่งขันสูงที่มีกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ ให้โรงเรียนจัดขบวนการจัดสอบด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม ไม่มีการใช้เงินแลกที่นั่งเรียน  และหากมีการร้องเรียนมา ศธ.ก็จะดำเนินการตรวจสอบ หากพบใครทำผิดก็จะดำเนินการตามระเบียบขั้นสูงสูด” น.ส.ตรีนุช กล่าว

ทัพเรือภาคที่ 3/ศรชล.ภาค 3 ร่วมหารือการแก้ไขปัญหา การกระทำผิดกฎหมาย และการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ในพื้นที่จังหวัดสตูล

พลเรือโท อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 3 พร้อมด้วย พลเรือตรี สุชาติ เปรมประเสริฐ รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 3 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล จังหวัดสตูล ร่วมกับ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล จังหวัดสตูล ณ ศาลากลางจังหวัดสตูล

ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 3 เข้ารับฟังการปฏิบัติงานที่ผ่านมาเกี่ยวกับการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ในพื้นที่จังหวัดสตูล ได้รับทราบปัญหาอุปสรรคข้อขัดข้อง และร่วมกันหารือแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการทำประมง

ผบ.ตร. ชื่นชม หนุ่มไรเดอร์ พลเมืองดี ทิ้งรถจยย.วิ่งเข้าช่วยเหลือเด็กน้อย ก่อนจะถูกรถเฉี่ยวชน จนรอดหวุดหวิด ยกย่องตามโครงการ “ทำดีมีรางวัล” เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม

วันนี้ 7 มี.ค.2566 เวลา 11.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้มอบรางวัลโครงการ “ทำดี มีรางวัล” แก่พลเมืองดี หนุ่มไรเดอร์ นายพีรพงศ์ ชุมพลวดี อายุ 31 ปี ที่โดดลงจากรถจักรยานยนต์ วิ่งเข้าช่วยเด็กน้อยที่กำลังวิ่งออกถนน โชคดีช่วยได้ทันก่อนที่รถยนต์จะขับผ่านไป ปลอดภัยทั้งคู่รอดหวุดหวิด เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ที่ผ่านมา 

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ กล่าวว่า จากเหตุการณ์เมื่อวันที่  5 มีนาคม พ.ศ.2566 เวลาประมาณ 15.00 น. บริเวณริมถนนพระองค์เจ้าสาย ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ขณะที่ นายพีรพงศ์ ชุมพลวดี พลเมืองดี ซึ่งมีอาชีพเป็นไรเดอร์ ได้ไปรับอาหารในหมู่บ้านแห่งหนึ่งตรงจุดที่เกิดเหตุ ได้สังเกตเห็นเด็กกำลังวิ่งออกจากหมู่บ้านข้ามถนนไปหาผู้ชายคนหนึ่ง ที่อยู่บริเวณเกาะกลางถนน ซึ่งเด็กวิ่งพุ่งตัวออกมาด้วยความเร็ว 

นายพีรพงศ์ฯ จึงตัดสินใจทิ้งรถจักรยานยนต์ พร้อมกล่องใส่อาหารท้ายรถลงพื้น และรีบวิ่งไปคว้าตัวเด็กไว้ได้ ก่อนที่จะมีรถยนต์ขับมาด้วยความเร็ว รอดจากการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างหวุดหวิด เหตุการณ์ดังกล่าวได้ปรากฏตามคลิปวีดีโอ ซึ่งถูกส่งต่อแพร่หลายในสังคมออนไลน์ สร้างความประทับใจ และได้รับความชื่นชมจากสังคม เป็นอย่างมาก

ไฟไหม้ ‘ตลาดเก่า 100 ปี’ จ.ราชบุรี เผาตึกแถววอด 8 คูหา กองพิสูจน์ฯ เร่งตรวจสอบ คาด อุ่นกับข้าวแล้วลืมปิดเตาแก๊ส

(7 มี.ค. 66) เมื่อเวลา 07.00 น. นายชูเกียรติ วงษ์พิทักษ์โรจน์ นายกเทศบาลตำบลห้วยกระบอก ตำบลกรับใหญ่ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ร้านค้าหลายคูหาในตลาดห้วยกระบอก ซอยเทศบาล 1 จึงรุดให้ความช่วยเหลือพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กรับใหญ่ และมูลนิธิรวมใจการกุศลราชบุรี

ที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวไม้เก่าอายุกว่า 100 ปี ต้นเพลิงเกิดจากห้องแถวหลังหนึ่งแล้วลุกลามอย่างรวดเร็ว จนเจ้าหน้าที่ต้องระดมรถน้ำดับเพลิงจากหน่วยงานใกล้เคียงกว่า 10 คัน ชาวบ้านต่างเร่งช่วยกันขนย้ายข้าวของเครื่องใช้ให้พ้นจากแรงเพลิง ซึ่งใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง จึงสามารถความคุมเพลิงไว้ได้ โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีห้องแถวได้รับความเสียหาย 8 คูหา เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้

แม่โพสต์ซึ้ง ตามหานักศึกษา ปั๊มหัวใจลูกชายจนรอด เผยลูกชายตั้งใจบวช ทดแทนคุณผู้ช่วยชีวิต

หัวอกแม่ ประกาศตามหาจนเจอนักศึกษาฮีโร่ ปั๊มหัวใจลูกชายจนรอด ตั้งใจบวชให้ผู้ช่วยชีวิต

หลังจากที่มีผู้ใช้ TikTok ชื่อ pantib888 โพสต์ภาพอุบัติเหตุประกาศตามหานักศึกษาที่มาช่วยเหลือลูกชายหลังประสบอุบัติเหตุจนหัวใจหยุดเต้น แต่ได้รับการปั้มหัวใจจนรอดชีวิต พร้อมระบุข้อความว่า

“ตามหาน้องนักศึกษาที่ช่วยปั๊มหัวใจลูกชายแม่.. เหตุเกิดวันที่ 15 ก.พ. รถมอเตอร์ไซค์ชนกับปิ๊กอัพ ระหว่างรอรถโรงบาลลูกชายแม่หัวใจหยุดเต้น คนแถวนั้นบอกว่ามีคนปั๊มหัวใจจนน้องฟื้นขึ้นมา คนช่วยชีวิตน้องเป็นนักศึกษา ครอบครัวแม่อยากเจอมาก ๆ ค่ะ ตอนนี้น้องปลอดภัยแล้วค่ะ สถานที่เกิดเหตุ หน้าร้านตำหรอย พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี”

“ตอนน้องฟื้นมีสติเล่าให้เค้าฟังว่ามีพี่นักศึกษาช่วยชีวิตลูกปั๊มหัวใจลูก ตอนนั้นลูกหัวใจหยุดเต้น และพอพี่เค้าปั๊มหัวใจลูกหายใจเฮือกขึ้นมา พอดีกับรถโรงพยาบาลมาที่เกิดเหตุ เล่าเสร็จเค้านอนน้ำตาไหล เอานิ้วชี้ไปที่ตัวเอง และที่หัว แม่เข้าใจว่าน้องเจ็บ น้องสั่นหัวและพูดว่าบวชๆๆ พอหมอถอดเครื่องช่วยหายใจออก คำแรกที่พูดคือ “แม่…ลูกขอบวชบวชให้พี่นักศึกษาด้วย” ครอบครัวแม่และญาติ ๆ อยากเจอน้องนักศึกษามาก ๆ อยากกอดเค้าแน่นๆแล้วบอกว่า "ขอบคุณมากที่พาน้องกลับมาให้แม่ พาหัวใจของแม่และครอบครัวกลับมา" คำพูดมากมายอยู่ในหัวใจพ่อแม่เยอะแยะมากมาย อยากเจอฮีโร่น้องนักศึกษาคนนี้จริงๆ”

หลังจากที่คลิปดังกล่าวเป็นไวรัลไม่นาน ใน Tiktok เดิมที่เป็นแม่ของผู้ได้รับบาดเจ็บก็ได้โพสต์ข้อความว่า หาน้องนักศึกษาที่ช่วยชีวิตลูกชายพบแล้ว โดยหนุ่มพลเมืองดีอายุ 17 ปี เป็นจิตอาสา เรียนอยู่ที่โรงเรียนโปลีเทคนิค สุราษฎร์ธานี

“ตามหากันเจอแล้ว โทรคุยกันน้องเล่าว่าน้องเลิกเรียนพอดี และเห็นเหตุการน้องเลยเลี้ยวรถกลับมาและเรียกลูกชายแม่ แต่ลูกชายแม่นิ่งไม่ตอบสนองใด ๆ จนน้อง cpr ปั๊มขึ้นมาราว 30 ครั้ง จนลูกชายแม่รู้สึกตัวเฮือกขึ้นมา น้องเป็นจิตอาสาน้องชื่อน้องฟิล์ม อายุ 17 ปี เรียนอยู่ รร.โปลี แม่ขอนัดเจอน้อง และพาคนที่น้องฟิล์มช่วยชีวิตไว้ไปเจอกัน ขอบพระคุณทุก ๆ คนที่ช่วยแชร์ช่วยตามหาให้นะคะ แม่ตื่นเต้นมากตอนที่คุยกับน้องฟิล์ม “หัวใจลูกหล่อมาก” ถ้าตอนนั้นลูกไม่เลี้ยวรถกลับมาลูกชายแม่คงไม่มีชีวิตคงไม่ได้กลับมาให้พ่อกับแม่ได้กอดได้หอม “ครอบครัวแม่ขอกราบที่หัวใจของลูกนะ”

อย่างไรก็ตาม ทางด้าน มูลนิธิกุศลศรัทธาท่าโรงช้าง กู้ชีพ-กู้ภัยท่าโรงช้าง ได้แชร์ภาพน้องฟิล์ม พร้อมระบุว่า

“น้องเขาปลอดภัยพวกเราก็ชื่นใจและขอแสดงความยินดีขอให้น้องหายไว ๆ

‘ป้าเขียด นภาพร’ นักแสดงอาวุโสเสียชีวิตแล้ว ในวัย 76 ปี หลังมีโรครุมเร้า มานานนับปี

(7 มี.ค. 66) วงการละครไทยพบกับข่าวเศร้าอีกแล้ว เมื่อเพจ สื่อปราจีนบุรี ได้โพสต์แจ้งข่างการเสียชีวิตของดาราอาวุโส ‘ป้าเขียด นภาพร หงสกุล’ หรือที่แฟนละครเรียกกันติดปากจากบทละครว่า อีตุ่ม ได้เสียชีวิตอย่างสงบที่บ้านพัก ด้วยวัย 76 ปี หลังจากที่รักษาอาการป่วยมานานหลายปี ด้วยหลายโรครุมเร้า

ขณะนี้ทางครอบครัวเตรียมนำศพไปชันสูตรที่ รพ.ก่อนจะนำร่างป้าเขียดมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดสุทธิธรรม(คลองรั้ง)

ป้าเขียด มีใจรักในการแสดงมาตั้งแต่จำความได้ป้าเขียดเริ่มเล่นละครเร่มาตั้งแต่อายุ 2 – 3 ขวบ จากการที่พ่อแม่เป็นนักแสดงละครโบราณ

ป้าเขียด นภาพร เดินทางเข้า กทม. ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงเต็มตัว โดยใช้วิชาที่สั่งสมมาจากวงดนตรี ละครเร่ มาเป็นนักร้อง เล่นหนังบ้างเป็นครั้งคราว

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2023 ขับเคลื่อนแรงบันดาลใจ และสร้างปรากฏการณ์แห่งความทรงจำ

'ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2023' จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 16 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส จังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ 23-26 กุมภาพันธ์ 2566 ได้กลายเป็น 'ปรากฏการณ์' การต่อสู้ของนักกอล์ฟทั้ง 72 คน รวมถึงนักกอล์ฟไทย 11 คน ที่เชียร์สนุกและบีบหัวใจสำหรับแฟนกอล์ฟในสนามและในจอพีพีทีวี รวมทั้งความสำเร็จของฝ่ายจัดการแข่งขันและพันธมิตรหลัก ได้แก่ 

ฮอนด้า ไอเอ็มจี กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมทั้งการกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมมือกันเพื่อจัดการแข่งขันทัวร์นาเมนต์อันทรงเกียรติที่ช่วยพัฒนากีฬากอล์ฟหญิงในประเทศไทย ซึ่งรวมถึงประโยชน์ต่อภูมิภาค โดยรวม อีกทั้งเป็นที่น่าปลาบปลื้มใจที่การแข่งขันปีนี้มีแฟนกอล์ฟ ทั้งรุ่นจิ๋วที่ผู้ปกครองพามาหาแรงบันดาลใจ รวมทั้งแฟนกอล์ฟรุ่นใหญ่ที่หลั่งไหลเข้าไปชมในสนามมากที่สุดอันดับสอง รองจากการแข่งขันในปี 2013  และรับการกล่าวถึงว่าเป็นหนึ่งในทัวร์นาเมนต์กีฬาที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของประเทศไทย แม้ปิดฉากการแข่งขันเป็นที่เรียบร้อยแต่มีสถิติและข้อมูลที่น่าสนใจในแง่มุมต่างๆ ซึ่งควรค่าแก่การจดจำ

ยอดผู้ชมในสนามมากที่สุดลำดับสอง ตั้งแต่จัดการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ เรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ 'ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2023 ฟีเวอร์' เมื่อแฟนกอล์ฟทุกเพศ ทุกวัย ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาชมและเชียร์นักกอล์ฟชั้นนำของโลกตั้งแต่เช้าตลอดการแข่งขันทั้ง 4 วัน บรรยากาศในสยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส เป็นไปอย่างคึกคัก ทั้งเสียงเชียร์ เสียงปรบมือรอบสนามยามนักกอล์ฟหวดวงสวิงการถ่ายภาพและแจกลายเซ็นอย่างใกล้ชิด ส่วนบรรยากาศตามบูทของผู้สนับสนุนก็เต็มไปด้วยการเล่นเกมลุ้นรับของที่ระลึก พร้อมอาหารและเครื่องดื่มซึ่งเป็นภาพความสนุกที่ไม่ได้เห็นมาตั้งแต่ปี 2019 ซึ่งหลังจากผ่านพ้นช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 แฟนกอล์ฟต่างอัดอั้นส่งผลให้ยอดผู้ชมตลอดการแข่งขันทั้งสิ้น 46,879 คน กลายเป็นยอดผู้ชมสูงที่สุดอันดับสองของฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์โดยยอดผู้ชมสูงสุดคือปี 2013 ที่เอรียา จุฑานุกาล ได้รองแชมป์ ซึ่งมียอดผู้ชมกว่า 47,000 คน

ลิเลีย วู ชูถ้วยแชมป์ 'ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์' ในการเข้าร่วมแข่งขันเป็นปีแรก นักกอล์ฟจากสหรัฐอเมริกาเดินทางมาร่วมแข่งขัน 'ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์' เป็นครั้งแรกพร้อมกับรู้สึกขอบคุณที่ฝ่ายจัดการแข่งขันและแฟนกอล์ฟให้การต้อนรับเธออย่างอบอุ่น คว้าแชมป์ในสยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พาร์ 72 ด้วยสกอร์รวม 22 อันเดอร์พาร์ 262  (66,70,64,64) สถิติ ทำ 1 อีเกิ้ล 25 เบอร์ดี้ ทำพาร์ได้ 41 ครั้ง และเสีย 5 โบกี้ ตลอดสี่วันของการแข่งขัน 

สกอร์รวมที่เธอทำได้นับเป็นสกอร์ต่ำสุดในการเล่น 72 หลุมของเธอในแอลพีจีเอ ทัวร์นักกอล์ฟวัย 25 ปีสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกอล์ฟที่คว้าแชมป์ 'ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์' ได้ตั้งแต่เข้าร่วมแข่งขันเป็นปีแรก อีกทั้งเป็นแชมป์แรกในปีนี้ของเธอและแชมป์แรกในแอลพีจีเอ ทัวร์ หรือ Rolex First-Time Winner พร้อมกับทำสถิติเงินรางวัลรวมในอาชีพทะลุ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเธอได้เงินรางวัลในฐานะแชมป์ 255,000 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้มีเงินรางวัลรวมทั้งสิ้น 1,177,769 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนอันดับโลกพุ่งจากอันดับ 21 มารั้งอันดับ 12 ของโลก

ซิม-ณัฐกฤตา วงศ์ทวีลาภ สร้างประวัติศาสตร์ นักกีฬารับเชิญจากการแข่งขันรอบคัดเลือกระดับประเทศ Honda LPGA Thailand 2023 National Qualifiers ที่ขึ้นนำและได้ลุ้นแชมป์เป็นคนแรกของการแข่งขัน  

'ซิม 300' เพิ่งเทิร์นโปรในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วและเพิ่งคว้าทัวร์การ์ดแอลพีจีเอมา เพิ่งมีประสบการณ์เวทีแอลพีจีเอครั้งแรก แต่ฝีมือบวกกับความมุ่งมั่นแรงกล้าที่พร้อมขับเคลื่อนแรงบันดาลใจของตัวเองเพื่อประสบความสำเร็จในอาชีพนักกอล์ฟที่ทำให้ 'ซิม' ชนะ Honda LPGA Thailand 2023 National Qualifiers เข้าร่วมแข่งขันในฐานะนักกอล์ฟรับเชิญ

รุกกี้แอลพีจีเอ ทัวร์ จอมหวดไกล วัย 20 ปี สร้างความฮือฮาตลอดทัวร์นาเมนต์ ทำสกอร์อยู่ในช่วง 60 สามวันแรก (67,65,64) ขึ้นมารั้งตำแหน่งผู้นำหลังจบรอบสาม หวังสร้างประวัติศาสตร์นักกอล์ฟไทยคนที่สองที่คว้าแชมป์ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ต่อจาก เม-เอรียา จุฑานุกาล   เมื่อต้องเล่นท่ามกลางสภาพลมแรงที่ไม่ถนัดในวันสุดท้าย และความคาดหวังของแฟนกอล์ฟที่แห่มาชมกันแน่นขนัด 'ซิม' พยายามเล่นให้ดีที่สุด เสียงเชียร์ ไทยแลนด์ ไทยแลนด์ดังขึ้นในวินาทีที่ซิมเดินขึ้นมาถึงลูก น่าเสียดายที่สุดท้ายพลาดแชมป์ไปแบบทำแฟนกอล์ฟน้ำตาซึม เพียง 1 สโตรกเท่านั้น ซิม-ณัฐกฤตา เป็นนักกอล์ฟจาก Honda LPGA Thailand 2023 National Qualifiers คนแรกที่ขึ้นนำและจบตำแหน่งสูงสุดคือรองแชมป์ ที่สำคัญทำให้อันดับโลก Rolex Rankings พุ่งทะยานจากอันดับ 470 ขึ้นมาเป็นอันดับ 91 ของโลก และมีโอกาสลุ้นรางวัลดาวรุ่งแห่งปีของแอลพีจีเอ

การแจ้งเกิดแบบเต็มตัวของซิมยังถือเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนรุ่นใหม่เพราะซิมได้พิสูจน์แล้วว่า “ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ หากเรามุ่งมั่นและตั้งใจ”

จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล จบใน 10 อันดับแรก ปีที่สามติดต่อกัน อาฒยา ฐิติกุล อดีตมือ 1 ของโลกขวัญใจแฟนกอล์ฟที่เคยคว้ารองแชมป์ปี 2021 ทำสกอร์อยู่ในช่วง 60 ทั้งสี่รอบ คือ 67, 69, 64, 68 จบในอันดับ 3 ของรายการ สกอร์รวม 20 อันเดอร์พาร์ 268 แม้พลาดแชมป์แต่ ”จีโน่” ยังคงทำผลงานอยู่ในมาตรฐานที่ดี จบใน 10 อันดับจากการลงเล่น 3 ปีติดต่อกัน และจบใน 5 อันดับแรกสองครั้งในการเล่นรายการนี้

“การที่มีแฟนกอล์ฟเข้ามาเชียร์ในสนามกันเยอะขนาดนี้นับเป็นสัญญาณที่ดีของวงการกอล์ฟไทย แต่เราก็ยังจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนทั้งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคธุรกิจ รวมถึงแฟนกอล์ฟชาวไทย เพื่อช่วยกันพัฒนาวงการกอล์ฟไทยให้ก้าวไกลมากกว่านี้ ฝีมือนักกอล์ฟไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก ทั้งจากผลงานนักกีฬาไทยที่ไปคว้าแชมป์รายการต่าง ๆ มาแล้วทั่วโลก รวมถึงรายการฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ตลอดจนผลงานของนักกีฬาหน้าใหม่ ๆ ที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันปีนี้ จึงอยากให้ทุกภาพส่วนมาร่วมกันพัฒนาและสนับสนุนกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยกันผลักดันมาตรฐานวงการกีฬากอล์ฟและนักกีฬากอล์ฟของไทยให้เทียบชั้นกับระดับสากลได้ในทุก ๆ ด้านค่ะ” อาฒยา กล่าวยกย่องผลงานของ 'ซิม' และนักกอล์ฟไทยนักกอล์ฟไทยหลังจบการแข่งขัน

สรุปผลงาน จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล 'ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์' 
2017    -3,285    อันดับ 37 ร่วม
2019    E,288    อันดับ 54 ร่วม
2021         -21,267      อันดับ 2
2022.        -20,268     อันดับ 8 ร่วม
2023.       -20,268       อันดับ 3

สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ร่อนจดหมายเปิดผนึก เรื่อง 'การจัดโรงและรอบฉายที่ไม่เป็นธรรม' ตัดโอกาสหนังไทย

(7 มี.ค. 66) สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ได้โพสต์ จดหมายเปิดผนึก เรื่อง 'การจัดโรงและรอบฉายภาพยนตร์ไทย ที่ไม่เป็นธรรม' ระบุว่า...

สืบเนื่องจากมีประเด็นการจัดโรงและรอบฉายภาพยนตร์ไทยหลายครั้ง ล่าสุด คือ เรื่อง 'ขุนพันธ์ 3' โดยปัญหาการจัดโรงและรอบฉายที่ไม่เป็นธรรม ตัดโอกาสของภาพยนตร์ไทย เป็นปัญหาเรื้อรังที่เกิดขึ้นเรื่อยมา เป็นที่รับรู้กันอย่างกว้างขวางในหมู่คนทำงานในวงการภาพยนตร์ไทย

เมื่อการสร้างภาพยนตร์ไม่อาจเป็นหลักประกันได้ว่าภาพยนตร์เรื่องนั้นจะมีโรงและรอบฉายที่มากเหมาะสมสำหรับการสร้างรายได้ให้กับภาพยนตร์ จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ผู้สร้างจำนวนมากไม่กล้าลงทุนในภาพยนตร์คุณภาพที่มีเนื้อหาหลากหลาย จนเป็นเหตุให้ผู้ชมจำนวนมากรู้สึกเสื่อมศรัทธากับภาพยนตร์ไทย เพราะมีเนื้อหาที่ซ้ำซาก ไร้การพัฒนา แต่ในขณะเดียวกัน ภาพยนตร์ไทยหลายเรื่องที่มีเนื้อหาแปลกใหม่ มีคุณภาพ กลับได้รับการจัดโรงและรอบที่น้อยจนหมดโอกาสในการสร้างผู้ชมและรายได้

จบดรามา ‘ATTO 3’ หลังพบเสียหายจริงแค่เปลือกนอกหุ้มแบตฯ 'เจ้าของรถ' วอน!! อย่าเชื่อค่าซ่อมผิดๆ ที่แชร์ในโซเชียล

(7 มี.ค. 66) เจ้าของรถ BYD ที่กำลังเป็นประเด็นถึงเรื่องค่าซ่อมมหาโหด ได้ออกแถลงผ่านเฟซบุ๊ก ‘Seksan Laekreing’ ปมความไม่สบายใจของผู้ใช้งาน โดยระบุว่า

สวัสดีครับ ผมเป็นเจ้าของรถ ATTO3 ที่เกิดอุบัติเหตุที่เป็นข่าว 2-3 วันที่ผ่านมา จนทำให้เรื่องราวเป็นข่าวไปในวงผู้ใช้รถ BYD จนทำให้เกิดความไม่สบายใจที่ข่าวในบางสื่อบางช่องทางทำให้ข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริง ขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้เข้ามาชี้แจงและ update ให้ทุกท่านทราบหน่อยนะครับ

หลังจากที่รถได้เกิดอุบัติเหตุ ผมก็ได้โทรแจ้งบริษัทประกันฯเพื่อทำเรื่องเคลม และได้รับการประสานงานจากศูนย์บริการและบริษัทประกันภัยเข้ามาร่วมกันตรวจสภาพรถประเมิณความเสียหายต่าง ๆ ว่ามีอะไรต้องเปลี่ยนหรือมีอะไรสามารซ่อมได้ เพื่อจะได้ทำใบประเมิณราคาตามขั้นตอนประกัน ชิ้นส่วนต่าง ๆ โดยทางประกันก็ได้ให้ทางศูนย์บริการและทีมช่างเทคนิคจากเรเว่เข้าตรวจสอบด้วย และผมได้รับการติดต่อจากบริษัทประกันว่า ทางบริษัทประกันได้รับใบสรุปค่าเสียหายมาจากทางศูนย์บริการแล้ว ตามที่ทุกคนเห็นจากรูปที่ถูกเผยแพร่ โดยบริษัทประกันแจ้งว่าจะต้องเป็นการคืนทุนประกัน แต่ผมไม่สบายใจเพราะว่า มีรายการหลายรายการที่มีมูลค่าสูง ไม่อยากให้เป็นการคืนทุนประกัน เลยไปปรึกษาเพื่อนในวงการ เพื่อขอคำแนะนำ

ซึ่งต้องขอขอบคุณ PricezaMoney ที่ทำให้ผมเข้าใจในกระบวนการประกันภัยมากขึ้นว่า ราคาไม่น่าสูงขนาดนั้นเพราะบางอย่างอาจจะไม่ต้องเปลี่ยนหรือเป็นการซ่อมแซมได้ ทำให้ผมสบายใจขึ้น

‘ทนายตั้ม’ เตือนแม่ค้าขาย ‘กล่องสุ่มลุ้นรางวัล’ ระวังผิด พรบ. การพนันฯ ถึงขั้นติดคุก

(7 มี.ค. 66) นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ หรือ 'ทนายตั้ม' โพสต์เฟซบุ๊ก 'ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ' ระบุว่า “ตอนนี้มีประเด็นดรามากล่องสุ่มนะครับ เนื่องจากมีหลายท่านที่อยากรวยทางลัด สั่งซื้อกล่องสุ่มที่ผู้ขายอวดอ้างว่า แจกรางวัลเป็นเงิน เป็นทอง หรือของแบรนด์เนม มูลค่าหลายเท่าของเงินที่ซื้อ จนมีผู้หลงเชื่อมากมาย พอสุดท้ายถึงวันครบกำหนด ก็ไม่ส่งของให้ และทยอยคืนเงิน ใครโกรธ ใครทวงก็บอกให้ไปแจ้งความ”

แชร์อุทาหรณ์ อย่าปล่อย ‘เต่าบก’ ลงน้ำ อาจจมน้ำตาย จนกลายเป็นได้บาปแทน

เมื่อไม่นานมานี้ เฟซบุ๊ก ‘VolunteerInthai’ ได้แชร์เรื่องราวถึงนักบุญ ที่ชอบปล่อยสัตว์ แต่ด้วยความไม่รู้อาจทำให้ไม่ได้บุญ เพราะมีสัตว์บางชนิดที่ไม่สารถอยู่ในน้ำลึกได้ โดยระบุว่า

เผื่อช่วยอีกหลายชีวิต

อยากบอกว่า ประเภทของเต่ามีหลายชนิด 

‘ตระกูลรัตนพันธ์’ โดน ‘SC’ จี้ หลังให้ข้อมูลสื่อตีแผ่ข้อมูล พร้อมขู่!! ‘Top News’ หยุดนำเสนอข่าว-ลบข้อมูลทิ้ง

ครอบครัวรัตนพันธ์ ทำหนังสือถึงทีวีดาวเทียมช่องหนึ่ง เผื่อแผ่สื่อมวลชนทุกสำนัก กรณีแถลงข่าวแล้วเอสซี แอสเสท คู่กรณียื่นโนติสทีวีดาวเทียม หยุดนำเสนอข่าวและลบข่าวออกจากระบบ ขณะที่ก่อนหน้านี้เอสซีฯ แจงคดีอยู่ในศาล เคยแจ้งตลาดหลักทรัพย์แล้ว

(7 มี.ค. 66) จากกรณีที่ กลุ่มครอบครัวรัตนพันธ์ ได้เปิดแถลงข่าวที่ห้องกมลพร โรงแรมเดอะสุโกศล กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ระบุว่า ถูกบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ไม่ปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงการรวบรวมที่ดินเพื่อเสนอขาย เนื้อที่กว่า 34 ไร่ บริเวณถนนรัชดา-รามอินทรา แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กรุงเทพฯ เป็นเหตุให้ครอบครัวรัตนพันธ์ ต้องสูญเสียบ้านและที่ดินตามสัญญาประนีประนอมยอมความ มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท และต้องบ้านแตกสาแหรกขาด เนื่องจากทรัพย์สินทั้งหมดตกไปเป็นของนายทุนเงินกู้ ครอบครัวรัตนพันธ์ต่อสู้คดีกันด้วยตนเอง มายาวนานกว่า 3 ปี ซึ่งศาลได้มีคำสั่งรับฟ้องแย้งของครอบครัวรัตนพันธ์จำนวน 1,503 ล้านบาท เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2566 ที่ผ่านมา

ต่อมานายสมบูรณ์ คุปติมนัส เลขานุการ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ทำหนังสือถึงบรรณาธิการ สำนักข่าว Top News (หรือสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมท็อปนิวส์) ลงวันที่ 3 มี.ค. ขอให้ยุติเสนอข่าว อ้างว่าข้อมูลทั้งหมดที่กลุ่มครอบครัวรัตนพันธ์แถลงเป็นความเท็จ ข้อเท็จจริงทั้งหมดอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล ซึ่งบริษัทฯ ได้เป็นโจทก์ฟ้องดำเนินคดีกลุ่มบุคคลนี้ ในข้อหาหมิ่นประมาท ทั้งทางแพ่งและทางอาญา ขณะนี้ อยู่ในกระบวน การพิจารณาของศาล จึงขอแจ้งให้สำนักข่าว Top News ยุติการนำเสนอข่าว และนำออกจากสื่อออนไลน์ระบบคอมพิวเตอร์โดยทันที มิฉะนั้น บริษัทฯ จำเป็นที่จะต้องดำเนินคดีกับตามกฎหมายต่อไป

ล่าสุด ครอบครัวรัตนพันธ์ ทำหนังสือเรื่อง ครอบครัวรัตนพันธ์ขอยืนยันว่าสิ่งที่ได้แถลงข่าว และหรือการให้สัมภาษณ์เป็นความจริงทุกประการ ลงวันที่ 6 มี.ค. ที่ผ่านมา ถึงกองบรรณาธิการ สำนักข่าว Top News และพี่น้องสื่อมวลชนทุกสำนักข่าว ระบุว่า ตามที่ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ส่งหนังสือมายังกองบรรณาธิการ สำนักข่าว Top News โดยมีเนื้อหาให้ยุติการนำเสนอข่าวและนำออกจากสื่อออนไลน์โดยทันที โดยกล่าวอ้างเพียงว่าข้อมูลทั้งหมดที่ ครอบครัวรัตนพันธ์แถลงเป็นความเท็จทั้งสิ้นนั้น

ครอบครัวเราขอยืนยันว่า ทุกข้อมูลที่ได้นำเรียนไปในการแถลงข่าว ตลอดจนการได้รับเชิญให้มาร่วมรายการ การให้ข้อมูลผ่านการสัมภาษณ์ ต่าง ๆ นั้น เป็นความจริงโดยทั้งสิ้น และประการสำคัญที่ครอบครัวต้องตัดสินใจนำเรื่องดังกล่าวมาเปิดเผยต่อสาธารณะ เพราะตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา ครอบครัวเราต้องต่อสู้ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม อย่างโดดเดี่ยวมาโดยตลอด ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้ใช้ความพยายาม ในการร้องเรียนและติดตามไปในหลายช่องทาง แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับแต่อย่างใด จนทำให้ทางครอบครัวรู้สึกท้อใจ เพราะสิ่งที่กำลังต่อสู้อยู่นั้น คือ กลุ่มคนที่มีอำนาจ แต่ครอบครัวเราตระหนักดีว่าหากไม่สู้หรือยอมแพ้ พฤติกรรมแบบนี้ของคนกลุ่มนี้ อาจส่งผลกระทบให้กับประชาชนอื่น ๆ ตลอดจนครอบครัวอื่น ๆ ได้อีกเช่นกัน ครอบครัวรัตนพันธ์จึงตัดสินใจนำเสนอความจริงสู่สาธารณะ เนื่องจากเหตุการณ์เกี่ยวข้องกับกลุ่มบุคคลที่มีอำนาจทางการเมืองและบริษัท (มหาชน) ในตลาดหลักทรัพย์ที่ประชาชนทั่วไปเข้าลงทุนได้ การเปิดเผยข้อมูลที่เกิดขึ้นจากการให้ครอบครัวรัตนพันได้รับประโยชน์จากส่วนต่างราคาที่ดินกว่า 200 ล้านบาทหรือการนำเงิน 20 ล้านบาทออกมาจากบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ มาให้กับครอบครัวรัตนพันธ์ เพื่อปกปิดพฤติการณ์ของตนเองในขณะนั้น กระทำได้หรือไม่ ถูกต้องชอบธรรมกับผู้อื่นหรือไม่ เหตุใดคุณณัฐพงศ์ CEO ต้องให้เงิน 20 ล้านบาท และถ้าไม่ให้ในขณะนั้นได้หรือไม่ การเปิดเผยข้อมูลที่เกิดขึ้นของบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ และเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะทำให้ครอบครัวรัตนพันธ์ได้รับความเป็นธรรม

ครอบครัวรัตนพันธ์เห็นด้วยว่า ในการที่สาธารณะได้รับทราบข้อเท็จจริงจากครอบครัวเราเพียงฝ่ายเดียวนั้น ย่อมไม่เป็นธรรมกับบริษัทเอสชีฯ และครอบครัวชินวัตร ดังนั้นครอบครัวรัตนพันธ์จึงประสงค์ให้บริษัทเอสซีฯ และครอบครัวชินวัตรได้นำเสนอข้อเท็จจริงออกมาเพื่อให้ประชาชนได้รับฟังความจริงจากท่านเพื่อความเป็นธรรมกับตัวท่านเอง หาใช่ว่าจะใช้วิธีการข่มขู่ คุกคามให้สื่อมวลชน ยุติการนำเสนอข่าว ซึ่งการจำกัดเสรีภาพในการนำเสนอข่าวสาร เพื่อปิดกั้นการรับรู้ของประชาชนในสังคมเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในยุคประชาธิปไตย เพราะเสรีภาพสื่อคือเสรีภาพประชาชน การก้าวก่ายสื่อมวลชน ก็เท่ากับประชาชนขาดอิสรภาพในการรับรู้ข่าวสารไปด้วยไม่ต่างกัน นอกจากความจริงที่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะไปแล้วนั้น ครอบครัวรัตนพันธ์ยังมีข้อมูลความจริงอีกมาก ทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษรและคลิปเสียงหลักฐานในเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเอสซีฯ และบุคคลในครอบครัวชินวัตรโดยตรง เช่น กรณีของคุณพานทองแท้ ชินวัตร (โอ๊ค) ก่อนการตัดสินคดีความเมื่อปี 2562 ข้อมูลที่เราแถลงออกมาเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของหลักฐานที่มีอยู่เท่านั้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top