Friday, 17 July 2026
NEWS

(เชียงใหม่) พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 ประธานการแถลงผลการจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ 

วันพุธที่ 8 มีนาคม 2566 เวลา 10.00 น. ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงผลการจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 1 คดี  ตรวจยึดยาบ้า 6  ล้านเม็ด ยึดรถยนต์ 3 คัน (สภ.แม่จัน เชียงราย)โดยมี พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 เป็นประธานการแถลงข่าว ณ ใต้ตึก บก.สส.ภ.5 

ตามนโยบายรัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติด ในทุกมิติ  ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  กิตติประภัสร์ ผบ.ตร., นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน, พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข,พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และพล.ท.สุริยะ เอี่ยมสุโร มทภ.๓/ผอ.ศอ.ปส.ชน. ได้รับบัญชานำข้อสั่งการไปสู่การปฏิบัติ

ตำรวจภูธรภาค 5 โดย พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.กฤตธาพล ยี่สาคร, พล.ต.ต.เฉลิมพล จินตรัตน์พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ, พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน, พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ดุลเดชา อาชวะสมิตระกูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย และ พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5

ฝ่ายทหาร  โดย พล.ต.จรัส ปัญญาดี รอง มทน.3/รอง ผอ.ศอ.ปส.ชน., พล.ต.ศุภฤกษ์ สถาพรผล ผบ.กกล.ผาเมือง ฝ่ายปกครอง  โดย นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผวจ.เชียงราย สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 5  โดย นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ  ผอ.ป.ป.ส.ภาค 5 แถลงผลการตรวจยึดยาเสพติดรายสำคัญของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1   ยาบ้า จำนวน 6,000,000 เม็ด หน่วยที่ตรวจยึด สภ.แม่จัน จว.เชียงราย, ชปส.ภ.จว.เชียงราย, กก.สส.ภ.จว.เชียงราย, ชุดสกัดกั้นและปราบปราม  ยาเสพติดฯ ภ.5, สภ.เวียงแก่น, สภ.เชียงแสน, สภ.เชียงของ จว.เชียงราย, ป.ป.ส., ตชด.327,  ตชด.326, นรข., ทพ.3104 และทพ.31วัน-เดือน-ปี ที่ตรวจยึด 2 มีนาคม 2566 เวลาประมาณ 15.30 น.สถานที่ตรวจยึด บนถนนสาธารณะภายในหมู่บ้านห้วยน้ำราก หมู่ที่ 5 ต.จันจว้า อ.แม่จัน จว.เชียงราย ต่อเนื่อง  จุดผ่อนปรนบ้านแจมป๋อง หมู่ที่ 5 ต.หล่ายงาว อ.เวียงแก่น จว.เชียงราย ของกลาง   1. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 6,000,000 เม็ด 2. รถยนต์จำนวน 2 คัน

พฤติการณ์แห่งคดีก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจยึดได้ทำการสืบสวนพฤติการณ์เครือข่ายยาเสพติดกลุ่มชาวเขาเผ่าม้ง ซึ่งมีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ อ.แม่ฟ้าหลวง จว.เชียงราย เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ โดยใช้เส้นทางผ่านพื้นที่ อ.แม่จัน จว.เชียงราย และ อ.เชียงแสน จว.เชียงราย โดยกลุ่มขบวนการลำเลียงยาเสพติดใช้รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ดีแม๊คแคป สีดำ ติดแผ่นป้านทะเบียน 1กน 6*** เชียงใหม่ และรถยนต์กระบะ ยี่ห้อนิสสัน นาวาร่า สีน้ำตาล ติดแผ่นป้ายทะเบียน ผค 7*** เชียงราย เป็นยานพาหนะใช้ในการลำเลียงยาเสพติด เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2566 เวลาประมาณ 12.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจยึดได้รับแจ้งจากสายลับในพื้นที่ อ.แม่ฟ้าหลวง จว.เชียงราย ว่าพบกลุ่มรถยนต์ต้องสงสัยที่ได้แจ้งไว้ทั้ง 2 คัน ขับขี่อยู่ในพื้นที่ อ.แม่ฟ้าหลวง จว.เชียงราย ลักษณะมีพิรุธ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ออกติดตามพฤติการณ์ ปรากฏพบว่ารถยนต์กระบะ ทะเบียน 1กน 6*** เชียงใหม่ และรถยนต์กระบะ ทะเบียน ผค 7*** เชียงราย

ขับขี่วิ่งตามกันเป็นขบวนออกจากพื้นที่ อ.แม่ฟ้าหลวง จว.เชียงราย มุ่งหน้าไปทาง อ.แม่จัน จว.เชียงราย โดยด้านหลังกระบะมีผ้าใบปกคลุม ขับตามกันในลักษณะเป็นกลุ่มขบวนการลำเลียงยาเสพติด มีการใช้ความเร็วและชะลอเป็นระยะ ๆเพื่อเช็คการติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อรถยนต์ทั้ง 2 คัน ขับมาถึงเขตบ้านห้วยน้ำราก ม.5 ต.จันจว้า อ.แม่จัน จว.เชียงราย รถยนต์กระบะ ทะเบียน ผค 7*** เชียงราย ได้ขับมุ่งตรงไปทาง อ.เชียงแสน จว.เชียงราย เจ้าหน้าที่ชุดตรวจยึดส่วนหนึ่งได้ติดตามไป ส่วนรถยนต์กระบะ ทะเบียน 1กน 6*** เชียงใหม่ ได้กลับรถยนต์แล้วเลี้ยวเข้า ซอย 4 บ้านห้วยน้ำราก ม.5 ต.จันจว้า อ.แม่จัน จว.เชียงราย เมื่อขับมาถึงถนนสายสาธารณะบริเวณสวนยางพารา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจยึดได้ขับรถยนต์ติดตามมาจนทัน พบชายวัยรุ่น 2 คน ได้เปิดประตูรถยนต์ฯ แล้ววิ่งหลบหนีเข้าไปในสวนยางพารา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจยึดจึงได้ติดตามไปแต่ไม่พบตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจยึดจึงได้ทำการตรวจสอบรถยนต์พบกระสอบสีเขียว จำนวน 10 กระสอบ บริเวณในห้องโดยสารรถยนต์ และพบกระสอบสีเขียว จำนวน 20 กระสอบ บริเวณด้านหลังกระบะรถยนต์ รวมทั้งหมด 30 กระสอบ ปรากฏพบว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวนประมาณ 6,000,000 เม็ด

ตำรวจไซเบอร์ เตือนภัย SMS หลอกรับบัตรกำนัล Grab Gifts

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ขอประชาสัมพันธ์เตือนภัยมิจฉาชีพแอบอ้างเป็น Grab ส่งข้อความสั้น (SMS) ไปยังเหยื่อแจ้งว่าเป็นผู้โชคดีได้รับบัตรกำนัลมูลค่าต่างๆ หลอกลวงให้ติดตั้งแอปพลิเคชันควบคุมโทรศัพท์มือถือดูดเงินออกจากบัญชี ดังนี้

พนักงานสอบสวน บช.สอท. ได้รับแจ้งความร้องทุกข์จากผู้เสียหายหลายรายว่า ได้รับข้อความสั้น (SMS) จากมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็น บริษัท Grab แจ้งว่าได้รับบัตรกำนัล Grab Gifts มูลค่า 3,000 บาท พร้อมกับแนบลิงก์ให้ผู้เสียหายกดเพื่อเพิ่มเพื่อนทางแอปพลิเคชันไลน์กับ Grab ปลอม จากนั้นมิจฉาชีพก็จะทำการพูดคุยสนทนากับผู้เสียหายที่หลงเชื่อติดต่อเข้ามา เริ่มจากสอบถามว่าได้รับสิทธิ์มาจากช่องทางใด ขอทราบชื่อนามสกุล และหมายเลขโทรศัพท์ ระหว่างนั้นจะส่งลิงก์ Grab ปลอมให้ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นการหลอกลวงให้ติดตั้งแอปพลิชันปลอม มีการขอสิทธิ์ติดตั้งแอปพลิชันที่ไม่รู้จัก (ไฟล์อาจเป็นอันตราย หรือไฟล์นามสกุล .apk) มีการให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคล หลอกให้ตั้งรหัสผ่าน 6 หลัก จำนวนหลายๆ ครั้ง เพื่อหวังให้ผู้เสียหายกรอกรหัสชุดเดียวกันกับรหัสเข้าถึง หรือทำธุรกรรมการเงินของแอปพลิเคชันธนาคารต่างๆ ในโทรศัพท์มือถือ รวมไปถึงขอสิทธิ์ในการควบคุมอุปกรณ์ หรือโทรศัพท์มือถือของเหยื่อ เช่น ดูและควบคุมหน้าจอ ดูและดำเนินการ เป็นต้น โดยในขั้นตอนนี้มิจฉาชีพจะแสร้งหวังดีสอนผู้เสียหายว่าทำอย่างไร หรือในบางครั้งจะโทรไลน์มาบอกวิธีการด้วยตนเอง กระทั่งเมื่อมิจฉาชีพได้สิทธิ์ควบคุมอุปกรณ์หรือโทรศัพท์มือถือแล้ว จะทำการล็อกหน้าจอโทรศัพท์ ทำให้เสมือนโทรศัพท์ค้าง ซึ่งมักจะแสดงข้อความว่า อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบ ห้ามใช้งานโทรศัพท์มือถือ ทำให้มิจฉาชีพสามารถนำรหัสที่ผู้เสียหายเคยกรอกก่อนหน้านี้ทำการโอนเงินออกจากบัญชีของผู้เสียหายได้ทั้งหมด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้ความสำคัญ และมีความห่วงใยต่อภัยการหลอกลวงผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้างเป็นหน่วยงานต่างๆ หลอกลวงให้ประชาชนติดตั้งแอปพลิเคชันปลอมเอาทรัพย์สินของประชาชน สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งรับผิดชอบงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ได้กำชับสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเร่งดำเนินการปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง รวมถึงวางมาตรการป้องกันสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

ที่ผ่านมา กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา
ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้ขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดในโลกออนไลน์ทุกรูปแบบ มุ่งเน้นการสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

โฆษก บช.สอท. กล่าวอีกว่า การหลอกลวงในรูปแบบดังกล่าว มิจฉาชีพจะปรับเปลี่ยนหมุนเวียนชื่อหน่วยงานไปตามวันเวลา สถานการณ์ในช่วงนั้นๆ สร้างเรื่องมาหลอกลวงประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการได้รับสิทธิ์ต่างๆ การหลอกให้อัปเดตข้อมูล หรือหลอกลวงอย่างไรให้เหยื่อกดลิงก์ติดตั้งแอปพลิเคชันปลอมของหน่วยงานที่แอบอ้างนั้นๆ ที่ผ่านมาก็ปรากฏในหลายๆ กรณี เช่น กรมสรรพากร, กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), สายการบิน Thai Lion Air, บริษัท ไทยประกันชีวิต, กระทรวงพาณิชย์ และโครงการของรัฐต่างๆ โดยอาศัยความไม่รู้ และความโลภ ของประชาชนเป็นเครื่องมือในการหลอกลวง ใช้ความสมัครใจหลอกลวงเหยื่อให้ติดตั้งแอปพลิเคชันปลอม มีการใช้สัญลักษณ์ของหน่วยงานนั้นๆ ให้มีความน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตามขอฝากไปยังประชาชน ให้ระมัดระวังมีสติอยู่เสมอ รู้เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพ รวมไปถึงฝากแจ้งเตือนไปยังบุคคลใกล้ชิด หรือแจ้งไปยังหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานนั้นๆ หากพบเห็นข้อความสั้น (SMS) หรือลิงก์ ในลักษณะดังกล่าวให้ช่วยตรวจสอบ เพื่อลดการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ  

ดิ่งลงบ่อ เกิดอุบัติเหตุ!! เครื่องบินเล็กตก หลังนิคมฯ สินสาคร พบตาย 1 เจ็บ 1  จนท. เร่งตรวจสอบหาสาเหตุ

เครื่องบินเล็กตก หลังนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร จ.สมุทรสาคร มีผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บ

(8 มี.ค.66) ศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการจังหวัดสมุทรสาคร รายงานอุบัติเหตุ เครื่องบินเล็กตก บริเวณวังกุ้ง ถนนโคกขาม-สันดาบ หลังนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เบื้องต้น มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และเสียชีวิต 1 ราย

สวนนงนุชพัทยา ปลอกมะพร้าวแฝด สุก 11 ลูก ลูกแฝด 4 ลูก  นำเมล็ดไปขยายพันธุ์ เพื่อเป็นการอนุรักษ์พันธุ์ไม้หายาก

สวนนงนุชพัทยา โดยนายกัมพล  ตันสัจจา  ประธานสวนนงนุชพัทยา  โชว์ลูกมะพร้าวทะเล หรือมะพร้าวแฝด จำนวน 11 ลูก   ที่สุกและปอกเปลือกให้ชม พร้อมนำไปขยายพันธุ์ ซึ่งในจำนวนนี้มีลูกมะพร้าวแฝด จำนวน 4 ลูก  คือ มีกะลา 2 ใบใน 1ลูก  

นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา เปิดเผยว่า สำหรับมะพร้าวทะเล หรือมะพร้าวแฝด จัดเป็นปาล์มชนิดหนึ่ง มีถิ่นกำเนิดอยู่บนเกาะเล็ก ๆในหมู่เกาะซีเซลล์ ในมหาสมุทรอินเดีย มีเมล็ดขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาเมล็ดปาล์ม ส่วนมะพร้าวทะเลที่ปอกให้ชมในวันนี้ สวนนงนุชพัทยาจะนำไปปลูก 2 ต้นเพื่อขยายพันธุ์พืชและการอนุรักษ์พันธุ์ไม้หายากต่อไป

การศึกษาทั่วถึง!! ครม. เคาะ!! ทุนอุดมศึกษาพัฒนาชายแดนใต้ เฟส 4 มอบทุนคนละ 4 หมื่นบาท ให้เยาวชน 5 จชต. เรียนต่อ ป.ตรี

ครม.เห็นชอบโครงการทุนอุดมศึกษาพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้ เฟส 4 มอบทุนคนละ 4 หมื่นบาท เพิ่มโอกาสเรียนต่อปริญญาตรี

(8 มี.ค.66) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 มี.ค.2566 ครม.เห็นชอบโครงการสนับสนุนทุนการศึกษาต่อระดับปริญญาตรีในประเทศให้แก่เยาวชนที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปีการศึกษา 2566 – 2570 วงเงิน 419.5 ล้านบาท สำหรับใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการทุนอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระยะที่ 4 เพื่อให้การดำเนินการโครงการมีความต่อเนื่อง และเพิ่มโอกาสให้เยาวชนในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส จังหวัดสตูล และจังหวัดสงขลา 4 อำเภอ (จะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย) ได้เข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาในสาขาวิชาที่ขาดแคลนตามความต้องการของพื้นที่ รวมทั้งสามารถนำความรู้ไปพัฒนาท้องถิ่นภูมิลำเนาของตนเองได้

นาทีระทึกกลางดึก!! เกิดอุบัติเหตุ ‘รถเครน’ ล้มขวางถนนพระราม 2 พบเหล็กยึดฐาน-ตัวรถ หลุดออกจากกัน โชคดีไร้คนบาดเจ็บ

(8 มี.ค.66) เมื่อกลางดึกของคืน สถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร ได้รับแจ้งมีเหตุรถเครนที่ใช้ทำทางยกระดับพระราม 2 ล้มขวางถนนพระราม 2 เหตุเกิดบริเวณหน้าปั๊มน้ำมันเอสโซ่ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร  

พ.ต.ท.โสภาส ถนนทิพย์ สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร เข้าตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบรถเครนมีลักษณะเป็นรถเครนแขนยาว ซึ่งส่วนของตัวรถยังอยู่ในพื้นที่ก่อสร้างทางยกระดับ สภาพตัวรถตีนตะขาบยกล้อขึ้นด้านหนึ่ง ขณะที่ตัวเครนรถยกของนั้น ล้มลงมาพาดขวางถนนพระราม 2 จนถึงขอบฟุตบาทหน้าปั๊มน้ำมัน ทำให้รถไม่สามารถขับผ่านได้ ต้องปิดช่องจราจรฝั่งขาออกกรุงเทพฯ ทั้งหมด

รอจนกระทั่งเจ้าหน้าที่ฯ ผู้รับผิดชอบงานก่อสร้างเข้าเคลียร์พื้นที่จนเรียบร้อยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงสามารถเคลียร์พื้นที่ได้ การสัญจรจึงกลับมาเป็นปกติ

ช่วงเวลาเกิดเหตุเพียงเสี้ยววินาที เป็นจังหวะช่วงวินาทีที่ที่รถเครนกำลังจะขับผ่าน แต่สามารถเบรครถได้ทันชนิดเส้นยาเเดงผ่าแปด เครนล้มมากระแทกได้รับความเสียหายไม่มาก แค่แขนเครนมาขวางถนนเท่านั้น แต่ทั้งนี้ก็จะต้องมีการสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

เสี่ยงผิดกฎหมาย!! 'ทนายรัชพล' เตือน!! นทท.ฮิตใส่ชุดนักเรียน อาจผิดกฎหมาย หากปักชื่ออักษรย่อ แล้วตรงกับชื่อของโรงเรียนใดโรงเรียนหนึ่ง

ทนายรัชพล ออกโรงเตือนใส่ชุดนักเรียนทั้งที่ไม่ได้เป็นนักเรียน ผิดกฎหมาย-เสี่ยงถูกปรับ หลังเกิดเทรนด์ใหม่คนจีนฮิตใส่เที่ยวไทย

กลายเป็นกระแส Soft Power ของประเทศไทย เมื่อนักท่องเที่ยวและดาราซุปตาร์คนดังชาวจีนที่ได้เดินทางมาเที่ยวในประเทศไทย ต่างแห่ซื้อชุดนักเรียนไทยสวมใส่ถ่ายภาพเผยแพร่บนโลกโซเชียล จนกลายเป็นเทรนด์ใหม่ของนักท่องเที่ยวชาวจีน ส่งผลทำให้ร้านขายชุดนักเรียนย่านบางลำพูขายดีขึ้นกว่าเดิม

ทีเส็บ จัดโรดโชว์โครงการ ‘ประชุมเมืองไทย เร่งสร้างเศรษฐกิจไทย’ เยือนสงขลาสร้างความมั่นใจ จัดกิจกรรมไมซ์ช่วยฟื้นเศรษฐกิจไทย

‘ทีเส็บ’ เปิดตัวโครงการ “ประชุมเมืองไทย เร่งสร้างเศรษฐกิจไทย” ให้งบสนับสนุนองค์กร จัดประชุมและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัลภายในประเทศจำนวน 1,000 กลุ่ม หวังสร้างรายได้กว่า 100 ล้านบาท จัดโรดโชว์ที่แรก ณ จังหวัดสงขลา ในวันที่ 7 มีนาคม 2566 หนึ่งในไมซ์ซิตี้ภาคใต้ ณ โรงแรม New Season Square จังหวัดสงขลา กระตุ้นตลาดไมซ์ในประเทศ ช่วยฟื้นเศรษฐกิจไทย

นายพัฒนชัย สิงหะวาระ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ ภาคใต้ กล่าวว่า  ทีเส็บได้ให้การสนับสนุนหน่วยงาน หรือองค์กรที่ดำเนินการจัดประชุมองค์กรและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล ในประเทศอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2563 โดยในปี 2566 นี้ ทีเส็บได้เดินหน้าให้การสนับสนุนภายใต้ชื่อโครงการ “ประชุมเมืองไทย เร่งสร้างเศรษฐกิจไทย” เพื่อเร่งกระตุ้นนักเดินทางไมซ์และสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยใช้กลไกการสนับสนุนเป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดการจัดงานไมซ์ทั่วประเทศเพิ่มขึ้น ทั้งยังเป็นการกระจายรายได้ไปสู่ภูมิภาคอีกด้วย พร้อมกันนี้ยังเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไมซ์ ชุมชน รวมถึงธุรกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไมซ์ได้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ ก่อเกิดเป็นเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศ

ภายในงานโรดโชว์มีกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ เสวนากลยุทธการทำการตลาดเมืองผ่านโครงการประชุมเมืองไทย เร่งสร้างเศรษฐกิจไทย โดย นายศิวัตน์ สุวรรณวงศ์ ผู้บริหารโรงแรมบุรีศรีภู และ รองประธานหอการค้า จังหวัดสงขลา ดร.สิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา นายพีรชัย อัศดาชาตรีกุล ผู้จัดการอาวุโส ส่วนงาน MICE Innovation และดำเนินรายการโดย ดร.ณัฏฐณิชชา สิงห์บุระอุดม ผู้จัดการอาวุโส สำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคใต้

นอกจากนี้ ยังมีแนะนำการใช้แพลตฟอร์ม Thai MICE Connect และการสมัคร โดย นายนราศักดิ์ ม่วงแก้ว ผู้จัดการส่วนงาน MICE Innovation เจาะลึกการทำตลาดออนไลน์สำหรับลูกค้ากลุ่ม B2B โดย นายชวัลวิทย์ รักษผล Founder – M Creation Agency และมี Clinic ปรึกษาการใช้งาน Thai MICE Connect แบบ Exclusive ตัวต่อตัว

สำหรับโครงการ “ประชุมเมืองไทย เร่งสร้างเศรษฐกิจไทย” เป็นโครงการสนับสนุนด้านงบประมาณให้แก่ผู้ประกอบการและนิติบุคคลตามกฎหมายเอกชน ที่มีแผนการจัดการประชุมองค์กรและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัลในประเทศ โดยต้องมีการจัดกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งใน 7 ประเภท ได้แก่...

กิจกรรมการประชุม (Meetings) กิจกรรมการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (Incentives) กิจกรรมสัมมนา (Seminars) กิจกรรมการอบรม (Training) กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) กิจกรรมพนักงานสัมพันธ์ (Outing) และกิจกรรมศึกษาดูงาน (Field trip)

โดยตั้งเป้าหมายมีองค์กรสมัครเข้าร่วมขอรับการสนับสนุน 1,000 กลุ่ม มีจำนวนนักเดินทางไมซ์กว่า 30,000 คน สร้างรายได้หมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 100 ล้านบาท สร้างผลทางกระทบทางเศรษฐกิจ 180 ล้านบาท สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ (GDP Contribution) 101 ล้านบาท รัฐมีรายได้จากการจัดเก็บภาษี 6 ล้านบาท และก่อให้เกิดการจ้างงาน 120 อัตรา

ซึ่งมีเงื่อนไขการสนับสนุน 2 รูปแบบ คือ 1.งบสนับสนุนไม่เกิน 15,000 บาท ให้การสนับสนุนจำนวน 650 กลุ่ม สำหรับการจัดกิจกรรมเป็นระยะเวลา 1 วัน และ 2. งบสนับสนุนไม่เกิน 30,000 บาท ให้การสนับสนุนจำนวน 350 กลุ่ม สำหรับการจัดกิจกรรมอย่างน้อย 2 วัน 1 คืน โดยขอรับการสนับสนุนได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 22 สิงหาคม 2566

ทั้งนี้ ผู้ขอรับการสนับสนุนต้องจัดกิจกรรมนอกสถานที่ตั้งขององค์กร สามารถจัดงานได้ทั้งในโรงแรม สถานที่จัดงานพิเศษ และชุมชนทั่วทุกภูมิภาคภายในประเทศ โดยจะต้องเลือกสถานที่จัดงานที่มีฐานข้อมูลอยู่ในเว็บไซต์ www.thaimiceconnect.com ของทีเส็บอย่างน้อย 1 แห่ง และการจัดกิจกรรมจะต้องมีจำนวนผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 30 คน

สำหรับคุณสมบัติของผู้ขอรับการสนับสนุนจะต้องเป็น นิติบุคคลตามกฎหมายเอกชน ได้แก่ บริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน สมาคม และมูลนิธิ หรือ ผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมไมซ์ ได้แก่ บริษัทรับจัดการธุรกิจไมซ์ หรือ Destination Management Company (DMC) บริษัทรับจัดการประชุม บริษัทนำเที่ยว โรงแรม หรือสถานที่จัดงาน โดยต้องเป็นสมาชิกของสมาคมโรงแรมไทย สมาคมโรงแรมในภูมิภาคหรือจังหวัด หรือสมาคมต่าง ๆ ที่อยู่ภายใต้สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รวมไปถึงโรงแรมหรือสถานที่จัดงานที่ได้รับมาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย (Thailand MICE Venue Standards : TMVS) หรือ มาตรฐานสถานที่จัดงานอาเซียน (ASEAN MICE Venue Standards : AMVS)

สงขลา-"นิพนธ์" จับมือ"เดชอิศม์"เปิดศูนย์ประสานงานพรรคประชาธิปัตย์ เขตเลือกตั้งที่ 1 สงขลา ของ นายสรรเพชญ บุญญามณี คึกคัก ยืนยันพร้อมสู้ทุกเขต 

เวลาประมาณ 11.00 น. วันนี้  7 มีนาคม 2566 นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคปชป. พร้อมด้วยนายเดชอิศม์ ขาวทอง  รองหัวหน้าพรรคปชป.ภาคใต้ และ ส.ส.เขต 5 สงขลา  ร่วมในพิธีเปิดศูนย์ประสานงานพรรคประชาธิปัตย์ เขตเลือกตั้งที่ 1 สงขลา ถนนนครใน เขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา โดยมีนายไพเจน มากสุวรรณ์ นายก อบจ.สงขลา ผู้บริหาร และสมาชิกสภา อบจ.สงขลา  พร้อมด้วยว่าที่ผู้สมัครจากพรรคปชป. ทั้ง 9 เขตที่มาร่วมในการเปิดศูนย์นายสรรเพชญ บุญญามณี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในเขตเลือกตั้งที่ 1 สงขลา ประกอบด้วย นายนิพัฒน์ อุดมอักษร ว่าที่ผู้สมัครเขตเลือกตั้งที่ 2 นายสมยศ พลายด้วง ว่าที่ผู้สมัครเขตเลือกตั้งที่ 3 นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว ว่าที่ผู้สมัครเขตเลือกตั้งที่ 4 นายเดชอิศม์ ขาวทอง  ส.ส.เขต 5 รองหัวหน้าพรรคภาคใต้ และว่าที่ผู้สมัครในเขตเลือกตั้งที่ 5  นางสาวสุภาภรณ์ กำเนิดผล ส.ส.เขต 6 และ ว่าที่ผู้สมัครเขตเลือกตั้งที่ 6 นายศิริโชค โสภา ว่าที่ผู้สมัครเขตเลือกตั้งที่ 7 พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่  ส.ส.เขต 8 และว่าที่ผู้สมัครเขตเลือกตั้งที่ 8 และนายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ว่าที่ผู้สมัครเขตเลือกตั้งที่ 9  ร่วมแสดงความยินดีในการเปิดศูนย์ประสานงานนายสรรเพชญ บุญญามณี เขตเลือกตั้งที่ 1 ณที่ทำการศูนย์ประสานงาน โดยมีพระครูโสภณวราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ปฐมมาวาส พระอารามหลวง และรองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา เจิมป้าย ศูนย์ประสานงานพรรคปชป. เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ศูนย์ฯ   พร้อมด้วยประธานสาขาพรรค คณะกรรมการสาขา  สมาชิกพรรคปชป. และพี่น้องประชาชนเข้าร่วมในพิธีเปิดศูนย์ฯเป็นจำนวนมาก 

สำหรับบรรยากาศในช่วงเช้าของการเปิดศูนย์ ฯ เสียงเพลงเช้าวันใหม่ ของเมธี ลาบานูน ยังคงดังกึกก้อง เรียกความเชื่อมั่น และความศรัทธาที่มีต่อพรรคปชป. ของพี่น้องประชาชนที่เข้ามาร่วมในพิธีเปิดศูนย์ประสานงาน เขต 1 กลับมาอีกครั้ง ซึ่งทุกคนต่างร่วมแรง ร่วมใจส่งเสียงร้อง เรียกสรรเพชญดังกระหึ่ม แม้อากาศจะร้อนสักเพียงใด แต่ทุกคนไม่ถอย เพราะทุกคนคือครอบครัวประชาธิปัตย์ ที่พร้อมส่งเสียงเชียร์และให้กำลังใจ นายสรรเพชญ บุญญามณี และผู้สมัครทั้ง 9 เขต รวมถึงแกนนำชุมชน ที่สนับสนุนได้ทยอยมาร่วมอวยพร พร้อมทั้งมอบกระเช้าดอกไม้แสดงความยินดีในการเปิดศูนย์ฯ ครั้งนี้  ทำให้บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักสลับกับเพลงเช้าวันใหม่ 

นายนิพนธ์กล่าวว่า สิ่งที่ปชป.ทำมาขณะนี้ล้ำหน้าที่สุดคือเราจัดปราศรัยและทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ซึ่งอาจจะมีพี่น้องประชาชนที่ยังไม่เข้าใจอยู่บ้าง หรือยังไม่รู้ว่าพรรคเคยทำอะไรในอดีตซึ่งทางพรรคก็พยายามชี้แจงอยู่ในเรื่องนี้ คือพรรคเสนอตัวบุคคลความพร้อมในเขตเลือกตั้ง พรรคเสนอความพร้อมของพรรคปชป.ที่เป็นสถาบันการเมืองมายาวนานย่างเข้า 77 ปีในเดือนเมษานี้ กับพรรคอื่นที่เราเรียกว่าพรรคเฉพาะกิจ ที่ตั้งมาเพื่อให้ใครเป็นนายก แต่ถ้าไม่ได้เป็นนายกพรรคเหล่านั้นก็เลิกไป  ซึ่งเห็นมามากแล้วในอดีต ดังนั้นจึงไม่แปลกใจ  ประชาธิปัตย์เดินหน้าสร้างความเข้าใจ วันที่ 24 เราปราศรัยเพชรบุรี วันที่ 25 เราปราศรัยหาดใหญ่วันที่ 3 เราปราศรัยพัทลุง วันที่5 ปราศรัยที่ปัตตานี และเมื่อวานก็แราศรัยที่ กทม. ฉะนั้นนี่คือยุทธศาสตร์ของพรรคประชาธิปัตย์ที่บอกว่าเราขายความเป็นสถาบันทางการเมือง เราขายความเป็นผู้นำรวมหมู่ เราไม่ฝากความหวังไว้กับคนใดคนหนึ่ง ซึ่งจะเห็นว่าเราเปลี่ยนหัวหน้าพรรคมาเป็นคนที่ 8 แล้ว ประชาธิปัตย์ก็ยังอยู่ นี่คือความต่างจากพรรคอื่น มั้งความต่างในเชิงนโยบาย ความต่างในเรื่องผลงานในอดีต และความต่างในเรื่องตัวบุคคลที่เราเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านเป็นส.ส.มา 11 สมัยเป็นรัฐมนตรีตั้งแต่อายุ 36 ปีมาจนถึงปัจจุบันนี้ ท่านจุรินทร์ได้เป็นรัฐมนตรีทุกครั้งที่ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล นี่คือตัวบุคคลที่เรานำเสนอมาให้พี่น้องประชาชนเลือกฉะนั้นผมจึงคิดว่ายุทธศาสตร์ของประชาธิปัตย์เดินมาถูกทางแล้ว 

ผิดว่าไปตามผิด!! ศาลสั่งจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา 2 หนุ่มขายปฏิทินเป็ดเหลือง ผิด ม.112

ศาลอาญาตลิ่งชันสั่งจำคุก 2 ปีไม่รอลงอาญา 2 หนุ่มจำหน่ายปฏิทินเป็ดเหลืองหมิ่นเบื้องสูง ก่อนให้ประกัน 2.8 เเสนบาท

วันที่ 7  มีนาคม 2566 ที่ศาลอาญาตลิ่งชัน ถ.เลียบทางรถไฟ ศาลนัดฟังคำพิพากษา คดีดูหมิ่นสถาบัน หมายเลขดำ อ.1132/2564 คดีหมายเลขแดง อ.445/2566 ที่พนักงานอัยการ สํานักงานคดีอาญาตลิ่งชัน เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นาย นัท และนาย พิชญ์ (ขอสงวนนามสกุล) เป็นจำเลยที่ 1- 2 ตามลำดับในความผิดฐานหมิ่นสถาบันฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 

โดยพนักงานอัยการระบุฟ้องพฤติการณ์ความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 23-31 ธ.ค.63 จำเลยทั้งสองได้บังอาจร่วมกันดูหมิ่นสถาบันฯ ด้วยการร่วมกันจำหน่ายปฏิทินซึ่งมีข้อความและภาพที่เป็นหมิ่นประมาทและดูหมิ่นสถาบันฯ โดยปฏิทินดังกล่าว ได้พิมพ์ข้อความว่า “ปฏิทินพระราชทานรุ่นพิเศษ รวมทุกคำสอนของเรา" และในแต่ละเดือนมีรูปการ์ตูนเป็ดสีเหลือง และข้อความที่ปรากฏตามปฏิทินพระราชทานแบบตั้งโต๊ะ อันเป็นการล่วงละเมิด ล่วงเกิน ดูหมิ่น หมิ่นประมาทสถาบัน โดยจำเลยทั้งสองมีเจตนาทำลายสถาบันฯ ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะและเทิดทูนของประชาชนชาวไทย ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ไม่เคารพต่อสถาบันฯ เหตุเกิดที่แขวงหนองแขม เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร 

การให้ที่ยิ่งใหญ่!! หนุ่มวัย 24 บริจาคอวัยวะสร้างกุศลก่อนลาโลก ชาวเน็ตแห่ชื่นชม หลังญาติเปิดข้อความสั่งเสียสุดท้าย

วันที่ 7 มี.ค.66 สมาชิก TikTok@namtipsanguanwongwijit โพสต์คลิปขณะทีมแพทย์กำลังนำร่างของหลานชายเข้าผ่าตัดเพื่อนำอวัยวะไปบริจาค พร้อมระบุข้อความว่า "ผมชื่อตองคับ อายุ 24 ปี ผมประสบอุบัติเหตุเลือดออกในสมอง ไม่สามารถผ่าตัดได้เนื้อสมองตาย ผมเลยบริจาคอวัยวะของผม หัวใจ ไต ม่านตา 3 อย่างนี้ยังใช้งานได้ดี ถึงผมจะไม่ได้อยู่ใช้มันแล้ว ผมขอส่งต่อให้ผู้ที่ต้องการ ฝากผู้รับดูแลหัวใจหล่อๆของผมด้วยนะคับ #ผมขอออกเดินทางไปก่อนนะคับ บายบายคับ"
 

ตลกจนคนไม่เชื่อ!! ‘แน็ก ชาลี’ ขับเครื่องบินได้ แถมยังเคยมีเครื่องบินส่วนตัว

เริ่มกลับมารับงานพร้อมปรับลุคอีกครั้ง หลังอาหารสัตว์เลี้ยงที่บ้านหมด สำหรับนักแสดงหนุ่มอารมณ์ดี แน็ก – ชาลี ไตรรัตน์ ที่ช่วงนี้ค่อนข้างโด่งดัง และเป็นที่นิยมถูกพูดถึงในโลกโซเชียลอย่างล้นหลาม

อย่างคลิปล่าสุดในไลฟ์ TIKTOK  แน็ก ได้ไปไลฟ์ขายของกับ โฟกัส จีระกุล ใน TikTok ซึ่งในระหว่างไลฟ์ แน็ก ได้เล่าว่า เขาเคยเป็นนักบิน ขับเครื่องบินได้ และเป็นคนชอบเครื่องบิน แถมยังเคยมีเครื่องบินส่วนตัวอีกด้วย

โดยแน็กเล่าว่าถึงจะเรียนไม่จบ แต่เมื่อก่อนชื่นชอบวิชาคณิตฯ มากๆ ตอนเป็นนักบิน เห็นผมตลกแบบนี้แต่ผมชอบเครื่องบินมาก และสามารถขับมันได้ แถมยังมีใบอนุญาตขับเครื่องบิน หรือ (license) ด้วย และเคยมีเครื่องบินเป็นของตัวเองแต่ตอนนี้ขายไปหมดแล้ว ต้องใช้คำว่า 'เคยมี'

แน็ก ย้ำว่า ถึงผมจะไม่เป็นนักบิน แต่ผมก็มีใบอนุญาต ผมมีเครื่องบินส่วนตัวจริงๆ ที่ขับ ผมยังเคยไลฟ์สอนขับเครื่องบินนานถึง 4 ชั่วโมงแต่ชาวเน็ตที่เข้ามาดูเป็นพันคนไม่มีใครเชื่อ มีแต่คนขำบอกว่าผมกำลังเพ้อฝันอยู่ ไม่รู้ขำเพราะอะไร ขอถามหน่อยว่า ผมไม่มีความน่าเชื่อถือของการเป็นนักบิน ขับเครื่องบินได้เหรอ
 

‘ครม.’ ไฟเขียว ขยายเวลายกเว้นภาษีนิติบุคคล 50% หวังจูงใจเอกชน จ้างงานผู้พ้นโทษเพิ่มอีก 4 ปี

(7 มี.ค. 66) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นการขยายระยะเวลามาตรการภาษี เพื่อสนับสนุนการจ้างงานผู้พ้นโทษออกไปอีก 4 ปี สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2565 แต่ไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2568 (4 ปีภาษี) จากเดิมที่สิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2564 เพื่อเป็นการจูงใจให้ผู้ประกอบการรับผู้พ้นโทษเข้าทำงานอย่างต่อเนื่อง

มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการจ้างงานผู้พ้นโทษนี้ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่รับผู้พ้นโทษที่ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันที่ได้รับการปล่อยตัวเข้าทำงาน จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินได้เป็นจำนวนร้อยละ 50 ของรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้พ้นโทษเฉพาะที่ไม่เกิน 15,000 บาทต่อคนต่อเดือน สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2565 แต่ไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2568

‘แก๊งลักลิง’ โผล่สุโขทัย วางกรงเหล็ก-ถั่วลิสง เป็นกับดัก คาดขายชาวต่างชาติ ทำเมนูพิสดาร-ยาโด๊ปทางเพศ

(7 มี.ค. 66) รายงานข่าวแจ้งว่า ในป่าชุมชนเขตวัดเขานกยูง หมู่ที่ 9 ต.นาขุนไกร อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ได้มีกลุ่มคนแปลกหน้านำกรงเหล็กขนาดใหญ่ มาวางดักจับลิงแสมที่มีอยู่จำนวนมาก คาดว่าจะลักไปขายให้ชาวต่างชาติ เพื่อทำอาหารเปิบพิสดาร เป็นยาโด๊ปเพิ่มพลังทางเพศ หรือไม่ก็เอาไปเป็นหนูทดลองยา ตามที่กำลังเป็นกระแสอยู่ขณะนี้

นายธนวันต์ อยู่พ่วง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 ต.นาขุนไกร เปิดเผยว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ขณะที่ตนเองกับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และสมาชิก อบต. กำลังขับรถตระเวนตรวจตราความเรียบร้อยในหมู่บ้านและเขตป่าชุมชน พร้อมกับช่วยชาวบ้านไล่ต้อนลิงที่บุกลงมากินอ้อยในไร่ ให้กลับเข้าไปในป่าด้วยนั้น ระหว่างเดินตามลิงเข้ามาถึงตีนเขาตรงหน้าปากถ้ำ ด้านหลังวัดเขานกยูง ก็เห็นผิดสังเกตเพราะมีเมล็ดถั่วลิสงกับข้าวโพด โปรยทั่วป่าเต็มไปหมด

พอเดินลึกเข้าป่าไปอีก 300 เมตร ก็เจอกรงเหล็กใหญ่ ขนาดกว้าง 4 เมตร ยาว 6 เมตร พร้อมเชือกเส้นยาวผูกมัดกับประตู ไว้คอยกระตุกปิดกรงเหล็ก แล้วในกรงก็ยังมีถั่วลิสงจำนวนมาก วางไว้หลอกล่อลิงให้เข้ามากินด้วย ทั้งนี้ คาดว่าแก๊งขโมยคงจะเห็นมีคนเดินเข้ามา จึงเผ่นหนีทิ้งหลักฐานไปอย่างรวดเร็ว

พี่ชาย แต่งหน้าหีบศพน้องสาวด้วยต้นไม้ เสร็จงานแล้วไม่เหลือทิ้ง แจกจ่ายไปปลูกต่อ

พี่ชายวัย 56 ปีตกแต่งหน้าหีบศพน้องสาวด้วยไม้ดอกไม้ประดับ โดยเฉพาะต้นกุหลาบสีแดงที่น้องสาวชอบ เสร็จงานแล้วแจกผู้ที่มาร่วมงานนำไปปลูกต่อเพื่อจะได้ระลึกถึงผู้วายชนม์และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม มีผู้ที่สนใจจองต้นไม้ไปปลูกต่อจนหมดเกลี้ยงแล้ว

วันนี้ (7 มี.ค.66) ที่วัดท่าพญา หมู่ที่ 4 ต.ท่าพญา อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพของ น.ส.สนธยา เรืองดุก อายุ 48 ปี ซึ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2566 โดยก่อนตายน้องสาวได้สั่งเสียเอาไว้ว่า ห้ามไม่ให้มีการตกแต่งหน้าหีบศพอย่างสิ้นเปลืองเนื่องจากผู้ตายเป็นคนสมถะและไม่ต้องการให้เป็นภาระของครอบครัวในเรื่องค่าใช้จ่ายที่สิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น แต่เนื่องจากผู้ตายเป็นคนชอบปลูกต้นไม้ โดยเฉพาะต้นกุหลาบ ทำให้นายไสว เรืองดุก อายุ 56 ปีซึ่งเป็นพี่ชายและเป็นคนทำผ้าบาติกขายจึงผุดไอเดียตกแต่งหน้าโลงศพด้วยผ้าบาติกผืนใหญ่ลายดอกแคทลียา ฝีมือของตนจำนวน 1 ผืน ส่วนต้นไม้ได้นำมาจากบ้านส่วนหนึ่ง และหาซื้อตามร้านขายต้นไม้อีกส่วนหนึ่ง ในราคาหลักสิบจำนวน 100 ต้น

โดยเฉพาะดอกกุหลาบสีแดง ซึ่งผู้ตายชอบเป็นชีวิตจิตใจ นายไสว พี่ชายจึงซื้อมาตกแต่งหน้าหีบศพ เพื่อสื่อให้วิญญาณของน้องสาวรับรู้ว่ามีสิ่งสวยงามและต้นไม้ที่รักวางอยู่ข้างหน้า ซึ่งงบประมาณที่ใช้ตกแต่งหน้าหีบศพมีราคาแค่ 2,160 บาทเท่านั้นถูกกว่าการจัดแต่งด้วยดอกไม้สดหรือดอกไม้แห้งที่มีราคาหลักหมื่นเป็นอย่างมาก นอกจากจะช่วยประหยัดงบประมาณแล้วยังเป็นไม้ฟอกอากาศ สร้างสีสันและความสวยงาม ทำให้ผู้พบเห็นมีความสดชื่น เกิดความสบายตา สบายใจขึ้นและยังสามารถลดความเศร้าหมองลงได้มาก
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top