Monday, 9 November 2026
NEWS

วงดุริยางค์กรุงเทพคริสเตียนรับรางวัลเยาวชนดีเด่นจากนายกรัฐมนตรี

วงดุริยางค์โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยได้ผ่านการพิจารณาคัดเลือกเด็กและเยาวชนดีเด่นและนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ ประจำปี 2567 เพื่อเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี เนื่องในงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2567 โดยการรับราวัลในครั้งนี้พิจารณาการคัดเลือกจากผลงานของวงดุริยางค์โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยที่ได้รับรางวัล GOLD DISTINCTION เหรียญทองเกียรติยศ WINNER IN MIDDLE CLASS ชนะเลิศการประกวดในระดับนานาชาติในงานเทศกาลดนตรี The 24th International Festival of Wind Orchestras Prague

เมื่อวันที่ 24 มิถุนยน 2566 ณ โรงแรม Olsanka Congress Hall กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก และรางวัล GOLD DISTINCTION เหรียญทองเกียรติยศ รองชนะเลิศอันดับ 1 ในการประกวดวงดุริยางค์นั่งบรรเลงระดับนานาชาติรายการ Rasteder International Music Festival 2023 (European Open Championship) เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2566 ณ เมืองอาร์สทีเดอร์ (Rastede) ประเทศเยอรมนี

เจนกิจ นัดไธสง รายงาน 

‘มูลนิธิบรรหาร-แจ่มใสฯ’ เตรียมมอบเงินเยียวยาครอบครัวเหยื่อพลุระเบิด พร้อมเกื้อหนุนค่าเล่าเรียนเด็กที่สูญเสียพ่อแม่ จนจบปริญญาตรี

(19 ม.ค.67) น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ที่ปรึกษาคณะที่ปรึกษาติดตามและเร่งรัดขับเคลื่อนนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะที่ปรึกษาศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า ในวันที่ 23 ม.ค.67 ซึ่งจะครบ 7 วันของเหตุการณ์โรงงานพลุระเบิดที่ ต.ศาลาขาว อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 23 ราย ทางกระทรวงพม.จึงจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ล่วงลับ รวมทั้งเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับครอบครัวของผู้สูญเสีย และพี่น้องประชาชนในบริเวณใกล้เคียง รวมถึงประชาชนทั่วไป เนื่องจากเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นโศกนาฏกรรมที่กระทบกระเทือนจิตใจของทุกๆ คนเป็นอย่างมาก และเมื่อเสร็จจากทำบุญแล้วจะเยี่ยมครอบครัวผู้เสียชีวิตเพื่อให้กำลังใจ โดยเฉพาะ 3 ครอบครัวที่สูญเสียทั้งพ่อและแม่ซึ่งเป็นเสาหลักในการหาเลี้ยงครอบครัว 

น.ส.กัญจนา กล่าวว่า ในนามตัวแทนของมูลนิธิบรรหาร-แจ่มใส ศิลปอาชา จะได้มอบเงินให้กับ 17 ครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้ง 23 ราย เพราะบางครัวเรือนมีผู้เสียชีวิตมากกว่าหนึ่งราย โดยจะมอบให้ครัวเรือนละ 20,000 บาท อย่างไรก็ตาม เท่าที่ทราบข้อมูลเบื้องต้น มีเด็กเยาวชนที่อยู่ในวัยศึกษาซึ่งสูญเสียทั้งพ่อและแม่อยู่ประมาณ 4 ราย ดังนั้นมูลนิธิบรรหาร-แจ่มใส ศิลปอาชา จะช่วยสนับสนุนทุนการศึกษาอย่างน้อยถึงระดับปริญญาตรี

พิษณุโลก มทบ.39 ทำพิธีปิดการฝึก (ผลัดที่ 2) ของนักศึกษาวิชาทหารพร้อมฝึกความเป็นผู้นำ และเป็นกำลังสำรองที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ

เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 67 เวลา 1030  พล.ต.กฤษณะ ภู่ทอง ผบ.มทบ.39 เป็นประธานใน พิธีปิดการฝึกภาคสนาม ของสถานศึกษาในพื้นที่ จว.พ.ล. และ จว.ส.ท. ผลัดที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2566 มี นศท. เข้ารับการฝึก จำนวน 39 สถานศึกษา รวม นศท. 339 นาย ณ หน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มทบ.39 อ.เมือง จว.พ.ล.

ในการนี้ ประธานในพิธีฯ ได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับ นศท.บังคับบัญชา ที่มีภาวะเป็นผู้นำ มีลักษณะทางทหารดีเด่น เป็นต้นแบบที่ดีของ นศท. และ นศท.มีผลคะแนนการยิงปืนดีเยี่ยม พร้อมทั้งได้มอบประกาศนียบัตรให้กับ ผกท. ที่มีความวิริยะ เสียสละ มากำกับควบคุมดูแล นศท. เป็นประโยชน์ต่อการฝึกภาคสนาม นศท. เป็นอย่างยิ่ง และได้กล่าวให้โอวาทให้กับ นศท. ให้เป็นเยาวชนต้นแบบ เป็นกำลังสำคัญที่พร้อมเติบโตเป็นผู้นำ เป็นผู้ที่มีความเสียสละ มีจิตอาสา พร้อมพัฒนาประเทศและทำเพื่อสังคมส่วนรวมโดยไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ปรีชา นุตจรัส รายงานข่าวพิษณุโลก

ทัวร์ลง!! ‘Pigkaploy’ จนต้องลบคลิป ‘ทหารมีไว้ทำไม’ เจ้าตัวยัน!! ไม่ได้รับบรีฟจากกองทัพ หรือเป็นพรรคพวกฝั่งใด

(19 ม.ค. 67) จากกรณีที่ ยูทูบช่อง ‘Pigkaploy’ ของพลอย พลอยไพลิน ปล่อย EP. ล่าสุด ชื่อตอน ‘ทหารมีไว้ทำไม EP.1’ ตอน ‘ลองใช้ชีวิตเป็นทหารชายแดนเหนือ 3 วัน 2 คืน l ไทย-เมียร์มาร์’ เมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการติดตามการทำงานของทหารชายแดนเหนือไทย-เมียนมา ที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ทั้งการปราบปรามการลักลอบข้ามชายแดนผิดกฎหมายผ่านเส้นทางธรรมชาติ การลักลอบขนยาเสพติด ตัดไม้ทำลายป่า ฯลฯ จนเรียกเสียงวิจารณ์จากโลกโซเชียลไม่น้อย 

และยังมีเพจของทหารที่พร้อมใจกันแชร์คลิปดังกล่าว จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า คลิปดังกล่าวเป็นการทำขึ้นตามที่รับบรีฟจากกองทัพบกหรือไม่ จน ‘พลอย’ ต้องออกมาชี้แจงว่า “โปรเจ็กต์นี้ไม่มีการรับบรีฟจากกองทัพบก มีเพียงได้รับการสนับสนุนในการถ่ายทำ”

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพลอยจะได้เปลี่ยนปกคลิปและชื่อคลิป จาก ‘ทหารมีไว้ทำไม’ เป็น ‘ตามติดชีวิตทหารชายแดน’ เพื่อป้องกันคนเข้าใจผิด แต่ก็ยังมีผู้ที่มองว่า ปัญหาอยู่ที่เนื้อหาในคลิป และได้กลายเป็นพื้นที่ต่อคารมกันระหว่างผู้ที่เห็นต่าง โดยในกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบ ต่างพากันชื่นชมคลิปของพลอย และขอบคุณที่ทำคลิปออกมาปกป้องทหาร และบอกว่า พลอยเป็นพรรคพวกเดียวกับพวกเขา ซึ่งในคอมเมนต์ดังกล่าว พลอยถึงกับต้องออกมาตอบว่า “ไม่ใช่นะคะ”

ล่าสุด พบว่าคลิปดังกล่าวได้หายไปจากช่อง Pigkaploy แล้ว แต่ก็ยังมีบางช่องที่โหลดคลิปเก็บไว้เรียบร้อย

พ่อเมืองเชียงราย!!จับอีกน้ำกระท่อมแต่งกลิ่นรสชาติจัดระเบียบสังคมป้องกันเด็กและเยาวชน

วันที่ 18 มกราคม 2567 เวลา 23.30 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และนายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ ปลัดจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการให้คณะทำงานจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการจังหวัดเชียงราย นำโดยนายกองรบ กระทุ่มนัด ป้องกันจังหวัดเชียงราย  ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดเชียงราย สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดเชียงรายที่ 1 ปลัดอำเภอเมืองเชียงราย สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอเมืองเชียงรายที่ 3 กอ.รมน. ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย เทศบาลนครเชียงราย  สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงราย พมจ.เชียงรายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจเพื่อจัดระเบียบสังคมตรวจสอบการกระทำผิดของสถานประกอบการที่ฝ่าฝืนกฎหมาย
    
ทั้งนี้ได้เข้าตรวจสอบร้านวัยรุ่นดูใบ พลังใบ by สองพี่น้อง ตั้งอยู่เลขที่ 850/1 หมู่ที่ 3 ถนนเกาะทอง ตำบลรอบเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เนื่องจากมีการแจ้งเบาะแสมาที่คณะทำงานฯ ว่าร้านดังกล่าวมีการจำหน่ายน้ำกระท่อมปรุงให้แก่เด็กและเยาวชน มีการมั่วสุม เสียงดังก่อให้เกิดความเดือนร้อนรำคาญให้แก่ที่พักอาศัยบริเวณใกล้เคียง เปิดให้บริการไม่มีเวลาปิดจนกว่าลูกค้าจะหมดจากจากการเข้าตรวจสอบพบมีผู้ใช้บริการกว่า 30 คน นั่งดื่มกินน้ำกระท่อมผสมน้ำหวานแต่งกลิ่น ฯลฯ ภายในร้าน จากการสอบถามอาการของผู้มาใช้บริการ ว่าอาการที่กินน้ำกระท่อมเป็นอย่างไร ซึ่งแต่ละคนจะสำแดงอาการไม่เหมือนกัน เช่น เมา มึน อึนๆ คึก ซึม แล้วแต่อาการของแต่ละคน และจากการตรวจค้นยังพบยาแก้ไอ ที่เปิดขวดแล้ว อยู่บริเวณจุดปรุงน้ำกระท่อม และที่ไม่ได้เปิดขวดอีกจำนวนหนึ่ง และพบขวดยาแก้ไอที่ใช้หมดแล้วอยู่ภายในบริเวณร้านเป็นจำนวนมาก ทั้งยังตรวจพบบุหรี่ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้อีก 1 กระเป๋า
     
ซึ่งจากการตรวจสอบภายในร้านพบมีบุคคลแสดงตัวเป็นเจ้าของร้าน
จำนวน 1 คน แต่จากการตรวจสอบใบอนุญาต ไม่พบหนังสือรับรองการแจ้งการสะสมอาหาร ตามพรบ.การสาธารณสุข และมีการจำหน่ายน้ำกระท่อม โดยฝ่าฝืน พรบ.อาหารฯ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจร้านดังกล่าวยังไม่มีการตรวจความปลอดภัยของอาหารและไม่ได้ส่งมอบสลากให้สำนักงานอาหารและยาตรวจอนุมัติก่อนนำไปใช้ตามเงื่อนไขของประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยอาหารใหม่หรือที่ผลิตเพื่อการส่งออกเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานนำส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป
สันติ วงศ์สุนันท์/ผู้สื่อข่าวเชียงราย

สมาคมแม่บ้านตำรวจสร้างไอเดียในยุคดิจิตอล อบรมการตลาดออนไลน์ 'เจาะตลาดออนไลน์ให้ยอดขายสุดปัง' ให้กับครอบครัวตำรวจต่อยอด สร้างอาชีพที่ยั่งยืน

คุณนิภาพรรณ สุขวิมล นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ กล่าวว่า สมาคมแม่บ้านตำรวจ จัดโครงการฝึกอบรม E- Learning อบรมการตลาดออนไลน์ ในหัวข้อเรื่อง “เจาะตลาดออนไลน์ให้ยอดขายสุดปัง” ในวันนี้ (19 มกราคม 2567) ตั้งแต่ เวลา 08.30 - 16.30 น. ณ ชั้น 32 อาคารศูนย์ฝึกกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

ทั้งนี้ สมาคมแม่บ้านตำรวจตระหนักว่า ในปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีปัจจุบันทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เทคโนโลยีสารสนเทศได้เข้ามามีบทบาทและความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะธุรกิจการค้าขายออนไลน์ผู้บริโภคซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้นโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ทดแทนการซื้อจากการตลาดแบบดั้งเดิม และมีแนวโน้มในการหาข้อมูลและตัดสินใจออนไลน์มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  ปัจจุบันมีสื่อออนไลน์รูปแบบใหม่ ๆ เกิดขึ้นมามากและมีบทบาทต่อผู้บริโภคในการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการ

สมาคมแม่บ้านตำรวจเห็นว่าการเรียนรู้เกี่ยวกับช่องทางการตลาดยุคดิจิทัล การวิเคราะห์ช่องทางการตลาดที่มีศักยภาพมีความสำคัญ เพื่อเป็นการสร้างแรงบันดาลใจ จึงได้จัดทำโครงการ E-learning ขึ้น เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพและทักษะชีวิตให้ข้าราชการตำรวจและครอบครัว และที่สำคัญเป็นการต่อยอดของโครงการ OPOP (One Province One Product) เพื่อขยายฐานการตลาดออนไลน์ให้กับผลิตภัณฑ์ของครอบครัวข้าราชการตำรวจ ที่อยู่ในโครงการ OPOP ของสมาคมแม่บ้านตำรวจ เพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวข้าราชการตำรวจ นำไปใช้เสริมการประกอบอาชีพ สร้างความรู้ความเข้าใจทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงทักษะในการนำเครื่องมือ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ในปัจจุบัน เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ แทปเลต โปรแกรมคอมพิวเตอร์ และสื่อออนไลน์ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการสื่อสาร หรือใช้เพื่อพัฒนาอาชีพให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพ และสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับช่องทางการตลาดยุคดิจิทัลให้กับข้าราชการตำรวจและครอบครัว เพื่อส่งเสริมการสร้างอาชีพให้เกิดการพึ่งพาตนเองและนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

สมาคมแม่บ้านตำรวจเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้ จึงได้จัดโครงการฝึกอบรม E- Learning อบรมการตลาดออนไลน์ ในหัวข้อเรื่อง “เจาะตลาดออนไลน์ให้ยอดขายสุดปัง” ขึ้น โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญเป็นที่ยอมรับจากโลกออนไลน์ บรรยายเกี่ยวกับการสร้างแรงบันดาลใจในการขายสินค้าออนไลน์  เทคนิคดีๆ ในการทำคอนเทนต์อย่างไรให้โดนใจลูกค้า ซึ่งมีวิทยากรคือ อาจารย์แชมป์ คุณธิติพล เทียมจันทร์ ที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ อันดับ 1 Thailand Number One Digital Marketing Consultant เจ้าของเว็บบล็อกเกี่ยวกับการตลาดและการตลาดออนไลน์ ที่มียอดผู้เข้าชมต่อเดือนมากกว่า 3 หมื่นครั้ง และเป็นผู้ก่อตั้งและร่วมบริหาร เว็บไซต์ อีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์ม และเว็บแอปพลิเคชั่น และวิทยากรอีกท่านคือ  คุณฝน คุณภัทรนิษฐ์ ไชยโอฬารวงศ์ เจ้าของและ CEO Topslim ผู้ประสบความสำเร็จจากการตลาดออนไลน์ จะมาเล่าถึงประสบการณ์และไขข้อข้องใจเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์
 
การอบรมสัมมนาในวันนี้ เป็นการอบรมครั้งที่ 1 ทางทีมงานฯ ได้มีการประกาศข้อมูลประชาสัมพันธ์ผ่านกลุ่ม Line ข้าราชการตำรวจและครอบครัว ผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อย (SME) เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งมีข้าราชการตำรวจและครอบครัวพร้อมทั้งประชาชนทั่วไปสนใจจำนวนมาก จากนั้นได้คัดเลือกตามลำดับการลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมอบรม ซึ่งทางทีมงานสมาคมแม่บ้านตำรวจจะได้มีการอบรมในครั้งต่อไป สำหรับสมาชิกสมาคมแม่บ้านตำรวจท่านใดพลาดในการอบรมในครั้งนี้ สามารถติดต่อตามข่าวสารจากเฟซบุ๊ค และเพจของสมาคมแม่บ้านตำรวจได้ หรือผู้สนใจในกิจกรรมการอบรมนี้ ท่านสามารถติดตามการบรรยาย Facebook Live ผ่านเพจสมาคมแม่บ้านตำรวจในวันนี้  เวลา 09.00-12.00 น. 

'กมธ.อุตฯ' เรียกสอบหน่วยงาน แก้ไขกฎขออนุญาตตั้งโรงงาน หลัง 'โรงงานพลุ-คลังเก็บดอกไม้ไฟ' ระเบิดถี่ขึ้นในช่วงหลัง

เมื่อวานนี้ (18 ม.ค. 67) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม (กมธ.) สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์โรงงานพลุระเบิดใน จ.สุพรรณบุรีว่า ขอแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์โรงงานพลุระเบิดที่ จ.สุพรรณบุรี ประเทศไทยเรามีเหตุการณ์จากโรงงานพลุระเบิดและโรงงานเก็บดอกไม้ไฟระเบิดมาหลายครั้งมากและเกิดถี่ขึ้นในช่วงหลัง ตนเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการปรับปรุงกฎระเบียบการขออนุญาตตั้งโรงงานผลิตพลุดอกไม้ไฟทั่วประเทศเสียใหม่

ประธานกมธ.อุตสาหกรรม กล่าวว่า เดิมที พ.ร.บ.โรงงานอุตสาหกรรมกำหนดไว้ว่า เครื่องจักรที่น้อยกว่า 50 แรงม้า หรือมีคนงานน้อยกว่า 50 คนไม่ต้องขออนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม ดังนั้นโรงงานผลิตพลุและดอกไม้ไฟส่วนใหญ่จะอยู่นอกเหนือการตรวจสอบของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ถึงแม้จะเรียกว่าโรงงาน แต่กรมโรงงานอุตสาหกรรมไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ เนื่องจากอยู่นอกเหนือกฎหมาย แต่หลังจากเกิดเหตุโรงงานพลุดอกไม้ไฟระเบิดอยู่บ่อยครั้งได้สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาล จึงเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องสังคายนากฎระเบียบนี้เสียใหม่

นายอัครเดช กล่าวว่า จากนี้ไปจะต้องเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมโรงงานอุตสาหกรรม และกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นผู้ที่ออกใบอนุญาตมาประชุมหารือว่าถึงเวลาจะต้องแก้ไขระเบียบใหม่หรือยังเพื่อให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมเข้ามาเป็นหน่วยงานหลักในการติดตามตรวจสอบโรงงานผลิตพลุและดอกไม้ไฟหรือไม่ อย่างไร เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับผู้ใช้แรงงานในโรงงานผลิตพลุและดอกไม้ไฟ รวมถึงบ้านเรือนของประชาชนที่อาศัยอยู่รอบบริเวณโรงงานผลิตพลุและดอกไม้ไฟ

ไม่เช่นนั้นจะเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้อยู่เป็นประจำ และสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งกมธ.อุตสาหกรรมจะรับเรื่องนี้มาพิจารณาเพื่อเสนอให้รัฐบาลดำเนินการต่อไป เราจะปล่อยให้เกิดเหตการณ์ระเบิดในลักษณะนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ไม่ได้

พิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องใน 'วันกองทัพไทยประจำปี 2567'

พลเรือโท สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 เป็นประธานในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล โดยกองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 กรมต่อสู้อากาศยานที่ 2 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งร่วมกับหน่วยทหารเรือในฝั่งอันดามันจัดกำลังพลร่วมพิธีสวนสนามกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลประจำปี 2567 ณ ลานสวนสนาม ฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ 3 กำลังพลที่ร่วมกระทำพิธีครั้งนี้ มีจำนวน 1 กองพัน รวมจำนวนทั้งสิ้น 269 นาย โดยมี พลเรือโท สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช เป็นประธานในพิธี ซึ่งในปีนี้ได้อัญเชิญธงชัยเฉลิมพลประกอบพิธีเป็นธงชัยเฉลิมพลประจำกองพันต่อสู้อากาศยานที่22 กรมต่อสู้อากาศยานที่ 2 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง โดยมีนาวาโท ศักรินทร์ ชื่อสงวน ผู้บังคับกองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 เป็นผู้บังคับกองพันสวนสนาม และประกอบด้วยกำลังพลสวนสนามจำนวน 4 กองร้อย ดังนี้  บก.พัน. สวนสนาม,กองร้อยสวนสนามจากกองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 กรมต่อสู้อากาศยานที่ 2 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ,กองร้อยสวนสนามจากกรมทหารราบที่ 2 กองพลนาวิกโยธิน ม ,กองร้อยสวนสนามจากกองพันรักษาฝั่งที่ 11 กรมรักษาฝั่งที่ 1 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ,กองร้อยสวนสนามจากกองรักษาความปลอดภัยฐานทัพเรือพังงา กองพลนาวิกโยธิน

พิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล มีวัตถุประสงค์ คือ เพื่อเป็นการน้อมระลึกถึงวีรกรรมของวีรกษัตริย์ไทย รวมทั้งบรรพบุรุษไทยผู้กล้าหาญทั้งหลายที่ได้สละชีวิตเลือดเนื้อ เพื่อปกป้องรักษาผืนแผ่นดินไทยให้ดำรงความเป็นชาติที่มีเกียรติมีศักดิ์ศรีเป็นมรดกตกทอดมาจนถึงทุกวันนี้ ,เพื่อแสดงออกถึงความรักความสามัคคีของกำลังพลในกองทัพ ,เพื่อเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนาและรักษาไว้ ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้า ,เพื่อแสดงออกถึงแสนยานุภาพแห่งกองทัพ ให้ขจรขจายไปทั่วโลก

พิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทยประจำปี 2567 ในวันนี้จัดให้มีขึ้น เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และเพื่อให้ทหารใหม่ทุกนาย กระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลธงชัยเฉลิมพล อันถือเป็นเครื่องหมายแทนองค์พระมหากษัตริย์ ผู้ทรงเป็นจอมทัพ ที่เสมือนหนึ่งเสด็จพระราชดำเนินมาประทับเป็นหลักชัยอยู่ท่ามกลางเหล่าทหารทั้งปวง ทั้งยังเป็นเครื่องหมายของสามสถาบันหลัก คือ ชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ อันเป็นปัจจัยอันสำคัญของบ้านเมือง ที่ทหารจักต้องรักษาไว้เพื่อประโยชน์สุขแห่งประเทศชาติและประชาชน 

ทหารใหม่ทุกนายจะต้องผ่านการเข้าร่วมพิธี จึงจะถือได้ว่าเป็นทหารอย่างสมบูรณ์ครบถ้วน และพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ มีความรัก ความสามัคคี พร้อมอุทิศตนเพื่อปกป้องอธิปไตย และผลประโยชน์ของประเทศชาติ เทิดทูน และจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไว้ยิ่งชีพ รวมทั้งยึดมั่นในการปฏิบัติตามคำสัตย์ปฏิญาณตนไว้อย่างมั่นคงตลอดไป

พิษณุโลก กองทัพภาคที่ 3 กระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล วันกองทัพไทย

เมื่อวันที่ 18 ม.ค.67 ที่บริเวณลานทรงพล ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อ.เมือง จ.พิษณุโลก กองทัพภาคที่ 3 จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล โดยมี พลโท ประสาน แสงศิริรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธาน เนื่องในวันกองทัพไทย ซึ่งเป็นวันที่ระลึกในวาระที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาของพม่า และทรงมีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชา โดยถือเอาวันที่ 18 มกราคม ของทุกปี เป็นวันกองทัพไทย ตามการคำนวณจากเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ ที่ระบุว่า พระองค์กระทำยุทธหัตถี ในวันจันทร์ แรม 2 ค่ำ เดือนยี่ ปีมะโรง จ.ศ. 954 คำนวณได้ ตรงกับวันที่ 18 มกราคม 2135 

ทั้งนี้ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของอดีตวีรมหากษัตริย์ และเหล่าทหารหาญที่ได้เสียสละชีวิต เพื่อปกป้องรักษาอธิปไตย และแผ่นดินไทย อีกทั้ง ยังเป็นวันที่กำลังพลบรรจุเข้ารับราชการใหม่ ทหารใหม่ทุกนายที่ยังไม่เคยกระทำสัตย์ปฏิญาณ จะได้เปล่งสัจจะวาจาปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลอันศักดิ์สิทธิ์ แสดงถึงความพร้อมเป็นทหารของชาติโดยสมบูรณ์ ที่มีเกียรติ ศักดิ์ศรี และอุดมการณ์อันแน่วแน่

นอกจากนี้ การสวนสนาม ยังแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง มีระเบียบวินัย และความสง่างาม พร้อมทั้งเป็นการย้ำเตือนให้ทหารทุกคนได้ตระหนักถึงภาระหน้าที่เพื่อประเทศชาติ และประชาชน

โดยในช่วงเช้าวันเดียวกัน พลโท ประสาน แสงศิริรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้กระทำพิธีถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช หน้าโรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สักการะพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ พลับพลาสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ด้านหลังกองบังคับการกองพันทหารเสนารักษ์ที่ 4 กองพลทหารราบที่ 4 สักการะพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ พิพิธภัณฑ์ทหารกองทัพภาคที่ 3และพิธีวางพานพุ่มและบวงสรวงถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ พระรูปพระสุพรรณกัลยา บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3

‘วราวุธ’ เดินหน้าช่วยเหลือญาติผู้เสียชีวิต เหตุ ‘โรงงานพลุระเบิด’ ห่วงสุดเด็ก 8 ขวบ สูญเสียทั้งพ่อแม่ กำชับ!! จนท.ประกบ 24 ชม.

เมื่อวานนี้ (18 ม.ค. 67) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์อีกครั้ง ว่า จากรายงานล่าสุดของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ยืนยันผู้เสียชีวิต 23 ราย และครอบครัวที่เสียชีวิตทั้งบิดามารดา จำนวน 3 ครอบครัว ซึ่งทางกระทรวง พม. ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนลำดับต้น เด็กเล็กสุดที่เสียทั้งคุณพ่อคุณแม่อายุเพียง 8 ขวบ เรียนป.2 และยังมีเยาวชนอายุ 16 ปี-ม.4 และ อายุ 18 ปี-ม.6 ซึ่งตนได้คุยกับ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ประธานมูลนิธิบรรหาร-แจ่มใส ศิลปอาชา แล้วว่าทางมูลนิธิ จะดูแลเรื่องการศึกษาของน้อง 3 ครอบครัวที่ที่อยู่ในวัยเรียนให้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องห่วง และที่สำคัญตน ขอขอบพระคุณ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และ นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข ที่ได้ให้เกียรติลงพื้นที่ช่วยเป็นกำลังใจและดูแลพี่น้องประชาชนที่สุพรรณบุรี รวมไปถึงขอขอบคุณทุกหน่วยงานราชการ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย ที่ได้ระดมสรรพช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่

นายวราวุธ กล่าวว่า ยืนยันว่าทางกระทรวง พม. จะมีการทำบุญครบ 7 วันให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต ณ ที่เกิดเหตุ และระดมให้ความช่วยเหลือในส่วนของการซ่อมแซมบ้าน ซึ่งทางกระทรวง พม. กำลังเร่งสำรวจ และเร่งดำเนินการให้ นอกจากนี้ได้จัดให้มีนักสหวิชาชีพ และนักจิตวิทยา ประกบญาติทั้ง 23 ราย ซึ่งตัวเลขคือ 17 ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ โดยให้มีเจ้าหน้าที่ประกบตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วง 10 วันแรก และเจ้าหน้าที่พม.ระดม กำลังจากทุกจังหวัด ภายใต้โครงการ พม.หนึ่งเดียว อาทิ กาญจนบุรี นครปฐม ชัยนาท อยุธยา ระดมสรรพกำลังทั้งหมดเข้ามาช่วยดูแลพี่น้องประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง เพราะความสำคัญนอกจากเรื่องเงินชดเชยแล้วคือเรื่องการเยียวยาจิตใจ ฃ

“นักสหวิชาชีพและนักจิตวิทยารายงานเคสที่หนักหน่อยคือกรณีน้องเด็กเล็ก 8 ขวบ ที่ยังสั่นอยู่ ซึ่งขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง เห็นใจอย่างยิ่ง เพราะจู่ ๆ ก็ต้องสูญเสียทั้งคุณพ่อและคุณแม่ ดังนั้นจึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ของกระทรวง พม. ประกบตลอด 24 ชั่วโมง” นายวราวุธ กล่าว

กองทัพบกประกอบพิธีทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพบก 2567

วันที่ 18 มกราคม 2567 เวลา 15.30 น. ณ ลานอเนกประสงค์ศูนย์การทหารม้าจังหวัดสระบุรี โดยพลเอกเจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบกเป็นประธานในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในโอกาสวันกองทัพบกและวันกองทัพไทย มีนายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี อัยการทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมพิธี ถือว่าวันนี้เป็นวันรำลึกถึงพระมหากรุณาธิ คุณ ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผู้ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทย นับได้ว่าวันนี้เป็นโอกาสสำคัญของราชการทหารที่ได้ทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลซึ่งเป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับผู้ที่เข้ารับราชการทหารจะต้องกระทำพิธีนี้เพื่อความเป็นสิริมงคลตลอดชีวิตการรับราชการ

สำหรับธงชัยเฉลิมพลนั้นเป็นสัญลักษณ์สำคัญของสถาบันสูงสุดได้แก่ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

ในการนี้ก่อนเข้าสู่พิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลได้มีการแสดงศิลปะบังคับม้าจากกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์โดยกองพันทหารม้าที่ 29 รักษาพระองค์

จากนั้นวงดุริยางค์จากกรมดุริยางค์ทหารบกนำแถวนายทหารที่กระทำสัตย์ปฏิญาณตนเข้าสู่สนามพร้อมเชิญธงชัยเฉลิมพลเพื่อทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์ได้กราบนิมนต์พระสงฆ์จำนวน 10 รูป จากวัดมงคลชัยพัฒนาพระอารามหลวง วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร วัดสมุหประดิษฐาราม วัดแก่งขนุน วัดท่าพง เจริญพระพุทธมนต์

ต่อมาผู้บัญชาการทหารบกได้นำปฏิญาณตนและให้โอวาทอ่านสารของผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในการนี้กองผสมได้สั่งสวนสนามของกำลังพลประกอบไปด้วยกรมสวนสนามจำนวน 4 กรม 16 กองพัน กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ กรมทหารม้าที่ 5 รักษาพระองค์ กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 และกรมปืนใหญ่ที่ 72 โดยมีพลตรีสิทธิพร จุลปานะ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์เป็นผู้บังคับกองผสม โดยผู้บัญชาการทหารบกได้ให้โอวาทแก่เหล่าทหารที่ร่วมพิธี กระทำสัตย์ปฏิญาณต่อธงชัยเฉลิมพล โดยให้ทุกท่านยึดมั่นในคำสัตย์ปฎิญานที่ให้ไว้อย่างเคร่งครัดและภูมิใจในเกียรติและศักดิ์ศรี ให้ตั้งมั่นในอุดมการณ์ของการเป็นทหารอาชีพปฏิบัติหน้าที่เต็มกำลังความสามารถและเสียสละเพื่อพิทักษ์ค้ำจุนประเทศชาติราชบัลลังก์ตลอดจนคุ้มครองประชาชนและแผ่นดินไทยและพัฒนาตนเองให้เข้มแข็งอยู่เสมอและสร้างสรรค์คุณประโยชน์ให้แก่สังคมโดยรวมและประเทศชาติสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างมั่นคงต่อไป

เพชรบูรณ์ - กองพลทหารม้าที่ 1 กระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2567

18 มกราคม 2567 เวลา 15.30 น. พลตรี ประพัฒน์ พบสุวรรณ ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 1 ค่ายพ่อขุนผาเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2567 ของหน่วยกองพลทหารม้าที่ 1 ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีนายชนก มากพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์  พล.ต.วัชรพงศ์ แก้วแจ้ง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36 พล.ต.ต.สารนัย คงเมือง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์ดร.ประทิน นาคสำราญ นายก อบต.สะเดียง หัวหน้าส่วนราชการ  ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมเป็นเกียรติในพิธี ณ บริเวณหน้าแหล่งสมาคมนายทหารค่ายพ่อขุนผาเมือง กองพลทหารม้าที่ 1 ค่ายพ่อขุนผาเมือง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์

โดยภายในงานมีการจัดพิธีสงฆ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 1 นำกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล และอ่านสาส์นของผู้บัญชาการทหารสูงสุด โดยมีกำลังพลของกองพลทหารม้าที่ 1 ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 8 กองพัน เข้าร่วมพิธีจากนั้นได้จัดขบวนสวนสนามแสดงแสนยานุภาพทางทหาร โดยมีครอบครัวและญาติของทหารเข้าร่วมชมการแสดงและการสวนสนามด้วย

สำหรับความเป็นมาวันกองทัพไทยนั้น ในปีพุทธศักราช 2502 กะทรวงกลาโหม ได้กำหนดวันที่ 8 เมษายนของทุกปี เป็นวันกองทัพไทยต่อมา พ.ศ. 2522 สมัย พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เห็นว่าวันกองทัพไทยควรเป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ จึงได้กำหนดวันที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำยุทธหัตถี ได้รับชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชา เป็นวันกองทัพไทย ซึ่งตรงกับวันที่ 25 มกราคม ของทุกปี ต่อมาได้มีการคำนวนวันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำยุทธหัตถีใหม่ให้ตรงกับความเป็นจริง และกระทรวงกลาโหมเห็นสมควรเปลี่ยนแปลง วันกองทัพไทย จาก 25 มกราคม เป็น 18 มกราคม ของทุกปีและอนุมัติให้เป็นวันหยุดราชการของกระทรวงกลาโหม 

พิษณุโลก เปิดงาน 'MED NU Health Expo 2024' ประชาชนแห่ตรวจรักษาฟรีกับเทคโนโลยีล้ำสมัย

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “MED NU Health Expo 2024” ภายใต้หัวข้อ “สังคมสุขภาพดี Healthy Society” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 - 20 มกราคม 2567 โดยได้รับเกียรติจาก แพทย์หญิงพิริยา นฤขัตรพิชัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน ทั้งนี้มีภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนร่วมพิธีเปิดงานกว่า 500 คน โดยงานนี้ได้จัดให้มีการให้บริการวิชาการแก่สังคม สร้างภูมิคุ้มกันในการดูแลสุขภาพและให้บริการทางการแพทย์ที่เหมาะสมกับชุมชนในพื้นที่ให้มีสุขภาพดีถ้วนหน้า ลดการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของมหาวิทยาลัยนเรศวร NU SDGs (Naresuan University Sustainable Development Goals) และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยจากบริษัทชั้นนำ 

เช่น เครื่อง Anatomage Table ศึกษากายวิภาคศาสตร์ของมนุษย์ สามารถแสดงภาพรูปทรง 3 มิติที่ซับซ้อนของร่างกายมนุษย์ได้อย่างชัดเจน ถูกต้อง แม่นยำ ใช้สำหรับการศึกษาทางการแพทย์ สร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนที่สนใจเรียนด้านการแพทย์ และผู้สนใจที่ต้องการรู้จักกายวิภาคศาสตร์ของมนุษย์ โดยไม่ต้องเรียนกับอาจารย์ใหญ่ การจัดแสดงผลงานนวัตกรรม งานวิจัย ที่หลากหลาย พร้อมต่อยอดเชิงธุรกิจ และการตรวจเช็คสุขภาพฟรีอีกหลายรายการ อาทิ การตรวจสุขภาพเส้นฟอกไตด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์ การตรวจสุขภาพหัวใจ ตรวจวัดคลื่นสมองด้วยเครื่อง Neurofeedback เพื่อคัดกรองอาการหลงลืม อาการสมาธิสั้น การตรวจรักษาเปลือกตาอักเสบ รักษาตาแห้งจากต่อมไขมันอุดตันด้วยหน้ากากลำแสง LED เป็นต้น ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก  

(สุรินทร์)มณฑลทหารบกที่ 25 จัดพิธีวางพวงมาลาสักการะอนุสาวรีย์พลตรีหลวงวีรวัฒน์โยธิน ผู้ก่อตั้งค่ายวีรวัฒน์โยธิน และพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย

วันที่ 18 มกราคม 2567 เวลา 07.30 น. ที่ ค่ายวีระวัฒน์โยธิน พลตรี ชินวิช  เจริญพิบูลย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาสักการะ พร้อมกล่าวคำสดุดีต่อหน้าอนุสาวรีย์พลตรีหลวงวีรวัฒน์โยธิน ผู้ก่อตั้งค่ายวีรวัฒน์โยธิน เนื่องในวันกองทัพไทย โดยมีกำลังพลหน่วยขึ้นตรง ข้าราชการบำนาญ กองกำลังสุรนารี หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 54 โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน หน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 25 กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 พร้อมใจกันร่วมนำพวงมาลาวางสักการะ ทั้งนี้เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงดวงวิญญาณ อันศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าทหารกล้า ในฐานะวีรชนผู้ทรงพระคุณอันยิ่งใหญ่ของชาติไทย  โดยในช่วงบ่าย เวลา 15.00 น. พลตรี ชินวิช  เจริญพิบูลย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 เป็นประธานในพิธี ทางพุทธศาสนา และ พิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล ประจำปี 2567 เนื่องในวันกองทัพไทย 

ปุรุศักดิ์  แสนกล้า  ข่าว/ภาพ

'ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น' จดทะเบียนสมรสกับแฟนสาว ด้าน 'เสี่ยฮุย' ร่วมเป็นสักขีพยานรัก ยินดีเริ่มต้นชีวิตใหม่

(18 ม.ค. 67) ‘ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น’ หรือ ‘เจ้าแหลม’ ได้จดทะเบียนสมรสกับแฟนสาวคนใหม่ชื่อ ‘น้องแนน’ โดยมี ‘เสี่ยฮุย’ เป็นสักขีพยาน ด้านแฟนสาวได้ให้กำลังใจ ‘เจ้าแหลม’ ที่ทุ่มเทในการชกมวยเพื่อกลับมาเป็นแชมป์โลกอีกครั้ง

ด้าน ‘เสี่ยฮุย’ สุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์ ผู้จัดการของ ‘เจ้าแหลม’ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น อดีตแชมป์โลก WBC ชื่อดังเผยเหตุที่นักมวยในสังกัดต้องเลิกกับ ‘น้องจ.’ เมียเก่า เนื่องจากถูกหลอกทั้งที่ผู้หญิงมีครอบครัวแล้วและยังไม่เลิกกับสามี เมื่อคลอดลูกออกมาไม่ยอมให้ตรวจ DNA และไม่ยอมให้ใช้นามสกุลของ ‘เจ้าแหลม’ อีกด้วย

นอกจากนั้นเงินในบัญชีกว่า 20 ล้านเป็นค่าตัวของ ‘เจ้าแหลม’ ถูกถอนออกหมดจนเกลี้ยง เหลือเพียงรถ Toyota fortuner คันเดียวเท่านั้น 

ขอแสดงความยินดีในการเริ่มต้นบทชีวิตใหม่ของ ‘เจ้าแหลม’ ขอให้โชคดี ต่อหน้าที่การงานและอาชีพนักมวยที่ตัวเองรัก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top