Friday, 17 July 2026
NEWS

โฆษกเกษตร แจง !! กระทรวงเกษตรฯ ยุค 'ธรรมนัส' ข้าราชการต้องโปร่งใส ไม่กลัว 'เกลือเป็นหนอน' ย้อนระวังจะโดน 'เกลือจิ้มเกลือ'

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฝ่ายการเมือง) กล่าวถึงกรณีมีการกล่าวอ้าง ว่า ภายในกระทรวงเกษตรฯ มีเกลือเป็นหนอนส่งข้อมูลปมทุจริตนั้น ยืนยันว่า ทุกอย่างมีกระบวนการในการตรวจสอบเพื่อหาข้อเท็จจริง ไม่กลัว “เกลือเป็นหนอน” แต่ระวังจะย้อนกลับเป็น 'เกลือจิ้มเกลือ' หากให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือไม่ และพร้อมดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิด เนื่องจากกระทรวงเกษตรฯ เป็นสถานที่ราชการ ประชาชนทุกคนสามารถเดินทางมาที่นี่ได้ตามปกติ เฉกเช่นเดียวกันกับกลุ่มม็อบต่างๆ เดินทางมาอยู่หน้ากระทรวงเกษตรฯ กินนอนเป็นประจำ และเข้ามาใช้บริการห้องน้ำภายในตัวอาคาร ใช้เป็นที่หลบฝนบางครั้งบางคราวในทุกยุคทุกสมัย จึงยากที่จะจำได้หมด ว่า ในแต่ละวันรัฐมนตรีแต่ละท่านพบเจอใครบ้าง ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ เป็นหน่วยงานราชการที่รับเอาทุกปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรในหลายด้าน มาช่วยเหลือและแก้ไขเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด จะมีทั้งกลุ่มผู้เรียกร้อง และกลุ่มผู้มาร้องเรียน สามารถมายื่นเรื่องราวร้องทุกข์ต่างๆ ได้ตามปกติ ซึ่งนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ในยุคของร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการฯ และรัฐมนตรีช่วยฯ ทั้งสองท่าน ยึดมั่นในแนวทางการบริหารราชการด้วยความโปร่งใส เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล นายกเศรษฐา ทวีสิน ที่ยึดมั่นในการบริหารราชการแผ่นดินด้วยความ ซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส มีความเป็นธรรมาภิบาล (Good governance) ส่วนรูปคดีมีความคืบหน้า มีหลักฐานเป็นที่ประจักษ์ชัดมากขึ้น เน้นย้ำให้ความเป็นธรรมกับทุกคน ซึ่งเป็นหน้าที่ของขบวนการยุติธรรมที่ดำเนินการตามกฏหมายต่อไป  

ดังนั้น ขอให้ประชาชนและสื่อมวลชนทุกท่าน เชื่อมั่นในการบริหารงานของกระทรวงเกษตรฯ ที่ผู้บริหารในระดับนโยบายได้สั่งการและกำชับให้ข้าราชการในสังกัดของกระทรวง ยึดโยงผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นที่ตั้ง อย่าไปให้ความสำคัญกับขบวนการบ่อนทำลายชื่อเสียงของกระทรวงเกษตรฯ และบั่นทอนขวัญกำลังใจของข้าราชการในกระทรวงที่มุ่งมั่นทำงานเพื่อตอบโจทย์ของพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ

ผบ.ตร.ขานรับนโยบายรัฐบาล เปิดรับทหารกองหนุน สอบเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ 500 อัตรา จบมาลงหน่วย ตชด.ทำงานชายแดนคู่หน่วยทหาร เชื่อทำให้เกิดประสิทธิภาพ และช่วยประหยัดงบประมาณ ลดเวลาเรียนลง เพราะทหารมีความรู้พื้นฐานแล้ว

วันนี้ (3ก.พ.67) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายเปลี่ยนรูปแบบการเกณฑ์ทหารเป็นแบบสมัครใจ และให้หน่วยต่างๆ พิจารณาสนับสนุนให้ทหารกองประจำการสามารถประกอบอาชีพอื่นต่อได้นั้น  สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องดังกล่าว จึงได้อนุมัติให้เปิดรับสมัครและคัดเลือกทหารกองหนุนที่เคยรับราชการในกองประจำการ (ทหารเกณฑ์) จำนวน 500 อัตรา บรรจุและแต่งตั้งเป็น นักเรียนนายสิบตำรวจ เพื่อเข้ารับการฝึกอบรม เมื่อสำเร็จการฝึกอบรมจะแต่งตั้งลงในสังกัด กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่สอดคล้องกับภารกิจของทหาร และมีความคุ้นเคยกับระบบการฝึกการใช้อาวุธต่างๆ อยู่แล้ว

การรับทหารกองหนุนเข้ามาเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจนั้น จะสามารถลดเวลาการฝึกอบรมให้สั้นลงเหลือเพียงประมาณ 6 เดือน ทำให้ช่วยประหยัดงบประมาณ โดยทหารกองหนุนที่จะรับสมัครนั้น คุณสมบัติจะต้องจบการศึกษาระดับชั้น มัธยมศึกษาตอนปลาย หรือ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่า มีอายุระหว่าง 18-27 ปี บริบูรณ์ และหน่วยต้นสังกัดจะต้องรับรองความประพฤติ

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ข้อดีคือ ทหารเหล่านี้ได้รับการฝึกระเบียบวินัย การใช้อาวุธและความรู้พื้นฐานมาแล้ว ทำให้เราสามารถลดระยะเวลาการฝึกอบรมลงได้ โดยจากเดิมต้องใช้ระยะเวลาผลิตข้าราชการตำรวจตามหลักสูตรคือ 1 ปีครึ่ง หรือ 18 เดือน ก็จะลดลงมาเหลือเพียง 6 เดือน ซึ่งจะช่วยทดแทนการขาดแคลนตำรวจได้ อีกทั้งช่วยประหยัดงบประมาณในการฝึกอบรม และยังเป็นการสนับสนุนนโยบายสมัครใจเกณฑ์ทหารของรัฐบาลอีกด้วย ทั้งนี้กระบวนการสอบคัดเลือกทั้งภาควิชาการ ร่างกาย สุขภาพจิต และการคัดกรองด้านอื่นๆ ยังคงเข้มข้นและเป็นไปตามมาตรฐานเช่นเดิม

ทั้งนี้ สำหรับขั้นตอนและการประกาศรับสมัครนั้น ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และกองบัญชาการศึกษา ดำเนินการในรายละเอียด ซึ่งคาดว่าจะเปิดรับสมัครในเดือนมีนาคม 2567 นี้ โดยจะประกาศรายละเอียดให้ทราบอีกครั้ง 

'อลงกรณ์' กระชับสัมพันธ์ไทย-จีนร่วมมือส่งเสริมการศึกษาและเทคโนโลยี เผย 'เทนเซนต์' บริษัทยักษ์ใหญ่จีนพร้อมสนับสนุนไทยเจาะตลาด 1,300 ล้านคนขยายการค้าการท่องเที่ยวไทย

นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานมูลนิธิเสิลด์วิว ไครเมท อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศคนที่1และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยวันนี้ภายหลังนำคณะสมาคมการค้าไทย-จีนและเศรษฐกิจเอเซียโดยมีนางสาวอภิญญา ปราโมช นายกสมาคมฯ นายเมฆินทร์ เอี่ยมสะอาด นางสาวประจงจิต พลายเวช รองประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมฯและนายตู้ เทียนเฉียว เลขาธิการสมาคมThink Tank ร่วมการประชุมว่าด้วยการพัฒนาและความร่วมมือการศึกษาและเทคโนโลยีกับผู้บริหารสถาบันการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชนชั้นนำของจีนในเซินเจิ้นภายใต้สมาคมการพัฒนาด้านการศึกษาเซินเจิ้นเพื่อยกระดับทางด้านการแลกเปลี่ยนและพัฒนาการศึกษาระหว่างไทย-จีน 

โดยแสวงหาความร่วมมือ พัฒนาต่อยอดนวัตกรรมการศึกษา การนำเทคโนโลยีมาใช้ในระบบการศึกษาสมัยใหม่ ความร่วมมือโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนระหว่างไทย-จีน  การจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาศักยภาพทางการศึกษา และความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศผ่านระบการศึกษา  ภายใต้การส่งเสริมนโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (one belt one road)  และแผนการปฏิรูปการศึกษาของไทยรวมทั้งเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดกิจกรรมการศึกษาครั้งใหญ่ที่จะจัดให้มีขึ้นในประเทศไทย ในโอกาสครบรอบความสัมพันธไมตรีไทย-จีน 50 ปี ในปีหน้า ทั้งนี้คณะผู้บริหารการศึกษาเซินเจิ้นแสดงเจตจำนงอย่างกระตือรือร้นต่อการยกระดับความร่วมมือกับประเทศไทย

จากนั้นได้เดินทางไปดูระบบสมาร์ทคลาสรูม(smart classroom)หรือห้องเรียนอัจฉริยะสุดไฮเทคที่ใช้เทคโนโลยีดิจิตอลและเอไอ(AI)ในการเรียนการสอนแบบออนไซต์(on-site)และออนไลน์(on-line)โดยดร.ริคกี้ หลิว ซีอีโอ.ของบริษัทยินดีที่จะสนับสนุนการศึกษาของไทย

นอกจากนี้นายอลงกรณ์และคณะยังได้เข้าเยี่ยมชมบริษัทเทนเซนต์(Tencent)และเทนเซนต์ คราวด์(Tencent Cloud)โดยมีทีมผู้บริหารของTencent Culture and Tourism ให้การต้อนรับและนำเสนอเทคโนโลยีของ Tencent Cloud และ Tencent Culture and Tourism โดยหารือเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลคุณภาพสูงในประเทศจีนและไทยโดยเฉพาะเทคโนโลยีดิจิทัล AIและการพัฒนาแอพพลิเคชั่นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมโดยTencentพร้อมสนับสนุนประเทศไทยในการส่งเสริมฐานข้อมูลลูกค้าที่มีอยู่กว่า 1,300 ล้านคนผ่านเครื่องมือทางการตลาดซึ่งจะเกิดประโยชน์ต่อการขยายการท่องเที่ยวและการค้าของประเทศไทยเป็นอย่างมาก

ในอนาคต เราหวังว่าจะเสริมสร้างความร่วมมือและการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เศรษฐกิจ วัฒนธรรม การท่องเที่ยว และการค้าระหว่างจีนและไทยอย่างมุ่งมั่นโดยใช้เทคโนโลยี วัฒนธรรม และทรัพยากรอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวใหม่ ๆ การยกระดับการเชื่อมโยงระหว่างห่วงโซ่อุตสาหกรรม การสร้างพื้นที่ความร่วมมือมากขึ้นทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เศรษฐกิจ การค้า การศึกษาและวัฒนธรรมระหว่างไทย-จีนอย่างต่อเนื่อง“นายอลงกรณ์กล่าวในที่สุด

อีอีซี มอบรางวัล 12 ผลงานผลิตภัณฑ์ชุมชนต้นแบบ ยกระดับความร่วมมือระหว่างพื้นที่ชุมชน และพื้นที่อุตสาหกรรม เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์พื้นถิ่นจากเขตพัฒนาพื้นที่พิเศษภาคตะวันออก

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรืออีอีซี จัดพิธีมอบรางวัลผลิตภัณฑ์ชุมชนต้นแบบ ประจำปี 2566 (EEC Select 2023) จำนวน 12 ผลิตภัณฑ์ จาก 6 ผู้ผลิตต้นแบบ อีอีซี เพื่อแสดงศักยภาพผลิตภัณฑ์พื้นถิ่นที่สร้างสรรค์จากวัตถุดิบ/องค์ความรู้ท้องถิ่น โดยชุมชน วิสาหกิจชุมชน และกิจการเพื่อสังคมหรือวิสาหกิจเพื่อสังคม (SE) ในพื้นที่ อีอีซี ด้วยกระบวนการที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ณ สำนักงานอีอีซี ห้องประชุม Conference 1-2 ชั้น 25 อาคารโทรคมนาคมบางรัก 

ดร. จุฬา สุขมานพ เลขาธิการอีอีซี เปิดเผยว่า โครงการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ชุมชนต้นแบบ (EEC Select) นับได้ว่าเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะส่งเสริมคุณค่าและมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชนในพื้นที่ 3 จังหวัด  อีกทั้งยังสามารถนำไปสู่การสร้างการรับรู้เกี่ยวกับผลสำเร็จจากการพัฒนาเขตพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโยลีและนวัตกรรมที่เหมาะสมในการพัฒนาและต่อยอดผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ดังกล่าวในหลากหลายมิติ รวมถึงการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย และพัฒนาเครือข่ายให้แก่ชุมชน วิสาหกิจชุมชน และกิจการเพื่อสังคม หรือวิสาหกิจเพื่อสังคม (SE) ในพื้นที่ อีอีซี เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.eeco.or.th/th/news/1734

น้อมสำนึกพระเมตตาธิคุณ ‘ในหลวงรัชกาลที่ 8’ ผู้พระราชทานกำเนิดคณะแพทยศาสตร์

เมื่อวานนี้ (2 ก.พ. 67) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Anucha Thaewanarumitkul หรือ อนุชา เทวานฤมิตรกุล ได้โพสต์ภาพอาคาอานันทมหิดล คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีข้อความระบุว่า “ให้มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ผลิตแพทย์เพิ่ม มากขึ้นให้เพียงพอ ที่จะช่วยเหลือประชาชน” ซึ่งเป็นพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล

สำหรับพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร พระองค์ท่านทรงสร้างคุณูปการต่อวงการแพทย์และการศึกษาเป็นอย่างมาก

ทรงเป็นผู้พระราชทานกำเนิดคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งในขณะนั้นประเทศไทยยังมีการศึกษาด้านการแพทย์อยู่เพียงแห่งเดียว พระองค์จึงให้จัดตั้งคณะแพทยศาสตร์แห่งที่ 2 ขึ้น ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จากพระราชปรารภของพระองค์ ซึ่งมีใจความตอนหนึ่งว่า "ทรงต้องการให้มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ผลิตแพทย์เพิ่มมากขึ้นให้เพียงพอที่จะช่วยเหลือประชาชน" นั้น ได้ก่อให้เกิดความตื่นตัวแก่วงการแพทย์ในประเทศไทยเป็นอย่างมาก ด้วยทรงต้องการอำนวยประโยชน์สุขให้แก่ประชาชน ช่วยเหลือ ป้องกันรักษาให้ห่างหายจากโรคภัยไข้เจ็บทั้งปวงฃ

น้อมสำนึกในพระเมตตาธิคุณ และพระมหากรุณาธิคุณอันมีเป็นอเนกประการต่อปวงชนชาวไทย

โซเชียลลุกเป็นไฟ!! ‘แอน จักรพงษ์’ ฟาดเดือดถึง ‘อาตี๋’ ลั่น!! อย่าแอบเข้าประตูหลัง หลอกใช้ หลอกถามคนอื่น

เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 67 จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ หรือ ‘แอน จักรพงษ์’ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘Anne Jakrajutatip’ ฟาดเดือดถึง ‘อาตี๋ปริศนา’ โดยข้อความดังกล่าวระบุว่า…

“อาตี๋จะทำธุรกิจต้องรู้จักให้เกียรติเจ้าของบ้าน… เดินไปทักเค้าหน้าบ้าน… ถ้าไม่ชอบเขาก็เลิกพูดถึงเขา… เลิกพูดเกี่ยวกับบ้านเขา! อย่าไปแอบเข้าประตูหลัง หลอกใช้หลอกถามพนักงานเขาจนบางคนเสียใจที่เสียรู้ถูกหลอกถาม… นึกไม่ถึงว่าอาตี๋ชอบแอบ และ ชอบประตูหลัง!”

งานนี้ทำเอาโซเชียลลุกเป็นไฟ วงการนางงามไม่เคยได้พัก ชาวเน็ตแห่เดากันยกใหญ่ว่า ‘อาตี๋ปริศนา’ คนนี้คือใคร?

'บิ๊กเจี๊ยบ' ต้อนรับนายก ประจักษ์ และบิ๊กปาน

พลเรือโท สุภชิต นาวีสุรพล ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กองทัพเรือ (ผอ.สง.ปรมน.ทร.),  พลเรือตรี ชวเลิศ เลขะวัฒนะ รอง ผอ.สง.ปรมน.ทร. และ นาวาเอกสยาม ลายสาร รอง ผอ.สอก.สง.ปรมน.ทร. ให้การต้อนรับ คณะสมาคมนักธุรกิจรักษาความมั่นคงแห่งชาติ นำโดย นายประจักษ์ ภมรพล นายกสมาคมฯ, พลเรือเอก เชษฐา ใจเปี่ยม รองประธานที่ปรึกษาสมาคมฯ และ พลตรี อำนาจ จันทรนิมะ ที่ปรึกษาพิเศษ เข้าพบเพื่อหารือเรื่องการประสานความร่วมมือ บูรณาการ และหาแนวทางร่วมกันในการปฏิบัติงานเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และพร้อมสนับสนุนในภารกิจด้านต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม 

ทั้งนี้ สมาคม กำลังเปิดรับสมัคร หลักสูตรนักธุรกิจรักษาความมั่นคงแห่งชาติ รุ่นที่ 75 ระหว่าง วันที่ 23 มีนาคม ถึง 7 เมษายน 2567

‘พอลลีน’ พร้อมนั่ง ‘นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ’ ลั่น!! จะเปลี่ยนกฎ ให้ประชาชนมีสิทธิ์เลือกนายกฯ สมาคมฟุตบอลได้

(2 ก.พ. 67) พอลลีน งามพริ้ง หนึ่งในแคนดิเดตผู้สมัครนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้เข้าร่วมเวทีดีเบต ‘MS DEBATE BALLTHAI NEW BEGIN ก้าวยังไงให้เดินต่อ’ จัดขึ้น ณ ห้องออดิทอเรียม อาคาร Digital Multimedia Complex (อาคาร 15) มหาวิทยาลัยรังสิต โดยในบางช่วงของการแนะนำตัว 3 นาที พอลลีนได้กล่าว…

"เลือกพอลลีน งามพริ้ง ในเมื่อคนที่ควรจะได้เป็น ก็ไม่มา ไปมากี่เวทีดีเบต ยังไม่เคยเจอเลย ถ้าเลือกพอลลีน เราจะเปลี่ยนให้ประชาชน มีสิทธิ์เลือกนายกสมาคมฟุตบอลด้วย"
 

ASEAN Foundation ผนึก Maybank Foundation เปิดโครงการ EYAA พัฒนาอาสาสมัครเยาวชน สร้างสิ่งดีๆ สู่ชุมชนทั่วท้องถิ่นอาเซียน

(2 ก.พ. 67) รองศาสตราจารย์ ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษา คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า...

ASEAN Foundation ร่วมมือกับ Maybank Foundation เปิดโครงการ eMpowering Youths Across ASEAN (EYAA) โครงการแห่งภูมิภาคอาเซียนที่สร้างสรรค์เพื่อกระตุ้นการเป็นอาสาสมัครเยาวชนเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงจากระดับภูมิภาคสู่ระดับท้องถิ่น

EYAA ดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2018 โครงการนี้ได้ดึงดูดเยาวชนที่มีความสามารถที่มีอายุ 19-35 ปีจาก 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อเข้าร่วมการฝึกอบรมในหัวข้อต่างๆ (ศิลปะและวัฒนธรรม, การสร้างชุมชน, การศึกษา, สิ่งแวดล้อม) ทั้งในรูปแบบ Online และ On-site ณ ASEAN Studies Center, Chulalongkorn University ก่อนที่เดินทางลงพื้นที่ ใน 5 ประเทศอาเซียน (สิงคโปร์, กัมพูชา, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์) เพื่อทำโครงการพัฒนาชุมชนระยะเวลา 2 สัปดาห์ ร่วมกับองค์กรไม่แสวงผลกำไรในพื้นที่

ในระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา EYAA ได้เสริมสร้างศักยภาพของเยาวชนอาเซียน 175 คน และพัฒนาโครงการการที่ได้มีผลดีต่อชุมชน โดยมีผู้รับประโยชน์มากกว่า 38,000 คนทั่วทั้งภูมิภาค

EYAA สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนายั่งยืนของสหประชาชาติ ในการส่งเสริมความเข้าใจทางวัฒนธรรม และการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการแก้ไขปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจ ผ่าน EYAA ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่มูลนิธิอาเซียนและมูลนิธิเมย์แบงก์จัดให้เพื่อให้เยาวชนอาเซียนได้เรียนรู้, มีส่วนร่วม, และสนับสนุนในการเปลี่ยนแปลงที่ดีในชุมชนผ่านทางอาสาสมัครและโครงการชุมชนที่นำมาภายใต้ EYAA

สนใจสมัครได้ที่ bit.ly/eMpoweringYouths4_YV ภายในวันที่ 3 มีนาคม 2024

🔈🔈🔈 Calling all #ASEANYouth to embark on a transformative journey as the next young changemakers in the #eMpoweringYouths Across ASEAN: Cohort 4. Don’t miss the chance to volunteer abroad and empower communities across ASEAN! ✈️

Apply now at bit.ly/eMpoweringYouths4_YV by March 3, 2024! 👌

Save and share this with your fellow #ASEANYouth, and stay tuned to our social media for updates on the programme! ✅

📩 For inquiries: [email protected]

‘เทสลา ไทยแลนด์’ เปิดให้บริการ ‘ซ่อมรถถึงบ้าน’ นัดช่างผ่าน Mobile Service ไม่เสียเวลานำรถเข้าศูนย์

เมื่อวานนี้ (1 ก.พ. 67) Tesla ประเทศไทย ได้เปิดเผยว่า Tesla ได้เปิดตัวบริการ Mobile Service สำหรับการบริการซ่อมรถยนต์ไฟฟ้าถึงหน้าบ้านแบบ On-Site เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ก่อนหน้านี้การจะจองบริการของ Tesla จะต้องเรียกใช้ผ่านแอป Tesla โดยคุณจะสามารถกำหนดเวลา เปลี่ยนแปลง และยกเลิกการนัดหมายเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการได้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นปัญหาอย่างมากสำหรับการเข้าศูนย์บริการที่มีเพียงแห่งเดียวและไม่มีเวลาว่างเข้าไปที่ศูนย์

ทั้งนี้ Tesla ประเทศไทยได้กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการดังกล่าวว่า “ตอนนี้ Tesla ประเทศไทยมีบริการจากเรา เพื่อทุกความสะดวกสบายถึงหน้าบ้านคุณ ช่างมืออาชีพของ Tesla พร้อมอุปกรณ์และอะไหล่ครบครันพร้อมที่จะเข้าให้บริการ ณ สถานที่และเวลาตามนัดหมายไว้ ไม่ว่าจะตรวจสอบสภาพรถยนต์หรือการบำรุงรักษาขั้นพื้นฐาน”

อย่างไรก็ตามต้องมาติดตามกันว่า Tesla จะขยายศูนย์ให้บริการหรือมอบบริการอะไรใหม่ ๆ ให้กับผู้ขับขี่ในประเทศไทยเพิ่มเติมอีกบ้าง

‘กมธ.อุตฯ’ ชี้!! เหตุโรงงานพลุระเบิดสุพรรณบุรี ร่อนหนังสือด่วนถึง ‘มท.1’ ช่วยคุมเข้มล้อมคอก

‘อัครเดช-กมธ.อุตสาหกรรม’ ส่งหนังสือด่วนถึง มท.1 หลังพบปัจจัยเสี่ยงเหตุโรงงานพลุระเบิดสุพรรณบุรี ย้ำมาตรการล้อมคอก เพื่อป้องเหตุระเบิดซ้ำซาก

(2 ก.พ.67) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้ลงนามในหนังสือส่งถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการฯ เกี่ยวกับโรงงานผลิตพลุระเบิดที่จังหวัดสุพรรณบุรี ถือเป็นข้อสังเกตที่สำคัญภายหลังจากเชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากหลายฝ่าย มาให้ข้อมูลกับกรรมาธิการฯ ประกอบด้วย ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กรมโรงงานอุตสาหกรรม เจ้ากรมอุตสาหกรรมทหาร กรมคุ้มครองแรงงานและสวัสดิการสังคม และกรมการปกครอง จนกลายมาเป็นข้อสังเกตที่สำคัญของที่ประชุม

นายอัครเดช กล่าวว่า ข้อสังเกตของกรรมาธิการฯ เห็นว่า สาเหตุที่สำคัญ ทำให้โรงงานผลิตพลุระเบิด คือ การตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบที่ฝ่ายปกครองเชิญมาร่วม เพื่อไปตรวจสอบโรงงานผลิตพลุ โดยกรรมการชุดนี้ไม่ได้ไปตรวจในวันที่มีการผลิต แต่ไปตรวจในวันหยุดการผลิต ทำให้คนงานไม่มีการผลิตพลุ จึงไม่เห็นกระบวนการผลิต

ดังนั้นจากการไปตรวจโรงงานในวันที่หยุดทำการผลิต ทำให้การตรวจสอบไม่สมบูรณ์ ไม่เห็นกระบวนการผลิตที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ หรือการกระทำที่เป็นอันตรายได้ระหว่างที่การผลิต เช่น การลากถู การกระแทกวัตถุระเบิด หรือตัวพลุ เป็นต้น ซึ่งอาจเป็นสาเหตุสำคัญทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นได้

“กระบวนการผลิตพลุ ถ้ามีการกระแทก มีการลากถูกับพลุที่ทำเสร็จแล้ว หรือแม้แต่วัสดุที่ใช้ในการผลิตก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ ถ้าเราไม่เห็นกระบวนการผลิต เราก็ไม่รู้ว่ามีข้อควรระวังอะไรบ้าง ดังนั้นการระเบิดของพลุที่จังหวัดสุพรรณบุรี อาจจะเกิดจากลากวัตถุดิบ หรือพลุที่ผลิตเสร็จแล้วเกิดการกระแทกก็เป็นได้ จึงเกิดความสูญเสียขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในที่ประชุม มีความเห็นตรงกันว่า สิ่งสำคัญของโรงงานผลิตพลุ คือ การกองเก็บ กระบวนการผลิตและการจัดการกากของเสียจากโรงงานผลิตพลุ” นายอัครเดช กล่าว

ประธานกมธ.อุตสาหกรรม กล่าวย้ำว่า ได้ส่งข้อสังเกตนี้ถึง รมว.มหาดไทยแล้ว เพื่อให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาสั่งการถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อให้แก้ไขปรับปรุงการตรวจสอบการผลิตพลุในครั้งต่อไปในโรงงานผลิตพลุทั่วประเทศมีความสมบูรณ์ รอบคอบ รัดกุมมากกว่าเดิม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุร้ายซ้ำขึ้นมาอีก 

บิ๊กโจ๊ก ย้ำ ผู้กำกับทุกท้องที่ ต้องแข่งกับตัวเอง ทำสงครามกับความรู้สึกของประชาชน ท้องที่ใดทำให้ประชาชน มีเหตุมาบอกผู้กำกับ ไม่ต้องพึ่งเพจ อินฟลูเอ็นเซอร์ หากทำได้ถือว่ารบชนะ ย้ำ จุดแตกหักของตำรวจอยู่ที่โรงพัก

วันนี้พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ลงตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญตำรวจในพื้นที่สถานีตำรวจภูธรทุ่งลุง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องการให้กำลังพลมีขวัญและกำลังใจในการปฎิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะสถานีตำรวจภูธรตามแนวชายแดน

ซึ่งนอกจากจะเยี่ยมบำรุงขวัญและมอบสิ่งของเป็นขวัญและกำลังใจแล้วรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยังได้ประชุมมอบนโยบายให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเฉพาะผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร โดยย้ำว่าจากนี้ไปผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรซึ่งรับภาระหน้าที่มากำกับดูแลโรงพัก จะต้องปรับตัวเร่งการทำงานสร้างความเชื่อมั่น ไม่ต้องรอให้ผู้เดือดร้อนไปพึ่งพาสื่อ เพจ หรืออินฟูลเอ็นเซอร์ ถึงจะสามารถแก้ปัญหาคดีได้

“ย้ำผู้กำกับสถานีตำรวจทุกแห่ง ต้องสร้างความศรัทธาให้ประชาชนให้ได้ ใครเป็นผู้กำกับที่ไหนต้องต่อสู้กับตัวเอง ทำให้ประชาชนในพื้นที่ทุกชุมชน ทุกตำบลทุกหมู่บ้าน ในพื้นที่ของของตนเอง มีเหตุต้องมาบอกผู้กำกับ มีเหตุต้องนึกถึงผู้กำกับ ไม่ใช่มีเหตุต้องไปบอกเพจต่างๆ สื่อสารมวลชนต่างๆ โซเชียลมีเดียต่างๆ  ผู้กำกับใด ทำได้แบบนี้ถือว่ารบชนะ ต่อความไม่ไว้วางใจของประชาชน แล้วท่านจะภูมิใจ เมื่อไหร่ ตำรวจทำงานแล้วประชาชนเขาจะรู้เอง”

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยอมรับว่า ที่ผ่านมาคนที่กำกับดูแลและแก้ปัญหาโดยบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดก็คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ที่ผ่านมาเกิดปัญหารอยต่อ ระหว่างตำรวจกับประชาชน ที่มีผลมาจากความเชื่อมั่นต่อการปฎิบัติหน้าที่ ทำให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนหันไปพึ่งสื่อและเพจ เพื่อให้มาจี้คดี เมื่อเป็นข่าวถึงจะมีการขับเคลื่อนในการปราบปรามหรือจับกุม

แต่จากนี้ไปผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทุกแห่งจะต้องปรับตัว จะเป็นฝ่ายรอรับไม่ได้ต้องทำงานในเชิงรุก นั่นหมายความว่าเมื่อมีการเข้ามาแจ้งความ นอกจากจะ “ขึ้นโรงพัก ไม่ต้องฝาก” แล้ว จะต้องเร่งทำคดีแบบปิดให้ครบจบให้ไว เพื่อลดข้อกังขาและคลายความสงสัย อย่าเก็บข้อมูลไว้เมื่อเกิดปัญหาเพราะจะกลายเป็นว่าร่วมกันปกปิด และหากยิ่งคดีล่าช้าจะกลายเป็นการสมยอมหรือถูกมองว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์ เหมือนหลายคดีที่ผ่านมา

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังย้ำด้วยว่า การดำเนินการในเชิงรุกไม่จำเป็นต้องรอเงื่อนไขเวลา สามารถทำได้ทันที แม้จะต้องเหนื่อยมากขึ้น แต่หากมีการกวดขันที่เด็ดขาดและดำเนินคดีอย่างรวดเร็ว คนที่คิดจะก่อคดีหรือทำไม่ดี ก็จะค่อยๆ ลดลงภาระงานก็จะลดตามลงไปด้วย

รมว.'พิพัฒน์' ดูแลแรงงานอิสระ รับจ้าง เกษตรกร กว่า 1.8 แสนคน จ.พัทลุง สร้างหลักประกัน ม.40 ประกันสังคม เจ็บป่วยนอนพัก ได้เงินทดแทนขาดรายได้

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 10.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดโครงการประกันสังคมทั่วไทย สู่แรงงานภาคอิสระ รุ่นที่ 1 โดยมี นางนิศากร วิศิษฎ์สรอรรถ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง นายภุชงค์ วรศรี ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน นายภูมิพัฒน์ เหมือนจันทร์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม หัวหน้าส่วนราชการกระทรวงแรงงานจังหวัดพัทุลง ผู้ประกันตน เครือข่าย ผู้เข้าร่วมโครงการฯ พร้อมประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ ณ โรงแรมร้อยทองรีสอร์ท จังหวัดพัทลุง 

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงานมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการสร้างหลักประกันทางสังคมให้กับผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ เพราะแรงงานถือเป็นฟันเฟืองที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของชาติ ไม่ว่าจะเป็นแรงงานในระบบหรือนอกระบบควรได้รับการคุ้มครอง และมีหลักประกันในการดำรงชีวิตที่ดี อีกทั้งมีความพร้อมในการประกอบอาชีพเพื่อพัฒนาประเทศ ตามนโยบายของกระทรวงแรงงาน “การสร้างรากฐานเศรษฐกิจ พัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยการคุ้มครองแรงงาน” โดยในวันนี้ ผมได้รับเกียรติเป็นประธานเปิดโครงการประกันสังคมทั่วไทย สู่แรงงานภาคอิสระ รุ่นที่ 1 ที่จังหวัดพัทลุง ซึ่งพัทลุงถือเป็นเมืองที่มีธรรมชาติที่สวยงาม มีความสำคัญด้านศิลปะ วัฒนธรรม เป็นต้น    

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า พัทลุงยังเป็นถิ่นกำเนิดของศิลปะการแสดงที่ขึ้นชื่ออย่างมโนราห์ และหนังตะลุงซึ่งตกทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของภาคใต้ อีกทั้ง พัทลุงมีผู้ประกันตนมาตรา 40 จำนวนทั้งสิ้น 53,566 คน ที่ประกอบด้วย ผู้ประกอบอาชีพอิสระกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มผู้รับจ้างทั่วไป กลุ่มเกษตรกร กลุ่มแปรรูปอาหาร ที่ยังขาดการคุ้มครองตามหลักประกันสังคมมาตรา 40 อีกเป็นจำนวนมาก และเป็นจังหวัดที่มีผู้ประกันตนส่งเงินสมทบต่อเนื่องมากเป็นลำดับที่ 1 ของภาคใต้ และเป็นลำดับที่ 6 ของประเทศ ทั้งนี้ โครงการประกันสังคมทั่วไทย สู่แรงงานภาคอิสระ จัดขึ้นเพื่อเป็นการรณรงค์เชิญชวนกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ ให้เข้าถึงหลักประกัน โดยประกันสังคมมาตรา 40 ได้ให้ความคุ้มครองแก่ผู้ประกันตนทั้งสิ้น 5 กรณี ไม่ว่าจะเป็นการคุ้มครองกรณีเงินทดแทนการขาดรายได้จากการเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีเสียชีวิต กรณีชราภาพ และกรณีสงเคราะห์บุตร ในปัจจุบันทั่วประเทศมีผู้ประกันตนตามมาตรา 40 จำนวน 10,958,136 คน ตัวแทนเครือข่ายประกันสังคม จำนวน 24,645 คน เครือข่าย “บวร” กลุ่มสมาชิกบ้าน วัด โรงเรียน และโรงงาน จำนวน 265,214 คน   

ด้าน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า การจัดโครงการประกันสังคมทั่วไทย สู่แรงงานภาคอิสระ รุ่นที่ 1 ประจำปี 2567 ณ จังหวัดพัทลุง เป็นโครงการที่จัดทำขึ้นต่อเนื่องจากปี 2566 โดยโครงการทั้ง 6 รุ่นในปีที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนผู้ประกอบอาชีพอิสระในพื้นที่ต่างๆ เป็นอย่างมาก แสดงให้เห็นว่าในปัจจุบัน พี่น้องกลุ่มแรงงานนอกระบบให้ความสำคัญกับการสร้างหลักประกันในการดำรงชีวิต รวมถึงมีความต้องการสร้างคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ในการนี้ ขอให้ทุกท่านมั่นใจได้ว่า สำนักงานประกันสังคมจะดำเนินงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ประกันตนเป็นสำคัญ

เราจะไม่ทอดทิ้งกัน เพราะกำลังพลทุกระดับชั้นยศ คือครอบครัว 'กองทัพเรือ'

เมื่อ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 ระหว่างเวลา 13.30 - 15.00 น. พลเรือเอก ชาติชาย ทองสะอาด ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ นาวาเอก รุจสรรค์ เลาหประเสริฐ ผู้อำนวยการ กองการสงเคราะห์ กรมสวัสดิการทหารเรือ ว่าที่นาวาเอก สุรชัย เบ้ารักษา รองผู้บังคับการ กรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน นาวาโท กันตินันท์ เตชะเสน ผู้บังคับกองพัน ที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน ผู้แทนหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และคณะ เดินทางไปเยี่ยมทหารผ่านศึกในส่วนของกองทัพเรือ พร้อมมอบเงินและกระเช้าสิ่งของ จากคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำใจไทยเพื่อผู้เสียสละในจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่รับผิดชอบกองทัพเรือ เนื่องในวันทหารผ่านศึก จำนวน 2 นาย ในพื้นที่ จว.ระยอง รวมทั้ง มอบเงินสวัสดิการของกองเรือยุทธการ และของที่ระลึกจากชมรมภริยากองเรือยุทธการ ดังนี้

1. พันจ่าตรี ถนอม เสียงประเสริฐ ณ บ้านพัก ที่ ต.บ้านแลง อ.เมืองระยอง จว.ระยอง โดยมีพฤติกรรมสูญเสีย ปฏิบัติราชการที่ ฉก.นย.183 อ.โป่งน้ำร้อน จว.จันทบุรี เมื่อ 21 เม.ย.21 ขณะปฏิบัติหน้าที่ราชการชายแดน โดนสะเก็ดลูกปืนเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 82 มม. ของทหารฝ่ายตรงข้ามบริเวณขาขวาเหนือเข่าและถูกตัดขา
2. พันจ่าตรี สำรวย แดงนาค ณ บ้านพัก ต.กระเฉด อ.เมืองระยอง จว.ระยอง โดยมีพฤติกรรมสูญเสีย ปฏิบัติหน้าที่ราชการที่ ฉก.นย.จันทบุรี เมื่อ 18 ม.ค.22 ขณะออกทำการลาดตระเวนพิสูจน์ทราบในพื้นที่ ได้เหยียบทุ่นระเบิดของฝ่ายตรงข้าม บริเวณ อ.โป่งน้ำร้อน จว.จันทบุรี ทำให้ได้รับบาดเจ็บที่ขาขวาเหนือเข่าขาด ทั้งนี้ กรมสวัสดิการทหารเรือ อยู่ในระหว่างการดำเนินการด้านเอกสารสำหรับจัดทำบัตรทหารผ่านศึกชั้น 1 เพื่อให้ครอบครัว พันจ่าตรี สำรวย ได้รับสิทธิของราชการที่เหมาะสมต่อไป

คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำใจไทยเพื่อผู้เสียสละในจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่รับผิดชอบกองทัพเรือ จัดให้มีการเยี่ยมและมอบของขวัญวันทหารผ่านศึกในส่วนของกำลังพลกองทัพเรือ ให้แก่กำลังพลทหารผ่านศึกที่พิการทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่ เป็นประจำทุกปี อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

‘เจ้าของเพจดัง’ แจ้งข่าวเศร้า 'กลูต้า' กลับดาวหมาแล้ว พร้อมเตรียมขึ้นเตาเผาวันนี้ 2 ทุ่ม ที่วัดกระทุ่มเสือปลา

(2 ก.พ. 67) เจ้าของเพจ 'Gluta Story' คุณยอร์ช สรศาสตร์ วิเศษสินธุ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘Sorasart Wisetsin’ แจ้งข่าวเศร้าให้แก่แฟนคลับของหมาหลงเซเลปสุดโด่งดัง ระบุข้อความว่า…

"กลูต้า ไปเป็นนางฟ้าบนสวรรค์แล้วนะครับ ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนที่รักกลูต้ามาเสมอนะครับหัวใจพวกเราแตกสลาย แต่กำลังตั้งสติกันอยู่ครับ พี่คนไหนสะดวกอยากมาส่งพี่ต้าวันนี้ที่เตาเผาสัตว์ Petfuneral สาขาวัดกระทุ่มเสือปลา เวลา 2 ทุ่มนะครับ"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top