Friday, 17 July 2026
NEWS

3 หน่วยงานรัฐ ผนึกกำลังแก้ปัญหาลิงล้นเมืองลพบุรี หลังชาวเน็ตแชร์ภาพ พร้อมแซว ‘Planet of the Apes’

กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง สำหรับปัญหาเรื่องลิงล้นเขตเมืองลพบุรี สร้างความเดือดร้อนต่อประชาชนอย่างหนัก ทั้งยังกระทบการท่องเที่ยว

หลังจากเมื่อวันที่ 30 ม.ค. 67 ที่ผ่านมา ผู้ใช้อินสตาแกรมซึ่งเป็นช่างภาพสัตว์ป่าชาวต่างชาติ ได้โพสต์ภาพเด็กผู้หญิงกำลังเดินถือถุงเครื่องดื่มพร้อมใช้ปืนอัดลมทำท่ายิงขู่ลิงที่ดูพร้อมจะกระโจนมาฉกถุงได้ทุกเมื่อ หลังจากนั้นได้มีผู้นำภาพทั้ง 2 ไปดัดแปลงผ่านไอเดีย ‘Planet of the Apes’ (พิภพวานร) จนเกิดการแชร์กันอย่างกว้างขวางกลายเป็นอีกหนึ่งไวรัลบนโลกโซเชียล

สำหรับปัญหาเรื่องลิงล้นเมืองหรือลิงยึดเมือง จนสร้างความเดือดร้อนอย่างหนักให้กับประชาชน ทั้งยังส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในเมืองลพบุรีนั้นมีมาช้านานแล้ว

ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 ก.พ.67 ที่ผ่านมา 3 หน่วยงานของรัฐ ได้แก่ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เทศบาลเมืองลพบุรี และจังหวัดลพบุรี ได้ทำพิธีลงนาม MOU เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาลิงในเขตเมืองเก่าลพบุรีอย่างเป็นระบบแบบบูรณาการ โดยคำนึงถึงการอยู่ร่วมกันของ ‘คน เมือง ลิง’ ด้วยแนวคิด “ประชาชนสุขใจ ลิงปลอดภัย อยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน”

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า สำหรับการลงนาม MOU ในครั้งนี้เพื่อแก้ไขปัญหาลิงในเขตเมืองเก่า อำเภอเมืองลพบุรี มีประเด็นสำคัญในการร่วมมือประกอบไปด้วย ด้านการช่วยเหลือและการแก้ไขปัญหาลิง

โดยเทศบาลเมืองลพบุรีจะจับลิงในเขตเมืองเก่าที่ทำหมันแล้วนำมาดูแลรักษาที่สถานอนุบาลลิง และ กรมอุทยานฯ จะมอบอำนาจการจับลิง และดูแลรักษาลิงในสถานอนุบาลลิงให้เทศบาลเมืองลพบุรี

'วุ้นกะทิสด' ของเซ่นไหว้เจ้าตรุษจีน ลดปัญหา 'หมู-ไก่' ราคาแพง

(9 ก.พ.67) นางนงนภัส สภานุช เจ้าพนักงานสาธารณสุขโรงพยาบาลตรัง หารายได้เสริมด้วยการทำวุ้นกะทิสดรูปมังกร รูปหัวหมู ไก่ต้ม เป็ดต้ม หมูย่าง ขนมเทียน ขนมเข่ง สิ่วท้อ ส้มและผลไม้มงคลต่างๆ ออกขายในเทศกาลตรุษจีน

โดยมีลูกค้าขาประจำและลูกค้ารายใหม่สั่งซื้อเข้ามาจนทำแทบไม่ทัน เพราะนอกจากจะหวานน้อย ดีต่อสุขภาพและอร่อยถูกปากคนเกินแล้ว ยังถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่รายได้น้อย ที่จะเลือกซื้อไปเป็นของเซ่นไหว้แทนเนื้อสัตว์ที่มีราคาแพงในช่วงเทศกาลตรุษจีน

โดยปีนี้เป็นปีมังกรทอง ทำให้มีวุ้นมังกรเขียวและมังกรแดงออกจำหน่ายด้วย น้ำหนักปอนด์ครึ่งราคา 300 บาท ส่วนวุ้นกะทิสดรูปเป็ด ไก่ หัวหมูและหมูย่าง น้ำหนัก 1 ปอนด์ ขายปอนด์ละ 200 บาท หากเป็นเซ็ตซึ่งมีครบทั้งขนมเข่ง ของไหว้ ผลไม้มงคลรวม 10 ชนิดขายราคาเซ็ตละ 200 บาท ส่วนชุดเล็กมีหัวหมูต้ม เป็ดพะโล้ เนื้อหมูขายชุดละ 70 บาท 

ซึ่งทุกเซ็ตจะมีคำอวยพรเป็นภาษาจีนแถมมาให้ด้วย ทำให้แต่ละปีในช่วงดังกล่าว สามารถสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 3,000-4,000 บาท หรือประมาณ 35,000-40,000 บาทเลยทีเดียว โดยทำมาเป็นปีที่ 10 แล้ว ผลตอบรับดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเพราะเป็นงานทำมือ สวยแปลกตาและเหมือนจริงมากที่สุด

นางนงนภัส สภานุช เจ้าของไอเดียวุ้นกะทิสดของเซ่นไหว้กล่าวว่า ราคาหมูต้น เป็ดพะโล้จะอยู่ที่เซ็ตละ 70 บาท โดยมีคำมงคลของจีนแปะมาให้ด้วย ซึ่งปีนี้เป็นปีมังกรก็ได้ทำมังกรทาด้วยทองที่ทานได้ เป็นทองที่ใช้ทำอาหารและขนม 

ส่วนชุดมังกรแดงและมังกรเขียว น้ำหนัก 1 ปอนด์ ราคา 300 บาท หมูและไก่ไซส์จัมโบ้ขนาด 1 ปอนด์ ขาย 200 บาท ส่วนชุด 10 ช่องมีของคาว ของหวาน ผลไม้ครบ ชุดนี้ขายดีลูกค้าจะสั่งไปฝากผู้ใหญ่ตลอด ผลตอบรับปีนี้จะเป็นลูกค้าเก่าที่สั่งกันมาหลายปี ส่วนลูกค้าใหม่ก็มีสั่งเข้ามาเรื่อย ๆ เพราะราคาจะอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับขนาดของขนม โดยปีที่แล้วสร้างรายได้ประมาณเกือบ 40,000 บาท ส่วนใครสนใจสามารถติดต่อได้ที่เพจ วุ้นไออุ่น วุ้นแฟนซีตรังหรือ FB นงนภัส สภานุช โทร 093 654 4422 

สตม.รวบหนุ่มรัสเซีย หนีหมายจับรัสเซีย คดียาเสพติด แอบกบดานในไทยจน OVERSTAY กว่า 10 ปี

ตม.จว.ชลบุรี จับกุม MR.MIK (นามสมมติ) อายุ 34 ปี สัญชาติรัสเซีย โดยกล่าวหาว่า เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด นำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จว.ชลบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย สถานที่จับกุม บริเวณหน้าบ้านแห่งหนึ่งใน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จว.ชลบุรี

เมื่อประมาณต้นเดือน ตุลาคม 2566 ตม.จว.ชลบุรี ได้รับแจ้งข้อมูลจากอาสาสมัคร (volunteer) ว่ามีคนต่างด้าวสัญชาติรัสเซีย มีพฤติการณ์น่าสงสัย ซึ่งอาจเป็นผู้กระทำผิดกฎหมาย จึงได้สืบสวนข้อมูลในเชิงลึก เบื้องต้นพบว่าคนต่างด้าวดังกล่าวคือ MR.MIK (นามสมมุติ) สัญชาติรัสเซีย ซึ่งการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้สิ้นสุดแล้ว (Overstay) โดย MR.MIK มักจะไปพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ จว.ภูเก็ต และ จว.ชลบุรี นอกจากนี้ยังพบว่า MR.MIK เป็นบุคคลตามหมายจับที่ทางการรัสเซียต้องการตัวกลับไปดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และองค์การตำรวจสากลได้ออกประกาศสีแดง (INRETPOL Red Notice) ตม.จว.ชลบุรี จึงได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สืบสวน ติดตามจับกุม MR.MIK 

จนกระทั่งสืบทราบว่า MR.MIK ได้เดินทางเข้ามากบดานอยู่ที่บ้านพักแห่งหนึ่งใน ต.หนองปรือ  อ.บางละมุง จว.ชลบุรี จึงได้ไปวางแผนจับกุม จนกระทั่งได้พบ MR.MIK ในบริเวณหน้าบ้านใน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จว.ชลบุรี จึงได้แจ้งข้อหา "เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (2,971 วัน) และจับกุมนำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จว.ชลบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย  สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิด ในด้านต่าง ๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่น ๆ ที่มีหมายจับ และการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อาคารเฉลิม พระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษา เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี 11120 หรือติดต่อตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในพื้นที่ หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สมุทรปราการ-“ดร.ยงยุทธ” จับมือนายก”อรัญญา” มอบความสุขวันตรุษจีน แจกอั่งเปาให้นักเรียน PWS กว่า 1,000 คน

ที่ภายในโรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา สังกัดเทศบาลตำบลแพรกษา ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ท่าน ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา พร้อมด้วย นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา 

ส่งมอบความสุขเนื่องในเทศกาลวันตรุษจีน ประจำปี 2567 ด้วยการมอบอั่งเปาให้กับน้องๆ หนูๆ นักเรียนโรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา (PWS) สังกัดเทศบาลตำบลแพรกษา 

โดยได้มอบอั่งเปาให้กับนักเรียนโรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษาตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษา - ชั้นมัธยมศึกษา จำนวนกว่า 1,000 คน เพื่อมอบเป็นของขวัญเนื่องในเทศกาลวันตรุษจีน ประจำปี 2567 

ทั้งนี้เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความรัก ความห่วงใย และตระหนักเห็นถึงความสำคัญของเยาวชน รวมถึงให้กำลังใจนักเรียนโรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษาในทุกระดับชั้นให้มีความมุ่งมั่น ตั้งไจเรียนเพื่อพัฒนาตนเองให้เป็นคนดีที่มีคุณภาพและพัฒนาชาติบ้านเมืองต่อไป

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

เปิดปาก!! มือเปิดประตูฉุกเฉินเครื่องการบินไทยกลางรันเวย์ อ้าง!! หวาดกลัวองค์กรใต้ดินตามทำร้าย จึงพยายามหลบหนี

หนุ่มจีนสัญชาติแคนาดาที่ก่อเหตุเปิดประตูเครื่องการบินไทยกลางรันเวย์สนามบินเชียงใหม่ยอมเปิดปาก อ้างลงมือก่อเหตุเนื่องจากความหวาดกลัว ถูกองค์กรใต้ดินติดตามปองร้ายตั้งแต่ไปเที่ยวเวียดนาม จึงต้องพยายามหลบหนี ขณะที่ตำรวจคุมไปตรวจหาสารเสพติดในร่างกายแต่ไม่พบ เบื้องต้นแจ้งดำเนินคดี 2 ข้อหาหนัก

ความคืบหน้ากรณีเมื่อวันที่ 7 ก.พ. 67 ที่ผู้โดยสารในเที่ยวบิน TG121 เส้นทาง เชียงใหม่-สุวรรณภูมิ ของสายการบินไทย ก่อเหตุเอะอะโวยวายและเปิดประตูเครื่องบินระหว่างที่เครื่องบินเตรียมที่จะทำการวิ่งขึ้น ทำให้เบาะสไลด์กาง จนส่งผลให้อากาศยานไม่สามารถทำการบินได้ และจอดค้างอยู่กลางทางวิ่ง (Runway) ทั้งนี้ส่งผลให้เที่ยวบินอื่นๆ ไม่สามารถทำการขึ้น-ลง ณ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ได้ชั่วขณะ โดยมีเที่ยวบินที่ได้รับผลกระทบ 13 เที่ยวบิน และผู้โดยสารทั้งสิ้น 2,296 คน 

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบทราบว่าผู้โดยสารที่ก่อเหตุชื่อ นาย Wong Sai Heung อายุ 40 ปี เชื้อชาติจีน สัญชาติแคนาดา ซึ่งหลังจากที่ก่อเหตุแล้วทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการควบคุมตัวนำส่งสถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ โดยจากการค้นในตัวพบยารักษาโรคจำนวนหนึ่ง ขณะที่ช่วงสายวานนี้ (8 ก.พ. 67) พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวทำการสอบสวนผ่านล่าม เบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์ อ้างว่าก่อเหตุเนื่องจากหวาดกลัวว่าจะถูกทำร้าย เนื่องจากถูกองค์กรมืดติดตามล่าตัวและจะทำลายเครื่องบินที่ตนเองนั่ง จึงพยายามจะเปิดประตูเครื่องบินเพื่อหลบหนี

รายงานข่าวแจ้งว่า ล่าสุดช่วงบ่ายวานนี้ (8 ก.พ. 67) ที่สถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนาย Wong Sai Heung ออกจากห้องขัง นำไปตรวจสอบหาสารเสพติด อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่าไม่พบสารเสพติดในร่างกายแต่อย่างใด 

ทั้งนี้ระหว่างที่ถูกควบคุมตัวไปนั้น นาย Wong Sai Heung เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่ก่อเหตุ โดยยืนยันว่ากระทำไปเนื่องจากเกิดความหวาดกลัวว่าถูกติดตามจะทำร้าย จากการที่ก่อนหน้านี้ได้เดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศเวียดนามแล้วเกิดเหตุการณ์ที่รู้สึกว่าถูกคุกคามและปองร้ายจากกลุ่มองค์กรใต้ดิน ซึ่งติดตามจะมาทำร้ายตัวเอง และจะทำลายเครื่องบินลำที่ตัวเองโดยสาร จึงเกิดความหวาดกลัวและพยายามจะหลบหนีด้วยการวิ่งไปเปิดประตูเครื่องบินดังกล่าว

ขณะที่ พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ น้อยสอน รองผู้กำกับการสืบสวน สถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ เปิดเผยว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนทำการแจ้งข้อหา 2 ข้อหาหนักต่อผู้ต้องหารายนี้ ได้แก่ ข้อหากระทำด้วยประการใดๆ ให้อากาศยานอยู่ในลักษณะอันน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคล ตาม ป.อาญา มาตรา 232(1) และข้อหาเป็นผู้อยู่ในอากาศยานระหว่างการบินฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ควบคุมอากาศยานหรือเจ้าหน้าที่ประจำอากาศยาน ซึ่งสั่งในนามผู้ควบคุมอากาศยาน (เปิดประตูฉุกเฉินเครื่องบินโดยไม่มีเหตุอันควร) ที่สั่งเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่อากาศยานหรือแก่บุคคลหรือทรัพย์สินในอากาศยาน ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. 2558 มาตรา 7 วรรค 2 อย่างไรก็ตาม อาจจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีกเกี่ยวกับความผิดตามพระราชบัญญัติอากาศยาน ซึ่งรอผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการ นอกจากนี้ในส่วนของความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเครื่องบิน และเที่ยวบินทั้ง 13 เที่ยวบินที่ได้รับผลกระทบนั้น ทางสายการบินแต่ละแห่งอาจจะมาดำเนินการแจ้งความเพิ่มเติมอีก

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับผู้ต้องหารายนี้นั้น เบื้องต้นข้อมูลระบุว่าเป็นคนเชื้อชาติจีน สัญชาติแคนาดา ประกอบอาชีพเป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์ โดยเดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 67 ก่อนที่จะเดินทางมาเที่ยวเชียงใหม่ และในช่วงที่ก่อเหตุกำลังจะเดินทางด้วยเที่ยวบินดังกล่าวจากเชียงใหม่ไปกรุงเทพฯ เพื่อต่อเครื่องบินกลับประเทศ

'ทายาทอภัยวงศ์' เผย 'แม่พิธา' โทรมาเคลียร์ สรุปลูกชายอาจเข้าใจผิดเรื่อง 'บ้านคุณยาย'

(9 ก.พ.67) จากกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ และที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความในอินสตาแกรม ชี้แจงกรณีที่เคยโพสต์ภาพบ้าน เจ้าพระยาอภัยบูเบศร (ชุ่ม อภัยวงศ์) เมืองพระตะบอง ประเทศกัมพูชา พร้อมข้อความว่า เป็นบ้านของคุณยายที่เคยอาศัยอยู่เมื่อประมาณ 100 ปีก่อน จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กลับมาที่ประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2450

ล่าสุด อาจารย์ตรีดาว อภัยวงศ์ ทายาทตระกูลอภัยวงศ์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว Threedow Aphaiwongs ระบุว่า 

ขออนุญาตเรียนแจ้งข้อมูล กรณีที่เกี่ยวข้องกับ ‘บ้านเจ้าพระยาอภัยภูเบศร’ ที่พระตะบอง และโพสต์ของคุณพิธาที่เกี่ยวข้องกับ สกุล อภัยวงศ์ นะคะ

สืบเนื่องจากกรณีที่เป็นประเด็นและข้อสงสัยว่าคุณยายของ คุณพิธา เป็นใคร เหตุใดจึงเคยอาศัยอยู่ในบ้านของ เจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้ทั้งๆ ที่บ้านหลังนั้น ตกเป็นของรัฐบาลกัมพูชาไปตั้งแต่ ปี 2450 แล้ว วันนี้ขออนุญาตสื่อสารข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้ประเด็นส่วนตัวไม่กระทบกับคนส่วนมาก ดังนี้ นะคะ

คุณแม่ของคุณพิธา ท่านได้โทรศัพท์มาปรับความเข้าใจและพูดคุยกับผู้ใหญ่ในสกุล อภัยวงศ์ แล้วเมื่อวานนี้

ทางครอบครัวอภัยวงศ์เข้าใจได้ว่า การที่คุณพิธาฟังคำบอกของญาติที่เล่าต่อกันมา อาจจะทำให้เกิดการเข้าใจผิดได้ ทั้งนี้ คุณอนุศรี ซึ่งเป็นคุณยายของคุณพิธาเองก็เคยเป็นสะใภ้ของสกุล อภัยวงศ์ ในช่วงหนึ่ง

เราขอเรียนว่าเราเข้าใจถึงเจตนารมณ์ของคุณพิธา ที่ไปเยือนพระตะบองและจะระลึกถึงคุณยายและสถานที่ ที่เคยได้ทราบมาในสมัยยังเด็ก ซึ่งสถานที่นั้นมีส่วนเชื่อมโยงกับสกุล อภัยวงศ์ ทางสายตระกูลเราขอขอบคุณที่ระลึกถึงเรา แม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นสายเลือดเดียวกัน แต่เราก็เป็นคนร่วมชาติเดียว#กัน

ขอบคุณค่ะ

ทั้งนี้ มีนรายงานจากท็อปนิวส์ ระบุว่า ยายของนายพิธามีชื่อว่า ‘อนุศรี อนุรัฐนฤผดุง’ เคยสมรสกับ นายเกษม อภัยวงศ์ จริง ซึ่งนายเกษมเป็นบุตรชายคนโตของเจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม อภัยวงศ์) กับหม่อมละม้าย 1 ในภรรยา 24 คนของเจ้าพระยาอภัยภูเบศร มีพี่น้องทั้งหมด 3 คน แต่ภายหลัง อนุศรี และนายเกษม ได้หย่าร้างกันไป ต่างฝ่ายต่างไปมีครอบครัวใหม่

ทั้งนี้ นายเกษม ย้ายกลับมาอยู่ที่ประเทศไทยตั้งแต่อายุ 6 ขวบ เมื่อครั้งตามเจ้าพระยาอภัยภูเบศรกลับมาที่ประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2450 และใช้ชีวิตในเมืองไทย เสียชีวิตเมื่ออายุ 63 ปี หรือ เมื่อ 49 ปีที่แล้ว และพบว่าอนุศรี อนุรัฐนฤผดุง ได้สมรสใหม่และมีบุตรสาว ซึ่งเป็นมารดาของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (นางลิลฎา ลิ้มเจริญรัตน์)

แม่ทัพภาคที่ 3 ร่วม แถลงผลงานไฟป่าหนึ่งเดือน จุดความร้อนลดลงอย่างเห็นได้ชัด คุณภาพอากาศดีขึ้นต่อเนื่อง

จังหวัดเชียงใหม่ แถลงผลงานไฟป่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมา จุดความร้อนลดลงต่อเนื่อง ค่าคุณภาพอากาศดีขึ้น 93 เปอร์เซ็นต์ เผยปีหน้าเตรียมปรับแผนบริหารจัดการจุดโม่ข้าวโพดไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ลุกลามเป็นวงกว้าง 

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ ห้องประชุม ตะวัน กังวานพงศ์ ชั้น 4 อาคารยุทธศาสตร์ สำนักงานมหาวิทยาลัยเชียงใหม่  พลโท ประสาน แสงศิริรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 3 /ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการไฟป่ากองทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายทศพล เผื่อนอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พลตรี วิทยา แก้วพรม รองแม่ทัพภาคที่ 3/ รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 /รองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการไฟป่ากองทัพภาคที่ 3 ,พลตรี ธีระ ผดุงสุนทร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33/ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 33 ร่วมกันประชุมคณะกรรมการแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 แบบบูรณาการ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี ส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าร่วมประชุม จากนั้น ภายหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมดังกล่าวแล้ว ได้มอบหมายให้ นายทศพล เผื่อนอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน 

โดยในปีนี้จังหวัดเชียงใหม่ได้ปรับแผนการดำเนินงานจากปีที่ผ่านมาให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่โดย แบ่งพื้นที่การดำเนินงานเป็น 7 กลุ่มป่า และ 1 พื้นที่ป่าพิเศษ เพื่อจัดทำแผนป้องกันไฟป่าและบริหารจัดการเชื้อเพลิง ขณะเดียวกันได้มีการปรับการบริหารจัดการเชื้อเพลิงในที่โล่งตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 30 เมษายน 2567 ให้สามารถเผาได้หากมีความจำเป็น โดยผู้ที่มีความประสงค์จะเผาต้องลงทะเบียนขอรับบริหารจัดการเชื้อเพลิงผ่านระบบ Fire-D และต้องได้รับการอนุมัติจากศูนย์บัญชาการระดับอำเภอก่อน ประกอบกับการปฏิบัติการเชิงรุก “เดินเข้าหาไฟ” เป็นการดึงเชื้อเพลิงออกจากแปลงเกษตรลดการเผา ด้วยวิธีการไทยกลบหรือการรับซื้อเศษวัสดุทางการเกษตร เป็นการสร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชนด้วยหลัก เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา 

จากการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้สถานการณ์หมอกควันไฟป่า และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จังหวัดเชียงใหม่ ในห้วงตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 8 กุมภาพันธ์ 2567 เกิดจุดความร้อนเพียง 111 จุด ลดลงจากปี 2566 มากถึง 747 จุด ลดลงถึง 87 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ค่าคุณภาพอากาศที่เกินมาตรฐานคือ 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ลดลงจาก 30 วัน เหลือเพียง 2 วัน เท่านั้น หรือลดลงมากถึง 93 เปอร์เซ็นต์  ถือว่าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน สอดคล้องกับจำนวนสถิติผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจก็ลดลงด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ในห้วงเดือนกุมภาพันธ์ จนถึงเดือนเมษายน ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงที่สถานการณ์จะรุนแรงมากที่สุดนั้น นายทศพล เผื่อนอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงใหม่ได้เตรียมความพร้อมในการรับมือโดยการให้ทุกหน่วยเข้มงวดกวดขันในการลาดตระเวนเฝ้าระวังในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ป่า เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงที่ชาวบ้านว่างจากการทำการเกษตรมักจะเข้าป่า เพื่อหาของป่าตามวิถีชีวิตของชาวบ้าน ขณะเดียวกันให้ในช่วงที่จะมีการเผาซังข้าวโพดนั้นได้สั่งการให้เกษตรจังหวัดเข้าไปควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งในปีถัดไปจะมีการควบคุมการโม่ข้าวโพดอย่างเข้มข้นขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ซังข้าวโพดลุกลามไปในวงกว้าง 

ปลัดแรงงาน 'ไพโรจน์' เปิดการเสวนาระดับสูง เนื่องในโอกาสวันแห่งความยุติธรรมทางสังคมสากล ประจำปี 2567

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 14.00 น. นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน ได้รับมอบหมายจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดการเสวนาระดับสูง เนื่องในโอกาสวันแห่งความยุติธรรมทางสังคมสากล ประจำปี 2567 ในหัวข้อ “มุ่งสู่ความยุติธรรมทางสังคมสำหรับทุกคนในโลกแห่งการทำงาน”ณ ห้อง Ballroom ชั้น 12 โรงแรมวี กรุงเทพฯ  โดยมีคุณกิลเบิร์ท เอฟ โฮงโบ ผู้อำนวยการใหญ่องค์การแรงงานระหว่างประเทศ คุณชิโฮโกะ อาซาดะ มิยากาวะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่และผู้อำนวยการ สำนักงานแรงงานระหว่างประเทศประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ผู้แทนรัฐบาล องค์กรนายจ้าง และองค์กรลูกจ้างในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก เอกอัครราชทูต ผู้แทนจากองค์กรระหว่างประเทศ ภาคประชาสังคม ร่วมงาน

นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า การเสวนาในวันนี้ถือเป็นโอกาสดีที่จะให้ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้แลกเปลี่ยน ความคิดเห็น ถึงประเด็นที่จะต้องดำเนินการร่วมกัน เพื่อมุ่งสู่ความยุติธรรมทางสังคมสำหรับทุกคนในโลกแห่งการทำงาน เนื่องจาก ขณะนี้โลกแห่งการทำงานเผชิญกับความท้าทายในรูปแบบใหม่ ซึ่งการที่จะแก้ไขปัญหาความท้าทายดังกล่าวนี้ และนำไปสู่ความยุติธรรมทางสังคมในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกได้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือในรูปแบบพหุภาคีจากนานาประเทศ การทำงาน ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างรายได้ และรับประกัน ความเป็นอยู่ที่ดี โดยผู้คนจะสามารถเข้าถึงงานที่ดีและมีคุณค่าได้จำเป็นที่จะต้องมีความยุติธรรมในสังคม ซึ่งการจะสร้างความยุติธรรมทางสังคมได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย

“ ประเทศไทยขอแสดงความชื่นชม ท่านผู้อำนวยการใหญ่และองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ที่ได้ริเริ่มเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศว่าด้วยความยุติธรรมทางสังคม หรือ Global Coalition for Social Justice ซึ่งจะเป็นกลไกในการผสานความพยายามร่วมกันระหว่างหุ้นส่วนต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาความยุติธรรมในสังคม และขับเคลื่อนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs
ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การเสวนาระดับสูงในวันนี้ จะสร้างแรงบันดาลใจให้ภาคีเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศว่าด้วยความยุติธรรมทางสังคม สร้างการเปลี่ยนแปลงไปสู่โลกที่เป็นธรรมและเท่าเทียม ซึ่งผมเชื่อมั่นว่า เราจะสามารถสร้างโลกที่มีความยุติธรรมทางสังคมให้เป็นความจริงได้อย่างแน่นอน ” นายไพโรจน์ โชติกเสถียร    กล่าว

นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือในระดับพหุภาคีไม่ได้เป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของความร่วมมือระหว่างประเทศ แต่เป็นกลไกที่มีความสำคัญยิ่งยวดในการสร้างอนาคตที่เป็นธรรม และเท่าเทียม ประเทศไทยจะร่วมกับนานาประเทศในการผลักดันความยุติธรรมในสังคม โดยเฉพาะในโลกแห่งการทำงาน ภายใต้วิสัยทัศน์ “ทักษะดี มีงานทำ หลักประกันทางสังคมเด่น เน้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” โดยการกำหนดนโยบายที่ครอบคลุม ส่งเสริมความหลากหลาย และรับประกันว่า ทุกภาคส่วนในสังคมจะได้รับส่วนแบ่งและผลประโยชน์จากการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างเท่าเทียม 

‘SCG’ มอบทุนการศึกษาเรียนต่อป.ตรี-เอก ในจีน-อินเดีย ฟรี!! ค่าเรียน 100% สมัครได้ตั้งแต่วันนี้-31 พ.ค.67

(8 ก.พ. 67) เพจ ‘SCG Careers’ โพสต์ข้อความ ระบุว่า “ทุน 2024 มาแล้วววว!!

SCG มอบทุนการศึกษาให้กับบุคคลทั่วไปเพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ณ ประเทศจีนและประเทศอินเดีย ในมหาวิทยาลัยและสาขาที่ SCG กำหนด

โดย SCG สนับสนุนทุนการศึกษา ค่าเรียน 100% ค่าเบี้ยเลี้ยง และที่พัก *และเมื่อจบการศึกษายังมีโอกาสเข้ามาเป็นพนักงานบริษัทในเครือ SCG อีกด้วย

เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ ถึง 31 พฤษภาคม 2567
เพื่อน ๆ ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
คุณนภัสวรรณ โทร: 088-660-8222 หรือทาง Email: [email protected]

*เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทกำหนด”

‘ถึงแก่น LIVE - ถึงแก่น สุดสัปดาห์’ โลดแล่นสู่ช่องวิทยุ เตรียมออกอากาศคลื่น FM102 ดีเดย์!! 12 กุมภาพันธ์นี้

หลังจาก ‘ก๊อง-ปรเมษฐ์ ภู่โต’ คนข่าวคุณภาพ อดีตผู้ดำเนินรายการ ‘คุยถึงแก่น’ เดินหน้าลุยสื่อออนไลน์เต็มสูบ ผุดช่องใหม่ ‘ถึงแก่น Live’ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘สื่อเพื่อประชาชน ทุกคนเป็นเจ้าของ’ เสิร์ฟสาระข่าวสาร ในสไตล์แซบจัดจ้าน ตรงไปตรงมา ถึงผู้ชมทุกวัน ไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 67 บริษัท วี.เอ แอนด์ ซันส์ จำกัด ผู้ร่วมผลิตรายการทางสถานีวิทยุกระจายเสียงกองทัพบก ขส.ทบ. คลื่นความถี่ 102 MHz. เปิดเผยว่ามีแผนนำรายการ ‘ถึงแก่น LIVE’ มาออกอากาศรีรันทุกวันจันทร์ - วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 9.30 น. - 11.30 น. และรายการ ‘ถึงแก่น LIVE สุดสัปดาห์’ ออกอากาศรีรัน ทุกวันเสาร์ - วันอาทิตย์ เวลา 18.00 น. - 19.00 น. โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ.นี้เป็นต้นไป

สำหรับรายการ ‘ถึงแก่น Live’ ดำเนินรายการโดย ‘ก๊อง-ปรเมษฐ์ ภู่โต’ และ ‘หนิง - นันทิญา จิตตโสภาวดี’ โดยจะเป็นรายการ Live สดทุกวัน ผ่านแพลตฟอร์ม Facebook Youtube Tiktok และทางจานดาวเทียม PSI ช่อง 74 (TVD TALK) ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 07.00 - 09.00 น. ส่วนรายการ ‘ถึงแก่น Live สุดสัปดาห์’ ออกอากาศทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา 18.00 - 19.00 น.

'หมอเตือน' กินของไหว้ตรุษจีน ระวังติดคอ แนะ!! สูงวัยเลี่ยงขนมเหนียว 'เข่ง-เทียน-ลอย'

(8 ก.พ. 67) นพ.ฆนัท ครุธกูล นายกสมาคม สมาพันธ์สถานประกอบการเพื่อสุขภาพและผู้สูงอายุ กล่าวถึงการรับประทานอาหารในช่วงเทศกาลตรุษจีน ว่า ช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีนมีการไหว้เจ้า กินเลี้ยงตามประเพณี ตนจึงขอแยกออกเป็น 2 กรณี คือ 

1.อาหารจากการไหว้เจ้า ที่ส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นหมู เป็ด ไก่ ฉะนั้นความสำคัญคือ อาหารจะต้องมีความสดใหม่ โดยพบว่าอาหารเหล่านี้มักจะถูกแช่แข็งมา ดังนั้นเวลาที่เรานำมาปรุงอาหารจะต้องทำให้สุกทั่วถึง หากมีเนื้อที่ยังไม่สุกก็จะต้องนำไปปรุงให้สุกก่อนนำมารับประทาน ไปจนถึงหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ถูกแต่งสี เพราะเราไม่รู้ว่าสีที่นำมาใช้นั้นเป็นสีที่ใช้สำหรับอาหารหรือไม่ และระวังเรื่องของสิ่งปนเปื้อนในอาหารไหว้เจ้า เช่น อาหารที่บูดเนื่องจากทิ้งไว้ข้ามวัน ขี้เถ้าจากธูป หรือเศษฝุ่นจากการไหว้เจ้า 

2.การเลือกรับประทานอาหารในช่วงการกินเลี้ยง โดยส่วนใหญ่การเลี้ยงอาหารช่วงตรุษจีนจะเป็นการสังสรรค์ในครอบครัวซึ่งจะเป็นมื้อเย็น ขณะที่อาหารที่กินเลี้ยงนั้นจะประกอบไปด้วยอาหารจำพวกโปรตีน แป้งและไขมัน ฉะนั้น คำแนะนำสำหรับการกินอาหาร ควรกินในเวลาที่เร็วขึ้นมา ไม่ควรกินจนลากยาวไปถึงมื้อดึก และระวังเรื่องเครื่องดื่มประจำพวกชา กาแฟ ที่อาจทำให้นอนไม่หลับในช่วงกลางคืน รวมถึงการหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ด้วย

“สิ่งที่ต้องระวังอย่างยิ่งคือ ผู้สูงอายุที่ปกติแล้วจะมีปัญหาด้านการเคี้ยว การกลืนและการสำลัก ฉะนั้น จะต้องเลือกกินอาหารที่นิ่ม เคี้ยวง่าย และต้องเลี่ยงการกินอาหารที่เหนียว เคี้ยวยาก เพราะจะทำให้ติดคอหรือสำลักได้ แต่เราจะเห็นว่าหลายครั้งผู้สูงอายุจะพยายามกินอาหารในช่วงตรุษจีนเพราะถือว่าเป็นอาหารมงคล เช่น ขนมถ้วยฟู ขนมเทียน ขนมเข่ง หรือบัวลอยที่มีแป้งเหนียว ๆ ดังนั้น ควรจะต้องหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้ในคนสูงอายุ เพื่อป้องกันปัญหาอันตรายจากการติดคอ” นพ.ฆนัทกล่าว

'ชาดา' เดือด!! บอกถ้ามีพฤติกรรมแบบ 'ตะวัน' อีกไม่เอาไว้แน่ ชี้!! ที่ยังไม่ดำเนินการ เพราะจะเป็นการระคายเคืองสถาบันฯ

(8 ก.พ.67) นายชาดา ไทย​เศรษฐ์​ รัฐมนตรี​ช่วยว่าการ​กระทรวง​มหาดไทย​ กล่าวถึงกรณี น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือตะวัน หนึ่งในแกนนำกลุ่มทะลุวัง มีส่วนร่วมในการขับรถและบีบแตรใส่ขบวนเสด็จ เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ว่าอยากจะดำเนินการแต่ไม่กล้า เดี๋ยวจะเป็นการระคายเคืองสถาบันฯ แต่พฤติกรรมของเด็กแบบนี้ไม่ถูกต้อง ถ้ามีอีกไม่ยอม ไม่เอาไว้ อย่าลืมว่าตอนนี้คุณอยู่ระหว่างรอลงอาญา ถ้ามีอะไรขึ้นมาคุณจะติดคุก และข้อเท็จจริงขบวนเขาก็หลบให้ ไม่ได้ปิดทั้งถนนตามภาพที่เห็น จากสื่อมวลชนขบวนก็อยู่ริม จะไปอีกทางก็ได้แต่นี่คือหาเรื่อง

"ผมถือเป็นพฤติกรรมหาเรื่อง ซึ่งเป็นคนที่เนรคุณต่อแผ่นดิน อย่าคิดว่าเป็นเรื่องหล่อเรื่องเก่งนะครับ มันเป็นเรื่องที่ไประคายเคืองสถาบันหลักของประเทศ มันไม่ใช่เขามีทางให้ไปแต่ไม่ไปเอง ก่อกวน เป็นพฤติกรรมที่ก่อกวนและตั้งใจ ไม่ใช่ขบวนเสด็จจะไปขวางเขาซะเมื่อไหร่ ตามรูปที่ดูจากคลิปก็หลบอยู่ทางฝั่งขวา ทางซ้ายไปได้ แต่นี่คือพฤติกรรมหาเรื่อง เป็นสิ่งที่ไม่งาม ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง หรือว่าคุณทำเรื่องไม่ถูกต้อง เท่ากับคุณไปด่าพ่อด่าแม่ตัวเองนะเนี่ย" นายชาดา กล่าว

นายชาดา กล่าวด้วยว่า พฤติกรรมแบบนี้ใช้ไม่ได้ และคงไม่ปล่อยให้เกิดขึ้นอีก ไม่ยอมแล้ว มีปัญหาแน่ ไม่ยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับผืนแผ่นดินไทยแน่นอน

'ร้านหมาล่า' เหงา!! บุฟเฟต์ดังตั้งประกบข้างๆ เผย!! ตลาดไม่แจ้งมาก่อน รับวิกฤตแต่ลงทุนไปแล้ว

(8 ก.พ.67) กระแสของ ‘ร้านสุกี้หมาล่า’ นับว่ามาแรงอย่างมากในประเทศไทย โดยเฉพาะในเมืองหลวง และย่านเศรษฐกิจที่มีหลายร้านเปิดใหม่

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Pichaya Kairos ได้โพสต์เรื่องราวลงในกลุ่มชาวลำลูกกา ที่มีสมาชิกกว่า 9.2 หมื่นคน เป็นภาพบรรยากาศของ 2 ร้านอาหารที่ตั้งอยู่ข้างกัน โดย ร้านหนึ่งเป็นร้านดัง ที่มีคิวลูกค้าต่อแถวออกมาล้นร้าน ขณะที่อีกร้านแทบจะไม่มีลูกค้าเลย

โดยผู้โพสต์ระบุว่า “ให้ภาพมันเล่าเรื่อง สู้ๆ นะครับ น่าเห็นใจมากๆ” กระทั่งต่อมาเจ้าของร้านสุกี้หมาล่าที่ไม่มีคิว ได้เข้ามาตอบคอมเมนต์เล่าว่า

“สวัสดีค่ะ จากร้านxxxสุกี้หม่าล่านะคะ

1. เราไม่เคยได้รับการแจ้งจากทางตลาดเลยว่าจะมีร้านดัง มาเปิดข้างๆ จนกระทั่งเราได้เปิดร้านลงทุนก่อสร้างร้านทุกอย่างแล้ว

2. จากที่เคยมีการลดค่าเช่าลง ตอนนี้ตลาดคิดค่าเช่าเต็มราคา ทางร้านขอร้องให้ลดราคา เพราะทางร้านลำบากจากการที่ตลาดเลือกให้ร้านดังมาเปิดข้างแบบนี้ แต่ตลาดไม่ลดราคาให้ค่ะ
ทางร้านกำลังอยู่ในภาวะวิกฤต เพราะลงทุนก่อสร้างรวมตกแต่งบนพื้นที่ตลาดไปแล้วเกือบ 2 ล้านบาท

ขอคำเสนอแนะวิธีการจัดการจากผู้รู้ด้วยนะคะ ”

ภายหลังได้มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นและแนะนำเจ้าของร้านจำนวนมาก เช่นว่า อาจจะเปลี่ยนเป็นคาเฟ่ได้ หรือเปลี่ยนเป็นร้านไอติม ของหวาน ที่คนเข้าคิวรอร้านดังจะซื้อกินระหว่างนั่งรอคิว หรือทานเสร็จแล้ว เพราะไอติมราคาไม่แรง ซื้อกินง่าย

ขณะที่หลายคนก็เข้ามารีวิวร้านสุกี้หมาล่าว่าเคยไปกินมาแล้ว บริการดีมาก และชักชวนให้ไปช่วยอุดหนุนกัน แนะว่าอาจจะลองเปลี่ยนเป็นบุฟเฟต์ดู เป็นต้น

'มาดามแป้ง' ชนะโหวตขาดลอย!! 68 เสียงจาก 73 เป็นนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลผู้หญิงคนแรกของไทย

(8 ก.พ. 2567) ในการเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ แทน พล.อ.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ที่หมดวาระในปีนี้ (2567)  

สำหรับการเลือกตั้งเลือกนายก ส.กีฬาฟุตบอล มีผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกฯ 5 คน คือ 'มาดามแป้ง' นวลพรรณ ล่ำซำ, 'พอลลีน' พยุริน งามพริ้ง, วรงค์ ทิวทัศน์, ธนศักดิ์ สุระประเสริฐ และ คมกฤช นภาลัย

ที่ประชุม มีมติเลือก 'มาดามแป้ง' นวลพรรณ ล่ำซำ อดีตผู้จัดการทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ให้ขึ้นมาเป็นนายกสมาคมกีฬาคนใหม่อย่างเอกฉันท์ โดย นวลพรรณ ล่ำซำ ได้ไปถึง 68 เสียง จาก 73 เสียงที่มีสิทธิ์โหวตเลือก

ส่วนนายวรวงศ์ ทิวทัศน์ ได้ไป 2 เสียง, นายธนศักดิ์ สุขประเสริฐ ได้ไป 1 เสียง ขณะที่ นายพยุริน (พอลลีน) งามพริ้ง และ นายคมกฤช  นภาลัย ไม่ได้คะแนนเสียง

นอกจากนี้มีผู้ไม่ประสงค์ออกคะแนน 1 และ บัตรเสียอีก 1 

สำหรับทำเนียบนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ตั้งแต่อดีต-ปัจจุบัน มีบุคคลดังต่อไปนี้...

1. เจ้าพระยารามราฆพ (หม่อมหลวงเฟื้อ พึ่งบุญ) พ.ศ. 2459-2462
2. หม่อมเจ้าชัชวลิต เกษมสันต์ พ.ศ. 2462-2465
3. พระยานเรนทรราชา (หม่อมหลวงอุรา คเนจร) พ.ศ. 2465-2468
4. พระยาอนิรุทธเทวา (หม่อมหลวงฟื้น พึ่งบุญ) พ.ศ. 2468-2471
5. พระเจริญวิศวกรรม (เจริญ เชนะกุล) พ.ศ. 2471-2474
6. พระยาวิเศษศุภวัตร (เทศสุนทร กาญจนศัพท์) พ.ศ. 2474-2477
7. หม่อมเจ้าสมาคม กิติยากร พ.ศ. 2477-2481
8. พลเรือตรี หลวงเจียรกลการ (เจียม เจียรกุล) พ.ศ. 2496-2498
9. เผชิญ นิมิบุตร พ.ศ. 2498-2499
10. จำเป็น จารุเสถียร พ.ศ. 2503-2504
11. ต่อศักดิ์ ยมนาค พ.ศ. 2504-2516
12. ประชุม รัตนเพียร พ.ศ. 2519-2520
13. อนุ รมยานนท์ พ.ศ. 2518-2519, พ.ศ. 2521–2531
14. ชลอ เกิดเทศ พ.ศ. 2531-2538
15. วิจิตร เกตุแก้ว พ.ศ. 2538-พ.ศ. 2550
16. วรวีร์ มะกูดี พ.ศ. 2550-2558
17. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง พ.ศ. 2559-2567
18. นวลพรรณ ล่ำซำ  พ.ศ. 2567 

‘การบินไทย’ วุ่น!! เจอผู้โดยสารแพนิก พยายามเปิดประตู ทำ ‘สนบ.เชียงใหม่’ หลายเที่ยวดีเลย์ - หนีไปลงลาว

เมื่อวานนี้ (7 ก.พ. 67) ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ โพสต์ภาพเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. ระบุว่า เกิดเหตุผู้โดยสารคนหนึ่งเกิดอาการตื่นตระหนก (Panic) บนเที่ยวบินที่กำลังจะออกเดินทางจากท่าอากาศยานเชียงใหม่ มายังท่าอากาศยานดอนเมือง และลุกขึ้นพยายามเปิดประตู ทำให้เครื่องบินไม่สามารถออกเดินทางได้

ทีมข่าวไทยพีบีเอสตรวจสอบพบว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว มีเที่ยวบินจำนวนมากอยู่ระหว่างเตรียมลงที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ หลายลำต้องบินวน เพื่อรอลงจอด ขณะที่บางลำเช่น สายการบินโคเรียนแอร์ ที่มาจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ต้องเปลี่ยนมาลงที่สุวรรณภูมิแทน หรือบางลำเปลี่ยนไปลงที่เวียงจันทน์ ประเทศลาว

ขณะที่เที่ยวบินขาออกจากสนามบินเชียงใหม่ บางเที่ยวบินสามารถออกเดินทางได้ โดยใช้ทางขับเคลื่อนเส้นอื่น และใช้ทางวิ่งที่สั้นลงในการบินขึ้น

ล่าสุด การบินไทยได้ออกมาชี้แจงเหตุที่เกิดขึ้นแล้ว โดยระบุว่าเที่ยวบินทีจี 121 เส้นทางเชียงใหม่-กรุงเทพฯ วันที่ 7 ก.พ.ทำการบินด้วยเครื่องบินแอร์บัส A 320 ขณะเครื่องบินอยู่ระหว่างไลน์ อัพ (line up) เพื่อรอทำการวิ่งขึ้นบนรันเวย์ มีผู้โดยสารเปิดประตูเครื่องบิน

หลังจากเจ้าหน้าที่ช่างได้ทำการตรวจสอบและแก้ไขตามมาตรฐานความปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว จึงสามารถออกเดินทางได้ในเวลา 23.34 น. ของวันที่ 8 ก.พ. โดยผู้โดยสาร นักบินและลูกเรือ ทุกคนปลอดภัย

เหตุการณ์เปิดประตูเครื่องบินของผู้โดยสารบนเครื่อง เกิดขึ้นหลายครั้งในช่วงเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเดือน ม.ค. เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา มีกรณีที่ผู้โดยสารเดินขึ้นเครื่องบินแต่กลับไม่ไปที่นั่ง แล้วไปเปิดประตูเครื่องบินฝั่งที่อยู่ตรงข้าม ตกลงไปบริเวณลานจอดจนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่สนามบินโตรอนโต เพียร์สัน ประเทศแคนาดา

จากนั้นวันที่ 21 ม.ค.ยังมีกรณีผู้โดยสารสูงอายุที่พยายามเปิดประตูเครื่องบิน เที่ยวบินจากลอนดอน ไปโตรอนโต ขณะที่กำลังบินอยู่เหนือมหาสมุทรแอตแลนติก

นอกจากนี้ ในวันที่ 25 ม.ค.เกิดเหตุผู้โดยสารเปิดประตูเครื่องบินขณะกำลังจะบินขึ้น แล้วไปเดินอยู่บนปีก ที่ประเทศเม็กซิโก

ก่อนหน้านี้ ช่วงกลางเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ได้รายงานว่า พฤติกรรมของผู้โดยสารเครื่องบินที่ไม่เชื่อฟังกฎระเบียบ เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญช่วงหลังสถานการณ์โควิด-19

ข้อมูลจากสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ที่รวบรวมตั้งแต่ปี 2022 ระบุว่าเหตุการณ์ก่อกวนของผู้โดยสารส่วนใหญ่ เกี่ยวข้องกับการที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด การใช้วาจา-คำพูดไม่สุภาพ และการมึนเมา ซึ่งแม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้อาจดูแรงไม่มาก แต่จัดว่าเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยในการบิน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top