Thursday, 16 July 2026
NEWS

‘นักเขียนรางวัลซีไรต์’ แนะ ‘เศรษฐา’ แค่เก็บกวาดเรื่องลบ ททท.ก็ผงาดแล้ว ยัน!! เสน่ห์เมืองไทยล้นเหลือ ไม่จำเป็นต้องพึ่ง Taylor Swift มาไทย

(2 มี.ค. 67) นายวินทร์ เลียววาริณ นักเขียนรางวัลซีไรต์ และ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี พ.ศ. 2556 ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับกรณีการรุมชิงตัว นักร้องดัง Taylor Swift ไปแสดง เพื่อดึงนักท่องเที่ยว โดยได้ระบุว่า ...

สองสามวันนี้มีข่าวสองประเทศรุมด่าสิงคโปร์ที่ชิงตัว Taylor Swift ไปแสดงที่นั่นได้สำเร็จ

ข้อกล่าวหาคือสิงคโปร์จ่าย 'ค่าใต้โต๊ะ' จำนวน S$24 ล้าน (638,400,000 บาท) เพื่อให้นางสาวเทย์เลอร์แสดงเฉพาะที่สิงคโปร์ ไม่ให้ไปประเทศเอเชียอาคเนย์อื่นๆ 

รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมสิงคโปร์ปฏิเสธข่าวนี้ บอกว่าจ่ายจริง แต่ไม่มากขนาดนี้

ข่าว BBC วันนี้รายงานว่า นายกฯ ไทย 'ตวาด' (สื่อใช้คำว่า outburst) ใส่สิงคโปร์ว่า จ่ายเงินคนจัดงานคืนละ 2-3 ล้านเหรียญสิงคโปร์ เพราะไทยต้องการให้นางสาวเทย์เลอร์ไปแสดงที่นี่มานานแล้ว

สส. ฟิลิปปินส์คนหนึ่งก็ฟาดต่อว่า "นี่มิใช่สิ่งที่เพื่อนบ้านที่ดีกระทำต่อกัน" เพราะฟิลิปปินส์ก็ต้องการให้นางสาวเทย์เลอร์ไปแสดงที่นั่นเช่นกัน แล้วเรียกร้องให้รัฐบาลส่งสารประท้วงอย่างเป็นทางการ

ในมุมมองของผม ทั้งนายกฯ ไทย และ สส. ฟิลิปปินส์มีปัญหาเรื่องวุฒิภาวะทั้งคู่

เมื่อแพ้ก็ถอดบทเรียน แต่ไม่ประณามใคร ไม่เกิดประโยชน์อะไร ยิ่งตอกย้ำว่าเราต่างหากที่ไม่ทันเกม

นี่คือธุรกิจประมูล ใครเสนอค่าตอบแทนสูงกว่า ก็ชนะประมูล และ exclusive deal เป็นเรื่องปกติธรรมดาในวงการธุรกิจ

สิงคโปร์มองทุกอย่างเป็นตัวเลข เมื่อเห็นว่าคุ้มก็ลงทุน ถ้าต้องจ่ายค่าใต้โต๊ะ S$24 ล้านจริง ก็จะเอาคืนร้อยเท่าพันเท่า 

ตอนนี้ค่าตั๋วไปดูนางสาวเทย์เลอร์คือ S$1,200 ค่าโรงแรมพุ่งขึ้นสูงกว่าเดิม อยากดูก็ต้องจ่าย

ส่วนโรงแรม Marina Bay Sands มีแพ็กเกจดูคอนเสิร์ตนางสาวเทย์เลอร์ กับพักสามคืน เป็นเงินแค่ S$50,000 (เท่ากับ 1,330,000 บาท ใช่ พิมพ์ไม่ผิด เกินหนึ่งล้านบาท)

ถ้าไทยเราอยากได้นางสาวเทย์เลอร์จริงๆ แค่เจียดงบประมาณสาดน้ำสงกรานต์กับ soft power ก็ชนะสิงคโปร์แล้ว

แต่คำถามคือ เราต้องการ Taylor Swift จริงๆ หรือ?

นางสาวเทย์เลอร์ช่วยอะไรเราได้ ถ้าแค่ทำให้นักท่องเที่ยวมาเพิ่ม เราอาจต้องทบทวนบางเรื่องใหม่

เราไม่ได้ขาดแคลนนักท่องเที่ยว อาทิตย์ก่อน นายกฯไปสนามบินและ 'outburst' ตม.ว่าทำงานช้า ปล่อยให้คิวนักท่องเที่ยวยาวมาก

อยากเชิญนายกฯ ไปเดินดูถนนสุขุมวิทใจกลางเมืองนี่เองว่า ทางเท้าสกปรกเพียงไร ไม่ได้ล้างมาสิบกว่าปีได้แล้ว และทุกคืนฝรั่งก็เยี่ยวรดริมทางเท้านั่นเอง กลิ่นอยู่ถึงเช้าตอนที่พระออกมาบิณฑบาตพอดี

ยังไม่ต้องพูดถึงการขายเซ็กซ์ทอยริมทางเท้าอย่างโจ๋งครึ่ม นักท่องเที่ยวบางคนเขียนจดหมายไปต่อว่าในบางกอกโพสต์ว่า เขาพาลูกยังเด็กมาเที่ยวเมืองไทย เห็นขายเซ็กซ์ทอยแบบโจ่งแจ้งอย่างนี้ ไม่รู้จะบอกลูกยังไง

ส่วนแท็กซี่ก็ยังคงตีหัวนักท่องเที่ยว จอดเต็มทุกซอยที่มีนักท่องเที่ยว เดี๋ยวนี้จอดริมถนนใหญ่ได้แล้ว

เหล่านี้เป็นเรื่องที่สมควร 'outburst' ทั้งสิ้น เป็นขยะที่ควรเก็บก่อนต้อนรับแขกเมือง

แค่จัดการบ้านเมืองให้ดี นักท่องเที่ยวก็มาเองและมาซ้ำ โดยไม่ต้องพึ่งนางสาวคนไหน

บางทีเราไม่ได้ต้องการ Taylor Swift มาเมืองไทย เราต้องการคนเก็บขยะมากกว่า

วินทร์ เลียววาริณ

ส.วอลเล่ย์บอลฯ ดึง เจ้าแคปหมู สุภาวดี นร.มพย.7 เก็บตัวฝึกซ้อม อนาคตทีมชาติไทย

สมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทยฯ เล็ง 'เจ้าแคปหมู สุภาวดี' แห่ง มพย.7 เก็บตัวฝึกซ้อมร่วมคัดเลือกเข้าแข่งขัน 2 รายการใหญ่

ที่ห้องประชุม ศาลาว่าการเมืองพัทยา สมาคมวอเลย์บอล แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำโดย นายธนดิศ ประสพเนตร ผู้จัดการสโมสรวอลเลย์บอล สุพรีม ทิพย ชลบุรี อี.เทค พร้อมด้วย นางสาววิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ หรือ “กัปตันกิ๊ฟ” ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย อดีตนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย พร้อมคณะ เดินทางเข้าพบ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เพื่อขอตัวนางสาว สุภาวดี พันวิลัย หรือ น้องแคปหมู อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเมืองพัทยา 7 (มพย.7) เข้าร่วมโครงการ Become the next generation 2024 plus

นางสาววิลาวัณย์ ชี้แจงว่า สืบเนื่องจากสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ได้จัดโครงการ Become the next generation 2024 plus ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม – 6 เมษายน 2567 ซึ่งโครงการดังกล่าวข้างต้น เป็นการต่อยอดจากโครงการ “สานพลังเยาวชนสู่คนของชาติ Become The Nest Generation 2” เพื่อพัฒนานักกีฬาวอลเลย์บอลในระดับยุวชน และเยาวชน ให้ก้าวสู่การเป็นตัวแทนทีมชาติไทยในอนาคต และการเตรียมทีมเข้าสู่การพัฒนาให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ในการนี้จึงขออนุญาตให้น้องแคปหมู หรือนางสาวสุภาวดี พันวิลัย เข้าร่วมโครงการดังกล่าว ณ อาคารศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร

ซึ่งในปีนี้ไทยเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน 2 รายการใหญ่ คือ การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงเนชันส์ ลีก 2024 หรือ VNL 2024 จะแข่งขันรอบสุดท้ายในประเทศไทย อีกหนึ่งรายการใหญ่คือ มาร์เชี่ยน อาร์ต เอเชี่ยน อินดอร์ เกมส์ มีชลบุรีเป็นเจ้าภาพร่วมกับ กทม. แต่ทั้งนี้กฎการแข่งขัน มาร์เชี่ยน อาร์ตฯ ต้องเป็นเยาวชนที่อายุไม่เกิน 20 ปี บวกกับอายุเกิน 2 คน สมาคมวอลเล่ย์บอลฯ จึงต้องจัดโครงการดังกล่าวขึ้น เพื่อให้เยาวชนช่วงอายุไม่เกิน 20 ปี เข้ามาร่วมฝึกซ้อมร่วมกับทีมชาติชุดใหญ่ ที่จะทำการแข่งขัน VNL ซึ่ง “น้องแคปหมู” มีรายชื่อในรุ่นเยาวชนที่มีโอกาสในการที่จะคัดเลือกตัวติดรายการมาร์เชี่ยน อาร์ท เอเชี่ยน อินดอร์ เกมส์  

สำหรับ “แคปหมู” ปัจจุบันสูงถึง 188 เซนติเมตร เคยเข้าไปฝึกซ้อมโชว์ผลงานได้ค่อนข้างดีในรุ่นอายุเดียวกัน รวมถึงโชว์ผลงานได้ดีกว่าพี่ ๆ หลายคนที่อยู่ในไทยแลนด์ ลีก ทำให้มีรายชื่อถูกเรียกเข้าเก็บตัวในชุดนี้ ทำให้มีเปอร์เซ็นต์สูงที่จะมีโอกาสต่อยอดได้ เพราะยังอายุน้อย แต่ปัญหาหลัก ๆ ของทีมเยาวชนคือเรื่องการเรียน จึงอยากให้ต้นสังกัดช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องการเรียน เพื่อให้แคปหมู สามารถเก็บตัวฝึกซ้อมได้อย่างเต็มที่

ด้านนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า เมืองพัทยา ต้องขอบคุณสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทยมา ณ โอกาสนี้ ที่เล็งเห็นศักยภาพของนักเรียนโรงเรียนในสังกัดเมืองพัทยา ซึ่งโรงเรียนเมืองพัทยา 7 นั้นเป็นโรงเรียนที่สนับสนุนด้านกีฬาเป็นหลัก ควบคู่ไปกับการเรียนการสอนอยู่แล้ว ประกอบกับ นายสุเทพ คล้ายสีแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนเมืองพัทยา 7 ให้คำยืนยันว่าการเข้าร่วมเก็บตัวฝึกซ้อมฯ ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียน เมืองพัทยา จึงยินดีสนับสนุนและอนุญาตให้แคปหมู  เข้าร่วมเก็บตัวฝึกซ้อมในโครงการดังกล่าว ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีของน้อง ที่จะได้มีโอกาสเรียนรู้ทักษะด้านกีฬาวอลเล่ย์บอลจากสโมสรฯ และก้าวไปสู่การเป็นตัวแทนทีมชาติไทย สร้างชื่อเสียงให้กับเมืองพัทยาและประเทศไทย ต่อไปในอนาคต

'กาฬสินธุ์' นายกลุยแก้น้ำท่วม-น้ำแล้ง พนังกั้นน้ำชีทรุดตัวในพื้นที่กาฬสินธุ์

'เศรษฐา ทวีสิน' นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ลุยแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และป้องกันปัญหาพนังกั้นแม่น้ำชีทรุดตัวในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์

วันที่ 2 มีนาคม 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจราชการในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ โดยในช่วงเช้าเวลา 10.45 น.เข้าติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ที่สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้ากุดแคน ต.เจ้าท่า อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ โดยมีนางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม นายสนั่น พงษ์อักษร ผวจ.กาฬสินธุ์ นายวิรัช พิมพะนิตย์ ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 1 นายพลากร พิมพะนิตย์ ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 2 นายทินพล ศรีธเรศ ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 5 นายประเสริฐ บุญเรือง ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 6 นายชูชาติ รักจิตร อธิการบดีกรมชลประทาน นางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล นายกอบจ.กาฬสินธุ์ นายเดช เล็กวิชัย รองอธิการบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วยส.ส.ภาคอีสาน ส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายอำเภอ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ผู้นำหมู่บ้าน และประชาชนรายงานสภาพปัญหาและให้การต้อนรับ

โดยนายกรัฐมนตรีได้เข้ารับฟังบรรยายสรุปการนำเสนอโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งจากกรมชลประทานก่อนจะเดินพบปะประชาชนที่มาให้การต้อนรับ

ทั้งนี้จากสภาพปัญหาอุทกภัยบริเวณพื้นที่เพาะปลูกโดยรอบกุดวังซอ, กุดกว้างน้อย,กุดกว้างใหญ่ และกุดแคน (กุดขวาง) ซึ่งเป็นพื้นที่ชลประทานของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาวนั้น เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี บริเวณสองฝั่งลำห้วยเกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากกว่า 20,000 ไร่ สาเหตุมาจากระดับน้ำในลำน้ำชีมีระดับสูง ทำให้ไม่สามารถระบายน้ำพื้นที่ด้านในออกลงสู่แม่น้ำชีได้ 

ดังนั้นทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว จ.กาฬสินธุ์ จึงได้เสนอโครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย บริเวณพื้นที่ บ.แจ้งจม ต.เจ้าท่า อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ให้สำนักชลประทานที่ 6 พิจารณาศึกษาโครงการ และเห็นว่ามีความเหมาะสมที่จะดำเนินการก่อสร้างสถานีสูบน้ำถาวร เพื่อสูบน้ำออกจากพื้นที่ชลประทานไม่ให้น้ำท่วมพื้นที่ในฤดูน้ำหลากเมื่อปีพ.ศ. 2552 ทำการก่อสร้างปี 2563 และก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2565 ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับสามารถช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วม และป้องกันอุทกภัยในพื้นที่ประมาณ 20,000 ไร่

อย่างไรก็ตามปัจจุบันเกิดปัญหาแหล่งน้ำมีสภาพตื้นเขิน และมีวัชพืชปกคลุมจำนวนมาก ทำให้น้ำไหลเข้าไม่สะดวก และไม่สามารถระบายน้ำได้ทันในช่วงหน้าฝน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งเรื่องดังกล่าวประชาชน และผู้นำหมู่บ้านได้ร้องขอเข้ามายังหน่วยงานของกรมชลทาน และ นายทินพล ศรีธเรศ ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 5 นำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุมสภาฯ เพื่อให้ช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน และติดตามการแก้ไขปัญหาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการขอรับการสนับสนุนงบประมาณดำเนินการขุดลอกแก้มลิงกุดกว้างน้อย งบประมาณ 24 ล้านบาท แก้มลิงกุดกว้างใหญ่ พร้อมก่อสร้างอาคารประกอบ งบประมาณ 61 ล้านบาท และกำจัดวัชพืชในกุดแคนโดยเครื่องจักร งบประมาณ 5 ล้านบาท เพื่อให้สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งให้กับประชาชน และระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงฤดูฝน 

จากนั้นเวลา 11.30 น.นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเดินทางไปติดตามการแก้ไขปัญหาพนังกั้นลำน้ำชีทรุดตัว ที่บริเวณพนังกั้นลำน้ำชีชั่วคราวกม.ที่ 2 บ้านโนนแดง ต.ลำชี อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ โดยมีนายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม นายพลากร พิมพะนิตย์ ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 2 พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมทางหลวงชนบท และประชาชนในพื้นที่รายงานสภาพปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดจากพนังกั้นน้ำชีทรุดตัวทำให้ปริมาณน้ำเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือน และพื้นที่การเกษตรของประชาชนทุกปี โดยเฉพาะในปี 2565  ส่งผลให้เกิดความเสียหายเป็นบริเวณกว้างพื้นที่เกษตรกรเสียหายหลายหมื่นไร่ และมีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบหลายพันหลังคาเรือน ซึ่งทำให้พี่น้องประชาชนเกิดความวิตกกังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำขึ้นอีก จึงทำให้นายพลากร พิมพะนิตย์ หรือ ส.ส.บอล เขต 2 นำเรื่องปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าวเข้าหารือในประชุมสภาฯ เพื่อแก้ไขปัญหา ก่อนที่นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับพี่น้องประชาชนชาวกาฬสินธุ์ และพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ และลงพื้นที่มารับปัญหา และกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาให้กับประชาชน

โดยในวันนี้ได้เสนอโครงการแก้ไขปัญหาคันทางพังทลายและป้องกันน้ำท่วม  ซึ่งเป็นการก่อสร้างพนัง เพื่อป้องกันคันทาง หรือพนังแม่น้ำชีพังทลายจากกระแสน้ำชีกัดเซาะคันทางความยาว 425 เมตร งบประมาณกว่า 51 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถแก้ไขปัญหาอุทกภัยป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ อ.กมลาไสย และอ.ฆ้องชัย ป้องกันความเสียหายต่อพื้นที่การเกษตรกว่า 100,000 ไร่ และระบบสาธารณูปโภคบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่

ทั้งนี้ภายหลังจากนายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่และรับฟังปัญหาทั้ง 2 จุด โดยนายกฯระบุว่าวันนี้มาดูการขุดลอกการแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และการก่อสร้างพนัง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี 

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นภารกิจในช่วงเช้า นายกรัฐมนตรีได้รับประทานอาหารที่ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ และในช่วงบ่ายเวลา 13.15 น.มีกำหนดการลงพื้นที่บึงอร่าม อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เพื่อหารือการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแลนด์มาร์ค และจุดแวะพักของ จ.กาฬสินธุ์ และ เวลา 14.15 น.เดินทางไปประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือประเด็นปัญหาและแผนพัฒนา จ.กาฬสินธุ์ ที่ศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์ และในช่วงเวลา 15.45 น.จะลงพื้นที่ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยส้มป่อย ต.นาขาม อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อหารือประเด็นการบริหารจัดการน้ำ เพื่อเป็นแหล่งกักเก็บน้ำ และใช้สำหรับการอุปโภค บริโภคให้กับประชาชน

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติชื่นชม 2 ตำรวจน้ำดี พบหญิงสาวถูกทำร้ายร่างกาย รีบช่วยเหลือและจับกุมผู้ก่อเหตุได้ทันท่วงที

วันนี้ (1 มี.ค.67) พ.ต.อ.หญิง ฉันฉาย รัตนพานิช รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้รับรายงานกรณีตำรวจ 2 นาย รุดเข้าช่วยเหลือหญิงสาวที่ถูกทำร้ายร่างกายบริเวณคอนโดแห่งหนึ่ง ซอยรัชดา 36 ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงใส่ตำรวจ โชคดีกระสุนไม่ถูกผู้ใดบาดเจ็บ สามารถช่วยเหลือหญิงสาวจนปลอดภัย และจับกุมผู้ก่อเหตุได้ทันท่วงที

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นวานนี้ (29 ก.พ.67) เวลาประมาณ 03.40 น. ส.ต.อ.วิศรุต จรูญพันธ์เกษม ผบ.หมู่ กก.2 บก.ทท.1 บช.ทท. และ ส.ต.ท.วัชรวี เมธา ผบ.หมู่ กองร้อยที่ 1 กก.คฝ.2 บก.อคฝ.บช.น. ซึ่งทั้ง 2 นายอยู่ในระหว่างการพักเวร กำลังเดินทางกลับที่พักที่คอนโด ซอยรัชดา 36 ถ.รัชดาภิเษก แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร จ.กรุงเทพมหานคร ได้พบ น.ส.ศิริลักษณ์ ผู้เสียหาย ถูกนายอนุพงษ์ ผู้ก่อเหตุ ทำร้ายร่างกายอยู่ภายในบริเวณคอนโดที่เกิดเหตุ ผู้เสียหายได้ร้องขอความช่วยเหลือ ส.ต.อ.วิศรุตฯ และ ส.ต.ท.วัชรวี ฯ จึงได้รีบเข้าช่วยเหลือผู้เสียหายในทันที โดยผู้ก่อเหตุได้ต่อสู้ขัดขืนและได้ทำร้ายร่างกาย ส.ต.อ.วิศรุตฯ และ ส.ต.ท.วัชรวี ฯ

ต่อมาผู้ก่อเหตุได้พยายามวิ่งหลบหนีไป ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะใช้อาวุธปืนแบบไทยประดิษฐ์ (ปืนปากกา) ยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นาย จำนวน 1 นัด วิธีกระสุนพลาดเป้าไม่ถูกผู้ใดได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นายจึงได้รีบติดตามไปควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้อย่างทันท่วงที ส.ต.อ.วิศรุตฯ ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน เข้ามารับตัวผู้ก่อเหตุเพื่อนำไปดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งได้พาผู้เสียหายไปยัง สน.พหลโยธิน เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุต่อไป ซึ่งเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างผู้ก่อเหตุกับผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นายไปพบเหตุทำร้ายร่างกายกันจึงรีบเข้าระงับเหตุ

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติชื่นชมการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนาย ที่มีจิตวิญญาณของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ตลอดเวลา เข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนและจับกุมผู้ก่อเหตุทันที เป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติหน้าที่ให้กับตำรวจทุกนาย ที่การดูแลพี่น้องประชาชนต้องมาก่อนเสมอ

สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา แจ้งข่าวไว้อาลัย ‘มณเฑียร บุญตัน’ สว.คนแรกของไทย ที่พิการมาตั้งแต่กำเนิด ถึงแก่อนิจกรรมแล้ว

(2 มี.ค.67) สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา แจ้งข้อความผ่านไลน์สื่อมวลชน โดยระบุว่านายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ถึงแก่อนิจกรรมแล้ว ทั้งนี้อยู่ระหว่างรอรายละเอียดจากเจ้าภาพ หากได้ข้อมูลจะแจ้งให้ทราบต่อไป

สำหรับนายมณเฑียร เคยเป็นอดีตนายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ทำงานด้านการช่วยเหลือและผลักดันสิทธิและสวัสดิการที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ เป็นผู้แทนคนพิการคนแรกในประเทศไทย และคนแรกในอาเซียนที่ได้รับการเลือกตั้งให้เป็น คณะกรรมการว่าด้วยสิทธิคนพิการแห่งสหประชาชาติ (UN-Committee Convention on the Rights of Persons with Disabilities-CRPD) วาระปี พ.ศ. 2556-2559

นอกจากนี้ นายมณเฑียร ยังเคยได้รับฉายาคนดีศรีสภา ปี 2551 จากสื่อมวลชนประจำรัฐสภา รวมถึงทำเนียบเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย ยังเคยจัดพิธีมอบเกียรติบัตรเพื่อยกย่องนายมณเฑียร ในฐานะบุคคลที่เป็นผู้เชื่อมสัมพันธไมตรี และทำคุณประโยชน์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่นด้วย

สำหรับนายมณเฑียร เกิดเมื่อวันที่ 2 พ.ค.2508 เป็นชาว อ.สูงเม่น จ.แพร่ และเป็นวุฒิสมาชิกคนแรกของไทยที่เป็นคนพิการมาตั้งแต่กำเนิด

ผบ.นย./ผบ.กปช.จต. นำคณะเยือน ภูมิภาคทหารที่ 5 ทบ.กัมพูชา

พลเรือโท สมรภูมิ จันโท ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (ผบ.นย./ผบ.กปช.จต.) พร้อมด้วย ดร.ศิวัสสา จันโท ประธานฝ่ายภูมิภาค สมาคมภริยาทหารเรือ และประธานชมรมภริยานาวิกโยธิน ผู้บังคับบัญชาของกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ฝ่ายอำนวยการ เดินทางเยือน ภูมิภาคทหารที่ 5 กองทัพบก ราชอาณาจักรกัมพูชา (Royal Cambodian Army) ในการนี้ ได้เข้าพบ พณฯ ซก ลู ผู้ว่าราชการจังหวัดพระตะบอง ราชอาณาจักรกัมพูชา 

สำหรับการเยือนภูมิภาคทหารที่ 5 กองทัพบก ราชอาณาจักรกัมพูชา ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์และร่วมหารือข้อราชการระหว่างกัน อันจะนำมาซึ่งการแก้ไขปัญหาต่างๆ ร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย รวมทั้งส่งเสริมการขับเคลื่อนงานรัฐบาล ในด้านเศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข การบรรเทาสาธารณะภัย อันจะส่งผลให้เกิดความมั่นคงตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ รวมถึงกระชับและรักษาความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ให้คงอยู่อย่างมั่นคงสืบไป 

โดยมี พลเอก แอก ซ็อมโอน รองผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 5 กองทัพบก ราชอาณาจักรกัมพูชา และคุณหญิง ตึม ดานึด ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มสตรีแม่บ้านภูมิภาคทหารที่ 5 ให้การต้อนรับ ณ กองบัญชาการภูมิภาคทหารที่ 5 ราชอาณาจักรกัมพูชา 

'สว.วีระศักดิ์' ยก!! 'น่าน' เมืองแห่งอารยสถาปัตย์ พิกัดท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพที่ทุกเพศวัยต้องมาเยือน

'สว.วีระศักดิ์' ชูผลรายงานศึกษาของวุฒิสภาเรื่อง Accessible for All in Action ในงานเปิดเมืองน่าน เมืองอารยสถาปัตย์เพื่อการท่องเที่ยวของคนทั้งมวล

เมื่อวานนี้ (1 มี.ค.67) ที่ลานข่วงช้างค้ำ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ตรงข้ามวัดภูมินทร์ และวัดช้างค้ำ ได้มีการจัดกิจกรรม 'เปิดเมืองอารยสถาปัตย์ เมืองท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพเพื่อคนทั้งมวล' โดยมีนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นผู้อภิปรายนำ ในวงเสวนา ร่วมกับนายแพทย์ พงษ์เทพ วงศ์วัชระไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสร้างเสริมสุขภาพ สสส.,  นางณัฏฐิรา แพงคุณ รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว, นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองน่าน, นาย โยธิน ทับทิมทอง ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานจังหวัดน่าน, นาง ศุภรดา กานดิศญากุล ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน สำนักงานอพท. เมืองเก่าน่าน,  ผศ.ดร.จรัญญา พหลเทพ นักวิจัยการยกระดับการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล ตลาดสากล คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปะและการออกแบบ มหาวิทยาลัยนเรศวร, คุณรพิดา และคุณลลิตา อัชชะกิจ เจ้าของเพจ เข็นแม่เที่ยว จัดโดยมูลนิธิอารยสถาปัตย์ และมีนายกฤษณะ ละไลย เป็นผู้ดำเนินรายการ

ในการนี้ นายวีระศักดิ์ได้ชูเล่มเอกสารรายงานของวุฒิสภา ที่รวบรวมโดยคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมฯ วุฒิสภา ว่าด้วยผลการศึกษาเรื่อง รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง การเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้า (Accessibility for All in Action) ว่าด้วยเรื่องนโยบาย ระเบียบ การฝึกปฏิบัติ และการรักษาความต่อเนื่อง ตลอดจนการปรับปรุงด้านกายภาพ อุปกรณ์และระบบงานทางอิเล็กทรอนิกส์มีความจำเป็นต้องสอดประสานกัน และต้องใส่ใจในรายละเอียด เชื่อมกันได้อย่างไร้รอยต่อ 

พร้อมทั้งกล่าวถึงศักยภาพของจังหวัดน่านว่า นอกจากจะเป็นที่รู้จักในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่มีทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรมที่งดงามหลากหลายแล้ว น่านยังเป็นเมืองเก่าที่มีมรดกทางวัฒนธรรมที่สากลยอมรับ มีที่ตั้งอยู่ระหว่างอารยธรรมล้านช้าง และอารยธรรมล้านนา เป็นเมืองพี่เมืองน้องกับหลวงพระบาง เมืองหลวงเก่าแก่มรดกโลกของสปป.ลาว ซึ่งบัดนี้มีรถไฟจีน-ลาวแล่นผ่าน  

อีกทั้งน่านยังเป็นที่กำเนิดของแม่น้ำน่าน อันเป็นต้นทางของสายน้ำกว่า 40% ของแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นเมืองอากาศดี อาหารดี ผู้คนอารมณ์ดี น้ำดี มีวัฒนธรรมการออกกำลังกายที่ดี เป็นเมืองเจ้าภาพการจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ กีฬาเยาวชนพิการแห่งชาติมาแล้ว ผู้บริหารเมืองน่านเข้าร่วมในเครือข่ายการสร้างอารยสถาปัตย์ให้ในพื้นที่มายาวนาน มีสนามบินน่าน ที่เดินทางได้สะดวก

ดังนั้นหากพัฒนาเพิ่มอารยสถาปัตย์ดีมีมาตรฐานเข้าไปให้มากพอ น่าจะเป็นที่หมายของการเดินทางเชิงสุขภาพ การพำนักระยะยาว การฟื้นสุขภาพ การเก็บตัวเพื่อการกีฬาที่คนทุกเพศวัยชื่นชอบทั้งจากภายในและระหว่างประเทศ

สำหรับผู้สนใจสามารถชมย้อนหลังผ่าน LIVE ถ่ายทอดสด รวมพลังชาว จ.น่าน  เปิดเมืองอารยสถาปัตย์ เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเพื่อคนทั้งมวลผ่าน Facebook Page ของ 'Thailand Friendly Design Expo' ในวันศุกร์ที่ 1 มีนาคม 2567 เวลา 14.00-18.00 น. ณ ลานข่วงน้อย ย่านเมืองเก่าน่าน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ ในการเตรียมพร้อมรองรับสังคมผู้สูงวัย และส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างยั่งยืน

*** ลิงก์ LIVE ย้อนหลัง >> https://fb.watch/qxjmmWRnTs/?mibextid=Nif5oz

คอบร้าโกลด์ 2024 กองทัพไทย สหรัฐ เกาหลี ร่วมฝึกสะเทินน้ำสะเทินบก ยกพลขึ้นบกยึดหัวหาด

เมื่อวันที่ (1 มี.ค.67) การฝึกคอบร้าโกลด์ 2024 ณ สนามฝึกกองทัพเรือ หมายเลข 15 หาดยาว อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วยพลเรือตรี คริสโตเฟอร์ ดี สโตน ผู้บัญชาการกองเรือจู่โจม  Expeditionary Strike GroupSeven,Task Force 76,Amphibious Force ของกองทัพเรือสหรัฐฯ และพลเรือตรี ChoChoong- Ho ผู้บัญชาการกองเรือทุ่นระเบิด สะเทินน้ำสะเทินบก 5 ของสาธารณรัฐเกาหลี  เยี่ยม ชมสถานที่ฝึกซ้อมสะเทินบกของ Cobr a Gold 2024

ระหว่างการฝึกสะเทินน้ำสะเทินบก เรือเดินสมุทรและหน่วยรบสะเทินน้ำสะเทินบก ได้ยึดหัวชายหาดของกองกำลังฝ่ายตรงข้าม หน่วยใช้ปืนใหญ่ทหารเรือ เพื่อยิงวอลเลย์ในขณะที่เครื่องบินให้การสนับสนุนทางอากาศพร้อม ๆ กันเพื่อลดความสามารถของกองกำลังฝ่ายตรงข้ามในการตอบโต้การยิงหัวหาด หน่วยรบสะเทินน้ำสะเทินบกละเมิดอาณาเขตของกองกำลังฝ่ายตรงข้ามและรักษาความปลอดภัยหัวหาด การมีส่วนร่วมในการฝึกในปีนี้ ได้แก่ กองกำลังไทย สหรัฐฯ และเกาหลี โดยมี USS Somerset ของสหรัฐฯ เครื่องบินรบ F-16 และอุปกรณ์อื่นๆ HTMS Surin และ HTMSMannai ของกองทัพเรือไทย หน่วยรบและยานพาหนะสะเทินน้ำสะเทินบกของนาวิกโยธิน และเครื่องบินลาดตระเวนประเภท 1 (T -337 หรือ Cessna 0 - 2 ) และยานพาหนะสะเทินน้ำสะเทินบก ROKS No Jeok Bong ของสาธารณรัฐเกาหลี (LSTII-689) และ KAW

การฝึกการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความพร้อมรบและพัฒนาขีดความสามารถทางทหาร รวมทั้งแสดงแสนยานุภาพทางทหาร ในการปฏิบัติการร่วมกันของกองทัพพันธมิตร เพื่อสร้างความมั่นใจให้กองทัพไทย มีความพร้อมรบทุกมิติ รวมทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างมิตรประเทศ และความร่วมมือทางทหาร อันเป็นหลักประกันความมั่นคงของชาติตลอดไป

‘ททท.’ คว้ารางวัลชนะเลิศ ‘แบรนด์ยอดเยี่ยมบนโซเชียลมีเดีย’ สาขาหน่วยงานรัฐบาล-รัฐวิสาหกิจ ในงาน Thailand Social Award ครั้งที่ 12

เมื่อวานนี้ (1 มี.ค. 67) นายนรินทร์ ทิจะยัง ผู้อำนวยการฝ่ายดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นผู้แทนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ขึ้นรับรางวัลชนะเลิศ BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา GOVERNMENT & STATE ENTERPRISE ในงานประกาศรางวัล THAILAND SOCIAL AWARDS ครั้งที่ 12 ณ ทรู ไอคอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม โดยมีหน่วยงานที่เข้ารอบสุดท้าย ได้แก่ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงวัฒนธรรม และสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ 

ทั้งนี้ ททท. ได้รับรางวัลชนะเลิศ 4 ครั้งในรอบ 5 ปี (2563 / 2564 / 2566 / 2567) โดยเป็นผลงานของ 5 แพลตฟอร์มหลักของ ททท. ได้แก่ Facebook Page Amazing Thailand, Instagram @TourismThailand, Tiktok @Amazing Thailand, Twitter @go2Thailand @AmazingThailand และ YouTube Channel Amazing Thailand  

โดยคิดคะแนนจากการวัดประสิทธิภาพการสื่อสารจากช่องทางหลักของแบรนด์ (Own Chanel) และจากช่องทางที่คนอื่นพูดถึงแบรนด์ (Earn Channel) รวมถึงประสิทธิภาพเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เช่น จำนวนผู้ติดตาม การเติบโตของผู้ติดตาม การแสดงความคิดเห็น การสนับสนุนเนื้อหาของแบรนด์และแนะนำให้กับบุคคลอื่น เป็นต้น 

ทั้งนี้ กองสารสนเทศการตลาด โดยงานการตลาดออนไลน์ ได้มีความมุ่งมั่นในการทำงานด้าน social media อย่างเป็นระบบโดยอาศัยข้อมูลต่าง ๆ ประกอบการทำงาน ส่งผลให้การนำเสนอข้อมูลด้านการท่องเที่ยวของไทย มีประสิทธิภาพ เป็นที่ยอมรับ

‘THAILAND SOCIAL AWARDS’ เป็นงานประกาศรางวัลผลงาน Social Media ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย จัดขึ้นเพื่อให้ความสำคัญกับวงการ Social Media ที่เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ อีกทั้งยังร่วมส่งเสริมการใช้ Social Media อย่างสร้างสรรค์ และยกระดับวงการ Social Media ด้วยการมอบรางวัลเชิดชูผู้ใช้ Social Media ยอดเยี่ยมในสาขาต่าง ๆ โดย บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้พัฒนาเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลการตลาด

‘ผบ.ทร.’ ยัน!! ‘เกาะกูด’ เป็นของไทย ไม่มีทางเป็นของ ‘กัมพูชา’ เด็ดขาด

จากกรณีการหาผลประโยชน์บนพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชา ที่กำลังเป็นกระแสวิพากษณ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ ว่าอาจทำไทยส่อสูญเสียเกาะกูด จ.ตราด ล่าสุด พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผบ.ทร. ได้แสดงจุดยืนที่หนักแน่น ยืนยันเกาะกูดเป็นของประเทศไทย ไม่มีทางเป็นของกัมพูชาเด็ดขาด โดยระบุว่า…

“อย่าง ‘เกาะกูด’ เพื่ออธิบายให้ท่านเข้าใจ สนธิสัญญา ‘ไทย-ฝรั่งเศส’ เกาะกูดเป็นของไทย ไม่มีทางเป็นอื่น เพราะสนธิสัญญาไทยฝรั่งเศสเขียนไว้อย่างนั้น ฉะนั้นไม่ต้องกังวล เกาะกูดไม่มีทางไปเป็นของประเทศกัมพูชาเด็ดขาด”

'ดาริน-นักตบสาวไทย' ปิด IG หลังเกรียนเกาหลีใต้พาทัวร์ลง เหตุพาทีมพ่าย โดนด่าแบบดุเดือด เพราะเล่นไม่ได้ดั่งใจแฟนๆ

เดือดถึงขั้นปิดIGเลย ล่าสุดแฟน ๆ ลูกยางเกาหลีใต้ ทัวร์ลงนักตบสาวไทยอย่างหนัก ด่าแบบดุเดือดมาก ๆ เพราะฟอร์มหาย เล่นไม่ได้ดั่งใจแฟน ๆ แม้จะพาทีมชนะไปถึง 2 แมตช์ แต่มาพ่าย 1 แมตช์ ✌️✌️🇹🇭🇹🇭🇹🇭

จนทำให้น้อง ดาริน ปิ่นสุวรรณ นักวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย และสังกัดลีกเกาหลีใต้กับทีม 'จีเอส คาลเท็กซ์' GS ถึงขั้นต้องปิด IG หลังทีมแพ้ 3-0 เซต GS VS Hundai 

สู้ ๆ นะดารินอย่าลืมว่าอันดับโลกทีมไทยอยู่อันดับที่ 13 ของโลกนะลูก กด Like เพื่อส่งกำลังใจให้น้อง

'ณวัฒน์' รับมอบอำนาจจาก MGI แจ้งความเอาผิด 'ซีจีเอส' ชี้!! ทำธุรกิจเสียชื่อเสียง จากการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ

ความคืบหน้าจากเหตุการณ์ นาย ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานและเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MGI เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.บางแก้ว ต.บางแก้ว  แจ้งความเอาผิดคู่กรณี หลังได้รับความเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสียง ทำให้ขาดความน่าเชื่อถือในทางธุรกิจ จากการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จจาก บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอสอินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ  CGSI ผ่านหนังสือพิมพ์รายวันทันหุ้น https://thunhoon.com/article/289136 

ซึ่งโพสต์ข่าวหัวข้อว่า ‘CGSI ปฏิเสธข่าว นำนักลงทุน เยี่ยมชม MGI’ โดยมีเนื้อหาในข่าวว่า #MGI #ทันหุ้น - บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอสอินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ชี้แจงข่าวระบุว่า "ตามที่ปรากฏข่าวในสื่อที่อ้างถึงบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ CIMB นำผู้ลงทุนจำนวน 30 ท่าน มาเยี่ยมบริษัทมิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (MGI) เพื่อฟังการบรรยาย และกลยุทธ์ของธุรกิจนั้น บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอสอินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ขอแจ้งว่า บริษัทมิได้ดำเนินการในนามบริษัทหรือส่งเสริมการกระทำดังกล่าวแต่อย่างใด”

ทั้งนี้ผู้บริหาร MGI ทราบภายหลังว่าบริษัท CGSI ได้รับคำแนะนำจาก รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ ที่ชี้แนะให้ CGSI ทำประกาศ โดยปราศจากการสอบถามจาก บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MGI ในข้อเท็จจริงที่ถูกต้องเสียก่อน CGSI จึงได้ทำตามคำแนะนำ ทำหนังสือประกาศดังกล่าว นำไปสู่ความเสียหายทั้งชื่อเสียงและมูลค่าของ MGI จนต้องไปแจ้งความเอาผิดฐานหมิ่นประมาทใส่ร้ายให้ข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และจะให้ทางเจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนเรียกทุกส่วนที่เกี่ยวข้องมาสอบสวนแล้วแจ้งความคืบหน้ากับทางผู้ถือหุ้นต่อไป

โดย ณวัฒน์ เปิดใจว่า “ซีจีเอส ทำให้ชื่อเสียง MGI เสียหายมากครับ ผมจึงต้องไปแจ้งความ และถ้าถามถึงความรู้สึก ยอมรับว่าเสียใจมาก เพราะผมเป็นคนทำงานชัดเจน ทุกอย่างมีข้อมูลและหลักฐาน ก่อนจะกระทำเรื่องใดผมได้ไตร่ตรองแล้ว แต่กลับต้องมาเจอกับวิธีการทำงานของ ตลาดหลักทรัพย์  ที่ใช้วิธีควบคุมอยู่ข้างหลัง แทนการเผชิญหน้าและสอบถามความชัดเจน แต่นี่กลับตัดสินผม ตัดสินบริษัทผมแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยการแนะนำให้บริษัทซีจีเอสออกประกาศเช่นนั้น ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ถือหุ้นและแบรนด์ MGI

ซึ่งทางบริษัทคงต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด ยอมความกันไม่ได้หรอกครับ มีหลายคนโทรมาถามผมว่า จะไปร้องศาลปกครองเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมหรือไม่ เพราะเข้าข่ายอาจถูกกลั่นแกล้ง ซึ่งเรื่องนี้ผมขอให้เป็นหน้าที่และกระบวนการของทีมกฏหมายบริษัท MGI ผมในฐานะผู้บริหารและบอร์ดทุกท่านไม่ได้นิ่งนอนใจ เราต้องปกป้องชื่อเสียงของบริษัทและผู้ถือหุ้นครับอย่างถึงที่สุดแน่นอนครับ”

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล ประจำวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2567

✨ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
✨ประจำวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2567

รางวัลเลขหน้า 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท
975  900

รางวัลเลขท้าย 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท
382  703

รางวัลเลขท้าย 2 ตัว รางวัลละ 2,000 บาท
79

รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท
253602  253604

ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 2 จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท
916831  286578  629052  883154  329008

ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 3 จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 80,000 บาท
741595  224148  056295  125604  079194  
619022  544094  696224  587666  336549  

ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 4 จำนวน 50 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท
160137  773783  712724  794689  732775  
080910  866816  236305  021044  063059  
429117  502624  992232  307823  412827  
787548  853578  981305  701004  267511  
823052  276157  613975  109194  158994  
699980  015041  914093  700897  680314  
492492  664413  429032  593091  229788  
697629  961273  132070  596850  685438  
824219  689167  738961  325196  854476  
494061  289497  887183  771338  136841  

ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 5 จำนวน 100 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท
403364  606961  516340  864583  524889  
133450  938033  222183  187645  804122  
181477  283585  193138  421588  731758  
998450  713966  737691  038241  388991  
708321  354731  581380  796763  740687  
237690  936195  985962  961854  414872  
786791  251627  262372  439241  734180  
862026  929510  488751  140673  943345  
499583  320599  438533  210027  175354  
181003  206636  571973  776597  898832  
765909  772218  950089  041914  787456  
240531  986196  576070  976534  411380  
217436  071425  383414  985179  947024  
323297  375111  095780  579820  960799  
080391  026305  427431  700340  279682  
680988  562203  310154  484976  756780  
071820  712999  784599  101722  689385  
739921  001973  039430  515618  452634  
204601  159677  077730  794350  142461  
770249  022732  161258  328516  800658

‘ตำรวจ’ รวบ!! ‘ชัยวัฒน์’ อดีตที่ปรึกษากฎหมาย ‘แม่แตงโม’ หลังลวงเงินอดีต สส.รายหนึ่ง 20 ลบ. อ้าง!! จะฝากเข้า ‘เพื่อไทย’

(1 มี.ค.67) มีรายงานว่า พ.ต.อ.ยิ่งยศ สุวรรณโณ ผกก.สน.ลุมพินี พร้อมด้วย พ.ต.ท.ไพรัตน์ คำลี รอง ผกก.(สอบสวน) หัวหน้างานสอบสวน สน.ลุมพินี และ พ.ต.ต.สุทวัฒน์ ศรีพรวรรณ์ สว.(สอบสวน) สน.ลุมพินี พร้อมคณะฯ รับตัวผู้ต้องหาตามหมายจับจากตำรวจทางหลวง จับกุมนายชัยวัฒน์ โลมากุล อดีตที่ปรึกษากฎหมายของนางพนิดา ศิริยุทธโยธิน แม่ของแตงโม ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ กับพวก รวม 3 คน เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 65 ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลแขวงปทุมวัน ที่ 117/2566 คดีอาญาที่ 326/2566 และคดีอาญาที่ 604/2566 (รวมคดี) ข้อหาร่วมกันฉ้อโกง, ร่วมกันหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น และเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ 

คดีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากผู้ต้องหากับพวก รวม 3 คน ได้หลอกลวงอดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคการเมืองหนึ่งว่า มีตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 20 ของพรรคเพื่อไทยว่างอยู่ แต่ต้องเสียค่าสมัครเป็นเงิน 40 ล้านบาท ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ และไปลาออกจากสส.บัญชีรายชื่อพรรคต้นสังกัด เพื่อมาสมัครเป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ตามที่ผู้ต้องหากล่าวอ้าง จากนั้นตามวันที่เกิดเหตุได้มีการนัดหมายเจรจา และจ่ายเงินค่าสมัครที่โรงแรมแห่งหนึ่ง แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 30 มี.ค.66 เวลากลางวัน 

โดยผู้เสียหายจ่ายเงินสด จำนวน 20 ล้านบาทแก่กลุ่มผู้ต้องหา แล้วกลุ่มผู้ต้องหาได้พาไปถ่ายรูป และสมัครเป็น สส.บัญชีรายชื่อ ที่พรรคเพื่อไทย หลังจากนั้นได้กลับมาที่โรงแรมที่เกิดเหตุอีกครั้ง แล้วกลุ่มผู้ต้องหาก็พยายามพูดคุยให้จ่ายเงินอีก 20 ล้านบาท ขอจ่ายกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อไม่ได้พบน.ส.แพทองธาร จึงไม่มีการจ่ายเงินส่วนที่เหลืออีก 20 ล้านบาทแต่พอพรรคเพื่อไทยประกาศรายชื่อ สส.บัญชีรายชื่อ ปรากฏว่าไม่มีชื่อของผู้กล่าวหาที่ 1 แต่อย่างใด จึงเชื่อว่าถูกหลอกลวง จึงมาแจ้งความดำเนินคดีจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

หลังจากที่ น.ส.แพทองธาร ผู้เสียหายทราบเรื่องว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้แอบอ้างว่าเป็นที่ปรึกษาของ น.ส.แพทองธาร จึงมอบอำนาจให้มีการมาแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ต้องหากับพวก จนกว่าคดีจะถึงที่สุด กระทั่งวันที่ 29 ก.พ.67 เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง 1 กก.1 บก.ทางหลวง กับพวกได้ร่วมกันจับกุมตัวนายชัยวัฒน์ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลแขวงปทุมวัน ที่ 117/2566 ลงวันที่ 13 พ.ย.66 ที่บริเวณ กม.2-3 ถ.สายเอเชีย ทล.32 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยาฯ นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

ทั้งนี้ เบื้องต้นในชั้นสอบสวนให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา และขอให้การในชั้นศาล ซึ่งวันที่ 1 มี.ค.67 พาตัวนายชัยวัฒน์ไปขอฝากขังที่ศาลอาญากรุงเทพใต้

สำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมภาคีเครือข่าย มอบรางวัล พลเมืองดีส่งคลิปขับขี่ฝ่าฝืนกฎหมายตาม “โครงการอาสาตาจราจร”

วันนี้ (1มี.ค. 67) เวลา 14.00 น. ณ ห้องสารสิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการ ประจำ สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ  คุณพิศเพลิน วิริยะพันธุ์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) คุณนิตยา ลีธีระกุล ผู้บริหารสถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ สวพ.91 และ คุณอัจฉรา  บัวสมบูรณ์ ผู้บริหารสถานีวิทยุ จส.100 ร่วมแถลงผลการมอบรางวัล และเกียรติบัตรโครงการอาสาตาจราจร โดยมอบรางวัลให้กับประชาชนเจ้าของคลิปกล้องหน้ารถที่บันทึกอุบัติเหตุทางถนนหรือการกระทำผิดกฎจราจรที่สำคัญ ประจำเดือน ม.ค.2567 รวมรางวัลทั้งสิ้น20 รางวัล เงินรางวัลสูงสุด 20,000 บาท รวมเงินรางวัลที่จะมอบในวันนี้ เป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 100,000 บาทโดยบริษัท วิริยะประกันภัย และกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เป็นผู้สนับสนุนเงินรางวัล

พล.ต.ท.นิธิธรฯ กล่าวว่า นับแต่เริ่มโครงการมาจนถึงปัจจุบัน สังคมมีความตื่นตัว มีคลิปการกระทำผิดกฎจราจรจากภาคประชาชนส่งมาให้คณะทำงานพิจารณาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลเบาะแสเหล่านี้ แสดงถึงความสนใจ ใส่ใจกับปัญหาการจราจร และจะเป็นการขับเคลื่อนที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาการจราจร เพื่อสร้างความปลอดภัยทางถนนให้กับผู้ใช้ทาง  สำหรับผู้กระทำผิดที่ถูกบันทึกคลิปวิดีโอเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำไปตรวจสอบและติดตามมาดำเนินคดี  โครงการนี้มุ่งหวังให้ผู้ขับขี่ ยับยั้งชั่งใจในการกระทำผิด เพื่อมุ่งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น  สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าร่วมกิจกรรม สามารถส่งคลิปการกระทำผิดกฎจราจรมายังช่องทางที่หลากหลาย ได้แก่ เพจอาสาตาจราจร เพจตำรวจทางหลวง  เพจกองบังคับการตำรวจจราจร  รวมถึงเพจเครือข่ายที่ร่วมโครงการ ทั้งเพจมูลนิธิเมาไม่ขับ สวพ.91 และ จส.100  คลิปที่มีเนื้อหาน่าสนใจผ่านการคัดเลือก นอกจากได้รับเงินรางวัลแล้ว ยังได้รับใบประกาศเกียรติคุณจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะพลเมืองดี ช่วยส่งพยานหลักฐานเพื่อช่วยคนดีชี้คนผิด เป็นส่วนหนึ่งในการลดอุบัติเหตุทางถนน 

ทางด้าน นพ.แท้จริง  ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ  กล่าวเสริมว่า โครงการนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยในการสร้างการตระหนักรู้ในการขับขี่ปลอดภัย ให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎจราจร การมีส่วนร่วมดังกล่าวเป็นการสร้างมาตรฐานทางสังคมให้เกิดความยับยั้งชั่งใจในการกระทำผิด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งประชาสัมพันธ์เพิ่มเติม เรื่องใบสั่งจราจร ตามกฎหมายใหม่ เมื่อทำผิดกฎจราจรแล้วได้รับใบสั่งหากไม่ชำระตามเวลาที่กำหนด จะต้องถูกฟ้องต่อศาลทุกราย ตามกฎหมายว่าด้วยการปรับเป็นพินัย ขั้นตอนหลังจากได้รับใบสั่งจะมีกำหนดเวลาให้ชำระค่าปรับระบุไว้ในใบสั่ง หากพ้นกำหนดเวลาเจ้าหน้าที่จะส่งหนังสือเตือนให้ไปชำระตามเวลาที่กำหนดอีก 1 ครั้ง ถ้ายังไม่ไปชำระอีก เจ้าหน้าที่จราจรจะสรุปข้อเท็จจริงเป็นสำนวนส่งไปยังพนักงานอัยการเพื่อส่งฟ้องศาลทุกราย โดยเริ่มมีผลกับใบสั่งที่ออกตั้งแต่ 25 ต.ค.2565 เป็นต้นมา 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top