Thursday, 16 July 2026
NEWS

รรท.ผบ.ตร. ตรวจจุดเกิดเหตุป่วนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้- กำชับ 7 มาตรการเข้ม

เมื่อวานนี้ (22 มี.ค.67) เวลา 15.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร.รรท.ผบ.ตร. ได้เดินทางมาตรวจพื้นที่เกิดเหตุสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ จชต. และประชุมติดตามสถานการณ์ร่วมกับ พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค มทภ.4 , พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9, พ.จ.ท.อนันต์ บุญสำราญ รอง ผวจ.ยะลา , ผู้บังคับบัญชา และข้าราชการตำรวจทุกหน่วยในพื้นที่ จชต. ได้สั่งการและกำชับแนวทางปฏิบัติ ดังนี้ 

1. เน้นย้ำการรายงานเหตุให้รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ โดยใช้ ศปก.ตร.สน. เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อน รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อรายงานผู้บังคับบัญชา ให้สามารถสั่งการเข้าระงับยับยั้ง สกัดกั้นการก่อเหตุในพื้นที่ได้ทันท่วงที
2. การก่อเหตุที่ผ่านมาเป็นการแสดงศักยภาพของกลุ่มผู้ก่อเหตุ ว่าสามารถก่อเหตุรุนแรงได้พร้อมๆ กันในหลายพื้นที่  จึงให้ติดตามสถานการณ์การข่าวและประเมินสถานการณ์ เพื่อสามารถป้องกันเหตุ ที่อาจเกิดขึ้นได้อีก
3. กำชับให้เพิ่มความเข้มในมาตรการป้องกันการก่อเหตุรุนแรงในช่วง เทศกาลถือศีลอดเดือนรอมฎอน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อพี่น้อง ประชาชน และเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยต้องนำแผนและมาตรการ นำมาปฏิบัติ อย่าได้หย่อนยาน ประมาทเลินเล่อ ในการปฏิบัติหน้าที่เด็ดขาด 

4. กำชับเพิ่มความเข้มในการเฝ้าระวังป้องกันหน่วยที่ตั้ง สถานที่ราชการ บ้านพักข้าราชการตำรวจ และจุดตรวจต่างๆ 
5. ให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวน ด้วยความรอบคอบ รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ นำนิติวิทยาศาสตร์ มาใช้ ซึ่งเป็นพยานหลักฐานที่มีความชัดเจนและน่าเชื่อถือในกระบวนการยุติธรรม 
6. ให้บูรณาการการปฏิบัติกับหน่วยที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ตามแผน/ยุทธการของ กอ.รมน.ภาค 4 และ ศปก.ตร.สน.
7. การเยียวยาผู้เสียหาย ให้ดำเนินการตามสิทธิ กระบวนการและระเบียบที่เกี่ยวข้อง อย่างรวดเร็ว

'กัน จอมพลัง' ร่วมถกแนวทาง-แก้ปัญหา ‘เด็กก่อเหตุรุนแรงทางเพศ’ แนะ!! ‘ควรปรับแก้ กม.-ฉีดให้ฝ่อ’ ป้องกันพ้นโทษออกมาก่อเหตุอีก

(22 มี.ค. 67) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเร่งรัดการเสนอร่างพระราชบัญญัติเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล (ครน.) โดยมีนายชัยเกษม นิติสิริ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายกิตติกร โล่ห์สุนทร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายวิชัย ไชยมงคล ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการ ครน. เข้าร่วม ที่ทำเนียบรัฐบาล 

โดยนายสมศักดิ์ กล่าวว่า การประชุม ครน.วันนี้ ได้พิจารณาทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเด็กที่ก่อเหตุความรุนแรงเกี่ยวกับเพศและด้านต่างๆ โดยมี พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน พ.ต.ท.พงษ์ธร ธัญญสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม ผู้แทนกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการแก้ปัญหาเด็กก่อเหตุความรุนแรง เพราะจากข้อมูลของกรมพินิจฯ มีเยาวชนที่กระทำความผิดคดีอาญา ฐานข่มขืนกระทำชำเรา ปี 65 จำนวน 670 คน ปี 66 จำนวน 881 คน และปี 67 มีแล้วจำนวน 198 คน ซึ่งจะเห็นได้ว่า มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น 

ขณะที่ กัน จอมพลัง กล่าวว่า ตนได้รับฟังความคิดเห็นในโซเชียลมีเดียส่วนตัว เกี่ยวกับเด็กที่ก่อความรุนแรง ควรมีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร ซึ่งมีผู้มาแสดงความคิดเห็นกว่า 5 พันคน ส่วนใหญ่ อยากให้ภาครัฐปรับแก้กฎหมาย หรือวิธีการป้องกันให้ดีกว่านี้ เพราะจากประสบการณ์ที่ตนลงพื้นที่ พบว่า ผู้ก่อเหตุจำนวนไม่น้อย เมื่อพ้นโทษออกมา ก็จะก่อเหตุซ้ำ รวมถึงมีพฤติกรรมก่อกวนเหยื่อ ทำให้เหยื่อต้องตกอยู่ในความหวาดระแวงตลอดเวลา

นอกจากนี้ ปัญหาเด็กก่อเหตุความรุนแรง ยังพบผู้นำท้องถิ่น เข้ามาเกี่ยวข้องในการช่วยเหลือด้วย ตนจึงมีแนวคิดว่า ผู้ก่อเหตุที่มีพฤติกรรมกระทำความผิดซ้ำ ควรบังคับฉีดให้ฝ่อ เพื่อป้องกันพ้นโทษออกมาก่อเหตุอีก เพราะหลายกรณีได้รับโทษเบา เพียงไม่กี่ปี ก็พ้นโทษ รวมถึงที่ผ่านมา เหยื่อไม่ค่อยได้รับการเยียวยา จึงอยากให้มีการปรับแก้ให้เข้มงวดขึ้น 

ด้าน พ.ต.ท.ประวุธ กล่าวว่า กฎหมายเด็กอายุไม่เกิน 12 กระทำผิด จะไม่ต้องรับโทษนั้น เป็นไปตามหลักสากล ไม่สามารถส่งสถานพินิจได้ ส่วนเด็กช่วงอายุ 12-15 ปี กระทำผิด ไม่ต้องรับโทษเหมือนกัน แต่ศาลมีอำนาจว่ากล่าวตักเตือน หรือ ส่งตัวเด็กไปสถานฝึกอบรม แต่ไม่ให้เกินกว่าวันที่เด็กมีอายุครบ 18 ปี ซึ่งกลุ่มช่วงอายุ 12-15 ปี เป็นช่วงที่กระทำความผิดสูง ส่วนเด็ก 15-18 ปี ศาลสามารถสั่งลงโทษได้ ส่วนการแก้ช่วงอายุไม่ต้องรับโทษ ต้องเกี่ยวข้องกับหลักสากลด้วย จึงควรมีการรับฟังความเห็นอย่างรอบด้าน แต่ที่สามารถทำได้ คือ ส่งเข้าสถานฝึกอบรม จากไม่เกินอายุ 18 ปี ขยายเป็น 24 ปี เพื่อเพิ่มการดูแลให้มากยิ่งขึ้น 

โดยนายสมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา ตนเคยออกกฎหมายป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ เพื่อเฝ้าระวังบุคคลอันตรายก่อเหตุซ้ำ ซึ่งกฎหมายนี้ จะสามารถช่วยแก้ปัญหาเด็กก่อเหตุความรุนแรงได้ แต่แนวทางการแก้ปัญหาแบบรูปธรรม ที่ประชุม ครน.ได้มีมติ มอบหมายให้สำนักงานกิจการยุติธรรม ไปรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า ควรมีการปรับแก้กฎหมายเพิ่มเติมหรือไม่ เพื่อช่วยแก้ปัญหาเด็กก่อเหตุความรุนแรง พร้อมมอบหมาย ให้สร้างการรับรู้ และทำให้สังคมตระหนักรู้ มีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยตนขอให้ทุกหน่วยงานช่วยกันขับเคลื่อนแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง

‘ลุง-ป้า’ สุดขยัน!! ตัดต้นกระถินยักษ์เผาเป็นถ่านเลี้ยงชีพ ไม่รอเงินหมื่นจากภาครัฐ บอก!! “จะได้รึเปล่ายังไม่รู้”

(22 มี.ค. 67) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก 'Pat Sangtum' ได้โพสต์ข้อความในหัวข้อ ‘CHARCOAL MAKER-WOODCUTTER คนตัดฟืนเผาถ่าน’ โดยระบุว่า…

“ทางเข้าบ้านเราด้านหนึ่งเป็นหุบเหว ซึ่งเกิดจากการขุดดินขึ้นไปทำถนน (ไปทะลุที่ตลาดปากช่อง) หุบเขานี้ เวลาผ่านมากว่า 35 ปี ก็กลายที่อยู่อาศัยของสัตว์ต่างๆ ทั้งกระต่าย ไก่ป่า และมีพันธุ์ไม้แปลก ๆ ขึ้นเอง ในช่วงฤดูฝน จะเป็นป่าในหุบเหว ป่านี้เต็มไปด้วยต้นกระถินยักษ์ เพราะแถวดงพญาเย็น ที่เคยถูกถางป่าจนกลายเป็นเขาหัวโล้นทั้งหมด ทางการได้เอาเมล็ดพันธุ์กระถินยักษ์ มาปลูก โดยคิดแต่เพียงว่าเป็นต้นไม้โตเร็ว กระถินยักษ์จึงกระจายไปทั่วบริเวณทั่วทั้งอำเภอ เมื่อเมล็ดกระถินร่วงแล้วขึ้นเป็นต้นใหม่อย่างรวดเร็ว ต้นไม้ป่าธรรมชาติ ก็สู้ไม่ไหว ตายสี่ตายห้ากันหมด แม้เวลาผ่านมาครึ่งศตวรรษ มองไปทางไหนก็เป็นภูเขากระถินยักษ์ มีไม่กี่ลูก ที่ยังเป็นป่าเบญจพรรณ”

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายนี้ ระบุเพิ่มว่า “ลุงป้า มาตัดกระถินในหุบเหวหน้าบ้านทุกวัน เอาไปเผาถ่าน ลุงอายุ 69 ปี ป้า 60 ทั้งคู่ได้รับเงินประกันสังคม ได้รับเบี้ย สว. และลูก ๆ ซึ่งโตกันแล้ว มีหลานแล้ว ก็ให้เดือนละ 3,000 บาท ทั้งสองอยู่ในหมู่บ้านห่างไป 3 กม. มีรถปิคอัพ มีบ้าน แต่ขยันหาเงินตลอดเวลา ไม่นั่ง ๆ นอน ๆ ดูทีวี ลุงวัย 69 แข็งแรงมาก เพราะท่อนไม้ที่ลุงต้องขนขึ้นมาจากเหวนั้น หนักมาก ๆ เราลองยกดู ยกได้แป๊บเดียว ก็หายใจไม่ทันแล้ว แต่ทั้งคู่ ขนขึ้นมาเพื่อเอามาบรรทุกท้ายรถ ทำอย่างนี้วันละ 2 เที่ยว 

และเสริมต่อว่า “ลุงบอกว่า เผาถ่านแล้ว มีคนมารับที่เตา ไม่ต้องไปเร่ขาย เราจึงบอกว่าถ้าแวะมาขนไม้ ก็เอาถ่านมาให้ด้วย ลุงขายถุงละ 30 ก็เลย สั่งไป 10 ถุง ด้วยคิดว่าขนาดถุงจะเหมือนที่ร้านหมูกระทะ หรือร้านขายถ่านในตลาด ทำไว้ขาย ปรากฏว่ามาถึง ขนาดถุงเท่ากับถังแก๊ส ตกใจมากจึงถามว่าทำไมขายถูก ลุงบอกว่าถ้าไปขายต่อให้ขาย 50 บาท”

นอกจากนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายนี้ยังเล่าต่อว่า ตอนนี้ถ้าเราต้องจากไป ไม่ต้องไปวัดเลย ไม่ต้องพึ่งดอกไม้จันทน์ เราถามลุงว่า เงินก็พอใช้แล้ว เดี๋ยวก็ได้จากรัฐบาลอีกหมื่นบาท 

ลุงตอบว่า "ไม่รอหรอก จะได้รึเปล่ายังไม่รู้"

‘ท่านอ้น’ ย้ำชัด!! ไม่คิดเล่นการเมือง-การเมืองน่ากลัว แจงเหตุกลับไทยบ่อย เพราะไม่ได้กลับไทยมานาน

(22 มี.ค. 67) จากเพจเฟซบุ๊ก VOA Thai ได้โพสต์คลิปวิดีโอ ‘ท่านอ้น วัชรเรศร วิวัชรวงศ์’ โอรสในรัชกาลที่ 10 หลังให้สัมภาษณ์เมื่อถูกถามว่าเหตุใดจึงกลับไทยเป็นระยะเวลาในช่วงไม่ถึงปีมานี้ ซึ่งท่านอ้นระบุว่า ตนเพียงต้องการกลับบ้านเกิดเป็นการส่วนตัว หลังไม่ได้กลับมานานกว่า 27 ปี และไม่ได้มาในฐานะตัวแทนของใคร ไม่อยากแข่งขันเพื่ออะไร เพราะไม่มีทรัพยากรและอํานาจใดๆ และไม่มีแรงขับเคลื่อนใดนอกเหนือไปจากสิ่งที่ทําได้ในตอนนี้

นอกจากนี้ ท่านอ้น ยังยืนยันอีกว่า ไม่มีแผนเล่นการเมืองอย่างแน่นอน เพราะการเมืองเป็นสิ่งน่ากลัว และจะไม่พบกับนักการเมืองคนใด เพราะไม่อยากถูกมองว่าเลือกข้าง หรือเป็นเครื่องมือของใคร โดยท่านอ้นยังอธิบายต่อว่า ตนเกิดมาพร้อมกับยศอื่น ไม่ได้เกิดมาเป็นนายวัชรเรศร แต่ทั้งนี้ได้ใช้เวลาหลาย 10 ปี เพื่อสร้างตัวตนนี้ขึ้นมา และตอนนี้ภูมิใจต่อความเป็นนายวัชรเรศรในตอนนี้มาก 

ทั้งนี้ ท่านอ้น มีพระยศแรกเกิดว่า ‘หม่อมเจ้า’ ก่อนจะถูกถอดยศอย่างไม่เป็นทางการ เมื่อราวปี 2540 หลังเหตุการณ์ของครอบครัวทําให้มารดา ‘สุจาริณี วิวัชรวงศ์’ และบุตรชายทั้ง 4 คน ต้องเดินทางออกไปอาศัยในต่างประเทศเป็นการถาวร

‘แฟนบอลไทย’ คุกเข่าขอแฟนสาวแต่งงาน หลังคบหากัน 10 ปี ขณะชมแมตช์ ‘ไทย-เกาหลีใต้’ แฟนบอลนับพันร่วมเป็นสักขีพยาน

ควันหลงหลังจบเกมฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย กลุ่มซี นัดที่ 3 ที่โซล เวิลด์คัพ สเตเดียม ‘โสมขาว’ ทีมชาติเกาหลีใต้ เปิดบ้านเสมอ ‘ช้างศึก’ ทีมชาติไทย 1-1 โดย เกาหลีใต้ ได้ประตูออกนำท้ายครึ่งแรกจากลูกยิงของ ซน ฮึง มิน ก่อนไทยจะมาได้ประตูตามตีเสมอ จากลูกยิงของศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ทำให้ทีมชาติไทย ลงเตะไปแล้ว 3 นัดมี 7 แต้มเท่ากับ ทีมชาติจีน แล้ว

อย่างไรก็ตาม นอกจากผลการแข่งขันของทีมชาติไทย ที่สามารถบุกเก็บแต้มได้ถึงถิ่นเกาหลีใต้ได้แล้ว ยังมีเรื่องราวน่าประทับใจของแฟนบอลชาวไทยที่เดินทางตามไปเชียร์ทัพช้างศึกติดขอบสนาม เมื่อ ‘กล้า’ กล้าณรงค์ มาโชค หนึ่งในแฟนบอลชาวไทยที่เป็นพิธีกรไทยลีก และผู้อ่านข่าวกีฬา ทำเซอร์ไพรส์แฟนสาว ‘น้องแป้งล่ำ’ คุกเข่าขอแต่งงานในสนามแข่งขัน โซล เวิลด์คัพ สเตเดียม แห่งนี้

บรรยากาศดังกล่าวมีแฟนบอลชาวไทยที่เดินทางไปร่วมแสดงความยินดีกัน จนกลายเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ที่น่าประทับใจท่ามกลางแฟนบอลจำนวนมากนับพันคนที่เป็นสักขีพยานในครั้งนี้

สำหรับ กล้าณรงค์ มาโชค และน้องแป้งล่ำ คบหาดูใจกันมาร่วม 10 ปี ตั้งแต่ทำงานอยู่ที่สยามกีฬา (ฟุตบอลสยาม ทีวี) จนกระทั่งล่าสุด ‘กล้า’ ได้ขอ ‘น้องแป้งล่ำ’ แต่งงานและเตรียมเข้าสู่พิธีวิวาห์

'อดีตทูตนริศโรจน์' แฉ!! ถูก FB สั่งลบความเห็นเพราะผิดกฎ แค่พิมพ์ "ควรไปสมัครที่ไทยซัมมิทนะ อาจได้งาน"

(22 มี.ค.67) นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก 'Fuangrabil Narisroj' ว่า...

ในเพจนึงเขียนเล่าเรื่องราวเด็กรุ่นใหม่ที่มั่นใจตัวเองสูงไปสมัครงานที่บริษัทหนึ่ง 

ผมก็แค่ไปเมนต์ว่า “ควรไปสมัครที่ไทยซัมมิทนะ อาจได้งาน” 

แค่นั้นแหละ FB สวนปราดมาทันทีว่าต้องลบความเห็นผมเพราะผิดกฎ ! 

ตอนนี้เพื่อนๆ เข้าใจหรือยังว่าอะไรเป็นอะไร เขียนแตะฝ่าย 'ธรรมะ' ไม่ได้เลย ! แต่ถ้าเพจ รอยัลลิสต์ เขียนด่าสถาบัน ด้อยค่าประเทศแค่ไหน ก็ไม่เคยโดน!

สวัสดิการโรงงาน นครสวรรค์ เด่น "อารี" เลขาฯก.แรงงาน ยกเป็นต้นแบบ พร้อมแนะแรงงานอิสระ ลดหนี้ รับงานเพิ่ม ให้กองทุนผู้รับงาน 0% สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท

วันที่ 22 มีนาคม 2567 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายอารี ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ เปิดมหกรรมสุขภาพอนามัย และความปลอดภัยในการทำงานของแรงงานนอกระบบเชิงรุก พร้อมตรวจเยี่ยมการดำเนินงานด้านการจัดสวัสดิการต่างๆ ให้แก่ลูกจ้างในสถานประกอบกิจการของบริษัท เอ็นไวรอนเม็นท์พัลพ์ แอนด์ เปเปอร์ จำกัด โดยมี นายบดินทร์ เกษมศานติ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวต้อนรับ ดร.ดารัตน์ ศิริวิริยะกุล วิภาตะกลัศ รองประธานฯ กลุ่มบริษัท KTIS และรองประธานสภาอุตฯ แนะนำบริษัทฯ นางโสภา เกียรตินิรชา อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน  นางมารศรี ใจรังษี ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน ร่วมเป็นเกียรติ และหัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดนครสวรรค์ ร่วมให้การต้อนรับ  ณ สมาคมชาวไร่อ้อย เขต 11 นครสวรรค์ ต.หัวหวาย อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์

นายอารี  กล่าวว่า กระทรวงแรงงานมีภารกิจที่ดูแลแรงงานอย่างครบถ้วนในทุกมิติ การเดินทางมาจังหวัดนครสวรรค์ในวันนี้ ได้หารือและเยี่ยมชมสถานประกอบการบริษัท เอ็นไวรอนเม็นท์พัลพ์ แอนด์ เปเปอร์ จำกัด ประกอบกิจการผลิตเยื่อกระดาษฟอกขาวจากชานอ้อย ซึ่งได้เปิดให้เยี่ยมชมการจัดสวัสดิการในสถานประกอบกิจการนอกเหนือที่กฎหมายกำหนด รวมถึงโครงการที่เป็นประโยชน์ทั้งด้านความปลอดภัยในการทำงาน ด้านสวัสดิการของแรงงาน ผมขอชื่นชมกรรมการบริหารบริษัท และทีมผู้บริหาร คณะกรรมการสวัสดิการที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการดูแลสิทธิแรงงาน

และการพัฒนาคุณภาพชีวิตลูกจ้าง โดยการดำเนินโครงการด้านต่าง ๆ อย่างเช่นโครงการแรงงานพันธุ์ดี ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง โครงการมุมนมแม่ในสถานประกอบกิจการ โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานประกอบกิจการ โครงการด้านความปลอดภัยในการทำงาน การจัดสวัสดิการด้านการเงิน เช่น สหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ การจัดสวัสดิการด้านบริการและสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น สวัสดิการบ้านพักพนักงาน ชุดยูนิฟอร์มพนักงาน ซึ่งนับเป็นต้นแบบเรื่องสวัสดิการในการทำงาน รวมถึงเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องแรงงานและทุกภาคส่วนในการดำเนินงานด้านต่าง ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตพนักงานที่ดีขึ้น 

นอกจากนั้น ในวันนี้ ผมยังได้เปิดงาน “มหกรรมสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานของแรงงานนอกระบบเชิงรุก” จังหวัดนครสวรรค์   โดยมี นางโสภา เกียรตินิรชา อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวรายงาน  ซึ่งเกิดขึ้นด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย ภาคเอกชน ภายใต้การนำของผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เพื่อให้แรงงานนอกระบบได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย มีสวัสดิการและสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย มีสุขภาพร่างกาย และสุขภาพใจที่เข้มแข็ง ส่งเสริมให้ประชาชนมีงานทำ มีรายได้ และเพื่อให้ประชาชนในจังหวัดนครสวรรค์ ได้เข้าถึงบริการในภารกิจทุกด้านของกระทรวง ด้วยความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของท่านพิพัฒน์  รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานภายใต้แนวคิด“ทักษะดี มีงานทำ หลักประกันทางสังคมเด่น เน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ”

นอกจากนี้ นายอารี ยังเยี่ยมชมบูธหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน  หน่วยงานที่ให้บริการตรวจสุขภาพแรงงานนอกระบบเชิงรุก และการสาธิตการใช้งานอุปกรณ์ป้องกันตนเองจากสารเคมี  และเยี่ยมชมบูธผลิตภัณฑ์ของกลุ่มแรงงานนอกระบบ โดยมี กลุ่มแรงงานนอกระบบ และภาคีเครือข่ายด้านแรงงานจังหวัดนครสวรรค์ร่วมให้การต้อนรับ ทั้งนี้ จ.นครสวรรค์ มีแรงงานนอกระบบทั้งสิ้น 346,436 คน ส่วนใหญ่ อยู่ในด้านการเกษตรและประมง รองลงมาเป็น พนักงานบริการ ด้านความสามารถ อาชีพพื้นฐานต่างๆ และผู้ปฏิบัติงานโรงงาน ตามลำดับ

เปิดกฎเหล็ก 3 ข้อ 'โค้ชอิชิอิ' ลูกทีมช้างศึกต้องปฏิบัติตาม ตัวแปรกระชากแต้มจาก 'โสมขาว' ภายใต้ความหมายที่ง่าย แต่เคร่งครัด

ภายหลัง 'ช้างศึก' ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ที่กำลังทำศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่มซี นัดที่ 3-4 พบกับ 'โสมขาว' เกาหลีใต้ ที่โซล เวิลด์คัพ สเตเดียม เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ซึ่งสามารถเก็บแต้มออกมาได้ (1-1) ก่อนกลับมาเล่นกับเกาหลีใต้ ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 26 มี.ค.67 นั้น ก็ทำให้ผู้คนเริ่มหันมามองถึงปรัชญาในการทำทีมช้างศึกที่เริ่มปลุกความยอดเยี่ยมของ 'โค้ชอิชิอิ' หรือ มาซาทาดะ อิชิอิ หัวหน้าผู้ฝึกสอนของทัพช้างศึก กันมากขึ้น

ทั้งนี้เรื่องง่าย ๆ ภายใต้กฎ 3 ข้อที่ อิชิอิ เน้นย้ำก่อนแข่งเสมอ เป็นวินัยที่อาจจะมีส่วนสำคัญที่ทำให้นักเตะกลับมาอยู่ในเส้นทางที่ควรจะเป็น คือ 

1. ต้องตรงต่อเวลา 
2. รักษาสภาพร่างกาย 
และ 3. รักษาความลับของทีม 

สังเกตได้จากสภาพร่างกายนักเตะก่อนหวดโสมขาวนั้น สมบูรณ์ดีกันทุกคน แม้ในลีกจะมีเกมต้องลงสนามค่อนข้างหนักก็ตาม แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร

หลังเกม อิชิอิ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์หลังทีมชาติไทยบุกไปยันเสมอทีมชาติเกาหลีใต้ ด้วยสกอร์ 1-1 ใน ฟุตบอลโลก 2026 รับคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 นัด 3 เก็บเพิ่มเป็น 4 แต้มจากการแข่งขัน 3 นัด

โดย อิชิอิ ได้กล่าวไว้ว่า "มันก็เปรียบเทียบเกมกับญี่ปุ่นหรือใน เอเชียน คัพ ไม่ได้ เกมที่เราเล่นกับเกาหลี เรามีพลัง และเราก็เค้นสิ่งนั้นออกมาได้ หลัง เอเชียน คัพ เกาหลี ก็มีการเปลี่ยนโค้ช ซึ่งนั่นก็อาจจะเป็นตัวแปรก็เป็นได้"

'ดร.เอ้' โพสต์ซึ้ง!! "อีกไม่นาน ฝันของผม กำลังจะเป็นจริง" 'โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร' จากน้ำใจของทุกท่าน

(22 มี.ค. 67) ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ 'ดร.เอ้' รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กทม. ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว 'เอ้ สุชัชวีร์' โดยระบุว่า…

"อีกไม่นาน ฝันของผม กำลังจะเป็นจริง" ทุกเช้า ผมจะผ่าน #โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ริมมอเตอร์เวย์ ที่สร้างมาจากน้ำใจของท่าน

เพราะไม่มีบุญใด ใหญ่กว่า การช่วยชีวิตคน แม้ว่าจากวันแรก ถึงวันนี้ มันช่างยากเย็นแสนเข็ญ กว่าเราจะทำได้...

พิสูจน์ ทุกอย่างเป็นไปได้ หากมุ่งมั่น ลงมือทำ!

วันนี้การก่อสร้างก้าวหน้าไปมาก ปีนี้ได้จะเปิดให้บริการทุกคน แล้วนะครับ

ผมภูมิใจสุดๆ ทุกครั้ง ทุกวัน เล่าให้ลูกฟัง "พ่อเอ้ ขอเป็นตัวอย่าง สร้างการเปลี่ยนแปลง" ทำดี ให้ลูกดู

ขอบพระคุณทุกท่าน ท่านกำลังจะมีโรงพยาบาลที่เป็นผู้นำด้านการรักษาพยาบาล และสร้างนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ ลดการนำเข้า วันหนึ่ง เราจะพึ่งพาตนเองให้ได้ครับ

ผมเชื่อว่า คงไม่ใช่แค่ฝันของผมเพียงลำพัง แต่เป็นฝันของคนไทยทุกคน กำลังเป็นจริง

โรงพยาบาลของคนไทย โดยคนไทย เพื่อคนไทยทุกคน จากน้ำใจท่าน

อนุโมทนาบุญ ขอบพระคุณจริงๆครับ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สนับสนุนค่าพาหนะ ชุดยาฉุกเฉิน และเสื้อสำเร็จรูป ให้แก่ผู้รับขาเทียม และช่างอาสาสมัคร ในโครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ ครั้งที่ 167 จังหวัดตราด

วันนี้ (วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม 2567)  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ พร้อมด้วย นายชุมพล บุญภักดี ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสาธารณภัย ร่วมกับมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี นำทีมลงพื้นที่ มอบค่าพาหนะ พร้อมชุดยาฉุกเฉิน และเสื้อสำเร็จรูป ให้แก่ผู้รับขาเทียม และ ช่างทำขาเทียมอาสาสมัคร ที่เข้าร่วมโครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ ครั้งที่ 167 รวม 160 คน รวมงบประมาณทั้งสิ้น 110,176 บาท (หนึ่งแสนหนึ่งหมื่นหนึ่งร้อยเจ็ดสิบหกบาทถ้วน)  โดยมี นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ร้อยเอก นายแพทย์ภูรีวรรธน์ โชคเกิด รองเลขาธิการมูลนิธิขาเทียมฯ และคณะกรรมการมูลนิธิขาเทียมฯ ร่วมในพิธี ณ ศูนย์แสดงสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด อำเภอเมือง จังหวัดตราด

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

‘สภาสตรีโคราช’ กังวลต่อป้ายโฆษณาแอปฯ หาคู่ จี้!! ให้ปลดออก เหตุสื่อความหมายสองแง่สองง่าม อาจทำให้คนเข้าใจสับสนได้

(22 มี.ค.67) จากกรณีสื่อชาวโซเชียล มีการแชร์ต่อป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ ซึ่งมีข้อความว่า ‘ของอร่อยนครราชสีมา!’ แล้วต่อด้วยตัวเลือก 2 ข้อ คือ ผัดหมี่โคราช มีเครื่องหมายกากบาทผิดต่อท้าย และมีข้อความผู้สาวโคราชและมีเครื่องหมายถูกต่อท้าย และด้านล่างมีโลโก้ของแอปพลิเคชันหาคู่เจ้าหนึ่ง  

ป้ายโฆษณาดังกล่าวอยู่บนอาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง ริมถนนโพธิ์กลาง ภายในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ห่างจากลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ราว 500 เมตร โดยเป็นตัวอักษรภาษาไทยสีขาว พื้นหลังสีแดง โดดเด่น นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านแจ้งว่าป้ายลักษณะนี้ ยังมีติดอยู่หลายพื้นที่ของ ซึ่งจากข้อความดังกล่าว สร้างความไม่สบายใจให้กับชาวจังหวัดนครราชสีมา  

ด้าน นางสุทิน ชาติพุดซา ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรี อำเภอเมืองนครราชสีมา กล่าวว่า อยากให้เจ้าของป้ายขยายข้อความสื่อสารให้ถูกต้อง หรือไม่ก็ปลดป้ายลง ซึ่งคำว่าสาวโคราชตามด้วยเครื่องหมายกากบาท เป็นการสื่อความหมายสองแง่สองง่าม และในส่วนของผัดหมี่โคราช ถือว่าเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อที่ทุกคนที่มาโคราช ซึ่งเป็นคนต่างพื้น ต้องมากิน และป้ายโฆษณาจะมาทำเครื่องหมายกากบาทผิด อาจทำให้คนอื่นไม่เข้าใจและสับสนได้ จึงวอนอยากให้ปลดป้ายโฆษณาออก เนื่องจากจะทำให้คนต่างพื้นที่เข้าใจสับสนและเมืองนครราชสีมาเป็นจังหวัดที่มีสตรีท้าวสุรนารี ที่มีความกล้าหาญเป็นแบบอย่างให้กับสตรีชาวโคราช

เด็กรุ่นใหม่ถูกเรียกไปสัมภาษณ์งาน แต่ดูคำตอบแล้วน่าจะไม่ได้งานทำ

(22 มี.ค. 67) เพจเฟซบุ๊ก ‘ประเทศไทยต้องชนะ’ ได้โพสต์แชร์ประสบการณ์การสัมภาษณ์งานเด็กรุ่นใหม่ แต่เมื่อได้มีการพูดคุย กลับรู้สึก ‘แสบทรวงทุกดอก’ ทำให้ต้องจบการสัมภาษณ์อย่างรวดเร็ว โดยระบุว่า…

“เจอแบบนี้ถึงกับกุมขมับ! เด็กรุ่นใหม่ถูกเรียกไปสัมภาษณ์งาน แต่ดูคำตอบแล้วน่าจะไม่ได้งานทำ 

“เด็กรุ่นใหม่สมัยนี้ ไม่รู้ว่าเขาไปกินรังแตนกันมาจากไหน เมื่อมีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งได้โพสต์เรื่องราวที่เขาได้เรียกสัมภาษณ์งานเด็กจบใหม่คนหนึ่ง แล้วก็ต้องตกใจกับคำตอบที่เด็กคนนั้นสวนมา เรียกได้ว่า ‘แสบทรวงทุกดอก’ โดยข้อความสนทนาระบุว่า

“สัมภาษณ์งานวันนี้
ผม : แนะนำตัวหน่อยครับ
น้อง : ตามเอกสารที่ผมส่งมาเลยครับ
ผม : ได้หาข้อมูลบริษัทพี่มาก่อนหรือเปล่าครับ
น้อง : ไม่ว่างเลยยังไม่ได้ดูครับ
ผม : (เล่าเรื่องออฟฟิศให้ฟัง) เคยทำด้านนี้มาบ้างหรือเปล่าครับ
น้อง : ไม่เคยครับ
ผม : แล้วคิดว่าทำได้หรือเปล่า เพราะเห็นเรียกเงินเดือนมาสูง
น้อง : ถ้าคิดว่าผมทำไม่ได้แล้วเรียกมาสัมภาษณ์ให้เสียเวลาทำไมครับ
ผม : !?! งั้นขอจบการสัมภาษณ์นะครับ

“รู้สึกผิดที่ไม่ศึกษาข้อมูลผู้มาสมัครงานให้ดี อยู่ ๆ ก็อยากทำระบบแชร์ข้อมูลผู้สมัครงาน ส่วนมากน่ารัก ... แต่แบบนี้ก็ไม่น้อย”

“ทุกคนว่าอย่างไรกันบ้างครับ ร่วมแสดงความคิดเห็นกันได้นะครับ”

'กรณ์' ทึ่ง!! รสชาติอาหารไทยสุดจี๊ดใน Soho ลอนดอน แม้ไม่ได้ขายความเป็น 'ร้านไทย' แต่สัมผัสได้ถึงไทยแท้

ไม่นานมานี้ นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊กแชร์ประสบการณ์สุดทึ่ง หลังจากได้ไปทานร้านอาหารย่าน Soho ที่ลอนดอน ซึ่งเสิร์ฟอาหารไทยแนว Street food ว่า...

ร้านอาหารย่าน Soho ที่ลอนดอน เป็นร้านบริหารโดยฝรั่งที่กล้าเสิร์ฟอาหารไทยแนว Street food ในบรรยากาศและการออกแบบร้านแบบเท่ๆ เมนูฉีกแนวจากร้านไทยทั่วไป ในราคาที่อยู่ในมาตรฐานร้านฝรั่งหรือร้านญี่ปุ่นในระดับเดียวกัน

ร้านเล็กแต่เป็นที่นิยม ตอนเที่ยงเราไปยืนรอร้านเปิดอยู่คู่แรก กว่าจะเปิดมีคิวยาวเต็มที่นั่งในร้านพอดีๆ 

ระหว่างรอ เราเห็นรถมาส่งวัตถุดิบในกล่องโฟมขนาดใหญ่สามกล่องซึ่งเพิ่งเดินทางมาบนเครื่องการบินไทย - อันนี้เพิ่มความมั่นใจในความจริงจังของพ่อครัว

ซึ่งในร้านไม่มีคนไทยทำครัว ไม่มีพนักงานคนไทยเลย แต่อาหาร Authentic และอร่อยมาก รสชาติและความเผ็ดอยู่ในระดับต้นๆ ที่หาทานได้ในประเทศไทย 

ในร้านไม่ได้เสิร์ฟเบียร์ไทย แต่เสิร์ฟสาเก และเหล้าไวน์เหมือนร้านฝรั่งทั่วไป

คือเขาไม่ได้ขายความเป็น 'ร้านไทย' แต่เขาขายอาหารที่อร่อย ที่เขาพบและชอบที่เมืองไทย และขายในบรรยากาศชิลๆ

และเป็นครั้งแรกที่ผมรู้ (จากฝรั่ง) ว่า ‘jin toob’ (จิ้นตุ๊บ) คืออะไร น่าอายสำหรับหลานคนลำปางคนนี้ 😅#kilnsoho

‘ผู้สร้างหนัง 2475’ ชี้!! จะฝ่ายไหนก็ไม่สำคัญเท่าความจริง ขอแค่คนไทยได้เรียนรู้และทวงคืนความเป็นธรรมให้รัชกาลที่ ๗

เมื่อวานนี้ (21 มี.ค. 67) จากกรณีที่ น.ส.สุดา พนมยงค์ และนางดุษฎี พนมยงค์ บุญทัศนกุล ทายาทหลวงประดิษฐ์มนูธรรม หรือนายปรีดี พนมยงค์ ออกมาเคลื่อนไหวถึงข้อคิดเห็นบางประการเรื่องที่ฝ่ายอธรรมกําลังปลุกกระแส โดยสร้างและเผยแพร่ ภาพยนตร์ 2475 อยู่ในขณะนี้ หลังการฉายภาพยนตร์แอนิเมชันประวัติศาสตร์เรื่อง ‘2475 Dawn of Revolution’ ผลงานของผู้กำกับ ซัง-วิวัธน์ จิโรจน์กุล ผ่านออนไลน์ โดยเปรียบตัวเองเป็นฝ่ายธรรมะ ระบุว่า สถาบันปรีดีฯ จะไม่ตอบโต้ภาพยนตร์เรื่องนี้โดยตรง เพราะทําให้เข้าทางฝ่ายตรงข้าม ที่หวังสร้างข้อมูลเท็จ บิดเบือนประวัติศาสตร์ ยั่วยุเพื่อให้เกิดกระแสด้านลบ

โดยสถาบันปรีดีฯ เผยแพร่ความรู้ และข้อเท็จจริงในประเด็นที่เกี่ยวข้อง เพื่อผู้ที่สนใจจะสามารถสืบค้น เข้าถึงได้สะดวกขึ้น และตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อประมาณสองปีที่แล้ว เคยมีการสร้างสื่อในลักษณะใส่ร้ายและโจมตีการอภิวัฒน์ 2475 แต่ไม่ได้รับความสนใจจากสังคม จึงไม่ประสบความสําเร็จในการปลุกกระแสดังกล่าว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การต่อสู้ระหว่างฝ่ายธรรมะ กับฝ่ายอธรรม ยังคงดำเนินต่อไปในสังคมอีกยาวนาน ขอบคุณกรรมการทุกท่าน ที่ได้ช่วยกันพิจารณาวิถีทางรับมือกับกระแสดังกล่าว และขอเป็นกําลังใจให้ทุกท่านยืนหยัดอยู่กับความถูกต้องเสมอไป ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด เฟซบุ๊กของนายวิวัธน์ จิโรจน์กุล ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง ‘2475 Dawn of Revolution’ โพสต์ข้อความระบุว่า "จริงๆ แล้วแอนิเมชันของเราเกือบจะล้มไปหลายครั้ง และผมเริ่มมีความคิดหนึ่งในหัวว่า หรือเรากำลังทำสิ่งที่ผิด เราจึงมีอุปสรรคมากมายเหลือเกิน เหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่อยากให้เราทำ

วันหนึ่ง ผมไม่รู้จะไปต่อยังไงแล้ว ผมจึงไปพิพิธภัณฑ์พระปกเกล้า พนมมืออธิษฐานต่อพระองค์ว่า “ถ้าผมทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ขอให้ผมหมดหนทางไปต่อ ให้งานนี้ล้มเหลว และไม่สามารถเผยแพร่ได้ แต่ถ้าผมทำสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ขอพระองค์ทรงช่วยให้มีปาฏิหาริย์ ทำให้ผมสามารถทำงานนี้เสร็จ และประสบผลสำเร็จ”

ผมไม่รู้หรอกว่า ปาฏิหาริย์ หรือความดันทุรัง แอนิเมชันตัวนี้มันจึงมาถึงจุดหมายปลายทางได้ เราเจ็บปวดที่ได้ศึกษาประวัติศาสตร์ของพระองค์ท่านที่เป็นผู้ซึ่งคอยประนีประนอม ประสาน และประคอง ให้การเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด แต่กลับถูกกล่าวร้าย ถูกกระทำต่างๆ นานา แม้จนปัจจุบัน

ผมไม่ค่อยสนใจเรื่องการถูกชี้ว่าเป็นฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ ทุกคนต่างเป็นตัวเอกในเรื่องราวของตัวเอง เป็นเรื่องปกติ เราเพียงแค่ต้องการคืนความเป็นธรรมให้พระองค์ท่าน และคนไทยจำเป็นต้องเรียนรู้เรื่องเหล่านี้

จะเป็นฝ่ายไหน ก็ไม่สำคัญเท่าความจริง"

“เราเห็นประวัติศาสตร์ เราเห็นว่าประวัติศาสตร์ปัจจุบันไม่ค่อยให้ความเป็นธรรมกับรัชกาลที่ 7 เท่าไร คือเราอ่านประวัติศาสตร์ เราเห็นว่าท่านถูกกระทำต่างๆ มากมาย ด้วยความที่กระแสของประวัติศาสตร์ที่เขาเขียนกันขึ้นมาในยุคหลังๆ มักจะเน้นไปในทางโจมตีทำให้การเสียสละของพระองค์ด้อยค่าลง เราแค่รู้สึกว่าเราอยากคืนความเป็นธรรมให้พระองค์ อยากให้คนไทยรู้ว่าท่านสู้เต็มที่แล้ว ท่านพยายามเต็มที่แล้วที่จะทำให้การเปลี่ยนแปลงการปกครองมันราบรื่นที่สุด” นายวิวัธน์ กล่าว

นายวิวัธน์ กล่าวต่อไปว่า ในช่วงเริ่มเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อหลวงประดิษฐ์มนูธรรม หรือนายปรีดี พนมยงค์ ออกประกาศคณะราษฎร ผู้คนก็รู้สึกโกรธแค้นกันมาก ซึ่งอาจนำไปสู่ทั้งการก่อหวอดทำร้ายคณะราษฎร หรือก่อกบฏหรือปฏิวัติอะไรขึ้นมาอีก ในเวลานั้น รัชกาลที่ 7 ท่านก็ส่งจดหมายไปยังพระประยูรญาติ ขออย่าเคลื่อนไหวใดๆ จากนั้นเมื่อหลวงประดิษฐ์มนูธรรม รวมถึงพระยาพหลพลพยุหเสนา แกนนำคณะราษฎร มาขอพระราชทานอภัยโทษ รัชกาลที่ 7 ท่านก็เขียนจดหมายส่งไปเพิ่มเติมอีกฉบับว่าปรับความเข้าใจกันแล้ว

ซึ่งรัชกาลที่ 7 ได้ขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันรักษาความสงบ ให้ประเทศไทย (หรือสยามในเวลานั้น) เดินไปได้ แม้กระทั่งช่วงที่มีการสู้รบระหว่างฝ่ายคณะราษฎรกับฝ่ายพระองค์เจ้าบวรเดช ท่านก็พยายามไกล่เกลี่ยให้ทุกฝ่ายมาเจรจากัน อย่าทะเลาะตีกันเพราะคนไทยไม่ควรมาฆ่ากันเอง ตนจึงมองว่ารัชกาลที่ 7 ท่านเสียสละให้ทุกอย่างแล้ว แต่ประวัติศาสตร์แนวใหม่ไม่ค่อยพูดถึงเรื่องเหล่านี้ 

‘วิทยาลัยการบริหารแห่งรัฐ-ม.เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร’ ร่วมมอบ ‘ของรางวัล-ของขวัญ’ สนับสนุนเด็กที่มีความพิการบนใบหน้า-กะโหลกศรีษะ ผ่านกิจกรรม Happy Family Day

เมื่อวันที่ 19 มี.ค.67 รศ.ดร.นัฐโชติ รักไทยเจริญชีพ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและพัฒนาคณาจารย์ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการวิทยาลัยการบริหารแห่งรัฐ รศ.ดร.ศุภวุฒิ เนตรโพธิ์แก้ว รองผู้อำนวยการวิทยาลัยการบริหารแห่งรัฐ ผศ.กุลยศ สุวันทโรจน์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาหลักสูตรอาชีวศึกษา ดร.สุชาวดี เดชทองจันทร์ ลิมปนนาคทอง อาจารย์ประจำวิทยาลัย และผศ.ดร.ศักย์ ทับพลี อาจารย์ประจำวิทยาลัยและกุลบุตรกาชาดดีเด่น สภากาชาดไทย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่วิทยาลัยการบริหารแห่งรัฐ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ร่วมมอบของรางวัล ของขวัญ 

เพื่อสนับสนุนให้กับเด็กที่มีความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ ปากแหว่ง เพดานโหว่ ในกิจกรรม Happy Family Day สำหรับกิจกรรมดังกล่าวเปรียบเสมือนวันเด็กแห่งชาติที่จัดขึ้นเพื่อเด็กที่มีความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ ปากแหว่ง เพดานโหว่ โดยศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ในการนี้ได้รับเกียรติจาก คุณจันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย เป็นผู้รับมอบ ณ สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top