Sunday, 30 August 2026
NEWS

สมุทรปราการ- “หอย ปากน้ำ” จัดเต็ม!! มหกรรมงานประกวดพระเครื่อง เซียนพระรุ่นใหญ่ร่วมงานคับคั่ง

วันที่ 16 มิถุนายน 2567 เวลา 08.30 น. ที่บริเวณห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ ชั้น 6 ศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยทางสมาคมนิยมพระเครื่องพระบูชาไทย สาขาจังหวัดสมุทรปราการ นำโดย นายพิเชษฐ โปร่งแก้วงาม (หอย ปากน้ำ) ประธานกรรมการบริหารสมาคมนิยมพระเครื่องพระบูชาไทย สาขาจังหวัดสมุทรปราการ ร่วมกับชมรมพระเครื่องจังหวัดสมุทรปราการ จัดงานมหกรรมการประกวดอนุรักษ์ พระบูชา พระเครื่อง เหรียญพระคณาจารย์ และเครื่องรางของขลัง ทั่วประเทศ ครั้งที่ 7 ณ ศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์สำโรง

โดยมี คุณโอฬาร กิจเลิศไพโรจน์ รองประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ ศูนย์การค้าอิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย  พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ประธานจัดงาน พร้อมด้วย นายพิเชษฐ โปร่งแก้วงาม (หอย ปากน้ำ) ประธานกรรมการบริหารสมาคมนิยมพระเครื่องพระบูชาไทย สาขาจังหวัดสมุทรปราการ และประธานชมรมพระเครื่องจังหวัดสมุทรปราการ ประธานดำเนินงานการประกวดพระเครื่องในครั้งนี้

ภายในงานการประกวดพระเครื่องครั้งนี้ ยังได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ คุณต้อย เมืองนนท์ คุณพิศาล เตชะวิภาค คุณหมึก ท่าพระจันทร์ คุณบี บ่อล้อ ร่วมงานเป็นต้น ตลอดจนเซียนพระชื่อดังอีกหลายท่านและพี่น้องประชาชนที่รักและชื่นชอบพระเครื่องร่วมงานเป็นจำนวนมาก กว่า 3,000 คน และสำหรับรางวัลการประกวดพระเครื่องครั้งนี้แบ่งออกเป็น รางวัลชนะเลิศคะแนนรวม ยอดเยี่ยม จะได้รับพระบูชาหลวงพ่อโตวัดบางพลีใหญ่ใน หน้าตัก 9 นิ้ว ปิดทอง เงินรางวัล 50,000 บาท รางวัลชนะเลิศคะแนนรวมพระยอดนิยม จะได้รับพระบูชาหลวงพ่อโต หน้าตัก 9 นิ้ว เงินรางวัล 30,000 บาท และรางวัลชนะเลิศพระทั่วไปจะได้รับพระบูชาหลวงพ่อโต หน้าตัก 9 นิ้ว เงินรางวัล 30,000 บาท อีกทั้ง รางวัลชนะเลิศแต่ละรายการยังจะได้รับหนังสือพระรวมภาพถ่ายหลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว จำนวน 1 เล่ม

โดยทางด้าน นายพิเชษฐ โปร่งแก้วงาม (หอย ปากน้ำ) ประธานกรรมการบริหารสมาคมนิยมพระเครื่องพระบูชาไทย สาขาจังหวัดสมุทรปราการ และประธานดำเนินงาน กล่าวว่า การจัดงานมหกรรมการประกวดอนุรักษ์ พระบูชา พระเครื่อง เหรียญพระคณาจารย์ และเครื่องรางของขลัง ครั้งที่ 7 นี้ ที่จัดขึ้นภายในศูนย์การค้า อิมพีเรียลเวิลด์สำโรง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุลักษณ์พระเครื่องของจังหวัดสมุทรปราการและพระเครื่องทั่วประเทศ ทั้งนี้ รายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อสานต่องานด้านการกุศล อีกทั้ง เพื่อช่วยเหลือพี่น้องสมาชิกที่เจ็บป่วย ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนชาวสมุทรปราการที่เดือดร้อนและมอบเป็นทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนต่อไป

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

‘ต่างชาติ’ ข้องใจ!! ทำไม ‘คนไทย’ ชอบเล่นโทรศัพท์เสียงดังในที่สาธารณะ ด้านชาวเน็ตช่วยตอบ การกระทำนี้เจอได้ทุกที่ แต่คนไทยมัก ‘เมิน-อดทน’

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.67 ชาวต่างชาติรายหนึ่งได้ตั้งกระทู้เรดดิทสอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรมของคนไทย หลังจากพบว่าคนไทยชอบเล่นโทรศัพท์ โดยเปิดเสียงดังในที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นการดูวิดีโอ การดูอินสตาแกรม หรือแอปฯ อื่น ๆ

โดยอ้างอิงจากประสบการณ์ของเขา สิ่งนี้เกิดขึ้นแทบทุกที่และทุกเวลา ไม่ว่าจะบนรถเมล์ที่มีผู้โดยสารแออัด หรือจะบนรถทัวร์และเรือ ซึ่งเขาไม่เข้าใจอย่างมาก เพราะมองว่าในหลาย ๆ พื้นที่และในหลายวัฒนธรรม การเปิดเสียงดังในที่สาธารณะนั้นไม่เหมาะสม แต่ในไทยมันไม่ใช่

เขาคบแฟนสาวชาวไทยได้ปีครึ่งซึ่งเธอทำแบบนี้เช่นกัน เขาเคยถามเธอเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน ทั้ง ๆ ที่เธอเคยอยู่อเมริกามาระยะหนึ่งและเคยเดินทางไปต่างประเทศ เธอน่าจะรู้ว่าการกระทำเช่นนี้ไม่เป็นที่ยอมรับในวัฒนธรรมอื่น เขาจึงอยากรู้ว่ามีใครเคยเจอสถานการณ์เช่นนี้หรือไม่ และสามารถอธิบายได้หรือไม่ว่า ทำไมในไทยถึงไม่ใช่เรื่องใหญ่และเป็นที่ยอมรับโดยทั่ว

สำหรับคำตอบของชาวเน็ตนั้นมองว่า “ไม่ใช่เรื่องปกติทั้งในไทยและในประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก” ซึ่งสิ่งนี้พบเจอได้ทุกที่ ไม่ใช่แค่ประเทศไทย มันเป็นพฤติกรรมที่หยาบคายและไร้ความเกรงใจ บางครั้งที่เห็นว่าไม่มีใครแย้ง อาจเป็นเพราะพวกเขากำลังอดทนกับมัน

โดยมีชาวเน็ตรายหนึ่งให้ความเห็นว่า คนไทยอดทนเก่งและสามารถทนต่อเสียงรบกวนได้สูง พร้อมยกตัวอย่างครอบครัวของภรรยา ภายในห้องมีคนอยู่หลายคน โดย 3 คนกำลังนอน มี 2 คนนั่งคุยเสียงดัง และอีก 2 คนเล่นโทรศัพท์เสียงดัง นอกจากนี้คนไทยยังมีความสามารถเหนือมนุษย์ สามารถหลับได้ทุกที่และรวดเร็ว เขาจึงคิดว่าความสามารถเหล่านี้มาพร้อมกับความสามารถในการเมินเฉยต่อเสียง

'ธีรัตถ์-คำผกา' ลุย 'คุยคลายข่าว' เอ็นบีทีวันแรก  ยัน!! มาทำรายการตามกระบวนการคัดสรรปกติ

(17 มิ.ย.67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายการคุยคลายข่าวที่ออกอากาศผ่านสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) กรมประชาสัมพันธ์ ออกอากาศเป็นวันแรก โดยมีนายธีรัตถ์ รัตนเสวี และ น.ส.ลักขณา ปันวิชัย หรือ คำ ผกา อดีตผู้ดำเนินรายการสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี (VOICE TV) ที่ปิดกิจการไปเมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา เป็นผู้ดำเนินรายการ ในช่วงกลางรายการยังมีนายชูวัส ฤกษ์ศิริสุข โฟนอินเข้ามาในฐานะผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และนายภูวนาท คุนผลิน มาจัดรายการช่วงสุดท้าย

น.ส.ลักขณากล่าวถึงกระแสข่าวที่ว่าพวกตนจะมายึดช่องนั้น คำว่ายึดช่องเป็นภาษาจากคลิกเบต (Clickbait หรือ ล่อให้คนเข้ามาคลิก) นิดหนึ่ง ต้องทำความเข้าใจว่าในยุคของสื่อใหม่มีการช่วงชิงเอนเกจเมนต์ (Engagement หรือการที่ผู้ชมหรือผู้อ่านมีส่วนร่วมกับสื่อใหม่) หรือยอดวิว เพราะฉะนั้นถ้าใครเขียนพาดหัวหวือหวาที่สุดก็ดึงดูดความสนใจ แต่ไม่ได้คำนึงถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น เพราะการยึดช่องไม่มีวันเกิดขึ้นและไม่มีวันเป็นไปได้ อีกทั้งตนและนายธีรัตถ์ไม่มีศักยภาพที่จะไปยึดช่องไหนแน่นอน รายการนี้มานั่งพูดคุยกัน อัปเดตสถานการณ์ พร้อมกับคลี่คลายประเด็นไปด้วย

ด้านนายธีรัตถ์กล่าวว่า ตนไม่ได้คิดจะมายึดช่องอะไรทั้งสิ้น ทำงานแบบที่อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์กล่าวว่า อยู่ในกระบวนการคัดสรรมาตามปกติ รายได้ที่ได้รับก็ตามปกติเหมือนกับที่ทุกคนได้มา รายการนี้เป็นรายการที่ให้ผู้ชมเข้าใจข่าว เราอาจจะไม่ใช่รายการที่เอาทุกข่าวมาคุยกัน แต่เป็นข่าวที่พวกเราสนใจ เพราะฉะนั้นเราอาจจะไม่ได้มีข่าวทุกข่าว ยึดไม่ไหว ไม่ได้มีพลังที่จะไปยึดขนาดนั้น กว่าที่จะมาทำรายการตรงนี้ได้ ลุ้นกันทุกนาทีจริง ๆ นอกจากนี้ยังมีรายการ ‘คุยกับเศรษฐา’ ในวันเสาร์ เวลา 08.00 น. ซึ่งจะไปคุยวิธีคิดการทำงานของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ว่าทำไมถึงทำแบบนั้นออกมา

ก่อนหน้านี้ นายธีรัตถ์ และ น.ส.ลักขณา กล่าวในรายการ Sit Beautiful with KamPhaka ในตอนหนึ่งระบุว่า การจดทะเบียนจัดตั้ง บริษัท คำดี จำกัด ไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อยึดช่องเอ็นบีทีแต่อย่างใด เพราะกรมประชาสัมพันธ์ไม่มีวิธีการเข้าไปผลิตรายการในรูปแบบบริษัท นอกเสียจากซื้อเวลาไปผลิตรายการเอง ซึ่งช่องเอ็นบีทีเป็นทีวีของรัฐ มีโฆษณาไม่ได้ ยกเว้นรายการกีฬาบางรายการ เรื่องการทำรายการให้กับช่องเอ็นบีทีมีการคุยกันมาก่อนตั้งแต่วอยซ์ทีวีปิดกิจการ แต่พวกตนชี้แจงว่ายังเป็นลูกจ้างของวอยซ์ทีวีอยู่ ตราบใดที่ยังไม่ยุติกิจการเราไม่มา การไปช่องเอ็นบีทีเราไม่ได้ไปแย่งพื้นที่ใคร การที่เราไปเป็นการเสริมสร้างเนื้อหาข่าวให้กับช่องเอ็นบีทีเท่านั้นเอง ไม่มีทางที่จะไปยึดช่อง ไปแบบคนตัวเล็ก ๆ ไม่คิดจะยึดสถานี

ทั้งนี้ รายการดังกล่าวเตรียมตัวโปรโมตมา 2 สัปดาห์ และวันที่ 11 มิ.ย. เป็นวันเปิดตัวสปอตรายการอย่างเป็นทางการจากช่องเอ็นบีที เรื่องที่จะไปจัดรายการที่ช่องเอ็นบีทีตนได้บอกกับคนใกล้ชิดไปหมดแล้ว แต่ยังไม่โพสต์ลงในสื่อโซเชียลฯ เพราะตัวโปรโมตหลักยังไม่ออก แล้วจู่ ๆ กลุ่มฟ้าเดียวกันมาโพสต์ ไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่สปอตโปรโมตของช่องเอ็นบีทีจะออก ซึ่งถ่ายทำมา 3 สัปดาห์แล้ว ที่ผ่านมามีการเตรียมตัวและประชุมกับช่องเอ็นบีทีมา 3 เดือนแล้ว และยังต้องซ้อมการจัดรายการ ซึ่งต้องให้เกียรติคนทำงานทุกคนเพราะเราเป็นคนใหม่ที่นั่น เพราะฉะนั้นเราทำงานแบบมืออาชีพ มีขั้นตอน เรียนรู้ระบบ รู้จักคน รู้จักวิธีการทำงานในฐานะผู้ร่วมผลิตรายการ การทำงานต้องทำร่วมกันเป็นทีม ไม่มีใครคนใดคนหนึ่งเก่งกว่ากัน และเห็นใจซึ่งกันและกัน

อนึ่ง ก่อนหน้านี้บนโซเชียลฯ มีการก๊อปรูปภาพจากเฟซบุ๊ก ‘Teerat Ratanasevi’ ของนายธีรัตถ์ ที่ซ้อมการจัดรายการก่อนออกอากาศจริง แล้วปรากฏว่ามีชาวเน็ตจับผิดภาพฉากด้านหลังว่ามีลายน้ำของเว็บไซต์ 123RF ซึ่งเป็นเว็บไซต์ขายภาพสต๊อก ปรากฏว่าในวันนี้ซึ่งเป็นวันออกอากาศจริง ไม่ได้ใช้รูปดังกล่าว แต่เป็นรูปอาคารในกรุงเทพมหานครที่ไม่มีลายน้ำใด ๆ

ผู้ช่วย ผบ.ตร.เปิดเผยผลจับกุมการพนันฟุตบอล ช่วงการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2024 พบ 2 วัน จับกุมกว่า 120 ราย

วันนี้ (17 มิถุนายน 2567) พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผล.ตร.) เปิดเผยว่า  พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร.รรท.ผบ.ตร. สั่งการให้จัดตั้งศูนย์ป้องกันและปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลยูโร 2024 ตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2567 เพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอล ซึ่งมีการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ครั้งที่ 17 หรือฟุตบอลยูโร 2024 (UEFA European Football Championship 2024) ในวันที่ 14 มิถุนายน ถึง 14 กรกฎาคม 2567 

ผลการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทายผลการแข่งข้นฟุตบอลยูโร 2024 ห้วงวันที่ 14-15 มิถุนายน 2567 ภาพรวมทั่วประเทศ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหารวม 126 คน แบ่งเป็น เจ้ามือ  6 ราย ผู้ต้องหา 7 คน , ผู้เล่น 117 ราย และคนเดินโพย 2 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางโพยบอล 150 ใบ วงเงินหมุนเวียนในการเล่นการพนัน 14,351 บาท ยึดเงินสด 11,021 บาท

พล.ต.ท.อัคราเดชฯ กล่าวว่า ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศ ตรวจตราสถานบริการ สถานบันเทิง หรือสถานที่อื่นใดที่เปิดให้บริการรับชมการแข่งขันฟุตบอล รวมทั้งทางออนไลน์ต่างๆ ด้วย พื่อเป็นการป้องกันปราบปรามและสืบสวนจับกุมอย่างเข้มข้น หากประชาชนมีเบาะแสหรือเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการพนันทายผลฟุตบอล หรืออาชญากรรมอื่น ๆ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 หรือ สายด่วน 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

‘ตำรวจ’ พบ 3 เรือน้ำมันเถื่อน แถวพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ตรวจสอบ!! ‘น้ำมัน-ลูกเรือ' หายบางส่วน เร่งนำเข้าฝั่ง

เมื่อวานนี้ (16 มิ.ย.67) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยว่า ยืนยันว่าพบเรือน้ำมันทั้ง 3 ลำ พร้อมลูกเรือบางส่วนเรียบร้อยแล้ว ตำรวจน้ำกำลังนำเรือเข้าฝั่งที่อำเภอเมืองจังหวัดสงขลา โดยรายละเอียดได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.พฤทธิพงศ์ นุชนารถ ผบก.รน. เป็นผู้แถลงข่าวที่กองกับการ 7 กองบังคับการตำรวจน้ำ จ.สงขลา เวลา 12.00 น. ในวันนี้ (17 มิ.ย.67)

ด้าน พล.ต.ต.พฤทธิพงศ์ เปิดเผยว่า ตำรวจน้ำ ได้ประสานกับประเทศเพื่อนบ้าน จนล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา พบเรือน้ำมันเถื่อนทั้ง 3 ลำแล้ว ที่บริเวณพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษจำเพาะสามประเทศ คือ ไทย กัมพูชา และเวียดนาม จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่าน้ำมันบางส่วนหายไปอยู่ไม่เต็มจำนวน และลูกเรือจากจำนวน 16 คน ตอนนี้เหลือเพียง 8 คนเท่านั้น และที่บริเวณตัวเรือพบว่ามีความพยายามที่จะอำพรางเปลี่ยนแปลงสีของเรือน้ำมันของกลางอีกด้วย

จากการสืบสวนเบื้องต้นเชื่อว่า เรือทั้งสามลำดังกล่าวเข้าเทียบท่าที่ประเทศกัมพูชามาก่อนหน้านี้แล้ว และมีลูกเรือบางส่วนลงจากเรือไป พร้อมทั้งน้ำมันบางส่วนก็หายไปด้วย อย่างไรก็ตามจากการที่ทางการประสานกับประเทศเพื่อนบ้านที่ได้ทำการออกตรวจลาดตระเวนทางทะเล ทำให้เรือทั้ง 3 ลำ หลบหนีออกจากท่าเรือในกัมพูชา แล้วออกสู่น่านน้ำเพื่อที่จะหลบหนี แต่ทั้งนี้จากการประสานกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถค้นพบหรือทั้ง 3 ลำที่บริเวณดังกล่าว และจะนำเข้าฝั่งภายในวันนี้ (17 มิ.ย. 67) โดยเรือหนึ่งใน 3 ลำไม่สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองจึงต้องทำการลากเข้าฝั่ง พร้อมกับอีกสองลำที่เหลือ ซึ่งสามารถขับได้ตามปกติ

'ปวิณ' ปัดรับช่อดอกไม้แสดงความยินดีจาก 'มาดามแป้ง' พร้อมเบรกถ่ายภาพคู่ ด้าน 'สารัช' รับแทน แก้เกี้ยว

(17 มิ.ย.67) ผู้สื่อข่าวรายงาน หลังเกิดดราม่าในวงการลูกหนังไทย ย้อนความกลับไป ก่อนหน้านี้ นายปวิณ ภิรมย์ภักดี ประธานสโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งอุปนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในยุคการบริหารของ ‘มาดามแป้ง’ นวลพรรณ ล่ำซำ เป็นนายกสมาคม

พร้อมกับมีรายงานก่อนหน้านี้ว่า นายปวิณ ไม่พอใจการทำงานของสมาคมในหลายเรื่อง แต่ไม่มีรายงานแน่ชัดว่าไม่พอใจเกี่ยวกับเรื่องใดบ้าง

ล่าสุดเมื่อ 16 มิ.ย. หลังเกมที่ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เฉือนชนะเมืองทอง ยูไนเต็ด 1-0 คว้าแชมป์ฟุตบอลรีโว่ คัพ 2023-24 และเป็นแชมป์รายการนี้สมัยแรกของสโมสร ‘มาดามแป้ง’ ได้หอบช่อดอกไม้ไปร่วมแสดงความยินดีด้วย

แต่ว่าเหตุการณ์กลับไม่เป็นไปอย่างสวยงาม เมื่อนายปวิณ ปฏิเสธที่รับช่อดอกไม้จากมาดามแป้ง มีเพียงการยกมือไหว้ตามทำเนียบเท่านั้น รวมถึงไม่ให้ถ่ายรูปคู่ด้วย โดยได้เรียก สารัช อยู่เย็น กองกลางกัปตันทีมเข้ามารับดอกไม้จากมาดามแป้งแทน

‘รัฐบาล’ ประกาศข่าวดี ‘ผู้ประกันตน ม.33-ม.39’ อายุ 50 ขี้นไป สามารถรับบริการฉีด ‘วัคซีนไข้หวัดใหญ่’ ฟรี!! ถึง 31 ธ.ค.ปีนี้

(17 มิ.ย.67) นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.- 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีผู้ป่วยจำนวน 139,326 ราย อัตราป่วย 214.64 ต่อประชากรแสนคน ผู้เสียชีวิต 10 ราย ในจ.นครราชสีมา 5 ราย, นครศรีธรรมราช 2 ราย, ชัยภูมิ, สุราษฎร์ธานี และกรุงเทพมหานคร จังหวัดละ 1 ราย อัตราป่วยตาย 0.007 โดยมีสาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ชนิด A 9 ราย และชนิด B 1 ราย เมื่อเปรียบเทียบกับสถานการณ์ปี 2566 คาดว่าจำนวนผู้ป่วยจะเริ่มสูงขึ้นในช่วงเดือน มิ.ย. และจะพบผู้ป่วยสูงสุดในช่วงเดือน ส.ค.-พ.ย. ซึ่งเป็นฤดูกาลระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในช่วงฤดูฝน เนื่องจากในช่วงนี้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง และกำลังจะเข้าสู่ช่วงฤดูฝนที่ เป็นฤดูกาลระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่

นายคารม กล่าวว่า นอกจากกลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่มเสี่ยงแล้ว รัฐบาลโดยสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงานเชิญชวนผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป เข้ารับบริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลประจำปี 2567 ที่สถานพยาบาลตามสิทธิของผู้ประกันตนได้ฟรี ซึ่งในปี 2567 นี้ ได้ขยายการให้บริการฉีดวัคซีนออกไปถึงวันที่ 31 ธ.ค.2567 เพื่อให้ผู้ประกันตนสามารถเข้ารับบริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ที่สถานพยาบาลตามสิทธิของผู้ประกันตนได้อย่างทั่วถึง โดยแนะนำให้ติดต่อนัดหมายการฉีดวัคซีนกับสถานพยาบาลตามสิทธิก่อนเข้ารับบริการ สำหรับผู้มีโรคประจำตัว หรือมีประวัติการแพ้วัคซีนควรปรึกษาแพทย์ก่อนการเข้ารับบริการ หากประชาชนต้องการรับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานประกันสังคม สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.sso.go.th หรือหากมีข้อสงสัยต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานคร พื้นที่จังหวัดสาขาทุกแห่ง หรือที่สายด่วน 1506

“แนะนำประชาชนฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี เนื่องจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์การระบาดทุกปี โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเสี่ยงควรรับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี ในช่วงก่อนฤดูกาลระบาดเพื่อลดความรุนแรงของโรคและลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนได้ สามารถเข้ารับวัคซีนไข้หวัดใหญ่โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายได้ที่สถานบริการสาธารณสุขของรัฐ และสถานพยาบาลเอกชนใกล้บ้านที่เข้าร่วมโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และเพื่อความสะดวก สามารถโทรนัดหมายกับหน่วยบริการล่วงหน้า เพื่อทราบวันเวลาเข้ารับบริการที่แน่นอน พร้อมกันนี้ขอความร่วมมือประชาชนให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด เน้นการสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อย ๆ เพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422” นายคารม กล่าว

‘อนุทิน’ ปลื้ม!! หลังได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

เมื่อวานนี้ (16 มิ.ย.67) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า…

“อยู่ใต้ร่มพระบารมีสองแผ่นดิน ชั่วชีวินขอเป็นข้าฟ้าจักรี”

หลังราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศรายชื่อบุคคลที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุติยจุลจอมเกล้า ฝ่ายหน้า และเหรียญรัตนาภรณ์รัชกาลที่ 10 ชั้น 3 ซึ่งในจำนวนนี้มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รวมอยู่ด้วย

(สุรินทร์) กองกำลังสุรนารี จัดพิธีบำเพ็ญกุศล และเจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในงานวันสถาปนา ครบรอบปีที่ 46

วันที่ 16 มิถุนายน 2567 ที่ หน้ากองบัญชาการกองกำลังสุรนารี ค่ายวีรวัฒน์โยธิน อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ พลตรี ณัฎฐ์ ศรีอินทร์  ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี นำกำลังพล พร้อมด้วย หน่วยขึ้นตรง จัดพิธี บวงสรวง สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระสยามเทวาธิราช ศาลเท้ามหาพหรม เท้าสุรนารี ประจำกองกำลังสุรนารี เนื่องในวันครบรอบวันคล้ายวันสถาปนากองกำลังสุรนารี ครบรอบ 46 ปี  

จากนั้นได้เป็นประธานนำข้าราชการ ทหาร รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ฝ่ายเสนาธิการทหาร ร่วมทำบุญ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากองบัญชาการกองกำลังสุรนารี ครบรอบปีที่ 46 เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่หน่วย โดยมี นายพิจิตร บุญทัน ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ร่วมเป็นเกียรติในพิธีฯ ด้วย และหน่วยงานราชการในพื้นที่ ชายแดนที่รับผิดชอบ จากจังหวัดสุรินทร์ จังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดบุรีรัมย์ จำนวนกว่า 100 นาย เข้าร่วมในพิธี

ปุรุศักดิ์  แสนกล้า  ข่าว/ภาพ
 

‘หมู่แต๋ม’ โพสต์คลิปพร้อมข้อความ เป็นกำลังใจให้ ‘คนสู้ชีวิต’ เผย!! รับจ้างซักผ้า ตั้งแต่อายุ 18 ปี ก่อนจะมีเงินล้านในวัย 24 ปี  

(16 มิ.ย.67) สมาชิกติ๊กต็อกชื่อ ‘tamnatteeหมู่แต๋ม’ โพสต์คลิปวิดีโอพร้อมเขียนข้อความว่า

เป็นกำลังใจให้ทุกคนสู้ไปด้วยกัน สอบถามได้นะครับนี่ลงแค่ส่วนหนึ่ง

ในคลิปเป็นภาพชุดเส้นทางชีวิตของเจ้าของโพสต์ตั้งแต่วัยเด็กที่ตั้งแต่เกิดมาก็เห็นแม่รับจ้างตัดผ้ากว่าจะได้เงินแต่ละบาท เรียนจบ ม.3 ก็เลือกเรียนต่อสายอาชีพ พอเรียนจบ ปวช. ก็ต่อ ปวส. ธุรกิจแรกที่ทำตอนอายุ 18 ปี แม่ดาวน์เครื่องซักผ้าให้ รับจ้างซักผ้าเพื่อส่งตัวเองเรียน ตกเย็นไปเป็นเด็กเสิร์ฟร้านหมูกระทะ

เรียนจบ ปวส.ไม่มีเงินเรียนต่อมหาวิทยาลัยจึงเลือกสอบตำรวจ แต่ก็ไม่ง่ายเลย สอบ 4 ครั้ง 3 ครั้งไม่ผ่านและครั้งที่ 4 สอบติด ตชด. กลับมาบ้านครั้งแรกกับชุดนักเรียน กราบเท้าพ่อแม่ พ่อแม่ร้องไห้ และได้ออกมาฝึกงานที่ สภ.เมืองอุดรบ้านเกิด พอเรียนจบก็เลือกบรรจุที่ กทม.

ทำงานที่ กทม.เปิดโลกมากเห็นคนรวยเยอะ รถมีแต่คันสวย ๆ คิดหาวิธีที่จะรวยบ้าง เริ่มจากรับงานพิเศษเฝ้าร้านทองในวันหยุดราชการ เป็นการ์ดรักษาความปลอดภัยนอกเวลาราชการ ขายลอตเตอรี่ ปล่อยเช่าพระ รับจ้างถ่ายละคร ได้จับเงินล้านตอนอายุ 24 ปี

อายุ 25 ปีมารู้จักแฟนขายออนไลน์ ลองขายแพ็กกันตี 3 ตี 4 ทุกวัน ซื้อรถตอนที่เด็ก ๆ ได้แค่ยืนมอง อายุ 26 ปี เป็นเจ้าของแบรนด์ อายุ 27 ปี จับมือกับโรงงานอันดับ 1 ของประเทศ

หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไปมีคนเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมเป็นจำนวนมาก เช่น 

เก่งมากเลยค่ะ, เก่งมากๆ ค่ะ ความพยายามล้วน ๆ, เท่ครับ จะเป็นแบบน้องให้ได้สักวัน, สุดยอดมากครับ, แบบนี้แหละที่วัยรุ่นควรเอาเป็นแบบอย่างเป็นไอดอล ในการพัฒนาตัวเอง

‘รัดเกล้า’ ชวนคนไทย นับถอยหลังอีก 2 วัน ร่วมฉลอง ‘ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม’ ย้ำ!! รัฐบาลให้ความสำคัญ ชาว LGBTQIAN+ เปิดโอกาสให้เพศเดียวกัน ได้แต่งงานกัน

(16 มิ.ย.67) นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า 17.00 น. ของวันอังคารที่ 18 มิ.ย. นี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จะจัดงานเลี้ยงรับรอง เพื่อแสดงความยินดีกับจุดเริ่มต้นของกฎหมายสมรสเท่าเทียม ที่สนามหญ้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล หลังจากกรรมาธิการวุฒิสภามีการประชุมเรื่องนี้เสร็จแล้วและเตรียมเปิดประชุมวุฒิสภา พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่…) พ.ศ. …. หรือ ‘ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม’ ในวันอังคารที่ 18 มิถุนายนนี้ โดยในงานจะมีทั้งคณะรัฐมนตรี เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทยที่ให้ความสนับสนุนความหลากหลายทางเพศ ผู้ก่อตั้งและคณะทำงานบางกอกไพร์ด หน่วยงานราชการองค์กรเอกชนและภาคประชาสังคมผู้สนับสนุนความหลากหลายทางเพศ เครือข่ายพันธมิตรสีรุ้ง ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ และสื่อมวลชนอีกมากมาย

อังคารที่ 18 มิถุนายน 2567ถือเป็นวันดีเดย์แห่งชาติ ที่คนไทยจับตาดูหลายเรื่องซึ่งหนึ่งในเรื่องนั้นคือ การที่ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมจะเดินหน้าเข้าสู่เส้นชัย โดยหากที่ประชุมวุฒิสภาเห็นชอบ ร่างกฎหมายดังกล่าว จะส่งมายัง ครม. และ นายกรัฐมนตรี จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ โดยและจะมีผลใช้บังคับ หลังกฎหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว 120 วัน หรือประมาณในช่วงปลายปีนี้

“งานฉลองที่สนามหญ้าตึกไทยคู่ฟ้านั้นเป็นเพียงการคิ๊กออฟของการเฉลิมฉลอง ณ เวลา 18:00 น. ขบวนพาเหรดของภาคประชาชนจะเดินหน้าไปที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (Bacc) เขตปทุมวัน เพื่อเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ มีทั้งการแสดงแดรกโชว์ การแสดงดนตรี การรวมตัวกันของคู่รักที่มีความหลากหลายทางเพศที่จะเป็นอนาคตของครอบครัวภายใต้สมรสเท่าเทียมนี้ มีการประกาศถ้อยแถลงชัยชนะของการสมรสเท่าเทียมกัน และ มีการเปิดสัญลักษณ์สมรสเท่าเทียมกัน อีกด้วย” รองโฆษกฯ รัดเกล้ากล่าวทิ้งท้าย

‘รัฐบาล’ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ ‘เว็บพนันบอลออนไลน์’ ย้ำ!! ผู้ปกครอง ดูแลลูกหลานให้ดี เชียร์ทีมที่ชอบ เพื่อความสนุก 

(16 มิ.ย.67) นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน ถึง 14 กรกฎาคม 2567 มีการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ครั้งที่ 17 หรือ ฟุตบอลยูโร 2024 รัฐบาลมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันพบว่ามีพี่น้องประชาชนจำนวนมากต้องสูญเสียทรัพย์สินให้กับการพนัน ในช่วงเทศกาลฟุตบอลยูโร 2024 รัฐบาลฝากผู้ปกครองช่วยสอดส่องพฤติกรรมของลูกหลานอย่าให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการพนันบอล ขอให้ดูเพื่อความสนุก ติดตามเชียร์ทีมที่ชอบ อย่าหวังรวยจากการพนัน นอกจากจะเสียเงินแล้วอาจจะเสียอนาคตตามมา

รัฐบาลย้ำเตือนพี่น้องประชาชนอย่าหลงเชื่อกลุ่มเว็บไซต์พนันบอล ใช้อุบายโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์อ้างผลตอบแทนสูงจูงใจให้ประชาชนหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อ ทำให้สูญเสียเงินและทรัพย์สิน หากพบเห็นการกระทำความผิดหรือพบเบาะแสเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ สามารถแจ้งไปยังสายด่วน 191 หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับผู้เล่น ผู้ชักชวน และผู้จัดให้มีการพนันฟุตบอลจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 12 (2) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

‘ขนส่ง’ จัดประมูล ทะเบียนรถ เลขสวยพิเศษ กวาดรายได้ 56 ล้านบาท สุดปัง!! ‘มังกร 1’ ทะลุ 5.5 ล้านบาท เสนอราคาถึง 230 ครั้ง จนได้ผู้ชนะ

เมื่อวานนี้ (15 มิ.ย.67) นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมฯ โดยกองทุนเพื่อความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) จัดการประมูลหมายเลขทะเบียนรถที่มีลักษณะพิเศษ ครั้งที่ 7 ของประเทศไทย ณ อาคาร GPS ชั้น 3 กรมการขนส่งทางบก

การประมูลในครั้งนี้มาในคอนเซ็ปต์เหนือระดับสำหรับ ‘คนพิเศษ’ มีผู้ที่สนใจเข้าร่วมประมูลทางวาจา และประมูลผ่านระบบอินเทอร์เน็ตเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีหมายเลขทะเบียนรถที่มีลักษณะพิเศษออกประมูลจำนวน 53 หมายเลข

ส่วนหมายเลขทะเบียนที่ได้รับความนิยมจากผู้สนใจสูงสุด คือ ‘มังกร 1’ มีผู้ประมูลร่วมเสนอราคาถึง 230 ครั้ง จนได้ผู้ชนะประมูลในราคา 5,540,000 บาท รองลงมา ได้แก่ หมายเลขทะเบียน ‘เฮง 4444’ ประมูลได้ในราคา 1,960,000 บาท

นอกจากนี้ยังมีหมายเลขทะเบียนที่ได้รับความนิยมมาก เช่น ‘ต้น 8888’ ประมูลได้ในราคา 1,680,000 บาท ‘เฮง 88’ ประมูลได้ในราคา 1,620,000 บาท และ ‘ชอบ 1111’ ประมูลได้ในราคา 1,600,000 บาท

อีกทั้งยังมีหมายเลขทะเบียนที่ประมูลได้ในราคาเกิน 1 ล้านบาท อาทิ ‘หล่อ 9999’ ประมูลได้ในราคา 1,560,000 บาท ‘โชคดี 777’ ประมูลได้ในราคา 1,520,000 บาท และ ‘สุขสบาย 1’ ประมูลได้ในราคา 1,460,000 บาท

ทั้งนี้ มียอดเงินรายได้จากการประมูลนำเข้ากองทุนกปถ. รวมทั้งสิ้น 56,000,000 บาท โดยผู้ชนะการประมูลจะได้ครอบครองป้ายทะเบียนรถลักษณะพิเศษ ซึ่งมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร เป็นป้ายทะเบียนที่มีชื่อหรือความหมาย ตรงกับความต้องการ ที่ใช้เทคโนโลยีการพิมพ์แผ่นป้ายแตกต่างจากป้ายทะเบียนปกติ ตัวแผ่นป้ายไม่มีรอยดุนและไม่มีขอบ มีลวดลายกราฟิกและสามารถโอนเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ให้ผู้อื่นหรือโอนเป็นมรดกได้

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวต่อว่า ได้นำเงินรายได้จากการประมูลหมายเลขทะเบียนรถที่มีลักษณะพิเศษสนับสนุนกิจกรรมเสริมสร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนมาอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการรณรงค์ป้องกันอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาล โครงการนักเรียนรุ่นใหม่มีใบขับขี่ รวมถึงสนับสนุนค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการอันเนื่องมาจากการประสบภัยที่เกิดจากการใช้รถใช้ถนน ฯลฯ

ใช้จุดแข็งโดยรอบสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน แบบไม่ต้องรอรัฐ ปรับพื้นที่เป็น 'ตลาดน้ำ-ตลาดบก' ดึงค้าขายทางเรือเข้ามาร่วม

(16 มิ.ย.67) จากเพจ 'Bangkok I Love You' ได้โพสต์ข้อความในหัวข้อ 'ได้เวลาคืนชีพให้คลองโอ่งอ่าง ต้องสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน อยู่ได้ด้วยตลาดน้ำของดีประเทศไทย' ระบุว่า...

หลายวันก่อน แอดไปธุระแถวเยาวราช ก็เลยเดินเลยไปแถวคลองโอ่งอ่าง ซึ่งหวังว่าจะมี อะไรที่คึกคักให้เดิน 

แต่พอไปถึง กลับกลายเป็นว่ามีแต่ความเงียบ และซบเซา อาจจะเป็นเพราะการที่ไม่ได้รับการสนับสนุน กิจกรรมต่างๆ จากทางพื้นที่ ซึ่งก็ลองถามชาวบ้านแถวนั้น ผมก็บอกว่าช่วงที่มีกิจกรรม นี้มีงาน แถวนี้ก็จะคึกคักเป็นครั้งๆ อยากจะให้มีการจัดกิจกรรมบ่อยๆ

แอดจึงมานั่งคิดว่าแทนที่จะมานั่งรอภาครัฐ ชุมชนควรแห่งนี้มีจุดเด่นหลายประการ ทั้งการคมนาคมที่สะดวกสบาย สามารถเดินจากรถไฟฟ้าสามยอดมาได้โดยง่าย การเดินทางทางรถก็แสนจะสะดวกสบาย และที่สำคัญพื้นที่นี้ยังเชื่อมต่อกับ เยาวราช สำเพ็ง พาหุรัด แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอยู่แล้ว จึงไม่ยากที่จะสร้างความแข็งแกร่งของสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นมา 

โดยกลยุทธ์หลักคือการปรับพื้นที่ให้เป็นตลาดน้ำ- ตลาดบก ให้มีการค้าขายทางเรือเข้ามาร่วมด้วย ซึ่งตลาดน้ำนี้เป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทยอยู่แล้ว ไม่น่าเป็นการยากที่เราจะโปรโมทให้นักท่องเที่ยวสนใจที่จะเดินทางมาเที่ยว และที่สำคัญ ก็มีหนังต่างประเทศหลายๆ เรื่องได้เข้ามาถ่ายทำในพื้นที่ย่อมทำให้คนรู้จักเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

แอดมั่นใจครับว่า ถ้าชุมชนเข้มแข็งเราสามารถสร้างคลองโอ่งอ่างขึ้นมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานครได้แน่นอน

‘แฟนพันธุ์แท้วัดไทย’ พาเที่ยว ‘วัดโพธิ์’ ชี้!! นี่คือ ‘เรเนซองส์ของสยาม’

(15 มิ.ย.67) ที่บริเวณมิวเซียมใต้ดิน รถไฟฟ้าใต้ดินสถานีสนามไชย เขตพระนคร กรุงเทพฯ ผู้ให้บริการทางพิเศษและรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง พร้อมด้วยพันธมิตร จัดกิจกรรม ‘Happy Journey with BEM มรดกสยาม 3 สมัย’ ระหว่างวันที่ 14-16 มิถุนายนนี้

โดยหนึ่งในกิจกรรมไฮไลต์ของงาน ได้แก่ ‘History Trip ชมวัดโพธิ์โสภาสถาพร’ เลียบเจ้าพระยาชมวัด-วัง ซึ่งเส้นทางทริปเดินทางเยี่ยมชมสถานที่สำคัญจาก รถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) สถานีสนามไชยมายังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร นำชมโดย ดร.ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล หรือ ต้า แฟนพันธุ์แท้วัดไทย

เวลา 08.45 น. บรรยากาศของกิจกรรมเริ่มต้นในช่วงเช้า มีประชาชนเดินทางหลั่งไหลมาจุดลงทะเบียนบริเวณมิวเซียมใต้ดิน ทั้งผู้ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมมาล่วงหน้า และผู้เดินทางมาร่วมกิจกรรมแบบวอล์กอินจำนวนมาก ซึ่งมีเจ้าหน้าที่จัดคิวตามลำดับ

เวลา 09.30 น. ผู้เข้ากิจกรรมเริ่มเคลื่อนขบวนออกจากรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) สถานีสนามไชย มุ่งหน้าไปยังวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) เพื่อเยี่ยมชมสถานที่สำคัญและรับฟังเกร็ดความรู้ทางประวัติศาสตร์

ในตอนหนึ่ง ดร.ธนภัทร์กล่าวว่า วัดโพธิ์เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่ยุคปลายกรุงศรีอยุธยา ซึ่งได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ในรัชกาลที่ 1 โดยได้รับการซ่อมของเดิมเพื่อให้ใช้งานได้ และสร้างของใหม่เพิ่มเติมขึ้นมา รวมถึงการบูรณะครั้งใหญ่ ในสมัยรัชกาลที่ 3

“งานช่างในสมัยรัชกาลที่ 3 มีความเป็นจีนสูง เนื่องจากเราเคยค้าขายกับจีนมาก่อน เห็นได้จากตุ๊กตาจีนที่เรามักจะเรียกว่า ‘อับเฉา’ ด้วยความเข้าใจว่าสิ่งนี้คือสิ่งถ่วงเรือ แต่จากการตรวจสอบหลักฐานปัจจุบันพบว่า ของเหล่านี้เป็นของตั้งใจไปซื้อมาเพื่อประดับวัด เพราะซื้อมาง่ายกว่าการสร้างใหม่ ง่ายกว่าการมาแกะสลักใหม่ ซึ่งก็สวยงามเหมือนกัน” ดร.ธนภัทร์กล่าว

ดร.ธนภัทร์กล่าวว่า หลายคนจะเรียกว่าวัดโพธิ์ ว่าคือ ‘มหาวิทยาลัยแห่งแรก’ แต่ส่วนตัวแล้วตนจะเรียกว่า ‘หอสมุดแห่งแรก’ มากกว่า เพราะว่าสมัยก่อนไม่ใช่ว่าทุกคนจะอ่านหนังสือออก เราไม่ได้มีโรงเรียนสอนหนังสือกันอย่างเป็นกิจจะลักษณะแบบในปัจจุบัน คนไทยสมัยก่อนแค่พออ่านออกเขียนได้

“ถ้าใครเคยอ่านเอกสารโบราณ หรือ จารึก จะเห็นว่าคำเดียวกันมีการสะกดไม่เหมือนกัน เช่น คำว่า ‘ศาสนา’ แต่ในบางจารึกเขียนว่า ‘สาสนา’ ขอแค่เสียงตรงกันบางทีเขาไม่ได้สนใจพยัญชนะด้วยซ้ำ ดังนั้น จารึกวัดโพธิ์ไม่ใช่ว่าทุกคนจะอ่านออก ซึ่งวัดโพธิ์มีการจัดจารึกหลายเรื่องมาก ไม่ใช่ว่าจะเอาจารึกมาจัดวางตรงไหนก็ได้ รวมถึงจารึกในวิหารต่างๆ โคลงกลอน ตำรายา รวมถึงการเขียนถึงเมืองในประเทศราชด้วย” ดร.ธนภัทร์กล่าว

ดร.ธนภัทร์กล่าวว่า ‘วัดโพธิ์’ เป็นเหมือนการรวมความรู้ทุกอย่างที่คนในสมัยรัชกาลที่ 3 รู้ ถูกจารึกไว้ที่นี่ทั้งหมด มันเหมือนการสังคายนาพระไตรปิฎก แต่อันนี้เป็นการสังคายนาความรู้ อารมณ์เหมือนเป็นเรเนซองส์ของสยาม

“ส่วนตัวผมถ้าเราจะเรียกว่ายุคไหนว่าเป็นเรเนซองส์ของกรุงเทพ หรือ ไทย ผมจะเรียกยุคนี้ เพราะความรู้ทั้งหมดที่รู้มาตั้งแต่ปลายกรุงศรีอยุธยา จนถึงต้นรัตนโกสินทร์ ถูกสังคายนาใหม่และทำให้ถาวร เพราะเอกสารสมัยก่อนเราทำด้วยกระดาษ แน่นอน พอผ่านกาลเวลาไปดูแลไม่ดี ไฟไหม้ น้ำท่วม มีความชื้น กระดาษพวกนั้นจะหายไปก่อน พวกนี้ไม่ พวกนี้ทนกว่าเยอะ เพราะฉะนั้นจารึกจึงเป็นหลักฐานยืนยันว่าในสมัย ร.3 เรารู้เรื่องเหล่านี้” ดร.ธนภัทร์ระบุ

จากนั้น ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเข้ากราบสักการบูชาพระพุทธเทวปฏิมากร เป็นพระประธานภายในพระอุโบสถ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร และพระพุทธไสยาสน์ หรือ พระนอน รวมถึงเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ (วังหน้าพระลาน), อาคารนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ตึกถาวรวัตถุ) และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร เป็นต้น

ทั้งนี้ งานมรดกสยาม 3 สมัย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-16 มิถุนายนนี้ เวลา 09.00-20.00 น. ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ผู้สนใจสามารถเดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT สถานีสนามไชย ทางออกที่ 1 จากนั้นขึ้นรถอีวี มาต่อ บริการฟรี ตั้งแต่เวลา 11.00 – 20.30 น. ระหว่าง MRT สถานีสนามไชย – พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ไม่เสียค่าใช้จ่าย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top