Tuesday, 14 July 2026
NEWS

เชียงใหม่-ผบช.ภ.5 แถลงข่าวจับกุมกลุ่มวัยรุ่นทำร้ายร่างกาย ในพื้นที่ อ.สารภี จ.เชียงใหม่

ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงข่าว "จับแก๊งอันธพาลเชียงใหม่ ไม่เข็ด มีดฟันเด็ก ถูกจับข้อหาหนักยกแก๊ง" เหตุเกิดพื้นที่ สภ.สารภี จ.เชียงใหม่โดยมี พล.ต.ท.กฤตธาพล  ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานการแถลงข่าว จับกุมกลุ่มวัยรุ่นทำร้ายร่างกาย ในพื้นที่ อ.สารภี ณ ลานแถลงข่าว อาคารกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

วันพุธที่ 14 สิงหาคม 2567 เวลา 11.00 น. ตำรวจภูธรภาค 5 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี รอง ผบช.ภ.5,พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พ.ต.อ.กฤษดา พันธ์เกษม รอง ผบก.ฯ ช่วยราชการ ภ.จว.เชียงใหม่, พ.ต.อ.นพฤทธิ์ กันทา
ผกก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่, พ.ต.อ.จิรภาส ศักดิ์สูง ผกก.สภ.สารภี, พ.ต.ท.โชติพัฒน์ แสงโรจน์ รอง ผกก.สภ.สารภี, พ.ต.ท.เสตกมล คนเที่ยง สว.สส.ฯ, ร.ต.อ.เสฏฐวัฒน์ พิเคราะห์ รอง สว.สส.ฯ, ร.ต.อ.ณรงค์ชัย ต๊ะปวน รอง สว.สส.ฯ, ร.ต.อ.ธวัชชัย ไกลถิ่น รอง สว.สส.ฯ, ร.ต.ต.สุวรรณ เกิดเวียงใหม่, ด.ต.ยงยุทธ พรหมมา, ด.ต.เทิดศักดิ์ คำลือ, ด.ต.ฐณธรณ์ ชูจิตต์, จ.ส.ต.กฤติกรณ์ ชัยยา, จ.ส.ต.ทศพล ปินต๊ะ, ส.ต.อ.อภิรักษ์ มณีทอง, ส.ต.อ.อาติยะ ทองลับแก้ว, ส.ต.อ.ณัฐพล อินทรา และ ส.ต.อ.ชนกันต์ คำกลาง

โดยเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2567 เวลาประมาณ 03.55 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สารภี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกกลุ่มวัยรุ่นทำร้ายบริเวณถนนหน้า หจก.บ้านอบอุ่นใจ ม.1 ต.ชมภู อ.สารภี จว.เชียงใหม่ โดยถูกอาวุธมีดฟันได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 คน คือ นายวัชระพล โนทะวงศ์ อายุ 20 ปี ที่อยู่ 119 ม.9 ต.ดงมะดะ อ.แม่ลาว จว.ชียงราย ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ ส่งโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่รักษาตัว ด.ช.กิตติศักดิ์ กันอินทร์ อายุ 14 ปี ที่อยู่ 44 ม.9 ต.ดงมะดะ อ.แม่ลาว จว.เชียงราย ได้รับบาดเจ็บบริเวณขาอาการสาหัสต้องได้รับการผ่าตัด ส่งโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่รักษาตัว

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ออกสืบสวนติดตามหาผู้ก่อเหตุจนทราบว่ากลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุดังกล่าว ทราบว่าเป็นการก่อเหตุของแก๊งเยาวราช ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของกลุ่มวัยรุ่นใน อ.เมืองลำพูน ซึ่งได้นัดหมายกับแก๊งดอยหล่อ ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของกลุ่มวัยรุ่นใน อ.ดอยหล่อ สืบสวนจากพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุทราบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุมีตำหนิรูปพรรณตรงกับกลุ่มของนายวัชรพันธ์ หรือบาส ยศนาทราย

ซึ่งเป็นแกนนำของแก๊งเยาวราช เคยมีประวัติการก่ออาชญากรรมมาก่อน จึงได้ติดตามตัวนายวัชรพันธ์ฯ จนพบพร้อมของกลางที่ได้ใช้ก่อเหตุ นายวัชรพันธ์ฯได้ให้การว่าได้นัดหมายกับกลุ่มของนายชาญณรงค์ บูญมี จาก อ.ดอยหล่อ จว.เชียงใหม่ บริเวณถนนเชียงใหม่-ลำปางได้เตรียมอาวุธมีด และระเบิดปิงปองที่ทำขึ้นเอง เพื่อออกไปทำร้ายร่างกายกลุ่มของคู่อริ (แก๊งหางดง HANGDONG) ที่บริเวณถนนเรียบทางรถไฟ

ต่อมากลุ่มของนายวัชรพันธ์ฯ และกลุ่มของนายชาญณรงค์ฯ ได้รวมตัวกันอยู่บริเวณแยกสารภี ได้เห็นนายวัชระพลฯ และด.ช.กิตติศักดิ์ฯ ผู้เสียหาย ขับรถจักรยานยนต์ผ่านกลุ่มของตนไป จึงได้เข้าใจว่าเป็นกลุ่มคู่อริจึงได้ขับรถจักรยานยนต์ตามไปจนกระทั่งถึงบริเวณถนนหน้า หจก.บ้านอบอุ่นใจ ม.1 ต.ชมภู อ.สารภี จว.เชียงใหม่ จึงได้แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกได้ร่วมกันทำร้ายนายวัชระพลฯ และกลุ่มที่ 2 ได้ร่วมกันทำร้าย ด.ช.กิตติศักดิ์ฯ โดยได้ใช้อาวุธมีด และระเบิดปิงปองที่พกพามาด้วยจนทำให้นายวัชระพลฯ และด.ช.กิตติศักดิ์ฯ ได้รับบาดเจ็บ ก่อนหลบหนีไป

จากการสืบสวนขยายผลพบว่า สามารถนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีแล้ว 8 คน คือ นายวัชรพันธ์ หรือบาส ยศนาทราย อายุ 21 ปี ที่อยู่ 37 ม.7 ต.ต้นธง อ.เมืองลำพูน จว.ลำพูน นายภานุวัฒน์ หรือนน คะละตัน อายุ 19 ปี ที่อยู่ 57/1 ม.5 ต.เวียงยอง อ.เมืองลำพูน จว.ลำพูน นายพุฒิพงษ์ ราวัลย์ อายุ 18 ปี 11 เดือน ที่อยู่ 29/9 ม.3 ต.คุระ อ.คุระบุรี จว.ลำพูน นายคำอ่อง ลุงกอ อายุ 22 ปี ที่อยู่ตามทะเบียน 5/ช ม.6 ต.เชียงดาว อ.เชียงดาว จว.เชียงใหม่ นายกันตภณ มงคล อายุ 21 ปี ที่อยู่ 39 ม.9 ต.หางดง อ.หางดง จว.เชียงใหม่ นายรัษฎาธร วงศธร อายุ 16 ปี ที่อยู่ 424 ม.4 ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง จว.ลำพูน นายณัฐวุฒิ หรือป๋อ ทามัน อายุ 20 ปี ที่อยู่ 48/2 ม.7 ต.ต้นธง อ.เมืองลำพูน จว.ลำพูน นายณัฐวิชญ์ ธงวิชัย อายุ 27 ปี ที่อยู่ 123 ม.8 ต.ต้นธง อ.เมืองลำพูน จว.ลำพูน

ยืดของกลาง เสื้อผ้าที่ผู้ต้องหาสวมใส่ขณะก่อเหตุ จำนวน 7 รายการ รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นR15 สีดำ หมายเลขทะเบียน 1กง 2049 ลำพูน (คันที่ก่อเหตุ) รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นPCX สีเทา ไม่ติดป้ายทะเบียน (คันที่ก่อเหตุ) อาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุ 2 ด้าม

ผู้ต้องหาแต่ละรายจะต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกัน และสนับสนุน เป็นซ่องโจร, ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กาย และ อันตรายสาหัส โดยไตร่ตรองไว้ก่อน และ ร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผย มีอัตราโทษจำคุกสูงสุดตั้งแต่ 15 ปี ถึง 20 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80,210,288,294,295 และ371 ตำรวจภูธรภาค 5 ขอประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชน ให้สอดส่องหากพบพฤติกรรมการรวมกลุ่มของวัยรุ่นสามารถแจ้งให้ทางตำรวจได้ตลอด

‘นักร้องสาว’ เจอลูกค้าไม่พกมารยาท ไล่ลงเวที หลังเล่นเพลงให้ไม่ได้ เจ้าตัวเผย ขอโทษที่บางครั้งทำให้ไม่ได้ เหตุไม่ชัวร์กลัวทำออกมาไม่ดี

(14 ส.ค.67) เป็นคลิปที่มีชาวเน็ตเข้ามาให้กำลังใจเธอเป็นจำนวนมาก หลังจากที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘Chayapas Khumthanom’ นักร้องสาวโพสต์คลิปพร้อมระบุข้อความว่า "ให้คลิปเล่าเรื่องครับ #อาชีพนักงานดนจนตรีแต่ละมื้อแต่ละday " 

โดยเธอเผยคลิปขณะกำลังเล่นดนตรี พร้อมร้องเพลงในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งก็มีการสนทนาดังนี้

ลูกค้า : Superman ได้มั้ย
นักร้อง : ไม่ได้ค่ะ หนูไม่ได้แกะ (ยิ้ม)
ลูกค้า : ไม่ได้ก็ลงเลย รอทำอะไร
ลูกค้า : ฤดูฝน 
นักร้อง : เดี๋ยวดูแปบนึง ขอโทษด้วยนะคะ พอดีว่าไม่ได้เก็บมาทุกเพลงนะคะ 
ลูกค้า : ไม่ได้ถามเลย 
นักร้อง : อะไรนะคะ 
ลูกค้า : ไม่ได้ถามเลย ว่าเก็บทุกเพลงมั้ย 

โดยเธอยังระบุผ่านคลิปด้วยว่า "ต้องขอโทษที่บางครั้งเล่นเพลงที่ขอให้ไม่ได้ บางเพลงก็ไม่ได้ทำการบ้านมา พอไม่ชัวร์ก็กลัวจะเล่นออกมาไม่ดี อยากขอความเห็นใจจากคุณลูกค้าทุกท่าน จากนักดนตรีตาดำ ๆ คนนี้ครับผม"

หลังจากที่เธอโพสต์คลิปออกไปก็มีเพื่อน ๆ เข้ามาให้กำลังใจเธอเป็นจำนวนมาก อาทิ

- ไม่เป็นไรน้อง… ลูกค้าไม่มีมารยาท ดีแล้วที่ใจเย็นและอดทนไว้ได้.. อย่าเก็บคำพูดพวกนี้มาใส่ใจ…
- ลูกค้าหยาบมาก เป็นกำลังใจให้นะ
- เมาแล้วไม่น่ารักเลย น่าจะกินอยู่ที่บ้านมากกว่า
- มารยาทคนมาฟังทรามมากเลย
- คุณลูกค้าลืมพกมารยาทก่อนออกจากบ้านมารึป่าวคะ แย่อะ

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชฯ 'โค้ชเช' ผู้ทำคุณประโยชน์ให้ประเทศไทย

(14 ส.ค. 67) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ประจำปี 2567 เมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์

มีทั้งชั้นสายสะพาย และชั้นต่ำกว่าสายสะพาย รวมทั้งสิ้น 2,905 ราย เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ประกาศ ณ วันที่ 5 สิงหาคม พุทธศักราช 2567 เป็นปีที่ 9 ในรัชกาลปัจจุบัน

ชั้นสายสะพาย ปฐมดิเรกคุณาภรณ์
- กระทรวงกลาโหม นายสารัชถ์ รัตนาวะดี
- กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในส่วนของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง นายชัย โสภณพนิช

ชั้นต่ำกว่าสายสะพาย ตติยดิเรกคุณาภรณ์
- กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายชัชชัย เช หรือ โค้ชเช ยองซ็อก

'เพจน้องอิคคิว' แจง!! คลิปรูบิคที่นำมาลง ล้วนได้รับอนุญาตจากบุคคลนั้นๆ ด้านแฟนคลับย้ำ!! อย่าหยุดความชื่นชอบ เพราะแค่กลุ่มคนทัศนคติไม่ดี

(14 ส.ค.67) จากเพจ 'Ik-Q & LeBron Family Fun' ซึ่งเผยแพร่ผลงานของ 'น้องอิคคิว-เอกภูมิ ศิริศักดิ์ไพศาล' เซียนรูบิคตัวน้อย ที่กำลังกลายเป็นไวรัลบนโลกโซเชียล ได้โพสต์ข้อความชี้แจง ระบุว่า...

"จากนี้ไป คลิปรูบิคที่ทางช่องนำมาลง คืองานคอนเทนต์ที่ได้รับอนุญาตจากบุคคลนั้น ๆ แล้วเท่านั้น และจะไม่มีการซื้อขายเกิดขึ้น" เว้นแต่บุคคลในรูปมีความประสงค์ที่จะขอซื้อ!!

ที่ผ่านมาเราไม่ชัดเจนเอง ทำให้คนบางส่วนไม่เข้าใจ และนำไปให้ข้อมูลผิดเพี้ยน หรือปั่นกระแสเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง 

เราต่อรูบิคมาทั้งหมด 72 รูปโดยประมาณ เพื่อทำคอนเทนต์เท่านั้น มีเพียง 3 รูปที่บุคคลในภาพมีความประสงค์ที่จะขอซื้อ และไม่มีรูปไหนได้เกิน 25,000 บาท (ทุน 22,000 บาท) เพราะเราบอกเขาว่าเราเอาเท่าทุน เพื่อนำไปซื้อรูบิคมาต่อใหม่ ยกเว้น รูบิค บอสชาตรี ที่ให้รางวัลซุปเปอร์แฟน 

นอกนั้นไม่มีรูปไหนเลยที่เราขาย ยกเว้นงานจ้าง แต่คนเข้าใจว่าเราขาย เข้าใจว่าเรายกไปให้ คลิปที่ยกไปให้เกิดจาก คนที่จ้างต่อรูบิค ต้องการให้เราเอาไปมอบให้ถึงมือเท่านั้น

ในตอนแรกเราจะให้น้องหยุดต่อรูบิค และทำด้านอื่น ๆ ที่น้องทำอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น การตีกลอง การเล่นบาส การรีวิวของเล่นและสถานที่ท่องเที่ยว เพราะน้องทำยูทูบ เพื่ออยากหารายได้ด้วยตัวเอง และนำไว้เป็นค่ารักษาดวงตาน้องมาตลอดตั้งแต่ 7 ขวบ 

แต่มีพี่ ๆ เยอะมากสนับสนุนให้น้องต่อรูบิคที่น้องชอบต่อไป และอย่าหยุดความฝันความชอบน้อง เพราะคนกลุ่มเล็ก ๆ หรือ คนทัศนคติไม่ดี 

พ่อและแม่เลยตัดสินใจที่พร้อมจะสนับสนุนในสิ่งที่ลูกทำและมีความสุขต่อไปครับ

เราขอขอบคุณทุกท่านที่เข้าใจและสนับสนุนเรา เราจะพยายามสื่อสารให้ชัดเจนและตรงไปตรงมาในอนาคต เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดและสร้างคอนเทนต์ที่ดีต่อไปครับ

กำลังพล สอ.รฝ. กายพร้อม ใจพร้อม ก่อนปฏิบัติราชการภาคใต้

รพ.อาภากรเกียรติวงศ์ ฐท.สส. โดย นาวาโท สมบูรณ์ ดอนสนธิ์ หน.จิตวิทยาทางการแพทย์ กองสุขภาพจิต ดำเนินกิจกรรม “เตรียมความพร้อม ด้านสุขภาพจิตทหาร“ แก่กำลังพล สอ.รฝ. ก่อนออกปฏิบัติราชการ ฉก.นย.ทร./ฉก.นย.ภต. ชุด รปภ.สนามบิน จว. นราธิวาส ณ อาคารเอนกประสงค์ สอ.รฝ. อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ทัพเรือไทย-เวียดนาม ประชุม Navy to Navy Talks ครั้งที่ 4

พล.ร.ต.เทพฤทธิ์ ลาภเหลือ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กรมยุทธการทหารเรือ และคณะผู้แทน ทร.ไทย ร่วมประชุม Navy to Navy Talks ครั้งที่ 4 กับ พล.ร.ต.Nguyen Viet Khanh รองเสนาธิการทหารเรือเวียดนาม และคณะผู้แทน ทร.เวียดนาม ณ โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ

โดยการประชุมเป็นไปด้วยความราบรื่น มีประเด็นหารือ สรุปได้ดังนี้

1.การแลกเปลี่ยนด้านการศึกษา ซึ่งผู้แทน ทร.ไทย แจ้งให้ทราบถึงการเสนอที่นั่งหลักสูตร รร.สธ.ทร. และ วทร. โดยเสนอที่นั่งหลักสูตร รร.สธ.ทร. ให้กับ ทร.เวียดนาม เป็นประจำทุกปี และเสนอที่นั่งหลักสูตร วทร. ให้กับ ทร.เวียดนาม ในปี 2570
2.การแลกเปลี่ยนด้านการข่าว  ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน ถึงความสำคัญของการประชุมแลกเปลี่ยนข่าวสาร ซึ่งใช้เป็นเวทีสำคัญในการเเลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารสำคัญต่างๆ ระหว่างกัน และเห็นพ้องให้ ทร.เวียดนาม เป็นเจ้าภาพการประชุมใน ครั้งต่อไป
3.การลาดตระเวนร่วมและความร่วมมือด้านยุทธการ
3.1 ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้ดำรงการลาดตระเวนร่วม จำนวน 2 ครั้งต่อปีไว้ซึ่งในปีงบประมาณ 2568 ทร.ไทย มีแผนที่จะทำการลาดตระเวนร่วม ครั้งที่ 50 ในเดือน พ.ย.67 และครั้งที่ 51 ในเดือน เม.ย.68 โดย ทร.ไทย มีแผนที่จะเข้าเยี่ยมเมืองท่าเวียดนาม ภายหลังจากเสร็จสิ้นการการลาดตระเวนร่วมครั้งที่ 51
3.2 ผู้แทน ทร.ไทย ได้เสนอร่างแผนการลาดตระเวนร่วม 2571 - 2580 เพื่อเป็นการกำหนดกรอบการดำเนินการลาดตระเวนร่วม ระหว่าง ทร.ทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้แผนดังกล่าว สามารถปรับเปลี่ยนได้ ตามที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกัน
3.3 ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้มีการจัดการแลกเปลี่ยนความรู้ของผู้เชี่ยวชาญ ในโอกาสที่การเยือน การประชุม หรือการเยี่ยมเมืองท่าของเรือรบ หรือโอกาสอื่นๆ ที่เอื้ออำนวย เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกำลังพลทั้งสองฝ่าย
4. เรื่องอื่นๆ
4.1 ผู้แทน ทร.ไทย เสนอขอเข้าเยี่ยมชมหน่วยป้องกันฝั่งและระบบอาวุธนำวิถียิงจากฝั่ง ต่อต้านเรือรบผิวน้ำระยะไกล ซึ่ง ทร.เวียดนาม มีความยินดีให้เยี่ยมชมในการไปประชุมที่เวียดนาม ในครั้งต่อไป
4.2 ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้จัดการประชุม NTNT ครั้งต่อไป ณ เวียดนาม ในไตรมาสที่ 2 หรือ 3 ของปี 2568 อีกด้วย

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ชลบุรี 0909535645 

สมุทรปราการ-เปิดแล้ว ตรอ.สาขา 9!! 'สส.ยงยุทธ' 'ผู้การวิชิต' ประธานตัดริบบิ้น ร่วมแสดงความยินดีกับบอสใหญ่ ตรอ.

ท่าน ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมัยที่ 25 และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ให้เกียรติมาเป็นประธานตัดริบบิ้น เปิดสถานตรวจสภาพรถเอกชน ตรอ.มังกร สาขา 9 ตั้งอยู่ภายในซอยเพชรวิฑูรย์ ถนนศรีนครินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ

พร้อมทั้งนำกระเช้าดอกไม้ร่วมแสดงความยินดีกับ พ.ต.อ.สาโรช และ ร.ต.ต.หญิงพวงผกา วิริยะเลิศสกุลชัย บอสใหญ่สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) เนื่องในโอกาสเปิดสถานตรวจสภาพรถเอกชน ตรอ.มังกร ออโต้คาร์ สาขา 9 ทั้งนี้ยังมีสาขาพร้อมเปิดให้บริการทั้งหมดถึง 9 สาขาด้วยกัน

โดยในช่วงเช้าทางครอบครัว วิริยะเลิศสกุลชัย ถือฤกษ์ดีประกอบพิธีบวงสรวงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จากนั้น พ.ต.อ.สาโรช พร้อมด้วย ร.ต.ต.หญิงพวงผกา วิริยะเลิศสกุลชัย และครอบครัวประกอบพิธีถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 9 รูป เพื่อความเป็นสิริมงคล

โดยมี ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมัยที่ 25 และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติ นักธุรกิจ ผู้ประกอบการ จำนวนมากร่วมในพิธี พร้อมทั้งร่วมแสดงความยินดีและร่วมถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ จากนั้น พระสงฆ์ทั้ง 9 รูป ประกอบพิธีเจริญชัยมงคลคาถาและเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นศิริมงคลให้กับทางร้านและทางครอบครัววิริยะเลิศสกุลชัย

ทั้งนี้ สถานตรวจสภาพรถเอกชน ตรอ.มังกร ออโต้คาร์ สาขา 9 จะเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00-18.00 น. และสำหรับประชาชนที่สนใจจะใช้บริการกลับสถานตรวจสภาพรถเอกชน ตรอ.มังกร ออโต้คาร์ สาขา 9 ถนนศรีนครินทร์ สามารถโทรสอบถามได้ที่เบอร์ 061-179-5551

ผบ.พัน ร.7 กรม.ร.3 พล.นย.นำกำลังพลในสังกัด ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2567

วันที่ 13 ส.ค. 67 น.ท.เมธา คงเจริญ ผบ.พัน.ร.7 กรม ร.3 พล.นย. พร้อมด้วยข้าราชการและพลทหารในสังกัด ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2567 ผ่านระบบออนไลน์ ณ บริเวณ บก.พัน.ร.7 กรม ร.3 พล.นย. ค่ายมหาสุรสิงหนาท ต.ตะพง อ.เมืองระยอง จ.ระยอง
เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทย
โดยผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ 11 – 13 สิงหาคม 2567 ตามที่รัฐบาลเชิญชวนคนไทยร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2567

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน 0909535645

'ชามตราไก่ลำปาง' วิกฤต!! จีนทำขายเหมือนเป๊ะ ใบละ 5 บาท แถมส่งถึงที่ ด้านโรงงานเซรามิกในลำปางโอด เจอจีนตีด้วยออนไลน์ วูบร่วม 200 รง.

(13 ส.ค.67) จากกรณีมีสินค้าหลากหลายรูปแบบ ส่งตรงมาจากจีน เข้ามาตีตลาดสินค้าเกือบทุกชนิด ส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการที่เป็นชาวไทยโดยตรง และหนีไม่พ้นผู้ประกอบการเซรามิกลำปางที่โดนผลกระทบอย่างหนัก ทำให้ผู้ประกอบการเซรามิกขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีกว่า 300 โรงงาน ต้องหยุดไปแล้วกว่า 200 โรงงาน เพื่อรอดูท่าที และรอความหวังว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น

ล่าสุดวันนี้ นายปรีชา ศรีมาลา นายกสมาคมเครื่องปั้นดินเผาจังหวัดลำปาง เปิดใจว่า สถานการณ์ของผู้ประกอบการเซรามิกย่ำแย่ที่สุด อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้จะผ่านวิกฤตช่วงโควิด19 รวมไปถึงค่าแรง ค่าขนส่ง ค่าวัสดุอุปกรณ์ ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นมาได้บ้าง ซึ่งที่ผ่านมาทางจังหวัด ท่านผู้ว่าฯ นายกอบจ.ลำปาง และภาคส่วนต่าง ๆ ต่างยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือประคับประคองกันมาได้

จนกระทั่ง 2-3 เดือนมานี้ พบว่าการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์จากประเทศจีนส่งถึงมือลูกค้าในราคาที่ถูกมาก เกิดจากจีนไม่สามารถขายสินค้าทางยุโรปได้ จึงเบนเข็มเข้ามาสู่ตลาดอาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทยด้วย เป็นสินค้าที่นำมาระบาย เรียกว่าการ Dumping ราคา ส่งผลให้ผู้ประกอบการโรงงานเซรามิกขนาดกลางและขนาดเล็กได้รับผลกระทบโดยตรง และเริ่มชะลอตัวหยุดการผลิตไปก่อนเพราะทำไปก็ยิ่งขาดทุน รายจ่ายเพิ่มขึ้นแต่รายรับไม่มี

“ก่อนโควิดเรามีเซรามิก 328 โรงงาน จากการลงพื้นที่สำรวจช่วงปลายปี 66 ที่ผ่านมา พบผู้ประกอบการที่เหลือประกอบการจริงเพียง 89 โรงงาน ในส่วนที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ สาเหตุที่หายไป เพราะหยุดดำเนินกิจการไปบ้าง และหยุดเพื่อดูสถานการณ์ของตลาดว่าเมื่อไรจะดีขึ้น ทุกวันนี้ยังรอความหวังจากนโยบายของรัฐบาลว่าจะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจฟื้นฟูขึ้น”

นายกสมาคมเครื่องปั้นฯ กล่าวว่า ดังนั้นผู้ประกอบการเซรามิกลำปางที่อ่อนแอมาตั้งแต่ช่วงโควิดแล้วจึงไปไม่ไหว ทั้งที่หน่วยราชการในจังหวัดให้การช่วยเหลือกันเต็มที่ แต่ยังไม่เพียงพอ ฉะนั้นรัฐบาลควรต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อปกป้องหัตถอุตสาหกรรมพื้นฐานของท้องถิ่น โดยเฉพาะเซรามิกลำปาง ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีแหล่งแร่ดินขาวผลิตเซรามิกชั้นดีที่บ้านปางค่า อ.แจ้ห่ม ไม่เช่นนั้นเซรามิกลำปางถึงขั้นสูญพันธุ์แน่นอน

“ตอนนี้เราโดนซ้ำเติมจากสินค้าภายนอก โดยเฉพาะสินค้าจีนที่เข้ามาตีตลาดไทย ถ้วยตราไก่ เป็นสินค้า GI ของ จ.ลำปาง ใช้แหล่งดินที่ จ.ลำปาง มีสัญลักษณ์รูปไก่ ต้นกล้วย ดอกโบตั๋น บ่งบอกถึงการเป็นอัตลักษณ์ของ จ.ลำปาง ต้นทุนผลิตอยู่ที่ 20 บาท บางรายก็ขายราคาทุน หรืออาจจะเพิ่มขึ้นนิดหน่อย แต่สินค้าจีนที่เป็นถ้วยชามคล้ายกันเข้ามาขายในออนไลน์ เพียง 5 บาท ไม่พอยังส่งถึงที่ด้วย และยังมีสินค้าหัตถอุตสาหกรรมหลายประเภทที่เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดที่โดนกระทบเหมือนกันหมด เหตุเพราะรัฐบาลปล่อยให้จีนเข้ามาโดยไม่มีการควบคุม อยากวิงวอนให้รัฐบาล เร่งแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วนไม่เช่นนั้นจะส่งผลกระทบเป็นแบบลูกโซ่ไปทั่ว”

‘รมว.ปุ้ย’ ออกกฎเหล็ก คุมเข้ม!! ‘ไซยาไนด์’ ตามโรงงาน พร้อมกำชับต้องรายงานทุก 6 เดือน ป้องกันใช้ผิดวัตถุประสงค์

(13 ส.ค. 67) ที่ทำเนียบรัฐบาล  น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว. อุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกรมโรงงานอุตสาหกรรมออกกฎ เข้มงวดกับโพแทสเซียมไซยาไนด์ ต้องได้รับการพิจารณาขออนุญาต ได้มีการพูดคุยกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือไม่ เพราะมีการซื้อซ้ำนำไปก่อเหตุในหลายคดี ว่า ตนได้สั่งการกรมโรงงานอุตสาหกรรมไปแล้วตั้งแต่คดีแอมไซยาไนด์ว่าให้มีการเคร่งครัด ซึ่งเรามีลิสต์รายชื่อโรงงานอยู่แล้ว ว่ามีโรงงานไหนบ้างที่ไซยาไนด์ไปประกอบกิจการ โดยให้เร่งรายงานมาจากที่ให้รายงานทุก ๆ 6 เดือน ก็ให้เร่งรายงานถี่ขึ้น เพื่อป้องกันการนำเอาไซยาไนด์ ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

เมื่อถามว่าล่าสุดมีการซื้อขายไซยาไนด์ บนแพลตฟอร์มออนไลน์ น.ส.พิมพ์ภัทรา กล่าวว่า ในส่วนนี้อยู่นอกเหนือกรมโรงงานอุตสาหกรรม แต่ความรับผิดชอบของตนคือการให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมรายงานตัวเลขไซยาไนด์ว่ามีจำนวนเท่าไหร่ เพื่อจะได้รู้ว่าปริมาณที่หายไปเป็นปริมาณที่เอากลับไปใช้จริงหรือลักลอบหายไป

‘เทนนิส’ ยัน ‘โอลิมปิก’ เป็นเวทีสุดท้ายสำหรับชีวิตนักกีฬา ชี้ ‘เทควันโด’ หนังสือเล่มนี้มันจบลงอย่างสวยงามที่สุดแล้ว

(13 ส.ค.67) ที่สนามบินสุวรรณภูมิ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานต้อนรับคณะนักกีฬาทีมชาติไทยที่กลับมาจากการแข่งโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

สำหรับนักกีฬาชุดนี้ประกอบด้วยทัพนักกีฬาเทควันโด นำมาโดย ‘เทนนิส’ พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักกีฬาเทควันโด เหรียญทองโอลิมปิก รวมถึงทัพนักกีฬามวยสากล

โดย เทนนิส พาณิภัค นักกีฬาเทควันโด เจ้าของเหรียญทอง โอลิมปิก 2024 ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวที่ไปรอรับอย่างเนืองแน่น โดยกล่าวว่า “รู้สึกอบอุ่นและดีใจมาก ๆ ที่มีคนมารับหนูเยอะมาก ๆ ไม่คิดว่าจะมีคนมาเยอะขนาดนี้ ตอนแรกคิดว่าจะไม่มีคนมา มันอิ่มเอมจนนอนไม่หลับค่ะ ภูมิใจมาก ๆ และดีใจมาก ๆ ที่ทำมันสำเร็จค่ะ มันเป็นประวัติศาสตร์ที่พวกเราร่วมกันเขียน คือมีชื่อประเทศไทยไปปักอยู่ที่ปารีสในเวทีโอลิมปิก หนูรู้สึกภูมิใจมาก ๆ สำหรับความทุ่มเท ความเหนื่อย ที่หนูเต็มที่มาก ๆ และทำให้ได้เหรียญทองกลับมา ตอบแทนหนู และคนไทยมาก ๆ หนูหายเหนื่อยเลยค่ะ”

“ตอนที่กราบขอบคุณโค้ชเช มันเป็นโมเมนต์ที่ เราทำได้ หนูก็อยากจะขอบคุณโค้ชมาก ๆ ค่ะ ที่ทุ่มเทมากับหนู และเราก็เชื่อใจกันมาก ๆ ทั้งตอนซ้อมและตอนแข่งขัน อยากขอบคุณคนไทยและก็โค้ชมาก ๆ ค่ะ”..

“สำหรับหนูตัดสินใจแน่นอนแล้วค่ะ ว่าเวทีโอลิมปิกเป็นเวทีสุดท้ายสำหรับชีวิตนักกีฬาค่ะ หนูมองว่าหนังสือเล่มนี้มันจบอย่างสวยงามที่สุดแล้ว และหนูก็เต็มที่ในการเขียนหน้านี้เป็นอย่างดีที่สุดแล้วค่ะ เล่มที่ชื่อว่า เทควันโด เต็มที่ที่สุดแล้ว หนูใส่สุดหมดตั้งแต่ก่อนไป จนตอนนี้มันสมบูรณ์สำเร็จทุกอย่างแล้ว หนูมีความสุข ตอนจบมันโคตรจะสวยงาม มันไม่มีอะไรสวยไปมากกว่านี้ หนูก็อยากจะไปเขียนหนังสือเล่มต่อไป อย่างเทควันโดสาขาที่สอง จะเปิดแล้วนะคะ ฝากทุกคนด้วยนะคะ”

ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องนักกีฬารุ่นน้องที่จะขึ้นมาทดแทน ซึ่ง พาณิภัค ระบุว่า “น้อง ๆ ที่จะมา ก่อนหน้านี้ก็ฝึกซ้อมด้วยกัน ก็เตรียมกันมาเป็นคู่ซ้อมให้หนูโดยตรง คิดว่าน้อง ๆ จะขึ้นมาทดแทนได้ ไม่ต้องกังวลค่ะ มีแน่นอนค่ะ”

“ถึงแม้สำหรับหนูเองจะเป็นแมตช์สุดท้าย แต่คิดว่าหนูอาจจะเป็นแรงบันดาลใจหรือจุดเริ่มต้นให้ใครหลาย ๆ คน ในการเริ่มต้นเล่นกีฬาเทควันโด หรือทำตามความฝันของตัวเอง หนูอยากจะเป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ ในตอนแข่งขันมันมีเวลา ตอนนี้เราก็มีเวลา เรายังหายใจอยู่ เรายังไม่ตาย เพราะฉะนั้น เราอยากทำอะไรทำให้เต็มที่ในความฝันของตัวเองเลยค่ะ ก็เป็นกำลังใจให้กับทุกความฝันของทุกคนเลยค่ะ”

ส่วนเรื่องอาการบาดเจ็บ นักเทควันโดขวัญใจชาวไทย เปิดเผยว่า “ตอนนี้หลังจบการแข่งขัน ไม่ได้มีอาการบาดเจ็บเพิ่มขึ้นค่ะ สำหรับอาการบาดเจ็บของหนูมันเป็นอาการบาดเจ็บเรื้อรังที่เป็นมาหลายปีแล้วถ้าจะผ่าตัดก็อาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการรักษานาน ก็บอกตัวเองเสมอว่ายังไม่อยากผ่าตัดอยากแข่งโอลิมปิกให้เสร็จก่อน ทำหน้าที่ตรงนี้ให้เสร็จก่อน หลังจากนี้ก็คิดว่าจะมีเวลาดูแลร่างกายเยอะขึ้น ก็คงไป MRI ไปเอ็กซเรย์ ไปดูร่างกายอย่างละเอียด เพราะก่อนหน้านี้บอกหมอว่า หนูไม่อยากรู้ว่าหนูเป็นอะไร เพราะถ้ารู้แล้วจะกลัว เพราะเคยไป MRI แล้วเข็นไขว้หลังขาดค่ะ แต่ว่าข้างซ้ายที่มันดัง ยังไม่ได้ไปดูว่าเป็นอะไร หลังจากนี้ก็จะไปตรวจร่างกายค่ะ คิดว่าจะพักเรื่องการฝึกซ้อมและก็เข้าคู่ไป หันไปวิ่งเบา ๆ หรือเวตเทรนนิ่งเพิ่มมากขึ้น เพราะถ้าเข่าไม่ได้ซ้อมเลยมันจะเจ็บขึ้นได้”

นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังถามถึงความสัมพันธ์กับ ‘จูเนียร์’ รามณรงค์ เสวกวิหารี อดีตนักกีฬาเทควันโด หลังมีภาพเปิดตัวหลังจบการแข่งขัน ซึ่ง เทนนิส พาณิภัค เปิดเผยว่า “สำหรับหนูกับเนียร์ ก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมายาวนาน ปีนี้เป็นปีที่ 9 สำหรับเรื่องความสัมพันธ์ในตอนแรก เราไม่อยากให้ทุกคนโฟกัส เพราะเราสองคนก็มีความฝัน หน้าที่เป็นนักกีฬาทีมชาติกันทั้งคู่ มีความฝันอยากจะไปโอลิมปิกด้วยกัน อยากคว้าเหรียญทองโอลิมปิกด้วยกัน อยากทุ่มเทเต็มที่ไปกับมัน เลยไม่อยากบอกใครค่ะ

ตอนนี้มันเหมือนปลดล็อก สำเร็จไปแล้ว ทุกอย่างออกมาสมบูรณ์ หนูก็อยากบอกทุกคนว่า ทุกเส้นทางที่ผ่านมา ก็มี จูเนียร์ คอยอยู่ข้าง ๆ ค่ะ เขาก็โดนหนูเตะทุกวันกว่าจะมีวันนี้ก็เหนื่อยด้วยกันมา ร้องไห้ด้วยกันมา (เรียกแฟนได้แล้วใช่ไหม) เดี๋ยวพ่อว่าค่ะ”

‘รัดเกล้า’ ชวนชม-ช้อปงาน ‘แพรพัสตรา บรมราชินีนาถ’ 12-18 ส.ค. ณ สยามพารากอน สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ‘พระพันปีหลวง’ ยกระดับ ‘ผ้าไทย’ สู่สายตานานาชาติ

เมื่อวานนี้ (12 ส.ค. 67) นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันแม่แสนคึกคัก คนพาแม่มาเดินงาน ‘แพรพัสตรา บรมราชินีนาถ’ จัดโดยกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) แค่ช่วงเช้าวันแรกแล้วหลายพันคน

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า วธ. ร่วมกับหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายทางวัฒนธรรม จัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2567 ในชื่องาน ‘แพรพัสตรา บรมราชินีนาถ’ ระหว่างวันที่ 12 - 18 สิงหาคม 2567 เวลา 11.00 - 21.00 น. ณ ลานพาร์ค พารากอน ชั้นเอ็ม ศูนย์การค้าสยามพารากอน

โดยการจัดงานภายใต้ชื่องาน ‘แพรพัสตรา บรมราชินีนาถ’ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทย ทรงอนุรักษ์ ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมของชาติ ส่งเสริมงานหัตถศิลป์ และงานหัตถกรรมของไทย รวมถึงทรงอนุรักษ์ ส่งเสริมมรดกภูมิปัญญา ‘ผ้าไทย’ ยกระดับผ้าไทยให้มีความโดดเด่นจนเป็นที่ประจักษ์แก่สายตานานาชาติ

ทั้งนี้ ภายในงานยังจัดให้มีนิทรรศการนำเสนอความเป็นมาของวันผ้าไทยแห่งชาติ รวมถึงจัดแสดงผ้าไทยลายอัตลักษณ์ 76 จังหวัด อาทิ ผ้าลายดอกสัก จังหวัดแพร่ ภาคเหนือ / ผ้าลายแก้วมุกดา จังหวัดมุกดาหาร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ / ผ้าลายราชบุรี หรือลายกาบโอ่งนกคู่ จังหวัดราชบุรี ภาคกลาง และผ้าลายปะการังและท้องทะเล จังหวัดภูเก็ต ภาคใต้ เป็นต้น

ตลอดจนนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม (CPOT) ที่สร้างสรรค์ต่อยอดจากผ้าไทย รวมถึงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ถึงพระราชกรณียกิจของพระองค์ที่มีต่องานหัตถศิลป์ งานหัตถกรรมของไทย และผ้าไทยนานัปการ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมให้ชม ช้อป และเพลิดเพลินไปกับการแสดงและสาธิตศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ อีกด้วย

“เชิญชวนประชาชนพาคุณแม่ และครอบครัวไปเที่ยวงานแพรพัสตรา บรมราชินีนาถ กันเยอะ ๆ มีเวลาเที่ยวได้จนถึง 18 สิงหาคมนี้ โดยภายในงานมีกิจกรรมมากมายทั้งนิทรรศการ การแสดงศิลปวัฒนธรรม แฟชันโชว์ผ้าไทย เพื่อร่วมรักษาและต่อยอดศิลปวัฒนธรรมของชาติ นำต้นทุนทางวัฒนธรรมสร้างคุณค่าและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับคนในท้องถิ่น ร่วมยกระดับผ้าไทยสู่สายตาชาวโลก” นางรัดเกล้า กล่าว

ประกาศตามหา ‘น้องมิ้น’ หลังหายออกจากบ้านนาน 4 วัน 3 คืน ปักหมุด!! เขตระยอง อ.แกลง ใครพบโปรดติดต่อ 064-187-7214

(13 ส.ค.67) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘รักธรรม สรหงษ์’ ได้โพสต์ข้อความประกาศตามหาเด็กหาย ซึ่งหากมีผู้ใดพบเจอรบกวนติดต่อกลับโดยด่วน ระบุว่า…

“เขตระยอง อ.แกลง ใครพบเห็นเด็กคนนี้ ชื่อ ‘น้องมิ้น’ ครับ
ช่วยแจ้งผมสายตรงได้เลยครับ 0641877214 เอ็ม
ผมเป็นพ่อของน้องครับ น้องหายจากบ้านไป 4 วัน 3 คืน
ตอนนี้กำลังตามกันวุ่นเลยครับ กราบขอความช่วยเหลือด้วยนะครับ”

ผู้บัญชาการ​สถาบัน​วิชา​การป้องกันประเทศ เป็นประธานปิดการอบรม​หลักสูตร​ผู้นำ​พอเพียง​เพื่อ​ความมั่นคง​ รุ่นที่​ 17

เมื่อ​วันที่​ 9 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ หอประชุม​วิทยาลัย​ป้องกัน​ราช​อาณาจักร​ พลอากาศเอก ภูมิใจ เลขสุนทรากร​ ผู้บัญชาการ​สถาบัน​วิชา​การป้องกันประเทศ เป็นประธานในพิธี​ปิดการอบรม​หลักสูตร​ผู้นำ​พอเพียง​เพื่อ​ความมั่นคง​ (นพม.) รุ่นที่​ 17 

ในโอกาส​นี้​ได้รับ​เกียรติ​จาก​ พลเอก​ นรินทร์​ แทบ​ประสิทธิ์​ ประธาน​มูลนิธิ​คลังสมอง​ วปอ. เพื่อ​สังคม​, พลโท​ มนัส​ แถบ​ทอง​ ผู้​อำนวยการ​หลักสูตร​ฯ​, นายทหารชั้นผู้ใหญ่, ผู้แทนหน่วยทหาร​, กรรมการ​มูลนิธิ​ฯ, คณะอาจารย์​ และผู้เข้ารับการอบรม ร่วมพิธี

สำหรับ หลักสูตรผู้นำพอเพียงเพื่อความมั่นคง มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มศักยภาพ ความรู้ ความสามารถของทุกระดับ เริ่มตั้งแต่ตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ให้สามารถรับมือได้กับทุกการเปลี่ยนแปลงในสังคม สิ่งแวดล้อม ตลอดจนเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน โดยหลักสูตรผู้นำพอเพียงเพื่อ​ความมั่นคง​ เป็นความร่วมมือระหว่างกองบัญชาการกองทัพไทย ร่วมกับ มูลนิธิคลังสมอง วปอ.​ เพื่อสังคม โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ขององค์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นหลักในการจัดทำหลักสูตร เพื่อให้ผู้ที่เข้ารับการอบรม เข้าถึงหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และนำไปต่อยอด​ รวมถึงประยุกต์ใช้​ในการดำเนินชีวิตต่อไป

‘ผู้ปกครอง’ วอนหน่วยงาน ให้ความรู้ ‘ใบประกาศนียบัตร’ ที่มหาวิทยาลัยรับรอง ย้ำ!! มีเยอะไม่ได้ช่วยให้ดูดี บางกิจกรรม ‘เอกชน’ สร้างขึ้นมาเพื่อปั้น ‘Portfolio’

(12 ส.ค. 67) เมื่อเร็วๆนี้ ในรายการเจาะข่าวเด็ด ทางช่องโมโน 29 มีผู้ปกครองของน้องนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ได้เข้ามาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ การใช้ ‘ใบประกาศนียบัตร’ ในการยื่นเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา โดยได้ระบุว่า ...

เกี่ยวกับ ใบประกาศนียบัตร ที่ใช้ประกอบในการยื่นรอบ Portfolio ผู้ปกครองควรช่วยน้องๆในการเลือกสถาบันในการเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อรับใบประกาศนียบัตรกันด้วย การมีเยอะไม่ได้แปลว่าดูดี  ควรเลือกดูที่กิจกรรม และองค์กรที่ออกใบประกาศนียบัตรด้วย  admission officer เค้าดูออก

หลายมหาวิทยาลัย จะมีระบุไว้ในระเบียบการรับสมัครเลย ว่าไม่รับใบประกาศนียบัตรจากค่ายของบริษัทเอกชนที่รับปั้น Portfolio  ต่างๆ 

ตอนนี้ได้รับความรู้มาว่า ถ้าเกิดไม่ใช่ของหน่วยงานราชการจัด ใบประกาศนียบัตร มันจะใช้ไม่ได้ เพิ่งทราบก็เลยอยากจะฝากกระทรวงศึกษาธิการ ทบวงมหาวิทยาลัยใดๆ ให้ความรู้หน่อย ให้ความรู้เด็กๆ หน่อยให้ความรู้ผู้ปกครองหน่อยว่า ใบประกาศนียบัตร แบบไหนใช้ได้ ใบประกาศนียบัตรแบบไหนใช้ไม่ได้

ซึ่งเมื่อ ‘เอก นนทกฤช กลมกล่อม’ พิธีกรผู้ดำเนินรายการ ได้ซักถามต่อว่า ถ้างั้นเราจะรู้กันแค่ว่า ให้เด็กๆ เตรียม Portfolio นะ ม.4 ม.5 ม.6 เตรียม Portfolio แล้วพอเด็กๆเตรียม Portfolio กัน 3ปีนะ ประสบการณ์ Portfolio ดีมันไม่ต้องสอบถูกมั้ย?

ผู้ปกครองคนดังกล่าว ก็ได้ เล่าต่อว่า ยื่น Portfolio อย่างเดียวถ้า Portfolio ดี ทํากิจกรรมต่างๆ มาเยอะ มีประสบการณ์เยอะ ถ้า Portfolio ผ่านนี่คือจบเลย เข้ามหาวิทยาลัยได้เลย ไม่ต้องสอบ แล้วทุกคนก็หวังจากการเก็บสะสม Portfolio แต่ทีนี้เราไม่ทราบว่า Portfolio ที่ใช้ได้ เป็นแบบไหน Portfolio ที่ใช้ไม่ได้เป็นแบบไหน มันก็เลยนํามาสู่การไปซื้อคอร์ส นี่มีตั้ง 30 ใบประกาศนียบัตร 

ซึ่งคุณแม่ท่านนี้ ก็ได้อธิบายต่ออีกว่า ถ้าเป็นที่ได้มาจากหน่วยงาน ที่เป็นเอกชนอย่างนี้ เป็นติวเตอร์เป็นโรงเรียนเขาเปิด มันใช้ไม่ได้ บางมหาวิทยาลัย เขาก็ออกจดหมายมาเลยว่า ถ้าเกิดเป็นค่ายที่เอกชนจัดขึ้นอย่างนี้ 

เขาไม่รับรอง!!


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top