Saturday, 29 August 2026
NEWS

'พล.อ.ณัฐพล' ประสานตั้งศูนย์ช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้ พร้อมเร่งดูแลผู้ประสบอุทกภัยอย่างเร่งด่วน

เมื่อวันที่ (28 พ.ย.67) พล.อ.ณัฐพล นาคพานิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัย และร่วมประชุมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ ห้องประชุม 1 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี 

ในที่ประชุมฯ พล.อ.ณัฐพล นาคพานิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้นำความห่วงใยจากนายกรัฐมนตรีมายังพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่ประสบอุทกภัย โดยสั่งการให้มาติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งจากการประเมิน และติดตามการบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้ง 4 จังหวัด ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา ที่ผ่านมานั้น ควรมีศูนย์ประสานงานในพื้นที่ เนื่องจากที่ผ่านมาดำเนินการภายใต้ศูนย์การบริหารปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม หรือ ศปช. ส่วนกลาง และเพื่อให้การบริหารจัดการที่มีประสิทธิผลมากขึ้น ได้รับมอบหมายให้จัดตั้งศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นศูนย์ประสานงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นหน่วยงานแกนกลางที่บูรณาการทั้งหมดในการช่วยเหลือ และมอบหมายให้กองทัพภาคที่ 4 และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นศูนย์กลางการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆเพื่อสนับสนุนศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้

"ได้รับคำสั่งให้ ศอ.บต.เป็นศูนย์บูรณาการการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่  จชต. เพื่ออำนวยการในภาพรวมหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพและให้ ทภ.4/กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นศูนย์บูรณาการทรัพยากรของ กห. และ กอ.รมน. รวมทั้งหน่วยงานอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย ในการให้การสนับสนุนกำลังพล ยานพาหนะและเครื่องมือ ตามที่ ศอ.บต. ร้องขอ…" พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ กล่าว

สภากาชาดไทย ชวนเที่ยวงานกาชาดประจำปี2567 ภายใต้แนวคิด 'ทศมราชา 72 พรรษา ถวายพระพร' สัมผัสมนต์เสน่ห์มหรสพรื่นเริงการกุศลแห่งปี 11 – 22 ธันวาคม 2567 ณ สวนลุมพินี และ www.iredcross.org

เมื่อวันที่ (27 พ.ย.67) กองอำนวยการจัดงานกาชาด โดย คณะกรรมการแผนกประชาสัมพันธ์งานกาชาดประจำปี 2567 จัดแถลงข่าวงานกาชาดประจำปี2567 “ทศมราชา 72 พรรษา ถวายพระพร” โดยมี นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย ประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานกาชาดประจำปี 2567 พร้อมด้วย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายขรรค์ ประจวบเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย นางจันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้สภากาชาดไทย และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ศิลปิน ดารา สื่อมวลชน  ร่วมเป็นเกียรติในงานแถลงข่าว ณ ศูนย์นันทนาการลุมพินี สวนลุมพินี

นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานกาชาดประจำปี2567 กล่าวว่า “เนื่องในโอกาสมหามงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมราชูปถัมภกสภากาชาดไทย ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษาวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 สภากาชาดไทย จึงได้จัดงานกาชาดประจำปี 2567 ภายใต้แนวคิด “ทศมราชา 72 พรรษา ถวายพระพร” เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อสภากาชาดไทย และพสกนิกรไทย ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 - 22 ธันวาคม 2567 ณ สวนลุมพินี และที่แพลตฟอร์มงานกาชาดออนไลน์ www.iredcross.org 

นอกจากนี้งานกาชาดยังจัดขึ้นเพื่อหารายได้ไปใช้ในการบรรเทาทุกข์ บำรุงสุข บำบัดโรค กำจัดภัยแก่ประชาชนผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส และผู้ประสบภัยพิบัติขณะเดียวกันยังสะท้อนถึงความทุ่มเทและความร่วมแรงร่วมใจของทุกฝ่าย แม้ว่าจะมาจากหลากหลายภาคส่วน แต่ทุกฝ่ายต่างก็ให้ความร่วมมือและใช้ความเชี่ยวชาญของตนเองมาร่วมกันสนับสนุนภายใต้ความมุ่งหวังที่จะผลักดันให้การจัดงานกาชาดนั้นสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์”

ด้าน นายขรรค์ ประจวบเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย ในฐานะรองประธาน คณะกรรมการอำนวยการจัดงานกาชาดประจำปี2567 ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานกาชาดประจำปีนี้ว่า “การจัดงานกาชาดประจำปี 2567 “ทศมราชา 72 พรรษา ถวายพระพร” มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่พระมหากรุณาธิคุณ และพระราชกรณียกิจขององค์พระบรมราชูปถัมภ์ สภากาชาดไทย องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย และองค์อุปนายิกาผู้อำนวยการ สภากาชาดไทย รวมถึงเป็นการเผยแพร่ภารกิจของสภากาชาดไทยให้ประชาชนได้รับรู้ ยิ่งไปกว่านั้น งานกาชาดยังเป็นกิจกรรม ที่สร้างการมีส่วนร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา มูลนิธิ สมาคม สโมสร ผู้มีอุปการคุณ และประชาชน ตลอดจนเพื่อหารายได้โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย”

พร้อมกันนี้ภายในงานแถลงข่าวได้จัดให้มีการเสวนาในหัวข้อ “งานกาชาด เพื่อ ประชาชน” นำโดย นางจันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้สภากาชาดไทย กรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการอำนวยการจัดงานกาชาดประจำปี 2567 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย ผู้แทนจากการไฟฟ้านครหลวง และกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยการเสวนาดังกล่าวระบุถึงความสำคัญของการจัดงานกาชาด และรายได้จากการจัดงานกาชาดที่ถูกนำไปกระจายเป็นความช่วยเหลือในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมพูดคุยถึงความร่วมมือและแนวทางบริหารจัดการต่าง ๆ ภายในงานกาชาดประจำปี 2567

ประกอบด้วย การเตรียมความพร้อมด้านต่าง ๆ อาทิ การจัดรถ BMA Feeder รับส่งที่สวนลุมพินี เพื่อลดปัญหาจราจรติดขัด การจัดเตรียมแสงสว่างให้เพียงพอ รวมถึงการคัดแยกขยะ และคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ อีกทั้งยัง เน้นย้ำเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เคร่งครัด เพื่อสร้างความมั่นใจและสะดวกสบายแก่ประชาชนที่เดินทางมาร่วมงาน ครอบคลุมไปยังประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ตลอดจนแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่สวนลุมพินี 

ทั้งในระหว่างงานและหลังจบงาน เพื่อคืนพื้นที่อย่างสมบูรณ์แก่ผู้ใช้สวนลุมพินี ตามด้วยการแสดงพิเศษขับเสภาทำนองเสนาะชุด “ยลเสน่ห์อัตลักษณ์งานกาชาด” ซึ่งร้อยเรียงและบอกเล่าถึง กิจกรรมที่น่าสนใจในงานกาชาดปีนี้ ประกอบด้วย กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติการแสดงไฟ “แสงแห่งพระบารมี” ซุ้มว่าวเฉลิมพระเกียรติ โคมถวายพระพร และการแสดงน้ำพุประกอบดนตรีเฉลิมพระเกียรติที่สวยงามยิ่งใหญ่ กิจกรรมรื่นเริงเปี่ยมกุศล ทั้งการเสี่ยงโชคชิงรางวัลในรูปแบบต่าง ๆ การซื้อสินค้าคุณภาพดีราคาประหยัดจากหน่วยงานที่มาร่วมออกร้านกว่า 200 หน่วยงาน แฟชั่นโชว์ผ้าไทยในสวน และเกมการละเล่นสนุกสนานอันเป็นอัตลักษณ์ของงานกาชาด 

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสุดครื้นเครงในแต่ละวันอีกมากมายให้รอติดตาม กิจกรรมงานกาชาดออนไลน์ พบกับขบวนพาเหรดน้องไอจัง สุดน่ารัก กิจกรรม แข่งว่าวกาชาดที่ทุกคนรอคอย กิจกรรมบ้านผีสิงสุดหลอนร่วมกับ The Ghost Radio และเอาใจสายมูด้วย บริการทำนายดวงชะตาออนไลน์กับนักพยากรณ์ตัวจริง ตามด้วยการซื้อสลากบำรุงสภากาชาดไทยออนไลน์ และเลือกซื้อสินค้าราคาพิเศษจากร้านค้ามากมายได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมผุดกิจกรรมใหม่สุดเพลิดเพลินเลี้ยงน้องไอจังใน iJung wonderland 

โดยกองอำนวยการจัดงานกาชาด ได้เนรมิตพื้นที่ศูนย์นันทนาการลุมพินี เพื่อจำลองบรรยากาศของงานกาชาด มหรสพรื่นเริงการกุศลแห่งปีที่กำลังจะเกิดขึ้น พร้อมหยิบยกหลากหลายกิจกรรมน่าสนใจ ทั้งออนกราวด์และออนไลน์มาจัดแสดงให้ผู้ที่มาร่วมงานแถลงข่าวได้สัมผัส ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรมตกแต่งโคมถวายพระพร ว่าวเฉลิมพระเกียรติและเพลิดเพลินกับการ เลือกซื้อสินค้าจากโครงการส่วนพระองค์ ผักดองจากร้านอุปนายิกา และร้านสภากาชาดไทย พร้อมชมความงดงามของ ผ้าไหมพระราชทานจากร้านสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ลุ้นรางวัลกับสอยดาวเสี่ยงโชค และลิ้มรสอาหารอร่อยจากเหล่าร้านอาหารในงานกาชาด ปิดท้ายด้วยการเล่นเกมรับของรางวัลจากน้องไอจัง (มาสคอต) ที่บูธงานกาชาดออนไลน์

เตรียมตัวให้พร้อมแล้วมาร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์อัตลักษณ์งานกาชาด มหรสพรื่นเริงการกุศลแห่งปี ระหว่างวันที่ 11 – 22 ธันวาคม 2567 ตลอด 12 วัน 12 คืน ตั้งแต่เวลา 11.00 – 22.00 น. วันสุดท้ายปิดงาน เวลา 23.00 น. ณ สวนลุมพินีเข้างานฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยในปีนี้ยังคงขอความร่วมมือให้ทุกท่านที่มาเที่ยวงาน เดินทางโดยรถสาธารณะเพื่อความสะดวก และใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก รวมถึงงดใช้โฟมเป็นบรรจุภัณฑ์ใส่อาหาร เพื่อลดปริมาณ ขยะในงาน และร่วมสนุกแบบไร้ขีดจำกัด ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านงานกาชาดออนไลน์ ที่ www.iredcross.org

เที่ยวสนุกสุขใจ ได้กุศล เที่ยวงานวันกาชาด...ที่สวนลุมพินี และ สนุกได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมงที่ www.iredcross.org

มหกรรมมูเดิร์น รวบรวมสินค้าและกิจกรรมสายมู สไตล์โมเดิร์นไว้ในงานเดียว

วันนี้ ถึง วันอาทิตย์นี้ พบ อีเวนท์สำหรับคนชอบมู รวบรวมสินค้าสายมู กิจกรรมเวิร์คช็อปต่าง ๆ กลุ่มอาร์ตทอยสายมู อีกทั้งยังมีการจัดโซนสำหรับดูดวง และที่พิเศษสุด ๆ ผู้ที่เข้าร่วมงานสามารถมากราบไหว้องค์เทพภายในงานได้เลย เตรียมตัวให้พร้อมแล้วมาเจอกัน กับ 5 โซนวันเดอร์ของเรา!🔮

Wonder Goods zone🛒✨
G1 Blessyou Jewelry
G2 MANTRA
G3 MUU
G4 BRAIN SCULPTURE
G5 qlay station
G6 PHYAJEWELRY พญาจิวเวอรี่
G7 The Mu Collection
G8 STRAY CAT TAROT
G9 อาจารย์ป็อปวิเคราะห์เบอร์
G10 กำยานธูปหอม GAJANAN
G11 Chebbear
G12 Rainbow Jewelry
G13 NORTHxAMULET
G14 Wara_stone
G15 ASTRELLA ENERGYHOUSE
G16 VALLEJO
T1 Phraphai Aroma - พระพายอโรม่า
T2 Mudernized
T3 มงคลพัฒน์ ดวงและฮวงจุ้ย
T4 Poly Holy
T5 ธยาน - Dhyana Studio
T6 VINAYAKA BANGKOK
T7 Cute Amulet
T8 FOREVERNNNS
T9 Ceremi studios
T10 Pixel craft art toy x Daliah.indilah
T11 BUU SHA
T12 MUNKKY STUDIO
T13 Punsanook64
T14 Kuma Monster Studio
T15 PUJA GANEJA

Wonder Workshop zone🖌️🖼️
W1 Sstar.Wish x Airy Aura
W2 HORO NEXT GEN
W3 ดวงจีน & ฮวงจุ้ยด้วยตัวเอง
W4 Sun.daisy Flower

Wonder Fortune Tellers zone🔮
F1 เรื่องของดวง by Maemortik
F1 mimi.mooo
F2 วอวาฬกางไพ่
F3 Kevin The Oracle
F3 Tine Tarot 
F4 ดูดวงกับพี่เหนือ
F5 Maimongni
F6 ธิดาทาโรต์
F7 Friendscope

Wonder Exhibition zone🧚‍♀️
สำหรับสักการะองค์เทพ ได้แก่ พระพิฆเนศ ท้าวเวสสุวรรณ และองค์พญานาค

'สมศักดิ์' สั่งการบุคลากรทางการแพทย์และสธ.เร่งช่วยประชาชน 5 จังหวัดชายแดนใต้โดนน้ำท่วมหนัก พบผู้ประสบภัยมีภาวะความเครียดสูง เสี่ยงซึมเศร้า 

น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ฝ่ายการเมืองเปิดเผยว่า จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ภาคใต้สร้างความเดือดร้อนต่อพี่น้องประชาชนและความเสียหายต่อทรัพย์สินได้รับความเสียหายอย่างมากนั้น นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมีความห่วง  มีความห่วงใยอย่างมากได้สั่งการไปยังนายอภิชาติ วชิรพันธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12และผู้บริหารซึ่งรับผิดชอบทั้งส่วนกลางและในพื้นที่เร่งช่วยเหลือ แก้ไข เยียวยา ฟื้นฟูตามอำนาจหน้าที่อย่างดีที่สุด และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ปฏิบัติงานภาคสนาม ล่าสุด โรงพยาบาลจิตเวชสงขลานครินทร์และศูนย์สุขภาพจิตที่ 12 ได้รายงานสรุปสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 12 มา ดังนี้

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบสีแดง 5 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส มีอำเภอที่ได้รับผลกระทบรวม 18 อำเภอ โดยได้รับผลกระทบในลักษณะน้ำล้นตลิ่งและท่วมขัง. ประชากรที่ได้รับผลกระทบรวม 273,121 คน พบผู้เสียชีวิต 1 รายจากสาเหตุจมน้ำ มีศูนย์อพยพที่มีผู้เข้าพักแล้ว ได้แก่ สงขลา 7 แห่ง มีผู้ประสบภัยเข้าพัก 482 คน, ยะลา 15 แห่ง มีผู้ประสบภัยเข้าพัก 873  คน, ปัตตานี 9 แห่ง ยังไม่มีรายงานผู้เข้าพัก, นราธิวาส 32 แห่ง เปิดแล้ว 27 แห่ง มีผู้ประสบภัยเข้าพัก 1,095 คน

ทางดเานนายกิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิตการเตรียมทีมเยียวยาจิตใจ MCATT ในพื้นที่  87 ทีม ออกปฏิบัติการแล้ว 44 ทีม แผนการดำเนินงาน ทีม MCATT วางแผนประเมินสุขภาพจิตและให้การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ และเยี่ยมครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยมีทีม MCATT กรมสุขภาพจิตให้การสนับสนุนการดำเนินงานในพื้นที่

น.ส.ตรีชฎากล่าวว่า การเกิดวาตภัย อุทกภัยและดินโคลนถล่มใน 4 จังหวัดชายแดนใต้ ครั้งนี้ สถานบริการสาธารณสุขในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 12 ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) โรงพยาบาล สาธารณสุขอำเภอ สาธารณสุขจังหวัด หน่วยบริการปฐมภูมิ สถานบริการสาธารณสุขชุมชน (สสช.) หน่วยแพทย์แผนไทย อย่างไรก็ตามบุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งรวมกลุ่มกันเป็นทีมปฏิบัติได้ให้บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อช่วยเหลือผู้เดือดร้อนอย่างต่อเนื่องด้วยการไปเยี่ยมบ้าน ให้สุขศึกษา ตรวจรักษา ส่งต่อ มอบชุดดูแลสิ่งแวดล้อม การจัดศูนย์พักพิง อีกทั้งให้บริการด้านสุขภาพจิต พบว่า มีภาวะความเครียดสูง 1,643 ราย เสี่ยงซึมเศร้า 405 ราย เสี่ยงฆ่าตัวตาย 86 ราย ส่งต่อจิตแพทย์ 310 ราย

ขณะที่โรงพยาบาลปัตตานี ได้รับรายงานจากนายรุซตา สาและ ผู้อำนวยการรพ.ปัตตานี รับคนไข้ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้และยังใช้ยาฉีดอยู่ เข้่ามา admit มีการขยายเตียง รพ เพื่อรองรับผู้ป่วยได้อย่างน้อย 50-60 คนรพ.พร้อมเปิดโรงครัว ดูแลทุกระดับ จัดระบบ logistics มีรถ 6 ล้อ จาก วิทยาลัยกาญจนาภิเษก รับผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ ระดมแพทย์ ทั้งรพ มาตรวจคนไข้ให้เร็วขึ้น.ขออัตรากำลังพยาบาลจาก รพช. มาขยายที่ขยายหอผู้ป่วยเพื่อช่วยเหลือให้ทันท่วงที” นางสาวตรีชฎากล่าว

รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติฯ ทำ MOU บริษัท ไวท์พลาย ยกระดับการให้บริการสุขภาพ ตอบสนองต่อแผนยุทธศาสตร์ ในเรื่อง Smart Hospital และนโยบาย ผบ.ทร.

พลเรือตรี พัฒนชัย เฉลิมวรรณ์ ผอ.รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ พร้อมด้วย นายเดชา อุปถัมชาติ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท ไวท์พลาย จำกัด ร่วมลงนามบันทึกความตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการจัดทำระบบ Insurance Claim ระหว่าง รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ กับบริษัท ไวท์พลาย จำกัด ณ ห้องประชุม 20 ปี อาคารอำนวยการ รพ.ฯ โดยมีคณะ รอง ผอ.รพ.ฯ ทั้ง 4 ฝ่าย พร้อมทั้งบุคลากรสำนักงานสิทธิประโยชน์ และบุคลากรของ บริษัท ไวท์พลาย จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยาน เมื่อ 27 พ.ย.67 ที่ผ่านมา

การลงนามบันทึกความตกลงความร่วมมือ (MOU) ในครั้งนี้ เป็นการยกระดับการให้บริการสุขภาพ ตอบสนองต่อแผนยุทธศาสตร์ ในเรื่อง Smart Hospital และนโยบาย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ประจำปีงบประมาณ 2567 

ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อสถานพยาบาล และผู้รับบริการ ในการประสานงานและเรียกร้องค่ารักษาพยาบาล ตามกรมธรรม์ประกันภัย ต่อไป

'รองนายกฯ ประเสริฐ' ลงพื้นที่เชียงใหม่ ติดตามความพร้อมรับมือสถานการณ์ฝุ่นพิษ PM2.5 - ตรวจความคืบหน้าโครงการท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดิน รอบคูเมือง

เมื่อวานนี้ (28 พ.ย.67) นายประเสริฐ  จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ลงพื้นที่ตรวจราชการภารกิจด้านอุตุนิยมวิทยาเพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหา PM 2.5 และการเฝ้าระวังแผ่นดินไหวของจังหวัดเชียงใหม่ ณ สนามบินเชียงใหม่ โดยนางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวต้อนรับพร้อมรายงานสรุปภาพรวมการปฏิบัติงานในภารกิจสนับสนุนการแก้ปัญหา PM 2.5 และการเฝ้าระวังแผ่นดินไหวของกรมอุตุนิยมวิทยา โดยรองนายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการให้ร่วมสนับสนุนข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีความเข้มข้นและเป็นรูปธรรม เนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่นั้นเป็นพื้นที่เป้าหมายที่รัฐบาลมุ่งหวังจะยกระดับวิถีชีวิตประชาชนในทุกมิติ รวมถึงสิทธิขั้นพื้นฐานอากาศสะอาด โดย PM 2.5 เป็นปัญหาที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

จากนั้น นายประเสริฐ และคณะเดินทางไปตรวจดูงานความคืบหน้า งานท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดิน รอบคูเมืองของ บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) ณ จุดดูงาน แจ่งกระต๊ำ บริเวณคูเมืองรอบใน ถนนมูลเมือง ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งโครงการดังกล่าว บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ ได้สร้างโครงข่าย single last mile เพื่อรองรับโครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าเมืองใหญ่ เพื่อที่จะได้ไม่มีสายสื่อสารรกรุงรังบนเสา โดยที่ผ่านมา บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ และ Operator ค่ายสื่อสารต่าง ๆ ของจังหวัดเชียงใหม่ ได้เริ่มตัดถ่ายลูกค้าที่อยู่โครงข่ายบนเสาไฟฟ้าลงสู่โครงข่ายใต้ดิน single last mile ใน Lot1 และได้ดำเนินการเริ่มทยอยรื้อสายสื่อสารลงจากเสาไฟฟ้า เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2567 เพื่อความปลอดภัย เป็นระเบียบเรียบร้อย และทัศนียภาพที่สวยงามของเมืองเชียงใหม่ โครงการ Lot ที่ 1 นี้ จะสามารถรื้อสายสื่อสารลงจากเสาไฟฟ้าได้หมด ภายในสิ้นปี 2567 นี้

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ผนึกกำลังเปิดปฏิบัติการ 'ล้างบางปรสิต' กำจัดอาชญากรข้ามชาติ

ตำรวจภูธรภาค 2 นำโดย พลตำรวจโท ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เป็นประธานในการเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของชาวต่างชาติ ในพื้นที่พัทยาและโดยรอบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวก่อนเทศกาลงานพลุนานาชาติเมืองพัทยาประจำปี 2567

สืบเนื่องจากพื้นที่จังหวัดชลบุรีเป็นจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวระดับนานาชาติ และมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกหลั่งไหลเข้ามาเยี่ยมเยียนจำนวนมาก โดยเฉพาะเมืองพัทยา ซึ่งในปัจจุบันมีปรากฎข่าวสารต่าง ๆ ในภาพสื่อ ทั้งด้านอาชญากรรมและความรุนแรงต่างๆ แรงงานต่างด้าวที่แย่งอาชีพคนไทย ชาวต่างชาติ และอาชญากรรมข้ามชาติ ที่กระจายอยู่ในทั่วทุกพื้นที่ อีกทั้งยังทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นนั้น พลตำรวจโทยิ่งยศ เทพจำนงค์ รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 จึงได้สั่งการเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อสอดรับนโยบายสำคัญของพลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เน้นย้ำในเรื่องการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย เปรียบเสมือน “ปรสิต” ที่คอยกัดกินความสุข ความเป็นอยู่ที่ดี และยังคอยทำร้าย พี่น้องประชาชน มีความจำเป็นที่จะต้องทำการ “ล้างบาง” โดยเร็วที่สุด อีกทั้งพลตำรวจโท ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน จึงได้เปิดปฏิบัติการ “ล้างบางปรสิต”

ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี นำโดย พลตำรวจตรีธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดชลบุรี จึงได้สั่งการไปยังกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และสถานีตำรวจทุกสถานีในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี สนธิกำลังร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี รวมไปถึงผนึกกำลังร่วมกับหน่วยงานข้างเคียง อาทิเช่น เจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี และเมืองพัทยา ในการบุกปฏิบัติการจับกุมเป้าหมาย และปราบปรามอาชญากรรมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว โดยผลการปฏิบัติการ "ล้างบางปรสิต" สามารถดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิด โดยแยกเป็นข้อหา ดังนี้

1. ความผิดเรื่องเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานฯ และกระทำความผิดที่เกี่ยวกับการหลอกให้ลงทุน (call center) โดยจับกุมแก๊งชาวจีนปล่อยเงินกู้ ได้รวม 17 ราย รวมยอดหนี้หมุนเวียนรวมประมาณ 392,155,000 บาท
2. ร้านลักลอบผลิตและจำหน่ายสมุนไพรโดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 3 ร้าน จับกุมผู้ต้องหาได้ 11 ราย โดยเป็นแรงงานต่างด้าวจำนวน 7 คน และตรวจยึดสมุนไพรแปรรูปที่แอบอ้างสรรพคุณเกินจริง ที่มีวิธีการหลอกขายให้ซื้อโดยบังคับขู่เข็ญ
ทำร้ายร่างกาย จำนวน 27 รายการ
3. ความผิดเรื่องเป็นบุคคลต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่จะทำได้ (ทำงานผิดประเภท) จำนวน 109 ราย
4. ความผิดเรื่องเป็นบุคคลต่างด้าว หลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 469 ราย
5. ความผิดเรื่องเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (over stay) จำนวน 33 ราย

6. ความผิดเกี่ยวกับการแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าว ตาม ม.38 จำนวน 249 ราย
7. ความผิดเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ ซึ่งมีไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
จำนวน 42 ราย โดยตรวจยึดปืนได้จำนวน 23 กระบอก 
8. ความผิดที่เกี่ยวกับยาเสพติด จับกุมตัวได้ รวมจำนวน 9 ราย โดยตรวจยึดยาบ้า จำนวน 300,037 เม็ด ไอซ์จำนวน 4.2 กรัม 
9. จัดระเบียบการรวมกลุ่มแข่งรถในทาง-ทะเลาะวิวาท ของชาวคูเวต โดยตรวจยึดรถจักรยานยนต์ จำนวน 33 ราย 
ข้อหาขับรถประมาทหวาดเสียว 2 ราย โดยทั้งหมดได้ดำเนินคดีกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องแล้วทุกราย
10. จัดระเบียบคนไร้บ้าน เร่ร่อน 14 ราย (โดยตรวจพบเสพสารเสพติดจำนวน 7 ราย) ขอทาน 33 ราย ขายดอกไม้ 2 ราย

ปฏิบัติการดังกล่าว เป็นเพียงหนึ่งในนโยบายในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของชาวต่างชาติในพื้นที่พัทยา และพื้นที่ใกล้เคียง หลังจากนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นการป้องกัน แต่จะเป็นการปฏิบัติการเชิงรุก ทะลายกลุ่มอาชญากรข้ามชาติ ในรูปแบบต่าง ๆ และอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น ของนักท่องเที่ยว โดยตำรวจภูธรภาค 2 และตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี จะดูแลพี่น้องประชาชน เพื่อสร้างความปลอดภัย จนเกิดความอุ่นใจ นำไปสู่ความเชื่อมั่นของประชาชนและสายตาชาวโลก ดังวิสัยทัศน์ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ “เป็นตำรวจมืออาชีพ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส เพื่อให้เกิดความผาสุกแก่ประชาชน”

ม.อ.ประกาศรับบริจาคสิ่งของช่วยน้ำท่วมภาคใต้ พบหลายพื้นที่ยังสาหัสต้องอพยพคน - สิ่งของอย่างเร่งด่วน

(28 พ.ย. 67) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ประกาศรับบริจาคสิ่งของและอาหารแห้งช่วยเหลือพี่น้องชาวไทยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมใหญ่

จากกรณีฝนตกลงต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย.ในพื้นที่ จ.ยะลานั้นทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ในเขตตัวเมืองยะลา โดยเฉพาะย่านเศรษฐกิจ หน้าสถานีรถไฟยะลา โรงแรมยะลารามา น้ำได้เข้าท่วมอย่างรวดเร็ว ระดับน้ำสูงประมาณ 60-80 เซนติเมตร ชาวบ้านและร้านค้าต้องเร่งอพยพสิ่งของ เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ จ.นราธิวาสก็ประสบกับสถานการณ์อุทุกภัยเช่นกันกระทบทั้ง 13 อำเภอ น้ำยังท่วมและเอ่อล้นตลิ่งต่อเนื่อง ประชาชนได้รับผลกระทบ 42,285 ครัวเรือน 154,535 คน โรงเรียนประกาศปิดแล้ว 68 แห่ง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 พ.ย. "กองพัฒนานักศึกษา ม.อ.หาดใหญ่" ประกาศเปิดรับบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย. 2567 จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง เวลา 09.30-17.00 น. สิ่งของที่ต้องการคือ ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง นม ขนม น้ำดื่ม

หรือสามารถบริจาคได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์
ชื่อบัญชี : สงขลานครินทร์เพื่อผู้ประสบภัย
เลขที่บัญชี : 565-471106-1

สถานที่รับบริจาคสิ่งของ ณ อาคารกิจกรรมนักศึกษา
ข้างศูนย์อาหารโรงช้าง ม.อ.หาดใหญ่

มุกดาหาร-สัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ 42 “อนุทิน” แสดงวิสัยทัศน์ ตั้ง รองผวจ.เศรษฐกิจ ส่งออกสินค้าไทยทุกชายแดนเฟื่อง หนุนอุตสาหกรรมไทยรุ่ง

(28 พ.ย. 67) นายกานต์พนธ์ เตชะเดชอภิพัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า คณะกรรมการหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร ร่วมสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ณ สวนนงนุช จ.ชลบุรี ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นประธานมอบรางวัลสำเภาทอง แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัด 22 รางวัล ในการสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 42 ของหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมมอบ รางวัลผู้ว่าราชการจังหวัดสำเภาทอง ประจำปี 2567 ณ NICE HALL สวนนงนุช 

นายอนุทิน ได้กล่าวในตอนหนึ่งว่า รัฐบาลจะพัฒนาระบบบริการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยมีเป้าหมายหนุนภาคเอกชนกลุ่มผู้ค้า ผู้จำหน่วย ผู้ผลิตทุกแห่ง สามารถส่งสินค้าออกไปจำหน่ายได้ทั่วโลกภายใต้การบริหารในรูปแบบใหม่ที่ภาครัฐจะดำเนินการอำนวยความสะดวกในทุกช่องทางแก่ผู้ประกอบการ ส่วนของกระทรวงมหาดไทยจะต้องเน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกแห่ง เรียนรู้ ทราบถึงการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในแต่ละท้องถิ่นของจังหวัดนั้น ดังเช่นเมืองชายแดนที่อยู่ติดประเทศเพื่อนบ้านทุกแห่ง จะต้องเน้นให้ส่งออกสินค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านให้ได้ในทุกรูปแบบ โดยไม่มีเงื่อนไขไม่ติดขัดเรื่องการส่งออกสินค้าแต่อย่างใด เพื่อความเจริญเติบโตทางด้านการผลิต เมื่อโรงงานมีใบสั่ง แรงงานก็มีงานทำ คนไทยทุกคนจะมีเงิน มีงานสร้างเศรษฐกิจพื้นฐานภายในครัวเรือน สร้างเศรษฐกิจการค้าให้โตขึ้นในทุกจังหวัด 

โดยภาครัฐจะสนับสนุนอำนวยความสะดวกให้ภาคเอกชนในการประกอบธุรกิจทุกรูปแบบ ส่งเสริมให้ให้มีการเติบโตด้านเศรษฐกิจให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จังหวัดจะต้องร่วมผลักดันขับเคลื่อนอำนวยความสะดวกให้เต็มที่ โดยเฉพาะการตั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัดด้านเศรษฐกิจโดยเฉพาะ จากในปัจจุบันที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องเป็นผู้ดูแล ดังนั้นรองผู้ว่าฯ ด้านเศรษฐกิจจะมาช่วยดูแลการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงนี้ที่ประเทศกำลังต้องการฟื้นฟูระบบการค้าเพื่อให้เงินไหลเข้าประเทศ ดังที่ทางหอการค้าระบุว่าเศรษฐกิจไทยต้องโตอย่างน้อย 3% ดังนั้น ภาครัฐจะต้องมีส่วนผลักดันที่สำคัญ 

นายกานต์พนธ์ กล่าวตอนท้ายว่า จากนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นผู้ดูแลเศรษฐกิจของจังหวัดทุกด้าน ทั้งอุตสาหกรรมการผลิต แรงงาน นโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาล การเงินการคลัง ซึ่งรัฐบาลในทุกภาคส่วนในจังหวัดจะต้องพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ตามเป้าหมายหอการค้าไทยตั้งเป้าไว้ใน ปี 2568 เศรษฐกิจ จะโตมากกว่า 3% ภาครัฐจะฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของ SMEs

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

รมว.พาณิชย์ ถกสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เตรียมตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนฯ แก้ไขปัญหากรณีขนส่งศูนย์เหรียญ และนอมินี สร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจโลจิสติกส์ไทย 

(28 พ.ย. 67) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา ดร.ทองอยู่คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยสมาชิกและที่ปรึกษาสหพันธ์ ได้เข้าพบตนที่กระทรวงพาณิชย์ เพื่อหารือนโยบายเกี่ยวกับการสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจโลจิสติกส์ไทย รวมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหากรณีขนส่งศูนย์เหรียญจีน โอกาสนี้ นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมด้วย

นายพิชัย กล่าวว่า รัฐบาล โดยท่านนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างเร่งด่วน ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 25 ต.ค. ที่ผ่านมา เพื่อดำเนินการเชิงรุกในการติดตามและเร่งรัดมาตรการในการแก้ไขปัญหาให้ผู้ประกอบการในประเทศ โดยที่ประชุมได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการฯ ซึ่งนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมช.พาณิชย์ เป็นประธานคณะอนุกรรมการป้องกันและป้องปรามธุรกิจอำพรางของคนต่างด้าว (Nominee) เพื่อกำหนดแนวทางการกำกับดูแลและป้องปราม รวมถึงสืบสวน สอบสวนหรือตรวจสอบพฤติกรรมของบุคคลและนิติบุคคลที่อาจมีพฤติกรรมเป็นนอมินี โดยเร็วและเป็นรูปธรรมซึ่งคณะอนุกรรมการฯ มีผู้แทนจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสอบสวนคดีพิเศษ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กรมการจัดหางาน กรมการท่องเที่ยว กรมที่ดิน และกรมสรรพากร ร่วมแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง โปร่งใส เพราะถือว่านอมินีทำลายธุรกิจ และเศรษฐกิจไทย

ซึ่งในส่วนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้กำหนดแผนมาตรการสำหรับการตรวจสอบธุรกิจที่มีความเสี่ยงจะเป็นนอมินีอย่างเข้มงวดและเป็นรูปธรรม กำหนดพื้นที่กลุ่มเสี่ยง แนวทางการตรวจสอบ และแผนการตรวจสอบ โดยในระยะเร่งด่วน กรมได้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจและคัดกรองข้อมูลนิติบุคคล ซึ่งเน้นธุรกิจที่เกี่ยวกับการขนส่ง (โลจิสติกส์) แพลตฟอร์มออนไลน์ การให้เช่าโกดังสินค้าที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและมีคนสัญชาติจีนร่วมถือหุ้นกับคนไทย ซึ่งกรมเริ่มดำเนินการลงพื้นที่ตรวจสอบตามมาตรการดังกล่าวตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 โดยมีหนังสือให้ธุรกิจที่มีความเสี่ยงจะเป็นนอมินีในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (15 เขต) อาทิ เขตสัมพันธวงศ์ คลองสาน สาทร บางรัก ห้วยขวาง คลองเตย เป็นต้น ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจและการลงทุน

และระยะที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้หารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย โดยสหพันธ์ฯ ได้มีหนังสือแจ้งประเด็นปัญหาและข้อหารือในระบบโลจิสติกส์ พร้อมนำส่งสรุปประเด็นการจดทะเบียน “นอมินี” ของทุนจีน และแจ้งข้อมูลรายชื่อบริษัทกลุ่มทุนจีน ซึ่งเป็นนิติบุคคลต้องสงสัยเป็น “นอมินี” เพื่อให้กรมฯดำเนินการตรวจสอบ จากนี้ กรมฯจะได้เพิ่มการตรวจสอบในธุรกิจ e-commerce การขนส่ง และคลังสินค้า ที่คาดว่านักธุรกิจชาวต่างชาติจะมีการใช้นอมินีในการประกอบธุรกิจ จากเดิมที่เน้นธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมและรีสอร์ท โดยจากการคัดกรองธุรกิจที่มีคนต่างด้าวร่วมถือหุ้นกับคนไทยทั่วประเทศ

“ตามที่ตนได้มอบหมายให้ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมช.พาณิชย์ เป็นประธานคณะอนุกรรมการป้องกันและป้องปรามธุรกิจอำพรางของคนต่างด้าว (Nominee) ล่าสุดได้มีการจัดประชุมฯ ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 27 พ.ย. ที่ผ่านมา ร่วมกับ 10 หน่วยงาน สรุปแนวทางการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและป้องปรามธุรกิจอำพรางของคนต่างด้าว (Nominee) เป็นแผน 3 ระยะ บูรณาการการทำงานร่วมกันของคณะอนุกรรมการฯ อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง พร้อมทั้งจะมีการจัดตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับธุรกิจอำพรางของคนต่างด้าว (Nominee) ซึ่งจะทำให้การแก้ไขปัญหาดังกล่าวมีประสิทธิภาพและมีผลการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม ที่สำคัญจะทำให้ประชาชนและนักลงทุนไทยเกิดความมั่นใจในการดำเนินธุรกิจและไม่ตกเป็นเหยื่อของผู้กระทำผิดอีกด้วย” รมว.พาณิชย์ กล่าว 

ท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 Gulf MTP ต้อนรับคณะศึกษาดูงานจาก สนพท. และ สมาคมนักข่าวแห่งประเทศจีน

(27 พ.ย. 67)  ณ สำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด (สทร.) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) นำโดย นายอาณัติ จันดี ผอ.สทร. และ บริษัทกัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินอล จำกัด (Gulf MTP)  นำโดย ดร.กฤษณ์ พงษ์เทพิน ผช.ผอ.ฝ่ายชุมชนสัมพันธ์ /ประชาสัมพันธ์ และนายศุภฤกษ์ โสภณราพงษ์ ผช.ผจก.ฝ่ายชุมชนสัมพันธ์  บริษัทที่ปรึกษาการก่อสร้างท่าเรือฯ ( PMSC ) และ คณะเจ้าหน้าที่จาก สทร. ร่วมต้อนรับ คณะผู้มาศึกษาดูงานจาก สมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สนพท)  นำโดย นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมฯ และ สมาชิกวุฒิสภา ฯ นายนพดล แสงวิไล กรรมการ สนพท. จ.ระยอง และคณะ พร้อมด้วย สมาคมนักข่าวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน นำโดย นายหลี่ เจียนหมิน ผอ. สำนักข่าวซินหัว  นายซู่ ลี่จวิน  ผอ.สถานีวิทยุเฮยหลงเจียง  นายจางผิงจ้าว บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ เปาอันเดลี่  นายหวาง หย่งโป รองผู้อำนวยการ สมาคมนักข่าวสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าร่วมกิจกรรม รวมกว่า 20 คน
บรรยากาศของกิจกรรม มีการกล่าวต้อนรับและบรรยาย โดย นายอาณัติ จันดี ผู้อำนวยการสำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด (สทร)  ที่มาและความสำคัญของโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะ ที่ 3 ตามนโยบายรัฐบาล และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก  เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ  รายละเอียดของโครงการก่อสร้างและความก้าวหน้าของโครงการถึงปัจจุบัน ซึ่งทางคณะผู้มาศึกษาดูงานจากประเทศจีน ให้ความสนใจเป็นอย่างมากและมีการซักถามแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน หลังจากการบรรยายแล้วได้นำคณะขึ้นไปชมภาพมุมสูงที่หอควบคุมของสำนักงาน สทร. ได้ชมภาพสถานที่จริงในการก่อสร้างท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะ ที่ 3 ที่ดำเนินการก่อสร้างแล้ว ก้าหน้าไปกว่า 90 % แล้ว
หลังจากนั้น คณะผู้ศึกษาดูงาน ได้เดินทางไปเยี่ยมคารวะนายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง และจะไปศึกษาดูงานที่จังหวัดชลบุรี และ กรุงเทพมหานครต่อไป

น้ำท่วมภาคใต้ 6 จังหวัด ยังอ่วม 'ตชด.' เร่งช่วยเหลือ ขนย้ายของ ส่งเสบียงช่วยชาวสะเดา เคลื่อนย้ายหญิงป่วยติดเตียงหนีน้ำ  

(28 พ.ย.67) กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ( บช.ตชด. ) โดย กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 4 ได้ดำเนินการตามสั่งการของพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้ดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างเต็มที่ในทุกด้าน จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ จึงสั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดเข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัย น้ำท่วมภาคใต้ ทั้ง 6 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช สงขลา พัทลุง สตูล ยะลา และนราธิวาส โดยให้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชน

เมื่อช่วงเช้าวันนี้ ( 28 พฤศจิกายน 2567 ) กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 437 ร่วมกับเทศบาลเมืองสะเดา ออกช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ชุมชนสะพานม้า ต.สะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งติดอยู่ในบ้าน 4 ราย ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีอาหาร โดยได้เข้าไปแจกจ่ายข้าวกล่อง น้ำดื่ม เครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ให้กับผู้ที่ติดอยู่ในพื้นที่เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ขณะเดียวกัน ชุดเฝ้าตรวจชายแดน 4303 ได้เข้าช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ บ.นา ม.5 ต.ปาดังเบซาร์, บ้านร็อก ม.2, บ้านบางควาย ม.7 ต.ทุ่งหมอ มีน้ำเข้าท่วมบ้านเรือนประมาณ 10 ครัวเรือน ได้ให้การช่วยเหลือประชาชน เคลื่อนย้ายสิ่งของไว้ที่สูง มีการตั้งศูนย์ช่วยเหลือชั่วคราว ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน ม.7 และได้มอบเงินจำนวนหนึ่ง เพื่อซื้อของอุปโภค บริโภค ในแก่ประชาชน  ซึ่งขณะนี้ระดับน้ำในพื้นที่ยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันตชด.สังกัด กองกำกับการ 9 กองบังคับการฝึกพิเศษ รับแจ้งมีหญิงป่วยติดเตียงติดอยู่ในบ้าน ในพื้นที่บ้านวังปริง ต.เขามีเกียรติ อ.สะเดา จว.สงขลา ซึ่งระดับน้ำรอบบ้านสูงขึ้นเรื่อย ๆ จึงเข้าช่วยเหลือพาขึ้นรถ 6 ล้อ ออกจากพื้นที่น้ำท่วมได้อย่างปลอดภัย

ขณะที่ในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา ร้อย ตชด.445 ได้เข้าช่วยเหลือประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากเหตุดินสไลด์ไหลเข้าบ้านเรือน ได้สำรวจความเสียหายเบื้องต้นและทำความสะอาดบ้านเรือนจนสามารถเข้าพักอาศัยได้ และร่วมกับเทศบาลเมืองเบตง ซ่อมแซมถนนในหมู่บ้านแกรนด์วิลล่า ซ.8 ที่ทรุดตัวจากเหตุฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ให้สามารถใช้สัญจรได้ชั่วคราว

และในพื้นที่ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ที่โรงเรียนบ้านต้นจันทน์ ร้อยตชด.424 ได้ช่วยขนย้าย หนังสือ อุปกรณ์การเรียน หลังจากได้รับความเสียหายจากฝนตกหนักลมกรรโชกแรงเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาทำให้ กระเบื้องหลังคา ฝ้าเพดานได้รับความเสียหายทั้งอาคาร โดยจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือต่อไป

และในพื้นที่ ต.ท่าหมอไทร และ ต.สะพานไม้แก่น อ.จะนะ จ.สงขลา ร้อย ตชด.432  ได้รับการประสานขอความช่วยเหลือ จากผู้ประสบภัย เพื่อช่วยอพยพผู้ป่วยติดเตียง และช่วยเหลือประชาชนที่มีน้ำท่วมและระดับน้ำยังเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากฝนตกอย่างต่อเนื่อง

คิกออฟ 1 ธ.ค.!! สแกนใบหน้าขึ้นเครื่อง ทั้งในประเทศ-ระหว่างประเทศ ไม่ต้องโชว์พาสปอร์ต-บัตรโดยสาร

(28 พ.ย.67) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยว่า พร้อมให้บริการระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล (Biometric) สำหรับผู้โดยสารทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2567 ที่สนามบินทั้ง 6 แห่งของ AOT ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานดอนเมือง, ท่าอากาศยานเชียงใหม่, ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย, ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสาร โดยลดเวลาการใช้บริการที่แต่ละจุดบริการเหลือเพียง 1 นาที จากเดิมที่ใช้เวลา 3 นาที

ผู้โดยสารที่ต้องการใช้งานระบบ Biometric สามารถลงทะเบียนได้เมื่อเช็กอินที่สนามบินใน 2 วิธี คือ 
1. เช็กอินที่เคาน์เตอร์สายการบิน โดยแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ลงทะเบียนใบหน้าในระบบ Biometric ผ่านเครื่องตรวจบัตรโดยสาร ซึ่งระบบจะบันทึกข้อมูลใบหน้าและเอกสารการเดินทาง
2. เช็กอินที่เครื่องเช็กอินอัตโนมัติ (CUSS: Common Use Self Service) โดยเลือกสายการบินและยินยอมลงทะเบียนใบหน้าในระบบ (Consent Notice) แล้วดำเนินการเช็กอินจนได้รับบัตรโดยสารขึ้นเครื่อง (Boarding Pass) หลังจากนั้น ผู้โดยสารจะทำการสแกนบาร์โค้ดในบัตรโดยสารและทำการเสียบหนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชน ก่อนสแกนใบหน้าเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการลงทะเบียน

หลังจากเสร็จสิ้นการลงทะเบียน ผู้โดยสารสามารถโหลดกระเป๋าสัมภาระผ่านเครื่องรับกระเป๋าอัตโนมัติ (CUBD: Common Use Bag Drop) และผ่านจุดตรวจค้นต่างๆ โดยไม่ต้องแสดงพาสปอร์ตและบัตรโดยสารอีกต่อไป ข้อมูลผู้โดยสารที่ถูกบันทึกจะถูกลบทิ้งภายใน 48 ชั่วโมง ตามมาตรฐานความปลอดภัยและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ของประเทศไทย

'เฉลิมชัย-ประชาธิปัตย์' ห่วงปัญหาเหลื่อมล้ำยากจนจัดเวทีนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจเดโมแครต ฟอรั่ม 'ขจัดการผูกขาด: ลดเหลื่อมล้ำแก้จน'

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าววันนี้ว่า ความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยมีความรุนแรงขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเป็นผลมาจากการผูกขาด ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมส่งผลกระทบต่อประเทศและประชาชน ด้วยการตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าวพรรคประชาธิปัตย์จึงได้จัดงานเสวนา เดโมแครต ฟอรั่ม (Democrat Forum) ครั้งที่ 3 ในหัวข้อ 'ขจัดการผูกขาด: ปฏิรูปเศรษฐกิจลดเหลื่อมล้ำแก้จน' ในวันจันทร์ที่ 2 ธันวาคมนี้ เวลา 09.00 - 12.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 3 อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช พรรคประชาธิปัตย์ 

การจัดเสวนาครั้งนี้จึงมุ่งนำเสนอแนวทางในการขจัดการผูกขาดเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ผ่านการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ และการพัฒนานโยบายที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ทุกคนในสังคมสามารถเข้าถึงโอกาสในการพัฒนาตนเอง และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

โดยมี กำหนดการ ในการจัดงาน ดังนี้
8.30 - 9.00 ลงทะเบียน
9.00 - 9.30 พิธีเปิด 

กล่าวรายงานโดย ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
พิธีเปิดและปาฐกถาพิเศษโดย ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
9.30 - 11.15 เสวนา 'ขจัดการผูกขาดทางเศรษฐกิจ: ต้นเหตุความเหลื่อมล้ำและยากจน' โดยวิทยากร
1.ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)
2.ผศ.ดร.พรเทพ เบญญาอภิกุล ผู้อำนวยการโครงการเศรษฐศาสตรบัณฑิต หลักสูตรนานาชาติ อดีตรองคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,
3.นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคประชาธิปัตย์และอดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศคนที่ 1และ
4.รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ
ข้อสังเกตต่อความเห็น : เพื่อส่งต่อสังคมการเมือง ปัจจุบัน
11.00 - 11.45 เปิดเวทีแสดงความคิดเห็น
11.45 - 12.00 สรุปการเสวนา
โดยดร.เจนจิรา รัตนเพียร โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ทำหน้าที่พิธีกร

สำหรับผู้สนใจร่วมงานเดโมแครต ฟอรั่ม สามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่: https://form.democrat.or.th/democrat-forum3 (50 ท่านแรกที่ลงทะเบียนจะได้รับต้นกล้าไม้คนละ 2 ต้นเพื่อช่วยกันเพิ่มพื้นที่สีเขียวลดโลกร้อน ตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม)
ทั้งนี้มีการถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live พรรคประชาธิปัตย์ หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร: 065 714 6725

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งตำรวจ ภ.8 และ ภ.9 ดูแลช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อุทกภัยอย่างเต็มที่ นำแนวทางที่สั่งถอดบทเรียนในพื้นที่ประสบภัยที่ผ่านมา มาปรับใช้

(28 พ.ย.67) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบเหตุได้อย่างทันท่วงที พร้อมดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน อำนวยความสะดวกการจราจรในพื้นที่ประสบอุทกภัย รวมทั้งดูแลในส่วนของข้าราชการตำรวจ และสถานที่ราชการของตำรวจที่ได้รับผลกระทบด้วย

สถานการณ์อุทกภัยล่าสุดยังคงมีสถานการณ์ 6 จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ 
1. จังหวัดสุราษฎร์ธานี 2 อำเภอ คือ กาญจนดิษฐ์ , ดอนสัก ระดับน้ำลดลง 
2. จังหวัดนครศรีธรรมราช 5 อำเภอ คือ ชะอวด , เฉลิมพระเกียรติ , พระพรหม , เมืองฯ , ร่อนพิบูลย์ ระดับน้ำลดลง 
3. จังหวัดสงขลา 1 อำเภอ คือ ระโนด ระดับน้ำทรงตัว 
4. จังหวัดปัตตานี 2 อำเภอ คือ มายอ , ทุ่งยางแดง ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
5. จังหวัดยะลา 1 อำเภอ คือ บันนังสตา ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
6. จังหวัดนราธิวาส 5 อำเภอ คือ บาเจาะ , แว้ง , รือเสาะ , เจาะไอร้อง , สุคิริน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้แจ้ง 13 จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ เฝ้าระวังสถานการณ์ท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง ดินถล่ม น้ำล้นอ่างเก็บน้ำ น้ำล้นตลิ่ง และคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 27 พฤศจิกายน ถึง 4 ธันวาคม 2567

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ ภ.8 และ ภ.9 ดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างเต็มที่ในทุกด้าน จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ โดยให้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดสถานการณ์ และจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ตรวจสภาพน้ำท่วมในพื้นที่รับผิดชอบ ประชาสัมพันธ์หลีกเลี่ยงเส้นทางที่ประสบปัญหา พร้อมทั้งออกลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ป้องกันมิจฉาชีพก่อเหตุซ้ำเติม หากพบให้ดำเนินคดีทุกราย และให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ตำรวจทางหลวง ตำรวจน้ำ) , กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน , กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว , สำนักงานส่งกำลังบำรุง สนับสนุนทั้งกำลังพล เครื่องมือ ยานพาหนะ และกองบินตำรวจ ให้เตรียมความพร้อมการอพยพช่วยเหลือประชาชน ตำรวจ รวมทั้งสนับสนุนช่วยเหลือทางการแพทย์

นอกจากนี้ ให้นำแนวทางการปฏิบัติกรณีเกิดอุทกภัย ภัยพิบัติ ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ผ่านมา มาปรับใช้ ซึ่งได้สั่งการให้ถอดบทเรียนเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในพื้นที่ต่างๆ ต่อไปไว้แล้ว และเน้นย้ำให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นดูแลข้าราชการตำรวจที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยด้วย โดยเน้นเรื่องความเป็นอยู่และสวัสดิการอย่างเต็มที่ 

ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top