Saturday, 29 August 2026
NEWS

ผบ.ตร.ย้ำไม่มีใครหรือกลุ่มใดอยู่เหนือกฎหมาย หากท้าทายระบบ อำนาจรัฐ หรือกฎหมาย จะต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด สั่งทุกหน่วยบังคับใช้กฎหมายทุกมิติ หากตำรวจปล่อยปะละเลย เพิกเฉย จะดำเนินการทางปกครองทุกราย

(26 พ.ย. 67) เวลา 14.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) , พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. และหน่วยที่เกี่ยวข้อง ประชุมติดตามความคืบหน้าคดีสำคัญ และส่งผลกระทบต่อประชาชน ได้แก่ คดีทริปน้ำไม่อาบ ที่อาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยและอุบัติเหตุบนท้องถนน , คดีฉ้อโกงประชาชนร่วมลงทุนในโครงการธุรกิจทางการแพทย์ ที่มีผู้เสียหายและมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก , การโพสต์คลิปของคนต่างด้าวลักษณะเป็นการท้าทายกฎหมาย เคลื่อนไหวหรือแสดงออกที่ผิดกฎหมาย หรือกระทำในลักษณะที่อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ภาพลักษณ์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ ผบ.ตร.กำชับให้ผู้บังคับบัญชาระดมกวาดล้างจับกุม ดำเนินคดีตามกฎหมายผู้ที่เกี่ยวข้องทุกราย รวบรวมพยานหลักฐาน สอบสวนทุกคดี โดยเฉพาะ 3 กรณี ดังกล่าว ได้แก่

1. ทริปน้ำไม่อาบ ให้ทุกหน่วยตรวจสอบร้านดัดแปลงตกแต่งรถที่ฝ่าฝืนกฎหมายแล้วนำรถมาขับขี่ ตลอดจนจะต้องทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง และจะต้องมีการตรวจสอบต้นทาง ระหว่างการเดินทาง และปลายทาง หากพบการฝ่าฝืนกฎหมายต้องดำเนินการทันที จะไม่ปล่อยให้ก่อให้เกิดความเดือดร้อนหรืออุบัติเหตุบนท้องถนนเด็ดขาด

2. กรณีคนต่างด้าวโพสต์คลิปลักษณะท้าทายกฎหมาย ตรวจสอบเบื้องต้นปรากฏว่ามีประมาณ 10 กลุ่ม ต้องสืบสวนติดตามให้ปรากฎว่าพยานหลักฐานว่ามีการกระทำความผิดฐานใด แล้วให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวน ออกหมายจับ ดำเนินคดีทุกกรณี ให้ตำรวจพื้นที่ , สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง , กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และกองบัญชาการตำรวจสันติบาล ร่วมกันดำเนินการ และให้ใช้อำนาจการพิจารณาของผู้ว่าราชการจังหวัด , ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ผบก.ภ.จว. ส. ตม.จว. และฝ่ายความมั่นคงจังหวัด  ใช้กลไกทางกฎหมายเข้าดำเนินการ

3. คดีฉ้อโกงประชาชนโครงการธุรกิจทางการแพทย์ สำนวนมีความคืบหน้าไปมาก จับกุมผู้ต้องหาไปแล้ว 8 ราย  (กลุ่มผู้ถือหุ้น กลุ่มเครือญาติ กลุ่มโบรกเกอร์) มูลค่าความเสียหายประมาณ 9,700 ล้านบาท อยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงิน โดยจะแต่งตั้งเป็นคณะพนักงานสอบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีพนักงานสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง รับผิดชอบและร่วมทำการสอบสวน ในส่วนของบุคคลที่เดินทางหลบหนีไปต่างประเทศ ได้ให้กองการต่างประเทศแจ้งสืบหาตัวบุคคลในระบบตำรวจสากลแล้ว จะเร่งรัดให้ติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ขอให้ผู้ที่ได้รับความเสียหายนำพยานหลักฐานมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง หรือกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป 

นอกจากนี้ ผบ.ตร. สั่งการให้ทุกคดีจะต้องดำเนินการเชิงรุก ไม่มีการปล่อยผ่านหรือเพิกเฉย เดินหน้าทุกมิติ เน้นการบังคับใช้กฎหมาย และให้ฝ่ายสืบสวนขับเคลื่อนขยายผลการดำเนินคดี พร้อมทั้งชี้แจงให้ประชาชนในพื้นที่ทราบการทำงานของตำรวจประกอบกันด้วย หากพบหน่วยใดเพิกเฉย ปล่อยปะละเลยให้เกิดมีการกระทำดังกล่าวซ้ำอีก เบื้องต้นจะดำเนินการทางปกครองหัวหน้าหน่วยทันที

เชียงใหม่-แถลงข่าวการจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ และ งานโครงการหลวง 2567 “Hats on Hills: ห่มเขาด้วยเงาไม้ ใต้ร่มพระบารมี ๕๕ ปี โครงการหลวง”

(26 พ.ย. 67) องคมนตรีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ“การจัดทำแผนปฏิบัติการของหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง และโครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568” และ ร่วมแถลงข่าวการจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ และ งานโครงการหลวง 2567 “Hats on Hills: ห่มเขาด้วยเงาไม้ ใต้ร่มพระบารมี ๕๕ ปี โครงการหลวง”

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2567 เวลา 09.00 น. พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี เลขานุการ และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การจัดทำแผนปฏิบัติการของหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวง โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง และโครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน ประชุมครั้งนี้ มีผู้แทนจากหน่วยงาน รวม 11 กระทรวง 41 กรม 6 มหาวิทยาลัย และหน่วยราขการใน 13 จังหวัด 49 อำเภอ พร้อมทั้งหัวหน้าสถานีเกษตรหลวง ศูนย์พัฒนาโครงการหลวง บุคลากรของมูลนิธิโครงการหลวง และสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง เพื่อห้การประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยราชการเป็นไปตามภาระหน้าที่ ใช้งบประมาณของรัฐคุ้มค่า ไม่ซ้ำซ้อน ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนนี้ สอดรับกับบริบทของชุมชน รองรับความเปลี่ยนแปลงและการแปรปรวนของโลกในทุกมิติ มุ่งเน้นความคล่องตัว ตอบโจทย์ความต้องการ และทันต่อสถานการณ์

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน องคมนตรี ได้เป็นประธานแถลงข่าวการจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ “จากการพัฒนาทางเลือกมุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน: เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับการพัฒนาทางเลือก เพื่อรับมือการท้าทายทุกประเด็นของโลก” และ งานโครงการหลวง 2567 “Hats on Hills: ห่มเขาด้วยเงาไม้ ใต้ร่มพระบารมี ๕๕ ปี โครงการหลวง” โดยทั้งสองกิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์นายกกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิโครงการหลวง เผยแพร่พระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีพระบรมราโชบาย สืบสาน รักษา ต่อยอดพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการก่อตั้งโครงการหลวงจนเกิดผลสำเร็จ แก้ไขปัญหาความยากจน ปัญหายาเสพติด การประชุมวิชาการนานาชาตินี้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 ถึง 4 ธันวาคม 2567 ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่

 เพื่อนำผลสำเร็จจากการดำเนินงานพัฒนาพื้นที่สูงด้วยรูปแบบการพัฒนาทางเลือกแบบโครงการหลวง เผยแพร่ให้เป็นที่รับรู้ และเกิดประโยชน์อย่างกว้างขวาง รวมทั้งใช้โอกาสในการประสานพลังความร่วมมือกับหน่วยงานที่ดำเนินการพัฒนาพื้นที่สูงในประเทศไทย และนานาประเทศ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อรับฟังเสียงสะท้อนในการสร้างพลังของการพัฒนาทางเลือกเพื่อรับมือกับความท้าทายของโลกปัจจุบันและอนาคต ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยและนานาประเทศสามารถเดินทางไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs ทั้ง 17 ข้อ ซึ่งมีผู้ทรงคุณวุฒิจากนานาประเทศ ตอบรับเข้าร่วมการประชุมแล้ว 29 ประเทศ โดย นาง กาดา ฟาติ วาลี ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานสหประชาชาติ ณ กรุงเวียนนา (Ms. Ghada Fathi Waly, UNODC Executive Director) ได้ให้เกียรติเดินทางมาร่วมประชุมและปาฐกถา มุมมองของ UNODC กับรูปแบบการพัฒนาทางเลือกที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิจาก FAO ประเทศไทย รวมทั้งเกษตรกรจากพื้นที่พัฒนาของโครงการหลวง สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ประเทศเมียนมา สาธารณรัฐประชาชนลาว โดยมีผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ ผู้ปฏิบัติงานด้านการพัฒนาในประเทศไทยเข้าร่วมการประชุมอีกกว่า 300 คน ผู้ร่วมประชุมทั้งหมดจะได้เดินทางไปเรียนรู้ในพื้นที่ตัวอย่างความสำเร็จในแง่มุมที่แตกต่าง 

ได้แก่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแห่งแรกในรัชสมัยกับปีที่ 8 ของการพัฒนา สามารถกำจัดฝิ่นบนพื้นที่ฝิ่นผืนสุดท้ายของประเทศไทย คนในชุมชนได้รับการพัฒนาในทุกมิติ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง สถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง ต้นแบบการพลิกฟื้นจากเขาหัวโล้น สู่พื้นที่ป่าที่อุดมสมบูรณ์ และยังเป็นสถานีวิจัยพืชเมืองหนาวที่สำคัญของประเทศไทย และยังมีพื้นที่ขยายผลการดำเนินงานแบบโครงการหลวง คือ โครงการพัฒนาพื้นที่สูงตามแบบโครงการหลวงป่าแป๋ ตัวอย่างของชุมชนไม้มีค่า ดูแลรักษา สร้างรายได้

ในช่วงเวลาและสถานที่เดียวกันนี้ มูลนิธิโครงการหลวงยังมีจัดงานโครงการหลวง 2567 โดยปีนี้ได้ขยายเวลาขึ้นเป็น 10 วัน นับตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 10 ธันวาคม 2567 ภายใต้แนวคิด “Hats on Hills ห่มเขาด้วยเงาไม้ ใต้ร่มพระบารมี 55 ปี โครงการหลวง” ผลการพัฒนาพื้นที่สูงด้วยพระบารมีปกเกล้า ชุมชนที่สูงจึงมีชีวิตใหม่ที่มีสุข ร่มเย็น ขุนเขาฟื้นความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาหารสำคัญของประเทศ ภายใต้พระบรมโพธิสมภารของทั้งสองรัชกาล สร้างประโยชน์สุขทั้งแก่ชาวเขา ชาวเรา และชาวโลก กิจกรรมที่นำมาจัดแสดงภายในงานมีทั้งนิทรรศการแสดงผลสัมฤทธิ์การพัฒนาพื้นที่สูงของประเทศไทย : สู่ความท้าทายโลก พร้อมการจัดตกแต่ง ประดับประดาพื้นที่อย่างสวยงามด้วยพืชผลที่เกิดจากการวิจัยและพัฒนา สอดแทรกด้วยสาระความรู้ ความสนุกเพลิดเพลิน ผ่านกิจกรรมฐานเรียนรู้ ที่ได้รับการสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กิจกรรมศิลปะการวาดภาพด้วยสีน้ำ โดย ศิลปินวาดภาพจิตอาสา ผู้เขาชมงานจะได้สนุก เพลิดเพลินไปกับกิจกรรมประดิษฐ์ประดอยของที่ระลึกด้วยฝีมือของตนเอง

สำหรับผลิตผล ผลิตภัณฑ์คุณภาพที่เกิดจากคุณูปการของโครงการหลวงต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศ ได้ส่งตรงจากดอยมามากกว่า 800 รายการ และปีนี้โครงการหลวงยังจัดมุมทดสอบผลิตผลใหม่ที่อยู่ระหว่างการวิจัย เพื่อให้ผู้เข้าชมงานได้ชิมและให้ความคิดเห็นเพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาพันธุ์ และการส่งเสริมแก่เกษตรกร ผลิตผลใหม่เหล่านี้ ได้แก่ แตงกวามินิบอล พริกหวานรับประทานสด รวมทั้งผัก และผลไม้พระราชทานชนิดต่าง ๆ

ร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์โครงการหลวงจากชาวดอย  อิ่มอร่อยไปกับอาหารหลากหลายเมนู  ดูนิทรรศการ ชมฐานเรียนรู้ เพิ่มพูนปัญญา ในงานโครงการหลวง 2567  วันที่  1-10  ธันวาคม  2567  ตั้งแต่เวลา 09.00 – 20.00 น. ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่

นภาพร/เชียงใหม่

‘โปรจีน’ นักกอล์ฟสาวชาวไทยคว้าแชมป์รายการ CME รับเงิน 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงในประวัติศาสตร์กอล์ฟหญิง

(25 พ.ย. 67) ‘โปรจีน’ อาฒยา ฐิติกุล นักกอล์ฟสาวชาวไทย มืออันดับ 7 ของโลก คว้าแชมป์รายการ CME Group Tour Championship สำเร็จ

สำหรับแชมป์ดังกล่าว นับเป็นแชมป์ LPGA Tour รายการที่ 4 ของโปรจีน และเป็นรายการที่ 2 ในฤดูกาลนี้ ต่อจากการแข่งขัน DOW Championship

ทั้งนี้ ในการแข่งขันวันสุดท้าย โปรจีน ที่เป็นผู้นำร่วมหลังจบวันที่สามกับแองเจิล หยิน โปรชาวอเมริกัน มาเก็บเพิ่มอีก 7 อันเดอร์พาร์ ทำสกอร์รวม 22 อันเดอร์พาร์ 266 เฉือนชนะแองเจิล หยิน ไปได้ 1 สโตรก ทำให้คว้าแชมป์ไปครองสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกอล์ฟไทยคนที่ 2 ต่อจาก ‘โปรเม’ เอรียา จุฑานุกาล ที่คว้าแชมป์รายการนี้เมื่อปี 2017 และทำให้โปรจีนคว้าแชมป์รายการใหญ่ส่งท้ายปีของแอลพีจีเอทัวร์ในฤดูกาลนี้ พร้อมรับเงินรางวัลแชมป์สูงที่สุดในประวัติศาสตร์วงการกอล์ฟหญิงโลก 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 138 ล้านบาท

สมุทรปราการ-เจ้าคุณธงชัย วัดไตรมิตรฯ ประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ อดีตเจ้าอาวาสวัดหนามแดงคณะสงฆ์วัดหนามแดงสุดอาลัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (24 พ.ย.67) ท่านพระครูวิทูรกิจจาทร (พระครูจาบ) รักษาการเจ้าอาวาสวัดหนามแดง นำคณะสงฆ์วัดหนามแดง คณะเจ้าหน้าที่สำนักพุทธศาสนาจังหวัดสมุทรปราการ หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร คณะศิษย์ยานุศิษย์และพี่น้องประชาชนตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ร่วมประกอบพิธีงานพระราชทานเพลิงศพสรีระสังขารพระครูสาทรวิหารกิจ อดีตเจ้าอาวาสวัดหนามแดง รูปที่ 7 ณ เมรุชั่วคราว วัดหนามแดง ต.บางแก้ว อ.บางพลี สมุทรปราการ 

ซึ่งทางวัดหนามแดงได้รับความเมตตาจากทางคณะสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานและร่วมประกอบพิธีงานพระราชทานเพลิงศพสรีระสังขาร ท่านพระครูสาทรวิหารกิจ อดีตเจ้าอาวาสวัดหนามแดง รูปที่ 7 อาทิ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี กรรมการมหาเถระสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ประธานฝ่ายสงฆ์ ทอดผ้าบังสุกุล

พร้อมด้วย พระเดชพระคุณพระพรหมวชิรมุนี กรรมการมหารเถระสมาคม เจ้าอาวาสวัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรวิหาร พระธรรมวชิรเมธี รองศาสตราจารย์ ดร. รองอธิการบดี เจ้าคณะภาค 1 เจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนารามราชวรมหาวิหาร พระเดชพระคุณพระเทพสมุทรวัชราจารย์ เจ้าคณะจังหวัดสมุทรปราการ เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่ใน (พระอารามหลวง) 

พระเดชพระคุณพระราชสมุทรวัชราจารย์ เจ้าอาวาสวัดกลางวรวิหาร พระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ (พระครูแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง ร่วมทอดผ้าบังสุกุลเป็นต้น

นอกจากนี้ วัดหนามแดงยังได้รับความเมตตาจาก พระเดชพระคุณพระธรรมวชิรานุวัตร เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง พร้อมด้วย พระเดชพระคุณพระราชวชิรสารเวที เจ้าอาวาสวัดบางนาใน พระเดชพระคุณพระศรีรัตนเมธี เจ้าอาวาสวัดกิ่งแก้ว พระเดชพระคุณพระเมธีวราภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพนัญเชิงวรวิหาร 

ประกอบพิธีเจริญชัยมงคลคาถาและสวดอภิธรรมเพื่ออุทิศส่วนกุศลแด่ท่านพระครูสาทรวิหารกิจ อดีตเจ้าอาวาสวัดหนามแดง รวมถึงการแสดงธรรมเทศนา โดย พระธรรมวชิรเมธี รองศาสตราจารย์ ดร. รองอธิการบดี เจ้าคณะภาค 1 เจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนารามราชวรมหาวิหาร 

จากนั้นในเวลา 17.00 น. คณะเจ้าหน้าที่ได้มีการอัญเชิญไฟพระราชทานเพลิงศพอดีตเจ้าอาวาสวัดหนามแดง ณ เมรุชั่วคราว วัดหนามแดง โดยมี นายสุนทร ปานแสงทอง อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ สมัยที่ 25 ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการและที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี 

นายสมศักดิ์ แก้วเสนา ปลัดจังหวัดสมุทรปราการ นายขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอบางพลี หัวหน้าส่วนราชการ คณะสมาชิกสภา อบจ.สมุทรปราการ คณะผู้บริหารท้องถิ่น กลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า คณะครู คณะสงฆ์วัดหนามแดงเป็นต้น ตลอดจนข้าราชการตำรวจ ทหาร คณะศิษย์ยานุศิษย์และพี่น้องประชาชนจำนวนมากร่วมในพิธีพระราชทานเพลิงศพท่านพระครูสาทรวิหารกิจ อดีตเจ้าอาวาสวัดหนามแดง ณ เมรุชั่วคราววัดหนามแดง ซึ่งในพิธีพระราชทานเพลิงศพทางวัดหนามแดง นำโดย ท่านพระครูวิทูรกิจจาทร (พระครูจาบ) รักษาการเจ้าอาวาสวัดหนามแดง พร้อมด้วย คณะสงฆ์วัดหนามแดงได้ดำเนินงานพระราชพิธีจัดอย่างสมเกียรติและยิ่งใหญ่เพื่ออุทิศแด่ท่านพระครูสาทรวิหารกิจ อดีตเจ้าอาวาสวัดหนามแดง รูปที่ 7 สิริอายุรวม 82 ปี 59 พรรษา

ห้างดังลาดพร้าวยืนยันไม่ใช่อุจจาระ เศษสีเหลืองกระจายคือ ไขมันจากร้านอาหาร

(25 พ.ย.67) กรณีที่มีการแชร์ผ่านโซเชียลมีเดีย เผยแพร่คลิปวิดีโอลักษณะของเหลวสีเหลือง คล้ายของเสียจากส้วมกระจายภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านลาดพร้าว ทำให้ร้านค้าได้รับความเสียหาย 

ล่าสุดทางห้างได้ชี้แจงผ่านเว็บไซต์ข่าวสดว่า พื้นเกิดเหตุอยู่บริเวณชั้น 3 โซนแฟชั่น ติดกับประตูทางเข้าลานจอดรถ ซึ่งเศษก้อนสีเหลืองที่กระจายจนทำให้เข้าใจผิดคิดว่าเป็นอุจจาระนั้น คือก้อนไขมันจากร้านอาหาร ซึ่งเป็นของเสียทำให้มีกลิ่นไม่พึงประสงค์เช่นเดียวกับอุจจาระ แต่ยืนยันว่าท่อที่แตกไม่ใช่ท่อส้วมอุจจาระอย่างที่เป็นข่าว

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบสาเหตุที่ทำให้ท่อแตก เบื้องต้นมีการสันนิษฐานว่าท่ออาจจะมีการอุดตันเยอะเกินไป จึงทำให้น้ำแตกออกมา โดยปกติแล้วทางห้างจะมีโครงการให้ร้านอาหารแต่ละร้านเข้าร่วมในการตรวจเช็กสภาพท่อ พร้อมทั้งให้ผู้รับเหมาเข้ามาดูแลงานระบบ แต่ทั้งนี้บางร้านก็อาจจะไม่ได้เข้าร่วมโครงการดังกล่าว ซึ่งตอนนี้ทางห้างกำลังเร่งตรวจสอบย้อนหลังอยู่

จึงขอวิงวอนให้ทุกสื่อช่วยแก้ข่าวที่ลงไปว่าห้างท่อส้วมแตก เนื่องจากตอนนี้ทางห้างได้รับผลกระทบ

(บุรีรัมย์) ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ตรวจเยี่ยมการฝึก 'การส่งกลับสายแพทย์ทางอากาศ'

ที่ ช่องสายตะกู อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ พลตรี สมภพ ภาระเวช ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี พร้อมด้วยรองผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี และฝ่ายเสนาธิการกองกำลังสุรนารี ตรวจเยี่ยมการฝึก 'การส่งกลับสายแพทย์ทางอากาศ' ในพื้นที่ ช่องสายตะกู อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อให้กำลังพลสามารถปฏิบัติการปฐมพยาบาล การเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บ ได้อย่างถูกวิธี และสามารถนำความรู้ถ่ายทอดให้กับกำลังพลต่อไปได้ 

โดยได้รับการสนับสนุนยุทธโธปกรณ์จากกองทัพภาคที่ 2 เข้าร่วมทำการฝึกในครั้งนี้ ซึ่งจัดกำลังพลจากหน่วยเฉพาะกิจที่ 2 กองกำลังสุรนารี โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน โรงพยาบาลค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก และ โรงพยาบาลบ้านกรวด ร่วมทำการฝึกการส่งกลับสายแพทย์ทางอากาศ เพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้และขีดความสามารถให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจป้องกันชายแดน 

โดยมี ผู้บังคับหน่วยในพื้นที่ ให้การต้อนรับ และร่วมปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ 


 

ลำปาง-ตำรวจ ภ.จว.ลำปาง แถลงข่าวการจับกุมยาบ้ารายใหญ่  รวม 6.3 ล้านเม็ด

เมื่อวันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2567 เวลา 13.00 น. ณ บริเวณด้านหน้าอาคาร ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง(แห่งใหม่) ตำรวจภูธรจังหวัดลำปางแถลงข่าวการจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ โดยมีนายชุติเดช มีจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง พล.ต.วิชาญ ศรีภัทรางกูร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 และพ.ต.อ.ชูวิทย์ กองแก้ว , พ.ต.อ.สังเวียน อินตากูล , พ.ต.อ.คมสันต์ สอาดล้วน รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง , พ.ต.อ.วชิรศักดิ์  ศรีประสม รอง ผบก.สส.ภ.5 สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 5 โดยนายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ  ผอ.ปปส.ภาค 5 , นายดนุชา  ไชยวงค์ ผอ.บก.ปปส.ภาค 5 ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ร่วมกันแถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ พื้นที่ อ.สบปราบ จ.ลำปาง จำนวน 2 คดี รวมของกลาง 6,296,000 เม็ด ผู้ต้องหา 4 คน

โดยคดีที่ 1 เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2567 เวลาประมาณ 00.05 น. หน่วยจับกุม สภ.สบปราบ จว.ลำปาง ร่วมกับ ศูนย์สกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 5 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดลำปางและฝ่ายปกครอง อำเภอสบปราบ ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา 2 คน คือ นายภูเบศร์ ภูมิลำเนา จ.สุพรรณบุรี และ นายบุญลักษณ์ ภูมิลำเนา จ.นครศรีธรรมราช โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจยาเสพติดสบปราบ ได้รับแจ้งจากสายลับ ว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากผ่านพื้นที่ของ อ.สบปราบ โดยใช้เส้นทางผ่านด่านตรวจยาเสพติดสบปราบ ต่อมา วันที่ 23 พ.ย.67 เวลาประมาณ 00.05 น. ได้มีรถยนต์กระบะ ขับเข้ามายังด่านตรวจตามที่ได้รับแจ้งจากสายลับ เจ้าหน้าที่ชุดคัดกรองรถจึงเรียกให้หยุดรถเพื่อทำการขอตรวจค้น พบนายภูเบศร์ เป็นผู้ขับรถคันดังกล่าว จึงทำการตรวจค้นร่างกายและรถยนต์กระบะ ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ได้สังเกตท่าทาง นายภูเบศร์ มีพิรุธมือสั่น มีอาการลุกลี้ลุกลน หลบสายตาอยู่ตลอด คล้ายบุคคลได้กระทำความผิดมา

จากการซักถาม นายภูเบศร์ รับสารภาพว่าตนได้รับการติดต่อจากนายบุญลักษณ์ ให้ทำ
หน้าที่ขับรถนำทาง รถบรรทุก 6 ล้อ โดยมีนายบุญลักษณ์ เป็นผู้ขับขี่ และทราบว่าน่าจะมีสิ่งของผิดกฎหมายซุกซ่อนในรถบรรทุก คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้สืบสวนติดตาม ประสานให้ด่านตรวจ สภ.แม่พริก เพื่อสกัดและทำการตรวจค้น ต่อมาเวลาประมาณ 01.40 น. เจ้าที่ชุดจับกุมของสภ.สบปราบ และ สภ.แม่พริก ได้พบรถคันดังกล่าวบริเวณเขตติดต่อจังหวัดลำปาง-ตาก จึงได้แสดงตัวและนำรถคันดังกล่าวมาเอ็กซเรย์ ที่ด่านตรวจ สภ.แม่พริก พบว่าภายในมีวัตถุต้องสงสัย จำนวน 30 กล่อง เชื่อได้ว่าน่าจะเป็นยาเสพติด(ยาบ้า) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม สภ.สบปราบ จึงได้ควบคุมรถคันดังกล่าว และนายบุญลักษณ์ มายังด่านตรวจยาเสพติด สภ.สบปราบ ตรวจค้นรถคันดังกล่าวพบกล่องพัสดุสีน้ำตาลจำนวน 30 กระสอบ ภายในบรรจุยาเสพติด(ยาบ้า) จำนวนประมาณ 6,000,000 เม็ด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงทำการขยายผลต่อไป

คดีที่ 2 วันที่ 24 พฤศจิกายน 2567 เวลาประมาณ 01.30 น. สภ.สบปราบ จว.ลำปาง ร่วมกับ ศูนย์สกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 5 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดลำปางและ ฝ่ายปกครอง อำเภอสบปราบ จับกุม ผู้ต้องหา 4 คน ผู้ต้องหาที่ 1 คือ นายชาตรี ภูมิลำเนา จ.ตาก ผู้ต้องหาที่ 2 น.ส.สุภาพร ภูมิลำเนา จ.ตาก ผู้ต้องหาที่ 3 นายกายสิทธิ์ ภูมิลำเนา จ.ตาก และผู้ต้องหาที่ 4 น.ส.นงนุช ภูมิลำเนา จ.สุโขทัย โดยขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ร่วมกันตั้งด่านตรวจยาเสพติดสบปราบ สภ.สบปราบ ได้รับแจ้งว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดมาในพื้นที่ จนกระทั่ง เวลาประมาณ 01.30 น. ได้มีรถยนต์กระบะ ขับเข้ามายังด่านตรวจ เจ้าหน้าที่ชุดคัดกรองรถจึงเรียกให้หยุดรถเพื่อทำการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบนาย ชาตรี เป็นผู้ขับรถคันดังกล่าว และน.ส.สุภาพร เป็นผู้โดยสารนั่งมาด้วย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สังเกต นาย ชาตรี แสดงอาการมีพิรุธลุกลี้ลุกลน จึงทำการตรวจค้นและพบว่ารถกระบะคันดังกล่าว ซุกซ่อนยาเสพติด(ยาบ้า)อยู่ตามบริเวณใต้ที่เก็บของฝั่งประตูซ้าย จำนวน 14 ก้อน ฝั่งประตูขวา จำนวน 12 ก้อน บริเวณช่องเข็มขัดนิรภัย ฝั่งประตูซ้าย จำนวน 14 ก้อน ฝั่งประตูขวา จำนวน 14 ก้อน บริเวณช่องลำโพง หลังรถ จำนวน 4 ก้อน ใต้แม็กไลเน่อ ฝั่งซ้ายจำนวน 46 ก้อน ฝั่งขวา จำนวน 44 ก้อน รวมยาเสพติดทั้งหมดจำนวน 148 ก้อน หรือจำนวนประมาณ 296,000 เม็ด

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนเพื่อร่วมกันสอดส่องดูแลลูกหลานหรือบุคคลใกล้ชิด หรือบุคคลที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยสามารถแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วนยาเสพติด 1599 , สายด่วน 191 , line@inthanon1(ผบช.ภ.5) และ Application Police l lert U ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

กองทัพเรือจัดพิธีวางพวงมาลาพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรามหาวชิราวุธฯ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 

(25 พ.ย.67) เวลา 09.00 น. ที่บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรามหาวชิราวุธฯ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ถ.สุขุมวิท กม.6 อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี กองทัพเรือ พร้อมหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรามหาวชิราวุธฯ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตเวียนมาบรรจบครบรอบปีที่ 99 โดยมี พลเรือเอก พลเรือเอก ณัฏฐพล เดี่ยววานิช
ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย พลเรือโท วัชระ พัฒนรัฐ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ ตลอดจนผู้แทนหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และใกล้เคียง เข้าร่วมในพิธี 

พิธีวางพวงมาลาที่พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรามหาวชิราวุธ ฯ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี แห่งนี้ กองทัพเรือและทุกภาคส่วนได้ถือปฏิบัติเป็นประจำทุกปี เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่ทรงพระราชทานที่ดินทรงสงวนบริเวณอำเภอสัตหีบ ให้แก่ประชาชนคนไทยได้มีที่อยู่อาศัย และกองทัพเรือใช้เป็นที่ตั้งหน่วยทหารเรือในปี พ.ศ.2465 รวมระยะ 99 ปี อันแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาทางด้านการทหารที่มีพระเนตรกว้างไกล และทรงตระหนักถึงความสำคัญของกองทัพเรือที่จำเป็นต้องมีฐานทัพเรือ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ชัยภูมิที่เหมาะสม และเป็นที่มั่นในการป้องกันและรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ด้วยพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าวทำให้กองทัพเรือมีฐานทัพเรือเพื่อเป็นฐานส่งกำลังบำรุง และที่จอดเรือรบ 

รวมทั้งเป็นที่ตั้งหน่วยงานสำคัญตราบจนทุกวันนี้ กระทั่งเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2544 พลเรือโท สุทัศน์ ขยิ่ม ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ ในขณะนั้น เห็นว่า เหล่าทหารเรือ ตลอดจนประชาชนโดยทั่วไปทราบถึงเรื่องราวดังกล่าวน้อยมาก ประกอบกับในพื้นที่อำเภอสัตหีบ ยังไม่มีการประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระองค์ จึงได้ร่วมกับข้าราชการ ประชาชน และผู้มีจิตศรัทธาจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระองค์ขึ้นไว้ ณ ริมถนนสุขุมวิท หมายเลข 3 หลักกิโลเมตรที่ 6 เส้นทางระยอง - สัตหีบ ต.สัตหีบ  อ.สัตหีบ เพื่อถวายเป็นพระราชสักการะ และแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยให้ได้มีที่อยู่อาศัยประกอบอาชีพ ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขร่มเย็น

‘สันติสุข’ ยันไม่มีใบสั่ง ‘TOP News’ ห้ามแตะ MOU44 หลังถูกด้อยค่ากล่าวหา “ท็อปนิวส์ถูกห้ามเล่นข่าว mou44”

(25 พ.ย. 67) นายสันติสุข มะโรงศรี ผู้ประกาศข่าว TOP News โพสต์ข้อความระบุว่า Top News เราเป็นสื่อที่ทำหน้าที่อย่างเจียมตัว ไม่เคยโอ้อวดว่ามีอุดมการณ์เหนือใครนะครับ เราจริงใจกับคนดูของเรา 

แปลกใจที่ถูกกล่าวหาว่า “ท็อปนิวส์ถูกห้ามเล่นข่าว mou44”

จากนั้น มีคนบางกลุ่มไปขยายความ เหยียบย่ำท็อปนิวส์ และเยินยอช่องอื่น จึงต้องขอชี้แจงสั้น ๆ เท่านี้นะครับ

ความจริง ใครดูท็อปนิวส์ จะเห็นด้วยตาตัวเองว่าเรานำเสนอข่าว mou 44 โดยตลอด 

คุณคำนูณโพสต์ คุณปานเทพโพสต์ คุณสมชายโพสต์ หมอวรงค์เคลื่อนไหว บทความเปลว สีเงิน ฯลฯ เราก็นำมารายงานสม่ำเสมอ (หลายอันออกซ้ำมากกว่าหนึ่งรายการด้วย) 

ถูกใจหรือไม่ถูกใจใครอีกเรื่องหนึ่ง ผมยืนยันว่าเรานำเสนออย่างมีเหตุผล โดยไม่มีใครมาสั่งห้ามเลยครับ นี่คือความจริงที่มีหนึ่งเดียวครับ  

ด้วยความเคารพ 
ปล.ในภาพนี่แค่ไถๆ ไวๆ แค่บางส่วน บางรายการเท่านั้น ความเป็นธรรมต้องมี

‘วีระศักดิ์ โควสุรัตน์‘ ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมสถานที่จัดงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ)” เฉลิมพระเกียรติฯ

เมื่อวันที่ (20 พ.ย.67) ณ ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กรรมการบริหารมูลนิธิ อาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ในฐานะ ประธานคณะกรรมการดำเนินการจัดงาน "เพื่อนพึ่ง (ภาฯ)" เฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่งมีกำหนดการจัดงานระหว่างวันที่ 5-10 ธันวาคม 2567นี้ 

เข้าตรวจสถานที่การจัดงานฯ 

- บริเวณสเฟียร์ฮอลล์ ชั้น 5 สำหรับพิธีรับเข็มฯ 
- บริเวณเอ็มกลาสและเอ็มยาร์ด สำหรับการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ 
- พร้อมร่วมประชุมกับประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายต่าง ๆ อาทิ ฝ่ายร้านค้า, ฝ่ายการแพทย์, ฝ่ายรักษาความปลอดภัย, ฝ่ายประชาสัมพันธ์, ฝ่ายพิธีการ และฝ่ายสถานที่  เป็นต้น 

ทั้งนี้ทุกฝ่ายรายงานการทำงานให้ประธานทราบ และทุกฝ่ายพร้อมรับปฏิบัติในส่วนที่รับผิดชอบ

‘ปฐม อินทโรดม’ โพสต์เตือน ‘อย่าลาออกจากงานช่วงนี้’ ชี้!! สถานการณ์สร้างอาชีพใหม่ไม่ง่าย ต่างจากเมื่อ 5-6 ปีก่อน

(25 พ.ย.67) จากเฟซบุ๊ก Pathom Indarodom' โดย คุณปฐม อินทโรดม ได้โพสต์ถึงน้อง ๆ หลายคนมาปรึกษาเรื่องการออกจาก 'Comfort Zone' ในเวลานี้ ซึ่งผมมักจะให้ทบทวนว่างานปัจจุบันนั้นยัง Comfort จริงไหม ถ้าจริงผมไม่อยากให้ใครลาออกจากงานในช่วงนี้เลย เพราะสถานการณ์ตอนนี้มันต่างจาก 5-6 ปีที่แล้วที่มีกระแสให้ออกจากงานประจำไปแสวงหาโอกาสใหม่ที่มีอนาคตดีกว่า

แต่ในวันนี้เศรษฐกิจมันเปราะบางกว่าเดิมมาก หากงานที่ทำอยู่ยังมั่นคงดี เพื่อนร่วมงานดี เจ้านายพอใช้ ผมอยากให้อดทนไปก่อน เพราะโอกาสที่ลาออกไปทั้งที่ยังมีพื้นฐานไม่แน่นพอแล้วจะประสบความสำเร็จจากงานไม่ประจำนั้นยากกว่าเดิมมาก 

งานขายที่เคยเป็นเรื่องง่าย ตอนนี้เราจะเห็นห้างที่เคยคึกคักซบเซาลงมาก ยิ่งขายออนไลน์ยิ่งยากเพราะเข้าถึงลูกค้าได้ยากกว่าเดิมและพึ่งพามาร์เก็ตเพลสที่เคยใช้ไม่ได้อีกต่อไปเพราะค่าใช้จ่ายสูงขึ้นมาก จะหาของจากจีนมาทำตลาดยิ่งยากขึ้นไปอีกหลายเท่าเพราะเจ้าของสินค้าเข้ามาทำตลาดเอง

บางครั้งแรงผลักดันที่เราได้อาจทำให้เราฮึกเหิมโดยเฉพาะแนวคิดว่างานไม่ประจำนั้นทำเงินมากกว่าทำให้เราอยากกระโจนหาโอกาสใหม่ ๆ ซึ่งมันไม่ได้มี Blue Ocean เหมือนเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว งานมั่นคงดีอยู่แล้วอย่าลาออก ผมบอกได้แค่นี้…

ไมค์ ไทสัน อดีตนักมวยชื่อดังระดับโลก กล่าวถึงการมอบมรดกให้ลูก ๆ

วอชิงตัน – ไมค์ ไทสัน นักมวยชื่อดังระดับโลก ได้กลายเป็นที่สนใจของสาธารณชนหลังเปิดเผยว่าเขาไม่มีแผนที่จะยกทรัพย์สินของเขาให้ลูก ๆ รายงานจาก VNExpress เมื่อวานนี้ 

ไทสัน วัย 58 ปี ทำรายได้ประมาณ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 715 ล้านบาท) แม้ว่าจะแพ้ในการชกกับเจค พอล เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา 

มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของไทสันก่อนการชกครั้งนี้อยู่ที่ประมาณ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 357 ล้านบาท) ซึ่งจัดขึ้นที่สนามกีฬา AT&T 

อย่างไรก็ตาม เขาไม่มีแผนที่จะมอบมรดกใด ๆ ให้ลูก ๆ ของเขา 

จงอธิษฐานให้มากขึ้นและทำงานให้หนักขึ้น เป็นคนทำงานที่ขยันที่สุดและเชื่อมั่นในตัวเอง 

“ผมไม่สามารถช่วยลูก ๆ ได้ด้วยการให้เงินพวกเขา ผมจะทำร้ายพวกเขาหากทำเช่นนั้น 

“พวกเขาต้องเรียนรู้การเผชิญกับความลำบาก หากพวกเขาไม่มีเป้าหมายในชีวิตและไม่เคยเจอความยากลำบาก พวกเขาจะยอมแพ้ได้ง่าย” เขากล่าวเสริม 

ถึงชกแพ้แต่เขายังชนะใจใครต่อใครอยู่เสมอ

นครนายก - กองพันทหารราบโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จัดงานวันพร้อมญาติทหารใหม่ รุ่นปี 2567 ผลัดที่ 2 ณ พัน.ร.รร.จปร.

เมื่อเวลา 09.00 น.ของวันที่ (24 พ.ย.67) ที่สนามหน้ากองบังคับการกองร้อยที่ 1 พันเอกวัชระ ว่องวิกย์การ ผู้บังคับกองพันทหารราบโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เป็นประธานกล่าวเปิดงานวันพร้อมญาติทหารใหม่ รุ่นปี พ.ศ.2567 ผลัดที่ 2 โดยมีญาติทหารใหม่จังหวัดนครนายกและจังหวัดใกล้เคียงได้เตรียมนำอาหารกลางวันมาเลี้ยงสังสรรค์ และไต่ถามความเป็นอยู่ในการที่ลูกหลานเข้ามาทำหน้าที่รับใช้ชาติหลังจากผ่านการฝึก และในวันพร้อมญาติทหารใหม่ได้มีครอบครัวและญาติจำนวนมากเข้าร่วมในงานวันพร้อมญาติทหารใหม่ 

ภายในงานได้จัดให้มีการแสดงของทหารใหม่ให้ผู้ปกครองและญาติทหารใหม่ได้ชมการฝึกบุคคลเบื้องต้น ชมการแสดงมวยไทย ชมการแสดงยิงปืนฉับพลัน ชมการปฏิบัติทางยุทธวิธี และการแสดงมุทิตาจิตของทหารใหม่ พร้อมทหารใหม่ได้พบญาติ

ด้วยกองพันทหารราบ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จัดให้มีงานวันพร้อมญาติทหารใหม่ รุ่นปี 2567 ผลัดที่ 2 เพื่อรับการฝึกจำนวนทั้งสิ้น 192 นายโดยแยกเป็นสังกัดดังนี้เช่น กองพันทหารราบ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จำนวน 153 นาย โรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จำนวน 19 นาย โรงเรียนทหารการสัตว์ กรมการสัตว์ทหารบก จำนวน 20 นาย โดยมีภูมิลำเนา 14 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครนายก จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดกรุงเทพมหานคร จังหวัดสระแก้ว จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด จังหวัดระยอง จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดสุรินทร์ ห้วงการฝึกตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 ถึง 7 ธันวาคม 2567 

ซึ่งทหารใหม่สามารถปรับสภาพความพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจ จากการดำเนินชีวิตแบบพลเรือนมาเป็นการดำเนินชีวิตแบบทหาร ปรับคุณลักษณะและท่าทางของทหาร เรียนรู้วิธีปฏิบัติตนในการอยู่ร่วมกันภายในกรมกองการปลูกฝังให้เป็นผู้ให้เป็นผู้มีจิตใจดีมีคุณธรรม มีอุดมการณ์ความรักชาติและยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ดังนั้นเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่เหล่าทหารใหม่จึงจัดให้มีงานวันพร้อมญาติใหม่ขึ้น ณ กองพันทหารราบโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดงานวันเบาหวานโลก 'World Diabetes Day 2024' 

ณ หอประชุมโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้่าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี กลุ่มงานอายุรเวชกรรม ร่วมกับคณะกรรมการโรคเบาหวาน (DM care team) โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ได้จัดกิจกรรมวันเบาหวานโลก โดยได้รับเกียรติจาก พลเรือเอก ณัฏฐพล เดี่ยววานิช ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นประธานในพิธี มีพลเรือตรี พัฒนชัย เฉลิมวรรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ และคณะผู้บริหาร รพ.สมเก็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ผู้แทนหน่วยงายกองทัพเรือพื้นที่สัตหีบ ร่วมให้การต้อนรับและร่วมในพิธี

น.อ.หญิง รุจิเรข ธรรมเจริญ อายุรแพทย์ต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม หัวหน้าแผนกต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิก กลุ่มงานอายุรเวชกรรม (หมอเบาหวาน) รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ กล่าวรายงานถึงความเป็นมาของโครงการฯ ประธานในพิธีกล่าวเปิดงาน พร้อมมอบรางวัล ให้กับผู้ป่วยเบาหวานของโรงพยาบาลฯ ที่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ตามเกณที่เหมาะสมและเป็นตัวอย่างที่ดีในการดูแลตนเอง ในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย

ซึ่งกิจกรรมวันเบาหวานโลกนี้ มีวัตถุประสงค์เป็นการให้ความรู้แก่กำลังพล ทร. และครอบครัว ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน หรือโรคเบาหวาน ตลอดจนประชาชนที่มารักษาได้รับการดูแลจากทีมเฉพาะทางแบบองค์รวมและยังสอดคล้องตามนโยบายของท่าน ผู้บัญชาการทหารเรือ ข้อที่ 4 เรื่องการดูแลกำลังพล ทร. โดยให้ขยายผลเฝ้าระวังและติดตามการดูแลสุขภาพของกำลังพลในทุกระดับ รวมถึงครอบครัว ตามโครงการ (Good Home Good Health) ดังคำขวัญของงานในวันนี้ 'โรคเบาหวานและความเป็นอยู่ที่ดีแบบองค์รวม' (Diabetes and well-being) 

โดยภายในงานจะมีแพทย์เฉพาะทางเบาหวานมาบรรยายให้ความรู้ต่าง ๆ ได้แก่ เบาหวานและอ้วนด้วย จะลดอย่างไร บรรยายโดย น.อ.หญิง รุจิเรข ธรรมเจริญ อายุรแพทย์ต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม หัวหน้าแผนกต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิก กลุ่มงานอายุรเวชกรรม รพ.ฯ เบาหวานหายได้ด้วยการกินดี บรรยายโดย น.ท.หญิง หญิง บุรัสกร ทวีบูรณ์ และเป็นเบาหวานกินบุฟเฟต์ได้หรือไม่ บรรยายโดย น.ท.หญิง อาภานรี เภกะสุต 

น.อ.หญิง รุจิเรข ธรรมเจริญ หมอเบาหวาน รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ กล่าวว่า โรคเบาหวานไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หากรู้ทัน รักษาเร็วก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติเหมือนคนทั่วไป รวมทั้งลดในเรื่องของการต้องมาโรงพยาบาลหรืออัตาการเสียชีวิต 'เบาหวาน รู้เร็ว รักษาเร็ว ป้องกันได้'

นราธิวาส - ศอ.บต. ร่วมเครือข่ายประชาสังคมไทย-มาเลย์ ยกระดับเศรษฐกิจชายแดนใต้ สร้างรายได้พันล้าน

ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จับมือภาคประชาสังคมจากไทย-มาเลเซีย จัดประชุมพัฒนาความร่วมมือเศรษฐกิจชายแดน โดยเน้นปศุสัตว์และเกษตรกรรม หวังสร้างรายได้กว่าพันล้านบาท

นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่าความร่วมมือครั้งนี้จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวฮาลาล พร้อมจัดทำแผนติดตามผลเพื่อสร้างความมั่นคงในพื้นที่ ฝ่ายมาเลเซีย นำโดยเจ้ะกูมูฮัมหมัดอัสมี บิน อับดุลฮามิด ประธานที่ปรึกษาสภาองค์กรมุสลิมแห่งชาติมาเลเซีย และที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศมาเลเซีย พร้อมคณะ รวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนรัฐเปอรลิส นายรุสดาน รัสมี และคณะจากมาเลเซีย ร่วมมือกับภาคประชาสังคมชายแดนใต้ ได้แก่ นายมันโซ สาและ ประธาน IMAR ประเทศไทย และอาจารย์ณรงค์ หัสนี ประธานคลัสเตอร์เศรษฐกิจ เพื่อเตรียมความร่วมมือในด้านต่างๆ ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ ศาสนา และวัฒนธรรม ตัวแทนมาเลเซียและฝ่ายไทยยังมีแผนสร้างศูนย์อาหารฮาลาลและตลาดกลางปศุสัตว์ปัตตานี หวังให้ชายแดนใต้เป็นศูนย์กลางการค้าในภูมิภาคและส่งเสริมคุณภาพชีวิตประชาชน

นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการปัตตานี เผยความร่วมมือครั้งนี้มีความสำคัญต่อการเสริมสร้างสัมพันธ์ไทย-มาเลย์ในชายแดนใต้ที่อุดมด้วยทรัพยากร และจะขยายการค้าสู่มาเลเซีย จีน อินโดนีเซีย เจ้ะกูมูฮัมหมัดอัสมี บิน อับดุลฮามิด จากมาเลเซีย กล่าวเสริมว่าความร่วมมือนี้มุ่งสร้างเครือข่ายการค้าในสินค้าฮาลาล เช่น มะพร้าว ไก่ น้ำผึ้ง เพื่อความมั่งคั่งของชายแดนใต้และวางแผนจัดตั้งศูนย์อาหารฮาลาลป้อนตลาดโลก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top