Monday, 13 July 2026
NEWS

รอง นรม. / รมว.กห. ลงพื้นที่ฐานปฏิบัติการเกาะกูด ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ และดูแลความเป็นอยู่ ยืนยันพื้นที่เกาะกูดเป็นของไทย 100% 

พลตรีธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (รอง นรม. / รมว.กห.)  พร้อมด้วย พลเอกสนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม และพลเอกไตรศักดิ์ อินทรรัสมี เลขานุการ รมว.กห. ลงพื้นที่ชายแดนไทย - กัมพูชา บริเวณเกาะกูด อ.เกาะกูด จ.ตราด โดยมี พลเรือเอกไพโรจน์ เฟื่องจันทร์  เสนาธิการทหารเรือ เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือให้การต้อนรับ

โดยได้เรียนเชิญ รอง นรม./รมว.กห. ขึ้นแท่นรับความเคารพ และเข้ารับฟังการบรรยายสรุป ตรวจพื้นที่และการปฏิบัติงานของหน่วยปฏิบัติการเกาะกูด พร้อมพบปะกำลังพล มอบเครื่องอุปโภคบริโภค สิ่งของเครื่องใช้ เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ โอกาสนี้ได้ร่วมหารือพูดคุยกับหัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนในพื้นที่ที่มาให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

ในโอกาสนี้ รอง นรม./รมว.กห. ได้กล่าวให้โอวาทกับกำลังพลหน่วยปฏิบัติการเกาะกูด ตอนหนึ่งว่า ขอให้กำลังพลทุกนายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง และยืนยันพร้อมสนับสนุนในส่วนที่มีความขาดแคลน เพื่อให้กำลังพลปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มขีดความสามารถ ซึ่งหน่วยมีความพร้อมในการปฎิบัติหน้าที่ทั้งการบรรเทาสาธารณภัยและงานพัฒนาต่างๆ ที่ทำร่วมกับประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับยืนยันว่าเกาะกูดเป็นของไทย แต่ขณะนี้เนื่องจากมีการเตรียมที่จะเจรจาตามกรอบของเอ็มโอยู 44 จึงอาจทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนขึ้นในสังคม แต่ขอย้ำให้กำลังพลปฏิบัติหน้าที่ของตนเองต่อไป

รอง นรม./รมว.กห. ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า กองทัพเรือ ได้จัดกำลังดูแลอธิปไตยของชาติทางทะเลด้านตะวันออก โดยเฉพาะพื้นที่เกาะกูด มาตั้งแต่อดีต และเมื่อไทยประกาศไหล่ทวีป เมื่อปี พ.ศ.2516 กองทัพเรือ ได้ดูแลมาอย่างต่อเนื่อง ยังไม่ปรากฏปัญหาในพื้นที่ที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชน สำหรับปัญหาในเรื่องระบบสาธารณูปโภคจะร่วมกันพัฒนาและปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น เพื่อ พัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน

สำหรับ การอ้างสิทธิ์ในพื้นที่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นสากล จะต้องใช้ MOU 44 มาเจรจากันในเรื่องที่ยังไม่มีข้อตกลงที่ชัดเจน สิ่งสำคัญที่สุดคือ การจัดสรรผลประโยชน์ทางทะเล ซึ่งข้อตกลงที่เป็นประโยชน์ที่สุดคืออยู่บนความพึงพอใจของสองประเทศ และประชาชนต้องได้รับประโยชน์สูงสุด 

โดยได้กล่าวทิ้งท้ายว่า การเดินทางมาครั้งนี้ เพื่อยืนยันว่าที่แห่งนี้เป็นของไทย และมีกำลังพลของกองทัพเรือและหน่วยงานราชการในการพิทักษ์รักษาอธิปไตย ใครจะรุกล้ำไม่ได้ และขอให้ประชาชนมีความสบายใจและมั่นใจขึ้นว่า รัฐบาลจะรักษาพื้นที่ไว้ไม่ให้เสียพื้นที่แม้แต่ตารางนิ้วเดียว  

บิ๊กอุ้ย ติวเข้มมัคคุเทศก์จิตอาสา พร้อมเปิดพระราชวังเดิมรับ ปชช. ธันวาคม นี้

พลเรือเอกชาติชาย ศรีวรขาน อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ ประธานมูลนิธิ อนุรักษ์โบราณสถาน ในพระราชวังเดิม ร่วมกับกลุ่มพลังดี โดย คุณขจรศักดิ์ เชาวเจริญรัตน์ จัดอบรมมัคคุเทศก์ จิตอาสา จำนวน 43 คน เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม และ 9 พฤศจิกายน 2567

โดยมีคุณศุภวรรณ ชวรัตนวงศ์ หัวหน้าสำนักงานและนักวิชาการมูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม เป็นวิทยากร

ทั้งนี้ ได้บรรยายความเป็นมาของพระราชวังเดิม  ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ท้องพระโรง พระตำหนักเก๋งคู่หลังใหญ่ ศาลศีรษะปลาวาฬ และป้อมวิไชยประสิทธิ์

สำหรับการอบรมในครั้งที่สอง เมื่อ 9 พฤศจิกายน 2567 นั้น ช่วงเช้า มัคคุเทศก์จิตอาสาได้รับข้อมูลจากวิทยากรเพิ่มและลึกขึ้น มีการทบทวนซ้ำข้อมูล รวมถึงจุดที่ควรเน้นย้ำกับนักท่องเที่ยว และได้เข้าศึกษาพระตำหนักเก๋งคู่ (หลังใหญ่) ภายในอุดมด้วย รูปวาดอธิบายการค้าขาย เส้นทางการรบ และการทำนุบำรุงบ้านเมือง แผนที่กรุงธนบุรี  สินค้าที่ค้าขายในสมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

ช่วงบ่าย เป็นการฝึกมัคคุเทศก์ภาคปฏิบัติ ได้เห็นพัฒนาการของผู้เข้าอบรมชัดเจน สามารถพูดได้ยาวและเรียงลำดับได้ดี มีการบันทึกคลิปช่วงฝึกฝน ทุกคนได้เห็นผลงานคลิปนำชมพระราชวังกรุงธนบุรี ของตัวเอง ก็เกิดรอยยิ้มแห่งความมั่นใจในความพร้อมที่จะร่วมเป็นมัคคุเทศก์จิตอาสา นำชมพระราชวังแห่งนี้  

พระราชวัง กรุงธนบุรี กำหนดเปิดให้เข้าชม ระหว่างวันที่ 14 - 28 ธันวาคมนี้ มัคคุเทศก์พลังดีจิตอาสาทั้ง 2 วัย (ผู้สูงวัยและเยาวชน) พร้อมแล้วที่จะต้อนรับทุกท่าน

ผู้บัญชาการทหารบก ต้อนรับ นายกสมาคม นายทหารนอกประจำการ และคณะ

พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์​ ผู้บัญชาการทหารบก ให้การต้อนรับพลเอกวินัย ภัททิยกุล นายกสมาคมนายทหารนอกประจำการ และคณะกรรมการฯ ณ ห้องรับรอง กองบัญชาการกองทัพบก 

โดยได้แสดงความยินดี ในโอกาสที่มี พระบรมราชโองการโปรดเกล้า ให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก

นอกจากนั้น ยังได้มีการหารือถึงความร่วมมือในการดำเนินการเพื่อประโยชน์ของนายทหารนอกประจำการ โดยสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของสมาคมนายทหารนอกประจำการได้แก่
1.เป็นศูนย์กลางการติดต่อและประสานงาน เผยแพร่ข้อมูลและข่าวสารให้กับสมาชิกและนายทหารนอกประจำการ
2.ส่งเสริมความสามัคคีและผดุงเกียรติยศ และชื่อเสียง ของนายทหารนอกประจำการ
3.เพื่อจัดสวัสดิการ  กิจกรรมนันทนาการ การบริการด้านสุขภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิต ให้แก่สมาชิกและครอบครัว
4.เพื่อแสวงหาและรักษาสิทธิประโยชน์ ให้แก่สมาชิกและนายทหารนอกประจำการ
5.เพื่ออนุเคราะห์สมาชิกที่เจ็บป่วยหรือเสียชีวิต
6.สนับสนุนกิจกรรมเพื่อการกุศล หรือเพื่อสาธารณประโยชน์
7.ดำเนินการหรือร่วมมือกับองค์กรอื่น ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อ ประโยชน์ของนายทหารนอกประจำการ

สมุทรปราการ-งานบุญกฐินวัดมหาวงษ์ ร่วม 2 ล้านบาท ครอบครัวรุ่งเสมอ ครอบครัวพาณิชย์พิศาล และพุทธศาสนิกชนร่วมพิธีแห่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดมหาวงษ์ ปากน้ำ ถนนสุขุมวิท ต.ปากน้ำ อ.เมือง สมุทรปราการ ท่านพระปลัดสราวุธ โรจนธมฺโม (พระอาจารย์แดง) เจ้าอาวาสวัดมหาวงษ์ ปากน้ำ สมุทรปราการ พร้อมด้วย พระครูยุทธนา ภททญาโณ (พระอาจารย์ตุ๋ย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาวงษ์ ร่วมกับ คณะสงฆ์วัดมหาวงษ์ คณะกรรมการ ไวยาวัจกร อุบาสก อุบาสิกา

ประกอบพิธีทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2567 ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน 2567 ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 12  โดยมี นาวาเอก อนุศักดิ์ นาคทิม นายกเทศมนตรีตำบลบางเมือง ได้รับเกียรติเชิญร่วมงานทอดกฐินในปีนี้ ซึ่งในปี 2567 นี้ วัดมหาวงษ์โดยทางกำนันตำบลบางเมือง นำโดย นางสาวขวัญเรือน นาคทิม พร้อมด้วย พันโท สมพงษ์ คุณรำพึง และครอบครัวรุ่งเสมอเป็นประธานอุปถัมภ์ 

พร้อมด้วยครอบครัวพาณิชย์พิศาล เศรษฐีผู้ใจบุญ นำโดย นายอัครนันท์ นางธัญยธรณ์ พาณิชย์พิศาล คุณจรูญ กระแชงขาว และครอบครัวคุณแม่เรณู งามสมุทร ผศ.แพทย์หญิงเกศริน นางสาวปิยนุช พาณิชย์พิศาล เป็นประธานร่วมในปีนี้ อีกทั้งในปีนี้ยังได้รับเกียรติจากนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เดินทางมาเข้าร่วมในพิธีตลอดจนคณะศิษยานุศิษย์ วัดพระธรรมกาย พุทธศาสนิกชนผู้ใจบุญ ชาวอำเภอเมือง และอำเภอใกล้เคียง ร่วมบุญกันอย่างคึกคัก

โดยในช่วงเช้าได้ประกอบพิธีทำขวัญกฐิน จากนั้นร่วมถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ ก่อนจะแห่องค์กฐินรอบพระอุโบสถและร่วมถวายองค์กฐิน ซึ่งในปีนี้ทางวัดมหาวงษ์ได้ยอดเงินทอดกฐิน ร่วม 2 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม พิธีทอดกฐินในปี 2567 นี้ นับว่ามีพุทธศาสนิกชนผู้ใจบุญเดินทางมาร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก อีกทั้งมีการจัดตั้งโรงทาน จำนวน 70 โรงทาน ให้ผู้ที่เดินทางมาร่วมงานได้รับประทานกัน และในส่วนจำนวนเงินที่ได้จากการทอดกฐินสามัคคีในปีนี้ ทางวัดมหาวงษ์จะนำไปบูรณปฏิสังขรณ์พร้อมทั้งปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ต่อไป

ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง รับตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

พลเรือตรี เอตม์ ยุวนางกูร ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง รับตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญจาก นาย ภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ในโอกาส มาตรวจเยี่ยมความเป็นอยู่ของกำลังพล การรับทราบปัญหา ข้อขัดข้อง ของหน่วย และเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนที่มีต่อ กองทัพเรือ ในการดูแลรักษาทรัพยากรของประเทศไทย ณ หน่วยปฏิบัติการเกาะกูด อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด

หน่วยปฏิบัติการเกาะกูด มีภารกิจ ในการป้องกันการคุกคามทางทะเล และทางอากาศ คุ้มครองเรือประมงไทย สนับสนุนการปฏิบัติการของเรือและกำลังทางบก ปฏิบัติการจิตวิทยา และประชาสัมพันธ์กับส่วนราชการ และราษฎรในพื้นที่ เพื่อความสัมพันธ์อันดีและง่ายในการประสานการปฏิบัติงานร่วมกัน 

อัยการ เผย!! ‘ทนายตั้ม’ โดน ‘ฉ้อโกงเป็นปกติธุระ’ ชี้!! ข้อหานี้ หาดูได้ยาก เพราะอยู่ในกฎหมายฟอกเงิน

(10 พ.ย. 67) ความคืบหน้ากรณีที่มีการยื่นคำร้องฝากขัง นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม ในข้อหาฉ้อโกง, ฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3 (18), มาตรา 5, มาตรา 9 วรรคสอง และมาตรา 60 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

โดยมีรายงานว่า ในคำร้องฝากขังทนายตั้มได้มีการบรรยายว่า การกระทำของผู้ต้องหาที่ 1 (ทนายตั้ม) เป็นความผิดฐานฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 อยู่ด้วยนั้น

สำหรับ ‘ความผิดฐานฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ’ นั้นแหล่งข่าวจากสำนักงานอัยการสูงสุด ให้ความเห็นทางกฎหมายว่า คดีของทนายตั้มถือเป็นคดีแรกเท่าที่ตนเคยพบ ซึ่งไม่ค่อยพบว่าที่ผ่านมามีคนเคยถูกแจ้งข้อหาดังกล่าว การดำเนินคดีอาญาข้อหาฉ้อโกงเป็นปกติธุระ ถือว่าเป็นก้าวย่างที่สำคัญของการนำกฎหมายทั้ง 2 ฉบับมาผสมผสานกัน กล่าวคือ ข้อหาฉ้อโกงเป็นความผิดที่อยู่ในกฎหมายอาญา โดยมีแต่เฉพาะการฉ้อโกงบุคคลทั่วไป มาตรา 341 กับการฉ้อโกงประชาชนตามมาตรา 343

โดยคำว่า ‘การฉ้อโกงเป็นปกติธุระ’ จะอยู่ในกฎหมายฟอกเงิน ซึ่งเป็นมาตรการในการดำเนินคดีกับผู้โอน รับโอน ทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิด และการยึดอายัดทรัพย์สิน

ทั้งนี้ คำว่า ‘เป็นปกติธุระ’ อาจมีความหมายความว่า เป็นบุคคลผู้มีหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการมรดกหรือผู้จัดการทรัพย์สิน แล้วกระทำการฉ้อโกง โดยหลอกลวง แล้วเอาไปซึ่งทรัพย์สินของบุคคลอื่น ไปจำนวนหลายครั้งหลายครา ‘เป็นอาจิณ’

กรณีที่เกิดขึ้นเป็นข่าวทางสื่อมวลชนในประเด็นที่ทนายความ ซึ่งถือว่าเป็นบุคคลซึ่งลูกความให้ความไว้วางใจมอบหมายให้ทำหน้าที่ในทางกฎหมายเกี่ยวกับคดีความของตน แต่ทนายความดังกล่าวกลับกระทำการผิดหน้าที่ หลอกลวงเอาทรัพย์สินของลูกความไปเป็นประโยชน์ส่วนตนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย การกระทำการดังกล่าวจึงถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดหน้าที่ที่ตนได้รับมอบหมาย และเป็นการกระทำที่ผิดมรรยาททนายอีกด้วย

การดำเนินคดีกับทนายความในข้อหาดังกล่าวจึงถือว่าเป็นก้าวย่างสำคัญ เป็นปรากฏการณ์ทางกฎหมาย ด้วย ในอันที่จะตัดวงจรอาชญากรรม และบังคับใช้กฎหมาย เพื่อคุ้มครองและให้ความเป็นธรรมกับสุจริตชนด้วย

หลังจากนี้ก็จะต้องมีการยึดอายัดทรัพย์สินตามพระราชบัญญัติการฟอกเงินต่อไปอีก

‘ทนายนิด้า’ โพสต์!! ยินดีรับทนายที่ลาออกจาก ‘ษิทราลอว์เฟิร์ม’ ลั่น!! พร้อมถ่ายทอด ‘วิชาที่ถูกที่ควร’ ให้อย่างเต็มความสามารถ

(10 พ.ย. 67) จากกรณีตำรวจสอบสวนกลาง จับกุม นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม พร้อมภรรยา ตามหมายจับของศาลอาญาในข้อหาฉ้อโกง ฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน

ล่าสุดวันนี้ น.ส.ศรันยา หวังสุขเจริญ หรือ ทนายนิด้า โพสต์เฟซบุ๊กระบุข้อความว่า 

ทนายความที่เคยทำงานกับบริษัท ษิทรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด ที่ลาออกเพราะหัวเรือไม่อยู่แล้ว มาสมัครที่ บริษัท ทนายนิด้า จำกัดได้นะคะ ยินดีรับไว้แล้วถ่ายทอดวิชาที่ถูกที่ควรให้อย่างเต็มความสามารถ ที่สำคัญพี่นิด้าว่าความเอง สอนวิชาว่าความได้ค่ะ

‘รองโฆษกรัฐบาล’ ชวนปชช. ชมภาพยนตร์หาชมยาก ในงาน ‘เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพมหานคร’

(10 พ.ย. 67) นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล เชิญชวนประชาชนร่วมงาน เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 16 หรือ World Film Festival of Bangkok 2024 ระหว่างวันที่ 7 – 17 พฤศจิกายน 2567 ณ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร จัดโดยคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และพันธมิตรภาคเอกชน

นางสาวศศิกานต์ กล่าวว่า เทศกาลดังกล่าว เกิดจากความร่วมมือของภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบาย ‘Soft Power’ ด้านภาพยนตร์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศ และผลักดันอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย รวมถึงเพื่อขยายโอกาสสู่ตลาดภาพยนตร์นานาชาติ อีกทั้งยังเป็นสะพานเชื่อมโยงศิลปวัฒนธรรม แนวคิด รวมถึงเรียนรู้ความหลากหลายของชีวิตผ่านเนื้อหาภาพยนตร์จากทั่วโลก ซึ่งปีนี้กลับมาในคอนเซปต์ ‘New Horizons’ สื่อถึงการแสวงหาขอบฟ้าใหม่ๆ บ่งบอกถึงการก้าวเดินสู่สิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยในอนาคต

สำหรับเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ ครั้งที่ 16 ได้คัดสรรหนังเด็ด คุณภาพหาชมยาก นับ 100 เรื่อง จาก 35 ประเทศทั่วโลก ให้คนไทยได้รับชมอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเทศกาลฯ ตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งสนับสนุนผลักดันด้านภาพยนตร์ไทยให้เป็นหนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์ โดยนำความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม เทคโนโลยี มาประยุกต์กับต้นทุนทางวัฒนธรรมของไทย เพื่อขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ด้านภาพยนตร์ไทยสู่เวทีนานาชาติ

‘ยิ่งลักษณ์’ โพสต์ยินดี!! ‘น้องไปป์’ ได้ทุนเรียน ‘ปริญญาเอก’ เผย!! เป็นทุนสนับสนุนให้กับเป็นนักศึกษา ที่มีผลการเรียนดี

(10 พ.ย. 67) อดีตนายกรัฐมนตรี ‘ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร’ โพสต์ข้อความแสดงความยินดีกับลูกชาย โดยมีใจความว่า ...

ยินดีกับลูกไปป์ที่ได้ทุนเรียนต่อปริญญาเอก President's PhD scholarships จาก Imperial College London เป็นเวลา 4 ปีค่ะ 

โดยได้ทุนการศึกษานี้ จากทางมหาวิทยาลัยจะสนับสนุนให้กับเป็นนักศึกษาระดับปริญญาโทที่มีผลการเรียนดี เพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกในสาขา Mechanical Engineering จาก Imperial College London ให้รับเงินทุนเต็มจำนวน ( Full Scholarship) สำหรับค่าเล่าเรียน รวมถึงค่าใช้สำหรับงานวิจัยในการเรียนระดับปริญญาเอกตลอดระยะเวลาการศึกษา 

น้องไปป์ เสนอหัวข้อวิจัย เรื่อง การสร้างแบบจำลองและการวิเคราะห์ระบบ Multibody ที่ยืดหยุ่นได้ ซึ่งอังกฤษเป็นผู้นำระดับโลกในการคิดค้น ผลิต และบำรุงรักษาโครงสร้างทางกลที่มีมูลค่าสูงหลากหลายประเภท ครอบคลุมถึงแนวคิดเครื่องบินใหม่ๆ ปีกเครื่องบิน ใบพัดกังหันลม เครื่องยนต์เจ็ต และโครงสร้างอวกาศที่เคลื่อนย้ายได้ ทั้งนี้ผลงานวิจัยดังกล่าวอาจนำไปสู่การออกแบบทางวิศวกรรมเครื่องยนต์ อย่างเข็มที่บังคับทิศทางได้ หัวตรวจส่องกล้องในหุ่นยนต์ทางการแพทย์ หุ่นยนต์ขนาดเล็กที่บินได้ รวมถึงอุปกรณ์จับและบังคับแบบอ่อนในอนาคต

เป็นปกติที่แม่ทุกคนจะภูมิใจและหายห่วงในตัวลูก เพราะถ้าลูกได้รับการศึกษาสูงๆ จะเป็นเครื่องยืนยันว่าต่อไปลูกจะดูแลและหาเลี้ยงตัวเองได้ 

ขออวยพรให้ลูก มุ่งมั่น ขยัน ตั้งใจเรียน ให้ลูกประสบความสำเร็จในทุกสิ่งที่หวัง แม่จะยืนเคียงข้างลูกในวันรับปริญญาบัตรของลูกอีกครั้งนะครับ

‘ดร๊าฟ ดวงฤทธิ์’ แนะเทคนิค!! แชร์ประสบการณ์ผู้บริหารยุคใหม่ เพื่อสร้างผู้นำที่ดีในอนาคต ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ สามพราน

(10 พ.ย. 67) รองศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้เปิดห้องเรียน บรรยายเรื่อง ‘การบริหารและการสื่อสารยุคใหม่’ ณ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม โดยมีนักเรียนนายร้อย ชั้นปีที่ 1 จำนวน 150 คนเข้าร่วมฟังการบรรยายเต็มชั้นเรียน

โดยรองศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ได้บรรยายให้ความรู้ในเรื่องการเป็น ‘ผู้บริหารยุคใหม่’ ทั้งงานวิชาการ งานวิจัยและจากประสบการณ์ตรง โดยเน้นย้ำในเรื่อง ของการเป็นผู้นำ หัวหน้า และนักสื่อสารที่ดี ซึ่งเป็นเทคนิคของผู้บริหารยุคใหม่ที่จะต้องมีในโลกปัจจุบัน และมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักเรียนนายร้อยในชั้นเรียน

ด้วยบรรยากาศที่สนุกสนานเป็นกันเองและมีนักเรียนนายร้อยตำรวจได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับการสื่อสารและการบริหารงาน ซึ่งรองศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ได้ใช้ ประสบการณ์ตรงมาตอบคำถามน้อง ๆ นักศึกษาในทุกแง่มุม

รศ.ดร.ดวงฤทธิ์ กล่าวว่า "วันนี้ผมได้ รับเชิญไปบรรยายในเรื่อง ผู้บริหารยุคใหม่ทำอย่างไรให้ ประสบความสำเร็จ ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นปีที่ 1 จำนวน 150 คน วันนี้พวกเรา เน้นไปที่การแชร์ประสบการณ์ และเทคนิคต่างๆ เพื่อที่จะ เป็นผู้นำที่ดี และขับเคลื่อนองค์กร ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยผมได้ใช้เรื่องวิชาการ งานวิจัย และประสบการณ์ในการทำงานทั้งภาครัฐและเอกชนของผมมาแชร์ประสบการณ์ ให้น้อง ๆ ฟัง”

ซึ่งในเรื่องของผู้บริหารยุคใหม่ในปัจจุบัน ต้องเป็นทั้งผู้นำ เป็นหัวหน้าและเป็นนักสื่อสารที่ดี ซึ่งทั้งหมดจะเป็นประโยชน์แก่น้อง ๆ ในอนาคต และในช่วงท้ายได้เปิดโอกาสให้ มีการพูดคุยซักถามบรรยากาศสนุกมาก มีการถามทั้งเรื่องในห้องเรียนและนอกห้องเรียนอีกด้วย

‘ทนายเดชา’ ลั่น!! ใครมีปัญหากับ ‘สนธิ’ โทรมาหาได้ 24 ชม. ชี้!! ความจริงมีสิ่งเดียว

(10 พ.ย. 67) ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ โพสต์เฟซบุ๊ก ‘ทนายคลายทุกข์’ ระบุว่า ...

เรียนพี่น้องประชาชน ใครที่มีปัญหากับคุณสนธิ ให้ติดต่อมาหา ‘ทนายเดชา’ ได้นะครับ เบอร์โทร 081-6252161 หรือ 081-6161425 ยินดีรับใช้ 24 ชั่วโมง

ความจริงมีสิ่งเดียว

‘วิว กุลวุฒิ’ ไล่ต้อนเอาชนะ ‘หวัง เจิ้งซิง’ มือ 55 โลกจากจีน 2-0 เกม คว้าแชมป์แบดมินตัน!! ‘ศึกโคเรีย มาสเตอร์ส 2024’ ที่เกาหลีใต้

(10 พ.ย. 67) การแข่งขันแบดมินตันรายการ โคเรีย มาสเตอร์ส 2024 รายการระดับเวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 300 ชิงเงินรางวัลรวม  210,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 7,140,000 บาท ที่เมืองอิกซัน ประเทศเกาหลีใต้

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2567 รอบชิงชนะเลิศ ประเภทชายเดี่ยว ‘วิว กุลวุฒิ วิทิตศานต์’ มือวางอันดับ 1 ของรายการ มืออันดับ 5 ของโลก ที่เอาชนะ คีแรน จอร์จ มืออันดับ 41 ของโลกจากอินเดีย มาได้ 2-0 เกม พบกับ หวัง เจิ้งซิง มืออันดับ 55 ของโลกจากจีน ที่เอาชนะ โช กียอนยอป มืออันดับ 205 ของโลกจากเกาหลีใต้

ผลปรากฏว่า วิว กุลวุฒิ เล่นได้แน่นอนกว่า ทำแต้มต่อเนื่อง เป็นฝ่ายเอาชนะ นักตบลูกขนไก่จากจีน ไปด้วยสกอร์ 2-0 เกม 21-18 และ 21-18 คว้าแชมป์แบดมินตันรายการโคเรีย มาสเตอร์ส 2024 มาครองได้สำเร็จ โดยถือเป็นการได้แชมป์แรกของ วิว กุลวุฒิ หลังจากสร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญเงินโอลิมปิก ปารีสเกมส์  2024

‘หนูนา ศิลปอาชา’ โพสต์เฟซเดือด!! ถึงพวกเกรียน ชี้!! โดนโจมตี!! ลามถึงบุพการี ด้วยความหยาบคาย

(10 พ.ย. 67) นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา หรือ ‘หนูนา’ ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา อดีตรมช. ศึกษาธิการ ผู้มีบทบาทอนุรักษ์ช้างไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า …

ตามที่ดิฉันได้พิจารณาจะดำเนินคดีกับผู้ที่ชอบเอาข้อมูลอันเป็นเท็จลงสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับช้าง…
รวมทั้งพวกที่ชอบให้ร้ายสร้างเรื่องเท็จ หมิ่นประมาท โจมตีดิฉัน และหนักกว่านั้นคือบางคนมีความหยาบคายมากด้วย…

ลามปามไปถึงบุพการีของดิฉัน…

ถ้าพูดกันด้วยเหตุด้วยผล บนข้อมูลที่เป็นจริง ดิฉันพร้อมรับฟัง เพราะคนเราก็ไม่ได้มีใครถูกเสมอไป…

แต่การมาให้ร้ายกันด้วยเรื่องเท็จ ผสมด้วยความหยาบคาย เป็นสิ่งที่รับไม่ได้…

ดิฉันได้ทราบว่า แม่ๆหลายท่านสนับสนุนการดำเนินการนี้ และมีทีมแคปทันไทยแลนด์ ที่แคปข้อความที่คนเหล่านี้มักโพสต์แล้วลบ โพสต์แล้วลบ …แต่ไม่ทันเพราะแม่ ๆ หลายคนแคปไว้หมดแล้ว…

รวมทั้งบางท่านก็ยินดีจะไปเป็นพยานให้ดิฉัน …

ดิฉันขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งนะคะ..

เมื่อดิฉันตัดสินใจแน่ชัดแล้ว ดิฉันจะแจ้งในเฟส..

ซึ่งจริง ๆ ตอนนี้ดิฉันมีรายชื่ออยู่ในใจแล้ว …

ทั้งพวกที่ชอบเอาข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์และพวกที่ด่าว่าดิฉันด้วยถ้อยคำหยาบคาย….หมิ่นประมาท..
รวมพวกชอบต่อยอดด้วย..

คนเหล่านี้สมควรได้รับบทเรียน 

และจะต้องเป็นบทเรียนราคาแพงด้วย..

ไม่เช่นนั้นก็จะพูดเรื่องเท็จ ให้ข้อมูลบิดเบือนกับคนทั่วไป..

ให้ร้ายคนอื่น ใช้ถ้อยคำหยาบคายไม่จบสิ้น ไม่มีความละอายใจ เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีของสังคม…

‘ดี้ นิติพงษ์’ แบน!! แม่หยัว จากกรณีวางยาสลบแมว ขอแสดงจุดยืน ลั่น!! หมาแมวดำ ก็มีชีวิตจิตใจ

(10 พ.ย. 67) จากประเด็นดรามาที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก สำหรับละครเรื่อง แม่หยัว ตอนที่ 5 ซึ่งมีฉากที่แมวดำถูกวางยาตาย โดยแมวได้กระตุก ตัวเกร็ง ตาค้าง และส่งเสียงร้อง ก่อนสลบ

ต่อมาผู้กำกับได้ออกมาชี้แจงว่ามีการวางยาสลบแมวจริง โดยมีเจ้าของแมวและผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลในทุกขั้นตอน แต่เรื่องราวยังไม่จบเพียงเท่านั้น เนื่องจากคนจำนวนมากเห็นว่าเข้าข่ายทารุณกรรมสัตว์ เพราะการวางยาสลบอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตแมวได้ และต้องเป็นไปเพื่อการรักษาเท่านั้น ทำให้เกิดแฮชแท็ก #แบนแม่หยัว ขึ้นเทรนด์ในโลกโซเชียล ขณะที่สัตวแพทยสภาฯ ได้ออกมาประกาศตรวจสอบด้วย

ด้าน ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค นักร้องและนักแต่งเพลงชื่อดัง ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงเรื่องดังกล่าวว่า 

#ในฐานะที่ฉันก็มีหมาดำ หมาแมวสีดำก็มีชีวิตจิตใจ การที่คุณบอกวางยาสลบแมวเพื่อเข้าฉาก โห…พูดไม่ออก ถ้านอกจากการรักษาไม่ควรเลย แล้วแมวมีเจ้าของคงไม่มีใครยอม (ถ้ายอมก็ยอมใจ) 

ถ้าเอาแมวจรมาแปลว่าคุณก็ไม่สนว่ามันจะเป็นยังไง แล้วต้องมีผู้เชี่ยวชาญวางยาให้ใช่ไหม !? …ฟื้นแล้วก็ปล่อยไปตามยถากรรมงั้นหรือ !?

ผมขอ #ร่วมต่อต้านการทารุณกรรมสัตว์ ครั้งนี้ ถึงละครเรื่องนี้ผมจะไม่ได้ดู แต่ก็ขอแสดงจุดยืน… และเป็นกระบอกเสียง #แบนแม่หยัว ครับ

สมาคมสื่อสร้างสรรค์ เพื่อสังคมจัดโครงการ 'แผ่นดินเดียวกัน ต้านภัยหนาว ให้ผู้ยากไร้' จัดเครื่องนุ่งห่มกันหนาวบนดอยประสบดินถล่ม และภัยหนาว

เมื่อวานนี้ (9 พ.ย.67) ที่ผ่านมาจากสถานการณ์ที่มีดินถล่ม ที่บ้านดอยแหลม ม.13 ต.แม่อาย อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 6 คน แบ่งออกเป็นชาย 1 คน หญิง 3 คน และเด็กชายอายุ 4 ขวบ 1 คน เด็กหญิง 5 เดือนจำนวน 1 คน ทำให้พื้นที่บ้านเรือนประชาชนบางแห่งได้รับความเสียหายจากดินถล่ม เมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมาก ซึ่งบ้านดอยแหลมเป็นหมู่บ้านของชาวลาหู่ มีบ้านเรือนจำนวน 214 หลังคาเรือน มีประชากรทั้งหมดจำนวนประมาณ 1000 คนเป็นชาวลาหู่ นับถือศาสนาพุทธ ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพทำไร่ทำสวน เป็นหมู่บ้านห่างไกล การช่วยเหลือเข้าถึงยาก 

ซึ่งล่าสุด นายเอกรินทร์ เสถียรมล ร่วมกับสมาคมสื่อสร้างสรรค์ โดยมีนายอภิรัฐ กุมกันไซย นายกสมาคมสื่อสร้างสรรค์ เพื่อสังคม ได้รับการประสานจากภรรยาผู้ใหญ่บ้าน และเป็นภรรยาของผู้ใหญ่บ้านที่เสียชีวิติจากเหตุกาณ์ดินถล่มเมื่อเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา ร้องขอความอนุเคาระห์เครื่องนุ่งห่มกันหนาว เนื่องจากหลังภัยดินถล่ม ประชาชนส่วนใหญ่มีฐานะยากจน จึงขาดเครื่องนุ่งห่มกันหนาว ทางนายเอกรินทร์ เสถียรมล ร่วมกับสมาคมสื่อสร้างสรรค์ โดยมีนายอภิรัฐ กุมกันไซย นายกสมาคมสื่อสร้างสรรค์ เพื่อสังคม ได้จัดโครงการ' แผ่นดินเดียวกัน ต้านภัยหนาว ให้ผู้ยากไร้ 'จัดเครื่องนุ่งห่มกันหนาวประมาณ 1 คันรถ ได้เดินทางออกจากกรุงเทพมาตั้งแต่เมื่อคืน มาถึงยังหมู่บ้านดอยแหลม เมื่อช่วงบ่ายของวันนี้

โดยมีนายเจตกรวีร์ จิรารัชต์พงศ์ ผู้ใหญ่บ้านดอยแหลม ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยภรรยาอดีตผู้ใหญ่บ้านที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดินถล่ม และมีชาวบ้านทั้งหมู่บ้านมาให้การตอนรับ ซึ่งทางชาวบ้านต่างดีใจที่ได้รับเครื่องนุ่งห่มในครั้งนี้ เนื่องจากหมู่บ้านชุมชนห่างไกล และอยู่บนดอยสูงชันทำให้มีการกาศหนาวเย็นในช่วงฤดูหนาว ซึ่งมีอุณหภูต่ำสุดอยู่ที่ 16 องศา


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top