Sunday, 8 November 2026
NEWS

สั่งปูพรมตรวจร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่มีมาตรฐาน

นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตั้งทีมลงตรวจค้นร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ ป้องกันการลักลิบขายสินค้าไม่มีคุณภาพ โดยต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนเลือกซื้อสินค้าอย่างปลอดภัย โดยเฉพาะสินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐานผ่านการตรวจสอบรับรองจาก สมอ.แล้ว 

ขณะเดียวกันยังต้องการแจ้งเตือนประชาชนที่สั่งซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ ที่กำลังเป็นที่นิยมกันในปัจจุบัน ให้ดูเครื่องหมายมาตรฐานที่รับรองคุณภาพสินค้าก่อนซื้อทุกครั้ง เพราะสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ไม่เพียงแต่จะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่ยังก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินในวงกว้าง

นายวันชัย กล่าวว่า ล่าสุดได้ตรวจสอบร้านค้าย่านศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ มีลักษณะเป็นอาคารพาณิชย์ 3 คูหา 5 ชั้น โดยชั้น 1 เปิดเป็นร้านจำหน่ายสินค้าอุปกรณ์ส่องสว่าง ชั้น 2 - 5 เป็นแหล่งพักเก็บสินค้าอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ พบโคมไฟ หลอดไฟ อุปกรณ์แปลงไฟ และสายไฟฟ้าไม่มีเครื่องหมาย มอก. จำนวน 142 รายการ กว่า 60,000 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท

กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เตือน!! April Fool's Day ซึ่งตรงกับวันที่ 1 เมษายนของทุกปี โพสต์ข่าวปลอม แชร์ข่าวปลอม มีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ในวันที่ 1 เมษายน ของทุกปี ในหลายประเทศทั่วโลก ถือเป็นวันโกหก (April Fool's Day) โดยผู้คนจะเล่นมุกตลกและเรื่องหลอกลวงต่อกัน แต่สำหรับในประเทศไทยนั้น การโพสต์ข้อความหลอกลวงหรือแชร์ข่าวปลอม ที่อาจทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดได้ มีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

ปอท. จึงฝากเตือนประชาชน ให้ระมัดระวังในการโพสต์หรือแชร์ข่าวต่าง ๆ ในโซเชียลมีเดียว่ามีโทษจำคุกและเสียค่าปรับ

พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560...

มาตรา 14 (1) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน

มาตรา 14 (2) ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน

และ มาตรา 14 (5) ผู้ใดเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ดังกล่าวข้างต้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ที่มา: https://www.nationtv.tv/main/content/378819727?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=social


สนับสนุนข่าวโดย : รับข้อเสนอพิเศษมอเตอร์โชว์ ในงาน Mazda Motor Show สัมผัสปิกอัพใหม่ All-New Mazda BT-50 และยนตรกรรมสกายแอคทีฟจากมาสด้า ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* รับประกันคุณภาพรถสูงสุด 5 ปี* และบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บ.* 24 มี.ค. 64 - 4 เม.ย. 64 ที่บูธและโชว์รูมทั่วประเทศ

ออมสิน ภาค 11 ผุดตลาดอาหารปลอดภัย “ตลาดนัดชุมชนวิถีคนอีสาน” ให้คนขอนแก่นอยู่ดีกินดี ลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ ส่งเสริมตลาดออฟไลน์สู่การเป็นตลาดออนไลน์

ออมสินภาค 11 จับมือสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดขอนแก่นและบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ผุดโครงการร่วมใจสร้างตลาดอาหารปลอดภัยให้คนขอนแก่นอยู่ดีกินดี “ตลาดนัดชุมชนวิถีคนอีสาน” ลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ ส่งเสริมตลาดออฟไลน์สู่การเป็นตลาดออนไลน์ สร้างการพัฒนาคุณภาพสินค้าของชุมชนหรือผู้ประกอบการรายย่อย และเพิ่มสภาพคล่องทางเศรษฐกิจในระดับจังหวัด

นายวรทัศน์ ธุลีจันทร์ รอง ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในพิธีลงนามข้อตกลงโครงการร่วมใจสร้างตลาดอาหารปลอดภัยให้คนขอนแก่นอยู่ดีกินดี “ตลาดนัดชุมชนวิถีคนอีสาน” ระหว่างหน่วยงานรัฐ 3 หน่วยงานได้แก่ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดขอนแก่น บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) และธนาคารออมสิน

เนื่องด้วยในปัจจุบัน พฤติกรรมการซื้อสินค้าและบริการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปเป็นความปกติใหม่ (New normal) ซึ่งในปัจจุบันเทคโนโลยี และอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง มีบทบาทสำคัญต่อสังคมโลกโดยเฉพาะ พฤติกรรมการซื้อสินค้าและบริการของผู้บริโภค จากการซื้อสินค้าที่ต้องเดินทางไปหน้าร้านค้าหรือโทรศัพท์สั่งสินค้า (Offline Marketing) เปลี่ยนเป็นการซื้อสินค้าบนอินเตอร์เน็ตผ่านร้านค้าออนไลน์ (Online Marketing) ที่นับวันยิ่งได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากขึ้น เพราะสะดวกสบาย มีโปรโมชั่นและบริการหลังการขายที่ไม่แตกต่างจากการเดินไปซื้อที่ร้านค้า ทำให้เกิดส่วนแบ่งทางการตลาดที่มากขึ้น ส่งผลกระทบต่อรายได้ที่ลดลงของผู้ประกอบการที่มีการขายสินค้าและบริการผ่านหน้าร้านค้าเพียงช่องทางเดียว

ประกอบกับในช่วงระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา เกิดสถานการณ์โรคระบาดจากเชื่อไวรัส COVID19 ขึ้นทั่วโลก รัฐบาลของประเทศต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย จำเป็นต้องออกมาตรการรองรับการควบคุมโรคระบาด การออกจากที่พักอาศัยไปซื้อสินค้าและบริการถูกจำกัดจากมาตรการทางสังคม ทำให้เกิดพฤติกรรมการบริโภครูปแบบใหม่ขึ้น กล่าวคือ เมื่อผู้บริโภคไม่สามารถเดินทางไปซื้อสินค้าและบริการที่หน้าร้านค้าได้สะดวกเช่นเดิม (Offline Marketing) การซื้อผ่านร้านค้าออนไลน์จึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยม และเมื่อใช้ช่องทางออนไลน์จนเกิดความเคยชิน เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคไปในวิถีใหม่หรือความปกติใหม่ (New Normal)

จึงเป็นที่มาของโครงการความร่วมมือในครั้งนี้ เพื่อสร้างโอกาสในการสร้างรายได้ในทั้งการขายสินค้าและบริการที่หน้าร้าน และการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้ผ่านการให้ความรู้ทางการเงินและเพิ่มทักษะทางการตลาดออฟไลน์และออนไลน์ สร้างรายได้และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้ประกอบการรายย่อยที่เข้าร่วมโครงการ

โครงการร่วมใจสร้างตลาดอาหารปลอดภัยให้คนขอนแก่นอยู่ดีกินดี “ตลาดนัดชุมชนวิถีคนอีสาน” จะช่วยยกระดับคุณภาพสินค้าให้ผู้บริโภคมีความปลอดภัย ผ่านระบบตลาดที่ได้มาตรฐาน เพื่อส่งเสริมและเพิ่มช่องทางการตลาดให้แก่สินค้าอุปโภคบริโภคของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และสินค้าพื้นถิ่นที่อยู่ในกรอบความร่วมมือนี้

พร้อมทั้งส่งเสริมความรู้แก่ผู้ประกอบการชุมชนในด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้าน ICT มาต่อยอดการผลิตและการตลาดในรูปแบบต่างๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการลงทุนของวิสาหกิจชุมชนทั้งขนาดเล็กและขนาดย่อย ให้สามารถมีช่องทางดำเนินการได้สะดวกและมีช่องทางดำเนินการมากขึ้น


สนับสนุนข่าวโดย : รับข้อเสนอพิเศษมอเตอร์โชว์ ในงาน Mazda Motor Show สัมผัสปิกอัพใหม่ All-New Mazda BT-50 และยนตรกรรมสกายแอคทีฟจากมาสด้า ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* รับประกันคุณภาพรถสูงสุด 5 ปี* และบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บ.* 24 มี.ค. 64 - 4 เม.ย. 64 ที่บูธและโชว์รูมทั่วประเทศ

ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กขอบคุณนักกายภาพบำบัด ระบุตนเองผ่านการทำกายภาพบำบัดมาแล้ว 2 ครั้งในชีวิต ครั้งแรกเมื่อกว่า 10 ปีก่อน โดยทั้ง 2 ครั้งได้คืนชีวิตให้กับตนเอง

จากกรณี นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้ลงพื้นที่ใกล้ชิดกับชาวบ้านตลาดกลางกุ้ง ตั้งแต่วันแรกที่ทราบข่าวมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 63 กระทั่งวันที่ 27 ธ.ค. 63 ลงพื้นที่ไปพร้อม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข ร่วมกันกินอาหารทะเลปรุงสุก จากนั้นเริ่มป่วยตรวจร่างกาย รพ.สมุทรสาคร นอนดูอาการ และได้รับการยืนยันว่า ติดโควิด-19 เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 63 ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 19 มี.ค. นายวีรศักดิ์ สามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 29 มี.ค. นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้โพสต์เฟซบุ๊ก “Sakravee Srisangdharma” เล่าถึงการทำกายภาพบำบัดระหว่างการรักษาพักฟื้นจากการติดเชื้อโควิด-19 ในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นครั้งที่ 2 ในชีวิตที่ตนเองได้รับการทำกายภาพบำบัด โดยเจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า "กายภาพบำบัด คืนชีวิตให้ผมมาสองครั้งแล้ว"

ครั้งแรกคือเมื่อสิบกว่าปีก่อน ตอนที่ผมเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ร่างกายซีกขวาใช้การแทบไม่ได้ทั้งซีก ต้องเริ่มฝึกหัดทุกอย่างใหม่ ทั้งฟื้นฟูร่างกายซีกขวาให้กลับมามีเรี่ยวแรงมากขึ้น และเปลี่ยนมาฝึกเขียนหนังสือและฝึกใช้ชีวิตด้วยข้างซ้ายเป็นหลักแทน

ครั้งนี้ก็เช่นกัน ผมตกใจมาก ตอนเห็นร่างกายตัวเองหลังฟื้นคืนสติขึ้นมา แขนขามีแต่หนังหุ้มกระดูก ไม่มีกล้ามเนื้อ ไม่มีเรี่ยวแรง แค่นั่งพิงเก้าอี้ข้างเตียงไม่กี่นาที หรือพูดไม่กี่ประโยคก็เหนื่อยเหมือนใจจะขาด คิดเสียใจที่เคยปรามาสโรคนี้ไว้ว่า คงจะอาการไม่หนัก และถอดใจว่า เราคงไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติได้อีกแล้ว แต่ได้แรงคุณหมอเวชศาสตร์ฟื้นฟูและนักกายภาพบำบัดทุกท่าน เข้ามาหัดให้ผมหายใจ หัดพูด นั่ง ยืน เดิน คืบหน้าไปแต่ละวันอย่างช้า ๆ ทำให้ทุกวันนี้ผมกลับมาพูดได้ เดินได้ กินข้าวเองได้ และทำงานได้ ถึงจะยังต้องฟื้นฟูอีกมากก็ตาม ถ้าเปรียบคุณหมอเป็นผู้กู้ชีพ รักษาอาการป่วยให้ผม

เวชศาสตร์ฟื้นฟู และนักกายภาพบำบัด ก็ถือเป็นผู้คืนชีวิตชีวา ให้ผมกลับคืนมาดูแลตัวเองต่อได้ การฟื้นคืนกลับมามีชีวิตของผม คือเรื่องราวที่เหมือน ‘ปาฏิหาริย์’ เป็นปาฏิหาริย์ที่มาจากการรักษาของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง กำลังใจจากทุกผู้คนที่มอบให้ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือ ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งในชีวิตของผม มาจากฝีมือ ความอดทน และความเอาใจใส่ ของนักกายภาพบำบัดนี่เองครับ"


สนับสนุนข่าวโดย : รับข้อเสนอพิเศษมอเตอร์โชว์ ในงาน Mazda Motor Show สัมผัสปิกอัพใหม่ All-New Mazda BT-50 และยนตรกรรมสกายแอคทีฟจากมาสด้า ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* รับประกันคุณภาพรถสูงสุด 5 ปี* และบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บ.* 24 มี.ค. 64 - 4 เม.ย. 64 ที่บูธและโชว์รูมทั่วประเทศ

สถานการณ์บ้านเมืองในพม่ายังคงดำดิ่งไร้จุดสิ้นสุด และล่าสุดมีข่าวจากทางสื่อรัสเซียว่า รัฐบาลทหารพม่า เตรียมสานพันธมิตรร่วมกับรัสเซีย ในการยกระดับการติดอาวุธกองทัพ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเจรจาเปิดดีลสั่งอาวุธจากรัสเซียมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท

รายงานข่าวนี้ สืบเนื่องจากการนัดประชุมระดับสุดยอดระหว่าง อเล็กซานเดอร์ โฟมิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมของรัสเซีย กับ นายพล มิน อ่อง ลาย ผู้นำสูงสุดของรัฐบาลทหารพม่า เมื่อวันศุกร์ที่ 26 มีนาคม และนับเป็นการเยือนพม่าอย่างเป็นทางการครั้งแรกของรัสเซีย หลังจากเกิดการรัฐประหารในพม่าตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์

มีการเปิดเผยว่า การประชุมสุดยอดระหว่างพม่า และ รัสเซีย ครั้งนี้เป็นความตั้งใจของทางรัสเซีย ที่ต้องการแสวงหาพันธมิตรในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งพม่าก็เป็นหนึ่งในประเทศที่มีความสำคัญในในเชิงยุทธศาสตร์ในย่านเอเชียแปซิฟิค อย่างมากที่รัสเซียไม่อาจปล่อยไปได้

และทั้งพม่า และ รัสเซีย ต่างมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ผ่านข้อตกลงซื้ออาวุธเข้ามาเสริมกองทัพพม่าเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องติดต่อกันนานหลายปี และเมื่อต้นปี 2021 พม่าเพิ่งตกลงสั่งซื้ออาวุธล็อตใหญ่จากรัสเซีย รวมถึง ระบบยิงขีปนาวุธพื้นดินสู่อากาศ Pansir - S1 โดรนสอดแนม Orlan-10E ระบบเรดาร์รุ่นล่าสุด และรถคอนวอยทหารอีกจำนวนหนึ่ง

จากข้อมูลของสถาบัน Stockholm International Peace Research Institute เปิดเผยว่า กองทัพพม่าได้สั่งซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จากรัสเซีย ไม่น้อยกว่า 807 ล้านเหรียญสหรัฐ (25,000 ล้านบาท) ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และมากที่สุดในบรรดาประเทศคู่ค้าอาวุธที่กองทัพพม่าได้เลยจัดซื้อ

ดังนั้นการมาเยือนของฝ่ายกลาโหมรัสเซีย ที่พม่าในครั้งนี้ จึงเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซีย และ กองทัพพม่ายังคงเหมือนเดิม ตราบใดที่ข้อตกลงเรื่องอาวุธยังคงอยู่

หลังการเปิดหน้าของรัสเซียในพม่าอย่างชัดเจน ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่สถานการณ์หลังจากนี้อาจเลวร้ายลงถึงขีดสุด จนหลายคนเห็นภาพสถานการณ์ในพม่า ซ้อนทับกับสงครามกลางเมืองในซีเรีย ดินแดนที่ถูกใช้เป็นสงครามตัวแทนระหว่างชาติมหาอำนาจ จนประเทศล่มสลายเหลือเพียงซากปรักหักพัง

ความสุ่มเสี่ยงที่พม่าจะกลายเป็นซีเรียแห่งอาเซียน เป็นการคาดการณ์ในระดับที่เลวร้ายที่สุดที่ไม่มีใครอยากให้เกิด เพราะไม่เป็นผลดีต่อเสถียรภาพของอาเซียนทั้งภูมิภาค โดยเฉพาะผลกระทบกับไทย ที่เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดที่สุดของพม่า จึงเริ่มมีการคุยกันระหว่างชาติในอาเซียนแล้วว่า คงหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้วที่จะต้องมีการแทรกแซงจากต่างประเทศ หากจำเป็น ซึ่งจะดีกว่าหากสามารถเจรจากันได้ในระดับอาเซียน

เพราะหากต้องถึงมือชาติมหาอำนาจตะวันตก ที่อาจไม่เข้าใจในปัญหา และสังคมพื้นถิ่นของชาวพม่าที่แท้จริง หรือเข้ามาเพื่อผลประโยชน์แอบแฝง ฉากจบคงไม่สวยงามดังในหนังฮอลลีวูดอย่างที่หลายคนคาดหวังไว้ก็เป็นได้

.

อ้างอิง:

https://www.themoscowtimes.com/2021/03/26/russia-to-deepen-ties-with-myanmar-military-junta-top-defense-official-says-in-first-visit-after-coup-a73387


สนับสนุนข่าวโดย : รับข้อเสนอพิเศษมอเตอร์โชว์ ในงาน Mazda Motor Show สัมผัสปิกอัพใหม่ All-New Mazda BT-50 และยนตรกรรมสกายแอคทีฟจากมาสด้า ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* รับประกันคุณภาพรถสูงสุด 5 ปี* และบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บ.* 24 มี.ค. 64 - 4 เม.ย. 64 ที่บูธและโชว์รูมทั่วประเทศ

เจ้าชายซาอุฯ เผย โครงการสีเขียว หารือร่วมมือ 5 ชาติอาหรับ ปลูกต้นไม้ 5 หมื่นล้านต้น ผลักดันพลังงาน - หมุนเวียน - ลดคาร์บอน - ลดมลพิษ - สู้โลกร้อน

มกุฎราชกุมาร Mohammed bin Salman แห่งซาอุดิอาระเบียได้ทรงเชิญผู้นำ คูเวต, กาตาร์, บาห์เรน, อิรัก และซูดาน หารือเผื่อผนึกกำลังในโครงการสีเขียว โดยต้องการปลูกต้นไม้พื้นที่มหาศาลกว่า 5 หมื่นล้านต้น และการส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ

โดยเจ้าชายทรงเผยโครงการที่ประสงค์จะปลูกต้นไม้กว่า 1 หมื่นล้านต้นในหลายสิบปีข้างหน้าในซาอุดิอาระเบีย และจะทำงานร่วมกับประเทศอาหรับในการปลูกต้นไม้ 4 หมื่นล้านต้น เพื่อลดก๊าซเรือนกระจก ต่อสู้กับมลพิษ และการเสื่อมโทรมของพื้นที่

รวมทั้งโครงการนี้ยังต้องการที่จะเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนภายในประเทศ โดยตั้งเป้าหมายที่จะผลิตพลังงานในประเทศให้ได้มากกว่า 50% จากพลังงานหมุนเวียนภายในปี 2030 ผลักดันการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และเพิ่มพื้นที่อนุรักษ์

โครงการสีเขียวเป็นส่วนหนึ่งในแผนวิสัยทัศน์ ปี 2030 ของพระองค์เพื่อลดการพึ่งพารายได้จากน้ำมัน และพัฒนาคุณภาพชีวิต

"ราชอาณาจักร ภูมิภาค และทั่วโลก จำเป็นต้องทำมากกว่านนี้และรวดเร็วกว่านี้ เพื่อแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง" มกุฎราชกุมาร Mohammed bin Salman แห่งซาอุดิอาระเบียตรัส
.

ที่มา

https://www.facebook.com/1523107561151019/posts/3557251361069952/

https://www.vision2030.gov.sa/en/vision/crown-message

https://www.reuters.com/.../saudi-crown-prince-discusses...

https://www.reuters.com/.../saudi-arabia-sees-fields-of…


สนับสนุนข่าวโดย : รับข้อเสนอพิเศษมอเตอร์โชว์ ในงาน Mazda Motor Show สัมผัสปิกอัพใหม่ All-New Mazda BT-50 และยนตรกรรมสกายแอคทีฟจากมาสด้า ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* รับประกันคุณภาพรถสูงสุด 5 ปี* และบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บ.* 24 มี.ค. 64 - 4 เม.ย. 64 ที่บูธและโชว์รูมทั่วประเทศ

ทุกข์หลังสุข!! ‘แข้งเมียนมา’ สุดซวย!! ถูกสมาคมบอลมาเลเซียแบน หลังชูสามนิ้วดีใจ สะท้อนต้านคณะรัฐประหาร

เฮียน เทต อ่อง นักฟุตบอลเมียนมา ในตำแหน่งปีกวัย 19 ปี ของสโมสรสลังงอร์ ในลีกรองของมาเลเซีย ถูกสมาคมฟุตบอลมาเลเซีย หรือ FAM สั่งแบน 1 นัด จากเหตุการณ์ที่เขาได้แสดงความดีใจหลังทำประตูได้ ด้วยการชูสามนิ้ว เพื่อแสดงสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐประหารในประเทศ ในการแข่งขันเมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่ต้นสังกัดเอาชนะ PDRM เอฟซี 3-0

แถลงการณ์ระบุว่า การกระทำเช่นนี้เป็นการกระทำที่ไม่มีน้ำใจนักกีฬา ตามระเบียบข้อที่ 59 เรื่องการแสดงภาษากายที่ไม่เหมาะสม และการพาดพิงถึงผู้อื่นอันเป็นการแสดงความแตกแยก

ทั้งนี้ แข้งรายนี้จะหมดสิทธิ์ลงสนามในเกมวันที่ 2 เมษายน ที่ต้นสังกัดจะเจอกับ เปรัค เอฟซี (ทีมสำรอง)

ทางด้าน เฮต ออง กล่าวหลังได้รับบทลงโทษดังกล่าวว่า “ผมถูกลงโทษฐานความประพฤติผิดในเกมฟุตบอล แต่ผมทำไปเพื่อจริยธรรมและมนุษยธรรม”

.
ที่มา: https://www.thairath.co.th/sport/thaifootball/changsuek/2058883


สนับสนุนข่าวโดย : รับข้อเสนอพิเศษมอเตอร์โชว์ ในงาน Mazda Motor Show สัมผัสปิกอัพใหม่ All-New Mazda BT-50 และยนตรกรรมสกายแอคทีฟจากมาสด้า ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* รับประกันคุณภาพรถสูงสุด 5 ปี* และบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บ.* 24 มี.ค. 64 - 4 เม.ย. 64 ที่บูธและโชว์รูมทั่วประเทศ

น้องภูผา อายุ 9 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.2 โรงเรียนประจำแห่งหนึ่ง ในอำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ ถูกรุ่นพี่ชั้น ป.5 และ ม.4 ทำโทษที่เข้าแถวไม่เป็นระเบียบ และถูกสั่งให้วิ่ง แต่น้องภูผาวิ่งไม่ไหวเพราะเจ็บขา รุ่นพี่ทั้ง 2 คน จึงใช้ยาซีม่า จำนวน 6 ขวด ราดตามร่างกาย

เป็นแผลพุพองโดยเฉพาะที่ขาหนีบและอวัยวะเพศ เป็นแผลมากที่สุด ต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเขาพนม กว่า 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา

ซึ่งขณะนั้น ผู้อำนวยการโรงเรียน ให้ข้อมูลที่แตกต่างกัน โดยยอมรับว่า รุ่นพี่ได้ทำโทษน้องภูผาจริง เพราะไม่รักษาความสะอาด จนเป็นหิด รุ่นพี่จึงใช้สำลีชุบยาซีม่า ทาที่ตัวน้องภูผาด้วยความหวังดี จนเป็นแผลพุพอง

ต่อมา นางจินตนาพร แม่ของน้องภูผา ยืนยันว่า น้องถูกรุ่นพี่ทำร้ายร่างกายอย่างแน่นอน ยอมรับยังคาใจในหลายประเด็นกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะครูที่รู้ว่าน้องเป็นแผลตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม แต่กลับไม่ยอมพาไปส่งโรงพยาบาล พร้อมกับจะดำเนินคดีกับครู และ รุ่นพี่ทั้งสองคนให้ถึงที่สุด

ขณะที่ ผู้อำนวยการโรงเรียน เปิดเผยว่า ตอนนี้ได้ตั้งกรรมการสอบสวนครูแล้ว ส่วนรุ่นพี่ที่ทำร้ายน้อง ผลสอบเสร็จสิ้นแล้ว เกิดจากรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทางโรงเรียนได้ว่ากล่าวตักเตือน พร้อมทั้งตัดคะแนนความประพฤติตามระเบียบ และ ทางโรงเรียนไม่ได้นิ่งนอนใจ พร้อมเยียวยาช่วยเหลือเด็ก และครอบครัว

เรื่องนี้กลายเป็นกระแสร้อนทั้ง สื่อหลัก และสื่อออนไลน์ ตลอดช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้องหลายฝ่าย อาทิ ผู้อำนวยโรงเรียน คณะครู นายอำเภอ สส.พื้นที่ และเจ้าหน้าที่ พมจ. รวมถึงนายจ้างของแม่น้องภูผา ขอให้ยุติไม่แจ้งความเอาผิดกับคนที่เกี่ยวข้อง ไม่เช่นนั้นจะให้ออกจากงาน

ความคืบหน้าวันนี้ ที่โรงพยาบาลเขาพนม ทางแม่ของน้องภูผา ซึ่งยังคงเฝ้าดูอาการป่วยของน้องมาอย่างต่อเนื่อง และมีลูกสาวและลูกชายพี่ๆ ของน้องที่มาคอยช่วยดูแล โดยอาการพบว่าบาดแผลพุพองได้หาย และตกสะเก็ดเกือบทั้งหมดแล้ว ยังมีเพียงเล็กน้อยในร่มผ้า และวันนี้แพทย์ได้อนุญาตให้กลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้

โดยจะออกจากโรงพยาบาลในช่วงบ่ายวันนี้ ซึ่งวันนี้ได้มีครูของน้องเดินทางมาดูแลด้วย โดยได้นำหนังสือเรียนมาให้น้องทั้ง 3 คน ได้อ่านเพื่อเตรียมตัวสอบในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นการสอบปลายภาค เพื่อไม่ให้การเรียนสะดุด และทางครูก็จะนำข้อสอบไปให้น้องทำที่บ้านต่ออีกด้วย

ขณะที่ แม่ของน้องภูผา บอกว่า อาการของน้องดีขึ้นมากแล้ว และขณะนี้จิตใจตนก็ดีขึ้นตามอาการของน้อง จึงได้ข้อสรุปว่า จะไม่ขอแจ้งความเอาผิดกับโรงเรียนทั้งในส่วนของนักเรียนรุ่นพี่ที่กระทำน้อง ครูที่ดูแล รวมถึงทางโรงเรียน และจะไปหาโรงเรียนใหม่ให้น้องทั้ง 3 คน เป็นโรงเรียน อ.เหนือคลอง เพราะบ้านของตนอยู่นั่น และขณะนี้ตนก็ได้งานใหม่แล้ว ก็เลยไม่หนักใจมากนัก แต่หากจะให้เรียนที่เดิม ก็จะลำบากตนเรื่องการเดินทางที่จะต้องไปมา 2 อำเภอ

ด้าน ครู บอกว่า ทาง ผอ.เป็นห่วงนักเรียนอย่างมาก จึงได้มอบหมายให้มาช่วยดูแลเรื่องการเรียนของเด็กที่ต้องต่อเนื่อง โดยจะดูแลจนกว่าจะสอบเสร็จ และหากทางแม่ต้องการให้เรียนที่โรงเรียนเดิม ทางโรงเรียนก็พร้อมที่จะดูแลอย่างเต็มที่ ส่วนหากจะย้ายโรงเรียนนั้นก็จะเดินเรื่องให้

ที่มา: https://www.thainewsonline.co/news/809181



สนับสนุนข่าวโดย : รับข้อเสนอพิเศษมอเตอร์โชว์ ในงาน Mazda Motor Show สัมผัสปิกอัพใหม่ All-New Mazda BT-50 และยนตรกรรมสกายแอคทีฟจากมาสด้า ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* รับประกันคุณภาพรถสูงสุด 5 ปี* และบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บ.* 24 มี.ค. 64 - 4 เม.ย. 64 ที่บูธและโชว์รูมทั่วประเทศ

แกนนำม็อบส่งจดหมายเปิดผนึก เรียกร้องกองกำลังชนกลุ่มน้อยชาติพันธุ์ร่วมลุกขึ้นสู้ต่อต้านกองทัพ หลังกองกำลังด้านความมั่นคงของพม่าสังหารพลเรือนไม่หยุด หวังเบรกการประท้วงรัฐประหาร

จนถึงตอนนี้ มีรายงานข่าวว่ากองกำลังด้านความมั่นคงของพม่า ได้สังหารพลเรือนที่ออกมาประท้วงไปแล้วร่วม 510 ศพ ในช่วงระยะเพียงแค่เกือบ 2 เดือน เพื่อหยุดการประท้วงต่อต้านรัฐประหารในช่วงที่ผ่าน ถึงกระนั้นประชาชนหลายพันคน ก็ยังออกสู่ท้องถนนอีกครั้งในวันจันทร์ (29 มี.ค.) ส่งผลผู้เสียชีวิตยังคงเพิ่มขึ้นไม่หยุด 

จากข้อมูลของสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมืองพม่า (AAPP) เผยว่า มีพลเรือนเสียชีวิตเพิ่มอีก 14 ราย ในวันจันทร์ (29 มี.ค.) พร้อมกับอัปเดตตัวเลขของวันที่ผ่าน ๆ มา โดยปรับเพิ่มยอดผู้เสียชีวิตเมื่อวันเสาร์ (27 มี.ค.) ซึ่งเป็นวันนองเลือดที่สุดนับตั้งแต่รัฐประหาร เป็น 141 ราย

ทั้งนี้ เหตุการณ์อาจจะส่อบานปลาย หลังจากหนึ่งในกลุ่มหลักที่อยู่เบื้องหลังการประท้วง และคณะกรรมการนัดหยุดงานประท้วงทั่วประเทศแห่งชาติพันธุ์ (General Strike Committee of nationalities หรือ GSCN) ได้เรียกร้องในจดหมายเปิดผนึกบนเฟซบุ๊ก ร้องขอกองกำลังชนกลุ่มน้อยชาติพันธุ์ ช่วยผู้คนที่กำลังยืนหยัดต่อสู้กับการกดขี่ที่ไม่ยุติธรรมของกองทัพ

“มันจำเป็นที่องค์การติดอาวุธชาติพันธุ์ต่าง ๆ ต้องร่วมมือกันเพื่อปกป้องประชาชน” ทางกลุ่มระบุและเผยต่อว่า... 

“กองทัพพม่าอ้างความชอบธรรมการกุมอำนาจไว้นานหลายทศวรรษว่า อ้างว่าพวกเขาเป็นสถาบันเดียวที่มีศักยภาพสงวนไว้ซึ่งความสามัคคีของชาติ ส่วนการยึดอำนาจเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์นั้น และพวกเขาอ้างว่าศึกเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนปีก่อน ที่พรรคของนางอองซาน ซูจี คว้าชัยชนะอย่างถล่มทลาย มีการโกงอย่างกว้างขวาง ทั้ง ๆ ที่คำกล่าวหาดังกล่าวนั้น ทางคณะกรรมการเลือกตั้งได้ปฏิเสธ” 

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว มีกระแสการต่อต้านจากทั่วโลกมากมาย เช่น ฟากทำเนียบขาวที่ออกมาประณามการเข่นฆ่าพลเรือนและการใช้กำลังถึงตายว่าเป็นเรื่อง ‘น่ารังเกียจ’ ของกองทัพพม่า ขณะที่ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ เรียกร้องเหล่านายพลพม่า หยุดฆ่าและปราบปรามผู้ประท้วง
.
อย่างไรก็ตาม เสียงประณามจากต่างชาติและมาตรการคว่ำบาตรจากตะวันตกดูท่าจะล้มเหลวในการชักจูงการตัดสินใจของเหล่านายพลพม่า

ทั้งนี้ในส่วนของจีนและอินเดีย ได้ปฏิเสธการประณามรัฐประหาร ส่วนรัสเซียเน้นย้ำความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพม่า ด้วยการส่ง อเล็กซานเดอร์ โฟมิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ไปร่วมพิธีสวนสนาม และให้คำสัญญากระชับความสัมพันธ์ทางทหาร โดยเครมลินอ้างว่ารัสเซียมีความสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์กับพม่ามายาวนาน แต่พวกเขาก็ไม่ได้เห็นด้วยกับเหตุการณ์ที่น่าเศร้าต่าง ๆ ในพม่า 

ที่มา: https://mgronline.com/around/detail/9640000030136


สนับสนุนข่าวโดย : รับข้อเสนอพิเศษมอเตอร์โชว์ ในงาน Mazda Motor Show สัมผัสปิกอัพใหม่ All-New Mazda BT-50 และยนตรกรรมสกายแอคทีฟจากมาสด้า ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* รับประกันคุณภาพรถสูงสุด 5 ปี* และบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บ.* 24 มี.ค. 64 - 4 เม.ย. 64 ที่บูธและโชว์รูมทั่วประเทศ

รัฐบาลญี่ปุ่น มีมติห้ามใช้ Line ส่งข้อมูลลับ หวั่นรั่วไหลถึงจีน หลังพบวิศวกร Line ในจีนเข้าถึงข้อมูลลูกค้ามาตั้งแต่ปี 2561

นายคัตสึโนบุ คาโตะ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่า รัฐบาลญี่ปุ่นมีมติห้ามการใช้แอปพลิเคชัน Line ส่งข้อมูลที่มีความอ่อนไหวเป็นการชั่วคราว

การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้น หลังจากที่สื่อรายงานว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคของบริษัทในเครือของ Line ที่ตั้งในจีน สามารถเข้าถึงข้อมูลของลูกค้าในญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งได้แก่ ข้อมูลเกี่ยวกับชื่อของผู้ใช้บริการ หมายเลขโทรศัพท์ และอีเมลแอดเดรส

นายคาโตะ ระบุว่า รัฐบาลจะระงับการใช้ Line เมื่อมีการส่งข้อมูลที่มีความอ่อนไหว และจะจัดตั้งคณะทำงานเพื่อออกแนวปฏิบัติในไม่ช้า 

ทั้งนี้ Line ถือเป็นแอปพลิเคชันยอดนิยมในโลกออนไลน์ โดยมีผู้ใช้บริการกว่า 86 ล้านรายในญี่ปุ่น รวมทั้งมีผู้ใช้บริการจำนวนมากในไทย ไต้หวัน และอินโดนีเซีย

ที่มา : https://www.infoquest.co.th/2021/74209


สนับสนุนข่าวโดย : รับข้อเสนอพิเศษมอเตอร์โชว์ ในงาน Mazda Motor Show สัมผัสปิกอัพใหม่ All-New Mazda BT-50 และยนตรกรรมสกายแอคทีฟจากมาสด้า ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* รับประกันคุณภาพรถสูงสุด 5 ปี* และบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บ.* 24 มี.ค. 64 - 4 เม.ย. 64 ที่บูธและโชว์รูมทั่วประเทศ

พีค of the week EP.12

แบน! แบน! แบน! สัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวการแบนร้านอาหารชื่อดัง งานนี้กลายเป็น Talk of the town ให้พูดถึง ทั้งในโลกออฟไลน์ ออนไลน์ นอกจากนี้ยังมีคดีดัง ๆ ที่ศาลต้องฟันฉับลงมา ทั้งการหยุดปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส. หญิงคนดัง และการสั่งจำคุกของร็อกเกอร์เบอร์ใหญ่ของประเทศ

แต่ที่ดูจะร้อนแรงและดราม่ากันทั้งสัปดาห์ ต้องยกให้ ดราม่าศิลปะคณะวิจิตรศิลป์ มช. กลายเป็นที่โจษจัน แบ่งมุมมองกันไป บ้างว่าเป็นงานศิลปะ บ้างว่าเป็นงานขยะ เวลานี้ พี่น้องชาวไทยคงต้องใช้วิจารณญาณในการพิจารณาเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสังคมกันให้เยอะ ๆ อากาศก็ร้อน โปรดใจเย็น ๆ กันนะคร้าบ! ว่าแล้วก็ไปเก็บตกกับข่าวมันส์ ๆ ใน พีค of the week EP.12 กันได้เลย Let’s go go go!

.


สนับสนุนโดย : รับข้อเสนอพิเศษมอเตอร์โชว์ ในงาน Mazda Motor Show สัมผัสปิกอัพใหม่ All-New Mazda BT-50 และยนตรกรรมสกายแอคทีฟจากมาสด้า ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* รับประกันคุณภาพรถสูงสุด 5 ปี* และบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บ.* 24 มี.ค. 64 - 4 เม.ย. 64 ที่บูธและโชว์รูมทั่วประเทศ

สื่อรัสเซียได้รายงานว่า ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน เกิดอาการข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์เล็กน้อยหลังได้รับวัคซีน Covid-19 เข็มแรกเมื่อวันอังคารที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการฉีดวัคซีนแบบส่วนตัวในห้องปิด และไม่ได้นำเสนอภาพการฉีดวัคซีนออกสื่อ

และเมื่อวันอาทิตย์ ปูตินก็ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อรัสเซียว่า เขามีอาการปวดกล้ามเนื้อ ในเช้าวันถัดมา แต่พอใช้ปรอทวัดไข้แล้ว อุณหภูมิร่างกายก็ปกติ ไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งวัคซีนที่ปูตินได้รับ ก็ไม่มีการเปิดเผยว่าเป็นวัคซีนตัวไหน เพียงแต่รู้ว่าเป็นวัคซีนที่พัฒนาโดยรัสเซียเอง ซึ่งนอกจากปูตินแล้ว ก็มีเพียงแพทย์ 3 คน ที่รับหน้าที่ฉีดวัคซีนให้กับปูตินเท่านั้นที่รู้

ตอนนี้ ที่รัสเซียสามารถพัฒนาวัคซีน Covid-19 ในประเทศได้แล้วถึง 3 ตัว วัคซีนจากรัสเซียที่ทั่วโลกรู้จักมากที่สุดคือ Sputnik-V ที่มีผลการทดสอบว่าสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรค Covid-19 ได้สูงถึง 92%

ส่วนวัคซีนล่าสุดอีก 2 ตัว ซึ่งอยู่ในช่วงการรอผลการทดสอบในขั้นสุดท้าย แต่ทางรัฐบาลรัสเซียได้รับรองแล้ว คือ EpiVacCorona และ CoviVac

ซึ่งวัคซีน Covid-19 ที่ฉีดให้แก่ปูติน คือ 1 ใน 3 วัคซีนจากรัสเซีย แต่เนื่องจากปูตินไม่ยอมเปิดเผย และไม่ยอมให้แพร่ภาพการฉีดวัคซีนของตัวเองออกสื่อ จึงเปิดช่องให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ โดยสื่อฝ่ายตรงข้ามว่า เป็นแค่การฉีดทิพย์ ไม่ได้มีการฉีดวัคซีนจริงๆ เป็นแค่น้ำตาลกลูโคสต่างหาก

ถึงจะโดนโจมตีแรง แต่ฝ่ายรัฐบาลก็ออกมายืนยันว่า ปูตินได้รับวัคซีนแล้วจริง ๆ หลังจากฉีดแล้วก็มาทำหน้าที่ตามปกติในวันถัดมา ส่วนผลข้างเคียงมีเพียงอาการปวดกล้ามเนื้อตามคำให้สัมภาษณ์ของปูตินเมื่อช่วงสุดสัปดาห์เท่านั้น

แต่การที่ปูตินไม่ยอมให้นำเสนอภาพการฉีดวัคซีนออกสื่อสาธารณะ จึงกลายเป็นประเด็นที่ถูกนำไปเปรียบเทียบกับผู้นำชาติอื่นๆ โดยเฉพาะ โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ และ บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ที่ให้สื่อมวลชนถ่ายทอดสด ช่วงที่ได้รับวัคซีน ให้ประชาชนเห็นกันจะ ๆ ว่าฉีดแล้ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของวัคซีน

และรัสเซียก็เป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ที่สามารถพัฒนาวัคซีน Covid-19 ได้สำเร็จ โดยมีการนำเอาชื่อ Sputnik ที่เป็นดาวเที่ยมดวงแรกของโลก ที่สร้างขึ้นในยุคสหภาพโซเวียต และเป็นหนึ่งในความภูมิใจของชาวรัสเซียมาตั้งเป็นชื่อวัคซีน และมีการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันได้ถึง 92% ซึ่งรัสเซียก็เป็นชาติแรกๆในยุโรปอีกเหมือนกันที่เดินหน้าโปรแกรมฉีดวัคซีนทั่วประเทศ

และปูตินก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เองว่า ตอนนี้มีชาวรัสเซียมากกว่า 4.3 ล้านคน รับวัคซีน Sputnik-V ครบ 2 เข็มไปแล้ว และมั่นใจว่าจะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในรัสเซียได้ไม่เกินช่วงฤดูร้อน หรือราว ๆ เดือนสิงหาคมของปีนี้

แต่จากผลสำรวจล่าสุดกลับพบว่า มีชาวรัสเซียมากถึง 2 ใน 3 ลังเลใจที่จะมารับวัคซีน Sputnik-V เพราะกลัวผลข้างเคียง และไม่เชื่อมั่นในข้อมูลของรัฐบาล ทั้ง ๆ ที่มีการทุ่มงบประมาณอย่างมากเพื่อรณรงค์ให้ชาวรัสเซียเข้ามาฉีดวัคซีน จึงทำให้โปรแกรมวัคซีนของรัสเซียยังคงหลุดเป้า

เพราะถึงจะออกแคมเปญ โฆษณามากมายเพียงใด แต่ถ้าคนระดับผู้นำอย่างวลาดิมีร์ ปูติน ยังต้องแอบฉีดในที่ลับตา และปิดข้อมูลเป็นความลับ ก็คงยากที่จะให้ชาวรัสเซียมั่นใจได้ว่า ตกลงปูติน ฉีดวัคซีนจริงๆ หรือเป็นเพียงยาหลอกที่ทำจากน้ำตาลกลูโคส

เห็นท่าว่า ท่านป๋าปูติน ผู้มีภาพลักษณ์แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี ต้องออกสื่อฉีดวัคซีนโชว์ให้ดูจริงๆสักเข็ม วัดกันแบบใจๆไปเลย เหมือนลุงที่บ้านเราซะแล้วหล่ะมั้ง

.

อ้างอิง:

https://www.express.co.uk/news/world/1416167/Covid-latest-vladimir-putin-russian-vaccine-sputnik-v-pandemic-lockdown-rossiya-petrov-ont

https://www.dw.com/en/two-more-russian-vaccines-what-we-do-and-dont-know/a-56811025


สนับสนุนข่าวโดย : รับข้อเสนอพิเศษมอเตอร์โชว์ ในงาน Mazda Motor Show สัมผัสปิกอัพใหม่ All-New Mazda BT-50 และยนตรกรรมสกายแอคทีฟจากมาสด้า ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* รับประกันคุณภาพรถสูงสุด 5 ปี* และบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บ.* 24 มี.ค. 64 - 4 เม.ย. 64 ที่บูธและโชว์รูมทั่วประเทศ

ปักกิ่งประกาศต่อสาธารณะต่อสหรัฐอเมริกา และแคนาดาในวันเสาร์ (27 มีนาคม) ต่อการที่ชาติตะวันตกเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ต่อการที่ปักกิ่งปฏิบัติต่อมุสลิมอุยกูร์ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอย่างไร้มนุษยธรรม

ด้าน วอชิงตันชี้ ยิ่งจีนตอบโต้ยิ่งทำให้เพิ่มความสนใจต่อปัญหาซินเจียงจากทั่วโลกมากขึ้น

ก่อนหน้านี้เอเอฟพีรายงานว่า รัฐบาลปักกิ่งสั่งจับชนกลุ่มน้อยอุยกูร์ไม่ต่ำกว่าล้านคนให้อยู่ภายในค่ายกักกัน อ้างอิงจากกลุ่มสิทธิมนุษยชน และยังมีการใช้กำลังบังคับจับหญิงชนกลุ่มน้อยเหล่านี้ทำหมันโดยไม่สมัครใจ รวมไปถึงการใช้แรงงานบังคับ และส่งผลให้สหภาพยุโรป, อังกฤษ, แคนาดา และสหรัฐฯ ออกคำสั่งคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่จำนวนไม่กี่คนของซินเจียงที่อยู่ในระดับทางการเมือง และเศรษฐกิจต่อปัญหานี้

ทันทีที่เหตุการณ์ล่วงล้ำเรื่องราวอุยกูร์ในซินเจียงขยายวง ทำให้จีนได้ออกแถลงการณ์ประณามอังกฤษโดยชี้ว่า ลอนดอนได้ออกมาตรการลงโทษคว่ำบาตรต่อจีนแต่ฝ่ายเดียว เพื่อลงโทษบุคคลต่อประเด็นสิทธิมนุษยชนซินเจียง โดยระบุว่า ความเคลื่อนไหวนี้ไม่ตั้งอยู่บนพื้นฐานใด นอกจากคำโกหก และข้อมูลเท็จ และขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ และประเพณีพื้นฐานการกำกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ยุ่งเกี่ยวกิจการภายในของจีนอย่างเลวร้าย รวมไปถึงบั่นทอนความสัมพันธ์จีน-อังกฤษ

โดยกลุ่มในอังกฤษที่ตกเป็นเป้าหมายการคว่ำบาตรของจีนในครั้งนี้ ได้ครอบคลุมไปถึงสมาชิกรัฐสภาสามัญชนผู้ดี 5 คน และสภาขุนนางอังกฤษอีก 2 คน และรวมไปถึงนักกฎหมาย และนักวิชาการ

นอกจากนี้ยังมีอีก 4 องค์กรที่ถูกคว่ำบาตรได้แก่ กลุ่มวิจัยจีน (China Research Group) คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนพรรคคอนเซอร์เวตีฟ (Party Human Rights Commission) องค์กรตรวจสอบอุยกูร์ อุยกูร์ ทริบูนอล (Uyghur Tribunal) และองค์กรทางกฎหมาย Essex Court Chambers

ขณะเดียวกันยังมีการคว่ำบาตรของจีนต่อสหรัฐฯ และแคนาดา โดยทางปักกิ่งให้เหตุผลว่า ต้องการตอบโต้เนื่องมาจากวอชิงตัน และออตตาวาใช้สิทธิ์คว่ำบาตรบนพื้นฐานของข่าวลือ และข้อมูลที่เป็นเท็จ

โดยกระทรวงต่างประเทศจีนระบุว่า สมาชิก 2 คนของคณะกรรมาธิการด้านเสรีภาพทางศาสนาระหว่างประเทศประจำสภาคองเกรสสหรัฐฯ 2 คนและสมาชิกรัฐสภาแคนาดา 1 คน รวมไปถึงสมาชิกคณะกรรมาธิการด้านสิทธิมนุษยชนประจำรัฐสภาแคนดา 1 คนถูกห้ามเดินทางเข้าจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และมาเก๊า

การตอบโต้ทางการทูตระหว่างปักกิ่ง และชาติตะวันตกเกิดขึ้นหลังจากก่อนหน้าปัญหาฝ้ายซินเจียงปะทุจนเป็นประเด็นหลังเสื้อผ้าแบรนด์ดังชาติตะวันตกเข้าร่วมขบวน เป็นต้นว่า ร้านเสื้อผ้าชื่อดังสวีเดน H&M ออกมาปฏิเสธที่จะไม่ซื้อฝ้ายจากซินเจียงที่เชื่อว่ามีการใช้แรงงานบังคับของมุสลิมอุยกูร์ ซึ่งในแถลงการณ์ของ H&M ปีที่แล้วทางบริษัทยืนยันว่า ไม่มีความร่วมมือกับบริษัททอผ้าตั้งอยู่ในเขตปกครองตนเองซินเจียงสำหรับผลิตภัณฑ์ของบริษัท อ้างอิงจากหนังสือพิมพ์เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์รายงาน

เอเอฟพีรายงานว่า ผลจากปัญหาฝ้ายซินเจียงทำให้ดาราชื่อดังของจีน และบริษัทไฮเทคต่างแห่ถอนตัวจากการเป็นพันธมิตรทางการค้ากับไนกี้ H&M อดิดาส เบอร์บิวรี และแคลวิน ไคลน์

.

ที่มา: https://mgronline.com/around/detail/9640000029511?fbclid=IwAR0DnHsmKBd2nzgwXocbRJ5x8aNuM8uBfeBnrUagA2ObgTLnnq8oier6xkk


สนับสนุนข่าวโดย : รับข้อเสนอพิเศษมอเตอร์โชว์ ในงาน Mazda Motor Show สัมผัสปิกอัพใหม่ All-New Mazda BT-50 และยนตรกรรมสกายแอคทีฟจากมาสด้า ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* รับประกันคุณภาพรถสูงสุด 5 ปี* และบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บ.* 24 มี.ค. 64 - 4 เม.ย. 64 ที่บูธและโชว์รูมทั่วประเทศ

เอย่าได้ดูคลิปที่หลายคนจะเรียกได้ว่าเป็นคลิปเรียกน้ำตาแห่งปีก็ว่าได้ เมื่อ มิสแกรนด์เมียนมา ‘ฮันเลย์’ (Han lay) ใช้เวทีประกวดขอให้นานาชาติเข้ามาช่วยประเทศของเธอ เพราะตอนนี้ทหารกำลังเข่นฆ่าประชาชน

สำหรับคนที่ไม่อยู่ในเมียนมาตอนนี้ คงน้ำตาท่วมจอแล้วบอกว่า ทหารเมียนมาช่างเป็นคนโหดร้ายฆ่าคนเป็นผักเป็นปลา แต่สำหรับ เอย่า ที่อยู่ในเมียนมาตอนนี้ อยากตั้งคำถามไปยัง ฮันเลย์ ว่า “ทำไมเธอพูดความจริงเพียงครึ่งเดียวล่ะ”

อย่างที่คนไทยทราบดีว่าเวทีมิสแกรนด์นี้ เป็นเวทีประกวดนางงามที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นเวทีเรียกแขกได้ตลอด ตั้งแต่ผู้จัดที่เอียงข้าง จนถึงตัวแทนประเทศไทยที่จะเรียกได้ว่าได้ตำแหน่งเพราะถอดแบบผู้จัดออกมาแบบด้ามเดียวกัน โดยเฉพาะทัศนคติทางการเมืองที่สุดโต่งแบบค้านระบอบการปกครองของไทยที่เป็นประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

แต่ดูเหมือนว่าทุกสิ่งสุดโต่งของเวทีนี้จะไม่ได้สะเทือนแค่ในประเทศไทยเท่านั้น เมื่อตัวแทนมิสแกรนด์คนนี้ได้ขึ้นพูดสุนทรพจน์ด้วยน้ำตาประหนึ่งว่าช่วยผู้คนของเธอด้วย และพยายามบอกว่าประชาชนของพวกเขากำลังโดนฆ่าด้วยทหารของพวกเขาเอง เอย่าว่านี่มันไม่ใช่แล้ว

อันแรกฮันเลย์ ถ้าเธอจำได้ เมื่อหลายปีก่อนผู้นำหญิงที่เธอรักตอนนั้นได้ร่วมมือกับทหารในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮิงญา แม้ต่างประเทศจะประณามอย่างไร จะถอดรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพอย่างไรก็ตาม ‘โนสน โนแคร์’ ทำไมเธอไม่พูดล่ะ หรือเพราะนั่นเป็นผู้นำที่เธอรัก

อย่างว่าแหละ…รักใครชอบใคร ตดที่ว่าเหม็นก็ยังหอม!!

เรื่องต่อมาทำไมเธอไม่พูดให้ครบล่ะว่าภาพที่เกิดขึ้นหลายๆ ภาพในประเทศเธอทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการปิดกั้นถนนด้วยวัสดุต่างๆ ก็ดี หรือล่าสุดคือการเผายางกลางถนนก็ดี มันไม่ได้เป็นฝีมือของทหาร แต่เป็นฝีมือของชาวบ้านที่ข่าวใช้คำว่าผู้ก่อการร้าย

ในเมียนมาตอนนี้ไม่มีผู้ก่อการร้ายหรอก มีแต่ผู้ประท้วงหัวรุนแรงเท่านั้นแหละ!!

ทำไมเธอไม่พูดให้หมดละว่าทำไมคนเมียนมาที่เขาไม่ยอมรับในอำนาจทหารแต่เขาเลือกจะอยู่ที่บ้าน ไม่ออกไปประท้วงหรือไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้ประท้วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่เป็นแกนนำ ก็ไม่เสียชีวิต

ทำไมเธอไม่พูดล่ะว่าการที่ทหารบุกค้นบ้านพักหรือสถานที่ใดๆ ก็ดี เขาเรียกให้เปิดก่อน แต่ด้วยคนในบ้านไม่เปิดไม่ตอบ เขาถึงต้องใช้กำลังในการบุกเข้าไป

อย่าลืมสิว่าเขาเข้าตรวจค้นนะ จะรอให้พวกคุณทำลายหลักฐานก่อนก็คงไม่ใช่!!

ความสูญเสียที่เกิดขึ้นตามภาพข่าวนั้น พวกคุณน่าจะรู้ดีนะ บ้านพม่าไม่ใช่หลังใหญ่ขนาดคนเคาะประตูหน้าห้องแล้วจะไม่ได้ยิน ถ้าคุณรีบเปิดประตู ความสูญเสียจากการใช้กระสุนปืนคงไม่เกิดขึ้น คงไม่ต้องบอกนะว่า เอย่า กำลังพูดถึงกรณีไหน? หลายๆ คนคงทราบดี

ถามว่าทำไมถึงรู้? เพราะการบุกค้นไม่ได้เกิดขึ้นกับแค่บ้านหรือสำนักงานของคนเมียนมาเท่านั้น แม้แต่สำนักงานที่มีเจ้าของเป็นชาวต่างชาติเขาก็ค้น แต่ถ้าเราไม่ขัดขืน ทำตามที่เขาบอก เขาอยากดูอะไร เช็คอะไร เปิดให้เขาดู

คุณรู้ไหมฮันเลย์ ตำรวจและทหารที่เข้าตรวจค้น เขาพูดว่าอะไร เขาบอกว่า “ขอโทษนะครับที่ทำให้พวกคุณกลัว พวกผมทำไปตามหน้าที่ครับ”

ถามว่าคำพูดแบบนี้ทำไมมันไม่เคยปรากฎต่อหน้าสื่อละ เพราะพูดไปใครๆ ก็หาว่าโกหกไงละ เพราะคนพม่าเลือกจะเชื่อไปแล้ว

สุดท้ายในเมื่อคุณเลือกที่จะ ‘หาแสง’ คุณอย่ามาอ้างว่าคุณกลับประเทศคุณไม่ได้ คุณสามารถดำเนินการกลับประเทศคุณได้นะ โดยติดต่อสถานทูตเมียนมาประจำประเทศไทย ไม่ต้องทำอะไรเลยจ้า แค่ยื่นพาสปอร์ต ลงชื่อไว้ เดี๋ยวเดือนหน้ามี Relieve Flight ทางสายการบินก็ติดต่อคุณเพื่อซื้อตั๋วก็แค่นั้น

แถมไม่ต้องมีการตรวจโควิดหรือทำเอกสาร Fit to Fly ก่อนบินด้วยนะไม่เหมือนคนต่างชาติ…อ้อ ได้ข่าวว่าต้นเดือนเมษายนนี้นี่ มีไฟลท์ คุณก็กลับได้แล้ว อย่าใช้คำอ้างว่าอันตรายแล้วตีเนียนขอลี้ภัยใช้ประเทศไทยเพื่อมาสร้างปัญหาในประเทศเมียนมา

ส่วนคนไทยในคลิปที่อ้างว่านางกลับไปเมียนมาไม่ได้นั้น ไม่ใช่นะจ๊ะ คนเมียนมาไม่มีเงิน เดินทางโดยเครื่องบินไม่ได้หรอก การที่นางมาได้ นางต้องประเมินค่าใช้จ่ายสำหรับตอนกลับไว้แล้ว สิ่งที่นางได้กระทำบนเวทีมิสแกรนด์นั้น นางก็แค่เป็นเหมือนดาราจำนวนหนึ่งที่ไม่เอาด้วยกับการรัฐประหารครั้งนี้

อย่ามาหากินกับวิกฤตบ้านเมืองตัวเอง ถ้าอยากออกตัวแรงวิ่งหาแสง ก็ควรจะรับผิดชอบโดยไปร่วมชุมนุมกับผู้เรียกร้องของเธอนะ อย่ามาเสวยสุขกินหรูอยู่สบายในไทย แล้วปล่อยให้พี่น้องที่เธอบอกว่าทหารกำลังฆ่าพวกขาตายนั้นถูกฆ่าไป โดยอ้างว่ากลับไปไม่ได้

เลือกจะพูดแล้วก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่พูดนะคะ เอย่าหวังว่าทางการไทยคงไม่ปล่อยให้นางเป็นคนที่จะสร้างปัญหาในประเทศไทยนะคะ ทุกวันนี้ลำพังปัญหาคนกลุ่มนี้ในประเทศไทยก็มากมายเหลือคนานับแล้ว เป็นเอย่าจะรีบส่งกลับประเทศเมียนมาให้ไวเลยค่ะ

.

ที่มา: AYA IRRAWADEE


สนับสนุนข่าวโดย : รับข้อเสนอพิเศษมอเตอร์โชว์ ในงาน Mazda Motor Show สัมผัสปิกอัพใหม่ All-New Mazda BT-50 และยนตรกรรมสกายแอคทีฟจากมาสด้า ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* รับประกันคุณภาพรถสูงสุด 5 ปี* และบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บ.* 24 มี.ค. 64 - 4 เม.ย. 64 ที่บูธและโชว์รูมทั่วประเทศ

"สิระ" ซัด "อมรัตน์" หยุดสะตอ ชี้! เลือกปฏิบัติ ย้อน! เคยไปดูตำรวจที่บาดเจ็บบ้างหรือไม่ แนะ ปชช.จำหน้าคนผลาญภาษีให้ดี ครั้งหน้าอย่ากาผิดอีก

วันที่ 29 มีนาคม 2564 นายสิระ เจนจาคะ ส.ส. กทม.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ระบุว่ายาเสพติดที่อ้างว่าตรวจค้นเจอในหมู่บ้านทะลุฟ้า ยืนยันไม่ได้ว่าเป็นเรื่องจริง รวมไปถึงเซ็กส์ทอย ถุงยางอนามัย เป็นของกลุ่มหลากหลายทางเพศที่นำเข้าไปจัดกิจกรรมนิทรรศการนั้น นางอมรัตน์ต้องหยุดสะตอ...ก่อน หยุดเอานิสัยตัวเองมาเป็นบรรทัดฐานชี้ว่าคนอื่นเขาจะต้องทำเหมือนตัวเองคิด แต่ละครั้งที่ออกมาแพล่ม ลักษณะเหมือนคนอ่านนิยายเยอะ มโนภาพ จินตนาการเก่ง น่าจะเหมาะกับอาชีพนักแต่งเรื่องมากกว่า ส.ส.

นายสิระ กล่าวต่อว่า นางอมรัตน์น่าจะเบอร์ต้นๆ ของพรรคก้าวไกลที่เที่ยวตระเวนไปประกันตัวพวกอันธพาลป่วนเมือง ก่อม็อบทำผิดกฎหมายทุกครั้ง แต่กลับไม่เคยเห็นนางอมรัตน์พูดถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตขณะปฎิบัติหน้าที่ในการชุมนุมแม้แต่ครั้งเดียว ทั้ง ๆ ที่ 2 ฝ่ายก็คือสถานะคนไทยทั้งคู่ ทำไมถึงเลือกปฎิบัติ นี่หรือคือความคิดของคนที่เข้ามาเป็นตัวแทนประชาชน ตนขอฝากไปถึงประชาชนที่เคยลงคะแนนเลือกพรรคการเมืองนี้เข้ามา ผ่านมา 2 ปี ส.ส.แต่ละคนของพรรคทำประโยชน์อะไรให้พวกท่านบ้างหรือไม่ จำหน้าคนพวกนี้ที่เข้ามาผลาญภาษีประชาชนให้ดี การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะได้ไม่กาผิดพลาด

นายสิระ กล่าวต่อว่า การชุมนุมในวันนี้มีการพัฒนาขึ้นอีกระดับหนึ่ง ช่วงแรกยังเจอแค่เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ แต่เมื่อวานนี้หมู่บ้านทะลุฟ้าพบทั้งถุงยางใช้แล้ว เซ็กซ์ทอย ยาเสพติด ทำให้ปฎิเสธไม่ได้ว่า ผู้ชุมนุมมีพฤติกรรมมั่วเซ็กส์ มั่วยา ออกมาชุมนุมเพราะต้องการมีแหล่งมั่วสุม ตนก็ขอเตือนให้ผู้ปกครองดูแลบุตรหลานของท่านด้วย นอกจากเรื่องการติดคุก ติดตารางจนหมดอนาคตแล้ว วันนี้สิ่งที่ต้องระวังคือเยาวชนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์กำลังจะตกเป็นเหยื่อทางเพศและยาเสพติด หลอกใช้ให้กระทำผิดกฎหมาย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top