Sunday, 8 November 2026
NEWS

'ไบเดน' เชื่อ!! จีนรู้อนาคตเศรษฐกิจ ขึ้นอยู่กับตะวันตก และอาจต้องเสียใจ หากเลือกเข้าข้างรัสเซีย 

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐ เตือนว่าประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีนอาจต้องเสียใจหากเข้าข้างรัสเซียในวิกฤตสงครามยูเครน เพราะจีนรู้ดีว่าอนาคตทางเศรษฐกิจของประเทศขึ้นอยู่กับชาติตะวันตกมากกว่ารัสเซีย

ไบเดนเปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวถึงการสนทนาระหว่างตนและผู้นำจีนว่า "ผมไม่ได้ขู่นะ แค่บอกตรงๆ ให้เขาเข้าใจถึงผลที่จะตามมาหากจีนให้ความช่วยเหลือรัสเซีย ผมชี้ให้เห็นถึงจำนวนของบริษัทอเมริกันและต่างชาติที่ถอยออกจากรัสเซีย อันเป็นผลมาจากการกระทำที่ป่าเถื่อนของพวกเขา"

ขณะที่รัฐบาลสหรัฐยังคงกดดันให้จีนละเว้นจากการสนับสนุนรัสเซีย ให้ความช่วยเหลือทางทหาร รวมถึงการช่วยรัสเซียหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรจากตะวันตก

นอกจากนี้ไบเดนยังกล่าวว่า NATO จะเพิ่มศักยภาพด้านการป้องกัน และพร้อมที่จะตอบโต้หากรัสเซียใช้อาวุธเคมี ชีวภาพ หรือนิวเคลียร์โจมตียูเครน

สื่อระบุว่าไบเดนชี้ให้เห็นถึงการพึ่งพากันทางเศรษฐกิจระหว่างจีนและสหรัฐ ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด เพื่อกันจีนออกจากรัสเซีย หลังจากที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียเยือนกรุงปักกิ่งในเดือนที่แล้ว และประกาศว่าทั้งสองประเทศเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ "ที่ไม่มีขีดจำกัด"

แรมโบ้ ควง บิ๊กโจ๊ก บุกค้น ‘มังกรฟ้า’ พบสลาก 2 ล้านใบ ทั้งที่ไม่ได้โควตา

อนุฯ แก้หวยแพง เร่งประชุม หาจุดอ่อนจุดแข็ง ปิดช่องโหว่หายเกินราคา “แรมโบ้” ย้ำ นโยบายไม่ต้องอิงมาตรการกองสลากเพียงอย่างเดียว - รุดร่วม บิ๊กโจ๊ก บุกค้น บ.มังกรฟ้าลอตเตอรี่ พบสลากกว่า 2 ล้านใบ ทั้งที่ไม่ได้รับโควตา

เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล ครั้งที่ 3/2565 ประชุมติดตามความคืบหน้าการติดตามแก้ไขปัญหาขายลอตเตอรี่เกินราคา

พิธีปิดการฝึกผสม COPE TIGER 2022 ณ กองบิน ๑ จังหวัดนครราชสีมา

พลอากาศเอก นภาเดช  ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมด้วย MG Kelvin Khong (พลอากาศตรี เคลวิน ค็อง) ผู้บัญชาการทหารอากาศสาธารณรัฐสิงคโปร์ และ MG David Burgy (พลอากาศตรี เดวิด เบอร์กี้) ผู้แทน ผู้บัญชาการทหารอากาศสหรัฐอเมริกา ภาคแปซิฟิก ร่วมเป็นประธานในพิธีปิดการฝึกผสม COPE TIGER 2022 ณ กองบิน ๑ จังหวัดนครราชสีมา 

การฝึกผสมโคปไทเกอร์ (Multi-Lateral Exercise Cope Tiger) ถือได้ว่าเป็นการฝึกผสมทางอากาศ ที่มีการสนธิกำลังทางอากาศใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการนำกำลังทางอากาศ จาก ๓ ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย สาธารณรัฐสิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา เข้าร่วมการฝึก มีการพัฒนารูปแบบการฝึกให้เข้ากับสถานการณ์การสู้รบในปัจจุบัน จะมีการสมมติสถานการณ์เสมือนจริง ทั้งด้านการควบคุมและสั่งการ การฝึกยุทธวิธีการรบระหว่างเครื่องบินรบต่างแบบ การฝึกโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายภาคพื้นดินที่มีการต่อต้านจากกอาวุธของหน่วยต่อสู้อากาศยานภาคพื้น การฝึกด้านการข่าวกรองยุทธวิธีโดยใช้อากาศยานไร้คนขับ และการให้การสนับสนุนของหน่วยสนับสนุนต่าง ๆ สำหรับวัตถุประสงค์ในการฝึกครั้งนี้ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของหน่วยบิน และหน่วยต่อสู้อากาศยานที่เข้าร่วมการฝึก และเพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติการทางอากาศผสม อีกทั้งยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างมิตรประเทศ ที่เข้าร่วมการฝึกอีกด้วย

‘สวิตเซอร์แลนด์’ เดินหน้าคว่ำบาตร ‘รัสเซีย’ สั่งอายัดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท

25 มี.ค. 65 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ได้อายัดทรัพย์สินของรัสเซียในสวิตเซอร์แลนด์มูลค่าราว 5,750 ล้านฟรังก์สวิส (207,440 ล้านบาท) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการคว่ำบาตร และมีแนวโน้มที่มูลค่าของสินทรัพย์ที่ถูกอายัดจะเพิ่มขึ้น

นายเออร์วิน บอลลินเจอร์ เจ้าหน้าที่อาวุโสของสำนักเลขาธิการกิจการเศรษฐกิจสวิตเซอร์แลนด์ หรือ เซโก (State Secretariat for Economic Affairs : SECO) หน่วยงานที่มีหน้าที่ดำเนินการ ตามมาตรการคว่ำบาตร เผยในกรุงเบิร์น เมื่อวันพฤหัสบดีว่า นับเป็นครั้งแรก ที่เซโกเปิดเผยจำนวนเงินที่อายัดต่อสาธารณชน ซึ่งล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 5,750 ล้านสวิสฟรังก์ (6,170 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

เปิดข้อความ 'แก๊งคอลเซ็นเตอร์' ปลุกใจทำยอด 'คนจะโดนยังไงก็โดน - จงทำทุกสายให้ดีที่สุด'

จากกรณีที่จับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายใหญ่ มีผู้ต้องหา 28 ราย ช่วยเหลือเหยื่อคนไทย 5 ราย อยู่ระหว่างคัดแยก 28 ราย รวม 61 ราย ใจกลางเมืองพระสีหนุ หลังสืบทราบว่า อ้างเป็นตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ และ พนักงาน DHL Fed EX ผู้เสียหายจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปยังประเทศกัมพูชา เพื่อประสานขอความร่วมมือกับตำรวจประเทศกัมพูชาเพื่อจับกุมในครั้งนี้

ระยอง - ผบ.ตร.เปิดอาคารที่ทำการตำรวจภูธรระยองหลังใหม่ มูลค่า 46 ล้านบาทเศษ ทดแทนอาคารที่ทำการเดิมที่ชำรุดใช้งานมายาวนานกว่า 40 ปี

ระยอง-ผบ.ตร.เปิดอาคารที่ทำการตำรวจภูธรระยองหลังใหม่ มูลค่า 46 ล้านบาทเศษ ทดแทนอาคารที่ทำการเดิมที่ชำรุดใช้งานมายาวนานกว่า 40 ปี

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 24 มี.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานกดปุ่มแพรคุมป้ายเปิดอาคารที่ทำการตำรวจภูธรจังหวัดระยองอย่างเป็นทางการ โดยมี พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม รองจเรตำรวจแห่งชาติ นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง และ พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง 

พร้อมด้วย นายณพลสัมภาษณ์ บริบูรณ์ นายกสมาคมสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์ตะวันออก และที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภคสภาผู้แทนราษฎร น.ส.นภชนก เหมือนนามอญ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภคสภาผู้แทนราษฎร สื่อมวลชน แขนกต่างๆและภาคเอกชน ประชาชนในพื้นที่ ร่วมเป็นสักขีพยาน และแสดงความยินดีจำนวนมาก

กนอ.สั่งระงับกิจการ-ใช้อาคารส่วนที่เสียหายในนิคมฯ บางปู พร้อมกำชับเร่งหาสาเหตุเพลิงไหม้โรงงานโดยเร็ว

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เร่งหาสาเหตุเพลิงไหม้โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมบางปู แจ้งเจ้าหน้าที่ควบคุมเหตุการณ์ได้ภายใน 1.15 ชั่วโมง โดยไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ไร้สารเคมีหรือมลพิษที่เป็นอันตรายกับชุมชน พร้อมสั่งการให้โรงงานระงับการประกอบกิจการชั่วคราว

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สำหรับเหตุเพลิงไหม้โรงงานของบริษัท มินเทค เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมบางปู ตำบลแพรกษา อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อเวลาประมาณ 23.15 น. ของวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา

โดยบริษัทฯ ประกอบกิจการผลิตและประกอบหมวกกันกระแทก และหมวกนิรภัยสำหรับใช้เล่นกีฬา มีพื้นที่กว่า 5 ไร่ เหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นบริเวณด้านข้างโรงงาน ซึ่งนิคมอุตสาหกรรมบางปูได้ประสานไปยังสถานีดับเพลิง และนักผจญเพลิงในพื้นที่เข้าดำเนินการช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน จนสามารถควบคุมเพลิงและระงับเหตุได้ในเวลา 00.30 น. ของวันที่ 25 มี.ค. 65 ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเพื่อหาสาเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ 

'สหรัฐฯ-ยุโรป' กุมขมับ!! ส่อแตะยุคข้าวยากหมากแพง สารพัดม็อบโผล่ 'ดอลลาร์-ยูโร' แกว่ง แต่รูเบิลรัสเซียแรง

ภายหลังจากยุโรปรับคำสั่งสหรัฐฯ และอังกฤษ ให้แบนรัสเซีย ผลทางจิตวิทยาชั่วคราวระยะสั้นค่าเงินรูเบิลรัสเซียอ่อนค่าลงเป็นราว 140 รูเบิล/ดอลลาร์

แต่ไม่นานนักเมื่อรัสเซีย โต้กลับสหรัฐฯ-ยุโรป โดยเริ่มแบนกลับพลังงานน้ำมัน ก๊าซ ถ่านหิน ปุ๋ย ก็ทำให้โลกความจริงกลับมา สิ่งที่คนยุโรปกลัวที่สุดคือ "หุ้นตก" อัตราเงินเฟ้อเกิน 7.0% การใช้จ่ายถดถอย น้ำมัน ก๊าซ สินค้าอุปโภคบริโภคแพงมาก ปุ๋ยที่เป็นต้นธารอาหาร ขาดแคลน ราคาแพง

สารพัดม็อบในยุโรปหลายชาติ เริ่มโผล่มาปิดถนน ปิดเมืองหลวง รัฐบาลยุโรปเริ่มออกอาการร่อแร่

ทันทีทันใด รัสเซีย ก็รีบหวดซ้ำ โดยแบนอาหาร และประกาศขายพลังงานให้ประเทศที่ขึ้นบัญชีดำว่าไม่เป็นมิตรเป็นเงิน "เปรโตรรูเบิล" เท่านั้น ไม่รับชำระเป็นดอลลาร์, ยูโร หรือปอนด์ 

สิ้นคำประกาศของฝั่งรัสเซีย ตลาดหุ้นในยุโรป ร่วงกราว เงินรูเบิลมี Demand ความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างไม่อั้น เพื่อแลกไว้เป็นเงินทุนสำรองซื้อพลังงานราคาถูกจากรัสเซีย 

ประเทศต่างๆ ในยุโรปที่เคยทำสัญญากับรัสเซียว่าจะซื้อขายพลังงานกันเป็นดอลลาร์-ยูโร ถึงกับเหวอ ต้องเร่งเทขายทิ้ง วิ่งไปหาซื้อรูเบิล มาสำรองจ่ายค่าพลังงานราคาถูกจากรัสเซีย ไม่เช่นนั้นจะถูกตัดพลังงาน 

ส่งผลให้ค่าเงินรูเบิลล่าสุดแข็งค่าขึ้นมาเป็น 89.5 รูเบิล/ดอลลาร์ ส่วนค่าเงินดอลลาร์ ยูโร ต่ำลงไปอีก 10% แถมตลาดหุ้นตื่นตระหนกร่วงซ้ำลงไปอีก  

'บลูเทค ซิตี้' ร่วมกับมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ มอบอุปกรณ์ป้องกันโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อใช้ในภารกิจโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา

บลูเทค ซิตี้ ร่วมกับมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ มอบอุปกรณ์ป้องกันโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้กับศูนย์พักคอยวัดเขาดิน ต.เขาดิน และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ต.บางสมัคร อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนในกลุ่มเสี่ยงและส่งต่อให้ความช่วยเหลือ ผู้เฝ้าระวัง กักตัว 7 วัน ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 และกักตนเองที่บ้านส่งผลให้ขาดรายได้ในช่วงถูกกักตัว

บลูเทค ซิตี้และมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ได้ตระหนักถึงผลกระทบของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเพื่อส่งต่อความห่วงใยไปยังพี่น้องชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา และพื้นที่อำเภอบางปะกงให้ปลอดภัยจากโควิด-19 โดยได้อุปกรณ์ป้องกันโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 ประกอบด้วย ฟูก PVC จำนวน 30 ชุด/ มาม่า จำนวน 50 กล่อง / น้ำดื่ม จำนวน 100 แพ็ก / ข้าวสาร 5 กิโลกรัม จำนวน 60 ถุง / ปลากระป๋อง จำนวน 20 ลัง ให้กับศูนย์พักคอยวัดเขาดิน ต.เขาดิน และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ต.บางสมัคร อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา 

Good Morning THE STATES TIMES | ประจำวันที่ 25 มีนาคม 2565

เช้านี้มีอะไรอัปเดต!!
#GoodMorningTHESTATESTIMES
ประจำวันที่ 25 มีนาคม 2565

พบกับประเด็นข่าวน่าลิงก์ Good Morning THE STATES TIMES
ข่าวยามเช้าที่จะมาสแตนบาย ทุกวันอังคาร-เสาร์ ตั้งแต่เวลา 5.00 น. เป็นต้นไป
โดย ปริม-กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา

.

.

พ่อเมืองแปดริ้ว เปิดอบรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายความมั่นคงระดับผู้บริหาร

(24 มีนาคม 2565)​ ห้องประชุม โรงแรม ทีวินเทจ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา​ นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผจว.ฉะเชิงเทรา เป็นประธานการฝึกอบรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายความมั่นคงระดับผู้บริหาร กอ.รมน.จังหวัด ฉช. ตามที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้ให้ กอ.รมน.จังหวัด ฉ.ช. จัดการ
ฝึกอบรมหลักสูตรพัฒนาเครือข่ายความมั่นคงระดับผู้บริหารของ กอ.รมน.จังหวัด ฉ.ช. โดยมีความมุ่งหมาย เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือของ ผู้นำองค์กร ในระดับผู้บริหารของภาครัฐ/รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน​ สื่อมวลชน ภาคแกนนำมวลชน และภาคประชาชน ภายในจังหวัด ในการที่จะเตรียมความพร้อม และรับมือกับ ภัยคุกคาม และภัยพิบัติ ได้ทุกรูปแบบ ควบคู่ไปกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงที่มือยู่ในทุกมิติ

โดยใช้กลไกการแก้ไขปัญหาแบบการมีส่วนร่วม และบูรณาการของทุกภาคส่วน ในการมีส่วนร่วมดำเนินการบนพื้นฐานของหลักธรรมาภิบาล และ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วัตถุประสงค์เพื่อสร้างเครือข่ายในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคงภายในจังหวัดฉะเชิงเทรา สร้างองค์ความรู้ และความเข้าใจ ในบทบาท และอำนาจหน้าที่ของ กอ.รมน.เพื่อบูรณาการการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงทุกภาคส่วน และเพื่อสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา
ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง และความสงบเรียบร้อยของสังคม​ เพื่อการขับเคลื่อนการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และให้มวลชนเข้ามามีส่วนร่วมและสนับสนุนการปฏิบัติงานของ กอ.รมน.

'อลงกรณ์' เผยราคายางยังอยู่ในช่วงขาขื้น เร่งเดินหน้าลดพื้นที่ยางปีละ​ 1​ แสนไร่​ ตามมาตรการบริหารอุปสงค์อุปทานเพื่อสร้างเสถียรภาพราคาระยะยาว

'อลงกรณ์' เผยราคายางยังอยู่ในช่วงขาขื้น เร่งเดินหน้าลดพื้นที่ยางปีละ​ 1​ แสนไร่ตามมาตรการบริหารอุปสงค์อุปทานเพื่อสร้างเสถียรภาพราคาระยะยาว พร้อมคาดส่งออกยางพาราปีนี้ 4.2 ล้านตัน​ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน​ แม้เผชิญผลกระทบจากปัญหาสงครามยูเครน-รัสเซีย​ และการแพร่ระบาดโควิดระลอกใหม่

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามและเสนอมาตรการแก้ไขปัญหาราคายางและรักษาเสถียรภาพราคายาง ได้ประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2565 ณ ห้องประชุมรัษฎา อาคาร 2 ชั้น 2 การยางแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นายกุลเดช พัวพัฒนกุล ประธานการยางแห่งประเทศไทย นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการตลาด นายประพันธ์ บุณยเกียรติ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการค้าและการลงทุน นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีพาณิชย์ นายเมฆินทร์ เอี่ยมสอาด นายนฐกร สุวรรณธาดา คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานเกษตรในทุกภูมิภาคทั่วโลก ผู้แทนชาวสวนยาง สถาบันชางสวนยาง และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกล

นายอลงกรณ์เปิดเผยวันนี้ว่า​ ที่ประชุมได้มีการรายงานถึงสถานการณ์เศรษฐกิจ ตลาดยางพารา ในประเทศคู่ค้าที่สำคัญโดยมุมมองทูตเกษตร จากสหภาพยุโรป กรุงโรม  กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ออสเตรเลีย รัสเซีย จีน กรุงโตเกียว กรุงจาการ์ต้า และลอสแองเจลิส (เม็กซิโก-ลาตินอเมริกา) ซึ่งจากรายงานการวิเคราะห์สถานการณ์ข้อมูลต่าง ๆ ทั่วโลก มีปัจจัยที่ส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อเสถียรภาพและราคายาง ได้แก่ การแพร่ระบาดรอบใหม่ของโควิด-19 ในประเทศคู่ค้าหลัก  โดยเฉพาะประเทศจีน ตลอดจนการเกิดปัญหาสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ส่งผลต่อค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ฯลฯ
การรายงานสถานการณ์ยางพารา เดือนมีนาคม และคาดการณ์ราคายางพารา เดือนเมษายน 2565 โดยฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย ได้รายงานคาดการณ์ปริมาณผลผลิตยางพารา ปี 2565 มีปริมาณ 4.907 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1.48% คาดการณ์ปริมาณการส่งออกยางพารา ปี 2565 มีปริมาณ 4.218 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.03% ซึ่งในปี 2563 สัดส่วนการส่งออกยางพาราของไทย มีปริมาณการส่งออกไปยังประเทศจีน มากที่สุด ในปี 2564 มีปริมาณการส่งออกไปยังประเทศจีน 54% รองลงมาได้แก่ มาเลเซีย 10 % สหรัฐอเมริกา 6 % ญี่ปุ่น 5 % และเกาหลีใต้ 3 %  

ที่ประชุมได้รับทราบ 1) Supply side ด้านการปลูกแทนพื้นที่ยางพาราและเป้าหมายการส่งเสริมและสนับสนุนการปลูกแทน ปี 2565 ของการยางแห่งประเทศไทย มีเป้าหมายดำเนินการ พื้นที่รวม 200,000 ไร่ โดยได้ดำเนินการปลูกแทนไปแล้ว จำนวน 150,641.15 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 75.32 แบ่งออกเป็น 1. การตัดยางเก่าเป้าหมายปีละ1แสนไร่โดยปลูกยางใหม่ทดแทนด้วย ยางพันธุ์ดี สามารถดำเนินการคืบหน้าได้แล้ว​ 83,645.10 ไร่ 2.การตัดยางเก่า1แสนไร่โดยปลูกไม้ยืนต้นเชิงเดี่ยวทดแทนมีความคืบหน้า​ 54,356 ไร่​ เกษตรกรรมยั่งยืน 6,536.35 ไร่ และแบบสวนยางยั่งยืน 6,103.70 ไร่ ข้อมูล ณ วันที่ 21 มี.ค.2565 ทั้งนี้ กยท.คาดการณ์ว่าราคายางพาราช่วงเดือนมีนาคมและเมษายนยังอยู่ในช่วงขาขึ้น

2) ความคืบหน้าโครงการจัดตั้งพื้นที่บริหารจัดการยางพาราทั้งระบบ (Rubber Valley) เพื่อศึกษาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการพัฒนาเป้าหมายที่มีศักยภาพรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ปี 2565 นายอลงกรณ์ ได้ให้ข้อสังเกตในการกำหนดรูปแบบการบริหารโครงการว่าควรมีการกำหนดตั้งแต่ต้นว่าควรจะเป็นการบริหารจัดการในรูปแบบใด ยกตัวอย่างเช่น การบริหารแบบบริษัทร่วมทุนและควรมีการพัฒนาอุตสาหกรรมอื่นร่วมไปพร้อมกับการพัฒนาเขตอุตสาหกรรมยางพาราด้วย เช่น ปาล์มน้ำมัน ผลไม้ เป็นต้น

3) การดำเนินการเก็บข้อมูลผลผลิตยางพารา​(Productivity) และรายได้เฉลี่ยต่อไร่ของเกษตรกรผู้ปลูกยางในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนตัวชี้วัดด้านผลผลิตและรายได้ของเกษตรกรชาวสวนยาง ตามแผนวิสาหกิจการยางแห่งประเทศไทย ระยะ 7 ปี (พ.ศ.2564-พ.ศ.2570) ตามยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนายางพาราทั้งระบบ โดยในปีงบประมาณ 2565 การยางแห่งประเทศไทย จะดำเนินการเก็บข้อมูลผลผลิตยางพาราและรายได้เฉลี่ยต่อไร่ของเกษตรกรผู้ปลูกยางในประเทศไทย จากเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง ในพื้นที่ 45 จังหวัด ทั่วประเทศ เพื่อยกระดับการเพิ่มปริมาณผลผลิตต่อไร่ของเกษตรกรให้สูงขึ้น 

มทภ.4 พบปะพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายสื่อมวลชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ติดอาวุธแห่งการรับรู้ ด้วยความจริงอย่างสร้างสรรค์

(24 มีนาคม 2565)​ ห้องน้ำพราว โรงแรม ซี.เอส.ปัตตานี อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานในกิจกรรม "พบปะพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายสื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้" ซึ่งศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้าจัดขึ้น เพื่อพบปะกระชับความสัมพันธ์ รวมทั้งหารือแลกเปลี่ยนเสนอแนะแนวทางข้อคิดเห็น และประสานขอความร่วมมือในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารอันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความเข้าใจทั้งในและนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งต่างประเทศ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการปฏิบัติงานของภาครัฐขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาไปสู่สันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีพี่น้องสื่อมวลชน ทั้งจังหวัดยะลา ปัตตานี สงขลา และนราธิวาส เข้าร่วม ซึ่งนอกจากพี่น้องสื่อมวลชนแล้ว หน่วยงานภาครัฐทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ภาคประชาสังคม ร่วมกิจกรรมกระชับความสำพันธ์ เสริมสร้างความเข้าใจ ให้เกิดการรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างครบถ้วน 

พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวว่า "สถานการณ์โควิดกว่า 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้บรรยากาศการพูดคุยพบปะห่างหายไปบ้าง วันนี้มีโอกาส และถือเป็นเรื่องดี ที่ทั้งหน่วยงานภาครัฐ และสื่อมวลชนได้พบปะสานสัมพัธ์กัน สื่อถือเป็นองค์กรที่สำคัญในการเป็นผู้กำหนดแนวทาง  ทิศทางการดำเนินการของรัฐนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่แท้จริง ประเด็นต่างๆ ความคิดเห็นต่างๆ ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เสียงสะท้อนที่ได้รับหลายประเด็นถือเป็นประโยชน์ และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงแก้ไข ไม่ได้เฉพาะเจาะจงต่อคนในพื้นที่ให้เกิดการรับรู้เพียงเท่านั้น แต่สื่อสามารถขยายเครือข่ายการรับรู้ไปสู่สังคมภายนอก สู่ผู้คนทั้งประเทศ แม้กระทั้งทั่วโลกที่กำลังที่จ้องมองว่าสถานการณ์ในพื้นที่เป็นอย่างไร ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีกิจกรรมดีๆ มากมาย มีผู้คนอัทธยาศัยดี มีสถานที่ท่องเที่ยว มีความสวยงามด้านวัฒนธรรมที่หลากหลาย มีการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขท่ามกลางความแตกต่างของเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม สิ่งเหล่านี้เมื่อเรานำเสนอสู่สาธารณะ นั่นถือเป็นการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ไปด้วยเช่นกัน ในบริบทและสถานการณ์ปัจจุบัน สิ่งที่เป็นจุดเด่นของสื่อมวลชนก็คือ การรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง การมองเหตุการณ์ที่หลายมุมมอง หลายมิติ แต่ทุกความแตกต่างนั้นอยากให้สื่อสะท้อน และนำเสนอข้อเท็จจริงให้กับสาธารณะชนได้รับทราบอย่างสร้างสรรค์ และเป็นข้อเท็จจริง เป็นสื่อกลางนำเสนอได้ครอบคลุมทุกมิติต่อไป" 

ก.แรงงาน ยกระดับมาตรการป้องกันอุบัติเหตุงานก่อสร้าง โครงการ 'ภาคีร่วมใจ ก่อสร้างปลอดภัย'​

(24 มีนาคม 2565) นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดงานโครงการ “ภาคีร่วมใจ ก่อสร้างปลอดภัย”ภายใต้ Motto “Safe Const. Safe Life” โดยมี นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, นายสุทธิ สุโกศล ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน, นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน และ​นายนิยม สองแก้ว อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงแรงงาน ภาคีเครือข่ายภาคการก่อสร้าง และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมด้วย ณ ห้องประชุม ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน 

​นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงานภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และภายใต้การกำกับดูแลของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ตระหนักถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และในช่วงเวลาที่ผ่านมาแรงงานก่อสร้างประสบอันตรายและบาดเจ็บจากการทำงานสูงและมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำ จึงได้กำหนดเป็นนโยบายให้กระทรวงแรงงานดำเนินการด้านการป้องกัน และปลูกฝังจิตสำนึกภาคีเครือข่ายก่อสร้างให้ดำเนินการป้องกันไม่ให้เกิดสภาพปัญหาความไม่ปลอดภัยจากการทำงานด้วยการเสริมสร้างความตระหนักรู้เชิงป้องกันอุบัติเหตุในการทำงานก่อสร้างและร่วมใจลดสถิติการประสบอันตรายจากการทำงานในกิจการก่อสร้าง และลดความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายซ้ำอีก โดยโครงการที่จัดขึ้นในครั้งนี้ขอให้ภาคีเครือข่ายภาคการก่อสร้างทั้งหลายร่วมมือ ร่วมใจโดยมีเป้าหมายเดียวกันคือ ร่วมพลังร่วมใจป้องกันไม่ให้เกิดสภาพปัญหาความไม่ปลอดภัยจากการทำงานก่อสร้างขึ้นและร่วมกันดูแลให้ลูกจ้างมีสุขภาพอนามัยที่ดี สามารถขับเคลื่อนสังคมภาคการก่อสร้างให้เกิดความปลอดภัยอย่างยั่งยืนเพื่อมุ่งสร้างประโยชน์สุขให้ประชาชนพี่น้องชาวแรงงานต่อไป

‘เกาหลีเหนือ’ ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป หลังเว้นไปนาน 5 ปี ทำ ‘ญี่ปุ่น - เกาหลีใต้’ เครียด

เกาหลีใต้และญี่ปุ่นตรวจพบการยิงโพรเจ็กไทล์จากเกาหลีเหนือเมื่อช่วงบ่ายวันพฤหัสบดี ประธานาธิบดีมุน แจอิน ระบุเป็นขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีปที่ว่างเว้นจากการทดสอบมานานเกือบ 5 ปี ญี่ปุ่นเผยขีปนาวุธลูกนี้ตกในเขตเศรษฐกิจจำเพาะทางตะวันตกของเกาะฮอกไกโด

รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์กล่าวว่า การยิงทดสอบขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป (ไอซีบีเอ็ม) ของเกาหลีเหนือเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม 2565 เป็นการทดสอบอาวุธที่ทรงอานุภาพชนิดนี้ครั้งแรกของเปียงยางนับตั้งแต่ปี 2560 และถือเป็นการสิ้นสุดการระงับทดสอบไอซีบีเอ็มและอาวุธนิวเคลียร์ที่เกาหลีเหนือกำหนดเองโดยฝ่ายเดียว

ประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ กล่าวในแถลงการณ์ว่า การทดสอบครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือเป็น "การละเมิดการระงับการยิงขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีปที่ประธานคิม จองอึน เคยให้คำมั่นไว้กับประชาคมระหว่างประเทศ" และเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อคาบสมุทรเกาหลี, ต่อภูมิภาคนี้ และต่อประชาคมระหว่างประเทศ ทั้งยังถือเป็น "การละเมิดอย่างชัดเจน" ต่อข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

กองกำลังป้องกันชายฝั่งของญี่ปุ่นเชื่อว่า ขีปนาวุธลูกนี้น่าจะเป็นไอซีบีเอ็ม "ชนิดใหม่" ของเกาหลีเหนือที่ทำระยะทาง 1,100 กิโลเมตรจากจุดปล่อย ก่อนจะมาตกในทะเลทางตะวันตกของจังหวัดอาโอโมริในภาคเหนือของญี่ปุ่น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top