Monday, 3 August 2026
NEWS FEED

ลำปาง-มทบ.32 ส่งผลัดปลด สู่อ้อมกอดครอบครัว พร้อมเป็นพลเมืองดีของสังคมประเทศชาติ 

(31 ต.ค. 68) เวลา 10.00 น. พลตรี กวิน ยาวิชัย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 เป็นประธานในพิธีส่งทหารกองประจำการ ที่ครบกำหนดและจะปลดจากกองประจำการของหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดลำปาง จำนวน 192 นาย โดยมีคณะผู้บังคับบัญชาและกำลังพลร่วมพิธีฯ ณ หน้าอนุสาวรีย์จอมพลมหาอำมาตย์เอกเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาในการเข้าประจำการทหารกองประจำการ ที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น มีความประพฤติดี ตั้งใจปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย สมควรได้รับการยกย่องให้เป็นแบบอย่าง

โอกาสนี้ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ได้มอบใบประกาศเกียรติคุณแก่ทหารกองประจำการที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นและมีความประพฤติดี จำนวน 6 นาย ได้แก่

1.พลทหาร ปริญวัฒน์ ศรีนาราหิรัญโชติ 
สังกัด กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32
2.พลทหาร ภูวดล แสงสว่าง
สังกัด กองร้อยมณฑลทหารบกที่ 32
3.พลทหาร เปรมชัย ชัยชนะ
สังกัด กองร้อยมณฑลทหารบกที่ 32 
4.พลทหาร ศรัณย์ รังผึ้ง
สังกัด กองร้อยทหารสารวัตร มณฑลทหารบกที่ 32
5.พลทหาร สิทธิโชค ใจซื่อ
สังกัด กองร้อยพลเสนารักษ์ โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี
6.พลทหาร สุเทพ เทพอุต  

สังกัด ศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 32

ในการนี้ พลตรี กวิน ยาวิชัย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ได้กล่าวโอวาทให้แก่ทหารกองประจำการที่ครบกำหนดปลดประจำการ โดยแสดงความชื่นชมในความเสียสละ ความรับผิดชอบ และความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ของชายไทยทุกนายที่ได้ตอบแทนคุณแผ่นดิน พร้อมทั้งให้ข้อคิดในการนำความรู้และวินัยที่ได้รับจากการรับราชการไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อครอบครัว สังคม และประเทศชาติ อีกทั้งได้อวยพรให้กำลังพลทุกนายและครอบครัว ประสบแต่ความสุข ความเจริญ และความสำเร็จในทุกสิ่งที่มุ่งหวัง ภายใต้ร่มพระบารมีแห่งองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และหากมีสิ่งใดที่หน่วยจะช่วยเหลือสนับสนุน ขอให้ติดต่อกลับมา เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน

เชียงใหม่-กองบิน 41 ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อวานนี้ (30 ต.ค. 68) นาวาอากาศเอก ธีระยุทธ เกื้อสกุล ผู้บังคับการกองบิน 41 ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธี ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ 

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบให้จัดพิธีบำเพ็ญกุศล และแสดงความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวาระครบ 7 วัน 15 วัน 50 วัน และ 100 วัน แห่งการสวรรคต

ผบช.ภ.2 ลงพื้นที่ จว.ตราด, จันทบุรี และ สระแก้ว เดินหน้ายกระดับตรวจสัญญาณชายแดน ตามนโยบาย ผบ.ตร. ปิดช่องทางหนุนคอลเซ็นเตอร์ข้ามประเทศ

เมื่อวานนี้ (30 ต.ค. 68) พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) พร้อมด้วย พล.ต.ต.เสถียร บุญค้ำ รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.ปราศรัย จิตตสนธิ รอง จตร.(สบ.7) ช่วยราชการ ภ.2 และ พล.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ผบก.สส.ภ.2 ลงพื้นที่แนวชายแดนจังหวัดตราด, จันทบุรี และ สระแก้ว เพื่อขับเคลื่อนข้อสั่งการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้ทุกหน่วยเร่ง “ปูพรมตรวจสอบโครงสร้างสื่อสารชายแดน” ป้องกันไม่ให้ถูกนำไปใช้เอื้อประโยชน์แก่แก๊งคอลเซ็นเตอร์และเครือข่ายสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน

มาตรการดังกล่าวถือเป็นวาระแห่งชาติ มุ่งดำเนินการทั้งด้าน “ป้องกัน” และ “สกัดกั้น” ควบคู่กัน
• ด้านการป้องกัน — สร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชน ไม่ตกเป็นเหยื่อกลโกง
• ด้านการสกัดกั้น — ตรวจสอบเสาและสายสัญญาณโทรคมนาคมทุกประเภท เช่น เสาส่งสัญญาณมือถือ สายอินเทอร์เน็ต Leased Line ข้ามแดน ระบบ Wireless Link ที่ยิงสัญญาณออกนอกประเทศ รวมถึงตรวจจับการลักลอบใช้จานดาวเทียมผิดกฎหมายและอุปกรณ์ซิมบ็อกซ์ที่ใช้โทรหลอกลวง

พล.ต.ท.ฉัตรชัย กล่าวว่า ตำรวจภูธรภาค 2 ได้บูรณาการทำงานร่วมกับ กสทช. หน่วยความมั่นคง และหน่วยในพื้นที่ เพื่อเก็บข้อมูลเชิงลึก วางแผนปิดช่องโหว่ด้านสื่อสารจากต้นทาง ลดความสามารถของขบวนการสแกมเมอร์ในการติดต่อสื่อสารกลับเข้ามาหลอกประชาชนในประเทศ พร้อมยืนยันเดินหน้า “ตัดวงจรสนับสนุนอาชญากรรมออนไลน์” อย่างต่อเนื่อง เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลัง

‘อ.ธรณ์’ น้ำตาคลอ ประกาศข่าวดี แล็บไทยเพาะ “หญ้าคาทะเล” สำเร็จ แห่งแรกและแห่งเดียวในโลก ช่วยฟื้นระบบนิเวศ-ต้านโลกร้อน

(30 ต.ค. 68) ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประกาศข่าวดีผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า “แล็บเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อหญ้าทะเล” ของไทยประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยง “หญ้าคาทะเล” ได้เป็นครั้งแรกในโลก นับเป็นก้าวสำคัญในการอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเลท่ามกลางภาวะโลกร้อนที่ทำให้หญ้าทะเลสายพันธุ์นี้ใกล้สูญพันธุ์

อ.ธรณ์ เผยว่า แล็บดังกล่าวสามารถเพาะเลี้ยงหญ้าคาทะเลได้ไม่ต่ำกว่า 20,000 ต้นต่อปี ถือเป็น “ทางรอดของทะเลไทย” หลังจากวิธีเพาะพันธุ์ตามธรรมชาติจากเมล็ดแทบใช้ไม่ได้ผล เพราะหญ้าทะเลในธรรมชาติส่วนใหญ่ตายจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ความสำเร็จนี้เกิดจากความร่วมมือของคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และบริษัทบางจาก ที่สนับสนุนการก่อตั้ง “หน่วยวิจัยหญ้าทะเลต้านโลกร้อน” เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อชนิดนี้โดยเฉพาะ ซึ่งถือเป็นแล็บแห่งแรกของโลกที่ทำได้สำเร็จ

หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีผู้คนจำนวนมากร่วมแสดงความยินดีและชื่นชมในความสำเร็จของทีมวิจัยไทย หลายคนระบุว่า “นี่คือก้าวประวัติศาสตร์ของการฟื้นฟูทะเลไทย” และ “ขอบคุณ อ.ธรณ์ ที่ไม่หยุดสร้างความหวังให้ทะเลบ้านเรา”

ป่อเต็กตึ๊งขยายโอกาสอาชีพชาวสงขลา มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ-วีลแชร์แก่ผู้ด้อยโอกาส พร้อมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่บริการฟรี

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวสงขลา มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ พร้อมมอบวีลแชร์แก่ผู้พิการ และนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการฟรี ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคใต้ จังหวัดสงขลา

เมื่อวานนี้ (29 ต.ค. 68) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ พร้อมด้วย นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมลงพื้นที่มอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ที่มีความรู้และความสามารถ ฐานะยากจน ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ จำนวน 23 ราย คิดเป็นมูลค่า 455,950 บาท และได้นำรถเข็นวีลแชร์มามอบให้แก่ผู้พิการ จำนวน 15 ราย คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 45,000 บาท รวมมูลค่าการช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นเงินทั้งสิ้น 500,950 บาท (ห้าแสนเก้าร้อยห้าสิบบาทถ้วน) นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ได้นำหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน ออกหน่วยให้บริการแจกแว่นสายตา บริการตัดผมชาย-หญิง และกิจกรรมนันทนาการ ให้แก่ประชาชนในพื้นที่โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ โดยมี นายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นางสาวสุนิษา หวานแก้ว รักษาราชการแทนผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคใต้จังหวัดสงขลา ร่วมในพิธี ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคใต้ จังหวัดสงขลา

นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ เปิดเผยว่า โครงการ ส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรีและครอบครัว มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีวัตถุประสงค์ เพื่อมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความรู้และความสามารถ ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ โดยได้รับความร่วมมือจากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวและสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ จำนวน 12 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ชลบุรี สงขลา สุราษฎร์ธานี นครราชสีมา ศรีสะเกษ ขอนแก่น ลำพูน ลำปาง เชียงราย และพิษณุโลก คัดกรองผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม เสริมทักษะอาชีพ ส่งมาให้มูลนิธิฯ พิจารณาตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยมูลนิธิฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การดำเนินการโครงการดังกล่าวนี้ จะมีส่วนสนับสนุน ช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ เลี้ยงตนเองและครอบครัว ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างความสุขสู่ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป

ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

ลำปาง-มทบ.32 ประกอบพิธีสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ และถวายความอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อวานนี้ (29 ต.ค. 68) เวลา 17.00 น. ที่วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม พระอารามหลวง จังหวัดลำปาง พลตรี กวิน ยาวิชัย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 มอบหมายให้ พันเอก สุกิจ ภิญโญ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 เป็นประธานในพิธีสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

โดยมีพระจินดารัตนาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดลำปาง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยคณะข้าราชการสังกัดมณฑลทหารบกที่ 32 หน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดลำปาง สำนักงานทหารผ่านศึกเขตลำปาง และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำปาง ร่วมพิธีและถวายความอาลัยอย่างสมพระเกียรติ
ภาวินันท์ บุตรหล้า รายงาน

ผบ.ตร. ชื่นชม สืบนครบาล 8 ขยายผลจับกุมยาไอซ์ 50 กิโล ใช้ชุมชนวัดเป็นแหล่งซุกซ่อนและจำหน่าย

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ให้ทลายเครือข่ายยาเสพติด สร้างชุมชนสีขาวที่ยั่งยืน จึงสั่งการให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. และ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร. สั่งการระดมกวาดล้างยาเสพติด พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น., พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. และ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผบก.น.8  พ.ต.อ.ดุสิต วาลีประโคน รอง ผบก.บก.น.8 ทะลายเครือข่ายยาเสพติดที่ใช้ชุมชนเป็นแหล่งจำหน่ายและซุกซ่อน ซึ่งถือว่าเป็นภัยต่อชุมชนและสังคม

เมื่อวันที่ (29 ต.ค.68) เวลาประมาณ 04.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.8 นำโดย พ.ต.อ.โชติช่วง รัศมี ผกก.สส.บก.น.8 พร้อมด้วยชุดสืบสวน ได้เปิดปฏิบัติการล่าผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ย่านคลองสาน

สืบเนื่องมาจาก ชุดสืบสวน บก.น.8 ขยายผลกลุ่มผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จนทราบว่าต้นทางยาเสพติด มีเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ที่ลักลอบกระจายยาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งซุกซ่อนยาเสพติดจำนวนมากไว้ในรถยนต์ ภายในชุมชนวัดเศวตฉัตรวรวิหาร แขวงบางลำภูล่าง เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร แล้วจึงจัดจำหน่ายให้ผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่

ชุดปฏิบัติการจึงได้ขออนุญาตผู้บังคับบัญชาจัดทีมเฝ้าติดตามเพื่อพิสูจน์ทราบกลุ่มผู้ต้องสงสัยรวมถึงรถยนต์ในบริเวณดังกล่าว จนพบ รถ จยย. ที่ใช้จัดส่งยาเสพติดให้กับลูกค้าในชุมชน รถยนต์ที่คาดว่าใช้ซุกซ่อนยาเสพติด และชายต้องสงสัย 2 ราย จึงได้สืบสวนติดตามพฤติกรรมเรื่อยมา

ต่อมาเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ  20.20น. ที่ผ่านมา ชุดสืบสวนนครบาล 8 ได้เฝ้าติดตามพฤติกรรม ของผู้ใช้รถยนต์คันดังกล่าว จนกระทั่งพบของนายเพชรตรากรณ์ฯ อายุ 36 ปี ขับรถยนต์เข้ามาที่เกิดเหตุ จึงเชื่อได้ว่าอาจมีสิ่งของผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์ คันดังกล่าว จึงได้วางแผนการตรวจค้น จนกระทั่งพบเห็นนายเพชรตรากรณ์ ขับรถเข้ามา โดยมีนายกรธวัชฯ อายุ 54 ปี มาเปิดรถยนต์จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเรียกเพื่อทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นรถยนต์ พบยาไอซ์ จำนวน 50 ถุง น้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม และตรวจยึดโทรศัพท์มือถือจำนวน 4 เครื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า เป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน เป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” และควบคุมผู้ต้องหา พร้อมของกลางกลับไปยังกองกำกับการสืบสวนนครบาล 8 เพื่อจัดทำบันทึกจับกุม

หลังจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจะดำเนินการสืบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าว ในข้อหา สมคบฯ ฟอกเงิน และประสานกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เพื่อดำเนินการตามมาตรการตรวจยึดทรัพย์ และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. กล่าวว่า การปราบปรามกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ในครั้งนี้ ผบ.ตร. ได้กำชับให้ปฏิบัติการอย่างเร่งด่วน และทันที เนื่องจาก กลุ่มผู้ต้องหาใช้พื้นที่ในชุมชนหลังวัด ซึ่งถือว่าเป็นภัยต่อชุมชนและเยาวชน ที่เป็นอนาคตของชาติโดยตรง และจะสั่งการให้สืบสวนขยายผลทลายเครือข่ายถึงต้นตอให้ถึงที่สุด

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง โฆษก ตร. กล่าวอีกว่า ขอประชาสัมพันธ์ประชาชน หากพบเห็นหรือมีเบาะแสการขายยาเสพติดในพื้นที่ชุมชน หรือบริเวณใกล้เคียงที่พักของท่าน สามารถแจ้งเบาะแสดังกล่าวผ่านช่องทางสายด่วน 191 หรือ สถานีตำรวจในพื้นที่ของท่าน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซับน้ำตา - ฟื้นฟูหลังน้ำลดแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อยุธยา พิจิตร สุโขทัย และอุตรดิตถ์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมงบฯ กว่า 3.4 ล้านบาท

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซับน้ำตา - ฟื้นฟูหลังน้ำลดแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อยุธยา พิจิตร สุโขทัย และอุตรดิตถ์ แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค มอบเงินช่วยเหลือกรณีบ้านพังทั้งหลัง และช่วยเหลือค่าฌาปนกิจแก่ญาติผู้เสียชีวิต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมงบฯ กว่า 3.4 ล้านบาท

ระหว่างวันที่ 25 – 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วย นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และ และนายชุมพล บุญภักดี ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสาธารณภัย จัดทีมเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และทีมบรรเทาสาธารณภัย ฝ่ายปฏิบัติการ ลงพื้นที่ซับน้ำตาผู้ประสบอุทกภัยในโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลด ในพื้นที่จังหวัดอยุธยา พิจิตร สุโขทัย อุตรดิตถ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย ข้าวสาร ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำมัน และน้ำปลา รวมจำนวน 5,500 ชุด ๆ ละ 450 บาท โดยในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ มูลนิธิฯ ได้มอบเงินสงเคราะห์กรณีบ้านเรือนที่เสียหายจากอุทกภัย หลังละ12,000 บาท จำนวน 65 หลัง นอกจากนี้ในพื้นที่จังหวัดอยุธยาและอุตรดิตถ์ มูลนิธิฯ ได้มอบเงินสงเคราะห์ค่าฌาปนกิจให้แก่ญาติผู้เสียชีวิตรวมจำนวน 11 รายๆ ละ 20,000 บาท รวมงบประมาณการฟื้นฟูหลังน้ำลดในรอบนี้ทั้งสิ้น 3,475,000 บาท (สามล้านสี่แสนเจ็ดหมื่นห้าพันบาทถ้วน) โดยมี ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางศิริพร โอภาสวงศ์ อาสาสมัครกิตติมศักดิ์มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงพื้นที่แจกจ่ายและให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัย และสมาคม/มูลนิธิแต่ละจังหวัด เป็นผู้ประสานงานและร่วมให้ความช่วยเหลือ

เมื่อเกิดอุทกภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดทีมบรรเทาสาธารณภัย พร้อมเรือท้องแบน และ โรงครัวเคลื่อนที่เพื่อประกอบอาหารกล่อง พร้อมถุงยังชีพ ชุดยาเวชภัณฑ์ และอาหารสุนัขและแมว นำแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย เพื่อการบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ ในเบื้องต้น หลังจากนั้น ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ จะดำเนินการประสานหน่วยงานในพื้นที่เพื่อบรรเทาทุกข์ ฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยแจกเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น รวมถึงมอบเงินค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย รายละ 20,000 บาท ทั้งนี้ กรณีมีผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัย ญาติของผู้เสียชีวิตสามารถขอรับเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพ จากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ต่อ ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ 

นับตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2568 เป็นต้นมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลดแล้วทั้งสิ้น 15 จังหวัด รวมงบประมาณการช่วยเหลือไม่ต่ำกว่า 24.1 ล้านบาท

ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้านต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยแต่งตั้ง ‘ดร.เศรษฐพุฒิ’ อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพระคลังข้างที่

(30 ต.ค. 68) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชวินิจฉัยแต่งตั้ง ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาสำนักงานพระคลังข้างที่ ตามคำสั่งสำนักงานพระคลังข้างที่ ที่ 31/2568 ลงวันที่ 30 กันยายน 2568 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป ทั้งนี้ พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ผู้อำนวยการพระคลังข้างที่ เป็นผู้ลงนามในคำสั่งดังกล่าว

สำหรับ ประวัติ ดร.เศรษฐพุฒิ เป็นนักเศรษฐศาสตร์ผู้คร่ำหวอดในวงการการเงิน เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ ธปท. คนที่ 21 ระหว่างปี 2563–2568 จบการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) และเคยดำรงตำแหน่งสำคัญหลายแห่ง เช่น กรรมการนโยบายการเงิน ธปท., สภาพัฒน์, ก.ล.ต. และ คปภ. โดยได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการนำพาเศรษฐกิจไทยผ่านช่วงวิกฤตหลายครั้ง

ทั้งนี้ สำนักงานพระคลังข้างที่ เป็นหน่วยงานในพระองค์ที่รับผิดชอบดูแลและบริหารทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งถูกนำกลับมาใช้ชื่อนี้อีกครั้งในรัชกาลปัจจุบัน ภายใต้การกำกับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีภารกิจสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงและยั่งยืนทางเศรษฐกิจในพระราชสำนักและประเทศชาติ

สมุทรปราการ-คณะสงฆ์วัดหนามแดง ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร อุทิศถวายพระราชกุศลพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (30 ต.ค. 68) ณ อาคารปฎิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติฯ วัดหนามแดง ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดย พระครูวิทูรกิจจาทร (พระครูจาบ) เจ้าอาวาสวัดหนามแดง

นำคณะสงฆ์วัดหนามแดง ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร ในวาระครบ 7 วัน อุทิศถวายพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

ในการนี้ พระภิกษุสงฆ์วัดหนามแดงได้สวดพระพุทธมนต์  อุทิศถวายพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

จากนั้น ว่าที่ร้อยตรีหญิง สายสวาท สุขวิชัย ผู้อำนวยการโรงเรียนบางแก้วประชาสรรค์ พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร คณะครู กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการ และข้าราชการตำรวจ สภ.บางแก้ว ตลอดจนประชาชน ร่วมถวายผ้าไตรจีวรแด่พระภิกษุสงฆ์ จากนั้นได้ร่วมถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์วัดหนามแดง เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

ทั้งนี้ ทางวัดหนามแดงได้เปิดให้ประชาชนทั่วไป และข้าราชการได้ร่วมลงนามถวายความอาลัย และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top