Friday, 26 June 2026
NEWS FEED

‘หมอยง’ เผย สาเหตุเด็กป่วย ‘ปอดบวม-ปอดอักเสบ’ ในจีน คาด เพราะภูมิต้านทานลดลง ชี้!! เป็นการระบาดตามฤดูกาล

เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 66 นศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก ‘Yong Poovorawan’ จากบทเรียนของการระบาดของโรคโควิด 19 ที่มีจุดเริ่มต้นจากประเทศจีน ทำให้ขณะนี้มีการตระหนักถึงการระบาดของโรคทางเดินหายใจในเด็ก ที่เกิดขึ้นในประเทศจีน ที่กรุงปักกิ่ง และเมืองเหลียวหนิง โดยระบุว่า…

จากบทเรียนของการระบาดของโรคโควิด 19 ที่มีจุดเริ่มต้นจากประเทศจีน ทำให้ขณะนี้มีการตระหนักถึงการระบาดของโรคทางเดินหายใจ ในเด็ก ที่เกิดขึ้นในประเทศจีน ที่กรุงปักกิ่ง และเมืองเหลียวหนิง

กลุ่มอาการดังกล่าว ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเด็ก มีไข้สูงและมีการอักเสบลงปอด ทางการจีนได้แถลงตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน และจากบทเรียนโควิด 19 องค์การอนามัยโลกจึงให้ความสนใจเป็นพิเศษ และได้ออก Statement ให้ทางการจีนสอบสวนและให้ข้อมูล จนกระทั่ง 22 พฤศจิกายน โดยเฉพาะเรื่องรายละเอียดต่างๆ และมาตรการในการป้องกัน

เมื่อดูตามเหตุการณ์ ฤดูนี้เป็นฤดูหนาวของซีกโลกเหนือ โรคทางเดินหายใจจะมีการระบาดมากตามฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็น โควิด 19 ไข้หวัดใหญ่ ‘RSV Rhinovirus Parainfluenza’ และมักจะระบาดในเด็กโดยเฉพาะเด็กนักเรียนเป็นกลุ่มก้อนได้

เช่นเดียวกับประเทศไทย ที่ผ่านมามีการระบาดอย่างมากของไข้หวัดใหญ่ RSV และไวรัสทางเดินหายใจ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีการเข้มงวด เพราะการระบาดของโรคโควิด 19 ทำให้โรคที่เกิดจากไวรัสอื่นๆ ก็ไม่ระบาดไปด้วย

หลังจากมีการผ่อนคลายโควิด 19 ภูมิต้านทานต่อโรคทางเดินหายใจโดยเฉพาะในกลุ่มเด็กก็จะลดลง หรือไม่มีภูมิต้านทาน จึงทำให้ปีนี้มีการระบาดอย่างมาก ของ ไข้หวัดใหญ่ RSV และโรคทางเดินหายใจอื่นๆ

ถ้าเป็นโรคอุบัติใหม่อย่างเช่นโควิด 19 ในการระบาดเริ่มต้น เราจะพบในผู้ใหญ่เป็นจำนวนมาก เพราะไม่ว่าผู้ใหญ่หรือเด็กทั้งหมดจะไม่มีภูมิต้านทานต่อโรคอุบัติใหม่ จึงทำให้เกิดมีความรุนแรงขึ้น ต่อมาไวรัสก็วิวัฒนาการลดความรุนแรงของโรค ประชากรส่วนใหญ่ก็มีภูมิต้านทานมากขึ้น ความรุนแรงโรคจึงลดลง และประชากรส่วนใหญ่ที่เป็นโรคต่อไปก็จะพบในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่

ในปัจจุบัน เทคโนโลยีที่ทันสมัยและรวดเร็ว การเกิดโรคอุบัติใหม่ หรือ ‘ไวรัสตัวใหม่’ น่าจะวินิจฉัยได้แล้ว การตรวจ รหัสพันธุกรรมหาไวรัสตัวใหม่ ในปัจจุบันทำได้เร็วมาก เหตุการณ์นี้ก็เกิดขึ้นมานานพอสมควรแล้ว (มีการพูดถึงว่ามีการระบาดเริ่มต้นตั้งแต่เดือนตุลาคม)

จากข้อมูลทั้งหมดขณะนี้ จึงอยากจะคิดว่าการระบาดในจีนครั้งนี้ น่าจะเป็นโรคไวรัสที่รู้จักกันอยู่แล้ว มาพบมากเป็นกลุ่มก้อนหลังจากที่มีการผ่อนคลายของโควิด 19 แต่อย่างไรก็ตามคงต้องรอข้อมูลอย่างเป็นทางการจากประเทศจีน

'หมออ๋อง' งานเข้า!! เจอเพจดังทวงความยุติธรรมให้คู่กรณี ปมคดีหมิ่นฯ ผ่านไป 1 ปีไม่คืบ อ้าง!! ติดภารกิจตลอดเวลา

(25 พ.ย.66) เพจวันนี้ วันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร ได้ทวงความยุติธรรมให้กับผู้เสียหายรายหนึ่ง โดยระบุว่า 

“ทุกคนคะ ผู้เสียหายร้องคดีหมออ๋องหมิ่นประมาท ผ่านไป 1 ปี ยังไม่มาพบพนักงานสอบสวนเลยค่ะ (เรื่องที่1)

ต.ค. 65 แจ้งความดำเนินคดีกับสส.อ๋อง ทุกอย่างล่าช้า เขามารับทราบข้อกล่าวหา แต่ในระหว่างเปิดประชุมสภาทำอะไรไม่ได้ เพราะมีเอกสิทธิ์คุ้มครอง

คดีนี้พนักงานสอบสวนลงความเห็นสั่งฟ้อง แจ้งให้หมออ๋องมาพบ เพื่อส่งอัยการแต่ก็ได้คำตอบว่าติดภารกิจตลอดเวลา

ตำรวจมองว่าเป็นการประวิงเวลา เพื่อไม่ให้สามารถดำเนินการได้ภายในระยะเวลาช่วงปิดประชุมสภา จึงได้ทำหนังสือให้มาพบพนักงานสอบสวนภายในวันที่ 20 พ.ย. ที่ผ่านมา แต่หมออ๋องก็ยังไม่มาพบพนักงานสอบสวน ไม่มีการติดต่อกลับไม่มีการชี้แจงใดๆ ถึงเหตุที่ไม่สามารถมาได้

ล่าสุดตำรวจได้ออกหนังสือให้มาพบพนักงานสอบสวนอีกภายในวันที่ 29 พ.ย. ที่จะถึงนี้ ซึ่งหากหมออ๋องไม่มา เมื่อเปิดประชุมสภา ในวันที่ 12 ธ.ค. 66 เจ้าตัวก็จะได้เอกสิทธิ์ของ สส.ในการคุ้มครองอีก ฝากแอดมินช่วยทวงความยุติธรรมด้วยครับ”

‘นายกฯ’ จี้!! ติดตามทลายขบวนการ ‘หมูเถื่อน’ ยัน!! หากพบนักการเมืองมีเอี่ยว ไม่ปล่อยไว้แน่

(25 พ.ย.66) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาหมูเถื่อน ที่เวลานี้รัฐบาลยกเป็นวาระแห่งชาติ โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ฯ เข้ามารับผิดชอบดูแลว่า ร.อ.ธรรมนัส ได้มีการแถลงข่าวไปแล้ว สืบเนื่องจากที่รัฐบาลได้มีการติดตามงานอย่างใกล้ชิดและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมากโดย ร.อ.ธรรมนัส และอธิบดีดีเอสไอ ได้ร่วมกันแถลงข่าวไปแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการแถลงข่าวมีนักการเมืองใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้อง นายกฯ ยืนยันใช่หรือไม่ว่าจะไม่ปล่อยไว้แน่ นายเศรษฐา กล่าวว่า หากทำผิด ก็ไม่ปล่อยไว้ เป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรมที่ต้องจัดการตรงนี้ไป เมื่อถามว่า ณ เวลานี้ไม่ได้มีชื่อรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลชุดนี้เข้าไปเกี่ยวข้องใช่หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่มีครับ ดูแล้วไม่มี 

เมื่อถามว่า นักการเมืองที่เข้าไปเกี่ยวข้อง หากมีการตรวจสอบเสร็จสิ้นกระบวนการจะมีการเปิดเผยชื่อออกมาหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า มันต้องให้ความเป็นธรรมกับเขาด้วยเหมือนกันตรงนี้ก็แล้วแต่กระบวนการยุติธรรมซึ่งต้องว่าไปตามกฎหมาย ถ้าถึงเวลาต้องเปิดเผย ก็เปิดเผย

'ชาวนครพนม' ปลื้ม!! แห่ต้อนรับ 'ลุงป้อม' งานบุญวัดโฆสมังคลาราม หลังเป็นประธานกฐินฯ พร้อมร่วมสืบทอดพุทธศาสนาให้ยั่งยืน

(25 พ.ย.66) ณ วัดโฆสมังคลาราม บ้านโคกสว่าง ต.โคกสว่าง อ.ปลาปาก จ.นครพนม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานในพิธีทอดกฐินสามัคคี เพื่อสมทบทุนจัดหาสิ่งของพัฒนาวัด และปรับปรุงพระมหาธาตุเจดีย์โฆสปัญโญศรีพนม โดยมี น.ส.ตรีนุช เทียนทอง สส.จังหวัดสระแก้ว และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายวิรัช รัตนเศรษฐ, พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา, พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ, นางรัชนี พลซื่อ สส.จังหวัดร้อยเอ็ด, น.ส.กาญจนา จังหวะ สส.จังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยคณะพลังศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่า ประกอบด้วย ข้าราชการทหาร ตำรวจ พลเรือน และหัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนผู้นำชุมชน ท้องถิ่น ร่วมทำบุญทอดถวายกฐินสามัคคีประจำปี ในโอกาสนี้ มากกว่าปีที่ผ่านมา

ภายหลังเสร็จพิธีทอดกฐิน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้เป็นประธานเปิดศาลาอเนกประสงค์บริเวณหน้าพระมหาธาตุเจดีย์โฆสปัญโญศรีพนม พร้อมทั้งถวายผ้าห่มพระประธานและสักการะพระประธานในพระมหาธาตุเจดีย์ฯ เพื่อความเป็นสิริมงคล

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรฯ ได้ทักทายประชาชน สาธุชน ที่มาร่วมทำบุญในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ ท่ามกลางบรรยากาศให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเองและอบอุ่น ในปีนี้นับเป็นปีที่ 9 ที่ได้ทำบุญทอดถวายกฐินมาต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2558 ซึ่ง พล.อ.ประวิตรฯ ยังได้มีความศรัทธาต่อองค์หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ เป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบสายวิปัสสนากรรมฐาน ซึ่งเคยมาปฏิบัติธรรม ณ วัดแห่งนี้ด้วย ในสมัยที่ พล.อ.ประวิตรฯ เดินทางมาปฏิบัติราชการ เมื่อหลายปีก่อน

‘ชนาธิป’ ขอบคุณทุกแรงซัปพอร์ตที่หนุนจนเรียนจบ หลังคว้าปริญญาตรี ม.ธรรมศาสตร์ มาได้สำเร็จ!!

(25 พ.ย.66) ‘เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์’ ดาวเตะทีมชาติไทย โพสต์ภาพใส่ชุดครุยกลายเป็นบัณฑิตอย่างเป็นทางการ หลังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากสาขาการบริหารจัดการการกีฬา คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ก่อนหน้านี้ 'เจ ชนาธิป' เข้าศึกษาในคณะรัฐศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. 2558 แต่ติดภารกิจการเล่นฟุตบอลที่ประเทศญี่ปุ่น ทำให้เขามองว่าคณะนี้อาจจะยากเกินไป ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจย้ายมาศึกษาในคณะสหเวชศาสตร์ สาขาการบริหารจัดการการกีฬา ในที่สุด

และล่าสุด 'เจ ชนาธิป' ได้โพสต์ภาพที่ตัวเองใส่ชุดครุย พร้อมโปรยแคปชันขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ที่ช่วยให้คนสำเร็จการศึกษาเป็นที่เรียบร้อย

"ขอบคุณที่ให้โอกาสผมเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ครับ, ขอบคุณอาจารย์ทุกท่าน, ขอบคุณน้องๆ ทุกคน, ขอบคุณพี่ดามากๆ ครับ, สุดท้ายนี้ ผมเรียนพร้อมเพื่อนแต่จบพร้อมแพทย์ครับ" ชนาธิป กล่าว

'ทีมวันนอร์ฯ' เฮ!! ฮามาสปล่อยตัวประกันชาวไทยตามสัญญา ภายใต้ 'อิหร่าน' ช่วยเจรจาตรงให้ปล่อยตัวแบบไม่มีเงื่อนไข

(25 พ.ย.66) ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด นายกสมาคมนักเรียนเก่าไทยอิหร่าน ในฐานะผู้ประสานงานฝ่ายต่างประเทศของประธานสภาผู้แทนราษฎร และหนึ่งในตัวแทนคณะทำงานเจรจากับกลุ่มฮามาสช่วยเหลือตัวประกันไทยในอิสราเอล แถลงข่าวภายหลังจากการเข้ารายงานความคืบหน้าในการช่วยเหลือตัวประกันกับกลุ่มฮามาสต่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยกล่าวว่า ได้รับการรับรองจากกลุ่มฮามาสว่าชาวไทยที่ถูกจับเป็นตัวประกันนั้น 'ปลอดภัย' และจะได้รับการปล่อยตัวในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

โดย อัลอะราบีญะดีด (Al-Araby Al-Jadeed) สำนักข่าวอาหรับที่มีสำนักงานใหญ่ในลอนดอน รายงานอ้างแหล่งข่าวชาวอียิปต์ที่อยู่วงในการไกล่เกลี่ย เปิดเผยบทบาทของอิหร่านในการเจรจาที่เกี่ยวข้องกับตัวประกันชาวไทยในการควบคุมของฮามาสตามคำขอของทีมเจรจาไทย โดยกลุ่มฮามาสก็พร้อมที่จะปล่อยตัวประกันชาวไทย 23 คน ภายหลังการไกล่เกลี่ยของอิหร่าน

แหล่งข่าวอธิบายว่า ขบวนการฮามาสยืนยันว่าจะปล่อยตัวพวกเขาตามการไกล่เกลี่ยของอิหร่าน โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ

ล่าสุด ดร.เลอพงษ์ ได้เผยข่าวดีว่า คนไทยกลุ่มดังกล่าวได้รับการปล่อยตัวแล้ว

วิสัยทัศน์นวัตกรรม AI เพื่อ Smart City และ การดูแลสุขภาพระยะยาว (Longevity) วางแผนแม่บทดิจิทัล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย

กรุงเทพมหานคร – ในงานสัมมนาการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลระดับสูงที่จัดขึ้นเร็วๆ นี้ ด้วยความร่วมมือกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa), ดร. มนธ์สินี กีรติไกรนนท์ ผู้บริหารจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก และที่ปรึกษากลยุทธ์ AI (AI Advocate) ได้นำเสนอวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ในการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้สร้างประเทศไทยที่ยืดหยุ่น น่าอยู่ และยั่งยืน ด้วยประสบการณ์บริหารกว่า 20 ปีในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีภาครัฐระดับโลก ดร. มนธ์สินี ได้ร่วมเป็นวิทยากรและผู้ร่วมเสวนาคนสำคัญในหัวข้อ Smart City (เมืองอัจฉริยะ) และ Longevity (การดูแลสุขภาพระยะยาว)

AI เพื่อ Smart City: เปลี่ยนจากระบบแยกส่วนสู่เมืองที่คาดการณ์ได้ ในเซสชัน "AI for Smart City" ดร. มนธ์สินี ได้วางแผนแม่บทในการเปลี่ยนเมืองให้เป็นพื้นที่ที่น่าอยู่และมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับเกณฑ์เมืองอัจฉริยะของ depa ทั้ง 7 ด้าน

ดร. มนธ์สินี ได้สรุปกลยุทธ์สำคัญโดยเน้นย้ำถึงการเปลี่ยนผ่านจากการจัดเก็บข้อมูลแบบแยกส่วน (Data Silos) สู่สถาปัตยกรรมแบบ Cloud-native และ Open Data เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานของเมือง การใช้มาตรฐานทางเทคนิคที่ทันสมัย รวมถึงเครื่องมืออย่าง modern AI และคลังข้อมูลกลาง จะช่วยให้เมืองสามารถยกระดับในด้านต่างๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม:

  • ความปลอดภัยสาธารณะ (Smart Living): การใช้วิดีโอวิเคราะห์ตามเวลาจริง (Real-time Video Analytics) เพื่อตรวจจับและป้องกันเหตุการณ์.
  • การเดินทางอัจฉริยะ (Smart Mobility): การเพิ่มประสิทธิภาพการจราจรด้วยโมเดลคาดการณ์.
  • การมีส่วนร่วมของประชาชน (Smart Governance): การใช้ระบบตอบโต้อัจฉริยะเพื่อมอบบริการภาครัฐที่รวดเร็วแบบเรียลไทม์.

AI เพื่อ Longevity: การดูแลสุขภาพด้วยข้อมูลเพื่อสังคมสูงวัย นอกเหนือจากโครงสร้างพื้นฐานของเมือง ดร. มนธ์สินี ยังได้ร่วมเป็นผู้เสวนาคนสำคัญในหัวข้อ "AI for Longevity" โดยได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองถึงการผสานเทคโนโลยี AI, คลาวด์ และเฮลธ์แคร์ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์

ดร. มนธ์สินี ได้ชี้ให้เห็นว่าหลักการของการดูแลด้วยข้อมูล (Data-driven Care) ที่ใช้ใน Smart City สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของผู้สูงอายุได้ โดยมีแอปพลิเคชันหลักประกอบด้วย:

  • การบริหารจัดการสุขภาพเชิงป้องกัน: การใช้การวิเคราะห์ข้อมูลคาดการณ์เพื่อระบุปัญหาสุขภาพก่อนที่จะกลายเป็นระยะรุนแรง
  • การติดตามผลระยะไกลและเมืองอัจฉริยะ: การอำนวยความสะดวกในระบบ IoT เพื่อการดูแลที่บ้าน (Home Care) และระบบการแพทย์ทางไกล (Telehealth) เพื่อให้สามารถอาศัยอยู่ในพื้นที่เดิมได้อย่างยั่งยืน
  • ประสิทธิภาพของระบบสาธารณสุข: การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของระบบการดูแลระยะยาวผ่านการจัดสรรทรัพยากรและการบูรณาการข้อมูลที่ดีขึ้น

"เป้าหมายสูงสุดของการใช้ AI ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับเมืองให้เป็น Smart City หรือการเสริมสร้าง Longevity คือการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคน และรับประกันการเข้าถึงมาตรฐานเทคนิคระดับสากล"ดร. มนธ์สินี กีรติไกรนนท์ กล่าวสรุปภายในงาน

เกี่ยวกับ ดร. มนธ์สินี กีรติไกรนนท์ ดร. มนธ์สินี กีรติไกรนนท์ เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี โดยเคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก ปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาบอร์ดบริหารบริษัทเอกชน และ AI Advocate ของคณะทำงานแผนแม่บทดิจิทัลระดับประเทศ โดยมีความเชี่ยวชาญด้านการจัดทำแผนแม่บทดิจิทัลระดับประเทศ และการประยุกต์ใช้โซลูชันภาครัฐที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์

 

นราธิวาส-ผบ.พล.ร.15 เยี่ยมน้องทหารใหม่ หน่วยฝึกทหารใหม่ เน้นย้ำต้องดูทหารใหม่เสมือนคนในครอบครัวเดียวกัน

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ หน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 151 ค่ายกรมนราธิวาสราชนครินทร์ ตำบล มะรือโบออก อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 เดินทางมาเพื่อตรวจเยี่ยมดูความพร้อมของหน่วยฝึกทหารใหม่ เมื่อทหารกองประจำการ หรือน้องทหารใหม่ เข้าไปอยู่ในหน่วยฝึกทหารจะต้องได้รับการดูแลทั้งในเรื่องของหลักสูตรการฝึก และเรื่องของคุณภาพชีวิต ซึ่งต้องมีความเป็นอยู่ที่ดีเริ่มตั้งแต่การเข้านอนยันตื่นนอน การรับประทานอาหาร และการฝึก และยังรวมไปถึงการส่งเสริมในเรื่องของการต่อยอดด้านการศึกษา น้องทหารใหม่จะต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกด้านเมื่อก้าวเข้าสู่รั้วทหาร พร้อมเน้นย้ำผู้บังคับหน่วยฝึก ผู้ฝึก รวมถึงครูทหารใหม่ ให้ยึดรูปแบบการฝึกตามระเบียบจากกรมยุทธศึกษาทหารบก และมาตรการการควบคุมโรคจากกระทรวงสาธารณสุข ต้องดูแลเอาใจใส่ทหารใหม่ในทุกนาย เสมือนดูแลคนในครอบครัว เพราะทหารกองประจำการ เมื่อเข้ามาอยู่ในรั้วทหาร เปรียบเสมือนเป็นน้องคนเล็ก ของกองทัพบก พร้อมทั้งเน้นย้ำในเรื่องมาตรการป้องกันโรคลมร้อน (Heat Stroke) โดยให้ครูฝึกต้องเป็นตัวอย่างที่ดี รวมถึงเรื่องสิทธิกำลังพลที่น้องทหารใหม่พึงได้ พร้อมทั้งการประชาสัมพันธ์การเข้าสู่การเป็นทหารอาชีพ 

โดย พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บัญชากองพลทหารราบที่ 15 กล่าวว่า "การฝึกทหารใหม่ ต้องคิดว่าน้องๆ ที่เข้ามาเป็นพลทหารกองประจำการ เข้ามาอยู่ในบ้านของเรา เปรียบเสมือนเป็นน้องคนเล็ก เรามีหน้าที่ดูแล บ่มเพาะ และปลูกฝังให้มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบในความเป็นทหาร และสุภาพบุรุษ เปลี่ยนทัศนคติที่ดีให้เกิดขึ้นในจิตใจของน้องๆ เปลี่ยนความคิดจากการเป็นพลเรือน ให้มีจิตใจเป็นทหารอย่างเต็มภาคภูมิ รักในสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สำหรับวิธีการฝึกนั้นจะต้องอยู่บนพื้นฐานบนความถูกต้อง เป็นไปตามระเบียบการฝึก ทั้งนี้ขอให้ผู้ปกครองได้มีความมั่นใจในกระบวนการฝึกของกองทัพบก ว่าจะทำให้บุตรหลานของทุกท่านเป็นผู้ที่มีศักยภาพ เป็นบุคลากรที่ดีของกองทัพบก และประเทศชาติต่อไป

กระบี่ -ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 ตรวจความพร้อมบรรเทาสาธารภัย เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติในทุกรูปแบบ พร้อมเคียงข้างประชาชน

ตามประกาศศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ฉบับที่ 2 (74/2566) เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนล่างและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง (มีผลกระทบช่วงวันที่ 24-27 พฤศจิกายน 2566 ) ด้วยหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณอ่าวไทยและภาคใต้ตอนล่าง ในช่วงวันที่ 25-27 พฤศจิกายน 2566 ประกอบมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนล่างจะมีฝนตกชุกและมีฝนหนักถึงหนักมากบางแห่ง 

เมื่อ 24 พ.ย. 66,พ.อ.ธนวัฒน์ สายสกุลรัตน์ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15/ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 เป็นประธานในพิธีตรวจสภาพความพร้อมของกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และยานพาหนะของศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 ณ กองบังคับการ กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 อ.คลองท่อม จ.กระบี่ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่ไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มได้ในหลายพื้นที่ของจังหวัดกระบี่ พร้อมจัดชุดติดตามสถานการณ์ในพื้นที่และประสานงานกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ต่อไป

ทั้งนี้ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 เราพร้อมที่จะเคียงข้างและดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเต็มขีดความสามารถ หากต้องการความช่วยเหลือสามารถแจ้งได้ที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 หมายเลขโทรศัพท์ 075-702777

ผบ.ตร.สั่งชุดสืบสวนตรวจสอบที่มาของคลิปคนคล้ายเสี่ยแป้ง ไลฟ์สาเหตุการหนี ไม่ได้รับความเป็นธรรม และสั่งเร่งติดตามจับกุม พร้อมให้จเรตำรวจตรวจสอบเนื้อหาคลิป พาดพิงตำรวจ ยืนยันทำความจริงให้ปรากฎ ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

เมื่อวานนี้ (24 พ.ย.66) พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. กล่าวว่า “ จากกรณีมีคลิปชายหน้าคล้าย นายชวลิต ทองด้วง หรือนายแป้ง นาโหนด ออกมาเผยถึงเหตุของการหนี และไม่ได้ความเป็นธรรมนั้น ได้รับรายงานในเบื้องต้นแล้ว ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร.ที่ดูแลงานสืบสวน ตรวจสอบที่มาที่ไปของคลิป ว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไร มีการถ่ายคลิปที่ไหน ถ่ายในช่วงไหน พร้อมเร่งติดตามจับกุมนายชวลิต มาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ในส่วนของเนื้อหาในคลิป คงต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้จเรตำรวจลงไปตรวจสอบ ว่ามีการพาดพิงตำรวจคนใดบ้าง มีข้อเท็จจริงอย่างไร ผิดถูกว่าไปตามพยานหลักฐาน ต้องทำความจริงให้ปรากฎ ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ซึ่งหากตำรวจทำผิดจริง จะต้องถูกดำเนินการอย่างเด็ดขาดทั้งทางวินัย อาญา และปกครอง 

ขอฝากไปยังพี่น้องประชาชน ให้ใช้วิจารณญาณในการรับฟังสื่อโชเชียล ตำรวจพร้อมที่จะดำเนินการตามข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน ทำความจริงให้ปรากฎ และให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่มีการกลั่นแกล้งใคร ซึ่งหากคิดว่าไม่ได้รับความยุติธรรมอย่างไร ตำรวจก็พร้อมที่จะประสานงาน ดำเนินการให้ แต่ทั้งนี้ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายที่ให้อำนาจไว้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top