Tuesday, 23 June 2026
NEWS FEED

‘โจ มณฑานี’ โพสต์ ‘ยูทูบเบอร์เกาหลี’ ปลื้ม คนไทย ให้เกียรติ ยืนเคารพ ‘เพลงชาติเกาหลี’ ทึ่ง!! ไม่เคยเห็นมาก่อน

เมื่อวานนี้ (29 มี.ค.67) ‘โจ มณฑานี ตันติสุข’ นักเขียน นักจัดรายการวิทยุ พิธีกรและวิทยากรการเงิน ผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง ได้โพสต์เฟซบุ๊ก เกี่ยวกับ ยูทูบเบอร์เกาหลี ที่มีความประทับใจต่อคนไทย โดยได้ระบุว่า ...

เวลาเจอคนไทยบางจำพวกที่ประชดว่าทำไมต่างจังหวัดไม่เห็นเจริญเหมือนกรุงเทพ หรือเอาประเทศเราไปเปรียบกับเกาหลีใต้ ว่าเรายังไม่พัฒนา ยังดักดาน ไม่เจริญเท่าเค้าเลย พี่โจมักจะตอบเสมอว่า..ขึ้นกับว่าคุณวัดความเจริญที่ตึกระฟ้า ที่ไฮเทคโนโลยี 
***หรือวัดกันที่ความเจริญของจิตใจประชาชน**

คลิปนี้พี่โจเจอจากช่องยูทูบ 'มุมมองเพื่อนบ้าน' ค่ะ ดูแล้วปลื้มปริ่ม ตื้นตัน ใน “ความเจริญทางจิตใจของพี่น้องชาวไทยร่วมชาติ” จริงๆ ค่ะ เพราะยูทูบเบอร์เกาหลีผู้พูดไทยชัดมาก เขาไปดูบอลไทยเตะกับเกาหลี แต่ไปนั่งฝั่งกองเชียร์ไทยซะงั้น

แต่เมื่อเพลงชาติเกาหลีกระหึ่มขึ้นเขาตกใจมากที่เห็นกองเชียร์ไทย 50,000 กว่าชีวิตพร้อมใจลุกขึ้นยืนเคารพเพลงชาติเกาหลี อย่างมีระเบียบมีมารยาทงดงามยิ่ง ซึ่งเขาไม่เคยเห็นจากที่ไหนมาก่อนในชีวิต 

และในคอมเมนต์ใต้คลิปของคนเกาหลีล้วนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันไม่มีแตกแถวเลยว่าชื่นชมตื้นตันใจและขอบคุณคนไทยจริงๆ หลายคอมเมนต์ยังจดจำได้อีกว่าคนบางประเทศเมื่อได้ยินเพลงชาติเกาหลีในสนามฟุตบอล ก็ต่างส่งเสียงโห่ฮาป่า ตะโกนไล่อย่างไม่เคารพและเกรงใจ
นอกนั้นยังมีอีกหลายคอมเมนต์มาขอบคุณคนไทยที่ส่งทหารไทยไปช่วยรบในสงครามเกาหลี 

และมีอยู่คอมเมนต์หนึ่งที่ทำพี่โจน้ำตาแตกไปเลยค่ะ คือคอมเมนต์ที่เขาจำได้ว่า..ตอนเกาหลีไม่มีข้าวจะกิน อดอยากทั้งแผ่นดินนายกเกาหลีได้เดินทางมากราบทูลขอพระราชทาน 'ข้าว' จาก “ในหลวงของประเทศไทย” เพื่อให้ชาวเกาหลีรอดตาย

(พี่โจแคปคอมเมนต์คนเกาหลีแบบแปลออโต้มาให้แล้วนะคะ)

นี่ละค่ะ คือความเจริญศิวิไลซ์ที่แท้จริง และยิ่งใหญ่กว่าซอฟต์พาวเวอร์ใดในโลก
นั่นคือ #ความใจสูงของคนไทย จริงๆ ค่ะ

ดูคลิปแล้วน้ำตาเอ่อด้วยความสุดปิติและสุดภาคภูมิหัวใจจริงๆ   
https://youtu.be/mQBKVIof5NQ?si=uwFSZrKb0ImAOEtW

ลิงก์ต้นฉบับช่องเกาหลีนะคะ ลงคลิป 17 ชม. คนดูจะสองแสนวิวแล้วววว!!
ช่วยกันไปกดไลก์เขียนคอมเมนต์ให้กำลังใจเจ้าของช่องกันเยอะๆ นะคะ https://youtu.be/7ul2zcQmK48?si=rq71OvSucvgZOd87 นาทีที่ 8 กว่าค่ะ

ลูกสาวชูวิทย์ ลงสตอรี่ไอจี สยบทุกข่าวลือ ย้ำ!! คุณพ่อยังไม่เสียชีวิต โชว์ภาพชูวิทย์ ยิ้มสดใส ให้กล้อง

(30 มี.ค.67) จากกรณี นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง ได้เดินทางไปรักษาตัวจากโรคมะเร็งในต่างประเทศ ตั้งแต่ พ.ย. 2566 ซึ่งเป็นระยะเวลากว่า 5 เดือนแล้ว

ล่าสุด ต๊ะ ตระการตา กมลวิศิษฎ์ ลูกสาวของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ก็ได้โพสต์ภาพคู่กับคุณพ่อชูวิทย์ ลงในสตอรี่ไอจี บัญชี trakarntakamolvisit โดยภาพดังกล่าวคาดว่าถูกถ่ายที่ต่างประเทศ โดย นายชูวิทย์ มีใบหน้าสดใสยิ้มแย้มให้กล้อง

โดย ต๊ะ ตระการตา ระบุข้อความไว้ในภาพว่า “มีข่าวลือว่าพ่อเสียชีวิตแล้ว ขอย้ำนะคะ พ่อต๊ะยังไม่ตายนะคะ”

‘ท่านอ่อง’ โพสต์ ข้อความลงในเพจ เตรียมพบกับ ‘CMIC ประเทศไทย’ ศูนย์ข้อมูลที่ล้ำสมัย เพื่อช่วยเหลือ ปชช.-การแพทย์ไทย

เมื่อวานนี้ (29 มี.ค.67) ดร.นายแพทย์ จักรีวัชร วิวัชรวงศ์ โอรสองค์ที่ 3 ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้โพสต์ข้อความลงในเพจ Chakriwat Vivacharawongse ว่า

“ขอบคุณครับคุณ Rick สำหรับความช่วยเหลือทางด้านกฎหมายและคำแนะนำสำหรับ CMIC ประเทศไทย ในวันนี้ ที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ขอบคุณมากสำหรับคำแนะนำและชี้แนะให้ผมไปในทิศทางที่ถูกต้อง พบกับ CMIC ประเทศไทย เร็วๆ นี้ครับ!”

สำหรับ CMIC ดร.นายแพทย์ จักรีวัชร ได้อธิบายในเพจ Chakriwat Medical Information Center ว่า

มารู้จัก 'CMIC' กับนายแพทย์จักรีวัชร! – โปรเจกต์ล่าสุดของ CMIC
CMIC: จุดประสงค์ของศูนย์ข้อมูลการแพทย์จักรีวัชร 

1. เพื่อช่วยให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคต่างๆ ตลอดจนสามารถถามคำถามกับแพทย์ผู้รักษาเกี่ยวกับความเจ็บป่วยของตนเพื่อการดูแลรักษาที่ดีขึ้นและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแพทย์และผู้ป่วย โดยเราเริ่มต้นจากการเขียนบทความเกี่ยวกับสถานการณ์สมมุติทางการแพทย์เกี่ยวกับโรคต่างๆที่พบบ่อยโดยใช้ภาษาที่ง่ายและสนุกเพื่อให้ประชาชนอ่านอย่างไม่เบื่อและได้รับความรู้จากการอ่าน นอกจากการเขียนบทความแล้วเรายังได้จัด CMIC Outreach Program เพื่อออกไปพบปะกับประชาชนจริงๆ และพูดคุยให้ความรู้เกี่ยวกับโรคของพวกเขา

2. ช่วยเหลือนักศึกษาแพทย์และแพทย์จบใหม่ในการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเตรียมตัวสอบใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมของสหรัฐอเมริกา (USMLE) โดยจัดทำคลิปวิดีโอให้ความรู้ตลอดจนแนะนำกลยุทธ์ในการทำข้อสอบ ในเร็วๆ นี้ทาง CMIC จะมีโครงการใหม่ คือ Qbank เป็นการนำข้อสอบที่เหมือนกับการสอบจริงมาลงในแอปพลิเคชันเพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกทำ โดยจะมีการอัปเดตข้อสอบอย่างสม่ำเสมอ

เราหวังว่าจะได้จัดตั้ง CMIC office ในประเทศไทยเพื่อนำโครงการเหล่านี้ไปช่วยเหลือประชาชนไทยและนักศึกษาแพทย์/แพทย์ไทยให้มากขึ้นและใกล้ชิดยิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ โดยโครงการจะใช้เงินลงทุนจากเอกชนทั้งหมด

ทั้งนี้ CMIC ย่อมาจากคำว่า 'Chakriwat Medical Information Center'

บลูเทค ซิตี้ เปิดทุ่งสมุนไพรป่าชายเลนตอนรับคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการเชื่อมโยงประโยชน์ จากการลงทุนสู่การพัฒนาพื้นที่และชุมชน

วันนี้ (29 มี.ค. 2567 ) ที่ทุ่งสมุนไพรป่าชายเลน ต.เขาดิน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา กุลพรภัสร์ วงค์มาจารภิญญา ประธานผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทรา บลูเทคซิตี้ ได้ให้การต้อนรับศาสตราจารย์ มณฑล แก่นมณี ประธานอนุกรรมการ การขับเคลื่อน การเชื่อมโยงประโยชน์จากการลงทุนสูการพัฒนาพื้นที่ชุมชน รวมทั้งคณะติดตาม ได้ร่วมลงพื้นที่มาเยี่ยมชมผลงานประชุมหารือและรับฟังแนวทางการดำเนินงาน "เขาดิน โมเดล" โดย คุณกุลพรภัสร์ วงค์มาจารภิญญา ประธานผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทรา บลูเทคซิตี้ กล่าวว่า ในภาคธุรกิจเราสนใจทำธุรกิจเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงได้ตั้งชื่อว่า BlueTech City ที่หมายถึงธุรกิจสีฟ้า เป็นธุรกิจพลังงานสะอาดเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตแก่คนในสังคมไทยทุกชนชั้นวรรณะ ส่วนในภาคสังคมชุมชนท้องถิ่น เรามุ่งมั่นสร้างการอยู่ร่วมกันของอุตสาหกรรมกับชุมชน อย่างมีความสุขที่ยั่งยืน ซึ่งจากประสบการณ์ที่เราลงพื้นที่พบว่าการสร้างมิตรภาพในชุมชน ต้องใช้ใจทำงาน ใช้ใจแลกใจ โดยเราสามารถสรุปเป็นประสบการณ์ที่ทำสำเร็จ ในรูปแบบ "5 ก. โมเดล ดังนี้ ก.ที่ 1-เกียรติ คือ การให้เกียรติซึ่งกันและกัน เอาใจเข้ามาใส่ใจเรา ชาวบ้านมีปัญหาเราจะละเลยอยู่เฉยมิได้ จึงทำให้เกิดโครงการหมู่บ้านบลูเทคที่แก้ปัญหาที่อยู่อาศัย ทำให้ชาวบ้านมีบ้านเป็นของตนเอง ส่งผลให้เรามีเพื่อนบ้านที่ช่วยเหลือเกื้อกลูกันจนทุกวันนี้ ก.ที่ 2.กล้า คือ หัวใจต้องมีความกล้าหาญ กล้าคิด กล้าทำ กล้านำ กล้าเปลี่ยน จึงทำให้เกิดโครงการทุ่งสมุนไพรป๋าชายเลน ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ที่ยังไม่มีใครกล้าคิดกล้าทำในเชิงพาณิชย์ จนในวันนี้เราสามารถโชว์ผลงานได้ทั้งเวชสำอางและผ้าย้อมสีธรรมชาติจากสมุนไพรป่าชายเลน ในพื้นที่ของเรา ก.ที่ 3. แก้ใข คือ การสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เป็นนักแปรปัญหาเป็นปัญญา มองหาโอกาสมากกว่าข้อจำกัด ก.ที่ 4.แกร่ง คือ การมีหัวใจภายในที่กล้าแกร่ง อดทนต่ออุปสรรคและปัญหา และ ก.ที่ 5 - กตัญญู คือ การมีความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณและแผ่นดินไทย
จากการมีอุดมการณ์ 5 ก.โมเดล ส่งผลให้เรามีกัลยาณมิตรมาช่วยงานมากมาย อย่าง 
โดยในวันนี้มีไฮไลท์ เด่นๆ อยู่ 4 เรื่อง คือ

1. ผลิตภัณฑ์เวชสำอาง จาก เหงือกปลาหมอ
2. ผ้าย้อมสีสมุนไพรป่าชายเลน เป็นผ้าโลว์คาร์บอน
3. อาหารจากป่าชายเลน
4. การเพาะพันธุ์ลูกปูคืนสู่ธรรมชาติ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้เศรษฐกิจชุมชน
นอกจากนั้น เรายังมีแผนในอนาคตที่จะจัดตั้งศูนย์วิจัยมาตรฐานผลิตภัณฑ์ รวมทั้งพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ ให้เป็นศูนย์เรียนรู้ดูงานสู่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และเป็นพื้นที่ฝึกงานของกลุ่ม Start Up ให้เป็นซิลิกอนวัลเลย์ เมืองนวัตกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคต ในเร็วๆนี้ โดยการจัดแสดงผลงานในรูปแบบ Blue'Tech City Model ในวันนี้ จะเป็นต้นแบบการพัฒนาสู่สังคมชุมชนท้องถิ่น นำไปสู่การอยู่ร่วมกันของอุตสาหกรรมกับชุมชน อย่างมีความสุข
ที่ยั่งยืนต่อไป

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ห่วงใยชาวสระแก้ว มอบศาลาที่พักผู้โดยสาร เพื่อเป็นสาธารณประโยชน์แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน และเพื่อเป็นที่หลบแดดหลบฝน ณ บริเวณหน้าโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว

วันนี้ (วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม 2567) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์
และ นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย นำทีมลงพื้นที่มอบศาลาที่พักผู้โดยสาร เพื่อเป็นสาธารณประโยชน์แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน และเพื่อเป็นที่หลบแดดหลบฝน ณ บริเวณหน้าโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว จำนวน 2 หลังติดกัน รวมเป็นมูลค่า 400,000 บาท (สี่แสนบาทถ้วน)  โดยมี นายสุเทพ ชัยวัฒน์ ปลัดจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย คณะมูลนิธิสว่างสระแก้วธรรมสถาน เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี ณ บริเวณหน้าโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว จ.สระแก้ว

โครงการสร้างศาลาที่พักผู้โดยสาร มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ดำเนินการมาแล้วเป็นเวลา 18 ปี นับตั้งแต่ปีพ.ศ.2549  โดยมูลนิธิฯ ได้เล็งเห็นและห่วงใยประชาชนซึ่งมีจำนวนไม่น้อยใช้บริการรถโดยสารประจำทางเป็นกิจวัตรประจำวัน บางครั้งประสบปัญหา เรื่องไม่มีที่หลบแดดและฝนในขณะรอขึ้นรถโดยสาร ปัจจุบัน โครงการดังกล่าว ได้ขยายการดำเนินงานไปทั่วทุกภาคของประเทศ จนถึงขณะนี้ได้ดำเนินการสร้างไปแล้ว รวมจำนวน 246 หลัง

ตลอดระยะเวลากว่า 114 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ”

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

## มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##
#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418
#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

‘เพจดัง’ แฉ!! ‘ร้านสุดโหด’ ทำโทษพนักงานมาสาย คว้าไม้เรียวฟาดกระหน่ำ แทนหักเงินนาทีละ 5 บาท

(29 มี.ค. 67) กลายเป็นประเด็นที่กำลังถูกพูดถึงไปทั่วโลกในขณะนี้ เมื่อทางบัญชี @RedSkullxxx ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอผ่านทางเอ็กซ์ (X) เผยเหตุการณ์สุดช็อก

โดยระบุข้อความว่า “ลูกน้องเข้าสายปรับนาทีละ 5 บาท ถ้าไม่ให้หักเงินก็เปลี่ยนเป็นตีแทน นี่โกรธผัวแล้วมาลงกะลูกน้องป่าววะ หมดยุคทาสแล้วอิ…”

พร้อมแนบคลิปวิดีโอ หญิงสาวรายหนึ่ง ใช้ไม้เรียว กำลังฟาดชายคาดว่าเป็นพนักงานแบบรัว ๆ เสียงดังฟังชัด ท่ามกลางพนักงานคนอื่น ๆ ที่ยืนดู

ทั้งนี้ เมื่อโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็กลายเป็นไวรัลไปทั่วโลกโซเชียล มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์กันยกใหญ่ มองว่าการกระทำดังกล่าวรุนแรงเกินกว่าเหตุ และเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ เพราะเป็นการทำร้ายร่างกาย วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกรมแรงงานเข้าตรวจสอบ

>> ความคิดเห็นส่วนหนึ่งจากชาวเน็ต : 

- “มาอีกคนละคิดว่าทำแบบนี้แล้วไม่ผิด จะหักเงินเดือน หรือ ให้พักงานอะไรก็ทำไป แต่ทำแบบนี้ผิดแน่นอน ต่อให้เจ้าตัวยินยอมก็เถอะ เดี๋ยวก็จะมีเหตุผลหรือตรรกะแปลก ๆ ที่เข้าข้างตัวเองอีก”
- ลูกน้องก็ยอมเนอะ อยากถามว่า คนหรือxวายที่ยอมให้เขาตี ส่วนอีคนที่ออกกฎกับคนที่ตีxึงเป็นคนแบบไหน แล้วหักนาทีละ 5 บาท xึงจ่ายเงินเขาวันละเท่าไหร่ ถ้าวันละ 300 มาสาย 60 นาที เท่ากับไม่ได้ค่าแรง แล้วxึงจะทำงานทำไม แถมผิดกฎหมายด้วย เป็นxูแค่เห็นกฎ xูก็เดินออกจากร้านแล้ว คนนะไม่ใช่xวาย!

- นี่ ที่ทำงานรึ ? ถึงจะมีข้อตกลงกันไว้ ขอเถอะอย่าลงโทษกันด้วยการตีเลย ให้น้อง ๆ เขาทำเลยเวลาให้ ทำอย่างอื่นทดแทน ให้หักเงินก็ไม่มีใครอยากให้หักหรอก เขาถึงยอมให้ตีไง เพราะ 5 บาท 10 บาท มันก็คือเงิน สำคัญมากสำหรับคนที่มีรายได้รายวัน ซื้อน้ำกินก็ยังดี แต่น้อง ๆ เองก็ปรับปรุงตัวอย่างไปสายอีก
- มันตั้งกฎได้นะ ทำนองว่าสายกี่ครั้ง ๆ ก็ใบเตือน สะสมไปเรื่อย ๆ ไว้หักโบนัส เบี้ยขยัน อะไรก็ว่าไป ใช้แบบนี้พนักกงานฟ้องกรมแรงงานได้นะว่าใช้ความรุนแรงในสถานที่ประกอบการ

- คุกแน่นอน
- แล้วก็คือยอมให้เขาตี?
- แจ้งทำร้ายร่างกายได้ไหมอะ
- เป็นxูจะถีบให้
- แบบนี้ก็ได้เหรอ
- ฟ้องทำร้ายร่างกายเลย

ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เรื่องนี้จะจบลงอย่างไร คงต้องติดตามกันต่อไป

‘NBM’ แจง!! เหตุ ‘ชิ้นส่วน’ ร่วงใส่รถเก๋ง จนท.เทศกิจ หลังถูกร้องเรียน ชี้ ไม่ใช่อุปกรณ์จาก ‘รถไฟฟ้าสายสีชมพู’ แต่เป็นของจักรยานยนต์รุ่นหนึ่ง

(29 มี.ค.67) ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด (NBM) ผู้รับสัมปทาน โครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายสีชมพู ช่วงแคราย - มีนบุรี ชี้แจงกรณี เจ้าหน้าที่เทศกิจร้องเรียนสื่อว่า มีวัตถุปริศนาจากรถไฟฟ้ามหานคร สายสีชมพู ร่วงใส่รถเก๋งขณะพาลูกกลับบ้านว่า โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มี.ค.67 ซึ่งเจ้าหน้าที่เทศกิจคนดังกล่าวได้เข้ามาร้องเรียน และเขียนใบคำร้องที่สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี (PK01) ในเวลา 8.30 น. ของวันที่ 27 มีนาคม 2567

อย่างไรก็ดี ทางเจ้าหน้าที่หน่วยงานความปลอดภัย (Safety) และเจ้าหน้าที่สถานี ได้ชี้แจงและทำความเข้าใจกับผู้ร้องเรียนไปแล้วว่าไม่ใช่ชิ้นส่วนของรถไฟฟ้ามหานคร สายสีชมพู เป็นเพียงชิ้นส่วนจากรถจักรยานยนต์รุ่นหนึ่งเท่านั้น ซึ่งผู้ร้องเรียนก็ได้รับทราบข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้ว และยังยืนยันร่วมกันว่าน่าจะเป็นชิ้นส่วนของรถจักรยานยนต์มากกว่า และขอนำชิ้นส่วนดังกล่าวกลับไป

สตม.รวบนักธุรกิจไต้หวันคาคอนโดหรูหลังพบประวัติสวมบัตรตุ๋นนักลงทุนร่วมชาติก่อนเชิดเงินหนี มูลค่าความเสียหายกว่า 600 ล้าน

สืบเนื่องจาก สตม. ได้รับการประสานข้อมูลจากกรมการสอบสวน กระทรวงยุติธรรมไต้หวัน ผ่านทางสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย แจ้งข้อมูล MRS.MEILEE (นามสมมติ) อายุ 66 ปี สัญชาติไต้หวัน ผู้ต้องหาตามหมายจับของไต้หวันรายสำคัญ ซึ่งได้ก่ออาชญากรรมในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน โดยได้ชักชวนหลอกลวงนักลงทุนชาวไต้หวันให้มาลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ก่อนเชิดเงินลงทุนหนี ผู้เสียหายทั้งหมด 88 ราย มูลค่าความเสียหายรวม 608 ล้านบาท

พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1 และ พ.ต.อ.กาจภณ ปฐมัง ผกก.สส.บก.ตม.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนรวบรวมข้อมูลจนทราบว่า MRS.MEILEE ได้เข้ามาประกอบธุรกิจให้กับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยในตำแหน่งรองประธานกรรมการฯ ซึ่งจากการตรวจสอบบริษัทดังกล่าวพบความผิดปกติ ไม่ตรงตามหลักเกณฑ์หลายประการ ผบก.ตม.1 จึงได้ดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของ MRS.MEILEE พร้อมกับได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเฝ้าติดตามสืบสวนหาข่าวจนพบเบาะแสสำคัญจากสายลับในพื้นที่ว่า MRS.MEILEE มีบุตรสาว 1 คน ที่พำนักอยู่ในประเทศไทย ชื่อ น.ส.แสงดาว (นามสมมติ) ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้าออกประเทศไทยและทะเบียนราษฎร์ ของ น.ส. แสงดาว พบว่า น.ส.แสงดาว เป็นคนไทย มีบัตรประชาชนแต่ได้ยื่นคำขอมีบัตรประชาชนเมื่อปี พ.ศ.2543 ในอายุประมาณ 18 ปี มีมารดาเป็นคนไทยชื่อนางดุจเดือน (นามสมมติ) แต่ไม่ปรากฏภาพถ่ายของนางดุจเดือนในฐานข้อมูล ชุดสืบสวนจึงได้ประสานงานกับสำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง เพื่อขอภาพถ่ายของนางดุจเดือนขณะทำบัตรประชาชนไทยครั้งแรกในช่วงประมาณปี พ.ศ.2542 จากการตรวจสอบพบว่าภาพถ่ายของนางดุจเดือนมีความคล้ายคลึงกับ MRS.MEILEE ชาวไต้หวัน ชุดสืบสวนจึงได้มุ่งประเด็นการสืบสวนหาตัว MRS.MEILEE ไปที่ น.ส.แสงดาว จนกระทั่งทราบว่าทั้งคู่ได้พักอาศัยอยู่ในคอนโดหรูแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท เจ้าหน้าที่จึงได้เฝ้าสังเกตการณ์จนกระทั่งได้พบ MRS.MEILEE จึงได้แจ้งหนังสือการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรให้ทราบและนำตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. ดำเนินการตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ต่อไป

อนึ่ง จากการประสานข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องล่าสุด ทราบว่าได้มีการจำหน่ายบัตรประชาชนของ นางดุจเดือน ออกจากระบบเป็นที่เรียบร้อยก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนของการได้มาซึ่งบัตรประชาชนของบุคคลรายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง สตม. จะได้ดำเนินการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่องต่อไป สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิด ในด้านต่าง ๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่น ๆ ที่มีหมายจับ และการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อาคารเฉลิม  พระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษา เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ต.บ้านใหม่  อ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี 11120 หรือติดต่อตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในพื้นที่ หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง
 

‘Pangya’ เกมตีกอล์ฟออนไลน์เตรียมอำลาแฟนๆ ประกาศยุติให้บริการ 30 เม.ย.67 หลังเปิดมากว่า 19 ปี

(29 มี.ค. 67) ผู้สื่อข่าวรายงาน แฟนเพจเฟซบุ๊ก ‘Pangya[Siam]’ ได้โพสต์รูปภาพประกาศยุติให้บริการเกม Pangya โดยระบุเป็นข้อความว่า…

“ทุกสนาม มีเรื่องราว ขอขอบคุณผู้เล่นทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความทรงจำอันล้ำค่ามาตลอด 19 ปี ทั้งนี้ ทีมงานปังย่ารู้สึกเสียใจ ที่จะต้องแจ้งให้ทราบว่า วันอังคารที่ 30 เมษายน 2567 นี้ จะยุติการให้บริการเกม Pangya ในประเทศไทยลงอย่างเป็นทางการ แม้เส้นทางใกล้จะสิ้นสุดลง แต่ความทรงจำยังคงอยู่กับพวกเราตลอดไป ”

เมื่อโพสต์ประกาศดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปไม่นาน ขณะนี้มียอดกดไลก์แล้วกว่า 1 หมื่นไลก์ ถูกแชร์ไปแล้วกว่า 7 พันครั้ง ทั้งนี้ ยังมีผู้เล่นรุ่นเล็กใหญ่ต่างทยอยมาร่วมแสดงความคิดเห็นอำลาเกมรักในความทรงจำกันไม่ขาดสาย อาทิ

- “ขอบคุณ 19 ปี ขอให้ทุกคนมีความสุขที่เป็นภาพจำร่วมกันมาครับ”
- “เก็บความทรงจำดี ๆ ไว้ตลอดไปครับ เป็นเกมที่ทำให้ผมมีครอบครัวทุกวันนี้”

- “ขอบคุณทุกช่วงเวลา ที่ทำให้มีความสุขตลอดที่ผ่านมา เป็นเกมส์ที่เราเล่น มาครึ่งชีวิต แต่พอจะปิดตัวลง เราก็รู้สึกใจหายไม่น้อย ขอเก็บทุกช่วงเวลาดี ๆ เก็บไว้ในความทรงจำตลอดไป”

- “เล่นตั้งแต่อยู่ ม.ปลายตอนนี้อายุ 34 ก็ยังเล่นอยู่บ้าง จะเก็บไว้เป็นความทรงจำดี ๆ นะคะ”
- “ขอบคุณช่วงเวลาดี ๆ นะครับ”

- “เล่นตั้งแต่เกมเปิด หนีเรียนมาเล่นเกม เล่นติดงอมแงม 2 วันติดก็มี เจอทั้งสุข ทั้งเศร้า ทั้งมิตรภาพภายในเกม สนุกสุด ๆ มีเพื่อนให้พูดคุย มีเพลงในเกมให้ชื่นชอบได้ฟัง สนุกจริงครับเกมนี้ ขอให้โชคดี แล้วพบกันใหม่ปังย่า”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เกม PangYa เป็นหนึ่งในเกมออนไลน์บนแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทยในช่วงยุค 2000 โดยเนื้อหาหลักของเกม คือ การแข่งขันกีฬากอล์ฟ แต่จะมีการเพิ่มเติมความแฟนตาซีในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสกิลท่าการตี ตัวแคดดี้ หรือตัวละครต่าง ๆ พร้อมกับเสียงที่ติดหูอย่างคำว่า “ปังย่า” ตามชื่อเกม ที่จะดังขึ้นเวลาที่ผู้เล่นตีลูกได้ดี

อย่างไรก็ตาม ความสนุกเหล่านี้กำลังจะปิดฉากลง หลังมีการประกาศออกมาว่าทางเกมจะทำการยุติการให้บริการเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดในวันที่ 30 เมษายน 2567 ส่วนระบบการเติมเงินจะปิดลงตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคมนี้

สตม.รวบหนุ่มเกาหลี “หัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์” เสียหายมูลค่ากว่า 200 ล้านวอน แอบกบดานเมืองพัทยา “OVERSTAY”

วันนี้ (29 มี.ค. 67) เวลา 11.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.มานัด ศรีวงษา รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1, พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.คธาธร คำเที่ยง รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงชัย ผกก.สส.บก.ตม.๓, พ.ต.อ.กาจภณ ปฐมัง ผกก.สส.บก.ตม.1, พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ ดังนี้

1. สตม.รวบหนุ่มเกาหลี “หัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์” เสียหายมูลค่ากว่า 200 ล้านวอน แอบกบดานเมืองพัทยา “OVERSTAY”  ตม.จว.ชลบุรี จับกุม นายโอ (นามสมมุติ) อายุ 51 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ โดยกล่าวหาว่า เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด นำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จว.ชลบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย สถานที่จับกุม คอนโดมิเนียมในพื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จว.ชลบุรี  การจับกุมคนต่างด้าวรายนี้สืบเนื่องจาก ตม.จว.ชลบุรี ได้รับแจ้งข้อมูลจากกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่านายโอ (นามสมมุติ) อายุ 51 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของทางการเกาหลีใต้ในความผิดฐานฉ้อโกง และองค์การตำรวจสากลได้ออกประกาศสีแดง (INTERPOL RED NOTICE) โดยนายโอ มีพฤติการณ์เป็นหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตั้งฐานอยู่ที่ประเทศจีน ได้ใช้วิธีโทรศัพท์และส่งข้อความหลอกลวงเหยื่อผู้เสียหายในประเทศเกาหลีใต้ โดยสร้างสถานการณ์ในรูปแบบต่าง ๆ หลอกให้เหยื่อหลงเชื่อจนโอนเงินมาให้สมาชิกในกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในช่วงเวลา 2 สัปดาห์สามารถหลอกเหยื่อได้จำนวน 6 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 200 ล้านวอน หลังจากทางการเกาหลีใต้ได้ออกหมายจับ นายโอได้หลบหนีคดีมาซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่เมืองพัทยา ตม.จว.ชลบุรี จึงได้ตรวจสอบข้อมูลพบว่านายโอได้เข้ามาอยู่ในประเทศไทยโดยการอนุญาตสิ้นสุดแล้ว (OVERSTAY) จากนั้นได้สืบสวนติดตามหาตัวนายโอในย่านที่พักและสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองพัทยา จนกระทั่งสืบทราบว่านายโอได้มาเช่าคอนโดแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จว.ชลบุรี จึงได้ไปตรวจสอบเมื่อพบตัวนายโอจึงได้จับกุมนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหาดังกล่าว  
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top