Sunday, 7 June 2026
NEWS FEED

หนองคาย “นบ.ยส.24” สกัดยาเสพติดล๊อตใหญ่ ขบวนการค้ายา 3 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 1,760,000 เม็ด รถยนต์ 2 คัน

เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 68 เวลา 0300 กองทัพบก โดย พล.ท.วีระยุทธ รักษ์ศิลป์ มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24 อำนวยการให้ กกล.สุรศักดิ์มนตรี/สกัดกั้น ฯ ตอนบน/ บก.ควบคุมที่ 2 (ร.13) นรข.เขตหนองคาย โดย หน่วยเรือโพนพิสัย (หน่วยงานหลัก) ขณะปฏิบัติหน้าที่ซุ่มเฝ้าตรวจพื้นที่ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง หลังโรงเรียนบ้านพวก บ.พวก ต.บ้านเดื่อ อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย เจ้าหน้าที่ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยและรถยนต์ จำนวน 2 คัน กำลังลำเลียงสิ่งของขึ้นจากริมฝั่งแม่น้ำโขง จนท.จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวเมื่อเห็นว่าเป็น เจ้าหน้าที่ จึงได้ทิ้งสิ่งของและขับรถหลบหนีไป เจ้าหน้าที่เข้าตรวจพื้นที่พบกระเป๋าต้องสงสัยและกระสอบรวม 6 ห่อ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวนประมาณ 1,760,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงเร่งประสาน สภ.บ้านเดื่อ และสภ.โพนพิสัย ให้ไล่ติดตามจับกุมรถยนต์ต้องสงสัยที่หลบหนีไป จนสามารถสืบสวนและติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 3 ของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน ประมาณ 1,760,000 เม็ด พร้อมรถยนต์ จำนวน 2 คัน ได้นำผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาไว้ที่ หน่วยเรือโพนพิสัย เพื่อสอบสวนขยายผลและตรวจนับของกลางโดยละเอียด และจะนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านเดื่อ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  

โดยวันที่ 8 พ.ย. 68 เวลา 1000 ที่ฐานปฏิบัติการ นร.โพนพิสัย อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย  พล.ท.วีระยุทธ รักษ์ศิลป์ มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24 มอบหมายให้ พล.ร.ต. ณรงค์  เอมดี ผบ.นรข.และ นายไพฑูรย์ มหาชื่นใจ รอง ผวจ.น.ค. เป็นประธานร่วมในการแถลงข่าวพร้อมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย และในโอกาสเดียวกัน เสธ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี ได้มอบงบประมาณบำรุงขวัญให้กับ นร.โพนพิสัย ในนาม กกล.สุรศักดิ์มนตรี เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ ในการปฏิบัติงานต่อไป

ภาพประทับใจหลังเกม!! อบจ.ชัยนาท ชนะทั้งในและนอกสนาม น้อง ๆ นักเรียนช่วยกันเก็บขยะหลังเกม มุมเล็ก ๆ ที่น่าชื่นชมของเยาวชนรุ่นใหม่ ปิดฉากฟุตบอล 7HD 2025 อย่างอบอุ่น

บอลจบแต่เรื่องราวยังไม่จบ

ฟุตบอลนักเรียน 7 คน แชมป์กีฬา 7HD 2025 ได้บทสรุปสุดท้ายไปเป็นที่เรียบร้อยเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดย 'โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท' แซงชนะ 'โรงเรียนหมอนทองวิทยา' 2-1 ประตู คว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ ท่ามกลางเรื่องราวให้กล่าวขานได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ‘รถขนฝัน’ ของทีมหมอนทอง รวมไปถึงผู้แฟนบอลที่หลั่งไหลมาชมเกม จนล้นทะลักสนามศุภชลาศัย ปลุกกระแสวงการฟุตบอลไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง

แม้จะมีเรื่องราวให้พูดถึงมากมาย แต่ยังมีอีกหนึ่งจุดเล็ก ๆ ที่น่าชื่นชม และอยากยกขึ้นมาเป็นแบบอย่างให้กับน้อง ๆ เยาวชน ด้วยปรากฏภาพของเด็กนักเรียนจากโรงเรียน อบจ.ชัยนาท ที่ไม่ปล่อยให้สนามกีฬาแห่งชาติต้องสกปรก หลังจากแมตช์การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศจบลง 

ในห้วงเวลาที่หลายคนอาจกำลังเฉลิมฉลองกับชัยชนะ บางคนกำลังเสียใจที่พลาดถ้วยรางวัล บางคนกำลังเดินทางกลับบ้านด้วยอารมณ์ที่มีทั้งสมหวังและผิดหวังระคนกัน แต่ในช่วงเวลานั้น น้อง ๆ นักเรียนจากอบจ. ชัยนาท หลายคน ได้ร่วมมือช่วยกันเก็บขยะรวบรวมให้ผู้ดูแลความสะอาดของสนามศุภชลาศัยได้เก็บกวาดง่ายขึ้น นี่คือตัวอย่างของเยาวชนกับการทำประโยชน์ง่าย ๆ ที่แสดงให้เป็นถึงการอบรมอันดีงาม และน่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง

อยากเห็นแฟนบอลช่วยกันรักษาความสะอาดแบบนี้ ในแมตช์การแข่งขันต่าง ๆ เพื่อยกระดับการชมฟุตบอลในบ้านเราให้ดีด้วยระเบียบวินัยเช่นเดียวกับน้อง ๆ กลุ่มนี้
 

กองทัพอากาศ จัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในส่วนของกองทัพอากาศ วาระครบ15 วัน (ปัณรสมวาร)


เมื่อวันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2568 พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมด้วยคุณอภิษฎา  คันธา เป็นประธาน ในพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในส่วนของกองทัพอากาศ วาระครบ15 วัน (ปัณรสมวาร) เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความไว้อาลัยด้วยความจงรักภักดี โดยมี นายทหารชั้นผู้ใหญ่กองทัพอากาศ หัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองทัพอากาศ และสมาคมคู่สมรสทหารอากาศ ร่วมพิธี ณ กองบัญชาการกองทัพอากาศ

โดยพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วาระครบ15 วัน (ปัณรสมวาร) นั้น ประกอบด้วยพิธีทำบุญตักบาตรโดยนิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป ณ บริเวณหน้ากองบัญชาการกองทัพอากาศ และพิธีบำเพ็ญกุศลฯ ณ ห้องรับรองจักรพงษ์ กองบัญชาการกองทัพอากาศ

“หมวดเรือลาดตระเวนชายแดน มุ่งมั่นปกป้องอธิปไตย พิทักษ์อ่าวไทยฝั่งตะวันออก และดูแลชาวประมงไทยให้ปลอดภัย”

ในห้วงวันที่ 1-7 พฤศจิกายน 2568 หมู่เรือลาดตระเวนชายแดนส่วนที่ 1 (มชด./1) ประกอบด้วย เรือตรวจการณ์ 996 และ เรือตรวจการณ์ 265 ของหมวดเรือลาดตระเวนชายแดน (มชด.) ที่ทัพเรือภาคที่ 1(ทรภ.1) จัดกำลังไปปฏิบัติภารกิจ ภายใต้การควบคุมทางยุทธการกับกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.)

การลาดตระเวนในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติในน่านน้ำไทย โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ชายแดนทางทะเลด้านตะวันออก ซึ่งมีความสำคัญต่อความมั่นคงของประเทศและเศรษฐกิจทางทะเลของไทย อีกทั้งยังเป็นการแสดงสิทธิ์ของไทยในเขตแดนทางทะเล ตามประกาศ พ.ศ. 2516 (แนวเส้นแบริ่ง 211 จากหลักเขตที่ 73)

พร้อมกันนี้ หมู่เรือลาดตระเวนชายแดนส่วนที่ 1 ยังได้ดูแลความปลอดภัยให้กับชาวประมงไทย ที่ออกทำการประมงในเขตน่านน้ำของประเทศ เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัยจากภัยคุกคามและการละเมิดกฎหมายทางทะเล รวมถึงให้การสนับสนุนหน่วยงานด้านความมั่นคงทางทะเลในพื้นที่ในการตรวจสอบและป้องปรามการกระทำผิดกฎหมายทางทะเล

ภารกิจดังกล่าวสะท้อนถึง ความมุ่งมั่นของกองทัพเรือในการพิทักษ์อธิปไตย รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และคุ้มครองประชาชนที่ประกอบอาชีพประมงโดยสุจริตให้มีความมั่นคงและปลอดภัย

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบของขวัญ ส่งกำลังใจแก่ผู้พิการ ในงานวันคนพิการ ครั้งที่ 56 ประจำปี 2568 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด สำนักงานแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

(8 พ.ย. 68) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์  และ นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ ร่วมกับสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่มอบกระบอกน้ำพลาสติก ขนาด 1 ลิตร รวมจำนวน 4,000 ใบ รวมงบประมาณเป็นเงิน 248,000 บาท (สองแสนสี่หมื่นแปดพันบาทถ้วน) เป็นของขวัญให้แก่ผู้พิการ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ เนื่องในงานวันคนพิการ ครั้งที่ 56 ประจำปี 2568 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นประธานในพิธี และมอบโล่เกียรติคุณแด่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ เป็นผู้รับมอบ ณ ห้องจัดเลี้ยงอาหาร 9 ชั้น 1 บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด สำนักงานแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

สำหรับการช่วยเหลือผู้พิการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยฝ่ายสังคมสงเคราะห์ ได้ริเริ่มดำเนินการและขยายโครงการต่อเนื่องเรื่อยมา ด้วยความตระหนักถึงความยากลำบากในการดำรงชีวิต เพื่อการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต อาทิ โครงการ “ป่อเต็กตึ๊ง สงเคราะห์สังคม” โดยการมอบเข็นวีลแชร์แก่ผู้พิการ พร้อมมอบค่าพาหนะสำหรับผู้ที่เดินทางมารับ ซึ่งขณะนี้ได้กระจายความช่วยเหลือไปสู่ผู้พิการยากไร้ในส่วนภูมิภาค นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังให้ความช่วยเหลือโดยผ่าน หรือร่วมกับโครงการ องค์กร และหน่วยงานต่างๆ  อาทิ การสนับสนุนค่าพาหนะ และเครื่องอุปโภคบริโภค ให้แก่ผู้รับขาเทียม ช่างและอาสาสมัคร ในโครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ การมอบของขวัญเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้พิการ เนื่องในวันคนพิการ โดยร่วมกับสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และในวันจันทร์นี้ (10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568) มูลนิธิฯ กำหนดมอบไม้เท้าขาวแก่ผู้พิการทางสายตา ผ่านมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์  สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย และมูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ รวมงบประมาณการช่วยเหลือผู้พิการ ในปี 2568 ณ ปัจจุบัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท

ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารและกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

ตำรวจไทยเร่งประสานญี่ปุ่น กรณีเด็กหญิงวัย 12 ปี ถูกบังคับทำงานในร้านนวดแอบแฝงที่โตเกียว ตามนโยบาย ผบ.ตร. ให้ความสำคัญสูงสุดต่อการคุ้มครองเด็กและปราบปรามการค้ามนุษย์

(8 พ.ย. 68) พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า วานนี้ (7 พฤศจิกายน 2568)  พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เชิญกงสุลตำรวจประจำสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย, ผู้แทนกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ โดยมี พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว, พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ และ ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ เข้าร่วมประชุม

การประชุมมีวัตถุประสงค์เพื่อหารือแนวทางการช่วยเหลือและคุ้มครองเด็กหญิงชาวไทยอายุ 12 ปี ที่ถูกมารดาพาเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น และถูกบังคับให้ทำงานในร้านนวดแอบแฝงในกรุงโตเกียว ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นได้ให้การช่วยเหลือและรับผู้เสียหายไว้ในความคุ้มครองแล้ว 

ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่นและกระทรวงการต่างประเทศอย่างใกล้ชิด โดยได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งในประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น รวมถึงตรวจสอบเครือข่ายที่อาจอยู่เบื้องหลัง เพื่อขยายผลไปยังขบวนการที่อาจล่อลวงเด็กหรือหญิงไทยไปทำงานในลักษณะเดียวกัน

นอกเหนือจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีความร่วมมืออย่างต่อเนื่องกับกระทรวงการต่างประเทศ, กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในการแก้ไขปัญหาคนไทยพำนักและทำงานผิดกฎหมายในญี่ปุ่น เนื่องจากการที่คนไทยทำงานโดยผิดกฎหมายในประเทศญี่ปุ่นนั้นนำไปสู่ความเสี่ยงที่จะถูกหลอกลวง ข่มขู่ และบังคับใช้แรงงาน ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของปัญหาการค้ามนุษย์เช่นกัน  

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งได้กำหนดให้ “การคุ้มครองเด็กและเยาวชน และการปราบปรามการค้ามนุษย์” เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญเร่งด่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเน้นย้ำให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องทำงานเชิงรุก ทั้งในด้านการสืบสวน ป้องกัน และความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อให้การช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นไปอย่างทันท่วงที และนำผู้กระทำผิดมาลงโทษอย่างเด็ดขาด

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอเตือนประชาชนและผู้ปกครองให้เพิ่มความระมัดระวัง หากมีผู้ใดชักชวนให้เด็กหรือเยาวชนเดินทางไปทำงานต่างประเทศ โดยอ้างว่าเป็นงานบริการ ร้านนวด หรืออาชีพที่ไม่ชัดเจน ขออย่าหลงเชื่อ เพราะอาจตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ได้ หากพบเห็นหรือสงสัยว่ามีการกระทำผิดในลักษณะดังกล่าว สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วน 191, ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตคม.ตร.) 1599, กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) 1191 หรือสถานีตำรวจใกล้บ้าน

นราธิวาส-มทภ.4 ตรวจเยี่ยม ฉก.ทพ.49 เน้นย้ำ กำลังพลปฏิบัติงานด้วยความไม่ประมาท เตรียมพร้อมในทุกสถานการณ์

พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และคณะฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 ในพื้นที่ตำบลซากอ อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส เพื่อร่วมประชุมและรับฟังชี้แจงการปฏิบัติงานที่สำคัญ พร้อมรับฟังปัญหาข้อขัดข้อง รวมทั้งมอบแนวทางการปฏิบัติงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมี พันเอก ณัฏฐพล สุนทรนนท์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 พร้อมด้วยผู้บังคับกองร้อยฯ และกำลังพลร่วมให้การต้อนรับและร่วมการประชุม

สำหรับการตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ เป็นการติดตามการปฏิบัติงานและรับทราบปัญหาข้อขัดข้อง รวมทั้งหารือแนวทางแก้ไขการปฏิบัติงานในห้วงที่ผ่านมา พร้อมกำชับให้มีการปรับแผนการปฏิบัติให้มีความรัดกุม ทั้งเชิงรุก เชิงรับ และปฏิบัติด้วยความจริงใจ อีกทั้งได้นำนโยบายการปฏิบัติ 8 กิจสำคัญตามนโยบายกรอบของแนวทางขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงและการพัฒนาพื้นที่ เพื่อยึดถือและปฏิบัติในทิศทางเดียวกัน 

โอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่มีความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ และเฝ้าติดตามด้านการข่าวอย่างใกล้ชิด รวมถึง ปฏิบัติภารกิจเพิ่มความเข้มงวดเป็นพิเศษ โดยบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ ตลอดจนฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชนให้เข้ามามีส่วนร่วม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลพื้นที่ชุมชนต่อไป

อาจารย์สกลเปิดใจ พา “หมอนทองวิทยา” เข้าชิง จากโรงเรียนประจำหมู่บ้านหัวใจแกร่ง ปลื้มสองข้างทางบีบแตร-ตะโกนให้กำลังใจ ภูมิใจในเด็กทุกคน ตอนนี้มาเกินฝันของทีม

(8 พ.ย. 68) เวลา 12.00 น. ที่หน้าสนามศุภชลาศัย ทีมหมอนทองวิทยา อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ม้ามืดจากโรงเรียนเล็ก เดินทางด้วย “รถสองแถวขนฝัน” ท่ามกลางแฟนบอลมารอต้อนรับแน่นหน้าสนาม ต่างขอถ่ายรูปให้กำลังใจ ก่อนชิงฟุตบอล 7 คนกับโรงเรียนอบจ.ชัยนาท ในช่วงเวลา 16.15 น. โดยตลอดทางมีตำรวจทางหลวงนำขบวนเข้ากรุงเทพฯ

อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ โค้ชทีมหมอนทองฯ เผยขับรถคู่ชีพพาเด็กๆ มาถึงสนาม แม้รถเก่าแต่ “ไม่เคยทิ้งความฝัน” ย้ำเด็กทุกคน “สู้ด้วยชีวิต” ทั้งที่เป็นแค่โรงเรียนประจำหมู่บ้าน งบทำทีมจำกัด ต่างช่วยกันออกค่าที่พักค่าน้ำไฟ “มาถึงตรงนี้เกินเป้าหมายแล้ว” พร้อมเล่าวินาทีซึ้ง ระหว่างขับรถเข้ากรุง ถนนสองฝั่งมีประชาชนบีบแตรและตะโกนให้กำลังใจต่อเนื่อง

นอกจากนี้ โค้ชสกลเล่าประสบการณ์จากโรงเรียนใหญ่ ก่อนเลือกมาทำทีมหมอนทองวิทยาและปรับตัวอยู่ร่วมกับชุมชนมุสลิมได้อย่างกลมกลืน ตั้งเป้าแรกแค่เข้ารอบ 32 เพื่อเป็นมือวาง แต่ทีมไล่ล้มเต็ง รวมถึงทีมระดับมีแข้งทีมชาติ จนทะลุชิงวันนี้ “ผมภูมิใจเด็กทุกคน เงินอัดฉีดมองเป็นเรื่องสมมติ สิ่งสำคัญคือพาเด็กๆ มาถึงสนามอย่างปลอดภัย และให้พวกเขาเชื่อว่าความฝันไปต่อได้”

รู้จัก “อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” “ปลัดกระทรวงมหาดไทย” คนปัจจุบัน กับผลงานยกระดับ-พัฒนาชุมชนให้ทันโลก สร้างรากฐานสังคมไทยให้แข็งแกร่ง-ยั่งยืน

หากเปรียบ “ประเทศ” เป็นต้นไม้ใหญ่ “ชุมชน” คือรากแก้ว ที่ยิ่งหยั่งรากลึก และได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ก็จะยิ่งแข็งแรง ดังนั้น หากอยากให้ประเทศแข็งแรงในทุกส่วน ก็จำเป็นต้องลงทุน ลงแรง กับชุมชนให้มาก เพื่อจะได้ “เข้มแข็งและยั่งยืน” และกลายเป็นส่วนเล็ก ๆ ที่สำคัญของสังคมต่อไป

การดูแล “ชุมชน” ให้แข็งแรง ก็ถือเป็นหลักคิดสำคัญของ “อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” ที่แม้ว่าวันนี้จะขึ้นไปนั่งตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย มีหน่วยงานใต้บัญชามากมายให้ดูแล แต่ผลงานก่อนหน้านี้ ก็สะท้อนชัดว่า ในหัวใจของ “อรรษิษฐ์” ให้ความสำคัญในเรื่องพัฒนาชุมชนเป็นที่สุด

ก่อนที่จะได้รับตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย เดิม “อรรษิษฐ์” เคยได้รับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน อยู่ 2 ปี (เริ่มปี 2560) ก่อนจะย้ายไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดตาก (เริ่มปี 2562) และได้ขยับไปเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทยในปี 2563

แม้ในปี 2565 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) ซึ่ง “อรรษิษฐ์” ก็ตั้งใจทำหน้าที่เป็นอย่างดี โดยในระหว่างดำรงตำแหน่งนี้ ได้กำหนดวิสัยทัศน์ “เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ในการดำเนินงาน โดยมีเป้าหมายให้ชุมชนบริหารจัดการตนเองตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีมีความสุขเพิ่มขึ้น เพื่อทำให้เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็ง และสามารถตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs Goal ที่องค์การสหประชาชาติกำหนดไว้ได้

เพื่อเดินสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ ก็ได้กำหนดเป้าหมายหลัก คือ “ตำบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” จำนวน 878 ตำบล โดยมีกิจกรรมขับเคลื่อนงานทั้งการพัฒนาผู้นำกลุ่มองค์กรและเครือข่าย ส่งเสริมการออมและพัฒนาทักษะการบริหารจัดการทางการเงิน ส่งเสริมเครือข่ายศูนย์ผู้นำจิตอาสาพัฒนาชุมชน และส่งเสริมกิจกรรมเครือข่ายพื้นที่ต้นแบบโคก หนอง นา โมเดล 

ไม่เพียงเท่านั้น ยังพัฒนาองค์กรให้ทันสมัย มีสมรรถนะและมีธรรมาภิบาล มุ่งเน้นการทำงานแบบบูรณาการร่วมกับภาคีการพัฒนาทั้ง 7 ได้แก่ ภาครัฐ ภาคประชาชน ภาควิชาการ ภาคศาสนา ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคสื่อสารมวลชน โดยมี “พัฒนากร” ลงพื้นที่ทำงานเคียงข้างประชาชนครอบคลุมทุกจังหวัด 

นับเป็นการต่อยอดจุดแข็งของกรมการพัฒนาชุมชน ที่มีมาตลอดกว่า 60 ปี ได้เป็นอย่างดี ตามนิยามที่กล่าวได้ว่า “เป็นหนึ่งในงานหน่วยงานภาครัฐที่ทำงานใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนในชุมชนมากที่สุด”

ภารกิจของ “อรรษิษฐ์” ที่มีต่อ “ชุมชน” ในประเทศไทยไม่ได้มีเพียงเท่านี้ ภารกิจที่เน้นหนักและให้ความสำคัญมากอีกหนึ่งเรื่องคือการส่งเสริมครัวเรือนปลูกผักสวนครัวอย่างน้อยครัวเรือนละ 10 ชนิด เพื่อปลูกฝังพฤติกรรมพึ่งพาตัวเองให้คนไทย เสริมความมั่นคงทางอาหาร และลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน

อีกภารกิจสำคัญคือการสานต่อการดำเนินงานประชารัฐรักสามัคคี หรือ SE ที่ดำเนินการในรูปแบบบริษัทประชารัฐฯ จังหวัด มุ่งเน้น 3 เรื่องหลัก คือ เกษตร แปรรูป ท่องเที่ยว ตามบริบทของชุมชนที่แตกต่างกัน ซึ่งมีชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัติวิถีอยู่แล้วทั่วประเทศ ขณะที่การสนับสนุน OTOP ก็ยังคงดำเนินการต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาผู้ผลิต/ผู้ประกอบการ พัฒนาผลิตภัณฑ์ และพัฒนาช่องทางการตลาด เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างรายได้ และกระจายสินค้าออกสู่ตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ สะท้อนให้เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจพัฒนาชุมชน ดังที่เคยกล่าวไว้ว่า “หัวใจหลักของงานพัฒนาชุมชน คือมุ่งให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางและส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาทุกขั้นตอน เพราะการพัฒนาที่ยั่งยืนจะต้องเกิดจากพื้นฐานความต้องการของประชาชน ริเริ่มและขับเคลื่อนโดยประชาชนเป็นสำคัญ” 

และแม้วันนี้ “อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” จะก้าวสู่ตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทยแล้ว แต่ “หลักการ” ที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ยังคงเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง

>>สำหรับประวัติของ “อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” 

เกิด: 16 กรกฎาคม 2514 
อายุ: 53 ปี 
ชื่อเล่น: ป๊อบ 
สำเร็จการศึกษา: ปริญญาตรี รัฐศาสตรบัณฑิต (การปกครอง) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ สิงห์ดำรุ่นที่ 42 , พัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิต (รัฐประศาสนศาสตร์) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ผ่านอบรมหลักสูตร นักบริหารงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รุ่นที่ 2, นักปกครองระดับสูง รุ่นที่ 54 และ ผู้บริหารระดับสูงด้านการค้าและการพาณิชย์ (TEPCoT) รุ่นที่ 10

>>ประวัติการทำงาน
-ตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน 3 สำนักงานจังหวัดฉะเชิงเทรา 
-หัวหน้ากลุ่มงานสรรหาและบรรจุแต่งตั้ง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย 
-เลขานุการอธิบดี กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
-ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
-หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น 
-ผู้อำนวยการสถาบันดำรงราชานุภาพ 
-รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี 
-รองผู้ว่าฯ อุดรธานี 
-รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน
-ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน 
-ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก 
-รองปลัดกระทรวง 
-อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน 
-อธิบดีกรมการปกครอง
-ปัจจุบัน ปลัดกระทรวงมหาดไทย

>>เครื่องราชอิสริยาภรณ์
-มหาวชิรมงกุฎ
-ประถมาภรณ์ช้างเผือก
-เหรียญพิทักษ์เสรีชน ชั้น 2
-เหรียญราชการชายแดน
-เหรียญจักรพรรดิมาลา
-เหรียญลูกเสือสดุดี ชั้น 1
-เหรียญกาชาดสดุดี ชั้น 1

ผบช.ภ.7 ฝ่า 399 โค้ง ถึง "สภ.ปิล็อก"ชี้ต้องให้ความสำคัญของโรงพักชายแดน มอบถุงยังชีพเป็นขวัญกำลังใจ

เมื่อวันที่ (5 พ.ย.68) เวลา 08.30 น. พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ รอง ผบช.ภ.7,​ พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พร้อมคณะ ได้มาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจ ข้าราชการตำรวจ สภ.ปิล็อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี โดยมี พ.ต.ท.ชัยภัฎ พัวพงษ์พันธ์ สว.สภ.ปิล็อก พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัดอยู่ปฏิบัติหน้าที่ เหตุการณ์โดยทั่วไปปกติ 

ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ ผบช.ภ.7 ได้มอบถุงยังชีพ  พูดคุยและให้กำลังใจกับข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนสถานีตำรวจ เดินตรวจความเรียบร้อยทั้งภายในและภายนอกอาคาร พร้อมมอบนโยบายการปฏิบัติหน้าที่แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเน้นย้ำในเรื่องของการสกัดกั้นการลักลอบเข้า-ออกประเทศทั้งในส่วนของคนไทยและคนต่างด้าว รวมไปถึงสิ่งของผิดกฎหมาย และได้กำชับมาตรการการสกัดกั้นการใช้เสาสายสัญญาณอินเตอร์เน็ตและเสาสายสัญญาณแนวชายแดนตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top