Friday, 12 June 2026
NEWS FEED

รมว.แรงงาน 'พิพัฒน์' เป็นประธานพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานกระทรวงแรงงาน ประจำปี 2567 ณ วัดชัยมงคล พระอารามหลวง จ.สงขลา 

(9 พ.ย.67) เวลา 10.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานของกระทรวงแรงงาน ประจำปี 2567 ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้ากระกฐินให้กระทรวงแรงงาน ตามที่ขอพระราชทานเพื่อน้อมนำไปถวายพระสงฆ์จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ณ วัดชัยมงคล พระอารามหลวง ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลาเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อีกทั้งเป็นการสนองสถาบันพระมหากษัตริย์ในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและพระอารามหลวง พร้อมสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทย

ในการนี้มี นายสิรภพ ดวงสอดศรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายวิทยา จันทน์เสนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงแรงงาน หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดสงขลา ภาคเอกชน และพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดสงขลา เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน ทั้งนี้ ผู้มีจิตกุศลร่วมถวายจตุปัจจัย ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและบูรณะพระอาราม ทำบุญกฐินพระราชทานของกระทรวงแรงงาน ประจำปี 2567 รวมเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 2,583,812 บาท นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ยังได้มอบทุนการศึกษาให้กับผู้อำนวยการโรงเรียนในอุปถัมภ์ จำนวน 2 ทุนๆ ละ 10,000 บาท จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดชัยมงคล และโรงเรียนชัยมงคลวิทย์ รวมเป็นเงินจำนวน 20,000 บาท 

สำหรับวัดชัยมงคล พระอารามหลวง ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา เป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งวัดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2320 วัดมีพระบรมธาตุที่ศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพบูชาของชาวจังหวัดสงขลา ซึ่งสร้างเมื่อใดไม่ทราบชัด เดิมวัดมีชื่อว่า วัดโคกเสม็ด เพราะตั้งอยู่บนเนินทรายที่มีต้นเสม็ดอยู่จำนวนมาก ในสมัยพระอาจารย์ศรีเป็นเจ้าอาวาส วัดชัยมงคลมีความเจริญรุ่งเรืองมาก และสมัยที่พระมหาแฉล้ม เขมปญฺโญ เป็นเจ้าอาวาส ได้ทำเรื่องเสนอคณะสงฆ์และบ้านเมืองเพื่อขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตสถาปนาวัดขึ้นเป็นพระอารามหลวง จนยกฐานะเป็นพระอารามหลวงเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2528

ทั้งนี้ กฐินพระราชทาน เป็นกฐินที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานผ้าของหลวงแก่ผู้กราบบังคมทูล ขอพระราชทานเพื่อไปถวายยังวัดหลวงต่างๆ นอกจากวัดสำคัญที่ทรงกำหนดไว้ว่าจะเสด็จพระราชดำเนินด้วยพระองค์เอง หรือจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์ หรือองคมนตรี หรือผู้ที่ทรงเห็นสมควรเป็นผู้แทนพระองค์ไปถวาย จึงเปิดโอกาสให้กระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ตลอดจนคณะบุคคลหรือบุคลากรที่สมควรรับพระราชทานผ้ากฐินไปถวายได้ โดยกระทรวงแรงงานได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เนื่องจากเป็นประเพณีที่พุทธศาสนิกชน ได้ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นเวลาช้านาน เพื่อเป็นการอุปถัมภ์พระสงฆ์ที่จำพรรษาครบถ้วนไตรมาสให้ได้รับอานิสงส์ตามพระวินัย และเป็นทุนในการบูรณปฏิสังขรณ์พระอาราม โดยเป็นการรวมพลังแห่งความสามัคคี ทั้งทางกาย วาจา และจิตใจในการสร้างบุญกุศลสร้างความสุขของการอยู่ร่วมกันในสังคม รวมทั้งเป็นการจรรโลงและส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้มั่นคงดำรงอยู่เจริญวัฒนาสถาพรสืบไป

แม่ทัพภาคที่ 4 ให้การต้อนรับคณะ ส.ว. จาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าพบแสดงความยินดี และร่วมหารือแก้ไขปัญหา ผลักดันการพัฒนาคุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน

เมื่อวานนี้ (8 พ.ย.67) เวลา 14.00 น. ณ ห้องรับรอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี พลโท ไพศาล  หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมคณะฯ ให้การต้อนรับสมาชิกวุฒิสภาจาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้และคณะที่ปรึกษากรรมาธิการทหาร นำโดย นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา / นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้ พร้อมด้วยสมาชิกวุฒิสภาจาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้แก่ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา และสตูล เข้าพบ พลโท ไพศาล หนูสังข์ เพื่อร่วมแสดงความยินดี ในการเข้ารับตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 และร่วมพูดคุยหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเน้นการใช้การศึกษาเป็นฐานในการพัฒนาคุณภาพชีวิต รวมไปถึงการสร้างความเข้าใจแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพื่อสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืนในพื้นที่ต่อไป

โอกาสนี้ พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้กล่าวขอบคุณ นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา / นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้ และคณะฯ ที่ได้เดินทางมาร่วมแสดงความยินดี โดยตนรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ให้การต้อนรับคณะ แต่ขณะเดียวกัน ตนต้องคิดให้มากขึ้นและทำให้มากขึ้น ให้สมกับที่ทุกท่านได้มาร่วมแสดงความยินดี และรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 สำหรับการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น จากประสบการณ์การทำงานในพื้นที่มาอย่างยาวนาน ทำให้เข้าใจและพร้อมที่จะแก้ไขปัญหา โดยใช้กระบวนการสร้างการรับรู้ 2 P คือ Perception (การรับรู้) และ Process (กระบวนการ) เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชน ภาคประชาสังคม รวมไปถึงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นฐานนำไปสู่การสร้างสันติสุขในพื้นที่

นอกจากนี้ คณะสมาชิกวุฒิสภาจาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และคณะที่ปรึกษากรรมาธิการทหาร ยังได้ร่วมหารือและเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ โดยเน้นการส่งเสริมการศึกษาให้กับเยาวชนกลุ่มเปราะบาง ทั้งในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานและหลักสูตรเร่งรัด เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างคนดีสู่สังคมในอนาคต รวมทั้งเน้นการพูดคุยพบปะพัฒนาสัมพันธ์กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและความเข้าใจอันดี ซึ่งจะช่วยให้การแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงในพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

‘หนูนา’ เดือดซัดใส่!! คนใจมืดบอด เอาความอยู่รอดของช้าง มาโจมตี ลั่น!! ฟ้องให้หมด พวกที่ชอบโจมตีว่าร้าย หยาบคายใส่ผู้อื่น

เมื่อวานนี้ (8 พ.ย. 67) นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา หรือ ‘หนูนา’ ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา อดีตรมช. ศึกษาธิการ ผู้มีบทบาทอนุรักษ์ช้างไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า …

โพสต์นี้ดิฉันขอชี้แจงบางเรื่อง..ที่มีคนบางคนลงข้อมูล ที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม

1. การนำสัตว์ป่าไปฝากเลี้ยงในสถานที่ของเอกชนทำได้..
ในเมื่อสัตว์นั้นอยู่ในสภาวะเสี่ยงถึงแก่เสียชีวิต และกรมอุทยานฯอาจไม่อยู่ในฐานะที่จะรองรับได้ ..

2. กรมอุทยานฯจะทำเป็นบันทึกข้อตกลงกับสถานที่ของเอกชน..
อย่างกรณีของกันยา กรมอุทยานฯก็ทำข้อตกลงกับภัทรฟาร์มในเรื่องการฝากเลี้ยงโดยสิทธิ์ของกันยายังเป็นของกรมอุทยานโดยสมบูรณ์

3. คนที่ลงเรื่องกันยาโดยไม่รู้จริง บอกว่าไม่เคยเห็นการนำสัตว์ป่าไปฝากให้กับเอกชนเลี้ยง..
ได้โปรดรับทราบด้วย กรณีของฟ้าใส ฟ้าแจ่ม กรมอุทยานฯก็ไปฝากสวนนงนุชเลี้ยงไปหาแม่รับที่นั่น

4. คุณรู้หรือไม่ว่าตอนกันยาอยู่ที่ภูวัว น้องท้องเสียเกือบทุกวันแทบจะเอาชีวิตไม่รอด ทั้งที่เจ้าหน้าที่ที่นั่นก็ดูแลอย่างเต็มที่..
ถ้ากันยาไม่ได้มาที่ภัทรฟาร์มน้องคงตายตั้งแต่เดือนแรก

5. คนต้องใจมืดบอดขนาดไหนถึงเอาเรื่องโอกาสความอยู่รอดของกันยาในเวลานั้น มาโจมตีกัน

6. ที่ผ่านมาดิฉันไม่ให้ค่ากับคนเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม…
แต่ ณ วันนี้ดิฉันพิจารณาแล้ว อาจจะฟ้องพวกที่ชอบเอาข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ไม่หยุดหย่อน ไม่สำนึก ฟ้องเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ไม่ให้พวกนี้ก่อให้เกิดความสับสนในสังคม ให้ความรู้ที่ไม่ถูกต้องกับผู้คน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน

7. รวมทั้งพวกที่มีนิสัยโจมตีว่าร้ายหยาบคายผู้อื่น ถ้าฟ้องก็จะฟ้องหมด

8. และโปรดทราบว่าคนอย่างดิฉันเมื่อทำอะไรแล้วทำจริง ทำจนสุดทาง..

‘เอกนัฏ’ ลุยกวาดล้าง!! โกดังโรงงานเถื่อน อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา พบ!! ครอบครองวัตถุอันตราย เตรียมขยายผลรวบเจ้าของโรงงาน

(9 พ.ย. 67) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ส่งชุดตรวจการณ์สุดซอยกระทรวงอุตสาหกรรม นำโดย นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) และ กรมควบคุมมลพิษ ขอหมายค้นจากศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ตรวจค้นพื้นที่ของบริษัท เอวาย แอลพี จำกัด อำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา ประกอบธุรกิจให้เช่าโกดัง อาคารโรงงาน เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบโรงงาน ภายในโกดังจำนวน 9 โกดัง ไม่มีชื่อ ไม่มีใบอนุญาต ลักลอบประกอบกิจการ และครอบครองวัตถุอันตราย 

นอกจากนี้ ยังได้ตรวจสอบโรงงานบริษัท ฟู่อี้ อีเล็คทรอนิคส์ แอนด์ พลาสติก รีไซเคิล จำกัด ในบริเวณใกล้เคียงอีก 2 โรงงาน พบขยายโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาตและฝ่าฝืนคำสั่งระงับการตั้งและประกอบกิจการโดยไม่รับอนุญาต

นางสาวฐิติภัสร์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ กรอ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปทส.ได้อายัดเครื่องจักร และวัตถุดิบที่คาดว่าเป็นวัตถุอันตราย พร้อมดำเนินคดีกับชาวอินเดีย 1 ราย ที่เป็นผู้ดูแลโรงงาน และเจ้าของบริษัท เอวาย แอลพี จำกัด โดยจะมีการขยายผลดำเนินคดีไปยังเจ้าของโรงงานทั้งหมด

‘รัฐมนตรีฯ เอกนัฏ’ ได้เน้นย้ำ กระทรวงอุตสาหกรรมมุ่งมั่นที่จะปฏิรูปอุตสาหกรรมไทยผ่านการขับเคลื่อนนโยบาย ‘สู้ เซฟ สร้าง’ สู้กับผู้ประกอบการที่ทำผิดกฎหมายทำร้ายประชาชนและสร้างมลพิษ โดยปรับการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมทั้งระบบ เพื่อคืนสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับประชาชนและชุมชน หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีฯ ฐิติภัสร์ กล่าวทิ้งท้าย

‘สว.นันทนา’ โพสต์เฟซ!! วอนสังคมให้มีสติ หลังโซเชียลขุดภาพคู่ ‘ทนายตั้ม’ มาดิสเครดิต

เมื่อวานนี้ (8 พ.ย. 67) นางสาวนันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า 

ขอให้สังคมมีสติ และใช้วิจารณญาณ ต่อการขุดโพสต์ facebook เก่า มาดิสเครดิตกัน

ประการที่ 1 โพสต์เรื่องทนายตั้มรับโล่รางวัลนี้ เกิดขึ้นเมื่อ 6 ปีครึ่งมาแล้ว ตั้งแต่ 12 มีนาคม 2561 เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในขณะที่ดิฉันดำรงตำแหน่ง คณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง ไม่ได้ เป็นสว.

ประการที่ 2 การให้รางวัลศิษย์เก่าดีเด่นของวิทยาลัยสื่อสารการเมือง เป็นการให้รางวัลทุกปี ปีละ 5-6 คน เป็นรางวัลที่มอบให้กับศิษย์เก่าที่มีผลงานดีเด่นในรอบปีนั้นๆ เช่นมีผลงานทางสังคม มีผลงานด้านวิชาชีพ เช่นได้รับรางวัลจากต่างปท. ช่วยเหลือส่วนรวมในด้านต่าง ๆ ฯลฯ

ซึ่งในปี2561 ทนายตั้ม ได้มีผลงานในเรื่องของการทำคดีหวย ช่วยให้เจ้าของหวยตัวจริงได้รับความเป็นธรรม ทางคณะกรรมการชมรมสื่อสารการเมืองเห็นว่า เป็นคุณประโยชน์ต่อสังคม ก็มอบรางวัลให้พร้อมกับศิษย์เก่าอื่น ๆ อีก 5 คน

รางวัลของเรา คงไม่อาจจะรับประกันคุณภาพของผู้รับรางวัลว่า เขาจะรักษาคุณงามความดีไว้ตลอดไปตราบชีวิตจะหาไม่ แต่เราก็หวังว่า รางวัลจะช่วยเป็นเครื่องเตือนสติ ให้เค้ารักษาความดีงามนั้น แต่ถ้าเค้ารักษาไว้ไม่ได้ เราก็เสียใจ ผิดหวัง

อีกประการหนึ่ง ในขณะนี้ ดิฉันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับวิทยาลัยสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริกแล้ว

จึงขอให้บรรดา ผู้ที่พยายามจะแชร์โพสต์นี้ ได้ใช้สติ ขณะเดียวกันประชาชนผู้รับสาร ก็ต้องมีวิจารณญาณ แยกแยะข้อมูล ว่าเรื่องการขุดโพสต์นี้ เป็นข่าวที่ควรค่าแก่การรับรู้ หรือเป็นเพียงข้อมูลที่ต้องการดิสเครดิตกัน

ในฐานะสมาชิกวุฒิสภา ดิฉันย่อมตั้งมั่นอยู่ในการทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน ย่อมไม่สนับสนุนคนที่ฉ้อฉล หลอกลวง และไม่เคารพกฎหมายอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส ได้โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อปี 2561 ระบุว่า ‘ทนายตั้มเป็นผู้ที่นำเอา องค์ความรู้ด้านสื่อสารการเมือง ไปต่อยอด ความรู้ด้านกฎหมาย และได้นำเอาความรู้เหล่านั้น ไปใช้ต่อสู้เพื่อผู้บริสุทธิ์ โดยมิได้หวังผลตอบแทน นับเป็นบุคคลตัวอย่าง ที่สังคมไทยต้องการ’

เชียงใหม่- เชียงใหม่- ท่าอากาศยานเชียงใหม่ พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวและส่งต่อประสบการณ์ที่น่าประทับใจต่อผู้มาเยือน ภายใต้โครงการ 'Your Journey Our Priority' 
        
นาวาอากาศโท รณกร เฉลิมแสนยากร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ กล่าวว่า เพื่อแสดงออกถึงความพร้อมต้อนรับผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ ที่เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป ท่าอากาศยานเชียงใหม่ในฐานะประตูบานแรกที่จะเปิดรับผู้มาเยือน จึงได้จัดโครงการ 'Your Journey Our Priority' 

โดยการจัดจุดเช็กอิน จุดถ่ายภาพ ภายในอาคารผู้โดยสารหลายแห่ง โดยเฉพาะภายในห้องผู้โดยสารขาเข้าทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ซึ่งการประดับตกแต่งได้ใช้วัสดุจากธรรมชาติและงานหัตถกรรมพื้นบ้านล้านนา อาทิ ร่มกระดาษสา โคมล้านนา เครื่องจักสาน ตลอดจนสีสันพรรณไม้ต่างๆ เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถสัมผัสบรรยากาศกลิ่นอายล้านนาได้ตั้งแต่เดินทางมาถึง นอกจากนี้ยังได้จัดพื้นที่ Flower room บริเวณหน้าห้องผู้โดยสารขาออกภายในประเทศ สำหรับผู้ที่ชอบถ่ายภาพลงโซเชียลมีเดีย และยังจัดพื้นที่ันันทนาการสำหรับเด็กในห้องโถงผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศเพื่อให้ผู้โดยสารผ่อนคลายระหว่างรอเวลาขึ้นเครื่องด้วย

ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ ยังกล่าวอีกว่า ในช่วงเทศกาลลอยกระทง หรือยี่เป็งของจังหวัดเชียงใหม่ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ได้ตกแต่งอาคารผู้โดยสาร ให้มีบรรยากาศแบบล้านนา พร้อมกับเปิดเพลงลอยกระทง เพื่อสร้างบรรยากาศสนุกสนาน และในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ยังได้จัดกิจกรรมการสอนทำกระทงจากวัสดุธรรมชาติ ณ บริเวณหน้าห้องขาเข้า อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ และแจกกระทงให้ผู้โดยสารนำไปลอยตามสถานที่ต่าง ๆ อีกด้วย

‘ผู้กองเบนซ์’ โพสต์เฟซบุ๊ก ฟาดใส่ ‘ทนายเด’ กับเพื่อนทนาย ไลฟ์สด!! อย่างเมามัน เอาเรื่องเท็จมาใส่ความ ทำให้เสียหาย

เมื่อวานนี้ (8 พ.ย. 67) ผู้กองเบนซ์ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก โดยมีใจความว่า ...

4 ปีก่อน ผมเป็นคนนึงที่ได้รับผลกระทบจาก ‘ทนายเด’ กับทนายอีกคน เอาเรื่องเท็จมาใส่ความผมผ่าน live ของตัวเองอย่างเมามัน จนผมได้รับความเสียหาย ตอนนั้นผมเสียเปรียบทางสังคมอยู่ จึงไม่ได้ตอบโต้อะไร 

ตอนนี้กรรมตามทันมันแล้วครับ

เอวัง

เปิดเมนูลับ!! ปลาสามน้ำ ทะเลสาบสงขลา มีเฉพาะช่วงสิ้นปี หากินได้เฉพาะที่ ‘สงขลา-พัทลุง’ เนื้อแน่น-หวาน-มัน-อร่อย

(9 พ.ย. 67) ช่วงหน้าฝนของภาคใต้เป็นช่วงเวลาที่ปล่อยท่องเที่ยวจะมีมากในทะเลสาบสงขลา และมีอยู่ที่เดียวเท่านั้น จะหากินได้ในจังหวัดสงขลา และพัทลุง

มารู้จักปลาท่องเที่ยวกัน เป็นปลาที่ฮอตที่สุดของจังหวัดสงขลาตอนนี้ 

‘ปลาท่องเที่ยว’ เป็นปลาตระกูลเดียวกับปลาตีน ลักษณะคล้ายปลาเขือ ปลาท่องเที่ยวอาศัยอยู่ในพื้นที่ทะเลสาบสงขลาเป็นปลาสามน้ำ #น้ำเค็ม#น้ำจืด#น้ำกร่อย รสชาติปลาแถวนี้จะขึ้นชื่อเรื่องความมันของเนื้อปลาเยอะกว่าที่ทะเลอื่น ๆ ชาวบ้านนิยมเอาปลาท่องเที่ยวมาทำได้หลายเมนู เช่น

-ต้มส้มมะขามสด 

-คลุกเกลือทอดขมิ้นกระเทียม

-เเกงส้ม(เเกงเหลือง)

-ต้มยำ

ปลาท่องเที่ยวยังทำได้อีกหลากหลายเมนูและเมนูที่น้องๆหนูๆชอบคือต้มปลาท่องเที่ยวมะขามสด รสชาติเปรี้ยวอมหวาน ปลาเนื้อมัน ๆ ซดน้ำซุปร้อน ๆ โอ๊ย อย่อยยยยยย!

ปลาท่องเที่ยวเป็นปลาตามฤดูกาล(ฝนตกชุก) ปีนึงพบมากสุดแค่ฤดูกาลเดียวคือช่วงฝนตกชุกช่วงเดือน10-12 (เดือนตุลาคม -พฤศจิกายน-ธันวาคม)และสามารถจับปลาได้ฤดูกาลละเป็นตันๆ #ที่มาของคำว่าปลาท่องเที่ยวมาจาก การพบเจอของปลาซึ่งนาน ๆ จะเจอครั้งก็เจอครั้งละมาก ๆ ชาวบ้านเลยขนานนามว่า #ปลาท่องเที่ยว 

ปลาท่องเที่ยวมีลักษณะ มีหัวแหลม ๆ ลื่น ๆ ลำตัวมีเกล็ดเล็ก ๆ มีความยาวตัวโตสุดไม่เกิน1ฟุตหางเรียวยาวลักษณะคล้าย ๆ ปลาทรายเนื้อนุ่มหวานมัน

วันก่อนลงไปสงขลาแวะไปร้านมะม่วงเบา ใน อ.สิงหนคร ร้านออกแนวชนบท แต่บรรยากาศดี พูดได้ว่า #เป็นร้านรับแขก ของสิงหนคร เจ้าของร้าน 'พงศ์ศักดิ์ มากสุวรรณ์' ก็นำเสนอแกงปลาท่องเที่ยวมาด้วย 1 เมนู ชิมแล้ว เนื้อปลาแน่นมาก หวาน มัน อร่อย

เข้าใจว่าหน้าท่องเที่ยวของภาคใต้ ร้านอาหารย่านเกาะยอ ก็ต้องมีปลาท่องเที่ยวให้ได้รับประทานกับข้าว

พรุ่งนี้จะลงไปสงขลาอีกครั้ง วันที่ 10 พ.ย.ก็จะลงท่องทะเลสาบสงขลาไปกับ 'ทัวร์ทางไทย' ของวิชาญ ช่วยชูใจ เย็นคณะทัวร์ก็จะมาทานมื้อเย็นกันที่ร้านมะม่วงเบา นี้แหละ ผมขอฝากท้องไว้กับคณะทัวร์ด้วย

แหม…ว่าจะโทรไปบอกเจ้าของร้านว่า ขอเมนูต้มส้มปลาท่องเที่ยวกับส้มขาม ก็เองใจ แต่ถ้าไปถึงแล้ว ทัวร์ทางไทย ไม่มีเมนูต้มส้มปลาท่องเที่ยวกับส้มมะขาม จะขอสั่งต่างหากสักถ้วย 

ซดน้ำต้มส้มปลาท่องเที่ยวให้คล่องคอหน่อย…ได้แรงอกแหละ

เลขาอารีฯ พบเครือข่าย จป.ภาคใต้ รวมพลังสร้างความปลอดภัย ลดการประสบอันตรายในการทำงาน 

เมื่อวานนี้ (8 พ.ย.67) เวลา 15.00 น.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายอารี ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานพิธีปิดโครงการรวมพลังเครือข่าย เสริมสร้างศักยภาพให้ จป.กิจกรรม 'เครือข่าย จป. รวมใจ สร้างความปลอดภัย (วัน จป.)' โดยมี ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมความปลออดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน หัวหน้าศูนย์ส่งเสริมความปลอดภัยและอาชีวอนามัยภูมิภาค (ภาคใต้) หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดสงขลา ประธานชมรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานภาคใต้ (ตอนล่าง)

นายกสมาคมความปลอดภัยภาคใต้ คณะกรรมการชมรมฯ คณะกรรมการสมาคมฯ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ร่วมให้การต้อนรับ ณ โรงแรมเซาท์เทอร์นแอร์พอร์ท อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

นายอารี กล่าวว่า ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มาเป็นประธานในพิธีปิดกิจกรรม 'เครือข่าย จป. รวมใจ สร้างความปลอดภัย (วัน จป.)' ภายใต้โครงการรวมพลังเครือข่าย เสริมสร้างศักยภาพให้ จป. ในวันนี้ ซึ่งจากการกล่าวรายงานของผู้จัดกิจกรรม เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ได้เกิดขึ้นในสถานประกอบกิจการในประเทศไทย มาเป็นระยะเวลา 39 ปีแล้ว และถึงแม้ว่าจะมีบุคลากรผู้ดูแล รับผิดชอบในเรื่องความปลอดภัยในการทำงานโดยตรง แต่ต้องยอมรับว่าอุบัติเหตุก็ยังเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน 

ซึ่งสาเหตุหนึ่งของการเกิดอุบัติเหตุ เกิดจากระบบการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยที่ยังขาดประสิทธิภาพ บุคลากรขาดความรู้เกี่ยวกับมาตรการในการป้องกันแก้ไข การประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดอันตรายหรืออุบัติเหตุ ดังนั้น การดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยของประเทศไทย (Safety Thailand) เป็นสิ่งสำคัญอันยิ่งใหญ่ของการพัฒนางานด้านความปลอดภัยในการทำงานให้เกิดผลสำเร็จอย่างยั่งยืนการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรม 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีพฤติกรรมหรือจิตสำนึกด้านความปลอดภัยในเชิงป้องกัน ให้ตระหนักรู้ถึงความปลอดภัยตลอดทุกการกระทำและทุกสภาพแวดล้อมที่ดำรงอยู่ เพื่อก่อให้เกิดความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของคนในชาติ อันเป็นกำลังสำคัญ สร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนของประเทศ ซึ่งความสำเร็จนี้ต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชน ภาครัฐ ภาคเอกชนอย่างจริงจัง

นายอารี กล่าวต่อว่า ผมขอขอบคุณ สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) ที่จัดกิจกรรมนี้ขึ้นรวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสงขลา ศูนย์ความปลอดภัยในการทำงานเขต 9 สำนักงานประกันสังคมจังหวัดสงขลา ชมรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานภาคใต้ (ตอนล่าง) สมาคมความปลอดภัยภาคใต้ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 12 สงขลา นายจ้าง ผู้บริหาร เจ้าของสถานประกอบกิจการ บุคลากรด้านความปลอดภัย เครือข่ายความปลอดภัย และผู้เกี่ยวข้องทุกท่านที่ให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมในครั้งนี้

ปตท. คว้าคะแนน CGR ระดับ 'ดีเลิศ' ต่อเนื่อง 16 ปีซ้อน

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้รับผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการในระดับดีเลิศ (Excellent CG Scoring) หรือ 5 ตราสัญลักษณ์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 และติดหนึ่งใน TOP QUARTILE ของบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าทางการตลาดไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาท ในโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) ประจำปี 2567 จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ภายใต้การสนับสนุนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

นับเป็นอีกหนึ่งปีของความภาคภูมิใจ ที่ ปตท. ได้รับการประเมินในระดับดีเลิศ ซึ่งได้สะท้อนถึงมาตรฐานและการยึดมั่นในหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายอย่างสมดุล รวมถึงครอบคลุมในด้าน ESG (Environmental, Social and Governance) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ขององค์กร ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top