Tuesday, 9 June 2026
NEWS FEED

‘แม่ทัพภาค 2’ วอนคนไทยใช้สติปมเขมรปล่อยคลิปยั่วยุ ชี้ เป็นเพียงการทำไอโอการเมืองของประเทศเพื่อนบ้าน

(10 ก.ค.68) อุบลราชธานี - แม่ทัพกุ้ง พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 วอนประชาชนอย่าใช้อารมณ์ในการดูคลิปที่ฝั่งตรงข้ามปล่อยมา เพราะบางครั้งไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น เป็นการสร้างไอโอทางการเมืองของประเทศเพื่อนบ้าน ยืนยันความสัมพันธ์อยู่ในเกณฑ์ดีไม่มีปัญหาอะไร

จากกรณีที่ทางฝ่ายกัมพูชาปล่อยคลิปทหารไทย มีปากเสียงกับทางทหารกัมพูชา ที่ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบกชี้แจงว่า เหตุดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.00 น. โดยสื่อของฝ่ายกัมพูชาได้นำเสนอคลิปวิดีโอการโต้เถียงระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารไทยและทหารกัมพูชาลงโซเชียลนั้น

จากการตรวจสอบของหน่วยที่เกี่ยวข้อง พบว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นบริเวณช่องอานม้า ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของกองร้อยทหารพราน 2310 โดยกำลังพลประมาณ 7 นาย ได้จัดเตรียมสถานที่เพื่อรองรับกิจกรรมภายในของหน่วย และกิจกรรมการตรวจเยี่ยมของผู้บังคับบัญชาคาดว่าฝ่ายกัมพูชาเห็นว่าฝ่ายทหารไทยมีการปฏิบัติต่างไปจากวันปกติทั่วไปจึงอยากเข้ามาสังเกตการณ์ใกล้ ๆ

แต่เมื่อเข้าใกล้พื้นที่มากกว่าขอบเขตที่กำหนด ทหารไทยจึงแสดงตนเข้าชี้แจงและขอให้อยู่ในระยะที่เหมาะสม เป็นเหตุให้เกิดการโต้เถียงกันด้วยวาจาตามที่ปรากฏข่าว แต่ทั้งสองฝ่ายได้มีการอธิบายทำความเข้าใจกัน จนเป็นที่เข้าใจกันทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ บริเวณที่ฝ่ายไทยจัดกิจกรรม มิได้เป็นการรุกล้ำเข้าไปในเขตกัมพูชา ตามที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใด

ขณะที่ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ตามคลิปดังกล่าวว่า ตนขอฝากถึงพี่น้องประชาชนคนไทยในช่วงนี้อาจจะมีคลิปที่กระทบต่อความรู้สึกของพี่น้องประชาชน ต่อทหารไทย และ ทหาร กัมพูชา ที่อาจจะกระทบกระทั่งกันตามแนวชายแดนบางจุดบางเวลา ซึ่งบางครั้งมันมีต้นเหตุ แต่ต้นเหตุมันไม่ใช่ตามคลิปที่ออกไป อีกฝ่ายหนึ่งจะตัดเอาเฉพาะในส่วนเป็นผลบวกกับอีกตนเองมาเผยแพร่

ซึ่งคลิปส่วนใหญ่จะไม่ได้เกิดจากพี่น้องคนไทย ทหารไทยไม่ได้ทำคลิปพวกนี้เราไม่ค่อยทำกัน เพราะว่ามันไม่มีประโยชน์ต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คลิปเหล่านั้นเป็นคลิปที่ผู้ไม่หวังดีจากประเทศเพื่อนบ้านสื่อสารออกมาบางอย่างนั้นก็เพื่อเป็นการแสดงออกถึงการเมืองของประเทศฝ่ายตรงข้าม ของประเทศข้างเคียง

ในส่วนของเราขอให้พี่น้องได้พิจารณาให้ดีคลิปต่างๆเหล่านั้นว่า ต้นคลิปมาจากที่ใดถ้าเป็นของกองทัพ หรือเป็นคนไทยนั้น อาจเป็นที่น่าเชื่อถือได้

ปัจจุบันนี้ความสัมพันธ์ระหว่างทหารไทย - กัมพูชา อยู่ในเกณฑ์ดีไม่มีปัญหาอะไร มีบ้างที่เราลาดตระเวนเจอกัน หรือบางจุดที่อาจจะปะทะคารมกันบ้าง แต่เราก็เราก็ไม่ได้ใช้อาวุธ หรือ มีเหตุรุนแรงจนบานปลาย เราพยายามพูดคุยกันกับพี่น้องผู้บังคับหน่วยทหารในพื้นที่ พูดคุยกันโดยตลอดขอให้ใช้สติอย่าใช้อารมณ์ต่อคลิปที่เห็นในสิ่งที่เห็นประชาชนขอให้ฟังคำชี้แจงจากกองทัพหรือส่วนรัฐบาลที่จะชี้แจงเป็นหลักเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยตามแนวชายแดนช่วงนี้ก็ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง

หลังจากนั้น พล.ท.บุญสิน ได้มีการร้องเพลง จดหมายจากแนวของ ยอดรัก สลักใจ หน้าร่วมกับ นายเสถียร สุภากุล หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ เสถียร ทำมือ นักร้องเพลงลูกทุ่งเพื่อชีวิตก่อนจะเข้าเยี่ยมให้กำลังใจผู้ใต้บังคับบัญชาที่ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 (ค่ายพิทักษ์อุทุมพรเขต) อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ

ทัพเรือภาคที่ 1 เตรียมความพร้อม “อุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยควบคุมด้วยรีโมทคอนโทรล”

เมื่อวานนี้ (9 ก.ค.68) ทัพเรือภาคที่ 1 นำอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยควบคุมด้วยรีโมทคอนโทรล จำนวน 2 ชุด ที่ได้รับมอบมาเตรียมความพร้อมการใช้งาน โดยทดสอบทดลองหลังจากที่นำไปตรวจเช็ค บำรุงรักษา และปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน โดยเฉพาะเกี่ยวกับการทำงานของมอเตอร์และแบตเตอรี่ ซึ่งได้ดำเนินการซ่อมบำรุงเสร็จเรียบร้อย และนำมาทดสอบการใช้งาน พร้อมทั้งทบทวนการใช้งานให้กับกำลังพล ด้วยการสาธิตและการใช้งานจริง โดยมีวิทยากรจากบริษัทฯ มาให้ความรู้และแนะนำ

วิธีการใช้งานอุปกรณ์ ในการนี้ พลเรือตรี พิสิฐ รังษีภาณุรัตน์ เสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เข้าร่วมชมการฝึกสาธิตการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล ณ ท่าเทียบเรือกองบัญชาการ กองเรือยุทธการ  และจะได้ส่งมอบให้กับเรือที่ปฏิบัติราชการทัพเรือภาคที่ 1 และศูนย์รักษาความปลอดภัยทางทะเล กองทัพเรือ เกาะช้าง เพื่อใช้งานในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อไป

นับเป็นการเสริมขีดความสามารถในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลให้กับกำลังพลทัพเรือภาคที่ 1 อย่างเป็นรูปธรรม อันจะสร้างความมั่นใจในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่มีอยู่ต่อไป

สบส. MOU สภากาชาดไทย ร่วมปฏิบัติการลดอุบัติการณ์การเกิดเบาหวาน

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข จับมือสภากาชาดไทย ลงนามความร่วมมือ ลดอุบัติการณ์เบาหวาน มุ่งส่งเสริมการป้องกันโรคเบาหวานเชิงรุก ด้วยการค้นหากลุ่มเสี่ยง และส่งเสริมให้ออกกำลังกายป้องกันภาวะดื้ออินซูลิน ด้วยแอปพลิเคชันสมาร์ท อสม. (Smart อสม.) และแอปเมต้ารีเวิร์ส (Meta Reverse) 

เมื่อวานนี้ (9 ก.ค.68) ณ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ สยามสแควร์ ดร.นายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ อธิบดี กรม สบส. พร้อมด้วยนายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ ประธานอนุกรรมการฯ ขับเคลื่อนการรณรงค์ลดอุบัติการณ์เบาหวานในผู้มีน้ำหนักเกิน และผู้ที่เคยติดโควิด สภากาชาดไทย ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “การบูรณาการการขับเคลื่อนการรณรงค์ลดอุบัติการณ์เบาหวานในผู้มีน้ำหนักเกิน และผู้ที่เคยติดโควิด กับการขับเคลื่อนกิจกรรม อสม. ชวนคนไทยนับคาร์บและการคัดกรองโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) “NCDs ดีได้ด้วยกลไก อสม.” 

ดร.นายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ ให้สัมภาษณ์ว่า สถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ในประเทศไทย และทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรคเบาหวาน ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน กรม สบส. จึงร่วมกับสภากาชาดไทย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ในวันนี้ขึ้น โดยทั้ง 2 ฝ่าย มีเป้าหมายร่วมกันในการลดการเกิดโรคเบาหวานในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน และผู้ที่เคยติดโรคโควิด โดยบูรณาการกิจกรรมออกกำลังกายป้องกันภาวะดื้ออินซูลินด้วยแอปพลิเคชันเมต้ารีเวิร์ส กับกิจกรรม อสม.ชวนคนไทยนับคาร์บ และการคัดกรองโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยกรม สบส. จะสนับสนุนให้ อสม. ร่วมลงพื้นที่ชุมชน ชักชวนประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) เกิน 23 หรือเคยติดโรคโควิด ร่วมกิจกรรมออกกำลังกาย และบันทึกผลการออกกำลังกายในแอปพลิชันสมาร์ท อสม. และเมต้ารีเวิร์ส อย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์เป็นเวลาอย่างน้อย 12 สัปดาห์ ควบคู่กับกิจกรรม อสม. ชวนคนไทยนับคาร์บ และการคัดกรองโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาวางแผนบูรณาการจัดกิจกรรมออกกำลังกายป้องกันภาวะดื้ออินซูลินในคนไทยอย่างยั่งยืน

ด้าน ดร.นายแพทย์อดิสรณ์ วรรธนะศักดิ์ รองอธิบดีกรม สบส. กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาวะดื้อต่ออินซูลิน (Insulin Resistance) เป็นภาวะที่เซลล์ในร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ไม่ดี อาจด้วยกรรมพันธุ์ที่ถ่ายทอดมาในครอบครัว หรือปัจจัยเสี่ยงจากความอ้วน การมีไขมันสะสมที่หน้าท้อง การไม่ออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งทำให้ ระดับความดื้อต่ออินซูลินเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลต่อความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน การป้องกันมิให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินนั้น สามารถทำได้จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้เหมาะสม อาทิ การรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ การออกกำลังกาย อย่างสม่ำเสมอเฉลี่ยอย่างน้อย 150 นาที ต่อสัปดาห์ หรือการรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด 

สธ. จัดงาน 'Wonder Thainess Wellness' สร้างการรับรู้อัตลักษณ์-บริการสุขภาพไทย หนุนนวดไทย สปาไทย สู่ Medical and Wellness Hub

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดงาน 'Wonder Thainess Wellness' สร้างการรับรู้ในอัตลักษณ์และบริการสุขภาพไทย พร้อมมอบรางวัลนวดไทยพรีเมียม ไทยสปาพรีเมียม มาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพไทย สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ใช้บริการ เพิ่มขีดความสามารถให้พร้อมก้าวสู่การเป็น Medical and Wellness Hub

เมื่อวันที่ (8 ก.ค.68) ที่ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น จังหวัดนนทบุรี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดงาน 'Wonder Thainess Wellness' และมอบรางวัลนวดไทยพรีเมียมและไทยสปาพรีเมียม ประจำปี 2568 โดยมี นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในหมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของนานาประเทศ ทั้งในเชิงบำบัดรักษาทางการแพทย์ (Medical Tourism) และส่งเสริมสุขภาพ (Wellness Tourism) โดยคาดการณ์ว่าในปี 2568 จะสามารถสร้างรายได้กว่า 6.9 แสนล้านบาท กระทรวงสาธารณสุขจึงได้จัดงาน 'Wonder Thainess Wellness' เพื่อเป็นหนึ่งกลไกในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจสุขภาพ สร้างการรับรู้ เชิดชูอัตลักษณ์ไทย และความภาคภูมิใจในบริการสุขภาพแบบองค์รวม พร้อมกับการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศตามเทรนด์สุขภาพโลกที่เน้นเรื่อง เศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) และเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักในการก้าวสู่การเป็น Medical and Wellness Hub โดยเฉพาะสถานประกอบการ 'นวดไทย' และ 'สปาไทย' ซึ่งเป็นเสน่ห์และภูมิปัญญาไทย ที่มีชื่อเสียงระดับโลก 

“นวดไทย ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมด้านสุขภาพที่ล้ำค่า เป็นภูมิปัญญาไทยที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน จนได้รับการยอมรับและขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ จากองค์กรยูเนสโก ส่วนสปาไทยก็มีอัตลักษณ์ความเป็นไทยด้านบริการที่มีคุณภาพและโดดเด่น หากสามารถดึงศักยภาพของบริการสุขภาพเหล่านี้ออกมาใช้อย่างเต็มที่ จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และยกระดับบริการสุขภาพไทยสู่การเป็น Medical and Wellness Hub ได้” นายสมศักดิ์กล่าว

ด้านนายแพทย์ภานุวัฒน์ กล่าวว่า กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ได้พัฒนาเกณฑ์มาตรฐานอัตลักษณ์ความ เป็นไทย รางวัลไทยสปาพรีเมียม และรางวัลนวดไทยพรีเมียม โดยมีการประเมินรับรองและมอบรางวัลให้แก่ สถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่ผ่านเกณฑ์เป็นประจำทุกปี มีระยะเวลาการรับรอง 3 ปี โดยในวันนี้ มีการมอบรางวัลนวด สปา เพื่อสุขภาพที่ผ่านการรับรองในปี 2567 จำนวน 270 รางวัล แบ่งเป็น นวดไทยพรีเมียม 222 รางวัล และ ไทยสปาพรีเมียม 48 รางวัล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการทั้งชาวไทยและต่างชาติ พร้อมต่อยอดสู่รางวัลคุณภาพ เวลเนสระดับชาติ (Thailand Wellness Awards: TIWA) ซึ่งจะมีการเปิดตัวในปี 2569 ต่อไป

สตูล จัดพิธีเปิดโครงการน้ำพระทัยพระราชทานส่วนภูมิภาค สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ 77 จังหวัด ประจำปี 2568

เมื่อวานนี้ (9 ก.ค.68) นายศักระ กปิลกาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการน้ำพระทัยพระราชทานส่วนภูมิภาค สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ 77 จังหวัด ประจำปี 2568 โดยมี ทันตแพทย์หญิงสุกีรติ กปิลกาญจน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงาน ซึ่งจัดขึ้น ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ศาลากลางจังหวัดสตูล ตำบลพิมาน อำเภอเมืองสตูล

พิธีเปิดเริ่มเวลา 11.00 น. โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เปิดกรวยกระทงดอกไม้ถวายราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมกล่าวอาศิรวาท และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ในเดือนกรกฎาคมและเดือนสิงหาคม 2568 โดยกิจกรรมประกอบด้วยการมอบอาหารกล่องปรุงสุกแก่ผู้สูงอายุ จำนวน 200 คน

โครงการ 'น้ำพระทัยพระราชทาน' ดำเนินการโดย สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งได้น้อมเกล้าฯ รับพระราชเสาวนีย์ใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 27 ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน โดยภายหลังเสร็จสิ้นพิธี ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ได้ร่วมมอบอาหารกล่องแก่ผู้สูงอายุในบรรยากาศที่อบอุ่นและเปี่ยมด้วยน้ำใจ

'มทภ.2' ลั่นไทยมีกระสุนเต็มแม็ก ป้องอธิปไตย ฝากบอก 'ฮุนเซน-ฮุนมาเนต' รักษาสุขภาพด้วย

มทภ.2 ยืนยัน ไทยมีกระสุนเต็มแม็ก พร้อมรักษาอธิปไตย ขอฮุนเซน-ฮุนมาเนต รักษาสุขภาพ พร้อมฝากรัฐบาล 2 ประเทศ เร่งสางปมชายแดนไทย-กัมพูชา

(9 ก.ค. 68) ที่ฐานอนุพงศ์ อ.น้ำยืน จ. อุบลราชธานี พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ตั้งแต่จังหวัดสุรินทร์ศรีสะเกษ - อุบลราชธานี นำสิ่งของพระราชทานมามอบให้ ทหารที่มาปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน พร้อมฝากให้กำลังพลปฏิบัติหน้าที่ด้วยความปลอดภัยดูแลสุขภาพตามที่ผู้บัญชาการทหารบก ย้ำ เนื่องจากอยู่ในช่วงหน้าฝนขอให้ผู้บังคับบัญชาดูแลความเป็นอยู่ของกำลังพล 

แม่ทัพภาคที่ 2 ระบุถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และประเด็นการสร้างรั้วแนวปราสาทตาเมือนธมว่า ต้องทำความเข้าใจร่วมกันทั้งสองฝ่ายในเรื่องของเขตแดนให้ตรงกัน เพราะถ้าสร้างอาจจะเกิดความขัดแย้งขึ้นได้ ถ้ายังไม่ได้ทำความเข้าใจกัน จึงต้องให้ระดับสูงพูดคุยกันก่อน จนเกิดความเข้าใจกันหากจะสร้างโดยทันทีนั้นอาจเกิดความขัดแย้งได้ 

ขณะนี้ทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชาได้พูดคุยกันมาตลอด โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดความไม่เข้าใจกันก็ต้องพูดคุยกัน เพื่อไม่ให้นำไปสู่ความรุนแรง ซึ่งบางครั้งเกิดความไม่เข้าใจกันเรื่องเส้นทางลาดตระเวน หรือทหารเปลี่ยนผลัดใหม่ก็ต้องทำความเข้าใจจนทุกวันนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

ทั้งนี้ผู้บังคับหน่วยระดับกองพันกองร้อย ของทั้งสองฝ่ายก็ประสานพูดคุยกันจนทำให้สถานการณ์ดีขึ้นแล้วขณะนี้รอสัญญาณความพร้อมในการประชุมคณะกรรมการชายแดนระดับภูมิภาคหรือ RBC ไทย-กัมพูชา จากผู้นำทางฝ่ายกัมพูชา เพราะในส่วนของไทยโดยเฉพาะ โดยส่วนตัวในฐานะ ประธาน RBC มีความพร้อมทุกวัน หากจะประชุมวันพรุ่งนี้ก็พร้อมเสมอ

"เรารอแค่ทางกัมพูชาเป็นหลัก หากแจ้งกลับมาพรุ่งนี้ก็พร้อม หรือวันนี้ก็พร้อม เพราะเป็นประธานเอง ไม่ยากอะไร"

แม่ทัพภาคที่ 2 ยังกล่าวถึงกรณีที่กัมพูชาลาดตระเวนและมีการประชาสัมพันธ์เรื่องกระแสรักชาติของกัมพูชา ว่า ถือเป็นเรื่องปกติ และทางไทยเองก็เชิญชวนให้ประชาชน มาเที่ยวชมปราสาทตลอดแนวชายแดนไทยกัมพูชา มีหลายปราสาทตั้งแต่ผามออีแดงจังหวัดศรีสะเกษ โดยยืนยันว่า 3 ปราสาท 1 พื้นที่ที่เป็นประเด็นคนไทยสามารถมาได้ทั้งหมด เพราะเป็นเขตของไทยอยู่แล้ว

ขณะเดียวกันขอขอบคุณประชาชนที่ได้ร่วมกันมาท่องเที่ยวปราสาท ซึ่งกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานไว้นานแล้ว โดยเฉพาะปราสาทตาเมือนธม รวมถึงปราสาทที่อยู่ใกล้เคียง ก็สามารถมาเที่ยวชมกันได้

แม่ทัพภาคที่ 2 ยังย้ำถึงกรณีที่จะครบวาระเกษียณในเดือนตุลาคมนี้ว่า ไม่มีปัญหา เพราะเชื่อมั่นผู้บังคับบัญชาที่จะคัดเลือกผู้มีความรู้ ความสามารถ มาเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 คนต่อไป จึงไม่เป็นห่วง

สำหรับนโยบายปราบปรามคอลเซนเตอร์-สแกมเมอร์ จะส่งผลเพิ่มความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดนหรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำว่า เรื่องนี้เป็นนโยบายรัฐบาล และความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา แต่ปัจจุบันปัญหานี้ลดไปได้มาก หมายเลขโทรศัพท์ แปลกปลอมลดลง มีความเข้มงวด ในมาตรการเข้า-ออกด่าน และขอย้ำว่า กำลังตามแนวชายแดนก็ตอบสนองนโยบายรัฐบาล โดย ผบ.ทบ.รับนโยบายจากกระทรวงกลาโหม และหน่วยในพื้นที่พร้อมปฏิบัติตาม หากเป็นคำสั่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย 

พร้อมย้ำว่า ไม่กังวลประเด็นเสถียรของภาพรัฐบาล เพราะทหารทำหน้าที่อยู่แล้ว  และต้องดูแลความมั่นคงของประเทศ ส่วนการเมืองก็เป็นระบบต้องแก้ไขตามระบอบประชาธิปไตย และในส่วนของทหารพร้อมทำงานแม้ว่าจะเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีเป็นใคร และขอให้เป็นนายกรัฐมนตรีที่มีนโยบายชัดเจนและทำเพื่อประเทศชาติ ซึ่งทหารก็พร้อมจะตอบสนองอยู่แล้ว 

แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำว่า จากสถานการณ์ช่องบก 28 พฤษภาคม 2568 จนถึงวันนี้ สถานการณ์ดีขึ้นโดยมีการปรับกำลังที่ช่องบก รวมถึงมีมาตรการด่าน เป็นการเสริมการทำงาน ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นเป็นลำดับ 

พร้อมยอมรับว่า สถานการณ์จะดีขึ้นอีกหรือไม่ ยังขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้นำกัมพูชาได้ว่า จะทำให้สถานการณ์ในพื้นที่ดีขึ้นได้หรือไม่ เพราะฝ่ายไทยไม่มีปัญหาใดๆ โดยเฉพาะในประเด็น 3 ปราสาทกับหนึ่งพื้นที่ ที่ทางกัมพูชาได้ยื่นเรื่องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศว่าจะเป็นไปในทิศทางใด ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาล หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทหารก็จะควบคุมพื้นที่อยู่เช่นเดิม  

ส่วนจะมีประเด็นอะไรฝากถึงสมเด็จฮุนเซนและฮุนมาเนต หรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำว่า อยากให้ดูแลสุขภาพ และยังต้องการให้รัฐบาลทั้ง 2 ประเทศ แก้ปัญหาให้ลุล่วงไปด้วยดี เพื่อความอยู่เย็นเป็นสุขของพี่น้องประชาชนทั้งไทยและกัมพูชา 

ส่วนกรณีที่กองทัพไทยขอการสนับสนุนกระสุนจาก 'จัสแมก' จนมีการวิเคราะห์กันว่า ไทยมีกระสุนไม่เพียงพอ พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า ไม่น่าจะใช่เรื่องจริง แต่มีการให้ข่าวที่ค่อนข้างคลาดเคลื่อน โดยยืนยันว่า ทุกวันนี้มีเพียงพออยู่แล้ว พร้อมที่จะปกป้องประเทศชาติ พร้อมย้ำว่า ไทยมีกระสุนเต็มแม็ก

ไทย–Interpol ผนึกกำลังไล่ล่าเครือข่ายโกง ล้างบางแก๊งคอลเซ็นเตอร์–ค้ามนุษย์ในกัมพูชา

(9 ก.ค. 68) รัฐบาลไทยเดินหน้ายุทธการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างจริงจัง โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์และขบวนการค้ามนุษย์ ล่าสุด พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผอ.ศปอส.ตร. ได้เข้าพบผู้บริหารตำรวจสากล (Interpol) ที่ฝรั่งเศส เพื่อหารือและยกระดับความร่วมมือ พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลเครือข่ายอาชญากรรมในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีฐานปฏิบัติการในกัมพูชา

Interpol ยืนยันสนับสนุนไทยเต็มที่ ทั้งเครื่องมือ ข้อมูล วิเคราะห์ และการวางแผนปฏิบัติการ รวมถึงส่งผู้เชี่ยวชาญมาร่วมทำงานใน “ศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์” ที่ไทยจัดตั้งขึ้น หวังผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านการปราบปรามในระดับภูมิภาค

สำหรับทาง Interpol ซึ่งมีสมาชิก 196 ประเทศ จะทำหน้าที่ประสานข้อมูลผู้กระทำผิดข้ามชาติ สนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายในประเทศต่างๆ โดยไทยจะเป็นแกนกลางเชื่อมโยงการทำงานร่วมกับกัมพูชา และประเทศที่ได้รับผลกระทบจากอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้

ทั้งนี้ รัฐบาลตั้งเป้าลดอาชญากรรมลงอย่างน้อย 50% ภายใน 3 เดือน และไม่ให้ไทยถูกใช้เป็นทางผ่านอีกต่อไป ถือเป็นก้าวสำคัญในการจัดการปัญหาอย่างเป็นระบบ และสร้างความมั่นคงด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนทั้งในประเทศและภูมิภาค

ภปค. เตือนกฎหมายใหม่อนุญาตให้ขายเหล้าเบียร์วันพระใหญ่ได้แค่ในสนามบินนานาชาติ  สถานบริการและโรงแรมที่จดทะเบียนเท่านั้น

รวมทั้งประเทศ 17,015 แห่ง นอกนั้นยังคงห้ามขายทั้งหมด ส่วนสถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการในพื้นที่ท่องเที่ยง และกิจกรรมพิเศษระดับนานาชาติ ต้องรอกฎหมายลูกกำหนดพื้นที่ก่อน หวั่นอาสาหบูชา – เข้าพรรษา คนสับสน เสี่ยงผิดกฎหมาย  
 
​ด้วยเมื่อวันที่ (9 พ.ค. 68) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กําหนดวันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2568 “ห้ามผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา และวันออกพรรษา ยกเว้นการขายในกรณี ดังต่อไปนี้ (1) การขายในอาคารที่ให้บริการแก่ผู้โดยสารภายในสนามบินที่ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศ (2) การขายในสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ (3) การขายในสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการที่ตั้งอยู่ใน พื้นที่หรือบริเวณที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกําหนด โดยคําแนะนําของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (4) การขายในโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม (5) การขายในสถานที่ซึ่งใช้จัดกิจกรรมพิเศษระดับชาติหรือนานาชาติ และมีคนจํานวนมาก ไปทํากิจกรรมร่วมกันตามรายชื่อสถานที่ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกําหนด โดยคําแนะนําของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ภาคีเครือข่ายป้องกันและลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ภปค.) กล่าวว่า ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องการกำหนดวันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับล่าสุด ยังไม่ได้เปิดให้ขายเหล้า-เบียร์ ได้เป็นการทั่วไปในวันพระใหญ่ โดยอนุญาตให้ขายได้เพียงในอาคารผู้โดยสารของสนามบินระหว่างประเทศ ขายในสถานบริการที่จดทะเบียนถูกต้องตาม พ.ร.บ.สถานบริการ ขายในสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องออกประกาศเพิ่มเติมในภายหลัง ขายในโรงแรมที่จดทะเบียนตามกฎหมายโรงแรม และขายในกิจกรรมพิเศษระดับชาติที่มีคนจำนวนมากซึ่งจะต้องมีการออกประกาศเพิ่มเติม หากไม่เป็นไปตามข้อยกเว้นดังกล่าวและมีการฝ่าฝืนยังคงต้องรับโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในประกาศฉบับนี้ยังกำหนดให้ผู้ขายตามข้อ 3 ต้องจัดให้มีการคัดกรองและมาตรการที่จําเป็น เพื่อการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม ความปลอดภัยของประชาชน และการจํากัดการเข้าถึง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเด็กและเยาวชนไว้ด้วย  

“ปัจจุบันมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน จะด้วยเจตนาหรือไม่ก็ตาม ทำให้ผู้ประกอบการหรือประชาชนทั่วไปเข้าใจไปว่ามีการปลอดล็อคให้ขายเหล้าเบียร์ในวันพระใหญ่ทั้งหมดได้แล้ว ซึ่งไม่เป็นความจริง ในจำนวนจุดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีใบอนุญาตขาย กว่า 580,000 แห่ง นั้น จะถูกอนุญาตให้ขายได้เพียงบางจุดเท่านั้น อาทิ ในสนามบินนานาชาติ ซึ่งรวมทั้งประเทศมี 15 แห่ง  สถานบริการที่จดทะเบียนทั้งประเทศมีไม่ถึง 2,000 แห่ง  และโรงแรมที่จดทะเบียนอีกประมาณ 15,000 แห่ง 

ดังนั้นจุดผ่อนปรนที่อนุญาต ขายในตอนนี้มีเพียงแค่ 3% จากจำนวนใบอนุญาตขายทั้งหมด  สรุปคือโดยรวม 97% ยังคงห้ามขาย  ทั้งสิ้น ณ ปัจจุบัน  สำหรับร้านเหล้าผับบาร์หรือสถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการ ในพื้นที่ท่องเที่ยวตามข้อ 3 และสถานที่จัดกิจกรรมพิเศษ ตามข้อ 5 ต้องรอกฎหมายลูกออกมาก่อน  ตอนนี้ยังไม่สามารถขายได้จนกว่าจะมีอนุบัญญัติออกมาว่ามีพื้นที่ใดบ้าง หวั่นเกิดความสับสนในวันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา  10-11 กรกฎาคมที่ถึงนี้ จึงอยากให้น่วยงานที่รับผิดชอบชี้แจงให้ชัดเจน” นายธีรภัทร์ กล่าว

กัมพูชากล่าวหา ‘แฮ็กเกอร์ไทย’ เจาะระบบรัฐฯ ชื่อกลุ่ม ‘BlackEye-Thai’ โจมตีต่อเนื่อง 2 สัปดาห์

(9 ก.ค. 68) กระทรวงโทรคมนาคมกัมพูชาออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ปฏิเสธข้อกล่าวหาจากฝ่ายไทยที่อ้างว่ากัมพูชาเกี่ยวข้องกับกลุ่มแฮ็กเกอร์เกาหลีเหนือ โดยยืนยันว่า “รัฐบาลกัมพูชาไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับกลุ่มดังกล่าว”

แถลงการณ์ยังระบุว่า ข้อกล่าวหานี้เป็นความพยายามของไทยในการบ่อนทำลายภาพลักษณ์ของกัมพูชาบนเวทีระหว่างประเทศ และไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการกล่าวหาในลักษณะนี้

ในทางกลับกัน กัมพูชากล่าวหาว่ากลุ่มแฮ็กเกอร์จากไทยที่ใช้ชื่อว่า “BlackEye-Thai” ได้โจมตีระบบออนไลน์ของหน่วยงานรัฐบาลกัมพูชาอย่างต่อเนื่องตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ระบบความปลอดภัยสามารถรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความเสียหายเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย

ทั้งนี้ กัมพูชาเตือนประชาชนให้ระวังข่าวปลอมที่แพร่กระจายบนโซเชียลมีเดีย พร้อมเรียกร้องให้ใช้วิจารณญาณต่อข้อมูลที่อาจสร้างความเข้าใจผิด

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติประชุมเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568

เมื่อวันที่ (8 ก.ค. 68) เวลา 14.00 น. พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานกองอำนวยการร่วมการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 โดยมี พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ , พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล , กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง , กองบัญชาการตำรวจสันติบาล , กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว , สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง , สำนักงบประมาณและการเงิน , สำนักงานเลขานุการตำรวจ , สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี , กระทรวงมหาดไทย , กระทรวงคมนาคม , กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , กระทรวงสาธารณสุข , กระทรวงศึกษาธิการ , กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ด้วยวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัฐบาลได้กำหนดจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคล ส่วนกลาง ณ บริเวณท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร ได้แก่ เวลา 07.00 น. พิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล , เวลา 08.00 น. พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน , เวลา 17.30 น. พิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม และพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ในเวลา 19.29 น.

พล.ต.อ.ไกรบุญฯ สั่งการอำนวยการจัดการดูแลการจราจรอย่างเข้มงวด เพื่ออำนวยความสะดวกและให้เกิดความเรียบร้อยโดยรอบบริเวณการจัดงาน ตลอดจนการดูแลอำนวยความสะดวกพี่น้องประชาชนที่เดินทางมาร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ เพื่อชื่นชมพระบารมี แสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ตลอดเส้นทางถนนราชดำเนินจนถึงบริเวณท้องสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top