Wednesday, 5 August 2026
NEWS FEED

'พล.ต.อ.จักรทิพย์' เยี่ยม ส่งเสบียง ตชด.ชายแดน จ.สุรินทร์ ให้กำลังใจรักษาแผ่นดิน 'ช้างศึก 2' ย้ำ ดูแลกำลังใจ ความปลอดภัยแนวหน้าเต็มที่ 1,500 ตชด.หน้าแนว ให้คำมั่นตรึงพื้นที่เข้ม รักษาอธิปไตยไทย

(6 ส.ค.68) พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน  (รอง ผบช.ตชด.) ในฐานะผู้บังคับที่ทำการบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา (ผบ.ทก.ชทก.ตชด.) เดินทางตรวจเยี่ยมให้กำลังใจตำรวจตระเวนชายแดนที่ยังตรึงกำลังปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนจังหวัดสุรินทร์ โดยมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย คุณคิม เอกภัทร พรประภา นำคณะผู้บริหาร บริษัท ฟิกซ์เทค จำกัด เดินทางไปให้กำลังใจตำรวจตระเวนชายแดนที่รักษาแผ่นดินไทยอยู่แนวหน้า พร้อมมอบอาหาร ขนม น้ำดื่ม ของใช้จำเป็น และอุปกรณ์ภาคสนาม เพื่อเติมขวัญกำลังใจให้กับตชด.แนวหน้าด้วย โดยมี พ.ต.อ.เอกภพ กมลสัจจะ ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการสนับสนุน บช.ตชด. และ พ.ต.ท.ชานันท์ ชัยจินดา รองผู้กำกับการ 3 กองบังคับการสนับสนุน กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และผู้แทนทหารในพื้นที่ชายแดน ร่วมรับมอบ บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น ตชด.แนวหน้ามีพลังใจในการปฏิบัติหน้าที่

พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ กล่าวว่า ขอบคุณอดีตผู้บังคับบัญชาหลาย ๆ ท่าน องค์กร และสมาคมต่าง ๆ ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณ สิ่งของ และส่งกำลังใจมาให้ ตชด. ทั้งนี้ ในฐานะ ผบ.ทก.ชทก.ตชด. ขอเป็นตัวแทนของ ตชด.ทุกนายขอบคุณ โดยได้นำไปจัดสรรใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งการเดินทางมาเยี่ยมในครั้งนี้ มาให้กำลังใจ ดูแลความเป็นอยู่ มารับฟังขอเสนอของกำลังพลในพื้นที่ ตามแนวทางของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองบัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เน้นย้ำให้ดูแลสวัสดิภาพและความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่แนวหน้าให้ดีที่สุด ผมในฐานะ ผบ.ทก.ฯ ทุกคำร้องขอจากพื้นที่ ผมรับฟัง และเร่งดำเนินการทันที เราจะไม่ปล่อยให้ใครอยู่แนวหน้าโดยลำพัง”

พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ กล่าวด้วยว่า ให้คำมั่นว่ากำลัง ตชด.กว่า 1,500 นาย ที่ตรึงแนวชายแดนไทยกัมพูชา ในพื้นที่ชายแดนทั้ง 7 จังหวัด จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง อดทน และทุ่มเท เพราะนี่คือภารกิจของชาติที่พวกเรา ตชด.ทุกนาย ทั้งแนวหน้า แนวหลัง และฝ่ายสนับสนุนภาคภูมิใจในภารกิจรักษาอธิปไตยไทย และเรารับรู้ว่าคนไทยทั้งประเทศส่งกำลังใจมาให้

‘พงศ์กวิน’ ชี้แจงปมเด้งฟ้าผ่า ‘ปลัดแรงงาน’ เข้ากรุ ชี้โยกย้ายเพื่อความโปร่งใส คดีซื้อตึก Skyy9

‘พงศ์กวิน’ ปัดตอบ ปมปลัดแรงงานย้ายนั่งผู้ตรวจฯ ถาวร ชี้โยกย้ายเพื่อความโปร่งใสในการตรวจสอบ เป็นมาตรการปกติ-ยังไม่ชี้ชัดคนทำผิด

เมื่อเวลา 09.15 น. (6 ส.ค.68) ที่กระทรวงแรงงาน นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้ นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่า แผนการดำเนินงานของตนมีทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งแผนงานในระยะสั้นของตนคือจะต้องทำให้เกิดความโปร่งใสขึ้นภายในกระทรวงแรงงาน ช่วงที่เกิดกรณีการเข้าซื้อตึก Skyy9 ของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ที่สูงเกินกว่าราคาจริง เป็นช่วงที่ท่านปลัดกระทรวงเป็นเลขาธิการ สปส.

“ผมมองว่าเนื่องจากขณะนี้ท่านปลัดเป็นปลัดกระทรวงแรงงาน มีอำนาจสั่งการภายในกระทรวงแรงงานทั้งหมด จึงจำเป็นที่จะต้องมีการโยกย้ายเพื่อให้เกิดความโปร่งใส และเกิดความยุติธรรมในการตรวจสอบ” นายพงศ์กวินกล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีตึก Skyy9 เริ่มดำเนินการแล้วและมีการสรุปผลการตรวจสอบเบื้องต้นแล้วหรือยัง นายพงศ์กวินกล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้ยังไม่ได้เริ่มประชุมนัดแรก ก่อนหน้านี้มีการเริ่มนัดประชุมนัดแรกเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่เกิดเหตุขัดข้องเล็กน้อย ทำให้เลื่อนการประชุมออกไป จึงยังไม่ได้มีการตรวจสอบ

เมื่อถามว่า จากข้อมูลปลัดกระทรวงมีความผิดหรือไม่ นายพงศ์กวินกล่าวว่า การโยกย้ายผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ถือเป็นเรื่องปกติของการตรวจสอบ เพื่อไม่ให้มีการยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพยานหลักฐาน จึงถือเป็นมาตรการปกติ ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่ได้มีการชี้ชัดว่าผู้ใดมีความผิดแล้วหรือยัง

เมื่อถามว่า การโยกย้ายปลัดกระทรวงเป็นการย้ายตำแหน่งชั่วคราวหรือถาวร และหากตรวจพบว่าไม่มีความผิด สามารถโยกย้ายกลับมาตำแหน่งเดิมได้หรือไม่ นายพงศ์กวินกล่าวว่า พอดีตนมีประชุมต่อ ขอบคุณครับ และเดินหนีจากสื่อมวลชนไป

'พล.ต.อ.อัคราเดช' ตระเวณตรวจเยี่ยม การปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด 'No Drugs No Dealers' วันเดียว 4 โรงพักรวด กำชับทุก สภ.ต้องเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา 

เมื่อวานนี้ (5 ส.ค. 68) เวลา10.00-  17.00 น. พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษ ตร./ผอ.ศนรด.ตร. เปิดเผยว่า  พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มอบหมายให้ ตน พล.ต.ต.สรัลพัฒน์ ยศสมบัติ ผบก.กต.2 จต.พล.ต.ต.ทิฆัมพร ศรีสังข์ ผทค.ตร. พล.ต.ต.สมบัติ หงษ์ทอง ผทค.ตร. พ.ต.อ.ศราวุธ สวัสดิชัย รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี/หน.สง.ฯ และคณะ เดินทางมาตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญและรับฟังปัญหา อุปสรรค ของข้าราชการตำรวจ สภ.เมืองบัว ภ.จว.สุรินทร์

โดยมี พล.ต.ต.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.สุคนธ์ ศรีอรุณ ผบก.ภ.จว.สุรินทร์,พ.ต.อ.วรายุส์ จันทร์เยี่ยม รอง ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ พ.ต.อ.วีระพันธ์ ณ ลำปาง รอง ผบก.ภ.จว.สุรินทร์,พ.ต.อ.สุวรรณ ผลอินทร์ ผกก.สภ.รัตนบุรี พ.ต.อ.คารม บุญสด ผกก.ท่าตูม พ.ต.ท.ประเคน วรธงไชย สวญ.สภ.เมืองบัว และข้าราชการตำรวจ สภ.เมืองบัว ร่วมให้การต้อนรับ 

จากนั้นได้รับฟังบรรยายสรุป ปัญหาข้อขัดข้อง อุปสรรคในการทำงาน ทั้งนี้ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ทำงาน และแนะนำแนวทางการปฏิบัติให้กับข้าราชการตำรวจ กำชับการปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด "No Drugs No Dealers" และวิทยุสั่งการของ ผบ.ตร.กำชับการปฏิบัติเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ตลอดจนได้แนะนำวิธีการปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนโครงการเร่งด่วนของรัฐบาล ได้แก่ โครงการสนับสนุน เสริมสร้าง ศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอย่างมั่นคง (SML) เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายต่องบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรมาให้ โดยต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในการสังเกตการณ์การประชุมประชาคม ซึ่ง ตร.ได้ประสานงานสำนักงานกองทุนหมู่บ้านฯ เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติทุกนายเป็นที่เรียบร้อย         

ในการนี้ ได้มอบเงิน พร้อมสิ่งของอุปโภคบริโภค ให้แก่ข้าราชการตำรวจ สภ.เมืองบัว เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และได้มอบเงินให้แก่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนเมืองบัว เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์กีฬา ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนห่างไกลยาเสพติด

ต่อมาเวลา 11.30 น. ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมและบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจ สภ.หินเหล็กไฟ  ภ.จว.บุรีรัมย์  โดยมี พล.ต.ต.พรชัย นลวชัย รอง ผบช.ภ.3 , พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ , พ.ต.อ.ปริญญา พรเดชาพิพัฒ รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ , พ.ต.อ.พงศ์พันษ์ พลวงษ์ศรี รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ , พ.ต.อ.ขุนศึก เศรษฐชัย ผกก.สภ.แคนดง , พ.ต.อ.อดิศักดิ์ จันทร์สอน ผกก.สภ.หนองหงส์ , พ.ต.อ.สมชัย โสภณปัญญาภรณ์ ผกก.สภ.คูเมือง , พ.ต.อ.ยุทธยา ไตรทิพย์ ผกก.สภ.สตึก , พ.ต.ท.อานนท์ เหล็กดี ผกก.สภ.บ้านด่าน , พ.ต.ท.ฐาปกรณ์ วงศ์เสนา สวญ.สภ.หินเหล็กไฟ และข้าราชการตำรวจ สภ.หินเหล็กไฟ ร่วมให้การต้อนรับ  

จากนั้นได้รับฟังบรรยายสรุป ปัญหา อุปสรรคในการทำงาน  ทั้งนี้ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ทำงาน และแนะนำแนวทางการปฏิบัติให้กับข้าราชการตำรวจ กำชับการปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด "No Drugs No Dealers" และวิทยุสั่งการของ ผบ.ตร.กำชับการปฏิบัติเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ตลอดจนได้แนะนำวิธีการปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนโครงการเร่งด่วนของรัฐบาล ได้แก่ โครงการสนับสนุน เสริมสร้าง ศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอย่างมั่นคง (SML) เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด      
         
ในการนี้ ได้มอบเงิน พร้อมสิ่งของอุปโภคบริโภค ให้แก่ข้าราชการตำรวจ สภ.หินเหล็กไฟ พร้อมทั้งจัดเลี้ยงอาหารกลางวันและร่วมรับประทานอาหารกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และได้มอบเงินให้แก่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนหินเหล็กไฟ เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์กีฬา ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนห่างไกลยาเสพติด

ต่อมา เวลา 14.00 น. ได้เดินทางไป ตรวจเยี่ยมและบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจ สภ.สีสุก ภ.จว.นครราชสีมา โดยมี พล.ต.ต.อิทธิพล นาคคำ รอง ผบช.ภ.3 ,พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา , พ.ต.ต.ศิริยศ  ช่วยสระน้อย สว.สภ.สีสุก ,นายสายชล นากระโทก คณะกรรมการ กต.ตร.สภ.สีสุก  และข้าราชการตำรวจ สภ.สีสุก ร่วมให้การต้อนรับ ได้รับฟังบรรยายสรุป ปัญหา อุปสรรคในการทำงาน 

ทั้งนี้ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ทำงาน และแนะนำแนวทางการปฏิบัติให้กับข้าราชการตำรวจ เช่นเดียวกันกับ 2 สภ.แรก จากนั้นได้มอบเงิน และสิ่งของอุปโภคบริโภค ให้แก่ข้าราชการตำรวจ สภ.สีสุก และมอบเงินให้แก่คุณครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านโคกสำโรง เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์กีฬา ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนห่างไกลยาเสพติด

ต่อมาเวลา 16.30 น. เดินทางมาตรวจเยี่ยมข้าราชการตำรวจ กก.ปพ.บก.สส.ภ.3  ได้สอบถามความเป็นอยู่ของกำลังพล ปัญหาข้อขัดข้องของหน่วย จากนั้น ได้สักการะพระพุทธพิทักษ์ประชาอัครบารมี เพื่อเป็นสิริมงคล และได้มอบเงินให้ข้าราชการตำรวจ กก.ปพ.บก.สส.ภ.3 เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

'ผบช.ภ.2' เตือนสายเที่ยว สายช็อป เช็กก่อน ระวัง!! เพจปลอมเสิร์ฟโปรเด็ด หลอกโอนค่าที่พัก – แบรนด์เนม ก.ค.เหยื่อเพียบ 17,823 คดี เผยสาเหตุมิจฉาชีพไม่เข็ดหลาบ

(6 ส.ค. 68) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) เปิดเผยว่า จากกรณีที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2  หรือ  “สืบภาค 2” ร่วมกับตำรวจสืบภาค 1 จับกุม นางสาวอิ๋ว ซึ่งมีพฤติการณ์โพสต์เฟซบุ๊กหลอกลวง สร้างเพจปลอมขายห้องพัก พูลวิลล่า หลอกให้เหยื่อโอนเงินเข้าบัญชีม้า และตรวจสอบพบเกี่ยวโยงกับคดีที่มีผู้เสียหายแจ้งความผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ www.thaipoliceonline.go.th มากถึง 20 คดี และจากการตรวจสอบฐานข้อมูลการรับแจ้งความ และการสืบสวนสอบสวนคดีออนไลน์พบว่า คดีหลอกลวงขายสินค้าและบริการออนไลน์ลักษณะนี้เกิดขึ้นจำนวนมาก สูงสุดเป็นอันดับ 1 ของคดีออนไลน์ พวกนี้คือมิจฉาชีพคนไทยที่หลอกคนไทยด้วยกันเอง เป็นคดีที่ความเสียหายไม่มาก คนร้ายมักไม่เข็ดหลาบ เพราะผู้เสียหาย ไม่ค่อยแจ้งความ หากคดีไหนที่ตำรวจติดตามจับกุมได้ก็จะขอยอมความ ชำระเงินคืนแบบผ่อน คดีแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ จึงต้องเตือนภัยประชาชนอย่าหลงเชื่อ

“ในเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา แม้สถิติการเกิดคดีออนไลน์ในภาพรวมจะลดลง แต่ในจำนวนคดีอาชญากรรมออนไลน์ที่แจ้งความออนไลน์ทั้งหมด 34,570 เรื่อง เป็นคดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการไม่เป็นขบวนการ พฤติกรรมแบบที่กล่าวมามากที่สุดถึง 17,823 คดี คิดเป็น 51.56% ความเสียหายร่วม 162 ล้านบาท” ผบช.ภ.2 กล่าว

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวว่า ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 2 มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่เป็นที่นิยมหลายแห่ง มีที่พักให้บริการจำนวนมาก เช่น พัทยา บางแสน สัตหีบ เกาะเสม็ด หาดแม่พิมพ์ เกาะช้าง เกาะกูด ฯลฯ ทำให้คนร้ายมีช่องโอกาสสร้างเพจ  ที่พักปลอม ทำเลียนแบบของจริงขึ้นมาหลอกลวงเหยื่อ คนร้ายพวกนี้จะล่อเหยื่อด้วยการโพสต์ในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ สร้างเพจปลอม แอ็กเคานต์ปลอม หรือไปโพสต์ตามกลุ่มต่าง ๆ จัดโปรโมชันยั่วใจ ของดีราคาถูก เมื่อเหยื่อติดกับก็จะออกอุบายหว่านล้อมให้รีบโอนเงิน ไม่เปิดโอกาสให้เหยื่อตรวจสอบข้อมูล เช่น อ้างว่าโปร ฯ นาทีทอง หรืออ้างว่ามีลูกค้าคนอื่นกำลังต้องการห้องพัก หรือสินค้าอย่างเดียวกันต้องรีบโอน เพื่อปิดจ๊อบ หากเหยื่อหลงเชื่อโอนเงิน คนร้ายจะปิดเพจหนี บล็อกการติดต่อทุกช่องทาง ดังนั้นก่อนจะทำการซื้อ จอง หรือจ่ายค่าบริการอะไรต้องตรวจสอบให้ชัดเจน ตรวจสอบหลาย ๆ ช่องทาง เช่น ตรวจสอบบัญชีปลายทาง ชื่อผู้รับโอนเงินผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น แอปพลิเคชัน Cyber Check หรือ เว็บไซต์เช็กก่อน หรือ www.checkgon.go.th ว่ามีประวัติหลอกลวง เป็นมิจฉาชีพหรือไม่  

“ก่อนจะเชื่อ ก่อนจะโอน ให้เอะใจเสมอว่าของดี ที่ราคาถูกเกินจริง ถูกจนน่าตกใจ ไม่มีจริง และอาจเป็นหลุมพรางที่มิจฉาชีพเอาไว้ล่อเหยื่อ และหากพบเห็นเพจเฟซบุ๊ก หรือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียใด ๆ ทำปลอม หลอกลวงให้กดรีพอร์ต หรือแจ้งที่สายด่วน 1441 ทั้งนี้นอกจากที่พัก หรือบริการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวแล้ว สินค้า เครื่องประดับ โทรศัพท์มือถือ ไอแพด สินค้าแบรนด์เนม นาฬิกา พระเครื่อง เป็นสินค้าที่มิจฉาชีพมักหลอกขายทางออนไลน์ ทั้งในรูปแบบของปลอมแล้วบอกว่าแท้ หรือหลอกขายสินค้าที่ไม่มีอยู่จริง ซึ่งกลลวงแบบนี้ยังไม่หมด ขอให้ช็อปปิงออนไลน์อย่างระมัดระวัง ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน” ผบช.ภ.2 กล่าว

สถานทูตญี่ปุ่นปัดข่าวส่ง ‘โดรนขับไล่’ ให้ไทย ยันไม่ยุ่งปมชายแดนไทย-เขมร วอนหยุดแชร์ข่าวปลอม

(6 ส.ค. 68) สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกัมพูชาออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก ปฏิเสธข่าวลือจากสื่อออนไลน์กัมพูชา ที่อ้างว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะจัดหา 'โดรนขับไล่' ให้ไทย โดยระบุว่าเป็นข้อมูลเท็จ ญี่ปุ่นไม่เคยมีแผนหรือได้รับคำขอดังกล่าวจากไทย

แถลงการณ์ยังระบุว่า ญี่ปุ่นให้ความช่วยเหลือเฉพาะในด้านที่ไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งระหว่างประเทศ และเรียกร้องให้หยุดเผยแพร่ข่าวปลอม พร้อมขอบคุณหากประชาชนที่ให้ความร่วมมือ

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นยืนยันเคารพข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัมพูชา-ไทย และหวังเห็นสันติภาพฟื้นคืนโดยเร็ว เพื่อให้ชาวกัมพูชา และไทยกลับมามีชีวิตปกติอย่างสงบสุขอีกครั้ง

จีนหนุนบทบาทสร้างสรรค์ หวังฟื้นสัมพันธ์ 'กัมพูชา-ไทย'ชี้สถานการณ์ชายแดนเริ่มคลี่คลาย หลังมีการเจรจาหลายฝ่าย

(6 ส.ค. 68) โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน 'กัว เจียคุน' เผยว่าจีนจะเดินหน้าสนับสนุนบทบาทอาเซียนในการส่งเสริมการเจรจาเพื่อสันติภาพ และพร้อมดำเนินบทบาทเชิงสร้างสรรค์ของตนเองเพื่อหนุนการพลิกฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชา-ไทย

มีรายงานว่าการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ไทย-กัมพูชา จัดขึ้นที่มาเลเซียระหว่างวันที่ 4–7 ส.ค. และจีนได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมวิสามัญในวันที่ 7 ส.ค. โดยก่อนหน้านี้จีนได้หารือไม่เป็นทางการกับไทยและกัมพูชาเมื่อ 30 ก.ค. ซึ่งมีผลช่วยให้สถานการณ์ชายแดนเริ่มคลี่คลาย และไม่มีเหตุปะทะใหม่เพิ่มเติม

การประชุม GBC ครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้การประสานงานของมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน เพื่อร่วมกันพัฒนากลไกติดตามการหยุดยิงในพื้นที่แนวชายแดน ส่งเสริมการสื่อสารหลายระดับ ซึ่งจีนชื่นชมความพยายามร่วมของทั้งสองประเทศในทิศทางที่สงบและยั่งยืน

จีนยังยืนยันจะรักษาการสื่อสารใกล้ชิดกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งไทย กัมพูชา มาเลเซีย และประเทศอื่นในภูมิภาค พร้อมสนับสนุนการเจรจาและการลดความตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง ตามเจตจำนงของทั้งสองประเทศที่ต้องการยุติความรุนแรงอย่างถาวร

‘สุกฤษฏิ์ชัย’ ชวนประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็น ต่อร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดก่อนเข้าสู่สภาฯ วาระ 2 – 3

(6 ส.ค.68) นายสุกฤษฏิ์ชัย ธีระเริงฤทธิ์ รองผู้อำนวยการมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ (หน่วยงานดีเด่นแห่งชาติสาขาอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) และ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. .... ในสภาผู้แทนราษฎร ได้เผยแพร่ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก 'สุกฤษฏิ์ชัย ธีระเริงฤทธิ์ - Sukritchai Teeraroengrit' ว่า เรากำลังจะมีกฎหมายที่สำคัญเพื่อจัดการอากาศสะอาดอย่างครอบคลุม เหมาะสม ครบวงจรเพื่อพวกเราทุกคนแล้ว โดยสถานะ ณ ตอนนี้ คือ ร่างพระราชบัญญัติฯ ได้ผ่านการพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เป็นที่เรียบร้อย และกำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ระหว่างวันที่ 25 ก.ค. - 8 ส.ค. นี้ ผ่านช่องทางของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นโค้งสุดท้าย ก่อนรวบรวมส่งคืนนำไปสู่ขั้นตอนถัดไป นั่นคือให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาในวาระ 2 และ 3 รวมถึงส่งต่อให้วุฒิสภาพิจารณา ก่อนประกาศบังคับใช้ต่อไป

ทั้งนี้ขอเชิญชวนทุกคน ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติฯ ตามลิงก์นี้ 

https://shorturl.asia/1mXNy

รวมถึงสามารถศึกษาข้อมูลสรุปสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฯ ได้ผ่านเพจเฟซบุ๊ก Thailand Can เครือข่ายอากาศสะอาด

ตำรวจบุรีรัมย์ คุมตัวคนเขมรคาดเป็นสายลับแฝงตัวหาข่าว พร้อมเครื่องแบบหน่วยอารักขา ‘ฮุนเซน’ หรือ HBQ

ตำรวจบุรีรัมย์คุมตัวสายลับทหารกัมพูชา พบสังกัดหน่วยปฏิบัติการพิเศษพิทักษ์ ‘ฮุนเซน’ หรือ HBQ คาดอาจแฝงตัวหาข่าวความมั่นคงไทย

(6 ส.ค.68) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลำดวน จ.บุรีรัมย์ ได้ควบคุมตัวชายชาวกัมพูชาคนหนึ่ง ซึ่งถูกพบพร้อมเครื่องแบบทหารกัมพูชาหลายชุด ที่ติดตราสัญลักษณ์ BHQ ซึ่งเป็นเครื่องแบบที่คล้ายกับหน่วยทหารองครักษ์พิทักษ์ 'ฮุน เซน' โดยสามารถจับกุมได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งใน อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์

ด้าน พ.ต.อ.อัษฎไณย ป้องกัน ผกก.สภ.ลำดวน เปิดเผยว่า ได้รับการแจ้งเบาะแสจึงนำกำลังเข้าจับกุม โดยผู้ต้องสงสัยอ้างว่าบ้านที่ถูกจับเป็นบ้านของภรรยาชาวไทย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากหวั่นเกรงว่าชายคนดังกล่าวอาจแฝงตัวเข้ามาเพื่อสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของกองทัพและหน่วยงานด้านความมั่นคงของไทย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติได้

ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล และยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม โดยอยู่ระหว่างการรอผู้บังคับบัญชาระดับสูงและหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง

ครม.ไฟเขียวเยียวยาทหาร 10 ล้าน ประชาชน 8 ล้าน ‘ภูมิธรรม’ ย้ำขอคนไทยสามัคคี ก้าวผ่านสองวิกฤติไปด้วยกัน

(5 ส.ค. 68) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ระบุว่า รัฐบาลเห็นชอบจ่ายเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตจากเหตุความรุนแรงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยให้ทหารรายละ 10 ล้านบาท และประชาชนรายละ 8 ล้านบาท พร้อมเน้นย้ำว่ารัฐบาลยึดแนวทางสันติวิธีและกฎหมายระหว่างประเทศในการแก้ปัญหาความมั่นคง

นายภูมิธรรมระบุว่า ขณะนี้สถานการณ์ปะทะที่ชายแดนได้ยุติลงในเบื้องต้น และอยู่ระหว่างการเข้าสู่กระบวนการเจรจาโดยใช้กลไก GBC ระหว่างไทย-กัมพูชา รัฐบาลแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตทุกครอบครัว และจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข่าวปลอม เพื่อไม่ให้เกิดการบิดเบือนข้อมูลที่กระทบความมั่นคง

ขณะเดียวกัน ครม.ยังหารือถึงวิกฤตเศรษฐกิจจากการที่สหรัฐฯ ปรับขึ้นภาษีสินค้าจากไทยเป็น 19% โดยรัฐบาลยืนยันว่าได้ดำเนินการอย่างรอบคอบ โดยร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชน และยังมองว่านี่เป็นโอกาสให้ไทยพัฒนาขีดความสามารถแข่งขันในเวทีโลก พร้อมเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการไทย เช่น พักหนี้ ซอฟต์โลน และส่งเสริมการใช้สินค้าในประเทศ

ท้ายสุด นายภูมิธรรมเรียกร้องให้คนไทยทุกภาคส่วนร่วมมือกัน ก้าวข้ามสองวิกฤติไปด้วยกัน ทั้งในด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ โดยย้ำว่า "ความสามัคคีของคนไทย คือพลังขับเคลื่อนประเทศ" และถึงเวลาแล้วที่ทุกคนจะเดินหน้าไปสู่จุดหมายเดียวกัน เพื่อสร้างความสงบสุขให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

ครม.เห็นชอบซื้อเครื่องบิน ‘กริพเพน’ 4 ลำ มูลค่า 19,500 ล้าน พร้อมแก้สัญญาเรือดำน้ำ Yuan Class ใส่เครื่องยนต์จีนแทนเยอรมัน

(5 ส.ค. 68) คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Saab JAS 39 Gripen รุ่น E/F จำนวน 4 ลำ มูลค่า 19,500 ล้านบาท และรับทราบแผนจัดหาเรือดำน้ำลำใหม่ ตามข้อเสนอของกองทัพอากาศและกองทัพเรือ ขณะเดียวกัน ยังมีมติแก้ไขข้อตกลงโครงการเรือดำน้ำ Yuan Class รุ่น S26T ที่ลงนามแบบรัฐต่อรัฐ (G2G) กับจีน โดยเปลี่ยนจากเครื่องยนต์เยอรมัน MTU396 เป็นเครื่องยนต์จีน CHD620 และขยายเวลาต่อเรือออกไปอีก 1,217 วัน

โครงการเรือดำน้ำดังกล่าว เริ่มลงนามตั้งแต่ปี 2560 แต่หยุดชะงักในปี 2564 เนื่องจากจีนไม่สามารถหาเครื่องยนต์เยอรมันตามสัญญาได้ ปัจจุบันต่อเรือเสร็จแล้ว 64% จ่ายเงินไปแล้ว 10 งวดจากทั้งหมด 18 งวด รวมวงเงินกว่า 7,700 ล้านบาท โดยยังค้างชำระอีก 5,500 ล้านบาท หรือคิดเป็น 40% ของสัญญา

ด้าน พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ยืนยันว่า ครม.ได้เห็นชอบในหลักการแก้ไขสัญญาแล้ว ส่วนกรณีเรือฟริเกตเพิ่มเติมอีก 2 ลำนั้น เป็นข้อเสนอที่กองทัพเรือยื่นไป และจะมีการชี้แจงรายละเอียดอย่างเป็นทางการจากกองทัพเรือในลำดับต่อไป

ขณะที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธให้รายละเอียดต่อคำถามเรื่องยุทโธปกรณ์ โดยกล่าวสั้น ๆ ว่า “ไม่คุย กองทัพกำลังรบ เป็นความลับทางราชการ” พร้อมปฏิเสธตอบสื่อทุกคำถามที่เกี่ยวกับการจัดซื้ออาวุธ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top