Wednesday, 10 June 2026
NEWS FEED

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) สหรัฐฯ กำลังพิจารณาปรับแก้แนวปฏิบัติป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) หลังพบยอดผู้ติดเชื้อพุ่งสูงต่อเนื่องในหมู่ประชาชนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน

27 ก.ค. 64 สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า แอนโทนี เฟาซี หัวหน้าที่ปรึกษาทางการแพทย์ประจำทำเนียบขาวของสหรัฐฯ ระบุว่าศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) กำลังพิจารณาปรับแก้แนวปฏิบัติป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) เพื่อแนะนำผู้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ครบโดสสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ

เฟาซี ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่าเขาร่วมหารือเกี่ยวกับการแก้ไขแนวปฏิบัติ ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้การพิจารณาอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุว่าพื้นที่ท้องถิ่นบางส่วนที่มีอัตราการติดเชื้อสูงเริ่มกระตุ้นประชาชนสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ ไม่ว่าจะฉีดวัคซีนแล้วหรือไม่

ปัจจุบันยอดผู้ป่วย ผู้เสียชีวิต และผู้รักษาตัวจากโรคโควิด-19 ในโรงพยาบาล พุ่งสูงต่อเนื่องในหมู่ประชาชนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน ด้านคณะผู้เชี่ยวชาญระบุว่าอัตราการฉีดวัคซีนที่ต่ำและการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของเชื้อไวรัสฯ ชนิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์เดลตา เป็นสาเหตุที่ทำให้ยอดผู้ป่วยพุ่งสูงเมื่อเร็ว ๆ นี้

ที่มา : https://www.naewna.com/inter/590661


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ผบ.ทอ. ตรวจความพร้อมโรงพยาบาลสนามบีดีเอ็มเอส สนามกีฬา ทอ.(ธูปะเตมีย์) ก่อนเปิดให้บริการ

พล.อ.อ. แอร์บูล  สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) พร้อมด้วย นายแพทย์ ธเรศ  กรัษนัยรวิวงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และ แพทย์หญิงปรมาภรณ์  ปราสาททองโอสถ ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ร่วมตรวจความพร้อมโรงพยาบาลสนามบีดีเอ็มเอส สนามกีฬา ทอ.(ธูปะเตมีย์) ณ สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) ก่อนเปิดให้บริการในวันถัดไป

โรงพยาบาลสนามดังกล่าว เป็นความร่วมมือระหว่างกองทัพอากาศ และบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS โดยกองทัพอากาศให้การสนับสนุนอาคารสถานที่ เจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยสถานที่ และรถพยาบาลฉุกเฉิน บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินการปรับปรุงพื้นที่ วางระบบโรงพยาบาลสนาม อุปกรณ์ทางการแพทย์ พร้อมจัดทีมบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงได้รับการสนับสนุนจาก มูลนิธิเวชดุสิตในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์, บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน), มูลนิธิ ทองพูล หวั่งหลี และครอบครัว, บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท ลินเด้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท สหแพทย์เภสัช จำกัด และบริษัท วินบริดจ์ จำกัด สำหรับโรงพยาบาลสนามที่จัดตั้งขึ้นได้รับการรับรองมาตรฐานจากกรมส่งเสริมบริการสุขภาพแล้ว มีจำนวน 100 เตียง มีวัตถุประสงค์หลักในการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ในกลุ่มสีเหลืองเป็นหลัก ไม่ให้กลายเป็นผู้ป่วยกลุ่มสีแดง โดยการดูแลของทีมบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลในเครือ BDMS กำหนดเปิดให้บริการในวันที่ 28 ก.ค.64 ระยะเวลาให้บริการรวม 2 เดือน สำหรับการรับและรักษาผู้ป่วย จะรับผู้ป่วยโควิด-19 ในกลุ่มสีเหลือง จากโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ หากผู้ป่วยมีอาการรุนแรงเกินขีดความสามารถของโรงพยาบาลสนามฯ ก็จะถูกส่งตัวไปรักษาต่อ ณ โรงพยาบาลในเครือ BDMS ต่อไป 

โรงพยาบาลสนามแห่งนี้ นอกจากจะมีระบบอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกแล้ว  BDMS ยังได้นำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ มีหุ่นยนต์อัจฉริยะ (เฮลท์ตี้บอท) จำนวน 5 ตัว ที่จะช่วยนำส่งอาหารและยาให้แก่ผู้ป่วย เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ นอกจากนั้น ยังนำเทคโนโลยีมาใช้ในการดูแลรักษาเพื่อลดการสัมผัสผู้ป่วย ซึ่งเป็นการจัดสรรบุคลากรทางการแพทย์ที่มีอยู่จำกัด ให้สามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิผลสูงสุด โดยทีมแพทย์ที่ประจำอยู่ ณ โรงพยาบาลสนามฯ และโรงพยาบาลในเครือข่าย BDMS จะตรวจและติดตามอาการ รวมทั้งพูดคุยกับผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดผ่านทางหน้าจอแบบออนไลน์ ส่งผลให้สามารถบริหารจัดการตามอาการของผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
ทั้งนี้ โรงพยาบาลสนามบีดีเอ็มเอส สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) ถือเป็นแบบอย่างความร่วมมือและการบูรณาการทรัพยากรของส่วนราชการและภาคเอกชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างรุนแรง และเป็นพลังส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน

อดีตดาราหนุ่มช่อง 7 ‘อะตอม สัมพันธภาพ’ ประสบอุบัติเหตุที่ลำปาง อาการบาดเจ็บสาหัส

ทำเอาช็อกไปตาม ๆ กัน เมื่ออดีตดาราหนุ่มช่อง 7 ‘อะตอม สัมพันธภาพ’ ประสบอุบัติเหตุที่ลำปาง รถกระบะชนต้นไม้ พลิกคว่ำพังยับ คาร่องกลางถนน เจ็บหนัก เจ้าหน้าที่เร่งปั๊มหัวใจ และหามส่ง รพ. อาการสาหัส

โดยเมื่อเวลา 16.45 น. วันที่ 26 ก.ค. 64 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เถิน รับแจ้งอุบัติเหตุรถชนต้นไม้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย ทราบชื่อคือ ‘นายอะตอม สัมพันธภาพ’ อายุ 36 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัสติดอยู่ภายในรถ

เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำเครื่องตัดถ่างเข้าช่วยเหลือ โดยใช้เวลากว่า 10 นาที จึงสามารถนำผู้ได้รับบาดเจ็บออกมาได้ พบผู้บาดเจ็บไม่รู้สึกตัว เจ้าหน้าที่จึงช่วยเหลือด้วยการทำ CPR และนำส่ง รพ.เถิน ก่อนจะถูกส่งตัวไปรักษาต่อ ที่ รพ.ลำปาง เนื่องจากอาการสาหัส

และจากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ได้รับบาดเจ็บ ขับรถมาตามถนนสายดังกล่าว เมื่อถึงที่เกิดเหตุซึ่งมีฝนตกลงมา ทำให้รถเกิดเสียหลักและประสบอุบัติเหตุดังกล่าว ส่วนสาเหตุที่แท้จริงนั้น อยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES 
คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

EA ร่วมกับบลูเทคซิตี้ และมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ มอบชุดตรวจโควิด-19 หรือ Antigen Test Kit หรือ ATK พร้อมชุด PPE ให้อำเภอพนมสารคาม เพื่อใช้ในภารกิจโควิด-19 ในพื้นที่

วันนี้ 26 ก.ค. 2564 ณ ที่ว่าการอำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ผู้บริหารโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมบลูเทคซิตี้ ในฐานะประธานที่ปรึกษามูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ มอบชุดตรวจโควิด-19 หรือ Antigen Test Kit  หรือ ATK จำนวน 300 ชุด  พร้อมชุด PPE ให้อำเภอพนมสารคาม เพื่อใช้ในภารกิจโควิด-19 ในพื้นที่ โดยมีนางปิณฑิรา เก่งการพาณิช นายอำเภอพนมสารคาม เป็นผู้รับมอบ

นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ผู้บริหารโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมบลูเทคซิตี้ ในฐานะประธานที่ปรึกษามูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ กล่าวว่า EA ร่วมกับบลูเทคซิตี้ และมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม และสนับสนุนภารกิจโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยสนับสนุนชุด PPE ให้บุคลากรทางการแพทย์ และชุดตรวจโควิด-19 หรือ Antigen Test Kit หรือ ATK จำนวน 300 ชุด ซึ่งเป็นชุดตรวจที่สามารถทราบผลภายใน 10 นาที และได้รับอนุญาตจาก อย.แล้ว

ทั้งนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้การควบคุมโรคระบาดเป็นไปโดยเร็วที่สุด เพราะยิ่งตรวจเชื้อได้มากและเร็วเท่าไร ยิ่งลดการเสี่ยงแพร่กระจายของเชื้อได้มากขึ้น

‘ทอ.’ ส่งผู้แทน ร่วมรับแสดงความยินดี ‘น้องเทนนิส’ เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก ที่ท่าอากาศยานภูเก็ต

พล.อ.อ.แอร์บูล  สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) มอบหมายให้ พล.อ.ท.ฐานัตถ์  จันทร์อำไพ โฆษกกองทัพอากาศ พร้อมด้วย พล.อ.ต.กีรติ  ปิงเมือง ประธานอนุกรรมการแผนกกีฬาศิลปะป้องกันตัวกองทัพอากาศ และ นาวาอากาศเอก วิวัฒน์  จุลกะ กรรมการวิจัยและพัฒนากีฬากองทัพอากาศ ร่วมให้การต้อนรับและแสดงความยินดีกับ เรืออากาศตรีหญิง พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ หรือน้องเทนนิส นักกีฬาทีมชาติสังกัดกองทัพอากาศที่คว้าเหรียญทองเทควันโดเหรียญแรกให้ประเทศไทย ซึ่งเดินทางกลับจากญี่ปุ่นโดยสายการบินสิงค์โปร์แอร์ไลน์มายังท่าอากาศยานภูเก็ต

ซึ่งเมื่อน้องเทนนิสและคณะเดินทางมาถึงท่าอากาศยานภูเก็ต โฆษกกองทัพอากาศเป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวแสดงความยินดีและมอบช่อดอกไม้ให้แก่น้องเทนนิส โดยหลังจากการกักตัวที่ภูเก็ตครบ ๑๔ วัน น้องเทนนิสเข้าพบผู้บัญชาการทหารอากาศเพื่อรายงานตัว และร่วมกิจกรรมแสดงความยินดีแบบนิวนอร์มอล ณ กองบัญชาการกองทัพอากาศ

 

“บิ๊กช้าง” ย้ำ ทหาร-ตร. คุมเข้มเฝ้าระวังชายแดนต่อเนื่อง สั่ง หนุนเสริม กทม. เร่ง จัดตั้งพื้นที่แยกรักษาตัวในชุมชน 50 เขต 

พล.ท.คงชีพ  ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่าพล.อ.ชัยชาญ  ช้างมงคล รมช.กลาโหม และ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม ประชุมร่วมกับ กอ.รมน. หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม  เหล่าทัพ และ ตร. ผ่านระบบ VTC เพื่อติดตามการสนับสนุนแก้ปัญหาวิกฤตโควิด-19

 โดยภาพรวมการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานความมั่นคง ทหารและตำรวจ ในพื้นที่ชายแดน ยังคงพบจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายได้ต่อเนื่อง โดย ก.ค.64 ที่ผ่านมา จับกุมได้ถึง 3,552 คน โดยพบชาวกัมพูชาและลาวมากขึ้น สำหรับพื้นที่ชั้นใน กำลังทหารตำรวจ ยังคงกระจายกำลังควบคุมโรคใน 593 แคมป์คนงาน และจัดตั้งจุดตรวจร่วมตามเส้นทางต่างๆกว่า 230 จุด พบประชาชนให้ความร่วมมือเดินทางลดลง แต่ยังพบผู้ฝ่าฝืนมาตรการรวมตัวกันตามสถานที่ต่างๆ ที่สุ่มเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อในชุมชน ขณะเดียวกันพบเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในการดูแลแคมป์คนงานติดเชื้อมากขึ้น

ทั้งนี้รมช.กลาโหม ได้เน้นย้ำ ว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้แสดงความขอบคุณและให้กำลังใจทหารตำรวจทุกคนที่สนับสนุนปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็งที่ผ่านมา  และได้สั่งการให้ทุกเหล่าทัพ คงความต่อเนื่องคุมเข้มเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดนมากขึ้นในสถานการณ์ที่ประเทศรอบบ้าน ยังพบการแพร่ระบาดของโรคที่มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะเมียนมา  และขอให้สนับสนุน กทม.เร่งจัดตั้งพื้นที่พักแยกรักษาตัวในชุมชน ( Community Isolation ) ให้ได้ทั้ง 50 เขตใน กทม.โดยเร็ว เพื่อรองรับผู้ป่วยจาก รพ.ระดับต่างๆ

โดยพล.อ.ชัยชาญ ยังได้กำชับการทำงานของกำลังทหาร ที่กระจายกันจัดตั้ง “จุดบริการประชาชน” ทั้ง 72 จุดในชุมชนต่างๆ ของ กทม.และปริมณฑล ให้สามารถประสานเชื่อมโยงกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตอบสนองแก้ปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  และขอให้เร่งดำเนินการขยายขีดความสามารถ รพ.สนามและจัดตั้งเพิ่มเติม ในพื้นที่ กทม.ปริมณฑล และ จว.สีแดงเข้ม เพื่อดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีมากขึ้นโดยเร็ว

 พร้อมกันนี้ ขอให้ทุกค่ายทหาร จัดตั้งพื้นที่พักแยกรักษาตัว ( Community Isolation ) เพื่อช่วยเหลือดูแลกำลังพล ครอบครัวและชุมชนรอบข้างในทุกหน่วยทหาร และช่วยลดภาระทางสาธารณสุข  พร้อมทั้งให้ประสานขอรับวัคซีนมาสนับสนุนการทำงานของกำลังพลด่านหน้าในพื้นที่เสี่ยงสูงให้เพียงพอ เพื่อรักษาสถานภาพกำลังพลสนับสนุนวิกฤตสถานการณ์โรคระบาดที่เกิดขึ้น

มูลนิธินักศึกษาสถาบันพระปกเกล้าเพื่อสังคม จัดความร่วมมือสามประสานกับ กมธ.วิสามัญพิทักษ์สถาบัน วุฒิสภา และภาคเอกชน ดำเนินโครงการ “Save Thai Fight Covid” เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยโควิด-19   

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  ที่กำลังระบาดหนักในประเทศทั่วโลกขณะนี้ ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชากรโลกเป็นอย่างมาก สำหรับในประเทศไทยวิกฤติโควิด-19ได้ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนทั่วประเทศ โดยในขณะนี้ทุกภาคส่วนได้เร่งดำเดินการเพื่อให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ซึ่งด้วยความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดในครั้งนี้มูลนิธินักศึกษาสถาบันพระปกเกล้าเพื่อสังคม (KPISE) ร่วมกับกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา  บริษัท รีเทล บิซิเนส โซลูชั่นส์ จำกัด และสมาคมการค้าธุรกิจศูนย์บริการทางโทรศัพท์ไทย จัดทำโครงการ “Save Thai Fight Covid” 
เพื่อช่วยเหลือและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโรคโควิด-19 การปฏิบัติตัว และการดูแลผู้ป่วยให้กับผู้ติดเชื้อโควิด-19 และครอบครัว โดยมี ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานมูลนิธินักศึกษาสถาบันพระปกเกล้าเพื่อสังคม (KPISE) ประสานความร่วมมือกับนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา ร่วมกับ นางกอบกุล อาภากร ณ อยุธยา ประธานคณะอนุกรรมการการมีส่วนร่วมของเยาวชน วุฒิสภา นางสาวดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะและเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ ด้านการปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา นายนพพล ชูกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท รีเทล บิซิเนส โซลูชั่นส์ จำกัด และนายศรัณย์ เวชสุภาพร นายกสมาคมการค้าธุรกิจศูนย์บริการทางโทรศัพท์ไทย ร่วมดำเนินโครงการ ฯ ภายใต้วิสัยทัศน์ “รวมใจคนไทยสู้โควิด” ผ่านโครงการ “Save Thai Fight Covid” โดยมีเยาวชนพลังบวก SEED Thailand เยาวชนอาสาผู้นำท้องถิ่นจิตสาธารณะที่ผ่านการอบรมบ่มเพาะในโครงการ SEED Project เป็นผู้ร่วมขับเคลื่อนดำเนินโครงการสู่กลุ่มเป้าหมายอย่างเร่งด่วน โดยมีรายละเอียดการดำเนินโครงการ ฯ ดังนี้

1) ดำเนินการช่วยผู้ป่วยที่รอความช่วยเหลือเพื่อเข้ารับการรักษาตามกระบวนการทางสาธารณสุข ด้วยการจัดชุดยาสมุนไพรและอาหารเสริม อาทิ ยาฟ้าทลายโจร และวิตามินต่าง ๆ ตามคำแนะนำของแพทย์และเภสัชกรอย่างเคร่งครัด ตลอดจนเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ที่จำเป็น อาทิ เครื่องวัดออกซิเจน ปรอทวัดไข้ ถุงสำหรับใส่ขยะติดเชื้อ อาหารแห้งและอื่น ๆ ในจำนวนเพียงพอสำหรับการดูแลตนเองภายใน 7 วัน โดยดำเนินการจัดส่งชุดกล่อง Save Thai Fight Covid ถึงบ้านผู้ป่วย

2) จัดทำสื่อและช่องทางการสื่อสารเพื่อให้ความรู้กับผู้ป่วย ในการปฏิบัติตนเพื่อการดูแลตัวเอง และป้องกันการแพร่เชื้อระหว่างการรอความช่วยเหลือ อาทิ วิธีการกำจัดขยะติดเชื้อจากผู้ป่วย การป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้ที่พักอยู่อาศัยร่วมกัน เป็นต้น

3)   จัดทำ Application รับข้อมูลการขอความช่วยเหลือ เพื่อนำข้อมูลประสานขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และเพื่อส่งกำลังใจให้กับผู้ป่วย 

4)   จัดทำอุปกรณ์ที่ใช้ในโรงพยาบาลสนาม อาทิ เตียงสนาม ฉากกั้น ชั้นเก็บของ ตู้อบฆ่าเชื้อไวรัสด้วยแสงยูวีซี และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ใช้สนับสนุนในกิจกรรมของโรงพยาบาลสนาม 

อย่างไรก็ตามโครงการ “Save Thai Fight Covid” จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการส่งต่อกำลังใจและการให้ความช่วยเหลือผู้ป่วย แบบขั้นพื้นฐานที่ไม่ขัดต่อกระบวนการบำบัดรักษาทางการแพทย์และระบบสาธารณสุข เพื่อประสิทธิภาพในการบำบัดรักษาโรคโควิด-19 และความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด และมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการบำรุงร่างกายและจิตใจ ตลอดจนการให้ความรู้เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 จากผู้ป่วยที่รอการรักษาอย่างถูกต้อง ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกัน และสำหรับผู้มีจิตศรัทธาท่านใด ที่ต้องการช่วยเหลือผู้ป่วยและครอบครัวผู้ติดเชื้อระหว่างรอการรักษา สามารถร่วมบริจาคในโครงการนี้ โดยสนับสนุนได้ทั้งเงิน อุปกรณ์ อาหาร หรือสิ่งของอื่น ๆ ที่จำเป็นได้ที่โครงการ “Save Thai Fight Covid” ชื่อบัญชี มูลนิธิ สปส. ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 405-523655-3 หรือโทรศัพท์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 084-668-7822 , 094-423-4852

“ในวิกฤติโควิด ทุกชีวิตไม่ทอดทิ้งกัน”

สายพันธุ์เดลตาถล่มย่านอาเซียนสาหัส มาเลเซียมียอดผู้ติดเชื้อใหม่กว่า 17,045 ราย

Covid-19 สายพันธุ์เดลตา ยังถล่มย่านอาเซียนสาหัส ที่มาเลเซียมียอดผู้ติดเชื้อรอบ 24 ชั่วโมง ทำ New High อีกครั้ง ที่ 17,045 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมในประเทศทะลุ 1 ล้านคน

ศูนย์กลางการระบาดหนัก ยังคงอยู่ที่ รัฐสลังงอร์และกรุงกัลลาลัมเปอร์ ที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่รวมกันในวันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม ถึง 10,500 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตเพิ่มอีกกว่า 180 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตรวมในมาเลเซียถึงกว่า 8 พันรายแล้ว

การระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ เดลตา ยังคงรุนแรงอย่างต่อเนื่อง แม้รัฐบาลจะพยายามออกมาตรการเข้มงวด จนถึงระดับล็อกดาวน์ทั่วประเทศในเดือนมิถุนายน แต่ยอดผู้ติดเชื้อยังพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง จนโรงพยาบาลในมาเลเซียต้องรับมือกับผู้ป่วยที่ยังติดเชื้อรอการรักษาอยู่ถึง 1.6 แสนราย และผู้ป่วย ICU มากกว่า 1,000 เคส

จากวิกฤติโรคระบาดครั้งรุนแรงนี้ ทำให้ฝ่ายค้านได้ยื่นแจ้งความฟ้องรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี มูห์ยิดดิน ยัสซิน ในข้อหาละเลยการจัดการแก้ไขปัญหา Covid-19 ที่สร้างผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อประชาชน

ทางด้านรัฐบาลมาเลเซียก็เร่งเดินหน้าฉีดวัคซีนให้กับประชาชนอย่างเร่งด่วน ซึ่งจนถึงตอนนี้มีชาวมาเลเซียในกลุ่มผู้ใหญ่ ได้รับวัคซีนครบโดสไปแล้วถึง 23% และคาดว่าจะสามารถฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็มให้กับกลุ่มผู้ใหญ่ทั้งหมดในแถบกรุงกัลลาลัมเปอร์ และปริมณฑลได้ภายในสิ้นเดือนสิงหาคม

รัฐบาลมาเลเซียคาดหวังว่า หลังเร่งกระจายฉีดวัคซีนได้ทั่วประเทศแล้ว น่าจะควบคุมสถานการณ์ได้ และจะเริ่มคลายมาตรการล็อกดาวน์ได้ภายในเดือนตุลาคมนี้

และนอกเหนือจากมาเลเซีย ที่ทำสถิติ New High เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทั้งไทย, เวียดนาม, พม่า ต่างมียอดผู้ติดเชื้อทุบสถิติเช่นเดียวกัน

ดังนั้นสถานการณ์การระบาดของ Covid-19 ในย่านอาเซียนจัดว่าน่าเป็นห่วงมาก โดยเฉพาะในอินโดนีเซีย ที่ขยับขึ้นมาเป็นประเทศศูนย์กลางการแพร่ระบาดแห่งใหม่ในเอเชียไปแล้วเช่นกัน


ผู้เขียน : ยีนส์ อรุณรัตน์
อ้างอิง : The Straits Time / The Star Malaysia


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES
คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ทบ. ปรับรูปแบบการฝึกทหารใหม่ พร้อมดูแลความเป็นอยู่ของทหารใหม่อย่างใกล้ชิด สอดคล้องแนวทาง ศบค. สู่การเป็นหน่วยทหารปลอดโควิด

พ.ท.หญิง นุชระวี แจ่มจำรัส ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ทหารกองประจำการผลัด 1/64 ที่เข้าประจำการเมื่อต้นเดือน ก.ค. 64 ที่ผ่านมาได้ทำการกักตัวเป็นเวลา 14 วัน และได้รับการฉีดวัคซีนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ไปตลอดทั้ง 6 สัปดาห์ หน่วยฝึกจะเริ่มดำเนินการฝึกควบคู่การดำเนินชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) ภายใต้แนวทางการควบคุมโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ด้วยมาตราการ Bubble and Seal โดยครูฝึกและทหารใหม่ ตลอดจนเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องทุกนายจะถูกจำกัดให้อยู่แต่ภายในหน่วยฝึกที่เป็นระบบปิด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและปลอดเชื้อภายในหน่วยทหารอย่างสูงสุด 
  
ในส่วนของการฝึกจะทำการแยกฝึกเป็นกลุ่มย่อยในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก โดยจะฝึกจากขั้นพื้นฐานในเรื่องระเบียบวินัย แบบธรรมเนียมทหาร การฝึกบุคคลท่ามือเปล่า การฝึกทางยุทธวิธี หน้าที่พลเมือง การบรรเทาสาธารณภัย และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมสร้างการรับรู้เกี่ยวกับโควิด-19 ควบคู่กับการออกกำลังพัฒนาสมรรถภาพร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์เพื่อให้มีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ
  
สำหรับการดูแลชีวิตความเป็นอยู่ด้านปัจจัย 4 ของทหารใหม่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 นอกจากทหารใหม่จะได้รับแจกจ่ายเครื่องแต่งกาย เครื่องนอน และของใช้ทั่วไป อาทิ เครื่องแบบสนามฯ ชุดนอน เสื้อยืด รองเท้าผ้าใบ รองเท้าแตะ ที่นอน หมอน มุ้ง หน่วยฝึกยังได้จัดเตรียมหน้ากากอนามัย และเจลแอลกออฮล์แจกจ่ายเป็นอุปกรณ์สำหรับดูแลและป้องกันตัวระดับบุคคลด้วย 

หน่วยฝึกได้ปรับอาคาร สถานที่ รวมถึงรูปแบบการดำเนินกิจวัตรประจำวันให้สอดรับกับมาตราการป้องกันโควิด-19 ในการแยกรับประทานอาหารด้วยถาดหลุม กระบอกน้ำและช้อนส้อมส่วนตัว ควบคุมการประกอบเลี้ยงให้ถูกสุขอนามัย และเน้นอาหารที่มีประโยชน์ครบ5หมู่ เสริมด้วยเครื่องดื่มหรืออาหารเสริมที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ไข่ต้ม น้ำเต้าหู้ น้ำกระชาย น้ำผึ้งมะนาว และผักผลไม้ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย พร้อมจัดรายการอาหารพิเศษสัปดาห์ละหนึ่งครั้งเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทหารใหม่ในห้วงการฝึก 

และในห่วงการฝึกได้ขอความร่วมมือผู้ปกครองงดเยี่ยมเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค โดยหน่วยฝึกได้เปิดช่องทางการติดต่อสื่อสารผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ระหว่างหน่วยฝึก ทหารใหม่และผู้ปกครอง เพื่อให้ผู้ปกครองได้ทราบถึงชีวิตและความเป็นอยู่อย่างใกล้ชิด คลายความกังวลใจและความห่วงใยที่มีต่อบุตรหลาน 
  
ทั้งนี้ การเตรียมความพร้อมในการดูแลทหารกองประจำการผลัด 1/64 ในเรื่องการฝึกและคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ ควบคู่กับแนวทาง ศบค. นั้น เป็นนโยบายที่ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้ความสำคัญและเน้นย้ำมาโดยตลอดสู่การเป็นหน่วยทหารปลอดโควิด เพื่อสร้างความปลอดภัย เสริมความมั่นใจให้กับทหารใหม่และครอบครัวอย่างดีที่สุด เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน 

“บิ๊กป้อม” กำชับ สทนช.เตรียมรับมือ ฝนตกหนัก 22 จว. รองรับประกาศกรมอุตุฯ  สั่ง ปภ.เตรียมช่วยเหลือปชช.ทันที  จี้กรมชลฯเตรียม ระบายน้ำ ป้องกันน้ำหลาก-น้ำท่วม  ควบคู่ แผนกักเก็บน้ำใช้ฤดูแล้ง

พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.กอนช. ได้สั่งการไปยัง สทนช. ,มหาดไทย ,กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหน่วยงานทหารในพื้นที่ต่างๆ ให้เตรียมการรับมือจากสถานการณ์น้ำ กรณี การพยากรณ์อากาศ ของกรมอุตุนิยมวิทยา ล่าสุดวันนี้ ( 26 ก.ค.) เกี่ยวกับการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ 22 จังหวัด ของไทย ที่อาจได้รับผลกระทบ จากสภาพอากาศที่จะมีฝนตกหนัก และอาจจะเกิดภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก  อันเนื่องมาจาก ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง บริเวณชายฝั่งทะเลเวียดนามตอนบน ประกอบกับ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันประเทศไทย และอ่าวไทย ยังคงมีกำลังแรง ซึ่งจะส่งผลให้เกิด ภาวะฝนตกหนักบางแห่งบริเวณ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ภาคตะวันออก ของประเทศไทย รวม 22 จังหวัด และ พื้นที่บางแห่งใน กทม.-ปริมณฑล

ทั้งนี้พล.อ.ประวิตร  ได้กำชับสั่งการให้ กระทรวงมหาดไทย หน่วยทหารในพื้นที่ เตรียมความพร้อมในการป้องกัน ให้ความช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่ ทันที ที่อาจได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม รวมทั้งได้สั่งการกรมชลประทาน ให้ตรวจ ติดตามพื้นที่เตรียมระบายน้ำทุกสาย ทุกจังหวัด พร้อมสั่งการให้ กอนช.และสทนช. เร่ง กำกับ ติดตามการบริหารจัดการน้ำในภาพรวม จากสถานการณ์ดังกล่าว รวมถึงการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ซึ่งมีแผนรองรับไว้แล้ว และให้รายงานให้ พล.อ.ประวิตร  ทราบความคืบหน้า อย่างต่อเนื่องด้วย ต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top