Tuesday, 1 September 2026
NEWS FEED

ไปรษณีย์ไทย ส่งชุด ATK 8.5 ล้านชุด ให้คนไทยทั่วประเทศตรวจคัดกรองโควิด-19 ผ่านระบบขนส่งควบคุมอุณหภูมิ กระจายสู่โรงพยาบาล - ร้านขายยากว่า 1 พันแห่ง

นายพงษ์ทร วิเศษสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ สายงานธุรกิจองค์กร บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ล่าสุดไปรษณีย์ไทยได้ช่วยสนับสนุนภาคประชาชน ให้เข้าถึงการตรวจคัดกรองโควิด-19 อย่างทั่วถึง โดยบริษัท เวิลด์ เมดิคอล อัลไลแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ให้ความเชื่อมั่นและไว้วางใจในไปรษณีย์ไทยซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการขนส่งที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ให้เป็นผู้ขนส่งและกระจายชุดตรวจ Antigen self-test Test Kits (ATK) ไปยังหน่วยบริการ อาทิ โรงพยาบาล ร้านขายยาฯ กว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ 

ทั้งนี้ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จึงได้เพิ่มขีดความสามารถและความแข็งแกร่งในด้านโลจิสติกส์ไทยร่วมกับบริษัทในเครืออย่าง บริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด ในการใช้ระบบการขนส่งแบบด่วนพิเศษด้วยรถขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ (ไม่เกิน 30 องศา) และรองรับพื้นที่เก็บชุดตรวจ ATK จำนวน 8.5 ล้านชิ้นในห้องควบคุมอุณหภูมิ (ไม่เกิน 30 องศา) เช่นเดียวกัน เพื่อเป็นการรักษาคุณภาพของชุดตรวจ ATK ไปจนถึงปลายทาง

นายพงษ์ทร กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ไปรษณีย์ไทยพร้อมจัดส่งชุดตรวจ ATK ที่ประชาชนทั่วไปได้สั่งจองในโครงการเราไม่ทน จากบริษัท เวิลด์ เมดิคอล อัลไลแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่เปิดให้จองจำนวน 1 ล้านชิ้นนั้น ชุดตรวจ ATK ได้ถูกส่งเข้าคลังสินค้าครบวงจรของไปรษณีย์ไทยที่หลักสี่เพื่อดำเนินการแพ็กและจัดส่งตามออเดอร์และที่อยู่ของลูกค้า โดยคาดว่าจะถึงมือผู้ที่สั่งจองภายในกลางเดือนกันยายน 2564 นี้

ทั้งนี้ ด้วยความพร้อมเป็นกลไกในการขับเคลื่อนความเป็นอยู่และช่วยลดความเสี่ยงของสังคมไทยในสถานการณ์โควิด-19 การเชื่อมต่อด้านโลจิสติกส์ระหว่างไปรษณีย์ไทยและไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่นจะช่วยให้คนไทยในทุกระดับทุกพื้นที่ ได้เข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดีครอบคลุมทั่วประเทศ


https://www.posttoday.com/economy/news/663004

นายกฯ ให้ปลัดสปน. ลงพื้นที่ ให้กำลังใจ กลุ่มแพทย์อาสา-จนท. ออกตรวจเชิงรุกตลาดคลองเตย

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมาตนลงพื้นที่ชุมชนตลาดคลองเตย เขตคลองเตย กทม. ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ลงพื้นที่ ประสานงานกับ ผอ.เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร กลุ่มแพทย์อาสา CoCare นำโดย นายแพทย์ก้องเกียรติ เกษเพ็ชร์ รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล กลุ่มอาสาสมัครทางการแพทย์ เครือข่ายมูลนิธิศุภนิมิตร อิสรชน มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ กลุ่มคลองเตยดีจัง และสภากาชาดไทย ร่วมกันจัดหน่วยแพทย์อาสาและจิตอาสา ลงตรวจหาเชื้อโควิด-19 เชิงรุก โดยได้รับการสนับสนุนรถตรวจเคลื่อนที่พระราชทาน รวมทั้งเครื่องเวชภัณฑ์ จากกระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค  สปสช. สภากาชาดไทย กทม. สำนักงานจิตอาสาภาครัฐ สำนักนายกรัฐมนตรี และผู้นำชุมชน 

นายธีรภัทร กล่าวว่า ตนได้คำขอบคุณและความห่วงใยของนายกรัฐมนตรี ส่งถึงเจ้าหน้าที่ อาสาสมัครทางการแพทย์ จิตอาสาและผู้นำชุมชน ที่ร่วมกันช่วยดูแลทุกชุมชน พร้อมทั้งได้ขอให้ทุกคนร่วมกันยกระดับป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ขั้นสูงสุดตามหลัก Universal Prevention เพื่อสร้างสมดุลการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับสถานการณ์โควิด-19

นายธีรภัทร กล่าวว่า โดยกลุ่มแพทย์อาสาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีแผนการตรวจหาเชื้อโควิด – 19 เชิงรุกระดับชุมชนต่อเนื่องพร้อมกันในพื้นที่ กทม. จำนวน 4 ชุมชน ทั้งนี้ผลการตรวจเชื้อมีแนวโน้มผู้ติดเชื้อมีจำนวนลดลง ดังนี้ ระหว่างวันที่ 9 -12 กันยายน 2564 ที่ชุมชนตลาดคลองเตย เป็นการตรวจเชิงรุกต่อเนื่องสัปดาห์แรก มีผู้เข้ารับการตรวจทั้งพ่อค้าแม่ค้า แรงงานชาวไทยและแรงงานชาวเมียนมาร์ รวม 3,530 ราย พบจำนวนผู้ติดเชื้อรวม 19 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.54 ของจำนวนผู้ตรวจเชื้อทั้งหมด

วันที่ 11-12 กันยายน 2564 ที่ชุมชนโรงหมู เขตคลองเตย เป็นการตรวจเชิงรุกซ้ำต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 5 รวม 735 ราย พบผู้ติดเชื้อรวม 43 ราย ลดลงจากสัปดาห์แรกจากร้อยละ 9.5 เหลือร้อยละ 5.85  , วันที่ 12 กันยายน 2564 ที่ชุมชนซอยคู้บอน 27 ถนนคู้บอน เขตบางเขน กทม. ซึ่งเป็นชุมชนแออัดขนาดเล็กมีความยากลำบากในการเข้าพื้นที่ เป็นการตรวจเชิงรุกสัปดาห์แรก มีผู้เข้ารับการตรวจ 318 ราย พบผู้ติดเชื้อ 19 ราย (ร้อยละ 5.97 ของจำนวนผู้ตรวจเชื้อทั้งหมด) , วันที่ 12 กันยายน 2564 ที่ชุมชนเอกชัย 89/4 เขตบางบอน กทม. ซึ่งเป็นชุมชนแออัดขนาดเล็กมีความยากลำบากในการเข้าพื้นที่ มีผู้เข้ารับการตรวจ 113 ราย เป็นการตรวจเชิงรุกสัปดาห์แรก พบผู้ติดเชื้อ 2 ราย (ร้อยละ 1.77 ของจำนวนผู้ตรวจเชื้อทั้งหมด)

นายธีรภัทร กล่าวว่า การทำงานเชิงรุกของทีมแพทย์อาสา CoCare กลุ่มจิตอาสา กระทรวงสาธารณสุขและกรุงเทพมหานคร เป็นการตรวจเชื้อแบบ " Clean and Clear" ตามแนวทาง Smart Control and Living with COVID-19 หรือ “การควบคุมโรคแนวใหม่ที่สมดุลกับการดำเนินชีวิตที่ปลอดภัยจากโควิด-19” ตรวจซ้ำในพื้นที่ชุมชนเดิม หากพบผู้ป่วยติดเชื้อยืนยัน จะคัดแยก ดูแล แนะนำ พร้อมให้ยาฟาวิพิราเวียร์ และแจกถุงยังชีพ ทันที เพื่อลดการแพร่ระบาดและจำนวนผู้ติดเชื้อในชุมชน หากพบผู้ติดเชื้อมีอาการหนักจะประสานส่งโรงพยาบาลสนามทันที โดยกลุ่มแพทย์อาสามีแผนการลงตรวจซ้ำในพื้นที่เดิม ตั้งเป้าหมายลดผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ในชุมชน ไม่เกิน 2% ซึ่งปัจจุบันบางพื้นที่สามารถควบคุมและลดจำนวนผู้ติดเชื้อได้ตามเป้าหมายแล้ว และกำลังเริ่มขยายผลไปยังพื้นที่ชุมชนในจังหวัดต่างๆต่อไป อย่างไรก็ตามทุกชุมชนต้องไม่ประมาทและทุกคนต้องร่วมกันดำเนินมาตรการป้องกันตนเองขั้นสูงสุดอย่างเข้มข้นด้วย

“บิ๊กตู่” แสดงความเสียใจครอบครัวทหารที่เสียชีวิต ขณะปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจสหประชาชาติ

ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม  เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้แสดงความเสียใจกับครอบครัวของ จ.ส.อ.เกียรติศักดิ์ ประพันธ์อนุรักษ์ สังกัดกองร้อยทหารช่างเฉพาะกิจ ไทย / เซาท์ซูดาน ที่เสียชีวิตจากหัวใจล้มเหลว ระหว่างปฏิบัติหน้าที่รักษาสันติภาพในภารกิจของสหประชาชาติ ณ ค่าย UNMISS เมืองจูบา สาธารณรัฐเซาท์ซูดาน 

โดย นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ให้กองทัพไทย ประสานกองกำลังสหประชาชาติ เคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทย เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาอย่างสมเกียรติ และขอให้กองทัพบก ดูแลสิทธิของกำลังพลที่เสียชีวิตและให้การช่วยเหลือครอบครัวต่อไป

“บิ๊กตู่” ชื่นชม นักออกแบบไทยสามารถนำวิจิตรศิลป์ของไทยในแขนงต่าง ๆ  สร้างสรรค์ อุตสาหกรรมบันเทิงสมัยใหม่ ยก  MV ลิซ่า โชว์งานหัตถศิลป์ไทยคนชมกว่า 100 ล้านวิว

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความชื่นชมและภูมิใจนักออกแบบไทยสามารถนำวิจิตรศิลป์ของไทยในแขนงต่าง ๆ  มาสร้างสรรค์ร่วมกับอุตสาหกรรมบันเทิงสมัยใหม่  ตรงกับโมเดลเศรษฐกิจ BCG  ของรัฐบาล ซึ่งส่วนหนึ่งคือการผลักดัน  "Soft Power" ไทย เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์  รัฐบาลเร่งเดินหน้าส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยใน 15 สาขา คือ 1.งานฝีมือและหัตถกรรม 2.ดนตรี 3.ศิลปะการแสดง 4.ทัศนศิลป์ 5.ภาพยนตร์ 6.การแพร่ภาพและกระจายเสียง 7.การพิมพ์ 8.ซอฟต์แวร์ 9.การโฆษณา 10.การออกแบบ 11.การให้บริการด้านสถาปัตยกรรม 12.แฟชั่น 13.อาหารไทย 14.การแพทย์แผนไทย 15.การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 

นายธนกร กล่าวว่า ขณะเดียวกันก็ผลักดันวัฒนธรรมที่มีศักยภาพ 5 F  ได้แก่  1. อาหาร (Food) 2.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ (Film) 3.ผ้าไทยและการออกแบบแฟชั่น (Fashion) 4.มวยไทย (Fighting) และ 5.การอนุรักษ์และขับเคลื่อน เทศกาล ประเพณีสู่ระดับโลก (Festival)  เชื่อว่ายังจะเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมส่งออกสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจหลังยุคโควิด -19 ที่สำคัญของไทยด้วย

นายธนกร กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้กำหนดโมเดล BCG ที่เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจด้วย "ปัญญา สร้างสรรค์" และมีความมั่นใจว่า เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยจะประสบความสำเร็จ เนื่องจากไทยมีจุดเด่นและความพร้อมด้านทุนวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่สะสมอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งศิลปหัตถกรรม ประเพณี  สถานที่ท่องเที่ยว ชุมชนที่มี "อัตลักษณ์" ของตนเอง นำมาผนวกกับความคิดสร้างสรรค์และงานฝีมือของคนไทย ก่อให้เกิดมูลค่าเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี  แล้วล่าสุด จากกระแสความชื่นชมเอ็มวีของศิลปินลิซ่า ที่มีการสอดแทรกงานหัตถศิลป์ และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของไทย  มียอดผู้ชมกว่า 100 ล้านวิวแล้ว เชี่อว่าจะสร้างความมั่นใจให้กับอุตสาหกรรมบันเทิงและออกแบบแฟชั่นไทย ในการนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดเป็นสินค้าและบริการ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ  ซึ่งขณะนี้  ไทยมีตลาดประเทศเพื่อนบ้านและในภูมิภาครองรับอยู่แล้ว 

นายธนกร กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีชื่นชมความสำเร็จของศิลปินไทย ทุกสาขาศิลปะ ดนตรี ภาพยนต์ ออกแบบดีไซน์ รวมถึงบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง สะท้อนให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจัง มุ่งมั่น ทุ่มเทฝึกฝนอย่างหนัก จนประสบความสำเร็จ เชื่อว่าจะช่วยจุดประกาย สร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทยและผู้อยู่ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย ในการนำศิลปวัฒนธรรมไทยมาสร้างสรรค์เป็น soft power เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและให้เป็นที่รู้จักและเผยแพร่ในระดับโลก  

บก.ตม.1 สนองนโยบาย ผบ.ตร.-ผบช.สตม. มอบถุงยังชีพส่งความห่วงใย ช่วยประชาชนสู้ภัยโควิด-19 ตามโครงการ 'ตำรวจห่วงใย ใส่ใจประชาชน'​

(10 ก.ย.64)​ พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.ตม.1, ว่าที่ พ.ต.อ.หญิง พริมรตา อินทร์ถมยา ผกก.1 บก.ตม.1 พร้อมด้วย รอง ผกก.1 บก.ตม.1 และ สว.กก.1 บก.ตม.1 เป็นตัวแทน บก.ตม.1 นำถุงยังชีพซึ่งบรรจุอาหารแห้งและสิ่งของจำเป็น ไปแจกจ่ายให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19 ในพื้นที่ชุมชนซอยแจ้งวัฒนะ 5 เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ และเป็นการแบ่งเบาภาระของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 เป็นการกระจายให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในชุมชนให้ได้รับแจกถุงยังชีพอย่างทั่วถึง และในการแจกถุงยังชีพได้มีการปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขสุขอย่างเคร่งครัด  

พ.ต.อ.ภัคพงศ์ฯ กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าว เป็นไปตาม โครงการ "ตำรวจห่วงใย ใส่ใจประชาชน" ซึ่งเป็นนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร., พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.,  พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง​ ผบช.สตม.,  พล.ต.ต.ศิลปคมณ์ เอี่ยมวงศ์ รอง ผบช.สตม. และ​ พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1 ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด–19 ให้หน่วยงานในสังกัดช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และยึดมั่นในหน้าที่ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” อยู่เคียงข้างไม่ทอดทิ้งประชาชน และปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถให้ประชาชนรู้สึกว่าตำรวจสามารถพึ่งพาได้ 

และการแจกถุงยังชีพในครั้งนี้ เป็นการร่วมใจ ร่วมกันปันน้ำใจ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน เป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน รวมถึงเพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์เป็นขวัญและกำลังใจในการดำรงชีพต่อไป และจะดำเนินการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนก้าวข้ามผ่านวิกฤตโควิดนี้โดยเร็ว

​​​​​​

"สัมฤทธิ์" จี้ถามมหาดไทย!! หลังกังหันลมได้ยกเว้นภาษี ชี้! ชาวบ้านได้รับมลพิษทางเสียงแต่ไม่ถูกเยียวยา "บิ๊กป๊อก" แจงทำตามกฎหมายที่ดิน ยันมติครม.มอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลผู้ได้รับผลกระทบ

นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ตนได้ตั้งกระทู้ถาม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในการประชุมสภาผู้แทนรษฎร ว่าเพราะอะไร กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ถึงระบุว่า กังหันลมเป็นสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในข่ายได้รับการยกเว้นภาษี หลังมีการประกาศบังคับใช้พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562 เพราะที่ผ่านมาองค์กรส่วนปกครองท้องถิ่นไม่เคยมีปัญหาเรื่องการจัดเก็บภาษีจากผู้ประกอบการกังหันลมในจังหวัดชัยภูมิที่ไว้ใช้ผลิตไฟฟ้า แต่ปัจจุบันไม่สามารถเก็บภาษีได้ จนทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขาดรายได้นำไปพัฒนาพื้นที่และดูแลคุณภาพชีวิตคน

และกรณีก่อนการก่อสร้างติดตั้งกังหันลม จะต้องจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือทำประชาคมเพื่อได้รับความยินยอมจากชาวบ้านในพื้นที่ก่อน ซึ่งชาวบ้านก็ยินยอม แต่ทำไมปัจจุบันชาวบ้านกลับถูกหลอกได้รับความเดือดร้อนจากมลพิษทางเสียงของกังหันลมโดยไม่ได้รับการเยียวยาหรือชดเชยใด ๆ และจะมีแนวทางอย่างไรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปจัดเก็บภาษีได้เหมือนเดิมเพื่อใช้ช่วยเหลือประชาชน

นายสัมฤทธิ์ กล่าวว่า พล.อ.อนุพงษ์ ระบุว่า เพราะเราเปลี่ยนมาใช้กฎหมายใหม่โดยจากเดิมเก็บภาษีจากรายได้ของสิ่งปลูกสร้าง แต่ตอนนี้ใช้เกณฑ์วัดตามมูลค่าของสิ่งปลูกสร้าง ยืนยันว่าทำตามกฎหมายที่กำหนดไว้ ไม่สามารถเรียกเก็บภาษีได้เหมือนก่อน ซึ่งทั่วโลกก็ยึดเกณฑ์เหล่านี้เป็นหลัก โดยขณะนี้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน มีการไปตรวจสอบต้นทุนว่าเมื่อไม่ต้องเสียภาษีและมีการรับซื้อจะซื้อได้เท่าไร ผู้ประกอบการจะได้รับความพึงพอใจและเป็นธรรม คนที่ได้รับผลประโยชน์จากพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างคือ พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคนจนที่ไม่ต้องแบกรับเรื่องภาษี เมื่อเทียบกับคนรวยที่ต้องแบกรับภาระมากกว่าเพราะเป็นเจ้าของที่ดิน และกฎหมายดังกล่าวกระทรวงการคลังเป็นผู้รับผิดชอบ

สำหรับการเยียวยาประชาชน และประเด็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับผลกระทบจากการจัดเก็บรายได้ นั้น ตามมติครม. 7 มิ.ย. 2559 ได้มอบหมายให้คณะกรรมการกระจายอำนาจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันกำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขเพื่อบรรเทาผลกระทบให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่ง โดยมีการจัดสรรงบอุดหนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกปี

ประธานาธิบดี สี จิ้น ผิง ประกาศ จะบริจาควัคซีนโควิด-19 อีก 100 ล้านโดสให้ประเทศกำลังพัฒนาภายในปีนี้

เฟซบุ๊ก Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย โพสต์ข้อความล่าสุด เผย ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ประกาศว่า จีนจะบริจาควัคซีนโควิด-19 จำนวนอีก 100 ล้านโดสให้แก่ประเทศกำลังพัฒนาภายในปีนี้

ในช่วงเย็นของวันที่ 9 กันยายน ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เข้าร่วมการประชุมสุดยอด BRICS ครั้งที่ 13 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยกล่าวว่า ปัจจุบัน จีนได้จัดสรรวัคซีนสำเร็จรูปและวัคซีนรอบรรจุภัณฑ์มากกว่า 1 พันล้านโดส ให้นานาประเทศและองค์กรระหว่างประเทศกว่า 100 แห่ง และจะจัดสรรวัคซีนจำนวน 2 พันล้านโดส ให้ทั่วโลกภายในสิ้นปีนี้ จีนจะบริจาควัคซีนโควิด-19 เพิ่มอีก 100 ล้านโดส ให้กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาภายในปีนี้ หลังจากได้บริจาคเงิน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้โครงการโคแวกซ์ (COVAX) แล้ว


https://www.facebook.com/ChineseEmbassyinBangkok/photos/a.846557328724407/4373888505991254/

รพ.ศิริราช แจ้งยกเลิก การลงทะเบียนเข้ารับวัคซีนป้องกันโควิด-19 สำหรับประชาชนทั่วไปที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปี เหตุเข้าใจคลาดเคลื่อน ระบุ ต้องฉีดซิโนแวคเป็นเข็มแรก

ตามที่ โรงพยาบาลศิริราชเปิดให้ประชาชนทั่วไปที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ลงทะเบียนจองวันและเวลาการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของบริษัท AstraZeneca สำหรับเดือนกันยายน 2564 ตั้งแต่วันที่ 10-20 กันยายน 2564 สำหรับการฉีดเข็ม 1 เท่านั้น แต่เนื่องจากมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ซึ่งไม่ตรงกับนโยบายการบริหารจัดการวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุขที่จะจัดให้มีการเข้ารับวัคซีนชนิด Sinovac เป็นเข็มที่ 1 และวัคซีนชนิด AstraZeneca เป็นเข็มที่ 2

รพ.ศิริราช จึงขอยกเลิกการลงทะเบียนเข้ารับวัคซีนป้องกันโควิด-19 สำหรับประชาชนทั่วไปที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ตั้งแต่วันที่ 10-20 กันยายน 2564 ดังกล่าว และขอแสดงความเสียใจ รวมทั้งขออภัยในความคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้นมา ณ ที่นี้ หากรพ.ศิริราชได้รับการจัดสรรวัคซีนสำหรับดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขแล้วจะรีบดำเนินการต่อไปโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ การประกาศยกเลิกดังกล่าว เกิดขึ้นภายหลังจากรพ.ศิริราช ได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2564 ว่า "โรงพยาบาลศิริราช" เปิดให้ประชาชนทั่วไปที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป สามารถจองวันและเวลาการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของ "แอสตร้าเซเนก้า" สำหรับเดือนกันยายน 2564 โดยสามารถดาวน์โหลด และจองผ่านแอปพลิเคชัน Siriraj Connect ได้ตั้งแต่วันที่ 10-20 กันยายน 2564 เพื่อรับการฉีดวัคซีนระหว่างวันที่ 25 กันยายน 2564 ถึง 3 ตุลาคม 2564 เวลา 08.00 - 15.30 น. ที่โรงพยาบาลศิริราช

Moderna เตรียมผสมสูตรวัคซีนป้องกัน Covid-19 กับไข้หวัด กรุยทางสู่แผนการฉีดวัคซีนบูสเตอร์ทุกปี

แล้วก็เป็นอย่างที่หลายคนคาดไว้จริง ๆ ว่า วัคซีน Covid-19 จะออกแบบมาเพื่อให้เราต้องฉีดกระตุ้นภูมิกันเป็นประจำทุกปี อย่างน้อยปีละ 1 เข็ม 

ล่าสุดบริษัท Moderna กำลังพัฒนาวัคซีนรวมป้องกันทั้ง Covid-19 และ ไข้หวัด ฉีดครบ จบในเข็มเดียว และจะผลักดันให้มีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดต่อในระบบทางเดินหายใจเช่นนี้เป็นประจำทุกปี 

สเตฟาน บานเซน CEO ของบริษัท Moderna ได้กล่าวในงานนำเสนอแผนการตลาดกับนักลงทุนว่าทางบริษัทเชื่อมั่นว่าสูตรวัคซีนผสมนี้ จะสามารถตีตลาดกลุ่มที่ต้องการฉีดวัคซีนบูสเตอร์ประจำปีได้อย่างแน่นอน เพราะครอบคลุมการป้องกันโรคติดต่อทางเดินหายใจได้กว้างขึ้น

และมั่นใจด้วยว่า Moderna จะเป็นผู้ผลิตวัคซีนเจ้าแรกที่เข้ามาลุยตลาดวัคซีนบูสเตอร์ ด้วยกลยุทธ์ชิงตลาดก่อนเพื่อความได้เปรียบ

เวลานี้ บรรดาบริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีวัคซีนของโลกทั้ง Moderna, Pfizer และ BioNTech ต่างขยับเข้าสู่ตลาดวัคซีนเข็มบูสเตอร์ ที่นักลงทุนคาดการณ์ได้ว่าจะสามารถทำกำไรได้อีกหลายพันล้านดอลลาร์ และอาจเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัวถ้าสามารถพัฒนาสูตรผสมควบรวมกับวัคซีนโรคอื่น ๆ อย่างไข้หวัดใหญ่ และโรคทางเดินหายใจอื่น ๆ ได้อีก เพราะจะยิ่งจูงใจให้คนเข้ามารับวัคซีนประจำปีอีกเป็นจำนวนมาก 

และทันทีที่มีประกาศจากทางผู้บริหาร Moderna ในการพัฒนาวัคซีน Covid-19 บูสเตอร์สูตรผสม ก็ส่งผลให้หุ้นของบริษัทเพิ่มสูงขึ้นอีก 6% ทันที 

ด้วยแรงจูงใจในมูลค่าการตลาดนี้เอง ก็น่าจะมีวัคซีนอีกหลายเจ้าที่จะขยับเข้ามาแข่งขันในตลาดวัคซีนบูสเตอร์เพิ่มมากขึ้น เช่นล่าสุด Novavax ที่กำลังปล่อยวัคซีน Covid-19 ตัวใหม่ออกสู่ตลาด ก็ประกาศว่ากำลังพัฒนาวัคซีนสูตรผสมป้องกัน Covid-19 และ ไข้หวัดใหญ่เช่นเดียวกัน

ปรากฏการณ์ตลาดตื่นวัคซีนนี้ อาจมองได้ 2 แง่ว่า เป็นการสร้างภูมิต้านทานโรคติดต่อทางลมหายใจได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว ที่จะสามารถก้าวข้ามปัญหาการระบาดของ Covid-19 ไปได้

แต่หากมองอีกแง่หนึ่ง ก็มีหลายฝ่ายยังวิตกว่า จริง ๆ แล้ว ร่างกายคนเราต้องการวัคซีน ฉีดกันเป็นประจำทุกปีจริงหรือไม่ เพราะเรายังไม่เห็นผลกระทบของการได้รับวัคซีนต่อเนื่องในระยะยาว และอาจผิดเป้าหมายของการใช้วัคซีนเพื่อขจัดโรคระบาดให้หมดไปจากโลก 

หรือนี่จะเป็นเพียงการเลี้ยงไข้ ให้สามารถขายวัคซีน เพื่อผลกำไรมหาศาลในแต่ละปีกันแน่? 


เรื่อง: ยีนส์ อรุณรัตน์

อ้างอิง: Straits Times

กนช.เคาะแผนบริหารจัดการน้ำดัน 2 โครงการรับอีอีซี 

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยภายหลังการการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้รับทราบแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ แนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ และเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)  โดยจะเสนอขอตั้งงบประมาณปี 2566 ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมชลประทาน 2 โครงการ คือ โครงการอ่างเก็บน้ำคลองกะพง จังหวัดฉะเชิงเทรา และโครงการสูบผันน้ำจากคลองสะพานแนวที่ 2 จังหวัดระยอง ระยะเวลาการดำเนินงาน 4 ปี (2565-2568) ซึ่งกรมชลประทาน จะเสนอ ครม. เห็นชอบต่อไป

สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำคลองกะพง เป็น 1 ในโครงการเพิ่มน้ำต้นทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)  มีแผนการดำเนินงาน 6 ปี (2565-2570) โดยในปี 2565 จะเตรียมความพร้อมด้านการมีส่วนร่วมและจัดหาที่ดิน และเริ่มก่อสร้างในปี 2566-2568  จากนั้นจะดำเนินการวางระบบส่งน้ำในปี 2568-2570  หากโครงการแล้วเสร็จจะทำให้มีพื้นที่ชลประทานเพิ่มขึ้นประมาณ 35,000 ไร่ เป็นแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคในเขตพื้นที่ EEC ได้ประมาณ 4 ล้าน ลบ.ม./ปี รวมทั้งยังใช้ผลักดันน้ำเค็ม รักษาระบบนิเวศได้ประมาณ 2 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ กรมชลประทาน ดำเนินการเร่งรัดจัดหาที่ดิน เพื่อให้สามารถดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามแผนที่กำหนด 

ส่วนโครงการสูบผันน้ำจากคลองสะพานแนวที่ 2 ในปี 2565 จะดำเนินการเตรียมความพร้อมด้านการมีส่วนร่วมและจัดหาที่ดิน ก่อนจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 2566-2568 หากโครงการแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้กับอ่างเก็บน้ำประแสร์ได้ประมาณ 50 ล้าน ลบ.ม./ปี เมื่อรวมกับปริมาณน้ำจากโครงการสูบผันน้ำจากคลองสะพานแนวที่ 1 จะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้กับอ่างเก็บน้ำประแสร์ ได้มากถึง 100 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี ซึ่งที่ประชุมได้มีมติให้กรมชลประทาน เร่งรัดออกแบบและจัดหาที่ดินให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้สามารถดำเนินการก่อสร้างได้ตามแผน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top