Monday, 15 June 2026
NEWS FEED

ผบ.ตร. ขานรับแผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. 2565 พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศอ.ปส.ตร. เข้าร่วมรับนโยบายนายกรัฐมนตรี

พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 64 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการกลาโหม เป็นประธานพิธีเปิดแผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. 2565  โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. (ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด) เป็นผู้แทนเข้าร่วมพิธีฯ นั้น 

พล.ต.ต.ยิ่งยศฯ โฆษก ตร. กล่าวต่อว่า ปัจจุบันสถานการณ์ปัญหายาเสพติดกำลังเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ มีการแพร่ระบาดในหลายจังหวัดทั่วประเทศ และยากต่อการป้องกันและปราบปราม อย่างไรก็ตาม การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเป็นนโยบายหลักที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดดังกล่าวและได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเคร่งครัดเสมอมา เพื่อลดผลกระทบที่เกิดจากปัญหายาเสพติดในสังคม สร้างความมั่นคงปลอดภัย และลดความเดือดร้อนของประชาชนจากผลกระทบดังกล่าวในระดับ บุคคล ชุมชน และสังคม 

พร้อมทั้งเป็นการเริ่มบังคับใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติดใหม่เป็นวันแรก โดยเป็นการรวบรวมกฎหมายยาเสพติดที่อยู่ในบทบัญญัติหลายฉบับรวมให้เป็นฉบับเดียว เพื่อให้การทำงานสอดคล้องและไม่ซ้ำซ้อนกัน

พล.ต.ต.ยิ่งยศ โฆษกตร. ยังกล่าวต่ออีกว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายการยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดไว้ที่ 6,000 ล้านบาท สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยที่เกี่ยวข้องสามารถยึดอายัดทรัพย์สินดังกล่าวได้กว่า 7,300 ล้านบาท และได้รับคำกล่าว "ชื่นชม" จากนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อีกทั้งภายในงานยังมีการมอบโล่เกียรติคุณให้แก่องค์กรที่มีผลการปฏิบัติงานด้านการยึดอายัดทรัพย์สินคดียาเสพติด ซึ่งมีตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับรางวัลในระดับต่าง ๆ อาทิ เช่น 

'รัฐบาลจีน' ถวายวัคซีน 'ซิโนฟาร์ม' แด่ราชวงศ์ไทยอีก 2 แสนโดส

9 ธ.ค. 64 - เพจเฟซบุ๊ก Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย โพสต์รูปภาพวัคซีนซิโนฟาร์มพร้อมข้อความว่า รัฐบาลจีนถวายวัคซีนซิโนฟาร์ม 2 แสนโดสแด่ราชวงศ์ไทย เมื่อวันที่ 9 เดือนธันวาคม

‘สุชัชวีร์’ ลาออกอธิการบดี สจล. มีผล 13 ธ.ค. จ่อเปิดตัวชิงผู้ว่าฯ กทม. ในสีเสื้อปชป.

จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ศ.ดร. สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จะลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในนามพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ซึ่งทางปชป. จะแถลงข่าวเปิดตัวนายสุชัชวีร์ในวันที่ 13 ธันวาคม นั้น

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2564 ที่ประชุมสภาสจล. มีวาระพิเศษ ได้มีมติอนุมัติให้ ศ.ดร. สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ลาออกจากตำแหน่งอธิการบดี ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2564

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า ในเวลา 09.30 น. วันที่ 13 ธันวาคมนี้ พรรคประชาธิปัตย์ จะประชุมกรรมการบริหารพรรค เพื่อสรุปตัวบุคคล ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. และเปิดตัวในเวลา 16.00 น. โดยเลือกวันที่ 13 เนื่องจาก ศ.ดร.สุชัชวีร์ ชอบเลขนี้เป็นพิเศษ

พปชร. ส่งผู้ว่าฯ หมูป่า ชนสนามผู้ว่าฯ กทม. พร้อมเปิดตัวกลางเดือนธันวาคมนี้

หลังจากมีกระแสข่าวต่อเนื่องว่า นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี หรือผู้ว่าหมูป่านั้น ได้ถูกทาบทามให้ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามพรรคพลังประชารัฐ

พบ ‘โอไมครอน’ กลายพันธุ์ใน 3 ประเทศ ตรวจพบยากขึ้น ถูกขนานนาม ‘สเตลท์โอไมครอน’

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 8 ธันวาคมนี้ระบุว่า มีการพบเชื้อกลายพันธุ์โอไมครอน เกิดการกลายพันธุ์ซ้ำขึ้นในอย่างน้อย 3 ประเทศ

ทั้งนี้ ทีมนักวิทยาศาสตร์ที่เฝ้าระวังการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 เผยแพร่รายงานผลการวิเคราะห์เชื้อโอไมครอนล่าสุดไว้ใน GitHub ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับโควิด-19 ของบรรดานักวิจัยทั่วโลกเมื่อวันที่ 7 ธันวาคมนี้ว่า ตรวจพบการกลายพันธุ์ของเชื้อกลายพันธุ์โอไมครอน ที่แสดงถึงการกลายพันธุ์จำนวนมากแบบเดียวกับการกลายพันธุ์ของเชื้อโอไมครอน แต่ไม่ได้ครบทั้ง 50 ตำแหน่งเหมือนกับ โอไมครอน ดั้งเดิม หรือ บี.1.1.529

‘ผช.รมว.แรงงาน’ มอบนโยบายอาสาสมัครแรงงานจังหวัดชลบุรี 280 คน ร่วมกันพัฒนาประเทศก้าวข้ามวิกฤตไปด้วยกัน!!

วันที่ 9 ธันวาคม 2564 เวลา 09.30 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เป็นประธานมอบนโยบายแก่อาสาสมัครแรงงานจังหวัดชลบุรี ณ ห้องประชุมชลบุรี ศาลากลางจังหวัดชลบุรี โดยกล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID–19) ประเทศไทยได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเมื่อต้นปี 2564 ที่เกิดการแพร่ระบาดกระจายเป็นวงกว้าง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจของสถานประกอบกิจการหลายแห่งในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ที่ต้องถูกรัฐสั่งปิดการให้บริการ รวมไปถึงสถานประกอบกิจการรายเล็กที่แบกรับภาระค่าใช้จ่ายไม่ไหวทำให้ต้องปิดกิจการลงในที่สุด ก่อให้เกิดปัญหาการว่างงานเป็นจำนวนมาก

ซึ่งจากฐานข้อมูลของจังหวัดชลบุรี พบว่า มีสถานประกอบกิจการปิดกิจการชั่วคราว จำนวน 562 แห่ง ลูกจ้างได้รับผลกระทบ จำนวน 159,644 คน สูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ กิจการประเภทการผลิต 140 แห่ง การขายส่งขายปลีก 165 แห่ง ที่พักและบริการด้านอาหาร 62 แห่ง ในส่วนของการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ กระทรวงแรงงานโดยสำนักงานประกันสังคมจังหวัดชลบุรี ได้ดำเนินการจ่ายสิทธิประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัย จำนวน 1.33 แสนราย คิดเป็นเงิน 1,527 ล้านบาท และได้มีการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันเชื้อโรคโควิด 19 ให้กับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม มาตรา 33 จำนวน 171,153 ราย

สำหรับในปีงบประมาณ 2565 กระทรวงแรงงาน โดยท่านรัฐมนตรีสุชาติ ชมกลิ่น ได้แถลงนโยบายเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2564 ประกอบด้วย นโยบายเร่งด่วนที่ต้องเร่งดำเนินการ ได้แก่ 1.ยกระดับกระทรวงแรงงานเป็นกระทรวงเศรษฐกิจ 2.กระตุ้นการจ้างงานตามความต้องการในระบบเศรษฐกิจใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ 3.บริหารจัดการแรงงานต่างด้าวอย่างเป็นระบบ 4.เร่งรัด ปรับปรุง แก้ไขพระราชบัญญัติประกันสังคมให้สอดคล้องกับบริบทสถานการณ์ปัจจุบันและรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต และ 5.ดูแลให้แรงงานและนายจ้างสามารถทำงาน ในสถานการณ์ที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 ได้อย่างปลอดภัยและเป็นปกติสุข และนโยบายสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ได้แก่

1.พัฒนาทักษะแรงงานให้เป็นแรงงานคุณภาพ เตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดประเทศและรองรับเศรษฐกิจใหม่

2.บริหารจัดการแรงงานในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ และในอุตสาหกรรมเป้าหมาย

3.ต่อยอดการประกอบอาชีพ ยกระดับรายได้ และเศรษฐกิจชุมชน รวมทั้งในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

4.ยกระดับการป้องกันแก้ไขปัญหาหารค้ามนุษย์ด้านแรงงานเพื่อปลดล็อก Tier 2 Watch List

5.พัฒนา ปรับปรุง และส่งเสริมการคุ้มครองแรงงาน ระบบสวัสดิการ และหลักประกันทางสังคม และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย อาชีวอนามัย ในการทำงานให้สอดคล้องกับสภาวะสังคม เศรษฐกิจ และรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป

6.บริหารจัดการแรงงานนอกระบบ แรงงานกลุ่มเปราะบาง แรงงานสูงอายุและคนพิการให้ได้รับสิทธิและคุ้มครองด้านแรงงาน สวัสดิการและหลักประกันทางสังคมอย่างเท่าเทียม มีรายได้ที่เหมาะสมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ของประเทศ นำไปสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน และ

7.พัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านแรงงานกระทรวงแรงงาน (Big Data) และบูรณาการข้อมูลภาครัฐเพื่อการบริหาร วางยุทธศาสตร์ด้านแรงงานและหลักประกันทางสังคมอย่างเป็นระบบ

อาสาสมัครแรงงาน คือ ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย และมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของกระทรวงแรงงาน ได้แก่

1.กระตุ้น ส่งเสริม รักษาการจ้างงาน และการขยายตลาดแรงงานในต่างประเทศ ได้แก่ การประกอบอาชีพอิสระ การรับงานไปทำที่บ้านให้แก่ผู้ว่างงานและผู้จบการศึกษาใหม่

2.ส่งเสริมการจ้างงานแรงงานคนไทยและบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวอย่างเป็นระบบ

3.ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เชิงรุกในกลุ่มแรงงาน และสถานประกอบการโดยใช้มาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เช่น การดำเนินโครงการ Factory Sandbox

4.ยกระดับการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน Up-skill Re-skill New skill โดยการอบรมให้กับแรงงานกลุ่มว่างงานให้มีความรู้เพียงพอต่อการทำงานเป็นการเพิ่มผลิตภาพแรงงานเพื่อกลับเข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยการส่งเสริมการเรียนรู้วิธีการทำงานใหม่ ๆ ผ่านช่องทางออฟไลน์และออนไลน์

5.พัฒนาทักษะอาชีพให้กับเยาวชน คนรุ่นใหม่ที่นิยมทำงานรูปแบบแรงงานอิสระไม่ขึ้นกับองค์กรใดองค์กรหนึ่ง

6.ส่งเสริมอาชีพอิสระที่ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นหลักในการประกอบอาชีพ ตอบรับภาคการผลิตสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมและชุมชนที่ยั่งยืน

7.บูรณาการทำงาน สร้างความรู้ความเข้าใจแก่แรงงาน ผู้ประกอบการและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในการร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ทุกมิติ และ

8.ยกระดับคุณภาพชีวิตในการทำงานให้ดีขึ้น และส่งเสริมให้มีการพัฒนาแรงงานที่ยั่งยืนโดยคนหางานทุกคนมีโอกาสในการทำงานตามความสามารถของตน มีรายได้ที่เหมาะสม ได้รับการพัฒนาฝีมือที่ได้มาตรฐาน ได้รับความคุ้มครองตามสิทธิพื้นฐาน มีสวัสดิการเพิ่มขึ้น มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดีและมีหลักประกันทางสังคมที่สอดคล้องกับความจำเป็นพื้นฐานในการดำรงชีพ

 

นศ.มรภ.บ้านสมเด็จฯ สร้างชื่อ คว้า 3 รางวัล แข่งขันสร้างเกมระดับนานาชาติ ที่เมืองจีน

มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา แจ้งว่า นักศึกษาสาขาวิชาแอนิเมชัน เกม และดิจิทัลมีเดีย คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คว้ารางวัลจากการแข่งขันสร้างเกมระดับอุดมศึกษา "The sixth international college students GameJam" จัดโดย Jilin Animation Institute ประเทศจีน ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ (Gold award) รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 (Bronze award) และรางวัลผลงานดีเด่น รวม 3 รางวัล โดยปีนี้ มีนักศึกษามหาวิทยาลัย 16 ทีม จาก 7 ประเทศ ได้แก่ สหราชอาณาจักร รัสเซีย ญี่ปุ่น ไทย เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ และจีน เข้าร่วมการแข่งขันสร้างเกมออนไลน์ โดยต้องสร้างผลงานแอนิเมชันภายใต้หัวข้อ "Hand in Hand for Olympic Winter Games" และส่งผลงานเข้าระบบพร้อมแสดงผลประกอบคำบรรยายภายในระยะเวลาที่กำหนด

นายหวู ยื่อ เลขาธิการ คณะกรรมการ Jilin Animation Institute ประเทศจีน ในฐานะเจ้าภาพจัดการแข่งขัน เปิดเผยถึงที่มาของการจัดงานว่า “การแข่งขันสร้างเกมระดับอุดมศึกษานานาชาติครั้งนี้เป็นปีที่ 6 แล้ว ซึ่งน่ายินดีที่ปีนี้มีนักศึกษาเข้าร่วมแข่งขันจาก 7 ประเทศ แม้ว่าการระบาดของโควิด-19 ทำให้เราต้องปรับรูปแบบการแข่งขันโดยใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ในการจัดกิจกรรม ทุกทีมจึงมีอุปสรรคในเรื่องการสื่อสาร สถานที่ และระยะเวลาที่กดดันมากกว่าปกติ ถือเป็นความท้าทายในการพัฒนาเกมสำหรับนักศึกษาที่ต้องมีความพยายามมากเป็นพิเศษในการใช้ทักษะ ความคิดสร้างสรรค์และการระดมความคิด ทั้งวิชาการและเทคโนโลยี ควบคู่กับฝึกการทำงานเป็นทีมร่วมกันบนแพลตฟอร์มออนไลน์ นับเป็นปีแห่งการแข่งขันที่น่าจดจำ”

การแข่งขันสร้างเกมภายใต้หัวข้อ "Hand in Hand for Olympic Winter Games" ครั้งนี้ มีตัวแทนนักศึกษา 16 ทีม จาก 7 ประเทศ ได้แก่ Tokyo University of Technology, Nihon University, มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา, มหาวิทยาลัยรังสิต, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, Chungkang College of Cultural Industries, iAcademy, University of Portsmouth, St. Petersburg State University of Film and Television, Shenzhen University, the Guangzhou Academy of Fine Arts, Guilin University Of Electronic Technology, Guangxi Arts University, Hebei Academy of Fine Arts และ Jilin Animation Institute

ผลการแข่งขัน นักศึกษาสาขาวิชาแอนิเมชัน เกม และดิจิทัลมีเดีย คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา สามารถคว้ารางวัลได้ถึง 3 รางวัล ได้แก่
1.) รางวัลชนะเลิศเหรียญทอง โดย นายทักษิณ บรรจงศักดิ์ศิริ และนายวงศพัท เลือดทหาร
2.) รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 โดย นางสาวภัทรานิษฐ์ โจว
และ 3.) รางวัลทีมดีเด่น Outstanding team award โดย นายกรเกียรติยศ พุ่มผล และนายเทพกร ระวิงทอง

อังกฤษประกาศใช้ 'แผนบี' รับมือโอมิครอน หลังพบระบาดเร็วมาก ติดเชื้อเพิ่มเท่าตัวทุก 2-3 วัน

บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ออกข้อกำหนดเมื่อวันพุธ (8 ธ.ค.) ให้ประชาชนทำงานจากที่บ้าน สวมหน้ากากในที่สาธารณะและใช้บัตรผ่านวัคซีนเพื่อชะลอการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตัวกลายพันธุ์โอมิครอน หลังพบข้อมูลการแพร่เชื้อรวดเร็วมาก ผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเท่าตัวในทุก 2 ถึง 3 วัน และตัวเลขที่แท้จริงอาจเฉียด ๆ 10,000 คนแล้ว

จอห์นสันระบุว่า โอมิครอนกำลังระบาดอย่างรวดเร็วและเขาไม่มีทางเลือกยกเว้นแต่เคลื่อนเข้าสู่ "แผนบี" พร้อมกับเริ่มดำเนินโครงการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ทั้งนี้ แม้ยังคงห่างไกลจากมาตรการล็อกดาวน์เต็มรูปแบบที่เคยกำหนดในช่วงต้น ๆ ของโรคระบาดใหญ่ แต่มาตรการใหม่นี้ถูกโวยวายว่าเป็นค้อนทุบธุรกิจร้านอาหาร คาเฟ่และห้างร้านทั้งหลาย ที่คาดหวังว่าการค้าขายในช่วงคริสต์มาสจะช่วยกอบกู้สถานะทางการเงินของพวกเขา

ส.ส. หลายคนในพรรคการเมืองของจอห์นสันเองก็แสดงความไม่พอใจต่อข้อจำกัดรอบใหม่เช่นกัน ด้วยหวั่นเกรงต่อผลกระทบของมาตรการดังกล่าว หลังจากเศรษฐกิจของประเทศหดตัวถึง 10% เมื่อปีที่แล้ว รุนแรงสุดเป็นประวัติการณ์

"ขณะที่ภาพรวมอาจดีขึ้น ซึ่งผมก็หวังด้วยความจริงใจว่ามันจะเป็นเช่นนั้น แต่เรารู้ว่าการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อแบบก้าวกระโดด อาจทำให้จำนวนผู้เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นจำนวนมาก และน่าเศร้า ด้วยเหตุนั้น จำนวนผู้เสียชีวิตก็อาจเพิ่มขึ้นเช่นกัน" จอห์นสันกล่าวระหว่างแถลงข่าว

นายกรัฐมนตรีจอห์นสัน ซึ่งยกเลิกข้อจำกัดโควิด-19 เกือบทั้งหมดในอังกฤษในเดือนกรกฎาคม ตามหลังโครงการฉีดวัคซีนที่มีความคืบหน้าอย่างรวดเร็ว เคยประกาศเดินทางเข้าสู่ฤดูหนาวโดยปราศจากทางเลือกของการล็อกดาวน์รอบที่ 4 แต่สำรองไว้ซึ่งมาตรการที่เรียกว่า "แผนบี"

บางส่วนของมาตรการเหล่านั้น เช่น การกลับมาบังคับสวมหน้ากากบนระบบขนส่งสาธารณะและตามห้างร้านต่าง ๆ ได้ถูกบังคับใช้ไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่ในวันพุธ (8 ธ.ค.) จอห์นสันระบุเพิ่มเติมว่า เวลานี้ประชาชนควรทำงานจากที่บ้าน

มาตรการสวมหน้ากากจะถูกบังคับใช้ในสถานที่สาธารณะ อย่างเช่น โรงภาพยนตร์และโรงละคร และจะมีการบังคับแสดงบัตรผ่านโควิด-19 สำหรับเข้าไปในไนต์คลับและสถานที่ต่าง ๆ ที่มีผู้คนจำนวนมาก

จอห์นสันกล่าวว่า มาตรการนี้มีความจำเป็น หลังพบเคสผู้ติดเชื้อตัวกลายพันธุ์โอมิครอนแล้ว 568 รายในประเทศ ซึ่งข้อมูลบ่งชี้ว่ามันใช้เวลา 2 ถึง 3 วันในการแพร่กระจายเชื้อเพิ่มขึ้นเท่าตัว

‘ภาพตัดต่อ’ อย่าแชร์!!

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2564 ทางสำนักข่าวออนไลน์ THE STATES TIMES ได้มีการโพสต์ข่าวที่อ้างอิงจาก สำนักข่าวอิศรา (https://www.isranews.org/article/south-news/academic-arena/104493-panitanusa.html) ถึงกรณีที่ไทยถูกเมินและไม่ได้รับเชิญเข้าร่วมเวทีการประชุมสุดยอดด้านประชาธิปไตยของสหรัฐฯ ผ่านมุมมอง ‘รศ.ดร. ปณิธาน วัฒนายากร’ อาจารย์พิเศษประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ลิงก์ข่าวของ THE STATES TIMES : 
>> https://www.facebook.com/111420904033712/posts/466098158565983/
>> https://thestatestimes.com/post/2021112627

>> ปัญหา คือ ตอนนี้ในโลก Social ได้มีบุคคล (ยังไม่ทราบตัวตนแน่ชัด) ได้นำภาพต้นสำเนาจากทางสำนักข่าว THE STATES TIMES ที่ประกอบเนื้อหาข้างต้นไป ‘ตัดต่อ’ และ ‘บิดเบือน’ ใหม่ ในบรรทัดที่ 2 และบรรทัดที่ 3 ดังนี้...

>> ความเดิม ได้แก่...
...เวทีประชาธิปไตย แค่เกมการเมืองสหรัฐฯ 
...ฟากความมั่นคงชี้!! ไทยหลุดโผ สะท้อนไม่ใช่ลิ่วล้อมะกัน

>> กลายเป็น…
...คนแดนไกล อยู่เบื้องหลัง
...อเมริกา ที่ไม่ให้เชิญไทย

จากการตัดต่อดังกล่าว ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเป็นวงกว้าง สร้างความเสียหายต่อทางสำนักข่าวออนไลน์ THE STATES TIMES และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘รศ.ดร. ปณิธาน วัฒนายากร’ อาจารย์พิเศษประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นอย่างมาก 

อีกทั้งล่าสุดข้อความบิดเบือนในภาพดังกล่าว ได้สร้างความเข้าใจผิดให้อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งพอได้เห็นภาพข่าวบิดเบือนนั้น ก็ได้เกิดเป็นข้อพิพาทใหม่ต่อ ‘รศ.ดร. ปณิธาน’ ทั้งที่ท่านมิได้กล่าวถ้อยความบิดเบือน ๆ ใด ๆ หรือพาดพิงถึงอดีตนายฯ แม้แต่น้อย หากแต่เป็นการถูกตัดต่อจากบุคคลที่ประสงค์ร้าย ซึ่งต้องหาทางสืบค้นตัวตนต้นตอต่อไป

'ทูตนริศโรจน์' เผยเวียดนามจัดการ 'มิสแกรนด์ฯ' ปมชู 3 นิ้ว หวั่นกระทบสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

9 ธ.ค. 64 - นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา โพสต์เฟซบุ๊กว่า ได้รับทราบจาก น้อง ๆ ที่ทำงานที่เวียดนามส่งข่าวด่วนมาว่า ทาง กระทรวงการต่างประเทศเวียดนาม ได้ออกแถลงการณ์ในกรณีนางงามเวียดนามมาชู 3 นิ้วในไทยแล้ว

โดยทางการเวียดนามเห็นแก่ความสัมพันธ์ไทย-เวียดนามเป็นสำคัญ จึงได้ทำการสั่งสื่อเวียดนามมิให้นำเสนอภาพและข่าวนางงามเวียดนามชู 3 นิ้วในไทยโดยเด็ดขาด

รวมทั้งกระทรวงวัฒนธรรมได้สั่งการให้นางงามเวียดนามคนที่ชู 3 นิ้ว หยุดแสดงพฤติกรรม หรือคำพูดที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อความสัมพันธ์ที่ดีงามระหว่างไทยและเวียดนามด้วยเช่นกัน

ต้องขอขอบคุณรัฐบาลเวียดนามอย่างมากมา ณ ที่นี้ครับ ที่ได้แสดงออกและตอบสนองอย่างรวดเร็ว โดยคำนึงถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประชาชนไทยและเวียดนามเป็นสำคัญ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top