Monday, 8 June 2026
NEWS FEED

ไทยนำเข้าแรงงานศรีลังกา 1 หมื่นคน แทนแรงงานกัมพูชาครึ่งล้านทยอยกลับประเทศ

(21 ส.ค. 68) ไทยเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงาน หลังแรงงานกัมพูชากว่าคนทยอยกลับประเทศ เนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้นายจ้างหลายพื้นที่กังวลต่อการขาดแรงงานในภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมที่ต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าวจำนวนมาก

ล่าสุด คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้นำเข้าแรงงานต่างชาติผ่านระบบ MOU โดยเบื้องต้นอนุมัติแรงงานศรีลังกา 10,000 คน เข้ามาทำงานในไทยทดแทนแรงงานกัมพูชาที่ขาดหาย ทั้งนี้แรงงานดังกล่าวจะได้รับอนุญาตทำงานครั้งละ 2 ปี และสามารถต่ออายุได้อีก 2 ปี หากผลการดำเนินงานเป็นไปด้วยดี กระทรวงแรงงานเตรียมเสนอขยายโควตาไปยังแรงงานชาติอื่น เช่น เนปาล บังกลาเทศ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์

นอกจากนี้ ยังผ่อนผันให้แรงงานกัมพูชา ลาว และเมียนมาที่หมดอายุใบอนุญาตหรือเข้าเมืองผิดกฎหมาย แต่ยังต้องการทำงานในไทย สามารถยื่นขออนุญาตได้ โดยนายจ้างเป็นผู้ดำเนินการและชำระค่าธรรมเนียม 1,000 บาท โดยปัจจุบันไทยมีแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมายกว่า 3.78 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานเมียนมากว่า 2.9 ล้านคน

ด้านกรมการจัดหางานเสนอ 5 แนวทางแก้ปัญหาเร่งด่วน เช่น ใช้แรงงานทหาร นักโทษชั้นดี และเยาวชนในสถานพินิจมาช่วยงานชั่วคราว เปิดจดทะเบียนแรงงานผิดกฎหมาย เพิ่มแรงงานจากประเทศใหม่ ใช้แรงงานผู้ลี้ภัยเมียนมา และพัฒนาทักษะ-เทคโนโลยีในภาคธุรกิจเพื่อปรับตัวในระยะยาว ลดการพึ่งพาแรงงานต่างด้าวเกินจำเป็น

ทหารสิงคโปร์เยี่ยม กองบิน 7 ยลโฉม Gripen และ SAAB 340 AEW ตามโครงการแลกเปลี่ยนการเยือน ทอ.ไทย-สิงคโปร์

(20 ส.ค. 68) ทหารสิงคโปร์เยี่ยมชมกองบิน 7 ของกองทัพอากาศไทย เพื่อศึกษาขีดความสามารถและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างสองประเทศ โดยมี Brigadier General Marcel Xu ผู้บัญชาการ Participation Command ของกองทัพสิงคโปร์ นำคณะเดินทางเยือน พร้อมด้วย นาวาอากาศเอก ประเสริฐวิษณุ์ มหาขันธ์ รองผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กรมข่าวทหารอากาศ

การเยี่ยมชมครั้งนี้รวมถึงการรับฟังบรรยายสรุปภารกิจหลักของกองบิน 7 และการสาธิตกริพเพน (Gripen) และเครื่องบินตรวจการณ์ทางอากาศ Saab 340 AEW ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการแลกเปลี่ยนผู้บังคับบัญชาระดับสูงระหว่างกองทัพอากาศไทยและสิงคโปร์

นาวาอากาศเอก ศุภวัจน์ จิตรมนตรี ผู้บังคับการกองบิน 7 พร้อมด้วยเสนาธิการและหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองบิน 7 ให้การต้อนรับคณะอย่างอบอุ่น ณ กองบิน 7 อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยหวังสร้างความร่วมมือและความเข้าใจด้านการบินและยุทธวิธีระหว่างสองกองทัพอย่างต่อเนื่อง

‘สรวงศ์’ ยันไทยเร่งเซ็นสัญญา 5 ปี ‘เอฟวัน’ (F1) ภายในสิ้นปี ย้ำจัดแข่งแบบซิตี้เรซ บริเวณจตุจักร เริ่มปี 2571 ใช้งบ 40,000 ล้าน

(20 ส.ค. 68) นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยความคืบหน้าการผลักดันไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถยนต์สูตรหนึ่งชิงแชมป์โลก 'ฟอร์มูล่าวัน' โดย ครม. เห็นชอบให้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพระยะเวลา 5 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2571 ภายใต้งบประมาณกว่า 40,000 ล้านบาท ซึ่งต้องเสนอพิจารณาเป็นรายปี

สำหรับรูปแบบการแข่งขัน คาดว่าจะใช้เส้นทาง 'ซิตี้เรซ' บริเวณย่านจตุจักร รวมระยะทางประมาณ 5-6 กิโลเมตร ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนออกแบบรายละเอียด และหากไม่ติดขัด คาดว่าจะสามารถเซ็นสัญญากับฝ่ายจัดการแข่งขันได้ภายในสิ้นปีนี้

รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยันว่าหลังเซ็นสัญญาจะเริ่มประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจกับประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่รอบพื้นที่จัดการแข่งขัน เพื่อให้เห็นประโยชน์และเข้าใจการจัดงานมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกครั้งนี้

ทั้งนี้ นายสรวงศ์ ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้เป็นประธานคณะทำงาน พร้อมทีมจากหลายหน่วยงานร่วมกับบริษัท ฟอร์มูล่า วัน กรุ๊ป และ สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (สปน.) เพื่อผลักดันให้ไทยได้สิทธิ์จัดการแข่งขันตามกรอบเวลาที่วางไว้

พิษณุโลก ผู้บัญชาการทหารบกเป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศล เนื่องในงานวันสถาปนากองทัพภาคที่ 3 ครบรอบ 123 ปี

(20 ส.ค. 68) เวลา 10.00 น. พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา ร่วมงานวันสถาปนา กองทัพภาคที่ 3 ครบรอบปีที่ 123 เพื่อบำเพ็ญกุศลอุทิศให้อดีตผู้บังคับบัญชา และกำลังพลที่ล่วงลับไปแล้ว โดยมี พลโท กิตติพงษ์  แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 ให้การต้อนรับ ณ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 

โอกาสนี้ พลโท กิตติพงษ์  แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย พันเอกหญิง สุชาดา  แจ่มสุวรรณ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3, ผู้บังคับบัญชา และกำลังพลหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3 ร่วมพิธีถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระบรมรูปสมเด็จพระเอกาทศรถ และพระรูปพระสุพรรณกัลยา ณ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก  เนื่องในโอกาสวันสถาปนากองทัพภาคที่ 3 ครบรอบปีที่ 123 และในการนี้ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้กรุณาให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธาน โดยได้ขึ้นแท่นรับความเคารพจากแถวกองทหารเกียรติยศ จากนั้น ได้ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช, สมเด็จพระเอกาทศรถ และพระรูปพระสุพรรณกัลยา พร้อมทั้งเยี่ยมชมการจัดแสดงนิทรรศการของหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3 ต่อมาผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศล เนื่องในวันสถาปนากองทัพภาคที่ 3 ครบรอบปีที่ 123 ณ ห้องบันเทิงทัพ 1 สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยมี อดีต แม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมพิธีประกอบด้วย พลเอก ดร. ศิริ  ทิวะพันธ์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 ท่านที่ 19, พลเอก ถนอม  วัชรพุทธ อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 ท่านที่ 23, พลเอก สมหมาย วิชาวรณ์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 ท่านที่ 24, พลเอก สำเริง  ศิวาดำรง อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 ท่านที่ 30, พลเอก สาธิต  พิธรัตน์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 ท่านที่ 35, พลเอก อภิเชษฐ์  ซื่อสัตย์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 ท่านที่ 39, พลโท สุริยะ  เอี่ยมสุโร อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 ท่านที่ 40, พลโท ประสาน แสงศิริรักษ์   อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 ท่านที่ 41 ปัจจุบัน พลโท กิตติพงษ์  แจ่มสุวรรณ เป็นแม่ทัพภาคที่ 3 ท่านที่ 42  ซึ่งท่านเป็นผู้บังคับบัญชาที่มีความพร้อมลักษณะของผู้นำ มีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้กองทัพภาคที่ 3 มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น กองทัพภาคที่ 3 เป็นกำลังรบหลักของกองทัพบกที่รับผิดชอบในพื้นที่17 จังหวัดภาคเหนือ ด้วยเกียรติประวัติที่ยาวนานจากอดีตสู่ปัจจุบัน ครบ 123 ปี แห่งการสถาปนาหน่วยกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ซึ่งเป็นเกียรติประวัติที่สำคัญยิ่ง ปรีชา นุตจรัส รายงาน ข่าวพิษณุโลก

กรมพินิจฯ เปิดโครงการ Reskill & Upskill เสริมทักษะผู้ประสานงานยุติธรรมสมานฉันท์

เมื่อวันที่ (18 ส.ค. 68) 68 เวลา 13.30 น. พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เป็นประธานเปิด “โครงการยกระดับทักษะผู้ประสานการประชุมในการดำเนินงานด้านยุติธรรมสมานฉันท์ (Reskill & Upskill)” ณ โรงแรมทีเค แอนด์ คอนเวนชั่น เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

โดยมี ดร.ภูชิสส์ ศรีเจริญ และคณะ จากสถาบันพัฒนาทุนมนุษย์เพื่อสังคม พร้อมทีมวิทยากรจากสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย ร่วมบรรยายพิเศษ ขณะที่นางสาวโรจนา วิโรจน์กุล ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบงานยุติธรรมเด็กและเยาวชน กล่าวรายงาน

โครงการมุ่งพัฒนาศักยภาพพนักงานคุมประพฤติ ให้มีทักษะการสื่อสาร ไกล่เกลี่ย การประชุมวางแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟู และติดตามผล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาตามมาตรา 86 ให้เหมาะสมกับบริบทชุมชน สร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนข้อมูล และเสริมความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ กองพัฒนาระบบงานยุติธรรมเด็กและเยาวชน จัดโครงการดังกล่าวจำนวน 4 รุ่น โดยรุ่นที่ 2 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18–19 สิงหาคม 2568

‘ดร.เอ้ สุชัชวีร์’ ชี้ การศึกษายุคใหม่ ต้องมีภาษาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ AI เป็นภาษาที่สาม เป็นทักษะที่สำคัญ

‘ดร.เอ้ สุชัชวีร์’ ชี้ การศึกษายุคใหม่ ต้องมีภาษาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ AI เป็นภาษาที่สาม เป็นทักษะที่สำคัญ

เชียงใหม่-รองนายกฯ ภูมิธรรม แถลงจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ พร้อมของกลาง ไอซ์ 700 กก.

รองนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่ ไอซ์ 700 กิโลกรัม ที่จังหวัดเชียงใหม่ เผยรัฐบาลเร่งแก้ปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง เน้นแก้ไขอย่างครอบคลุมทุกมิติ

(20 ส.ค. 68) เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมพระพุทธประทานยศบารมี ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ตามนโยบายของ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี สั่งการให้หน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด บูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติ​

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยการอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร,พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง, พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์, พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สำราญ นวลมา  ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. และ พล.ท.กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ มทภ.3ได้รับบัญชาและข้อสั่งการนำไปสู่การปฏิบัติ

ตำรวจภูธรภาค 5 โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร  ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์, พล.ต.ต.พิชญา บุญขจร, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5 และพล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ​ตำรวจตระเวนชายแดน โดย พล.ต.ต.นิตินัย หลังยาหน่าย ผบช.ตชด., พล.ต.ต.วรพัฒน์ บุญมา ผบก.ตชด.ภาค 3, พ.ต.อ. รังสิมันต์ สงเคราะห์ธรรม รอง ผบก.ตชด.ภาค 3, พ.ต.อ.ผดุงเกียรติ ปัณฑรนนทกะ ผกก.ตชด.33 ​ฝ่ายทหาร นบ.ยส.35​โดย พล.ท.กิตติพงศ์ ชื่นใจชน มทน.3/ผบ.นบ.ยส.35 ฝ่ายปกครอง โดย นายทศพล เผื่อนอุดม​ ผวจ.เชียงใหม่ สำนักงาน ปปส.ภาค 5 ​โดย นายธันวา ผุดผ่อง ผอ.ปปส.ภาค 5แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ กรณี ตชด.335 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ในพื้นที่จับกุมผู้ต้องหา 1 คน พร้อมของกลาง ไอซ์ จำนวน 700 กก.

ที่เกิดเหตุเมื่อวันที่ ​18 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 02.00 น.ที่ สวนท้วยหมู่บ้านป่าบงงาม หมู่ที่ 11 ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จว.เชียงใหม่ ผู้ต้องหา นายดำรัสฯ อายุ 33 ปี ภูมิลำเนา ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จว.เชียงใหม่

พฤติการณ์แห่งคดี​​ เมื่อวันที่ 16 ส.ค.2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ตชด.ภาค 3 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าในห้วงวันที่ 16 - 18 สิงหาคม 2568 กลุ่มลำเลียงยาเสพติด จะลักลอบลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากจาก บริเวณบ้านป่าบงงาม ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จว.เชียงใหม่ เข้ามาพื้นที่ตอนในของประเทศ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นทราบและสั่งการให้บูรณาการร่วมกับตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ในพื้นที่ทำการสืบสวนจับกุม ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2568 เป็นต้นมา

ต่อมาเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 02.00 น. ชุดปฏิบัติการพบรถยนต์ โตโยต้า ไทเกอร์ ทะเบียน ผพ 1068 เชียงใหม่ กำลังขับออกจากสวนจึงได้เข้าไปควบคุมรถยนต์และนายดำรัสฯ คนขับรถไว้ ขณะเดียวกัน ชุดปฏิบัติการอีกชุดได้เข้าไปพิสูจน์ทราบบริเวณสวนที่แหล่งข่าวแจ้งว่ามียาเสพติดซุกซ่อนอยู่เมื่อไปถึงพบชาย 2 คนยืนอยู่บริเวณดังกล่าว เมื่อบุคคลทั้งสองสังเกตเห็นเจ้าหน้าที่ จึงได้อาศัยความมืดและความชำนาญในพื้นที่วิ่งหลบหนีไปได้ ตรวจสอบพื้นที่บริเวณสวนดังกล่าวพบกระสอบ จำนวน 28 กระสอบ บรรจุยาเสพติดชนิดไอซ์ กระสอบละประมาณ 25 กิโลกรัม น้ำหนักรวมประมาณ 700 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ใน กอกล้วย คลุมด้วยผ้าใบสีดำปกคลุมด้วยกิ่งและใบลำไย เพื่อปิดบังอำพรางอีกชั้นหนึ่ง ตรวจสอบที่บริเวณกระท่อมพบรถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน จากนั้นจึงได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาเสพติดทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.นาหวาย จว.เชียงใหม่ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

​ตำรวจภูธรภาค 5 บูรณาการร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และนำบัญชาข้อสั่งการของรัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดไม่ให้เข้าไปสู่พื้นที่ตอนในอย่างเข้มข้นและจริงจัง และนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

สรุปผลการจับกุมยาเสพติด ของ ตำรวจภูธรภาค 5 ห้วงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 – 19 สิงหาคม 2568 จับกุมคดียาเสพติด จำนวน 22,467คดี คดียาเสพติดรายสำคัญ 229  คดี ตรวจยึดของกลางยาเสพติด ยาบ้า 222 ล้านเม็ดเศษ ไอซ์ 11,400  กิโลกรัมเศษ เฮโรอีน 197 กิโลกรัมเศษ เคตามีน 1,840  กิโลกรัมเศษฝิ่น 155  กิโลกรัมเศษ ตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 1,130 ล้านบาทเศษ

ขอนแก่น - มข. ขับเคลื่อนงานวิจัยสู่ธุรกิจ จัด 'KKU Enterprise Demo Day #2' นวัตกรรมดิจิทัลและสุขภาวะ Smart Digital & Wellness เปิดเวทีจับคู่ความร่วมมือระหว่างนักวิจัยและผู้ประกอบการ

เมื่อวานนี้ (19 ส.ค.68) เวลา 13.30–16.30 น. ณ ห้องสารสิน ชั้น 2 อาคารสิริคุณากร มหาวิทยาลัยขอนแก่น ศูนย์เคเคยู เอนเตอร์ไพรส์ (KKU Enterprise) จัดกิจกรรม “KKU Enterprise Demo Day #2: นวัตกรรมดิจิทัลและสุขภาวะ Smart Digital & Wellness” เพื่อนำเสนอผลงานวิจัยที่พร้อมต่อยอดเชิงพาณิชย์ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคธุรกิจ

โดยพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและนวัตวณิชย์ ทำหน้าที่ประธานแทน ท่านอธิการบดึมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวเปิดงานและต้อนรับผู้เข้าร่วม เน้นย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยในการผลักดันผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและสังคม พร้อมระบุว่ามหาวิทยาลัยตั้งเป้าจัดกิจกรรมลักษณะนี้อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือน เพื่อเป็นเวทีเชื่อมโยงนักวิจัย ผู้ประกอบการ และนักลงทุน ตลอดช่วงการนำเสนอ ได้แสดงผลงานและแพลตฟอร์มสำคัญ ได้แก่ KKU Market ช่องทางอีคอมเมิร์ซ เพื่อผลักดันผลิตภัณฑ์จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยสู่ผู้บริโภค KKU IntelSphere แพลตฟอร์ม AI เพื่อยกระดับการบริหารจัดการและการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย

การประยุกต์ใช้ AI ด้านสุขภาพ และแชตบ็อตเพื่อการดูแลผู้ป่วย Functional Wellness Directory ระบบฐานข้อมูลสุขภาวะบุคคล Cellular Therapy Service (CTC) รูปแบบการให้บริการรักษาด้วยเซลล์ต้นกำเนิด รศ.ดร.เพ็ญศรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ในนามมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยศูนย์เคเคยู เอนเตอร์ไพรส์ (KKU Enterprise) เป็นหน่วยงานที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้จัดตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการผลิตภัณฑ์ อันได้แก่ องค์ความรู้ สิ่งประดิษฐ์ และผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัย เพื่อผลักดันออกสู่ ตลาดในเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายในการดำเนินงานด้านการตลาดแบบครบวงจร และสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจดังนั้น ศูนย์เคเคยู เอนเตอร์ไพรส์ จึงได้จัดงานในครั้งนี้ขึ้น เพื่อสร้างเวทีให้นักวิจัยของเราได้นำเสนอผลงานและนวัตกรรมที่โดดเด่นแก่ภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ และนักลงทุนทุกท่าน งานในวันนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการแสดงผลงาน แต่เป็นประตูแห่งโอกาส ในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง เพื่อนำไปสู่การต่อยอด และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด สร้างรายได้ และขยายธรกิจให้เติบโตต่อไปในอนาคต โดยการจัดงาน Demo Day ในวันนี้ ถือเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งจัดขึ้น ภายใต้แนวคิด "นวัตกรรมดิจิทัลและสุขภาวะ" 

นอกจากนั้น ยังมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์สุขภาพ เช่น Brain Booster’s Product, อาหารพร้อมทานเพื่อสุขภาพ และ Functional Food ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในมหาวิทยาลัย (KKU Select)

ช่วงท้ายเป็นกิจกรรม Networking และจับคู่เจรจาความร่วมมือ (Business Matching) ระหว่างหน่วยงานวิจัยกับผู้ประกอบการและนักลงทุนที่มาร่วมงาน เพื่อต่อยอดผลงานสู่การพัฒนาเชิงพาณิชย์ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการทดลองตลาด การร่วมพัฒนาเทคโนโลยี และการเชื่อมโยงช่องทางจัดจำหน่าย

"เฉลิมชัย" จับมือสิงคโปร์ ลงนามข้อตกลงซื้อขายคาร์บอนเครดิต หนุนไทยสู่ศูนย์กลางอาเซียน

(20 ส.ค. 68) ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้แทนประเทศไทย ได้ร่วมลงนามในข้อตกลงด้านคาร์บอนเครดิตระหว่างประเทศกับ นายตัน ซี เหล่ง รัฐมนตรีจากประเทศสิงคโปร์ ณ โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ โดยข้อตกลงนี้มุ่งเน้นการซื้อขายผลการลดก๊าซเรือนกระจก (ITMOs) ที่เกิดจากโครงการต่างๆ ในประเทศไทย โดยสิงคโปร์สามารถนำผลลัพธ์ที่ได้ไปใช้บรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของตนเองได้

การลงนามเมื่อ19 สิงหาคม2568ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำผ่านโครงการที่ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้หลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ด้านป่าไม้ พลังงานสะอาด หรือนวัตกรรม นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยมีความพร้อมที่จะก้าวไปสู่การเป็น ศูนย์กลางคาร์บอนเครดิตในภูมิภาคอาเซียน ได้ในอนาคต

‘กองทัพอากาศไทย’ จ่อซื้อ ‘กริพเพน’ อย่างเป็นทางการ ผบ.ทอ. เตรียมบินไปทำพิธีลงนาม ที่สวีเดน 25 ส.ค. นี้

(20 ส.ค. 68) กองทัพอากาศไทยเผย ครม. เห็นชอบโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตี กริพเพน E/F 12 เครื่อง มูลค่า 6 หมื่นล้านบาท พร้อมรับชดเชยทางเศรษฐกิจ (Defence Offset) ประมาณ 1 แสนล้านบาท ซึ่งหมายถึงไทยจะได้มากกว่าแค่เครื่องบิน แต่ยังได้รับ งาน เทคโนโลยี และการถ่ายทอดความรู้ จากบริษัทผู้ขาย

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี โฆษกกองทัพอากาศ ระบุว่า การจัดหาเครื่องบินครั้งนี้ไม่เพียงเสริมขีดความสามารถทางทหาร แต่ยังสร้างผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และเทคโนโลยี โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบขั้นตอนตามกฎหมายครบถ้วนเพื่อความโปร่งใส

สำหรับกองทัพอากาศจะบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ เพื่อให้การชดเชยจาก Saab AB เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมและประชาชน โดยมุ่งเน้นทั้งความมั่นคงและคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคน

ด้าน พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมคณะ มีกำหนดเดินทางไป ประเทศสวีเดน วันที่ 25 สิงหาคมนี้ เพื่อทำพิธีลงนามจัดซื้อกริพเพน E/F อย่างเป็นทางการ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top