Monday, 8 June 2026
NEWS FEED

‘กัมพูชา’ ตอบรับแล้ว ‘เก็บกู้ทุ่นระเบิด - ปราบสแกมเมอร์’ แต่ไม่ตอบรับแก้ปัญหาละเมิด MOU 43 ชี้ ไม่อยู่ในอำนาจ

ด่วน! ‘ไทย-กัมพูชา’ ลงนามข้อตกลงในที่ประชุม RBC พื้นที่กองทัพภาค 1 ไทย-ภูมิภาคทหารที่ 5 กัมพูชา เห็นพ้อง 13 ข้อตกลงหยุดยิงจาก GBC โดยฝ่าย ‘กัมพูชา’ ตอบรับ ‘3 ข้อเสนอเพิ่ม’ ของไทย “เก็บกู้ทุ่นระเบิด-ปราบสแกมเมอร์-ตั้งชุดประสานงานร่วม” แต่ไม่ตอบรับแก้ปัญหาละเมิด MOU 43 ชี้ ไม่อยู่ในอำนาจ RBC โยนถกวง JBC

(22 ส.ค.68) พลโทอมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 นำแถลงสรุปผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย-กัมพูชา (RBC) ในระดับแม่ทัพ พื้นที่กองทัพภาค 1 ไทย-ภูมิภาคทหารที่ 5 กัมพูชาโดยทั้ง 2 ฝ่าย ตกลงด้วยดี ตอบรับ 13 ข้อตกลงหยุดยิง จากการประชุม GBC ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ที่ประชุม ได้เห็นชอบเพิ่มเติม 3 ประเด็น จากที่ไทยเสนอ 4 ประเด็น คือ
1. ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน ดำเนินการร่วมมือกำจัดทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมโดยพิจารณาให้หารือร่วมกันในการประชุม GBC  ครั้งต่อไป

2.ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน ร่วมมือประสานงานกันแก้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยให้ใช้เวทีมหาดไทยกัมพูชา หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย และเห็นควรให้เสนอหารือร่วมกัน GBC ครั้งต่อไป

3.ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบ ให้มีกลไกแก้ปัญหา ด้วยการจัดตั้งชุดประสานงาน Coordination Group (CG) และคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น เพื่อเป็นกลไกรองรับคณะ RBC ในการแก้ไขปัญหาระดับพื้นที่

4.ในการแก้ไขปัญหาการละเมิด MOU43 ฝ่ายกัมพูชา ขอให้ใช้กลไกอื่นในการหารือ เพราะไม่ได้อยู่ในอำนาจของ RBC โดยฝ่ายไทยยืนยัน เสนอให้ฝ่ายกัมพูชาได้ทราบว่าเป็นพื้นที่ที่สำคัญ และได้แจ้งเจตนารมณ์ที่ชัดเจน ของฝ่ายไทยในการแก้ไขปัญหา

ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 1 ย้ำว่า เรื่องนี้ กัมพูชา ขอไปใช้กลไก JBC หรือคณะกรรมาธิการร่วมเขตแดนไทยกัมพูชา แทน อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ก็ต้องเสนอผ่านกลไก GBC

ทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมการฝึกซ้อมแผนป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำจากน้ำมัน (Rayong Oil Spill Exercise 2025 : ROSE’25)

พลเรือโท อาภา ชพานนท์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่1 เป็นประธานเปิดการฝึกซ้อมแผนป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำจากน้ำมัน ภายใต้รหัสการฝึก “Rayong Oil Spill Exercise 2025 (ROSE’25)” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–22 สิงหาคม 2568 ณ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) สาขา 6 และพื้นที่อ่าวมาบตาพุด จังหวัดระยอง

การฝึกครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกรมควบคุมมลพิษ กองทัพเรือ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อทดสอบแผนเผชิญเหตุและการตอบสนองต่อสถานการณ์น้ำมันรั่วไหลลงสู่ทะเล ตลอดจนเสริมสร้างขีดความสามารถของหน่วยงานต่าง ๆ ในการบูรณาการกำลังและทรัพยากรด้านการป้องกันและขจัดคราบน้ำมัน

ทั้งนี้ ทัพเรือภาคที่ 1 ได้จัดกำลังพล หน่วยเรือ และยุทโธปกรณ์ เข้าร่วมสนับสนุนการฝึก เช่น การจัดเรือสนับสนุนการขจัดคราบน้ำมัน การใช้เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงน้ำ (Heli Bucket) รวมถึงการจัดกำลังเฉพาะกิจเพื่อประสานงานร่วมกับคณะอนุกรรมการฯ และศูนย์อำนวยการฯ ในพื้นที่ โดยมีการฝึกซ้อมทั้งในส่วนของการวางแผนสั่งการ การปฏิบัติจริงในทะเล และการขจัดคราบน้ำมัน

การเข้าร่วมการฝึก ROSE’25 นับเป็นการแสดงศักยภาพของทัพเรือภาคที่ 1 ในการสนับสนุนการป้องกันและขจัดมลพิษทางทะเล ซึ่งเป็นพันธกิจสำคัญที่กองทัพเรือให้ความสำคัญมาโดยตลอด อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเล ควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเลให้ยั่งยืน

เชียงใหม่-เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ได้รับรางวัล Trip.Best GLOBAL 100 Family-friendly Attractions 2025 ซึ่งเป็น 1 ใน 100 สถานที่ท่องเที่ยวสำหรับครอบครัวที่ดีที่สุดในโลก

เมื่อวานนี้ (21 ส.ค. 68) สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) โดยสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เข้ารับรางวัล Trip.Best GLOBAL 100 Family-friendly Attractions 2025 จาก Trip.Best โดย Trip.com Group นำโดย พลเอกโกศล ประทุมชาติ กรรมการบริหาร ทำหน้าที่ ประธานกรรมการบริหารการพัฒนาพิงคนคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร รับมอบรางวัล Trip.Best GLOBAL 100 Family-friendly Attractions 2025 โดยมี Mr. JIM Ji CEO of Ticket & Event Business และ Mr. Allen Peng Business Development Manager - South East Asia​ เป็นผู้มอบ พร้อมร่วมเจรจาธุรกิจและประชุมหารือแนวทางความร่วมมือในการเพิ่มยอดขายในอนาคต แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านกลยุทธ์การตลาดท่องเที่ยวเชิงรุกทั้งภายในและต่างประเทศ ตลอดจนกำหนดกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องกับสถานการณ์ท่องเที่ยวในปัจจุบัน ณ สำนักงาน Trip.com (Thailand) กรุงเทพมหานคร 

สำหรับรางวัลนี้นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง เนื่องจากรางวัลนี้เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีได้รับการจัดอันดับให้เป็น “Top 100 แหล่งท่องเที่ยวที่ดีที่สุดและได้รับความนิยมสูงสุดระดับโลก” จากการจัดอันดับแข่งขันกับสถานที่ท่องเที่ยวจากประเทศอื่นๆ ทั่วโลก และถือว่าเป็นตัวแทนจากประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับจากองค์กรระดับสากลและนักท่องเที่ยวทั่วโลก สะท้อนถึงภาพลักษณ์ที่ดีว่าเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีมาตรฐานด้านความปลอดภัย และมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจแก่ผู้เข้าชมทุกเพศทุกวัยจากทั่วโลก       

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีได้รับรางวัล Trip.Best GLOBAL 100 Family-friendly Attractions ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 2 โดยที่ผ่านมาในปี พ.ศ.2567 เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีได้รับรางวัล Trip.Best GLOBAL 100 Family-friendly Attractions 2024 ถือเป็นการเน้นย้ำว่าเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีได้รับมาตรฐานการท่องเที่ยวที่ดีที่สุด ระดับโลกสองปีต่อเนื่อง

พิธีลงนาม MOU สนับสนุนการพัฒนาธุรกิจพลังงานสะอาด และธุรกิจศูนย์ข้อมูล

(22 ส.ค.68) บริษัท ไอดับบลิวอาร์เอ็ม จำกัด ผู้ให้บริการน้ำเพื่ออุตสาหกรรมรายใหญ่ในพื้นที่ ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำด้านนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานอัจฉริยะ กลุ่ม ปตท.

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผนึกกำลังเพื่อเสริมสร้างโอกาสในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำและไฟฟ้าให้มีความมั่นคง ยั่งยืน และมีประสิทธิภาพสูง รองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในประเทศไทย โดยครอบคลุมตั้งแต่การจัดหาน้ำดิบ การผลิตและจำหน่ายน้ำอุตสาหกรรม การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ไปจนถึงการออกแบบระบบสำรองเพื่อให้บริการได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง

นาย ธนวัฒน์ สันตินรนนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอดับบลิวอาร์เอ็ม จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเสริมความพร้อมด้านสาธารณูปโภคให้แก่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจศูนย์ข้อมูลในพื้นที่ EEC เพิ่มความเชื่อมั่นในการลงทุนระยะยาว

ด้านนาย ชาญศักดิ์ ชื่นชม ผู้จัดการใหญ่ GPSC กล่าวว่า ในฐานะองค์กรชั้นนำด้านนวัตกรรมพลังงาน บริษัทมุ่งมั่นเติบโตบนเส้นทางพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างมั่นคงและยั่งยืน ด้วยความเชี่ยวชาญทั้งด้านเทคโนโลยีและการให้บริการโซลูชันครบวงจร พร้อมตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการพลังงานสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงมุ่งผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคในด้านอุตสาหกรรมและศูนย์ข้อมูล ด้วยโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน

พิธีลงนามจัดขึ้นอย่างเป็นทางการในบรรยากาศแห่งความร่วมมือ โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากทั้งสองบริษัท และแขกผู้มีเกียรติจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

เพจ ‘อานนท์ นำภา’ แชร์ความเห็นเทียบ ‘เสก โลโซ’ หวังได้เดินสายอ่านบทกวีนอกคุกบ้างคงจะดีไม่น้อย

เพจอานนท์ นำภา แชร์ความเห็นเทียบ เสก โลโซ หากเดินสายอ่านกวีคงดีไม่น้อย

เมื่อวานนี้ (21 ส.ค.68) เพจเฟซบุ๊ก ‘อานนท์ นำภา’ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งอยู่ระหว่างจำคุกในฐานความผิดมาตรา 112 ได้แชร์ข้อความจาก ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Te Neti ที่ได้โพสต์ถึงกรณีงานนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ 2568 ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ทำให้ เสก โลโซ ผู้ต้องขังในเรือนจำได้ออกไปทำการแสดงทุกวัน โดยมี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม คอยให้กำลังใจ นอกจากนี้ ยังเดินสายพาไปโชว์ที่ต่างจังหวัด ร้องเพลงให้กำลังใจผู้อพยพจากเหตุปะทะไทย-กัมพูชา ตามจุดต่างๆ ต่างจากผู้ต้องขังรายอื่น เช่น นายอานนท์ นำภา ที่ไม่มีโอกาสได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Te Neti เผยว่า เสก โลโซ ติดคุกไม่นาน พอดีกรมราชทัณฑ์มีงานนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ จัดที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี 5 วัน เสก โลโซ เลยได้ออกมาเล่นคอนเสิร์ตทุกวัน วันแรกมีเต้น ณัฐวุฒิ ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ร่วมให้กำลังใจ และทุกวันมีเพื่อนฝูงในวงการและเมียเสก ไปเยี่ยมถ่ายรูปโชว์ลงโซเชียลมากมาย

เสร็จจากคอนเสิร์ตที่เมืองทองธานี ทวี สอดส่อง ยังนำกรมราชทัณฑ์เดินสายจัดมินิคอนเสิร์ต เสก โลโซ ให้ขวัญกำลังใจทหารและผู้อพยพที่ชายแดน

ก็น่าดีใจกับ เสก โลโซ ที่ในขณะที่ติดคุกอยู่ยังได้มีโอกาสทำสิ่งที่ตัวเองรัก ได้ออกมาเล่นดนตรี ได้ถ่ายรูปพบปะคนรัก เมีย และเพื่อนฝูง แม้รัฐมนตรียังได้ร่วมถ่ายรูปลงโซเชียลมีเดีย

ไม่เหมือน อานนท์ นำภา ทนายความผู้รักความยุติธรรม โอกาสที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองรัก คือการแสวงหาความยุติธรรมให้ลูกความของตัวเองในขณะตัวเองถูกคุมขังอยู่ กลับถูกศาลตั้งแง่ ไม่ให้ใส่ชุดครุย ไม่ให้ใส่ชุดนักโทษว่าความ

ล่าสุดแม้รูปถ่ายจากซุ้มถ่ายรูป ที่กรมราชทัณฑ์จัดให้นักโทษถ่ายร่วมกับญาติเองแท้ ๆ เมื่อโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย กลับถูกบังคับให้ลบรูปออก

ว่าไปจริง ๆ อานนท์ นำภา ก็มีความสามารถในเรื่องดนตรีไม่เบา ผมเคยเห็นเขาร้องเพลงลูกทุ่ง เคยเห็นเขาเป่าขลุ่ยอย่างไพเราะ และหลายคนคงเห็นความสามารถในการเขียน บทกวี

นี่ถ้า อานนท์ นำภา ได้มีโอกาส เดินสายอ่านบทกวี เป่าขลุ่ย ร้องเพลง นอกคุกแบบ เสก โลโซ คงจะดีไม่น้อย เพื่อนฝูงและคนรักจะได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียน ร่วมถ่ายรูปกับ อานนท์ นำภา มาลงโซเชียลมีเดีย แบบ เสก โลโซ 
บ้าง... 

‘ช่อ พรรณิการ์’ ตอบ 'ทหารชายแดน' ปมสงครามไทย-กัมพูชา ใครกันแน่ไม่อยากให้จบ?

จากกรณีที่ ‘ช่อ’ พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า เคยระบุเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย กัมพูชา ตอนหนึ่งว่า "มีคนไม่อยากให้สงครามจบ เพราะช่วงเวลาที่เกิดสงคราม คือเวลาที่ตนเป็นฮีโร่หรือไม่" ทำให้มีทหารไทยนายหนึ่ง ได้อัดคลิปส่งสารถึง ‘ช่อ พรรณิการ์’ ว่า  ไม่มีใครอยากเป็นฮีโร่ต้องพลัดจากครอบครัว ลั่นปกป้องแผ่นดิน จนกลายเป็นไวรัลไปก่อนหน้านี้ 

ล่าสุด เมื่อคืนที่ผ่าน (20 ส.ค.68) 'ช่อ พรรณิการ์' โพสต์คลิปผ่านติ๊กต็อกส่วนตัว @pannika.chor โดยระบุว่า...

ตอบคำถามพี่ทหาร ตกลงใครอยากเป็นฮีโร่ ไม่อยากให้สงครามจบ

โดยในคลิป 'ช่อ พรรณิการ์' ได้ชี้แจงประเด็นที่ทหารนาวิกโยธินสองท่าน เข้าใจว่า น่าจะเป็นแนวหน้าที่ปฏิบัติการอยู่ที่ชายแดนอัดคลิปถึงช่อ พรรณิการ์ จากประเด็นที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับการแสดงความคิดเห็นของเธอในรายการโทรทัศน์ที่เกี่ยวกับความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ก่อนอื่นต้องยืนยันว่า เน้นย้ำถึงความสำคัญของทหารแนวหน้า และอธิบายว่าเหตุผลหลักที่เธอต้องการให้สงครามยุติโดยเร็วที่สุดนั้น เพื่อปกป้องชีวิตของทหารและพลเรือน 

เธอยังระบุถึงกลุ่มคนที่อาจไม่ต้องการให้สงครามยุติ  ข้อที่ 1 คือ นายกรัฐมนตรีฮุนเซน และกลุ่มสุดท้าย คือ 'ทหารการเมือง' ที่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวจากการขัดแย้ง ตรงกันข้ามกับทหารอาชีพที่อยู่แนวหน้า ซึ่งต้องการความสงบสุข 

ท้ายที่สุด เธอกล่าวถึงสามกลุ่มที่ต้องการให้สงครามยุติโดยเร็วที่สุด ได้แก่ ทหารแนวหน้าและครอบครัว ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน และ ผู้ประกอบการที่ต้องพึ่งพาแรงงานกัมพูชา

‘ไทย’ เตรียมลดนักกีฬาซีเกมส์ของ ‘กัมพูชา’ เหลือไม่เกิน 200 คน เพื่อความปลอดภัย และบรรยากาศงาน

(22 ส.ค. 68) จากสถานการณ์ทางการเมืองระหว่างไทย-กัมพูชาที่ตึงเครียดในช่วงที่ผ่านมา โดยไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคมนี้ 

ล่าสุด นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ ซีอีโอสหพันธ์กีฬาซีเกมส์ เปิดเผยว่า ได้ขอให้กัมพูชาลดจำนวนนักกีฬาที่เข้าร่วมลงเหลือไม่เกิน 200 คน จากเดิมที่ส่งรายชื่อมากว่า 600 คน พร้อมเจ้าหน้าที่อีกกว่า 100 คน โดยให้เหตุผลว่าเป็นไปเพื่อความปลอดภัยของนักกีฬา และบรรยากาศของงาน จึงจำเป็นต้องควบคุมจำนวนผู้เข้าร่วมเพื่อให้สามารถดูแลได้ทั่วถึง 

ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่ากัมพูชาเคยส่งเอนทรีฟอร์มบายนัมเบอร์มาถึง 1,515 คน แต่ภายหลังมีข่าวว่าจะลดเหลือเพียง 57 คน ท่ามกลางสถานการณ์ปะทะบริเวณชายแดน ซึ่งต่อมา นายวัธ จำเริญ เลขาธิการโอลิมปิกกัมพูชา ได้ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว โดยกำหนดการส่งรายชื่อนักกีฬาฉบับสมบูรณ์ (เอนทรีฟอร์มบายเนม) จะปิดรับในวันที่ 15 กันยายนนี้

จเรตำรวจแห่งชาติยกระดับความสัมพันธ์ตำรวจไทย-เวียดนาม พร้อมร่วมเสริมทัพวอร์รูม IAC ปราบคอลเซ็นเตอร์

 

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปร่วมพิธีวันสถาปนาครบรอบ 80 ปี กระทรวงความมั่นคงปลอดภัยสาธารณะแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม หารือความร่วมมือด้านการปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ระหว่างไทย–เวียดนาม และพบปะหารือเชื่อมความสัมพันธ์ตำรวจฮานอย เมื่อวันที่ 15-17 สิงหาคม 2568 ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ตามคำเชิญของกระทรวงความมั่นคงปลอดภัยสาธารณะแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยมี พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี , พ.ต.อ.สัญญา เนียมประดิษฐ์ รองผู้บังคับการกองการต่างประเทศ และคณะ ร่วมเดินทาง

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ และคณะ ได้เข้าร่วมพิธีสถาปนาครบรอบ 80 ปี กระทรวงความมั่นคงสาธารณะแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ณ  ศูนย์ประชุมแห่งชาติเวียดนาม (National Convention Center )โดยมีผู้แทนจาก 17 ประเทศเข้าร่วม และประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นหนึ่งในประเทศสำคัญ เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างตำรวจไทยและตำรวจเวียดนาม, พบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเวียดนาม อาทิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงปลอดภัยสาธารณะ อธิบดีกรมป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ และเจ้าหน้าที่กองบัญชาการตำรวจนครฮานอย เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกัน โดย พล.ต.อ.ธัชชัยฯ ได้ขอบคุณตำรวจเวียดนามที่ได้ร่วมดำเนินการจับกุมและประสานงานให้กับตำรวจไทยเป็นอย่างดี และทางด้านตำรวจเวียดนามขอบคุณฝ่ายไทยที่ได้ประสานงานและจับกุมคนที่ทางการเวียดนามต้องการตัว มีการทำงานร่วมกันเป็นอย่างดีตลอดมา

ทั้งนี้ ได้มีการหารือถึงความเคลื่อนไหวของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือ Scam Center ที่มีการเคลื่อนไหวย้ายฐานปฏิบัติการจากฝั่งตะวันตกของประเทศกัมพูชา เช่น ปอยเปต ออกไปทางฝั่งตะวันออกมากขึ้น เช่น สวายเรียง ซึ่งอยู่ใกล้ประเทศเวียดนาม อาศัยสาธารณูปโภคของเวียดนามไปใช้ในการหลอกลวงคนเวียดนาม ซึ่งไทยและเวียดนามได้ยกระดับความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูล เช่น พิกัดสถานที่ของแก๊ง การปราบปราม และการประสานในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่มีหมายจับระหว่างประเทศ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตั้งศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ (ศกค.) หรือ International Anti-Scam and Human Trafficking Syndicate Command Center (IAC) หรือ “วอร์รูม IAC” มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งในและนานาประเทศ ตลอด 24 ชั่วโมง โอกาสนี้จึงได้เชิญเจ้าหน้าที่จากเวียดนามมาปฏิบัติงานในวอร์รูมดังกล่าว ซึ่งอธิบดีกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของเวียดนามแสดงความยินดีและพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่

นอกจากนี้ พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า ประเทศเวียดนามให้ความสำคัญต่อการเชิญผู้แทนจากประเทศไทยเข้าร่วมในโอกาสสำคัญครั้งนี้ ซึ่งเป็นการเสริมสร้างและยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและเวียดนามในด้านความมั่นคงและการป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติให้มีประสิทธิภาพและก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น โดยทั้งสองฝ่ายต่างมีความพึงพอใจและประทับใจในความร่วมมือที่ผ่านมาในทุกระดับ และทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะปฏิบัติงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างเข้มข้นต่อไป

แพทย์ทหารเรือ ตรวจเยี่ยมหน่วยทหารชายแดนตะวันออก ชี้แนวทางจัดการความเครียด

เมื่อวานนี้ (21 ส.ค.68) พล.ร.ต.ชาตรี เปี่ยมศิริ ผอ.รพ.อาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ (ฐท.สส.) ในฐานะหัวหน้าเครือข่ายปฐมภูมิกองทัพเรือ นำคณะฯ เยี่ยมหน่วยแพทย์กองทัพเรือ ภาคตะวันออก เพื่อเป็นการบำรุงขวัญกำลังใจและรับฟังข้อมูล พร้อมเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาข้อขัดข้องด้านสายแพทย์ 

โดยมีหัวหน้าหน่วยกำลังในพื้นที่ กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ร่วมแลกเปลี่ยน/รับฟังข้อมูลและดำเนินงานด้านจิตเวช โดยให้ความรู้จิตเวชทหารแก่ กำลังพลสายแพทย์ เพื่อนำไปดูแลกำลังพล และมีแนวทางในการจัดการคลายความเครียดให้กับกำลังพลกองทัพเรือ ที่ปฏิบัติงานชายแดนไทย-กัมพูชา

อีกทั้ง ให้แนวทางแผนการส่งกลับสายแพทย์ในกรณีที่เกินขีดความสามารถ รวมถึงดำเนินการสร้างภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพจิตกับ กลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติด รพ.พระปกเกล้า จว.จันทบุรี ณ กปช.จต. ค่ายตากสิน อ.เมือง จ.จันทบุรี

‘ดร.อธิป’ ย้อนเรื่องราว ‘พระพันปีหลวง’ ช่วยชาวเขมร สั่งจัดตั้งศูนย์อพยพ ด้วยทรงเห็นแก่มนุษยธรรม

ดร.อธิป อัศวนันท์ ผู้อำนวยการสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย โพสต์คลิปผ่าน tiktok ถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีต่อชาวเขมรอพยพ ว่า ย้อนไปเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2522 คือวันที่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงวางหลักมนุษยธรรมเหนือแนวนโยบายรัฐ เพื่อช่วยชีวิตผู้คนกว่า 2 แสนชีวิต 

ในครั้งนั้น ชาวกัมพูชากว่า 2 แสนคน หนีตายจากเขมรแดง มาถึงชายหาดเขาล้าน จังหวัดตราด ในสภาพหิวโซ บาดเจ็บ สิ้นหวัง ซึ่งรัฐบาลไทยในขณะนั้นมีนโยบายที่ชัดเจน ให้ผลักดันกลับ ไม่รับผู้ลี้ภัย เพราะกังวลเรื่องความมั่นคงของประเทศ แต่เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ซึ่งขณะนั้นทรงเป็นพระราชินี เสด็จถึงสถานที่ดังกล่าว ทรงทอดพระเนตรสภาพที่เห็นแล้วแทบก้าวพระบาทไม่ได้ เพราะผู้คนนอนเต็มพื้น 

พระองค์ ตรัสว่า “จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์เหล่านี้ เท่าที่กำลังความสามารถของฉันจะมี” แม้ว่าในขณะนั้นรัฐบาลยังไม่ประสงค์ที่จะเปิดพรมแดน และแม้จะขัดนโยบายความมั่นคง แต่พระองค์ ทรงดำเนินการในฐานะองค์สภานายิกาสภากาชาดไทย ทรงตัดสินพระทัยด้วยพระมหากรุณาธิคุณ จัดตั้ง 'ศูนย์ราชการุณย์' ขึ้นทันทีในวันนั้น ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ทรงสั่งนำธงกาชาดขึ้นเหนือค่าย คืนนั้นเสียงปืนยังดัง แต่พระองค์ท่านทรงประทับค้างคืนในพื้นที่อันตราย ทรงแบ่งปันน้ำดื่มส่วนพระองค์ ทรงดูแลทุกชีวิต 

ในครั้งนั้น ทรงตัดสินพระทัย ด้วยพระเมตตาที่ทรงเลือกชีวิตมนุษย์เหนือความขัดแย้งระหว่างประเทศ ช่วยผู้อพยพหลายแสนคน ตลอด 7 ปี ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบรมราชชนนีผู้ยิ่งใหญ่ของปวงชนชาวไทย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top