Tuesday, 23 June 2026
NEWS FEED

ชื่นชม 'ไรเดอร์' ยกแบริเออร์เปิดทางให้รถฉุกเฉิน ยอมทำผิดกฎ เพื่อรักษาชีวิตคนบนรถ

ผู้ใช้ TikTok ชื่อ @thediary82 ได้โพสต์คลิปจากกล้องหน้ารถยนต์ของตัวเอง ซึ่งปรากฏภาพรถฉุกเฉินที่เปิดสัญญาณฉุกเฉินและต่อคิวจะกลับรถ แต่ด้านหน้ารถติดมาก จนกระทั่งมีไรเดอร์คนหนึ่งพยายามลากแบริเออร์เพื่อเปิดทางให้รถฉุกเฉินสามารถผ่านและกลับรถไปอีกฝั่งถนนได้อย่างรวดเร็ว 

โดยผู้ใช้ TikTok รายนี้โพสต์ข้อความว่า "ขอชื่นชมน้ำใจงามที่ไรเดอร์คนนี้ เห็นถึงความสำคัญของอีก 1 ชีวิตที่รอการช่วยเหลือ ยอมที่จะทำผิดกฎเพื่อรักษาชีวิตบนรถ นายคือ ฮีโร่ที่แท้จริงๆ #ไรเดอร์น้ำใจงาม #grab #ขอบคุณเจ้าหน้าที่กู้ภัย #ช่วยเหลือสังคม"

รถไฟ Eurotunnel ข้ามช่องแคบอังกฤษขัดข้อง!! ทำผู้โดยสารติดอุโมงค์ใต้ทะเลกว่า 6 ชั่วโมง

ปกติเวลาเดินทาง หากรถไฟ เรือเมล์ เครื่องบิน เกิดเหตุขัดข้องต้องดีเลย์เป็นชั่วโมง ก็ทำให้เสียเวลาจนน่าหงุดหงิดใจมากพอแล้ว แต่ถ้าเกิดเป็นรถไฟใต้ดิน ที่ขัดข้องระหว่างทางภายในอุโมงค์ใต้ทะเลนานหลายชั่วโมง จะสร้างความหงุดหงิดปนระทึกได้ขนาดไหน?

เรื่องนี้เป็นฝันร้ายของผู้โดยสารที่ไม่อยากให้เกิด แต่มันเกิดขึ้นแล้วจริงๆ ในเส้นทางรถไฟ Eurotunnel ของขบวนรถไฟ Le Shuttle ที่ข้ามช่องแคบอังกฤษ จากเมือง Calais ในฝรั่งเศส ไปขึ้นฝั่งที่สถานีปลายทางเมือง Folkestone ในประเทศอังกฤษ เกิดขัดข้องทางเทคนิคกะทันหัน ในช่วงกลางอุโมงค์ใต้ทะเลพอดี ในช่วงเวลาประมาณบ่าย 4 โมงเย็นของวันอังคารที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา 

โดยในขณะนั้น มีผู้โดยสารในขบวนรถไฟหลายร้อยคน ที่คาดหวังว่าน่าจะใช้เวลาไม่นาน ก็น่าจะเดินทางไปต่อได้ แต่ไปๆ มาๆ รอนานเป็นชั่วโมง ก็ยังซ่อมไม่สำเร็จ สุดท้าย ทางรถไฟ Le Shuttle ตัดสินใจประกาศให้ผู้โดยสารเปลี่ยนขบวนไปขึ้นรถที่จอดรอไว้ที่อุโมงค์เสริม ที่สถานีหน้า

หมายความว่า ผู้โดยสารทั้งหมดร้อยกว่าคนต้องเดินเท้าภายในอุโมงค์ใต้ทะเลแคบๆ ออกจากอุโมงค์ข้ามช่องแคบอังกฤษ ที่ระยะทางก็ไม่ใช่เล่นๆ กับหนึ่งในอุโมงค์ใต้ทะเลที่ยาวที่สุดในโลก

นั่นจึงปรากฏภาพผู้โดยสารกลุ่มใหญ่ แบกเป้ สะพายกระเป๋า บางคนอุ้มลูก บางคนจูงหมา เดินดุ่มๆ อย่างแออัดกันในอุโมงค์ที่ยังงงๆ ว่ามันจะไปสุดที่ตรงไหน มีผู้หญิงหลายคนที่เดินทางคนเดียว กลัวจนร้องไห้ ยิ่งใครเป็นโรคกลัวที่แคบยิ่งไม่ต้องพูดถึง และน่าจะเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่จำจนวันตาย เล่าให้ลูกให้หลานฟังยังได้ 

กว่าจะเคลียร์ผู้โดยสารทุกคนออกจากขบวนและเดินเท้ามาถึงอุโมงค์สำรองได้ ใช้เวลาร่วม 6 ชั่วโมง

แต่ทว่าสถานีบนบกที่ต้นทางเมือง Calais ก็วุ่นวายไม่แพ้กัน เพราะมีคิวผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วรถไฟ รอคิวยาวเหยียด ขบวนรถไฟดีเลย์มากว่า 4 ชั่วโมง จากเดิมที่ใช้เวลาเดินทางในช่วงเวลาปกติเพียง 35 นาทีเท่านั้น จนทางสถานีต้นทางในฝรั่งเศสต้องออกมาประกาศว่า ใครที่ต้องการเดินทางไปถึงปลายทางที่เมือง Folkestone ให้กลับมาใหม่พรุ่งนี้ หลัง 6 โมงเช้า 

'บัลแกเรีย' หวนเจรจาขอซื้อก๊าซจาก 'รัสเซีย' หลังต้านวิกฤตขาดแคลนพลังงานไม่ไหวแล้ว

รอสเซน ฮริสตอฟ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของบัลแกเรีย ยอมรับว่าประเทศของเขาอาจต้องยอมเจรจากับรัสเซียเพื่อขอให้รัฐวิสาหกิจก๊าซพรอม (Gazprom) จัดส่งก๊าซธรรมชาติให้อีกครั้ง หลังเผชิญวิกฤตขาดแคลนพลังงานจนยากจะรับไหว

ก๊าซพรอมเคยจัดส่งก๊าซธรรมชาติป้อนความต้องการของบัลแกเรียมากถึง 90% จนกระทั่งมีการ “ตัดก๊าซ” ไปเมื่อเดือน เม.ย. เนื่องจากรัฐบาลบัลแกเรียปฏิเสธที่จะจ่ายค่าก๊าซเป็นเงินรูเบิล

“ด้วยอุปสงค์ของภาคธุรกิจและสหภาพแรงงานต่างๆ การเจรจากับก๊าซพรอมเพื่อขอให้ส่งก๊าซอีกครั้งจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในความเป็นจริง”

ฮริสตอฟ ระบุในงานแถลงข่าวรัฐมนตรีพลังงานบัลแกเรียไม่ได้ระบุชัดเจนว่าจะคุยเรื่องก๊าซกับรัสเซียเมื่อใด แต่จากคำพูดของเขาก็บ่งบอกเป็นนัยๆ ว่าการเจรจาคงจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า

“เราคงต้องหันกลับไปหาพวกเขาแล้วในตอนนี้ และการเจรจาก็คงจะยากลำบากมาก” ฮริสตอฟ กล่าว

'Salmon House' ออกแถลงขอโทษคนดู หลังเผยแพร่คอนเทนต์กระทบจิตใจ-ชวนหดหู่

จากกรณีเมื่อวันที่ 23 ส.ค. 65 ทาง Salmon House ได้ปล่อยคลิปโฆษณา 'ออกกำลังกายกับโบโบ้' ออกมา ซึ่งเมื่อชาวโซเชียลดูจบแล้วกลับรู้สึกหดหู่ เพราะมองว่าเป็นการบั่นทอนความรู้สึก โดยคลิปดังกล่าว คล้ายกับการเลียนแบบคลิปออกกำลังกายของ เบเบ้ ธันย์ชนก โดยมีหญิงสาวคนหนึ่งใช้ชื่อว่า 'โบโบ้' เริ่มจากการสอนออกกำลังกายตามปกติทั่วไป

แต่บางช่วงบางตอนของคลิปได้มีประโยคคำพูดที่ฟังแล้วเป็นการตอกย้ำชีวิตบางมุมของคนดู เช่น ให้นึกถึงความล้มเหลวในชีวิต, พูดถึงเรื่องความรักที่ไม่สมหวัง, เรื่องฐานเงินเดือนน้อย ไม่สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้, มองชีวิตคนรอบตัวแล้วเอามาเปรียบเทียบกับตัวเอง, มองเพื่อนประสบความสำเร็จในชีวิต เป็นต้น

เมื่อชาวโซเชียลดูจบแล้วก็ได้วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยระบุว่าเป็นแคมเปญที่ไม่สร้างสรรค์ หากคนป่วยเป็นโรคซึมเศร้าดูจบแล้วอาจจะหดหู่ และดิ่งหนักยิ่งกว่าเดิม มันตอกย้ำชีวิตที่ล้มเหลวของคนในทุก ๆ ด้านพร้อมทั้งเรียกร้องให้ออกมารับผิดชอบด้วย

ล่าสุด ทาง Salmon House บริษัทผลิตงานแพร่ภาพและสื่อ ออกแถลงการณ์ขอโทษ กรณีเผยแพร่คลิปวิดีโอ 'ออกกำลังกายกับโบโบ้' ที่สร้างความไม่สบายใจ และกระทบกระเทือนจิตใจของผู้ชม โดยระบุว่า...

จากกรณีคลิป “ออกกำลังกายกับโบโบ้” ของ Salmon House ที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดีย ซึ่งตัวคลิปมีเนื้อหาที่สร้างความไม่สบายใจ และกระทบกระเทือนจิตใจของผู้ชม

เราต้องยอมรับว่าคราวนี้เราผิดพลาด ละเลย รวมถึงมองข้ามความรู้สึกของคนบางส่วนไป ที่อาจได้รับผลกระทบจากเนื้อหาที่มีความอ่อนไหวลักษณะนี้ รวมทั้งจำเป็นต้องมีการแจ้งเตือนก่อนการรับชม (Trigger Warning) ด้วย เพราะผู้ชมทุกคนควรมีสิทธิที่จะรับรู้ล่วงหน้าว่า ตัวเองกำลังจะรับชมเนื้อหาแบบไหน ต้องเตรียมความรู้สึกลักษณะไหน

อินเดีย ไล่ออกทหาร 3 นาย หลังเผอเรอยิงขีปนาวุธใส่ปากีสถาน

หวิดเป็นเรื่อง! อินเดีย ไล่ออกทหาร 3 นาย หลังมือลั่นเผอเรอยิงขีปนาวุธใส่ปากีสถาน เคราะห์ดีไม่ก่อความสูญเสีย

เมื่อวันอังคาร (23 ส.ค.) กองทัพอากาศอินเดีย เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ไล่ออกเจ้าหน้าที่ 3 ราย ฐานเผอเรอยิงขีปนาวุธใส่ปากีสถานโดยไม่ตั้งใจเมื่อเดือนมีนาคม เคราะห์ดีที่ในเหตุการณ์นี้ 2 ชาติคู่อริที่มีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครองทั้งคู่ จัดการกับสถานการณ์ได้อย่างสันติ ในขณะที่มันไม่ก่อความสูญเสียใด ๆ

ในอดีตพวกผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารเคยเตือนถึงความเสี่ยงเกี่ยวกับอุบัติเหตุ หรือการคำนวณผิดพลาดใด ๆ ระหว่างสอง 2 ชาติคู่ปรับ ซึ่งสู้รบกันมา 3 สงคราม และเกิดเหตุปะทะทางทหารเล็ก ๆ น้อย ๆ หลายต่อหลายครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับดินแดนพิพาทแคชเมียร์

BrahMos ขีปนาวุธร่อนโจมตีภาคพื้นศักยภาพติดหัวรบนิวเคลียร์ ที่ร่วมพัฒนาโดยรัสเซียและอินเดีย ถูกยิงออกมาเมื่อวันที่ 9 มีนาคม กระตุ้นให้ปากีสถานเรียกร้องขอคำตอบจากนิวเดลี ในด้านการใช้กลไกความปลอดภัยต่าง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขีปนาวุธถูกยิงออกมาโดยไม่ตั้งใจ

กองทัพอากาศอินเดียระบุในถ้อยแถลงเมื่อวันอังคาร (23 ส.ค.) "จากการไต่สวนของศาล ซึ่งตั้งขึ้นมาเพื่อสรุปข้อเท็จจริงในกรณีนี้ ในนั้นรวมถึงความรับผิดชอบสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พบว่าความคลาดเคลื่อนในขั้นตอนปฏิบัติตามมาตรฐานโดยเจ้าหน้าที่ 3 นาย นำไปสู่การยิงขีปนาวุธออกมาโดยบังเอิญ"

ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) จับมือกระทรวงวัฒนธรรม และภาคีเครือข่ายเดินหน้าขับเคลื่อนคุณธรรม “พลิกวิกฤตเป็นโอกาส อยู่รอด อยู่ร่วมสังคมไทย เป็นสุขยั่งยั่งยืน” ในงานสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๒

วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๕ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม และหน่วยงานภาคีเครือข่ายทางสังคม ๖ ภาคส่วนทั่วประเทศ ผนึกกำลังจัดงานสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๒ ภายใต้แนวคิด “Sustainability with Moral: อยู่รอด อยู่ร่วม สังคมไทยเป็นสุขอย่างยั่งยืน” ในรูปแบบไฮบริดออนไลน์ พร้อมเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมงานในสถานที่จริงและเข้าร่วมงานผ่านระบบออนไลน์ ระหว่างวันที่ ๒๔- ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๕

นายอิทธิพล  คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรรม (รมว.วธ.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ “ทิศทางใหม่ สังคมไทยพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้อย่างไร” และเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๒” ภายใต้แนวคิด “Sustainability with Moral: อยู่รอด อยู่ร่วม สังคมไทยเป็นสุขอย่างยั่งยืน” ในรูปแบบไฮบริดออนไลน์ โดยมี รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ผู้บริหาร และผู้แทนภาคีเครือข่ายสมัชชาคุณธรรม เข้าร่วม ณ หอศิลป์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ถนนเทียมร่วมมิตร แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

ด้านรองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กล่าวว่า ในปีนี้สถาณการณ์ Covid-19 เริ่มคลี่คลาย จึงสามารถจัดงานในรูปแบบไฮบริดออนไลน์ ภายในงานมีกิจกรรมสำคัญแบ่งเป็น ๒ ส่วนหลัก ประกอบด้วย เวทีวิชาการ อาทิ การปาฐกถาพิเศษ “ทิศทางใหม่ สังคมไทยพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้อย่างไร” การเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ที่เชื่อมโยงประเด็นหลักการจัดงาน “Sustainability with Moral: อยู่รอด อยู่ร่วม สังคมไทยเป็นสุขอย่างยั่งยืน” ของ ๖ กลุ่มเครือข่ายทางสังคม ได้แก่ เครือข่ายองค์กร ภาครัฐ เครือข่ายภาคธุรกิจเอกชน เครือข่ายองค์กรศาสนา เครือข่ายองค์กรสื่อมวลชน เครือข่ายองค์กรการศึกษา เด็กและเยาวชน และเครือข่ายภาคประชาสังคม ชุมชน ครอบครัว และงานแสดงผลสำเร็จการขับเคลื่อนคุณธรรม “ตลาดนัดคุณธรรม” ขององค์กรเครือข่ายทางสังคม ๖ เครือข่ายกว่า ๕๐ บูธ  

การพูดคุยสร้างแรงบันดาลใจในการทำความดี Moral Talk ของบุคคลและศิลปิน นักแสดง โดย คุณไดอาน่า จงจินตนาการ ผู้ก่อตั้งเพจ “เราต้องรอด” เพจอาสาช่วยเหลือผู้ป่วยในวิกฤตการณ์ Covid-19 ทีมนักกีฬาทีมชาติไทยอาทิ นางสาววิลาวรรณ อภิญญาพงศ์  นางสาวอัจฉราพร คงยศ  นางสาวทัดดาว นึกแจ้ง และนางสาวปลื้มจิตร์ ถินขาว พูดคุยสร้างแรงบันดาลใจกับเยาวชนคนรุ่นใหม่ การส่งมอบมติสมัชชาคุณธรรมและข้อเสนอเชิงนโยบายด้านคุณธรรมของภาคีเครือข่ายต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมในฐานะรองประธานคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ นอกจากนี้ ยังมีพิธีมอบรางวัลคุณธรรมอวอร์ด ปี ๒๕๖๔ ประเภทสื่อมวลชน บุคคล ชุมชน และองค์กร จากทั่วประเทศ และนิทรรศการ Hall of fame สื่อ บุคคล องค์กรและชุมชนต้นแบบที่ได้รับรางวัลกว่า ๒๐๐ บุคคล/ผลงาน

การจัดงานครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายอิทธิพล คุณปลิ้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรรม (รมว.วธ.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ “ทิศทางใหม่ สังคมไทยพลิกวิกฤตเป็นโอกาส”และเป็นประธานในพิธีเปิดงานฯ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกรรมการศูนย์คุณธรรม  ผู้แทนภาคีเครือข่ายเข้าร่วมแลกเปลี่ยนบนเวทีกลาง ประกอบด้วย Moral Talk จากบุคคลผู้สร้างแรงบันดาลใจ คุณไดอาน่า จงจินตนาการ ดาราต้นแบบด้านจิตอาสาและเป็นผู้ก่อตั้งเพจ “เราต้องรอด” เพจอาสาช่วยเหลือผู้ป่วยในวิกฤตการณ์ Covid-19 , นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย : นางสาววิลาวรรณ อภิญญาพงศ์  (กัปตันกิ๊ฟ) นักวอลเลย์บอลทีมชาติไทย  นางสาวทัดดาว นึกแจ้ง (แนน) นักวอลเลย์บอลทีมชาติไทย และนางสาวอัจฉราพร คงยศ (เพียว) นักวอลเลย์บอลทีมชาติไทย , การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติด้านการส่งเสริมคุณธรรม นำเสนอผลสำเร็จการขับเคลื่อนแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑ (พ.ศ.๒๕๕๙-๒๕๖๕)

สอท. เปิดศูนย์ประสานงานเขตสะพานสูง เน้นช่วยผู้ประกอบการรายย่อยด้วย “กองทุนสร้างอนาคตไทย”

วันพุธที่ 24 สิงหาคม 2565 ดร.อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย และนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรค ในฐานะประธานภาคกรุงเทพฯ ได้เปิดศูนย์ประสานงานพรรค เขตสะพานสูง ซึ่งมีนางสาววรัญญา แอนดาริส เป็นผู้ประสานงานพรรคในพื้นที่ หลังจากได้ร่วมรับฟังความคิดเห็นและปัญหาของประชาชนในพื้นที่แล้ว

ดร.อุตตม กล่าวว่า พรรคสร้างอนาคตไทยมีนโยบายที่จะช่วยพ่อค้าแม่ค้าแผงลอยและผู้ประกอบการรายย่อยด้วย “กองทุนสร้างอนาคตไทย” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาปากท้อง และการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้

'ว่าที่ผู้นำอังกฤษ' ลั่น!! พร้อมใช้อาวุธนิวเคลียร์ หากมีความจำเป็น แม้จะเป็นการทำลายโลกก็ตาม

ลิซ ทรัสส์ ตัวเต็งที่จะก้าวมาเป็นผู้นำพรรคคอนเซอร์เวทีฟ ซึ่งจะเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรคนใหม่ ประกาศกร้าวระหว่างศึกดีเบตเมื่อวันอังคาร (23 ส.ค.) ว่าเธอพร้อมยิงอาวุธนิวเคลียร์ไทรเดนต์ (Trident) ทำลายล้างถ้ามีความจำเป็น โดยเชื่อว่าการตัดสินใจดังกล่าวเป็นหน้าที่อันสำคัญของคนเป็นนายกรัฐมนตรี

ทรัสส์ ซึ่งมีความเป็นไปได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าจะก้าวขึ้นมาสืบทอดตำแหน่งของบอริส จอห์นสัน กล่าวว่า เธอพร้อมกดปุ่มนิวเคลียร์ถ้ามีความจำเป็น แม้คิดว่ามันอาจหมายถึงการทำลายโลกก็ตาม

รัฐมนตรีต่างประเทศหญิงรายนี้ไม่ได้กล่าวเพิ่มเติมว่าประเทศไหนที่สหราชอาณาจักรอาจใช้อาวุธนิวเคลียร์จัดการ แต่ระหว่างการรณรงค์หาเสียงที่ผ่านมา ๆ เธอมักใช้คำพูดสายแข็งกร้าวต่าง ๆ มากมาย โดยมีเป้าหมายหลักคือรัสเซีย ท่ามกลางวิกฤตความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน

ทรัสส์ ยังสัญญาว่าจะเพิ่มการใช้จ่ายด้านการทหาร 3% ของจีดีพีในช่วงปลายทศวรรษนี้

ทั้ง ทรัสส์ และริชี ซูนัค อดีตรัฐมนตรีคลัง ผู้สมัครที่เหลือรอด 2 คนสุดท้าย สำหรับชิงเก้าอี้ผู้นำพรรคคอนเซอร์เวทีฟ ต่างกล่าวโทษประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย สำหรับภาวะทางเศรษฐกิจอันน่าหดหู่ของสหราชอาณาจักร ที่ถูกรุมเร้าด้วยเงินเฟ้อระดับสูง ราคาพลังงานที่พุ่งขึ้น และค่าครองชีพที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่สามารถจ่ายได้ แม้หลายฝ่ายมองว่ามันเป็นผลจากมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวที่ลอนดอนและพันธมิตรกำหนดเล่นงานรัสเซีย

ทรัสส์ และซูนัค ยังได้พูดประเด็นที่ ปูติน มีแผนเข้าร่วมการประชุมซัมมิตจี 20 ในอินโดนีเซียที่กำลังมาถึง โดย ซูนัค บอกว่าอยากเห็นที่ประชุมห้าม ปูติน เข้าร่วมโดยสิ้นเชิง แต่ทาง ทรัสส์ กล่าวว่า เธออยากเผชิญหน้าเป็นการส่วนตัวกับ ปูติน ในที่ประชุมดังกล่าว

ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นประธานเปิดฝึกอบรมให้ความรู้การสืบสวนทางเทคโนโลยี ในการแก้ปัญหาค้ามนุษย์ให้กับเจ้าหน้าที่ TICAC

วันนี้ (24 ส.ค.65) เวลา 08.30 น. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้เดินทางไปเป็นประธานเปิดการฝึกอบรมในโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการสืบสวนเชิงนิติวิทยาศาสตร์ทางคอมพิวเตอร์ของชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต สำนักงานตำรวแห่งชาติ (TICAC) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 – 26 ส.ค.65 ณ โรงแรมรามา การ์เด้นส์ กรุงเทพฯ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในชุดปฏิบัติการ พนักงานสอบสวน รวมทั้งเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานอื่นๆ ที่ทำหน้าที่ในทีมสหวิชาชีพ ร่วมเข้ารับการฝึกอบรมในโครงการดังกล่าว

โดยจุดประสงค์ของการจัดการฝึกอบรมในครั้งนี้ เพื่อพัฒนาความรู้ความเข้าใจในการสืบสวนทางเทคโนโลยีที่มีความจำเป็นในการปราบปรามอาชญากรรมเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กและเยาวชนทางอินเตอร์เน็ต  ซึ่งในปัจจุบันอาชญากรรมในรูปแบบดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในหลายพื้นที่และทวีความรุนแรงเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์ ปัญหาดังกล่าวส่วนหนึ่งเกิดจากความซับซ้อนภายใต้การพัฒนาที่ก้าวกระโดดของเทคโนโลยีสารสนเทศ เนื่องจากสังคมยุคใหม่ได้ก้าวไปสู่ยุคข้อมูลดิจิทัลเต็มตัว จึงส่งผลให้คนร้ายพัฒนารูปแบบและวิธีการก่อเหตุโดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นเครื่องมือก่ออาชญากรรมที่เป็นการล่อลวงและประทุษร้ายทางเพศต่อเด็กและเยาวชน

สื่อสังคมออนไลน์หรือโซเชียลมีเดียเข้ามามีบทบาทสำคัญกับการใช้ชีวิตประจำวันของคนในสังคมมากขึ้นและการเข้าถึงอย่างง่ายดายบนแพลตฟอร์มที่หลากหลาย ทั้งทางโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ปัจจุบันคนร้ายมักเลือกใช้สื่อสังคมออนไลน์ ทั้งแอพพลิเคชั่น Line Facebook และ Twitter ในการกระทำความผิดต่อเด็กและเยาวชนในหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการคุกคามทางเพศ การเผยแพร่สื่อลามกอนาจาร การข่มขู่หลอกลวงต่างๆ ซึ่งการกระทำผิดผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ตนั้น การนำตัวผู้กระทำความผิดมารับโทษเป็นเรื่องที่ยากลำบากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากการสืบค้นหาตัวผู้กระทำผิดมีความสลับซับซ้อน ดังนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับการเพิ่มพูนความรู้และทักษะด้านการสืบสวนเชิงนิติวิทยาศาสตร์ทางคอมพิวเตอร์ (Computer Forensic Investigation) เพื่อนำมาประยุกต์ร่วมกับเทคนิคการสืบสวนพื้นฐาน ซึ่งจะก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อการควบคุมปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นบนเครือข่ายออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งสามารถรักษาความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานที่นำไปพิสูจน์การกระทำความผิดในชั้นศาลได้

สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ จัดงาน Thailand Gems & Jewelry Fair 2022 หวังดันไทยเป็นตัวเลือกแรกสำหรับคู่ค้าทั่วโลก

23 สิงหาคม 2565 สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ จัดงานแถลงข่าวกำหนดการจัดงาน “Thailand Gems & Jewelry Fair 2022” ณ ชั้น 7 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม ระหว่างวันที่ 1 – 4 กันยายน 2565 โดยมี รศ.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประธานในพิธีเปิดงานแถลงข่าวฯ นางสาวพรทิวา นิพาริน สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ ประธานจัดงานฯ ร่วมด้วย คุณยรรยง พวงราช, คุณสมชาย พรจินดารักษ์ ประธานสมาพันธ์อัญมณีเครื่องประดับและโลหะมีค่าประเทศไทย , คุณชุมพล พรจินดารักษ์อุปนายกสมาคมอัญมณีไทยและเครื่องประดับ คนที่ 1 , คุณชุมพล พิทยานนท์ เลขาธิการสมาคมฯ , คุณณัฐวุฒิ พูนผล รองเลขาธิการฯ คนที่ 1 และนายกสมาคมอัญมณีเครื่องประดับโอทอปพร้อมสมาคมต่างๆ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเปิดงานฯ ณ โรงภาพยนตร์ 1 VIP ICONSIAM ชั้น 6 

ถือเป็นงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับงานแรกของปี 2022 เพื่อสนับสนุนและสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมสร้างให้ไทยมีอนาคตที่แข็งแกร่งจากการมีอาชีพที่คนไทยเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง หวังดันประเทศไทยเป็นตัวเลือกแรกสำหรับคู่ค้าทั่วโลก หรือ Sourcing Destination ด้วยศักยภาพที่มีของคนไทยและการพัฒนาต่างๆ ที่สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับจะผลักดันให้เกิดขึ้น

นางสาวพรทิวา นิพาริน นายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ เปิดเผยว่า “สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับเป็นสมาคมที่มีสมาชิกกว่า 2,000 บริษัท เป็นสมาคมอัญมณีที่แข็งแกร่งที่สุดและมีสมาชิกนิติบุคคลมากที่สุดในอาเซียน ซึ่งเกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของผู้ประกอบการไปจนถึงช่างฝีมือและแรงงานทุกประเภทที่เกี่ยวข้องกว่าล้านคน ที่ร่วมกันสร้างและขยายธุรกิจอัญมณีจนเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วง 60 ปีที่ผ่านมา โดยสมาคมฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการปรับตัวในเรื่องของกลยุทธ์และเทคโนโลยี จึงได้วางเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็น Sourcing Destination ของโลกในธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ เพื่อให้ทั่วโลกนึกถึงไทยเป็นอันดับแรก ทั้งในแง่ของแหล่งลงทุน แหล่งการผลิต ตลอดจนเป็นแหล่งซื้อขาย ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ผู้เข้าร่วมงานจะได้พบกับผู้ผลิตอัญมณีและเครื่องประดับนานาชาติ รวมถึงสินค้าที่หลากหลายตอบโจทย์ทุกความต้องการ อาทิ พลอยสี เพชร เครื่องประดับทอง เครื่องประดับเงิน ที่ใช้สำหรับแต่งงาน ใส่ประจำวัน หรือสำหรับการลงทุน รวมถึงสินค้ากลุ่มเครื่องจักร เครื่องมือ และแพคเกจจิ้ง เพื่อการผลิตและการขายแบบครบวงจร โดยผู้ผลิตทุกรายที่จัดแสดงสินค้าได้รับการรับรองจากสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ ซึ่งผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพได้อย่างมั่นใจ”

โดยงาน Thailand Gems & Jewelry Fair 2022 ได้จัดขึ้นครั้งแรกและเป็นงานแสดงสินค้าอัญมณีงานแรกของปี โดยจัดในรูปแบบ Hybrid Show ที่ใช้เทคโนโลยีร่วมกับ Traditional Trade เนื่องจากอัญมณีและเครื่องประดับจำเป็นต้องใช้การประเมินสินค้าจริงในการทำธุรกิจ ซึ่งได้นำประโยชน์จากเทคโนโลยีมาเป็นสะพานเชื่อมคู่ค้าเข้าด้วยกัน อีกทั้งยังเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้าง Omni Channel เพื่อการพัฒนาไปสู่ Sourcing Destination ซึ่งแนวคิดนี้มาจากความตั้งใจของสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับที่อยากสร้างให้ไทยมีอนาคตที่แข็งแกร่งจากการที่มีอาชีพที่คนไทยเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง โดยพิจารณาจากศักยภาพที่มีอยู่แล้วของไทย และการพัฒนาต่างๆ โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักของงานสองกลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม B2B และ B2C นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนทั้งจากทางรัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็นสมาพันธ์อัญมณี เครื่องประดับ และโลหะมีค่าแห่งประเทศไทย (GJPCT) กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กรมตำรวจและกรุงเทพมหานคร


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top