Friday, 9 October 2026
NEWS FEED

ช่วยด้วยใจ!! เปิดใจ ‘ไรเดอร์’ ทิ้ง จยย. ช่วยเด็ก 4 ขวบวิ่งข้ามถนน เผย ดีใจที่ช่วยเด็กไว้ได้ทัน ไม่ขอรับสิ่งตอบแทนใดๆ

(6 มี.ค. 66) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘ม๋อง ม๋อง’ ได้โพสต์ข้อความว่า…

“เกือบขิตทั้งคู่ ถนนสาวประชาราษฎร์ ลำลูกกาคลอง 4”

พร้อมกันนี้ ได้โพสต์คลิปวิดีโอขณะขับรถจักรยานยนต์ จากนั้น มีเด็กวิ่งข้ามถนนไปอีกฝั่งจนเจ้าตัวได้ทิ้งรถจักรยานยนต์แล้ววิ่งเข้าไปคว้าเด็กวัย 4 ขวบ ได้ทัน

หลังจากที่โพสต์ได้ถูกเผยแพร่ออกไป ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นบริเวณ ถนนไสวประชาราษฎร์ ลำลูกกา คลอง 4 ตรงข้ามโรงเรียนแย้มสะอาด ตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี โดยคลิปหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งสามารถบันทึกเหตุการณ์ได้ และได้พบหนุ่มไรเดอร์ ภายหลังทราบชื่อว่า นายพีรพงศ์ ชุมพลวดี อายุ 32 ปี ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากที่รับอาหารเสร็จเพื่อที่จะไปส่งให้ลูกค้า ขณะกำลังจะขับรถกลับไปยังอีกฝั่ง ได้หยุดจอดรถอยู่หน้าหมู่บ้านจัดสรร ในระหว่างนั้น ได้ยินเสียง รปภ.ตะโกน บอกว่า เด็กวิ่งข้ามถนน ตนเองได้ตัดสินใจทิ้งรถทันที แล้วรีบวิ่งเข้าไปคว้าตัวเด็ก ซึ่งในระหว่างที่วิ่งไปนั้นตัวเองไม่ได้คิดอะไรเลย และได้อุ้มเด็ก แต่ก็โชคดีรถที่วิ่งมาทางตรงนั้นได้เบรกทัน เด็กปลอดภัย ส่วนอาหารที่สั่งนั้นก็ได้รับความเสียหายก็มีกาแฟ 2 แก้ว หกหมดเลย ส่วนรถจักรยานยนต์นั้นก็ไม่ได้เสียหายอะไรมาก รู้สึกดีใจที่น้องปลอดภัย แต่ก็อยากจะเตือนให้ดูแลเด็กที่อยู่ใกล้ริมถนนให้มากขึ้น ฝากให้ผู้ปกครองช่วยดู สวนสินน้ำใจที่ผู้ปกครองมอบให้ก็ไม่รับ เพราะการทำในครั้งนี้ไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ 
 

ยับมาก ขออนุญาตรีด!! ร้านค้าจัดโปรฯ ขายเตารีด 70 บาท ให้ ‘เด็กผี’ เยียวยาแผลใจ หลังแพ้ศึกแดงเดือด 7-0

(6 มี.ค. 66) ภายหลังจาก ‘ลิเวอร์พูล’ เปิดรังแอนฟิลด์ ถล่ม ‘ปิศาจแดง’ แมนฯ ยูไนเต็ด 7-0 พร้อมเก็บ 3 แต้ม กลับไปลุ้นพื้นที่ ‘ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก’ ฤดูกาลหน้าแบบช็อกเด็กผีทั่วโลก

ล่าสุดในโลกออนไลน์ มีการแชร์โพสต์ของผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘คุณาวุธ กีรตินันท์วัฒนา’ แห่งร้านค้า ‘จักรทองการไฟฟ้า’ ที่จัดโปรโมชั่นพิเศษ จำหน่ายเตารีด สำหรับแฟน แมนฯ ยูไนเต็ด เนื่องจากพ่ายแพ้แบบย่อยยับ พร้อมข้อความระบุ…

สืบเนื่องจากผลบอลเมื่อคืน คาดว่าจะมีแฟนบอลกลุ่มหนึ่งได้รับผลกระทบด้านจิตใจ​ เพื่อเป็นการบรรเทาและเยียวยา​ ทำงานเชิงรุก ​บูรณาการ​เข้าถึงพี่น้องให้รวดเร็ว

พรรคคำว่าแร้!!! (แพ้คำว่ารัก)​
จัดโปรฯ เตารีดปกติ 299 บาท… ขายเพียง 70 บาท

7 0 ‘นันยาง’ หั่นโปร ‘ช้างดาวสีแดง’ ขยี้!! ศึกแดงเดือด เหลือคู่ละ 70 บาท ขายหมดเกลี้ยงในหนึ่งชั่วโมง

(6 มี.ค. 66) จบศึกหั่นโปรทันที!! ‘นันยาง’ กร้าวประกาศลดราคา ‘ช้างดาวสีแดง’ ทุกคู่เหลือ 70 บาท ชั่วโมงเดียวหมดเกลี้ยง!!

หลัง ‘แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด’ บุกพ่าย ‘ลิเวอร์พูล’ คู่ปรับตลอดกาลแบบหมดรูป 0-7 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัด ‘แดงเดือด’ เมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา

เลข 07, 70 ก็ได้กลายเป็นเลขแสลงใจเหล่าแฟนแมนฯ ยู ส่งผลให้กระแสเกี่ยวกับเลขดังกล่าวมีมาตลอด

ล่าสุด เมื่อช่วงสายวันนี้ (6 มี.ค. 66) แม้แต่แบรนด์รองเท้าชื่อดังอย่าง นันยาง ก็ออกมาใช้กลยุทธ์การตลาด เกาะกระแสดังกล่าว โดยโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ด่วน! ช้างดาวสีแดง ลดเหลือ 70 จาก 99 บาท 70 คู่เท่านั้น ลิงก์ในเมนต์ #แซวดังระวังช้างดาวบิน”

‘บิ๊กตู่’ เตรียมออกจาก รพ. กลับบ้านวันนี้ หลังอาการเรียบร้อยดีทุกอย่างแล้ว

‘บิ๊กฉัตร’ รุดเยี่ยม ‘ประยุทธ์’ ด้านผอ.รพ.พระมงกุฎเกล้า เผย อาการเรียบร้อยดี เย็นถึงค่ำนี้ ออกจากรพ. กลับบ้านได้ ขอบคุณปชช.ที่เป็นห่วง

วันนี้ (6 มี.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ที่อาคารสมเด็จย่า 90 โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พักรักษาตัวจากอาการมือขวาอักเสบ เป็นวันที่ 3 เพื่อให้ยาปฏิชีวนะ ว่า เมื่อเวลา08.35 น. พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ส.ว. อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรมว.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร รุ่น 12 ของพล.อ.ประวิตร เดินทางเข้าเยี่ยมอาการป่วย ประมาณ 30 นาที จึงเดินทางกลับ

ทรภ.1 ร่วมกับ ศรชล.ภาค 1 บูรณาการหน่วยงานเกี่ยวข้อง จับกุม และร่วมตรวจสอบเรือบรรทุกน้ำมันผิดกฎหมาย ณ ท่าเทียบเรืออู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ กองทัพเรือ

เมื่อวันที่ 5 มี.ค.66 เวลา 03.00 น. จากการปฏิบัติการด้านการข่าวทัพเรือภาคที่1 (ทรภ.1) ได้สั่งการให้ เรือ ต.115 ซึ่งเป็นเรือในบัญชีกำลังของศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 1 (ศรชล.ภาค 1) ดำเนินการตรวจสอบและจับกุม เรือบรรทุกน้ำมันที่มีพฤติกรรมลักลอบขนน้ำมันผิดกฎหมาย บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดสมุทรปราการ ผลการปฏิบัติ นำไปสู่การจับกุมเรือ ชื่อธนสิทธิ์ มีผู้ควบคุมเรือและลูกเรือจำนวน 6 คน บริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดสมุทรปราการ เบื้องต้นบุคคลบนเรือให้การสารภาพว่ามีของกลางเป็นน้ำมันเบนซินที่ไม่ผ่านกระบวนการทางศุลกากรอยู่บนเรือจริง จึงได้ได้ควบคุมเรือดังกล่าว ไปยังท่าเทียบเรืออู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จว.สมุทรปราการ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบโดยละเอียดต่อไป

สาวไทยแกล้งเบลอ บอกเป็นคนสิงคโปร์ หลังถูก รปภ.วัดโพธิ์ เตือนแต่งตัวไม่เหมาะสม

ประเด็นร้อนต้อนรับวันมาฆบูชาในโซเชียลมีเดีย เป็นเรื่องของนักท่องเที่ยวสาวไทยรายหนึ่งที่แต่งกายไม่เหมาะสมไปเที่ยววัดโพธิ์ เมื่อ รปภ.เข้ามาตักเตือนให้เปลี่ยนชุด นักท่องเที่ยวรายนั้นจึงทำหน้ามึนงงแล้วบอกกับ รปภ.ว่า มาจากสิงคโปร์ รวมถึงฟิลิปปินส์

กลายเป็นเรื่องร้อนที่โซเชียลมีเดียพูดถึงกันในโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้ใช้ TikTok รายหนึ่งโพสต์คลิปสั้น ๆ ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณทางเข้าของวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ โดยคลิปดังกล่าว เป็นภาพของนักท่องเที่ยวสาวชาวไทยที่แต่งกายท่อนบนที่มีเพียงเสื้อตัวจิ๋วคล้ายชุดชั้นในสีดำเท่านั้น ทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย บริเวณทางเข้าได้เข้ามาตักเตือนให้ไปเปลี่ยนชุดเพื่อความเหมาะสมก่อนเข้าวัด

'อลงกรณ์' ขอโทษสังคมไทยให้อภัย 'ส.ส.ชัยชนะ' ปราศรัยพลาดพลั้งโดยสำนึกผิดขอขมาทันทีถือเป็นตัวอย่างที่ดี เชื่อ 'ประชาธิปัตย์' ได้บทเรียนปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการหาเสียงมุ่งชี้แจงวิสัยทัศน์นโยบายและผลงาน

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนวันนี้กรณีที่นายชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จ.นครศรีธรรมราช กล่าวปราศรัยหาเสียงทางการเมืองในทำนองดูแคลนผู้สมัครจากพรรคการเมืองคู่แข่งว่าสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยทักษิณไม่ได้จบการศึกษาจากต่างประเทศจนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ตำหนิติเตียนถึงความไม่เหมาะสมในคำพูดและทัศนคติอย่างกว้างขวางว่า เข้าใจดีถึงปฏิกิริยาไม่เห็นด้วยและการตำหนิติเตียนต่อคำปราศรัยดังกล่าวซึ่งสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ก็มีความรู้สึกไม่แตกต่างกันและเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือเป็นบทเรียนราคาแพงทั้งของ ส.ส.ชัยชนะและพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งต้องขอโทษและขออภัยมา ณ โอกาสนี้

“ความผิดพลาดในการปราศรัยบนเวทีการเมืองมีโอกาสเกิดขึ้นกับทุกคน แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วรู้สำนึกหรือไม่และจะแก้ไขอย่างไร สำหรับ ส.ส.ชัยชนะรู้ถึงความผิดพลาดโดยสำนึกผิดแถลงขอโทษต่อสังคมและขอขมาต่อมหาวิทยาลัยทักษิณทันทีซึ่งแสดงถึงความรู้ผิดชอบชั่วดีผิดพลาดแล้วแก้ไข

‘ลุงป้อม’ ทำบุญวันมาฆบูชา วัดชนะสงคราม พร้อมแวะชิมปาท่องโก๋ เจ้าดังย่านบางลำพู

‘ลุงป้อม’ ทำบุญวัดชนะสงคราม วันมาฆบูชา แวะชิมปาท่องโก๋ เจ้าดังย่านบางลำพู ปลื้ม แฟนคลับ ขอถ่ายรูป

(6 มี.ค. 66) เมื่อเวลา 09.00 น.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) และคณะ เดินทางไปทำบุญที่วัดชนะสงคราม ราชวรมหาวิหาร เนื่องในวันมาฆบูชา โดยนำพวงมาลัยไหว้ศาลสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท และกราบสักการะพระพุทธนรสีห์ตรีโลกเชฏฐ์ พระประธานประจำพระอุโบสถ วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร จากนั้นได้ถวายสังฆทานแด่เจ้าคุณ พระพิศาลกิจจาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม ราชวรมหาวิหาร

ตร.คุมเข้ม เตือนห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ วันมาฆบูชา (6 มี.ค.66) ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท พร้อมสั่งการให้ตำรวจเพิ่มความเข้มออกตรวจตรา ดูแลความปลอดภัยประชาชนทุกมิติ

วันนี้ (6 มี.ค.66 ) พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. เปิดเผยว่า “เนื่องในโอกาสวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 'วันมาฆบูชา' ซึ่งตรงกับวันมี่ 6 มี.ค.66  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอแจ้งเตือนไปยังผู้ประกอบการร้านค้า และประชาชน ให้งดจำหน่ายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ทั่วราชอาณาจักร ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 24.00 น.ของคืนวันที่ 5 มี.ค.66 จนถึงเวลา 24.00 น. ของคืนวันที่ 6 มี.ค.66 ยกเว้นเฉพาะร้านค้าปลอดอากรภายในอาคารท่าอากาศยานนานาชาติ หากผู้ใดฝ่าฝืนมีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 มาตรา 39 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ตำรวจบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ในการกวดขัน จับกุม ผู้กระทำความผิดที่ฝ่าฝืนกฎหมายและประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องกำหนดวันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันสำคัญทางศาสนา โดยจัดสายตรวจออกตรวจสอบตามสถานที่สุ่มเสี่ยงต่างๆ เช่น สถานบริการ สถานประกอบการ ร้านข้าวต้มโต้รุ่ง คาราโอเกะ ร้านอาหาร หรือสถานที่สุ่มเสี่ยงต่างๆ  หากตรวจพบผู้ที่ฝ่าฝืนให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

สธ. เผย 3 ปี รัฐใช้งบ 4.44 แสนล้านบาท สู้โควิด พบเป็นค่าตรวจรักษาถึง 59% - ซื้อวัคซีน 7.7 หมื่นล้าน

กระทรวงสาธารณสุข เผยผลศึกษาไทยใช้จ่ายด้านสาธารณสุขรับมือ 'โควิด' ปี 2563-2565 รวม 444,294 ล้านบาท กว่าครึ่งเป็นค่าบริการสุขภาพ ทั้งตรวจคัดกรอง รักษาพยาบาล ค่าฉีดวัคซีน รวม 260,174 ล้านบาท ตามด้วยค่าจัดซื้อ บริหารจัดการวัคซีน 77,987 ล้านบาท และค่าตอบแทน เยียวยา ชดเชย ค่าเสี่ยงภัย 57,499 ล้านบาท 

นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ หัวหน้าที่ปรึกษาระดับกระทรวง (นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ 11) ในฐานะประธาน คกก.ฯ MIU (MOPH Intelligence Unit) กล่าวว่า จากการศึกษาของโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) กระทรวงสาธารณสุข เกี่ยวกับการเงินการคลังสุขภาพเพื่อตอบสนองต่อการระบาดของโรคโควิด 19 ในประเทศไทย พบว่า 

แหล่งงบประมาณหลักด้านสาธารณสุขในการรับมือการระบาดของโรคโควิด 19 มาจากงบกลางและงบเงินกู้ กรอบวงเงิน 1 ล้านล้านบาท และ 5 แสนล้านบาท โดยค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขเพื่อตอบสนองต่อการระบาดของโรคโควิด 19 ระหว่างปี 2563-2565 รวมทั้งสิ้น 444,294 ล้านบาท เป็นค่าบริการสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับโควิด 19 เช่น ค่าตรวจคัดกรอง ค่ารักษาพยาบาล ค่าฉีดวัคซีน เป็นต้น ในสัดส่วนมากที่สุดประมาณ 260,174 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 59 ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ตามด้วยการจัดซื้อและบริหารจัดการวัคซีน รวม 77,987 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 17 และค่าตอบแทน เยียวยา ชดเชย และเสี่ยงภัยสำหรับบุคลลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข รวมถึงผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง 57,499 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 13 ส่วนที่เหลือเป็นค่ายาและวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ พื้นที่กักกันโรคแห่งรัฐ และองค์กรการวิจัยและพัฒนาฯลฯ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top