Friday, 9 October 2026
NEWS FEED

พี่ชาย แต่งหน้าหีบศพน้องสาวด้วยต้นไม้ เสร็จงานแล้วไม่เหลือทิ้ง แจกจ่ายไปปลูกต่อ

พี่ชายวัย 56 ปีตกแต่งหน้าหีบศพน้องสาวด้วยไม้ดอกไม้ประดับ โดยเฉพาะต้นกุหลาบสีแดงที่น้องสาวชอบ เสร็จงานแล้วแจกผู้ที่มาร่วมงานนำไปปลูกต่อเพื่อจะได้ระลึกถึงผู้วายชนม์และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม มีผู้ที่สนใจจองต้นไม้ไปปลูกต่อจนหมดเกลี้ยงแล้ว

วันนี้ (7 มี.ค.66) ที่วัดท่าพญา หมู่ที่ 4 ต.ท่าพญา อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพของ น.ส.สนธยา เรืองดุก อายุ 48 ปี ซึ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2566 โดยก่อนตายน้องสาวได้สั่งเสียเอาไว้ว่า ห้ามไม่ให้มีการตกแต่งหน้าหีบศพอย่างสิ้นเปลืองเนื่องจากผู้ตายเป็นคนสมถะและไม่ต้องการให้เป็นภาระของครอบครัวในเรื่องค่าใช้จ่ายที่สิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น แต่เนื่องจากผู้ตายเป็นคนชอบปลูกต้นไม้ โดยเฉพาะต้นกุหลาบ ทำให้นายไสว เรืองดุก อายุ 56 ปีซึ่งเป็นพี่ชายและเป็นคนทำผ้าบาติกขายจึงผุดไอเดียตกแต่งหน้าโลงศพด้วยผ้าบาติกผืนใหญ่ลายดอกแคทลียา ฝีมือของตนจำนวน 1 ผืน ส่วนต้นไม้ได้นำมาจากบ้านส่วนหนึ่ง และหาซื้อตามร้านขายต้นไม้อีกส่วนหนึ่ง ในราคาหลักสิบจำนวน 100 ต้น

โดยเฉพาะดอกกุหลาบสีแดง ซึ่งผู้ตายชอบเป็นชีวิตจิตใจ นายไสว พี่ชายจึงซื้อมาตกแต่งหน้าหีบศพ เพื่อสื่อให้วิญญาณของน้องสาวรับรู้ว่ามีสิ่งสวยงามและต้นไม้ที่รักวางอยู่ข้างหน้า ซึ่งงบประมาณที่ใช้ตกแต่งหน้าหีบศพมีราคาแค่ 2,160 บาทเท่านั้นถูกกว่าการจัดแต่งด้วยดอกไม้สดหรือดอกไม้แห้งที่มีราคาหลักหมื่นเป็นอย่างมาก นอกจากจะช่วยประหยัดงบประมาณแล้วยังเป็นไม้ฟอกอากาศ สร้างสีสันและความสวยงาม ทำให้ผู้พบเห็นมีความสดชื่น เกิดความสบายตา สบายใจขึ้นและยังสามารถลดความเศร้าหมองลงได้มาก
 

ผู้ใช้ไฟบ้านไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน เฮ!! ครม.เคาะมาตรการช่วยค่าไฟ นาน 4 เดือน

ครม. อนุมัติ 3.1 พันล้านบาท ให้ กฟน.และ กฟภ.สำหรับส่วนลดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟบ้านไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน ประจำเดือนมกราคม - เมษายน 2566

(7 มี.ค.66) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติวงเงิน 3,191,740,000 ล้านบาท ให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับค่าไฟฟ้าประจำเดือนมกราคม - เมษายน 2566 เพื่อให้ส่วนลดอัตราค่าไฟฟ้าให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน โดยเป็นกรอบวงเงินของการไฟฟ้านครหลวงจำนวน 517,950,000 บาท และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจำนวน 2,673,790,000 บาท เพื่อบรรเทาผลกระทบในการลดภาระค่าครองชีพให้ผู้ใช้ไฟฟ้าที่เป็นกลุ่มเปราะบาง

ครูไทยเก่งรอบด้าน!! 'ตรีนุช' ตั้งเป้า ‘อบรมพัฒนา-เพิ่มทักษะ’ ครูไทย หวังลดความเหลื่อมล้ำ-สร้างโอกาสให้ผู้เรียน

(7 มี.ค. 66) น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ขณะนี้ใกล้ถึงเวลาที่รัฐบาลจะยุบสภา เพื่อเลือกตั้งในปี 2566 นี้แล้ว ซึ่งในส่วนของงานการศึกษาที่ตนอยากฝากให้มีการทำงานอย่างต่อเนื่องแม้จะมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทน โดยเฉพาะนโยบายการสร้างโรงเรียนคุณภาพด้วยการสร้างเครือข่ายโรงเรียนในพื้นที่ของโรงเรียนขนาดเล็ก อีกทั้งวางแผนเร่งดำเนินการคืนอัตรากำลังผู้บริหารและครูโรงเรียนขนาดเล็กให้เพื่อให้ทันเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 นี้ด้วย โครงการอาชีวะอยู่ประจำเรียนฟรี มีงานทำ เพราะของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและสร้างโอกาสให้แก่ผู้เรียนครบทุกมิติอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ซึ่งนโยบายโรงเรียนคุณภาพและโครงการอาชีวะอยู่ประจำถือเป็นนโยบายที่ตอบโจทย์เรื่องดังกล่าวอย่างดีที่สุด รวมถึงการพัฒนากระบวนการเรียนการสอนไปสู่ศตวรรษที่ 21

ต่อคำถามว่า ขณะนี้มีสิ่งใดที่กังวลและยังอยากดำเนินการให้สำเร็จหรือไม่ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ยังมีอยู่แน่นอน ซึ่งก็คือประเด็นเรื่องการพัฒนาครู เพราะนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ต้องการพัฒนาผู้เรียนให้ไปสู่การเรียนรู้ในโลกศตวรรษที่ 21 รวมถึงการเรียนการสอนผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์ด้วย Active Learning ซึ่งครูผู้สอนจะต้องเติมเต็มทักษะเหล่านี้ตามผู้เรียนไปด้วย ดังนั้นจะทำอย่างไรให้ครูได้รับการพัฒนาในเรื่องนี้อย่างตลอดเวลา เพราะการพัฒนาครูตนไม่อยากมีการพัฒนาแล้วจบ ๆ ไปแต่อยากให้มีการพัฒนาครูอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นตนมองว่าในระยะยาวอาจศธ.อาจจะต้องมีหน่วยงานกลางหรือศูนย์พัฒนาครูขึ้น เพื่อนำครูเข้ามาอบรมพัฒนาเติมเต็มความรู้ด้านการสอนไม่ว่าจะเป็นทักษะด้านดิจิทัลและภาษา โดยเรื่องการตั้งหน่วยงานกลางพัฒนาครูนั้นมีตัวอย่างของประเทศสิงค์โปรที่มีศูนย์พัฒนาครูทุกรูปแบบ ซึ่งทำได้ดีและครูประเทศสิงค์โปรมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ หากจะมีการตั้งศูนย์พัฒนาครูขึ้นจะต้องปรับโครงการ ศธ.หรือไม่นั้น ตนมองว่าก็เป็นโจทย์หนึ่งในอนาคตที่อาจจะเป็นเช่นนั้นแต่เราจะกำหนดขอบเขตการปรับโครงสร้างได้มากน้อยแค่ไหนก็คงต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาดำเนินการสานต่อไป

‘มูลนิธิธรรมดี’ ร่วมบุญดาราดัง ‘กากัน มาลิก’ อัญเชิญพระพุทธรูป 2,724 องค์ มอบชาวอินเดีย .

ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานมูลนิธิธรรมดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘มูลนิธิธรรมดี’ ระบุว่า บุญใหญ่สัมฤทธิ์ผล ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ณ หมู่บ้านเอลโลร่า เมืองออลังคบาด ประเทศอินเดีย โครงการ “พลิกฟื้นคืนพุทธสู่แดนพุทธภูมิ สืบทอดพระพุทธศาสนาให้อยู่ถึง 5,000 ปี” เมื่อวันเสาร์ที่ 4 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา

โครงการดังกล่าว มีเป้าหมายอยู่ที่การอัญเชิญพระพุทธรูป 2,724 องค์ มอบให้ครอบครัวชาวพุทธในประเทศอินเดีย โดยในครั้งนี้เป็นรอบแรกที่ได้รับมอบจำนวน 302 ครอบครัว

นอกจากนี้ ยังได้มอบข้าวสารอาหารแห้ง ทุนการศึกษา อุปกรณ์การเรียน แก่นักเรียนยากจน และชาวพุทธอินเดีย 800 ครอบครัว โดยก่อนหน้านี้ มูลนิธิธรรมดี ได้มอบไปแล้วรวม 16,430 ครอบครัว ทั้งในประเทศไทย และประเทศอินเดีย

‘ตรีนุช’ กำชับจัดสอบรับนักเรียน ต้องโปร่งใส-ยุติธรรม ย้ำ! ไม่ต้องกังวล มีที่เพียงพอ สำหรับนักเรียนทุกคน

‘ตรีนุช’ กำชับโรงเรียนแข่งขันสูงจัดสอบโปร่งใส ยุติธรรม ไม่มี ‘แป๊ะเจี๊ยะ’ แลกที่นั่งเรียน ฝากผู้ปกครอง-นักเรียนหากสอบไม่ติดโรงเรียนดัง มั่นใจลูกมีที่เรียนแน่นอน

(7 มี.ค.66) น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ใกล้ถึงช่วงเวลาการรับนักเรียนเข้าเรียน ปีการศึกษา 2566 แล้ว โดยรับสมัครเข้าเรียนชั้น ม.1 วันที่ 11-12 มีนาคม 2566  สอบ/คัดเลือก 25 มีนาคม  2566 ประกาศผลและรายงานตัว 29 มีนาคม 2566 มอบตัว 1 เมษายน 2566  ส่วนชั้น ม.4 ที่เปิดสอน ม.ต้น และ ม.ปลาย นักเรียนที่จบชั้น ม.3 โรงเรียนเดิม สมัครเข้าเรียนตามที่โรงเรียนกำหนด ประกาศผลและรายงานตัวตามที่โรงเรียนเดิมกำหนด  มอบตัว 2 เม.ย. สมัครสอบคัดเลือก (นักเรียนที่จบ ม.3)จากโรงเรียนอื่น และโรงเรียนเดิม วันที่ 11-15 มีนาคม สอบ/คัดเลือก 26 มีนาคม ประกาศผลและรายงานตัว 30 มีนาคม มอบตัว 2 เมษายน และโรงเรียนที่เปิดสอนเฉพาะ ม.ปลาย (ยกเว้นโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา) รับสมัคร 11-15 มีนาคม สอบ/คัดเลือก 26 มีนาคม  ประกาศผลและรายงานตัว 30 มีนาคม มอบตัว 2 เมษายน  2566 

“ตนได้กำชับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้ดูแลการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2566 ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยเฉพาะกลุ่มโรงเรียนแข่งขันสูงที่มีกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ ให้โรงเรียนจัดขบวนการจัดสอบด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม ไม่มีการใช้เงินแลกที่นั่งเรียน  และหากมีการร้องเรียนมา ศธ.ก็จะดำเนินการตรวจสอบ หากพบใครทำผิดก็จะดำเนินการตามระเบียบขั้นสูงสูด” น.ส.ตรีนุช กล่าว

ทัพเรือภาคที่ 3/ศรชล.ภาค 3 ร่วมหารือการแก้ไขปัญหา การกระทำผิดกฎหมาย และการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ในพื้นที่จังหวัดสตูล

พลเรือโท อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 3 พร้อมด้วย พลเรือตรี สุชาติ เปรมประเสริฐ รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 3 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล จังหวัดสตูล ร่วมกับ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล จังหวัดสตูล ณ ศาลากลางจังหวัดสตูล

ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 3 เข้ารับฟังการปฏิบัติงานที่ผ่านมาเกี่ยวกับการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ในพื้นที่จังหวัดสตูล ได้รับทราบปัญหาอุปสรรคข้อขัดข้อง และร่วมกันหารือแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการทำประมง

ผบ.ตร. ชื่นชม หนุ่มไรเดอร์ พลเมืองดี ทิ้งรถจยย.วิ่งเข้าช่วยเหลือเด็กน้อย ก่อนจะถูกรถเฉี่ยวชน จนรอดหวุดหวิด ยกย่องตามโครงการ “ทำดีมีรางวัล” เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม

วันนี้ 7 มี.ค.2566 เวลา 11.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้มอบรางวัลโครงการ “ทำดี มีรางวัล” แก่พลเมืองดี หนุ่มไรเดอร์ นายพีรพงศ์ ชุมพลวดี อายุ 31 ปี ที่โดดลงจากรถจักรยานยนต์ วิ่งเข้าช่วยเด็กน้อยที่กำลังวิ่งออกถนน โชคดีช่วยได้ทันก่อนที่รถยนต์จะขับผ่านไป ปลอดภัยทั้งคู่รอดหวุดหวิด เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ที่ผ่านมา 

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ กล่าวว่า จากเหตุการณ์เมื่อวันที่  5 มีนาคม พ.ศ.2566 เวลาประมาณ 15.00 น. บริเวณริมถนนพระองค์เจ้าสาย ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ขณะที่ นายพีรพงศ์ ชุมพลวดี พลเมืองดี ซึ่งมีอาชีพเป็นไรเดอร์ ได้ไปรับอาหารในหมู่บ้านแห่งหนึ่งตรงจุดที่เกิดเหตุ ได้สังเกตเห็นเด็กกำลังวิ่งออกจากหมู่บ้านข้ามถนนไปหาผู้ชายคนหนึ่ง ที่อยู่บริเวณเกาะกลางถนน ซึ่งเด็กวิ่งพุ่งตัวออกมาด้วยความเร็ว 

นายพีรพงศ์ฯ จึงตัดสินใจทิ้งรถจักรยานยนต์ พร้อมกล่องใส่อาหารท้ายรถลงพื้น และรีบวิ่งไปคว้าตัวเด็กไว้ได้ ก่อนที่จะมีรถยนต์ขับมาด้วยความเร็ว รอดจากการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างหวุดหวิด เหตุการณ์ดังกล่าวได้ปรากฏตามคลิปวีดีโอ ซึ่งถูกส่งต่อแพร่หลายในสังคมออนไลน์ สร้างความประทับใจ และได้รับความชื่นชมจากสังคม เป็นอย่างมาก

ไฟไหม้ ‘ตลาดเก่า 100 ปี’ จ.ราชบุรี เผาตึกแถววอด 8 คูหา กองพิสูจน์ฯ เร่งตรวจสอบ คาด อุ่นกับข้าวแล้วลืมปิดเตาแก๊ส

(7 มี.ค. 66) เมื่อเวลา 07.00 น. นายชูเกียรติ วงษ์พิทักษ์โรจน์ นายกเทศบาลตำบลห้วยกระบอก ตำบลกรับใหญ่ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ร้านค้าหลายคูหาในตลาดห้วยกระบอก ซอยเทศบาล 1 จึงรุดให้ความช่วยเหลือพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กรับใหญ่ และมูลนิธิรวมใจการกุศลราชบุรี

ที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวไม้เก่าอายุกว่า 100 ปี ต้นเพลิงเกิดจากห้องแถวหลังหนึ่งแล้วลุกลามอย่างรวดเร็ว จนเจ้าหน้าที่ต้องระดมรถน้ำดับเพลิงจากหน่วยงานใกล้เคียงกว่า 10 คัน ชาวบ้านต่างเร่งช่วยกันขนย้ายข้าวของเครื่องใช้ให้พ้นจากแรงเพลิง ซึ่งใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง จึงสามารถความคุมเพลิงไว้ได้ โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีห้องแถวได้รับความเสียหาย 8 คูหา เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้

แม่โพสต์ซึ้ง ตามหานักศึกษา ปั๊มหัวใจลูกชายจนรอด เผยลูกชายตั้งใจบวช ทดแทนคุณผู้ช่วยชีวิต

หัวอกแม่ ประกาศตามหาจนเจอนักศึกษาฮีโร่ ปั๊มหัวใจลูกชายจนรอด ตั้งใจบวชให้ผู้ช่วยชีวิต

หลังจากที่มีผู้ใช้ TikTok ชื่อ pantib888 โพสต์ภาพอุบัติเหตุประกาศตามหานักศึกษาที่มาช่วยเหลือลูกชายหลังประสบอุบัติเหตุจนหัวใจหยุดเต้น แต่ได้รับการปั้มหัวใจจนรอดชีวิต พร้อมระบุข้อความว่า

“ตามหาน้องนักศึกษาที่ช่วยปั๊มหัวใจลูกชายแม่.. เหตุเกิดวันที่ 15 ก.พ. รถมอเตอร์ไซค์ชนกับปิ๊กอัพ ระหว่างรอรถโรงบาลลูกชายแม่หัวใจหยุดเต้น คนแถวนั้นบอกว่ามีคนปั๊มหัวใจจนน้องฟื้นขึ้นมา คนช่วยชีวิตน้องเป็นนักศึกษา ครอบครัวแม่อยากเจอมาก ๆ ค่ะ ตอนนี้น้องปลอดภัยแล้วค่ะ สถานที่เกิดเหตุ หน้าร้านตำหรอย พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี”

“ตอนน้องฟื้นมีสติเล่าให้เค้าฟังว่ามีพี่นักศึกษาช่วยชีวิตลูกปั๊มหัวใจลูก ตอนนั้นลูกหัวใจหยุดเต้น และพอพี่เค้าปั๊มหัวใจลูกหายใจเฮือกขึ้นมา พอดีกับรถโรงพยาบาลมาที่เกิดเหตุ เล่าเสร็จเค้านอนน้ำตาไหล เอานิ้วชี้ไปที่ตัวเอง และที่หัว แม่เข้าใจว่าน้องเจ็บ น้องสั่นหัวและพูดว่าบวชๆๆ พอหมอถอดเครื่องช่วยหายใจออก คำแรกที่พูดคือ “แม่…ลูกขอบวชบวชให้พี่นักศึกษาด้วย” ครอบครัวแม่และญาติ ๆ อยากเจอน้องนักศึกษามาก ๆ อยากกอดเค้าแน่นๆแล้วบอกว่า "ขอบคุณมากที่พาน้องกลับมาให้แม่ พาหัวใจของแม่และครอบครัวกลับมา" คำพูดมากมายอยู่ในหัวใจพ่อแม่เยอะแยะมากมาย อยากเจอฮีโร่น้องนักศึกษาคนนี้จริงๆ”

หลังจากที่คลิปดังกล่าวเป็นไวรัลไม่นาน ใน Tiktok เดิมที่เป็นแม่ของผู้ได้รับบาดเจ็บก็ได้โพสต์ข้อความว่า หาน้องนักศึกษาที่ช่วยชีวิตลูกชายพบแล้ว โดยหนุ่มพลเมืองดีอายุ 17 ปี เป็นจิตอาสา เรียนอยู่ที่โรงเรียนโปลีเทคนิค สุราษฎร์ธานี

“ตามหากันเจอแล้ว โทรคุยกันน้องเล่าว่าน้องเลิกเรียนพอดี และเห็นเหตุการน้องเลยเลี้ยวรถกลับมาและเรียกลูกชายแม่ แต่ลูกชายแม่นิ่งไม่ตอบสนองใด ๆ จนน้อง cpr ปั๊มขึ้นมาราว 30 ครั้ง จนลูกชายแม่รู้สึกตัวเฮือกขึ้นมา น้องเป็นจิตอาสาน้องชื่อน้องฟิล์ม อายุ 17 ปี เรียนอยู่ รร.โปลี แม่ขอนัดเจอน้อง และพาคนที่น้องฟิล์มช่วยชีวิตไว้ไปเจอกัน ขอบพระคุณทุก ๆ คนที่ช่วยแชร์ช่วยตามหาให้นะคะ แม่ตื่นเต้นมากตอนที่คุยกับน้องฟิล์ม “หัวใจลูกหล่อมาก” ถ้าตอนนั้นลูกไม่เลี้ยวรถกลับมาลูกชายแม่คงไม่มีชีวิตคงไม่ได้กลับมาให้พ่อกับแม่ได้กอดได้หอม “ครอบครัวแม่ขอกราบที่หัวใจของลูกนะ”

อย่างไรก็ตาม ทางด้าน มูลนิธิกุศลศรัทธาท่าโรงช้าง กู้ชีพ-กู้ภัยท่าโรงช้าง ได้แชร์ภาพน้องฟิล์ม พร้อมระบุว่า

“น้องเขาปลอดภัยพวกเราก็ชื่นใจและขอแสดงความยินดีขอให้น้องหายไว ๆ

‘ป้าเขียด นภาพร’ นักแสดงอาวุโสเสียชีวิตแล้ว ในวัย 76 ปี หลังมีโรครุมเร้า มานานนับปี

(7 มี.ค. 66) วงการละครไทยพบกับข่าวเศร้าอีกแล้ว เมื่อเพจ สื่อปราจีนบุรี ได้โพสต์แจ้งข่างการเสียชีวิตของดาราอาวุโส ‘ป้าเขียด นภาพร หงสกุล’ หรือที่แฟนละครเรียกกันติดปากจากบทละครว่า อีตุ่ม ได้เสียชีวิตอย่างสงบที่บ้านพัก ด้วยวัย 76 ปี หลังจากที่รักษาอาการป่วยมานานหลายปี ด้วยหลายโรครุมเร้า

ขณะนี้ทางครอบครัวเตรียมนำศพไปชันสูตรที่ รพ.ก่อนจะนำร่างป้าเขียดมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดสุทธิธรรม(คลองรั้ง)

ป้าเขียด มีใจรักในการแสดงมาตั้งแต่จำความได้ป้าเขียดเริ่มเล่นละครเร่มาตั้งแต่อายุ 2 – 3 ขวบ จากการที่พ่อแม่เป็นนักแสดงละครโบราณ

ป้าเขียด นภาพร เดินทางเข้า กทม. ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงเต็มตัว โดยใช้วิชาที่สั่งสมมาจากวงดนตรี ละครเร่ มาเป็นนักร้อง เล่นหนังบ้างเป็นครั้งคราว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top