Thursday, 20 August 2026
NEWS FEED

‘สมช.-ศอ.บต.-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง’ ประชุมเตรียมดูแลคนไทย-นศ.ไทยในซูดาน หลังเหตุปะทะยังรุนแรง วางแผนเตรียมอพยพ-ช่วยเหลือด้านเทียบโอนหน่วยกิต

(22 เม.ย.66) นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พร้อมด้วยนายสมชาย เกียรติ์ภราดร ผู้อำนวยการกองบริหารยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมบูรณาการและประสานการปฏิบัติระหว่างหน่วยงาน ในการเตรียมความพร้อมการดูแลคนไทยและนักศึกษาไทยมุสลิมที่ศึกษาในสาธารณรัฐซูดาน ณ ห้องประชุมเจริญจิตต์ ณ สงขลา ศอ.บต. โดยมีพลเอก สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมฯ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมผ่านระบบ (Video Conference System) 

โดยในที่ประชุมกระทรวงต่างประเทศ ได้รายงาน สถานการณ์ที่ประเทศซูดานว่า ขณะนี้ยังไม่มีความแน่นอน เนื่องจากการปะทะกันยังกระจัดกระจายและยังมีความเสี่ยงทั้งการอยู่ภายในที่พักอาศัยและการออกมาภายนอก อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงการต่างประเทศ ได้เสนอ Option เส้นทางการอพยพสู่พื้นที่ปลอดภัย ณ สนามบินประเทศเพื่อนบ้านซูดานเช่น ไคโร ซาอุ และ ฐานทัพสหรัฐที่ Djibouti โดยทางกระทรวงการต่างประเทศ จะหารือเรื่องการอำนวยความสะดวกต่างๆ กับประเทศที่เกี่ยวข้อง ร่วมทั้งพันธมิตรประเทศที่มีความพร้อมในการอพยพด้วย นอกจากนี้ทางกองทัพได้เตรียมความพร้อมของอากาศยานโดยการจัดเตรียมเครื่องบินไว้แล้วและรอการพิจารณาเส้นทางที่แน่ชัดจากทางภาครัฐ ซึ่งจะร่วมกับกระทรวงต่างประเทศ ในการสนับสนุนการอพยพคนไทย การรับรองดูแลคนไทยเมื่อกลับถึงประเทศไทย โดยเฉพาะนักเรียนไทยมุสลิมในพื้นที่ จชต. ซึ่งทาง ศอ.บต. จะเป็นหน่วยงานหลักในการจัดหารถโดยสารรวมถึงการดูแลนักเรียนไทยให้สามารถเทียบโอนหน่วยกิตการศึกษามายังสถานศึกษาในไทย การสื่อสารประชาสัมพันธ์ ทั้งในส่วนของเยาวชนที่อยู่ในพื้นที่ซูดาน ผู้ปกครอง และสังคมไทยโดยรวม

‘สาว’ แชร์อุทาหรณ์ อากาศร้อนจัด จนทำที่นอนไหม้ เหตุ แสงแดดสะท้อนใส่เก้าอี้สแตนเลส งานนี้ชาวเน็ตแห่เตือน

(22 เม.ย.66) สภาพอากาศร้อนจัดในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยล่าสุดมีผู้ใช้ติ๊กต๊อก บัญชี ‘rainny..f’ เผยคลิปผลพวงจากความร้อน หลังนำที่นอนไปตากไว้กลางแดด และมีควันพุ่งออกมาเป็นวงกลม ซึ่งพบว่าที่นอนไหม้นั่นเอง โดยเจ้าตัวบอกว่า "ร้อนจนไหม้ สะท้อนกับเก้าอี้ เดินไปไฟไหม้เฉย" ซึ่งแน่นอนว่าชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่าเคยมีประสบการณ์แบบนี้เช่นเดียวกัน 

"เก้าอี้สเเตนเลส เวลาโดนเเสงเเล้วมันเป็นจุดรวมเเสงเหมือนเเว่นขยายเลย โต๊ะไม้สักไหม้มาเเล้ว เศร้า", "เก้าอี้สแตนเลสสะท้อนแสงอาทิตย์ ทำให้ไฟไหม้สิ่งของที่ติดไฟได้ค่ะ มีให้เห็นในข่าวทุกปีค่ะ ", "เป็นไปได้ค่ะโลกร้อนเราอยู่ในบ้านไม่โดนแดดยังแสบหน้าสงสารคนทำงานกลางแดดมาก ดูแลตัวเองด้วยค่ะ", "ตรงที่มันโค้งๆ มันก็เหมือนเลนส์นูน รวมแสงอยู่จุดเดียว ก็เลยไหม้ โชคดีมากที่เห็น"


ที่มา : https://www.naewna.com/likesara/726086

พลเอกไพโรจน์ นาคฉัตรีย์ เป็นนายกสมาคมชาวจังหวัดชุมพร ต่ออีกหนึ่งสมัย

วันนี้ 22 เมษายน 2566 เวลา 10.00 น. ที่ร้านอาหารครัวชวนชม ถนนงามวงศ์วาน กรุงเทพมหานคร มีการประชุมใหญ่สามัญ สมาคมชาวจังหวัดชุมพร ประจำปี 2565 โดยมีนายอาทิตย์ สินธพานนท์ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นายลือชัย มณีศรี เป็นเลขานุการ ก่อนเข้าระเบียบวาระ นายลือชัย มณีศรี แจ้งว่า นายวิชิต ดิลกวิลาศ อุปนายก ได้ประสานงาน  รศ.ดร.บุญยิน จินาจิ้น ภูมิลำเนาเดิมเป็นคนอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพรผู้มีความรู้ความสามารถ มาเป็นสมาชิกใหม่ของสมาคม และได้แนะนำให้ที่ประชุมรู้จักและรับทราบ ต่อมานายกสมาคมชาวจังหวัดชุมพรพร้อมคณะมอบช่อดอกไม้

โดยในวันนี้มีการประชุมตามระเบียบวาระ นายลือชัย รายงานผลการดำเนินงานต่อที่ประชุมในการดำเนินกิจกรรมของสมาคมที่ผ่านมา เป็นวาระเพื่อทราบ โดยในปี 2563 มีการประชุมกรรมการรวม 4 ครั้ง เป็นการประชุมใหญ่ 2 ครั้ง และประชุมวาระปกติ 2 ครั้ง มีกิจกรรมจากเดือนกรกฎาถึงสิ้นปีรวม 8 รายการ ในปี 2564 ไม่มีการประชุม มีกิจกรรมต่างๆรวม 14 รายการ ส่วนปี 2565 มีการประชุมกรรมการสมาคมรวม 3 ครั้ง ดำเนินกิจกรรมรวม 21 รายการ  และมีกิจกรรมสำคัญอีกกิจกรรมหนึ่งคือโครงการหนองใหญ่มินิมาราธอน เดินวิ่งการกุศล ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  มีผู้มาร่วมเดิน-วิ่ง ประมาณ 1,500 คนเศษ มีเงินรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว จำนวน 130,436 บาท

ต่อมาเป็นวาระเพื่อพิจารณา มีการเลือกนายกสมาคมชาวจังหวัดชุมพร คนใหม่ เนื่องจากนายกสมาคมหมดวาระ ที่ประชุมใหญ่ได้เลือกพลเอกไพโรจน์ นาคฉัตรีย์ เป็นนายกสมาคมชาวจังหวัดชุมพร ต่ออีกสมัยหนึ่ง และนายกสมาคมเลือกนายลือชัย มณีศรี เป็นกรรมการและเลขาธิการ

'กองทัพเรือ' ร่วม 'มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่' จัดโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรและวางปะการังเทียม เกาะแสมสาร

กองทัพเรือ ร่วมกับมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จัดโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรและวางปะการังเทียม เกาะแสมสาร เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

(22 เม.ย.66) พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้การต้อนรับ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี และประธานมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งเดินทางมาเป็นประธานในโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรและวางปะการังเทียม เกาะแสมสาร เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย เขาหมาจอ และเกาะแสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 

กองทัพเรือ ร่วมกับมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และมูลนิธิอนุรักษ์พันธุกรรมพืชสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (มูลนิธิ อพ.สธ.) คณะทำงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทะเลไทย และภาคเอกชน ดำเนินโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรและวางปะการังเทียม เกาะแสมสาร เฉลิมพระเกียรติฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสนองพระราชดำริ อพ.สธ. ฟื้นฟูอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในแนวปะการัง บริเวณเกาะแสมสาร รวมทั้งยกระดับความสำคัญพื้นที่หมู่เกาะแสมสารให้เป็นพื้นที่คุ้มครองทางทะเล เกิดความเชื่อมโยงของระบบนิเวศป่าชายเลน ป่าชายหาด พื้นทราย สาหร่าย หญ้าทะเล บ้านปลา และแนวปะการัง โดยกิจกรรมประกอบด้วย พิธีเปิดกรวยสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี การมอบตัวอย่างปะการังเทียม การมอบทุ่นลอยจอดเรือ การจัดแสดงบูธนิทรรศการของหน่วยงานต่างๆ การวางปะการังและบ้านปลาบริเวณหน้าหาดทิศตะวันออกของเกาะแสมสาร กิจกรรมปล่อยเต่าทะเล กิจกรรมปลูกต้นไม้บนเกาะแสมสาร และการแสดงของชุมชนแสมสาร

สุรินทร์!!!จัดพิธีสักการะอนุสาวรีย์พิทักษ์ไทย พร้อมทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่ “วีรชนผู้กล้าปี 54”

วันที่ 22 เมษายน 2566 พลเอก กิตติศักดิ์ บุญพระธรรมชัย ที่ปรึกษาพิเศษ กองทัพบก เป็นประธานในพิธีสักการะอนุสาวรีย์พิทักษ์ไทย พร้อมทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่ “วีรชนผู้กล้าปี 54”  โดยมี พลตรีอดุลย์  บุญธรรมเจริญ  รองแม่ทัพภาคที่ 2(1) พลตรีวีรยุทธ  รักศิลป์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี  พันเอกสมภพ  ภาระเวช รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี พันเอกธนาธิป  เรียงอิศราง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 2 นายนคร ศิวิลัย นายอำเภอพนมดงรัก และ นายณัฐพัชร์ บุญมี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบักได  ร่วมพิธีในครั้งนี้

ประวัติอนุสาวรีย์พิทักษ์ไทยนั้น จากเหตุการณ์การรบปะทะ ในพื้นที่ปราสาทตาเมือน และปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ห้วงวันที่ 22 เมษายน  ถึง 3 พฤษภาคม พุทธศักราช 2554 เป็นเหตุให้ฝ่ายเรามีกำลังพลสูญเสีย จำนวน 8 นาย บาดเจ็บ จำนวน 98 นาย จากการเสียสละชีวิตในการปกป้องผืนแผ่นดินไทย จนวาระสุดท้ายนับได้ว่า เป็นวีรกรรมที่ควรค่าแก่การยกย่อง และจดจำยิ่ง ในห้วงต่อมา พลโทธเนศ วงศ์ชะอุ่ม แม่ทัพภาคที่ 2 ในขณะนั้น มีดำริให้หน่วยทหารในกองทัพภาคที่ 2 พัฒนาพื้นที่ การสู้รบในอดีต ให้เป็นแหล่งศึกษาทางประวัติศาสตร์ เพื่อเชิดชูเกียรติ อดีตทหารหาญที่ได้เสียสละชีพ ในการปกป้องอธิปไตยของชาติ ในการนี้ พลตรีอดุลย์ บุญธรรมเจริญ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี และ พันเอกสมภพ ภาระเวช ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 2 ในขณะนั้น ได้ร่วมหารือ และกำหนดพื้นที่ก่อสร้างอนุสาวรีย์พิทักษ์ไทย บริเวณทางขึ้นปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 760,000 บาท

โดยได้รับความร่วมมือร่วมใจ จากผู้บังคับหน่วยในพื้นที่กองกำลังสุรนารี พี่ๆน้องๆ ที่ได้ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ ในห้วงเวลาดังกล่าว รวมทั้งญาติของกำลังพลที่เสียชีวิต โดยกองพันทหารช่างที่ 6 กองพลทหารราบที่ 6  เป็นหน่วยดำเนินการก่อสร้าง อนุสาวรีย์พิทักษ์ไทย แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1ฐานอนุสาวรีย์  มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดกว้าง 12 เมตร ยาว 16 เมตร บริเวณกึ่งกลาง มีแท่นฐานขนาด กว้าง 4 เมตร ยาว 4 เมตร สูง 2 เมตร 5 เซนติเมตร สำหรับรองรับรูปปั้นทหาร  ส่วนที่ 2 เป็นรูปปั้นทหารยืนถือปืน ในลักษณะท่าพร้อมใช้อาวุธ สะพายเครื่องหลัง หล่อด้วยทองเหลืองรมดำ ขนาดเท่าคนจริง  ซึ่งได้กระทำพิธีเปิดอนุสาวรีย์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน 2564

 
ปุรุศักดิ์  แสนกล้า  ข่าว/ภาพ

‘เศรษฐีปราจีนฯ’ แจกข้าวสาร 1,500 ถุง เงินสดกว่า 50,000 บาท ให้ชาวบ้าน เพื่อทำบุญให้บรรพบุรุษ เผย ยังคงจะแจกต่อไป จนกว่าไม่มีกำลัง

(22 เม.ย.66) เนื่องในโอกาสเทศกาลเซงเม้ง คนไทยเชื้อสายจีนมีการทำบุญให้แก่บรรพบุรุษ ที่ฮวงซุ้ย หมู่ที่ 1 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี นายพรชัย หวังศุภกิจโกศล อายุ 45 ปี พร้อมญาติ ได้เดินทางไปกราบไหว้บรรพบุรุษแล้วได้ทำบุญโดยการนำข้าวสารไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านหมู่ที่ 1 ในพื้นที่ตำบลท่าตูม มีชาวบ้านในพื้นที่ทราบข่าวแห่เดินทางไปเข้าคิวรอรับการแจกข้าวสารเป็นจำนวนมาก

โดยการแจกข้าวสารครั้งนี้ นายพรชัย หวังศุภกิจโกศล ได้เตรียมข้าวสารไปแจกจำนวน 1,500 ถุง ปรากฏว่า ไม่เพียงพอกับชาวบ้านที่แห่เดินทางไปรอรับข้าวสาร ทางผู้แจกต้องนำเงินสดมอบให้แทนรายละ 200 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 50,000 บาท ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 3 แล้วที่นายพรชัย หวังศุภกิจโกศล อายุ 45 ปี พร้อมญาติ นำข้าวสารมาแจกให้กับประชาชนในพื้นที่

นายพรชัย หวังศุภกิจโกศล กล่าวว่า ทางเราได้แจกข้าวสารให้กับประชาชน เพราะทางอากง อาม่า และบรรพบุรุษของเรากำชับตลอดว่าถ้าเรามีเงินทองแล้วเราต้องตอบแทนชาวบ้าน วันนี้เราเลยมาแจกข่าวสาร ซึ่งเราทำกันมาทุกปี ซึ่งปีนี้แจกทั้งหมด 1,500 ถุง และก็ยังจะแจกต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะไม่มีกำลังที่จะทำได้


ที่มา : https://www.naewna.com/local/726025

กองทัพเรือ เรียกกำลังพลสำรองฝึกทบทวนวิชาทหาร ให้มีความรู้ความเข้าใจในสายวิทยาการที่สังกัดอยู่ตามบัญชีบรรจุกำลังพลสำรอง

พลเรือโท สุเทพ  ปุจฉาการ รองเสนาธิการทหารเรือ เป็นประธานเปิดการเรียกกำลังพลสำรอง เพื่อฝึกวิชาทหาร และเรียกกำลังพลสำรองเพื่อปฏิบัติราชการ ของกองทัพเรือ ประจำปีงบประมาณ 2566 ณ ศูนย์การฝึก หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

การเรียกกำลังพลสำรองเพื่อฝึกวิชาทหาร และเรียกกำลังพลสำรองเพื่อปฏิบัติราชการในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อฝึกทบทวนวิชาทหาร และฝึกการปฏิบัติราชการ ให้ได้มีความรู้ความเข้าใจในสายวิทยาการที่สังกัดอยู่ตามบัญชีบรรจุกำลังพลสำรองของ สอ.รฝ. และสามารถปฏิบัติงานร่วมกับกำลังพลประจำการได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมได้รับทราบถึงความก้าวหน้าด้านวิชาการและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ ทร.ได้รับ

โดยมีการฝึกต่างๆ อาทิ การอ่านแผนที่ การฝึกทหารราบบุคคลท่ามือเปล่า การรักษาฝั่ง การตรวจการณ์ การป้องกันภัยทางอากาศ การยิงอาวุธประจำกาย การบรรเทาสาธารณภัย และการบรรยายในหัวข้อต่างๆ เป็นต้น

โดยมีกำลังพลสำรองประเภทนายทหารสัญญาบัตรกองหนุน และนายทหารประทวนกองหนุน สังกัดหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (สอ.รฝ.) ประเภทละ 30 นาย รวม 60 นาย เข้าทำการฝึกวิชาทหาร และประเภทละ 10 นาย รวม 20 นาย เพื่อปฏิบัติราชการ รวมทั้งสิ้น 80 นาย จะทำการฝึกตั้งแต่ 19 - 28 เม.ย.66 เป็นระยะเวลา 10 วัน


นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ชลบุรี 0909535645

สวนนงนุชพัทยา ต้อนรับเอกอัครราชทูตเบลเยียม ชมสวนนงนุชพัทยา พร้อมปลูกต้นไม้บริเวณ “สวนรุกขชาติ” เชิงเขาบันไดกฤษ

สวนนงนุชพัทยา ให้การต้อนรับ นางซีบีย์ เดอ การ์ทีเย ดีฟว์ (H.E.Ms.Sibille de Cartier d,Yves) เอกอัครราชทูตเบลเยียม ประจำประเทศไทย ให้เกียรติปลูกต้นไม้ บริเวณ“สวนรุกขชาติ” เชิงเขาบันไดกฤษ ตามโครงการ“ปลูกสวนพฤกษศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์” โดยทำการปลูกต้นลำไยเครือจำนวน1ต้น พร้อมถ่ายรูปร่วมกันเป็นที่ระลึก   

สำหรับ “สวนรุกขชาติ”ทางสวนนงนุชพัทยาดำเนินการให้แก่ประเทศไทย โดยขออนุญาตเช่าพื้นที่จากกรมป่าไม้จำนวน43ไร่ และดำเนินการไปแล้ว14 ไร่ โดยค่าใช้จ่ายและค่าดำเนินการต่างๆทางสวนนงนุชพัทยาเป็นผู้ดูแลทั้งหมด โดมีคณะฑูตและหน่วยงานภาครัฐ,บุคคลทั่วไปมาปลูกต้นไม้อย่างต่อเนื่อง

ตำรวจไซเบอร์ เตือนภัยรายวัน ล่าสุดปลอม SMS บริษัท ทิพยประกันภัย อ้างให้เงินปันผล และบัตรเติมน้ำมันฟรี

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก บช.สอท. ขอประชาสัมพันธ์เตือนภัยมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นพนักงาน บริษัททิพยประกันภัย ส่งข้อความสั้น (SMS) และโทรศัพท์ไปยังประชาชนแจ้งว่าได้รับสิทธิ์เงินปันผล หรือได้รับบัตรเติมน้ำมันฟรี โดยให้แอดไลน์ปลอมของบริษัท แล้วหลอกลวงกดลิงก์ติดตั้งแอปพลิเคชันควบคุมโทรศัพท์มือถือ ดังนี้

ตามที่ บช.สอท. ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์เตือนภัยกรณี การเปิดเผยรายชื่อ 29 หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ที่มิจฉาชีพมักนำมาแอบอ้างหลอกลวงประชาชน ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่เดือน ต.ค.65 - เดือน มี.ค.66 ปรากฏว่ายังคงมีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้รับรายงานจากกองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ตอท.) ว่า พบผู้เสียหายหลายรายได้รับข้อความสั้น (SMS) จากมิจฉาชีพซึ่งแอบอ้างเป็นพนักงาน บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด แจ้งว่า ผู้เสียหายได้รับสิทธิ์เงินปันผล จำนวน 2,000 บาท หรือได้รับบัตรน้ำมันฟรี มูลค่า 3,000 บาท เมื่อผู้เสียหายกดลิงก์ที่แนบมากับข้อความดังกล่าว จะเป็นการเพิ่มเพื่อนทางแอปพลิเคชันไลน์ของ บริษัท ทิพยประกันภัย ที่มิจฉาชีพปลอมขึ้นมา

จากนั้นผู้เสียหายจะถูกสอบถามรายละเอียดต่างๆ มักเริ่มจากสอบถามว่าได้รับการแจ้งมาจากช่องทางใด ขอทราบชื่อนามสกุล พร้อมทั้งขอหมายเลขโทรศัพท์ไว้เพื่อติดต่อกลับ เมื่อตอบคำถามเสร็จสิ้น จะมีหมายเลขโทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยโทรมายังผู้เสียหาย อ้างเป็นพนักงานบริษัทฯ สอบถามว่าอยู่บุคคลเดียวหรือไม่ หากอยู่บุคคลเดียวให้เปิดลำโพงโทรศัพท์มือถือเพื่อทำตามขั้นตอน จากนั้นมิจฉาชีพจะส่งลิงก์ทางไลน์ซึ่งได้เพิ่มเพื่อนไว้ก่อนหน้านี้ ให้ติดตั้งแอปพลิเคชันของบริษัทปลอม อ้างว่าจะต้องขอสิทธิ์ผ่านช่องทางนี้เท่านั้น เมื่อผู้เสียหายกดลิงก์จะมีการขอสิทธิ์ติดตั้งแอปพลิเคชันที่ไม่รู้จัก แจ้งว่าเป็นไฟล์ที่อาจเป็นอันตราย หรือไฟล์นามสกุล .apk หรือแจ้งว่าเป็นซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตราย มีการหลอกให้ตั้งรหัสผ่าน 6 หลัก จำนวนหลายๆครั้ง เพื่อหวังให้ผู้เสียหายกรอกรหัสชุดเดียวกับรหัสการเข้าถึง หรือการทำธุรกรรมการเงินของแอปพลิเคชันธนาคารต่างๆ ในโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย รวมไปถึงขอสิทธิ์ในการควบคุมอุปกรณ์ หรือโทรศัพท์มือถือของเหยื่อ เช่น ดูและควบคุมหน้าจอ ดูและดำเนินการ เป็นต้น โดยในขั้นตอนนี้มิจฉาชีพจะคอยสอนผู้เสียหายว่าต้องทำอย่างไร

กระทั่งเมื่อมิจฉาชีพได้สิทธิ์ควบคุมอุปกรณ์หรือโทรศัพท์มือถือแล้ว จะทำการล็อกหน้าจอโทรศัพท์ ทำให้เสมือนโทรศัพท์ค้าง โดยมักจะแสดงข้อความว่า อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบ ห้ามใช้งานโทรศัพท์มือถือ หรือมิจฉาชีพอาจจะให้ทำการคว่ำโทรศัพท์มือถือไว้ จากนั้นมิจฉาชีพจะสามารถนำรหัสที่ผู้เสียหายเคยกรอกเอาไว้ก่อนหน้านี้ทำการโอนเงินออกจากบัญชีของผู้เสียหาย

ทั้งนี้นับตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.65 – 16 เม.ย.66 พบว่าการหลอกลวงให้ติดตั้งโปรแกรมควบคุมโทรศัพท์มือถือ มีผู้เสียหายดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ผ่านระบบการรับแจ้งความออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กว่า 3,346 เรื่อง มีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งจัดอยู่ในลำดับที่ 9 จาก 14 ประเภท ของการหลอกลวงออนไลน์ทั้งหมด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้ความสำคัญ และมีความห่วงใยต่อภัยการหลอกลวงผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้างเป็นหน่วยงานต่างๆ หลอกลวงให้ประชาชนติดตั้งแอปพลิเคชันปลอมเอาทรัพย์สินของประชาชน สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. ซึ่งรับผิดชอบงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ได้กำชับสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเร่งดำเนินการปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง รวมถึงวางมาตรการป้องกันสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชน

ที่ผ่านมา บช.สอท. โดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้ขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดในโลกออนไลน์ทุกรูปแบบมาโดยตลอด มุ่งเน้นการสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

โฆษก บช.สอท. กล่าวอีกว่า การหลอกลวงในรูปแบบดังกล่าวยังคงเป็นการหลอกลวงในรูปแบบเดิมๆ เพียงแต่มิจฉาชีพจะเปลี่ยนชื่อหน่วยงาน และเปลี่ยนเนื้อหา หรือสิทธิประโยชน์ไปตามวันเวลา และสถานการณ์ในช่วงนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งว่าได้รับสิทธิต่างๆ หรือได้รับเงินคืน หรือให้อัปเดตข้อมูล โดยในขั้นตอนสุดท้ายจะหลอกลวงให้เหยื่อกดลิงก์ติดตั้งแอปพลิเคชันปลอมของหน่วยงานที่นำมาแอบอ้าง ที่ผ่านมาก็ปรากฏในหลายๆ หน่วยงาน มิจฉาชีพจะอาศัยความไม่รู้ และความโลภ ของประชาชนเป็นเครื่องมือ ใช้ความสมัครใจของเหยื่อให้ติดตั้งแอปพลิเคชันปลอม และมีการใช้สัญลักษณ์ของหน่วยงาน เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top