Friday, 3 July 2026
LITE

8 กรกฎาคม พ.ศ. 2503 ในหลาง รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระพันปีหลวง เสด็จฯ บ้านหลังแรก ที่เคยประทับเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์

วันนี้ เมื่อ 65 ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ ณ อพาร์ตเม้นท์เลขที่ 63 ถนนลองวู้ดแอฟเวนิว ชานเมืองบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นบ้านหลังแรกที่พระองค์เคยประทับเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์  

ในวันนั้นเจ้าของบ้านได้มารับเสด็จด้วยความปลาบปลื้มใจ พร้อมกับถือป้ายข้อความว่า “ขอต้อนรับกลับบ้าน ... Welcome home to the King.”

สำหรับบ้านหลังดังกล่าว เป็นที่ประทับเมื่อครั้งสมัยสมเด็จพระบรมราชชนก ทรงศึกษาวิชาการแพทย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชสมภพที่ “โรงพยาบาลเมาท์ ออเบิร์น” และเสด็จประทับอยู่ที่ “บ้านเลขที่ 63” ถนนลองวู้ด เอเวนิว บรู๊คไลน์ ชานเมืองบอสตัน จนพระชันษา 9 เดือน แล้วจึงเสด็จนิวัติประเทศไทย ภายหลังสมเด็จพระราชชนกสำเร็จการศึกษา ซึ่งปัจจุบันสถานที่เหล่านี้ยังคงถูกอนุรักษ์ไว้ พร้อมกับแผ่นจารึกเรื่องราวของพระองค์ รวมถึงยังมี “จัตรัสภูมิพล” ที่ทางมูลนิธิ KTBF (The King of Thailand Birthplace Foundation) จัดตั้งไว้เพื่อเป็นที่ระลึกว่าเมืองแห่งนี้เป็นสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชสมภพอีกด้วย

7 กรกฎาคม พ.ศ. 2534 ในหลวง รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระพันปีหลวง เสด็จฯ สวนหาดทรายใหญ่ จ.ประจวบคีรีขันธ์

วันนี้ เมื่อ 34 ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จทอดพระเนตรโครงการพระราชดำริสวนหาดทรายใหญ่ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ และมีพระราชกระแสว่า “...ขอให้ปลูกหญ้าแฝกไว้ด้วย เพราะหญ้าแฝกมีประโยชน์มากในการช่วยยึดดินไม่ให้พังทลาย ช่วยรักษาหน้าดินโดยเฉพาะที่โครงการฯ นี้ มีที่ลาดชันหลายแห่ง นอกจากนี้ หญ้าแฝกยังช่วยกักเก็บอินทรียวัตถุไว้ในดิน ใบอ่อนของหญ้าแฝกยังเป็นอาหารสัตว์ได้อีกด้วย...”

สำหรับหาดทรายใหญ่ เป็นผืนดินที่มีความเป็นมายาวนานสืบเนื่องมาจาก “อ่างเก็บน้ำเขาเต่า”ซึ่งเป็นโครงการชลประทานตามพระราชดำริแห่งแรกของในหลวง รัชกาลที่ 9 สร้างด้วยพระราชทรัพย์ ส่วนพระองค์ในปี พ.ศ.2506 เพื่อทรงช่วยราษฎรในพื้นที่ใกล้เคียงได้มีน้ำอุปโภคบริโภคเพราะที่บริเวณนี้ไม่มี แหล่งน้ำจืด จากนั้น พ.ศ.2508 ได้ทรงใช้พื้นที่ของหาดทรายใหญ่ ทำเป็นฟาร์มส่วนพระองค์เลี้ยงโค สุกร และไก่พันธุ์ไข่ เพื่อขยายพันธุ์แจกจ่ายให้กับราษฎรในพื้นที่ใกล้เคียงเป็นอาหารและเพิ่มรายได้

6 กรกฎาคม พ.ศ.2428 ‘หลุยส์ ปาสเตอร์’ นักเคมีชาวฝรั่งเศส ทดสอบวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าสำเร็จ

6 กรกฎาคม พ.ศ. 2428 หรือวันนี้ เมื่อ 140 ปีก่อน หลุยส์ ปาสเตอร์ (Louis Pasteur) นักเคมีชาวฝรั่งเศส ประสบความสำเร็จในการทดสอบวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) เป็นครั้งแรก โดยใช้รักษาให้กับเด็กชาย โจเซฟ เมสเตร์ (Joseph Meister) วัย 9 ขวบ 

ในสมัยนั้น โรคพิษสุนัขบ้าแม้ว่าจะไม่ใช่โรคระบาดที่ร้ายแรง แต่ก็สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้คนมาก เพราะเมื่อผู้ใดที่ถูกสุนัขบ้ากัดแล้วต้องเสียชีวิตทุกราย สัตว์ที่ป่วยด้วยโรคนี้ก็จะต้องตายโดยไม่มีวิธีรักษาหรือป้องกันได้เลย 

จากการค้นคว้าปาสเตอร์พบว่าเชื้อสุนัขบ้าอยู่ในน้ำลาย ดังนั้นเมื่อถูกน้ำลายของสุนัขที่มีเชื้อโรคอยู่ไม่ว่าจะถูกเลียหรือถูกกัด เชื้อโรคในน้ำลายก็จะซึมเข้าไปทางแผลสู่ร่างกายได้ 

ปาสเตอร์ได้นำเชื้อมาเพาะวัคซีน แล้วนำไปทดลองกับสัตว์ ปรากฏว่าได้ผลเป็นอย่างดี แต่เขาก็ยังไม่กล้านำมาทดลองกับคน จนกระทั่งวันหนึ่งเด็กชายเมสเตร์ถูกสุนัขบ้ากัด ไหน ๆ ก็จะต้องตายอยู่แล้ว พ่อแม่จึงได้นำบุตรชายมาให้ปาสเตอร์ทดลองรักษา ปรากฏว่าเด็กน้อยไม่ป่วยเป็นโรคสุนัขบ้า 

การค้นพบครั้งนี้ทำให้เขามีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากขึ้น จากนั้นในปี 2431 ปาสเตอร์ได้ก่อตั้ง 'สถาบันปาสเตอร์' (Pasteur Institute) ขึ้นที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และได้ขยายสถาบันปาสเตอร์ไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก ในประเทศไทยใช้ชื่อว่า 'สถานเสาวภา' ก่อตั้งในปี 2455 โดย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ปัจจุบันเป็นหน่วยงานในสังกัดสภากาชาดไทย

5 กรกฎาคม พ.ศ. 2503 ในหลวง รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ถนนบรอดเวย์ โดยมีประชาชนกว่า 7 แสนคน รับเสด็จ

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 1960 (พ.ศ. 2503) ประชาชนกว่า 7.5 แสนคน (จากการประเมินของเจ้าหน้าที่ตำรวจ) ได้มาเฝ้ารอรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ซึ่งประทับรถยนต์พระที่นั่งเปิดประทุนมาพร้อมกับขบวนพาเหรด บนถนนโลเวอร์บรอดเวย์ (Lower Broadway) นครนิวยอร์ก โดยมีแถบกระดาษขนาดเล็กจำนวนมากโปรยปรายลงมาระหว่างการเคลื่อนขบวนเสด็จ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของการต้อนรับขบวนพาเหรดในนครนิวยอร์ก

ขบวนพาเหรดดังกล่าวกินเวลาประมาณ 20 นาที นำเสด็จจากถนนโลเวอร์บรอดเวย์ ไปถึงศาลาว่าการนครนิวยอร์ก เมื่อเวลาประมาณ 12.25 นาฬิกา

“มันอลังการมาก เราเคยเห็นการต้อนรับแบบนี้ในภาพยนตร์หลายเรื่อง และเราก็ตื่นเต้นมากที่ได้รับการต้อนรับแบบเดียวกัน” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ตรัสกับ โรเบิร์ต แวกเนอร์ (Robert Wagner) ผู้ว่านครนิวยอร์กในขณะนั้น

ทั้งนี้ ในช่วงเวลาดังกล่าวยังอยู่ในภาวะสงครามเย็น สื่อสหรัฐฯ จึงตั้งคำถามต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถึงภัยคุกคามจากลัทธิคอมมิวนิสต์ซึ่งพระองค์ได้ทรงตอบว่า

“ประชาชนชาวไทยต้องการสันติภาพ สันติภาพอันมีเกียรติ…เราไม่เคยยั่วยุผู้ใด แต่เราพร้อมที่จะปกป้องตนเองจากการรุกรานจากภายนอก”

‘ลิซ่า’ ติดโผ 1 ใน 33 คนมีสไตล์แห่งปี 2025 จาก New York Times ในฐานะแฟชั่นไอคอนระดับโลก

(4 ก.ค.68) ลิซ่า ลลิษา มโนบาล หรือ 'ลิซ่า BLACKPINK' ศิลปินสาวไทยระดับโลก ติดอันดับ The Most Stylish People of 2025, So Far จาก The New York Times กลายเป็นหนึ่งในไม่กี่คนจากเอเชียที่ได้รับเลือกให้เป็นบุคคลผู้มีสไตล์โดดเด่นแห่งปี

ลิซ่าถูกยกย่องในฐานะแฟชั่นไอคอนที่สะกดสายตาผู้คนทั่วโลก ไม่ว่าจะบนเวที บนจอ หรือบนพรมแดง ซึ่งนอกจากการติดโผบุคคลที่มีสไตล์ที่สุดในปีนี้แล้ว ลิซ่ายังถูกกล่าวถึงในพาร์ทของ 'ลาบูบู้' เทรนด์อาร์ตทอยขนนุ่มพาสเทลที่เหล่าคนดังระดับโลกนิยมสะสม สะท้อนรสนิยมแฟชั่นและอิทธิพลของลิซ่าในหลากหลายมิติ

จากทั้งหมด 33 รายชื่อที่ The New York Times คัดเลือก ลิซ่าคือหนึ่งในชื่อที่โดดเด่นที่สุดของปี 2025 จนถึงตอนนี้ พร้อมสร้างหมุดหมายใหม่ในฐานะตัวแทนเอเชียที่โลกต้องจับตา

๔ กรกฎาคม วันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประสูติเมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2500 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต 

ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์เล็กในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้รับพระราชทานพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

พระนาม จุฬาภรณ์ หมายถึง การอัญเชิญพระนาม 'จุฬา' ในพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มาเป็นคำต้นพระนามของพระองค์ เนื่องด้วยในวันประสูตินั้น เป็นวันมหาปีติของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา  

ทรงเริ่มศึกษาระดับอนุบาลที่โรงเรียนจิตรลดา ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ทรงได้รับการปลูกฝังทางศิลปะ นาฏศิลป์และดนตรี จากพระอาจารย์ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ทั้งยังทรงสนพระทัยวิชาคำนวณและวิทยาศาสตร์ ขณะเดียวกันโปรดศึกษาวิชาภาษาต่างประเทศ และวิชาศิลปะควบคู่กันไป โดยทรงเลือกเรียนสายวิทยาศาสตร์ ในระดับมัธยมปลาย เพื่อนำความรู้มาต่อยอดทำประโยชน์เพื่อความสุขของประชาชน

เมื่อสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลาย ทรงเข้าศึกษาระดับปริญญาตรีคณะวิทยาศาสตร์ สาขาอินทรีย์เคมี เกียรตินิยมอันดับ 1 จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทรงสอบได้ที่ 1 ในวิชาเคมีและชีววิทยา ทั้งยังทรงได้รับรางวัลเรียนดีจากมูลนิธิศาสตราจารย์ ดร.แถบ นีละนิธิ 

พ.ศ.2528 ทรงสำเร็จการศึกษาปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขาอินทรีย์เคมี มหาวิทยาลัยมหิดล ทั้งนี้ยังทรงสำเร็จการอบรมระดับหลังปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยอูล์ม สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

พ.ศ.2550 ทรงสำเร็จการศึกษาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

พ.ศ.2557 ทรงสำเร็จการศึกษาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพสัตวแพทย์ (หลักสูตรนานาชาติ) จากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อนำความรู้ไปช่วยเหลือสัตว์ต่างๆ

ทรงมีพระธิดา 2 พระองค์ คือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ ทรงอุทิศพระวรกายเพื่ออาณาประชาราษฎร์ให้มีความสุข อยู่ดีกินดี และร่วมพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศ ไม่ว่าจะในแขนงใด 

ด้านวิทยาศาสตร์และการแพทย์นั้น ทรงมีพระราชปณิธานในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาประเทศ โดยทรงแลกเปลี่ยนความร่วมมือกับต่างประเทศในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ ทำให้เป็นที่ประจักษ์ของชาวโลก 

ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทองอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ จากยูเนสโก ในปี พ.ศ.2530 ทรงก่อตั้งมูลนิธิจุฬาภรณ์ขึ้น ก่อนพัฒนาเป็นสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ต่อมา เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาวิจัย ทั้งทรงก่อตั้งโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ให้บริการทางการแพทย์และการเงินแก่ผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งยากไร้ ทำให้ทรงได้รับการยกย่องเป็น เจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์

ทรงดำรงตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) และได้เสด็จฯไปทรงร่วมกับหน่วยแพทย์เคลื่อนที่มูลนิธิ พอ.สว. ให้การรักษาแก่ผู้ป่วยทุกภูมิภาคของไทย 

ทรงมีพระเมตตาแผ่ถึงบรรดาสัตว์ป่วยอนาถา ทรงรับเป็นประธานกรรมการขับเคลื่อนการดำเนิน “โครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ทั้งยังมีพระดำริให้ก่อตั้งโรงพยาบาลสัตว์ขึ้นในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศด้วย

พระอัจฉริยภาพด้านศิลปวัฒนธรรมของพระองค์ยังได้ฉายชัด ทรงดนตรี ทรงขับร้องเพลง ทรงนิพนธ์เพลง ทรงวาดภาพ และทรงออกแบบเครื่องประดับและเครื่องแต่งกาย ทรงเชี่ยวชาญเปียโน และกีต้าร์ 

พ.ศ.2543 ขณะเสด็จฯ ไปทรงเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน รัฐบาลจีนได้บรรเลง 'กู่เจิง' ถวาย ทำให้ทรงประทับใจและมุ่งมั่นศึกษา ฝึกซ้อมอย่างจริงจัง จนถึงระดับสูงสุด โดยทรงมีพระดำริให้จัดการแสดงดนตรีและวัฒนธรรม 'สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน' กระชับสัมพันธไมตรีไทยกับจีน 

ทรงออกแบบเครื่องประดับผนวกกับงานการกุศล เช่นโครงการ 'ถักร้อย สร้อยรัก' และโครงการ 'ดร.น้ำจิต' นำรายได้สมทบทุนมูลนิธิจุฬาภรณ์ ทั้งยังทรงจัดนิทรรศการภาพวาดฝีพระหัตถ์ของพระองค์เองด้วย ด้านการศาสนา ทรงดำรงพระองค์เป็นพุทธมามกะ และพุทธศาสนูปถัมภก เอาพระทัยใส่ในพุทธศาสนา ทั้งยังทรงเป็นประธานของโครงการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน) ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์อ่านประกาศกระแสพระบรมราชโองการเฉลิมพระนาม สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เป็น “สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี” เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานน้ำพระมหาสังข์ ใบมะตูม ทรงเจิม พระราชทานพระสุพรรณบัฏและเหรียญรัตนาภรณ์ ร.10 ชั้นที่ 1

3 กรกฎาคม พ.ศ. 2440 ในหลวงรัชกาลที่ 5 เสด็จฯ เยือนรัสเซีย จุดเริ่มต้นสถาปนาความพันธ์สู่มิตรแท้ที่ยาวนาน

ย้อนอดีต 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2440 เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินเยือนรัสเซีย นับเป็นปฐมบทความสัมพันธ์ไทย – รัสเซีย มายาวนานครบ 128 ปี

ไทยและรัสเซียได้ยึดถือการเสด็จประพาสรัสเซียของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (3-11 กรกฎาคม พ.ศ. 2440/ค.ศ.1897) เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน โดยความสัมพันธ์ระหว่างพระราชวงศ์มีความใกล้ชิด 

การเสด็จฯ ในครั้งนั้น นับเป็นการเยือนยุโรปอย่างเป็นทางการครั้งแรก ซึ่งต่อมาได้ถือวันดังกล่าวเป็นวันสถาปนาความสัมพันธ์ไทยและรัสเซีย 

โดยก่อนหน้านั้น พระเจ้าซาร์ นิโคลัสที่ 2 เมื่อครั้งยังดำรงพระอิสริยศที่ "มกุฎราชกุมาร" แห่งรัสเซีย ได้เสด็จพระราชดำเนินมาเยือนราชอาณาจักรสยามอย่างเป็นทางการ ในฐานะพระสหายสนิทในสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ระหว่างวันที่ 20 - 24 มีนาคม พุทธศักราช 2434 รวมเวลาทั้งสิ้น 5 วันโดยได้รับการต้อนรับอย่างสมพระเกีรยติเช่นกัน 

ว่ากันว่า ด้วยพระราชไมตรีอันแน่นแฟ้นของพระราชวงศ์ทั้งสองนี้ ก็ได้คานอำนาจของประเทศมหาอำนาจในยุโรปอย่างฝรั่งเศสและอังกฤษ ทำให้สยามดำรงเอกราชเพียงประเทศเดียวในภูมิภาคจวบจนกระทั่งทุกวันนี้

อย่างไรก็ตาม ไทยกับรัสเซียไม่มีการติดต่อกันทางการทูตนับแต่ปี 2460 (ค.ศ.1917) เมื่อเกิดการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองในรัสเซียจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบสังคมนิยม ทั้งนี้ ได้มีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทยครั้งใหม่ ในปี พ.ศ.2491 (ค.ศ.1948) โดยได้มีการแลกเปลี่ยนคณะทูตชุดแรกระหว่างกันในระดับอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็ม ต่อมา เมื่อสหภาพโซเวียตได้สลายตัวลงในปี 2534 (ค.ศ.1991) สหพันธรัฐรัสเซียได้เป็นผู้สืบสิทธิ์ของสหภาพโซเวียตทั้งหมด จึงถือได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับรัสเซียดำเนินต่อมาโดยไม่หยุดชะงัก

'40 ศิลปินไทย' ผนึกกำลังหลอมรวมใจ ร่วมถ่ายทอดบทเพลงพระราชนิพนธ์ 'เราสู้'

(2 ก.ค.68) เพจเฟซบุ๊ก 'กองบัญชาการกองทัพไทย Royal Thai Armed Forces Headquarters' ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ศิลปินไทยกว่า 40 ชีวิต ทุกรุ่น ทุกแนวเพลง พร้อมใจกันถ่ายทอดบทเพลงพระราชนิพนธ์ 'เราสู้' ในโครงการ '๑ ในล้านความดี' เรียบเรียงดนตรีใหม่โดย หนึ่ง จักรวาล เพื่อส่งกำลังใจให้ทหารแนวหน้าและคนไทยทุกคน มาร่วมรับชมและรับฟังบทเพลงแห่งพลังใจนี้พร้อมกัน วันที่ 2 กรกฎาคม 2568 ทางทุกช่องทางออนไลน์ พลังเล็กๆ ของเราทุกคน สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้! รับชมได้จาก https://youtu.be/b7arRoRNFbk

#เราสู้ #หนึ่งในล้านความดี #คนไทยไม่ทิ้งกัน

‘พีช ทองเจือ’ กับลุค Daddy สุดปึ๋งปั๋งหลังใช้ MANDO ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์หล่อไม่แผ่วจะ 60 ปียังแซ่บไฟลุก

(2 ก.ค.68) 'พีช ทองเจือ' ครบรอบวันเกิด จะ 60 ปี แต่ “สุขภาพยังดี ปึ่งปั๋งไม่มีตก” หลังกินผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร MANDO เป็นประจำ จนชาวเน็ตโฟกัสผิดจุด! เป้าตุงโซเชียลลุกเป็นไฟ แฟน ๆ แซว 

เรียกว่าเป็นวันเกิดที่ทำโซเชียลฮือฮาตั้งแต่เช้าสำหรับพระเอกตลอดกาล 'พี่พีช ทองเจือ' ที่ปีนี้ย่างเข้าสู่วัยเลขห้าแบบหล่อไม่มีแผ่ว! แต่สิ่งที่ทำให้ชาวเน็ตแทบหยุดหายใจกลับไม่ใช่เค้กวันเกิดหรือคำอวยพร… แต่อยู่ที่ 'เป้ากางเกง' ที่แน่นจนหลายคนต้องซูม! หลังจากใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร MANDO ซึ่งมีสารสกัดรวม 9 ชนิด ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพท่านชาย ไม่ว่าจะเป็นหอยนางรมนำเข้าจากญี่ปุ่น, เห็ดหลินจือ, กระชายดำ, โกจิเบอร์รี่, โสมเกาหลี, ถั่งเช่าจากทิเบต, ซิงค์ เมโธโอนิน, แอลอาร์จินีน โมโนไฮคลอไรด์ และแอลแอสคอร์บิท แอซิด

ซึ่งทำให้ภาพวันเกิดสุดเรียบง่าย แต่ฟีลลิ่งกลับไม่เรียบ เพราะพี่พีชมาในชุดลำลองชิล ๆ แต่ดันชิลไม่ไหว! เป้าตุงแบบไม่ตั้งใจ ทำเอาชาวทวิตเตอร์ ฟีด IG และกรุ๊ป FC ต้องขยี้ตารัว ๆ จนแฮชแท็ก #พีชทองเจือ ติดเทรนด์ช่วงเช้า

ชาวเน็ตแห่แซวกันสนั่น
“หล่อยังไงไม่รู้ แต่สุขภาพดีแน่นอนค่ะคุณพี่”
“หล่ออมตะไม่พอ ปึ่งปั๋งยิ่งกว่าวัยรุ่นอีกกกก”
“สาวเล็กสาวใหญ่ LGBTQ ขอกราบหัวใจและร่างกายพี่พีชค่ะ!”

บ้างก็แซวแบบแฟนคลับตัวจริง
“คนอะไร๊ อายุ 5X แต่ใจสั่นกว่าเด็กวัย 20 อีก!”

เรียกได้ว่า พี่พีช ทองเจือ ยังคงครองใจแฟนคลับทุกเพศทุกวัยได้แบบไม่มีตก ทั้งรูปร่างที่ดูแลอย่างดี ไลฟ์สไตล์แอคทีฟ แถมยังเป็นไอดอลของสายสุขภาพที่แท้ทรู!

สุขสันต์วันเกิดนะคะพี่พีช ขอให้ปึ่งปั๋งแบบนี้ไปอีกหลายสิบปีเลยค่า 🎉💪

2 กรกฎาคม พ.ศ. 2537 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ประกอบพิธีเปิด “อนุสรณ์สถานแห่งชาติ”

วันนี้เมื่อ 31 ปีก่อน ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอนุสรณ์สถานแห่งชาติ

พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ ประกอบพิธีเปิดและพระราชทานนาม “อนุสรณ์สถานแห่งชาติ” เพื่อจัดแสดงนิทรรศการเรื่องราวประวัติศาสตร์ทหารและเป็นสถานที่จารึกรายชื่อวีรชนผู้สละชีวิตในการปกป้องชาติ ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 1 จนถึงปัจจุบัน โดยมุ่งเน้นการสร้างจิตสำนึกคนรุ่นใหม่ให้เกิดความรักและหวงแหนประเทศชาติและรำลึกถึงความเสียสละของบรรพชนผ่านเทคโนโลยีสื่อผสมแบบ Interactive เพื่อช่วยให้ผู้เข้าชมเกิดความสนใจและสื่อสารข้อมูลประวัติศาสตร์ได้สะดวก รวดเร็ว เข้าใจง่าย

✨ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล

✨ประจำวันที่ 1 กรกฎาคม 2568

🟢รางวัลที่ 1 รางวัลละ 6,000,000 บาท
949246

🔴รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท
949245  949247

🔴รางวัลเลขหน้า 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท
680  169

🔴รางวัลเลขท้าย 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท
918  261

🔴รางวัลเลขท้าย 2 ตัว รางวัลละ 2,000 บาท
91

🔴รางวัลที่ 2 จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท
501076  468424  750603  283443  402610

🔴รางวัลที่ 3 จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 80,000 บาท
429897  891029  541431  974816  963496  
927157  843129  559936  766204  419855  

🔴รางวัลที่ 4 จำนวน 50 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท
489252  094992  142971  834574  201955  
833406  427771  586521  628266  781649  
017678  788211  880901  247166  993575  
626701  637020  348585  445214  468973  
628009  045856  333125  653939  482157  
510345  215022  861208  689580  335905  
045467  767575  671882  578534  907629  
377896  930166  635490  922403  326154  
926607  526484  187433  605221  172116  
596175  942371  167002  925177  125675 

‘เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ’ ปลงผมเข้าพิธีบวชสามเณรี ได้รับฉายา “ธัมมกัลยาณี – ผู้หญิงที่มีความงามทางธรรม”

(1 ก.ค. 68) วันนี้ เวลา 04.30น. นางเอกสาว “เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ” ได้ปลงผมตามฤกษ์ดี เพื่อเข้าพิธีบวชเป็นสามเณรี ณ ศรีวรญาลัย จ.สระบุรี โดยสามเณรีเจนี่ได้รับฉายาทางธรรมว่า ธัมมกัลยาณี แปลว่า ผู้หญิงที่มีความงามทางธรรม

“ในวันนี้ ข้าพเจ้าขออนุโมทนาบุญในการอุปสมบท อันเป็นมหากุศลอันยิ่งใหญ่ในชีวิต และนับเป็นเกียรติสูงสุดที่ได้รับ ผ้าไตรพระราชทานจากทูลหม่อม ซึ่งข้าพเจ้าสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

การบวชในครั้งนี้ มิได้เกิดจากเพียงแรงศรัทธาแต่เป็นความตั้งใจลึกซึ้งของข้าพเจ้าที่ต้องการ 'วางทุกสิ่ง' และหันกลับมาอยู่กับความจริงภายใน ข้าพเจ้าขออุทิศการบวชแด่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และผู้มีพระคุณทั้งในอดีตและปัจจุบัน

ขอบคุณทุกความรักที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต ทั้งที่สมหวังและไม่สมหวัง เพราะทุกสิ่งทุกอย่างได้หล่อหลอมให้หัวดวงใจนี้ รู้จักคำว่า 'ให้อภัย' และ 'วางลง' ข้าพเจ้าขอให้แรงบุญแห่งการบวชครั้งนี้ ส่งผลให้ทุกท่านประสบความสุข ความสงบในจิตใจและขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในวันนี้

ขออนุญาตกราบขอบพระคุณทุกท่านด้วยใจจริง สาธุ ธัมมกัลยาณี”

1 กรกฎาคม พ.ศ. 2454 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนาลูกเสือแห่งชาติ

ในวันที่ 1 กรกฎาคมของทุกปี พสกนิกรชาวไทยต่างร่วมกันรำลึกถึง 'วันสถาปนาลูกเสือแห่งชาติ' ซึ่งเป็นวันสำคัญที่แสดงถึงจุดเริ่มต้นของกิจการลูกเสือในประเทศไทย อันเป็นรากฐานสำคัญในการบ่มเพาะและพัฒนาเยาวชนให้เติบโตเป็นพลเมืองที่ดี มีระเบียบวินัย และมีความรับผิดชอบต่อสังคม

กิจการลูกเสือในประเทศไทยถือกำเนิดขึ้นด้วยพระบรมราชโองการของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2454 (ค.ศ. 1911) ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการฝึกอบรมเยาวชนให้มีคุณธรรม จริยธรรม ความมีวินัย ความอดทน และความเสียสละ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ โดยได้ทรงจัดตั้ง 'กองลูกเสือ' ขึ้นเป็นครั้งแรกที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวง (ปัจจุบันคือโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย)

พระองค์ทรงพระราชทานคำขวัญอันเป็นอมตะแก่ลูกเสือว่า "เสียชีพอย่าเสียสัตย์" ซึ่งสะท้อนถึงอุดมการณ์ของลูกเสือที่มุ่งเน้นเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต และทรงถือว่ากิจการลูกเสือเป็น "การเตรียมกำลังสำรองในการป้องกันประเทศ" ควบคู่ไปกับการปลูกฝังคุณลักษณะที่ดีงาม

30 มิถุนายน พ.ศ. 2549 ‘พงษ์ศักดิ์เล็ก’ ป้องกันแชมป์โลก WBC รุ่นฟลายเวท สมัยที่ 15!! ทุบสถิตินักชกเม็กซิกัน ที่ยืนยาวเกือบ 3 ทศวรรษ

พงษ์ศักดิ์เล็ก ศิษย์คนองศักดิ์ หรือนายพงศกร วันจงคำ สร้างประวัติศาสตร์วงการมวยโลกในวันที่ 30 มิถุนายน 2549 ด้วยการป้องกันแชมป์โลกรุ่นฟลายเวท WBC (สมัยแรก) เป็นครั้งที่ 15 ได้สำเร็จ กลายเป็นนักชกที่ป้องกันตำแหน่งได้มากที่สุดในรุ่นนี้

การชกครั้งนี้จัดขึ้นที่จังหวัดอุดรธานี โดยพงษ์ศักดิ์เล็กเอาชนะน็อค เอเวอราโด โมราเลส (Everardo Morales) ผู้ท้าชิงชาวเม็กซิกัน ไปได้อย่างงดงามในยกที่ 4 ด้วยพลังหมัดที่เด็ดขาดและการชกอย่างชาญฉลาด

ชัยชนะในครั้งนั้นส่งผลให้พงษ์ศักดิ์เล็กทำลายสถิติเก่าของมิเกล คันโต (Miguel Canto) อดีตแชมป์โลกชาวเม็กซิกัน เจ้าของฉายา "El Maestro" ผู้เคยป้องกันแชมป์โลกรุ่นฟลายเวท WBC ได้ 14 ครั้งระหว่างปี 1975–1979 โดยสถิติดังกล่าวยืนยาวมานานกว่า 27 ปี ก่อนจะถูกพงษ์ศักดิ์เล็กล้มลงอย่างสมศักดิ์ศรีในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม การป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 18 กับไดซูเกะ ไนโต (Daisuke Naito) นักชกชาวญี่ปุ่น เมื่อวัน 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ที่ญี่ปุ่นกลับไม่เป็นไปตามคาด แม้พงษ์ศักดิ์เล็กเคยเอาชนะมาแล้วถึง 2 ครั้ง แต่ครั้งนี้เขาประสบปัญหาการลดน้ำหนักหลายรอบก่อนชั่ง ทำให้สภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ ขณะที่ไนโตเตรียมตัวมาอย่างดี ใช้จังหวะเข้าทำเร็วและโผเข้ากอดบ่อยครั้งจนทำให้พงษ์ศักดิ์เล็กออกอาวุธไม่ถนัด ก่อนจะแพ้คะแนนเอกฉันท์ 115-113, 116-113, 116-113 อย่างพลิกความคาดหมาย

ความพ่ายแพ้นี้ทำให้สถิติการป้องกันแชมป์ต้องหยุดที่ 17 ครั้ง พลาดเป้าหมายป้องกันครบ 20 ครั้งที่ตั้งใจไว้ แต่ยังเพียงพอให้ชื่อของเขาถูกจารึกว่าเป็นนักชกที่ป้องกันแชมป์โลกรุ่นฟลายเวทได้มากเป็นอันดับ 2 ของเอเชีย เทียบเท่ากับยู มย็อง-อู อดีตแชมป์โลกรุ่นไลท์ฟลายเวทของ WBA จากเกาหลีใต้

29 มิถุนายน พ.ศ. 2424 วันคล้ายวันประสูติ ‘เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์’ พระโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต พระโอรสพระองค์ที่ 33 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และสมเด็จพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี ทรงประสูติเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2424 ทรงเป็นต้นราชสกุลบริพัตร ทรงศึกษาชั้นต้นที่พระตำหนักสวนกุหลาบ ก่อนจะเสด็จไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษและเยอรมันในด้านวิชาทหาร รวมถึงวิชาดนตรีและการประพันธ์เพลง

เมื่อเสด็จกลับประเทศไทยในปี 2446 ขณะพระชนมายุ 23 พรรษา ทรงเริ่มรับราชการในตำแหน่งเสนาธิการทหารบก และทรงสร้างความเจริญก้าวหน้าในด้านการทหาร การปกครอง การสาธารณสุข และการศึกษา ทรงวางรากฐานสำคัญให้กับกองทัพเรือ กองทัพบก กระทรวงกลาโหม และกระทรวงมหาดไทย

ในฐานะเสนาธิการทหารบก ทรงเปลี่ยนชื่อกรมอากาศยานทหารบกเป็นกรมอากาศยาน ทรงจัดหาเครื่องบินไว้ใช้ในราชการมากขึ้น จัดตั้งกองบิน สนามบินในต่างจังหวัด และเปิดสายการบินไปรษณีย์ทางอากาศ พร้อมทั้งส่งเสริมการบินในระดับประเทศและระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังทรงส่งเสริมประชาชนบริจาคซื้อเครื่องบินเพื่อราชการอีกด้วย

นอกจากความโดดเด่นทางด้านทหารแล้ว พระองค์ยังทรงพระปรีชาสามารถทางดนตรี ทรงพระนิพนธ์เพลงไทยและเพลงฝรั่งจำนวนมาก เช่น วอลซ์ปลื้มจิต และเพลงมหาโศก ได้รับพระนามว่า 'พระบิดาแห่งเพลงไทยเดิม' ในปี 2474 พระองค์เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2487 ณ เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย สิ้นพระชนมายุ 63 พรรษา


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top