Monday, 19 May 2025
NEWS FEED

มหาวิทยาลัยรามคำแหง ประกาศให้ทุนการศึกษา จำนวน 100 ทุน แก่นักศึกษาปัจจุบันและผู้สมัครนักศึกษาใหม่ ที่บิดา-มารดา เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 โดยให้เรียนฟรี 1 ปีการศึกษา เพื่อช่วยเหลือและให้โอกาสทางการศึกษาในเบื้องต้น

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทำให้มีผู้ได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีนักเรียนนักศึกษาจากหลายครอบครัวที่ต้องสูญเสียบิดามารดาจากโรคดังกล่าว จนมีผลกระทบต่อการศึกษา มหาวิทยาลัยวิทยาลัยรามคำแหง จึงขอมีส่วนร่วมในการดูแลและช่วยเหลือในเบื้องต้นแก่นักศึกษาที่สูญเสียบิดามารดาจากโรคโควิด-19 โดยมหาวิทยาลัยจะให้ทุนการศึกษา เรียนฟรี 1 ปีการศึกษา (ปีการศึกษา 2564) แก่นักศึกษาปัจจุบันและผู้สมัครเป็นนักศึกษาใหม่ เป็นจำนวน 100 ทุนการศึกษา

"ทั้งนี้เพื่อให้นักศึกษาเหล่านี้มีโอกาสได้เรียนต่อโดยไม่หยุดชะงัก ซึ่งการให้ทุนการศึกษาครั้งนี้ เป็นมาตรการที่เพิ่มเติมจากการลดค่าเล่าเรียน 50% ของมหาวิทยาลัย ตามนโยบายของรัฐบาลและของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ และหากมีผู้ได้รับความเดือนร้อนมากเกินกว่าจำนวนทุนการศึกษาที่กำหนดในข้างต้น มหาวิทยาลัยก็จะพิจารณาจัดสรรทุนการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป"

สำหรับนักศึกษาที่ได้รับความเดือนร้อนในกรณีดังกล่าว สามารถยื่นความจำนงขอรับทุนการศึกษาได้ที่ งานแนะแนวจัดหางานและทุนการศึกษา กองกิจการนักศึกษา ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป รายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 0-2310-8080


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

'ธรรมนัส' เผย 'สมาคมมูลนิธิอินเดีย' จับมือพปชร. มอบเครื่องอุปโภค -บริโภค ช่วยปชช.บรรเทาเดือดร้อนจากโควิด

(29 ก.ค. 64) ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉิน พรรคพลังประชารัฐ (ศปฉ.พปชร.) เปิดเผยว่า...

ตนเป็นตัวแทนพรรคพปชร. รับมอบเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย ข้าวสาร, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และหน้ากากอนามัย จากนายปินเดอร์ สิงมาดาน กรรมการบริหารสมาคมมูลนิธิอินเดียแห่งประเทศไทย เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่พบเป็นคลัสเตอร์ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รอบใหม่ ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ใช้ดำรงชีพในระหว่างการกักตัวในที่อยู่อาศัยของตนเองรวมถึงในพื้นที่ศูนย์พักคอยในแต่ละพื้นที่ตามมาตรการทางสาธารณสุข เพื่อให้ผู้ติดเชื้อมีสถานที่ดูแลซึ่งจะจำกัดวงการแพร่ระบาดได้มากขึ้น

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างศปฉ.พปชร. และสมาคมมูลนิธิอินเดียแห่งประเทศไทย มีเป้าหมายเดียวกันคือ เดินหน้าช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนทั้งคนไทยและคนไทยเชื้อสายอินเดีย ที่ตั้งถิ่นฐานและประกอบธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนมาก เพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ให้ทั่วถึงได้มากที่สุด

โดยสมาคมมูลนิธิอินเดียฯ เป็นองค์กรที่มีสมาชิกมากที่สุด และเป็นศูนย์กลางการประสานงานของสมาคมอินเดียอีกหลายสมาคม ซึ่งดำเนินกิจกรรมช่วยเหลือสังคมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดทั้งในรูปแบบการบริจาคและสนับสนุน ร่วมถึงการประสานช่วยเหลือผู้ป่วยในการเข้าสู่ระบบสาธารณสุข เพื่อให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤติร่วมกันในครั้งนี้


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

สหรัฐฯ กำลังส่งวัคซีนต้านไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ให้ไทยและกัมพูชา ในขณะที่รัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน เดินหน้ากระจายเสบียงวัคซีนของอเมริกาไปทั่วโลก ตามรายงานของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก สื่อมวลชนสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดี (29 ก.ค.)

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานอ้างเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายหนึ่งเปิดเผยว่า วัคซีนของบริษัทไฟเซอร์ อิงค์ 1.5 ล้านโดส เดินทางออกจากสหรัฐฯ มุ่งหน้าสู่ไทยในวันพุธ (28 ก.ค.) และคาดหมายว่าจะถึงจุดหมายปลายทางในวันศุกร์ (30 ก.ค.)

นอกจากนี้แล้ว วัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน จำนวน 1.06 ล้านโดส กำลังถูกลำเลียงทางอากาศมุ่งหน้าสู่กัมพูชา ส่วนหนึ่งในโครงการโคแว็กซ์ โดยวัคซีนเหล่านั้นจะเดินทางถึงกัมพูชาแยกกัน 2 เที่ยวบิน ในวันศุกร์ (30 ก.ค.) และวันเสาร์ (31 ก.ค.)

รัฐบาลของไบเดน สหรัฐฯ ตั้งเป้าบริจาควัคซีนอย่างน้อย 580 ล้านโดสไปทั่วโลก และเบื้องตันได้บรรลุเป้าหมายเร่งด่วนในการบริจาควัคซีนของไฟเซอร์ โมเดอร์นา อิงค์และจอห์นสันแอนด์จอห์นสันแก่ประเทศต่าง ๆ ให้ได้ 80 ล้านโดสภายในเดือนมิถุนายน

ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ ยังได้สั่งซื้อวัคซีนของไฟเซอร์เพิ่มอีก 500 ล้านโดส สำหรับบริจาคให้ต่างชาติ เริ่มในเดือนหน้า โดยประธานาธิบดีไบเดน ยกระดับความช่วยเหลือด้านวัคซีนแก่นานาชาติ หลังอุปสงค์ในสหรัฐฯ เริ่มเบาบางลง

รัฐบาลสหรัฐฯ เน้นย้ำว่าวัคซีนที่แบ่งปันไปนั้นไม่มีข้อผูกมัดใด ๆ สำหรับผู้รับ และพวกเขามีเป้าหมายเพียงอย่างเดียวคือต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วโลก


ที่มา : https://mgronline.com/around/detail/9640000073973

https://www.bloomberg.com/news/articles/2021-07-28/u-s-sending-2-5-million-vaccine-doses-to-thailand-and-cambodia


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

“ทิพานัน” ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สอบแก๊งรับจ้างจัดฉากแกล้งตายบนถนน สร้างความตื่นตระหนก พร้อมสาวให้ถึงผู้อยู่เบื้องหลัง ทำเป็นขบวนการหรือไม่ ชี้มีความผิดถึงคุกสูงสุด 5 ปี ปรับ 100,000 บาท เตือนประชาชนตกเป็นเครื่องมือ วอนอย่ารีบแชร์ ห่วงเยาวชนเลียนแบบ

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีโลกออนไลน์แชร์ภาพจับผิดการจัดฉากภาพผู้เสียชีวิตนอนริมถนน ภาพคนล้มบนถนนเพื่อสร้างสถานการณ์ให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นผลกระทบจากโควิด-19 และเมื่อได้ประสานงานให้ผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก็พบว่าบางกรณีน่าสงสัยว่าเป็นการรับจ้างไปนอนล้มในสถานที่ต่าง ๆ เพื่อถ่ายภาพและส่งคลิป ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการสร้างความตื่นตระหนกให้กับสังคม ซ้ำเติมวิกฤต ทำลายขวัญและกำลังใจของพี่น้องประชาชน เพิ่มภาระแก่เจ้าหน้าที่และเสียเวลาช่วยชีวิตผู้ป่วยที่กำลังรอคอยความช่วยเหลือ

ดังนั้น จึงต้องเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องทั้งขบวนการ คือ ผู้รับจ้าง ผู้ว่าจ้าง และผู้นำเข้าข้อมูลในสื่อโซเชียลที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนข้อ 11 แห่งข้อกำหนดฉบับที่ 27 เรื่องมาตรการเพื่อไม่ให้มีการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารอันทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท และความผิดตามมาตรา 14 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฐานนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนโดยทุจริต ข้อมูลอันเป็นเท็จที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ แล้วแต่พฤติการณ์

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า ขอฝากเตือนพี่น้องประชาชนที่พบเห็นภาพในลักษณะดังกล่าว ขอให้หยุดคิดและตรวจสอบที่มาที่ไปของแหล่งข้อมูลที่นำภาพและคลิปมาเผยแพร่ก่อนรีบส่งต่อ ซึ่งอาจตกเป็นเครื่องมือในการสร้างความปั่นป่วนวุ่นวาย บั่นทอนกำลังใจของผู้ปฏิบัติหน้าที่ ที่น่าเป็นห่วงคือเยาวชน อาจเกิดการลอกเลียนแบบพฤติกรรมนี้ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

“กลุ่มขบวนการ ‘เด็กเลี้ยงแกะ’ ที่สร้างภาพสร้างสถานการณ์นั้น ขอให้คำนึงถึงความเป็นคน เลิกการกระทำดังกล่าวเสีย เพราะในสถานการณ์วิกฤตโควิดแบบนี้ ทุกวินาทีมีค่าต่อชีวิตผู้ป่วยที่รอคอยความช่วยเหลือ หากเจ้าหน้าที่ต้องเสียเวลากับการตรวจสอบเรื่องโกหกหรือข่าวปลอม หลายชีวิตอาจจะได้รับการช่วยเหลือไม่ทันเวลา ได้โปรดเห็นแก่ชีวิตมนุษย์” น.ส.ทิพานัน กล่าว


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

'ณวัฒน์' ไลฟ์สดชี้แจงเรื่องราว พร้อมฝากเตือน 'หนุ่ม กรรชัย' อย่าคิดว่าได้ข้อมูลที่เจ๋งที่สุด

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียลเมื่อมีการออกมาแฉว่า 'ณวัฒน์ อิสรไกรศีล' เจ้าพ่อวงการขาอ่อนนั้นติดโควิดมาจากไหน ซึ่ง 'น้ำ พัชพร' และ 'เต๋า ทีวีพูล' ก็ออกมาใบ้ว่าตลกดัง อักษรย่อ ต. คนจึงโยงเป็น 'ตุ๊กกี้ สุดารัตน์' ที่ชักชวนณวัฒน์ไปออกรายการ

หลังจากที่มีกระแสข่าวโยงว่า 'ตุ๊กกี้ สุดารัตน์' หรือ 'ตุ๊กกี้ ชิงร้อย' เป็นคนชวน 'ณวัฒน์ อิสรไกรศีล' ไปเสี่ยงและติดโควิดที่ 'เวิร์คพอยท์' ด้าน 'หนุ่ม กรรชัย' ก็ได้แสดงความคิดว่าไม่น่าจะใช่ตุ๊กกี้เป็นคนติดต่อ เอเจนซี่การตลาดควรเป็นคนดีลงาน จนทำให้ณวัฒน์ออกมาไลฟ์สดชี้แจงเรื่องราวพร้อมฝากเตือน 'หนุ่ม กรรชัย' ที่เข้ามาเอี่ยวแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ว่า...

"คุณกรรชัยคุณดูอยู่ไหม คุณกรรชัยคุณดูอยู่หรือเปล่า ผมบอกแล้วเวลาคุณเล่าข่าวใส่ไข่อะไรของคุณเมื่อวานเนี่ยเยอะ ว่าเอาเนื้อเยอะ ๆ นะ อย่าเอาแบบเกาเหลาโหลงเหลง บอกแล้วทีวีตอนนี้มันไม่มีอนาคตหรอก เมื่อวานผมก็ดูอยู่พวกคุณแบบแหมรู้จริง รู้จริง ผมรู้มาอย่างนี้ ผมเตือนคุณกรรชัยนะ คุณกรรชัยก็น้องผมนะที่สนิทนะในวงการบันเทิงผมเหลือไม่กี่คนเเล้วตอนนี้ อืม คุณกรรชัยบางที ไอที่คุณโทรไปหาเขามันคือนักแสดง เหมือนที่ผมเจอ ให้ใจแต่ไม่เคยให้อะไรกลับมา เพราะฉะนั้นคุณอย่าคิดว่าคุณได้ข้อมูลมาที่เจ๋งที่สุด ผมบอกแล้ววงการบันเทิงดับแล้ว ทีวีดับแล้ว คุณต้องมานี่กรรชัย"

"อยู่ไหมคุณกรรชัยกล้าโชว์หน่อยดิ๊ ผมเนี่ยลำบากขนาดไหนที่ต้องวิ่งไปรายการคุณเนี่ย ไปซื้อโฆษณาคุณลำบากเหลือเกินไอนั่นก็พูดไม่ได้ ไอนี่ก็พูดไม่ได้ คุณคิดดูสิ กสทช.ไม่ให้พูดขาว ไม่ให้พูด ลำบากเหลือเกินที่ผมไปหาคุณเนี่ย เอาเงินไปให้คุณครั้งนึงตั้งหลายแสนนั่งรอคุณและแบบกว่าจะได้ทอล์กแค่ 3 นาที

"3 นาทีไอนั่นก็ไม่ให้พูด ไอนี่ก็ไม่ให้พูด ผมบอกแล้ว ตรงนี้พูดได้หมดครับ ทำไมเหรอ สินค้าของแบรนด์ใหญ่แบรนด์นึงอ่ะทำไมอ่ะ สามารถพูดได้ทาปุ๊บขาวชั่วข้ามคืน ทำไมอ่ะ ทำไมมันไม่เสมอภาคอ่ะ คุณไปดูสิ แต่เวลาผมไปทอล์กอ่ะ 'ขาวไม่ได้นะ' ต้องสว่าง สว่างอะไรวะ สว่างมันก็เป็นแสงนีออนอ่ะสิ ไม่มีหรอกสว่าง เพราะฉะนั้นมันต้องขาว เพราะฉะนั้นผมจะบอกให้เราต้องต่อสู้กับสิ่งที่เราควรจะเป็น"


ที่มา : https://www.komchadluek.net/news/ent/476393

https://www.facebook.com/NawatTV/videos/1721236604751342/


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

เรื่องราวเสื้อแขนกุด กับความเป็น ‘ที่สุด’ ของ รัชนก อินทนนท์ แบดมินตันมือ 1 ของไทย

กลายเป็นดราม่ากันไปเบา ๆ สำหรับเสื้อแข่งขันของ เมย์-รัชนก อินทนนท์ นักกีฬาแบดมินตันมือ 1 ของประเทศไทย ที่ลงทำศึกในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ โดยถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า มีขนาดตัวที่ใหญ่ ไม่กระชับ ทำให้การเคลื่อนไหวตัวไม่สะดวกอย่างที่ควรจะเป็น

แมทซ์ล่าสุดเมื่อเช้านี้ จึงมีการเปลี่ยนชุดแข่งขัน โดยเมย์-รัชนก กลับมาสวมชุดแข่ง ‘ชุดเก่ง’ ของตัวเองอีกครั้ง ซึ่งเป็นเสื้อแขนกุดที่คุ้นตา ผลปรากฎว่า เอาชนะนักแบดมินตันจากอินโดนีเซียไป 2 เซตรวด

ถึงตรงนี้ เมย์ผ่านเข้าสู่รอบ 8 คนสุดท้ายไปเรียบร้อย ซึ่งโอลิมปิกเกมส์หนนี้ เป็นหนที่ 3 ของเธอ โดยสองครั้งก่อนหน้านี้ ในปี 2012 ลอนดอนเกมส์ เมย์ตกรอบ 8 คนสุดท้าย ต่อมาในปี 2016 ที่บราซิล-ริโอเกมส์ เธอตกรอบ 16 คน มาครั้งล่าสุดนี้ เมย์หวังสร้างผลงานคว้าเหรียญใดเหรียญหนึ่งให้จงได้

ที่ผ่านมา ผลงานของนักแบดมินตันสาวไทยคนนี้จัดว่าไม่ธรรมดา เธอสร้าง ‘สถิติ’ มาแล้วมากมาย เคยเป็นแชมป์เยาวชนโลก 3 ปีซ้อน เป็นแชมป์โลกอายุน้อยที่สุด และขึ้นมือ 1 ของโลก จากการคว้าแชมป์รายการระดับซูเปอร์ซีรีส์ 3 รายการรวด ซึ่งยังไม่เคยมีนักแบดมินตันคนไหนในโลกเคยทำได้

ไล่ล่าคว้าแชมป์ และสร้างสถิติมามากมาย แต่สถานีสุดท้าย ‘ยังไม่เคยคว้าเหรียญในโอลิมปิก’ ฉะนั้น เหลือบันไดอีกขั้นเดียว ที่เมย์จะต้องไปให้ถึง แม้ว่าด่านที่อยู่ตรงหน้า คือ ‘ไต้ จื่อ อิง’ มือ 1 ของโลกคนปัจจุบันชาวไต้หวัน ที่ยืนรอขวางทางอยู่

จากสถิติ ถึงจะแพ้ทางกันมาตลอด แต่จุดนี้ ต่อให้เคยแพ้สักร้อยครั้ง แต่ขอชนะครั้งนี้สักครั้ง มันก็คุ้มเกินคุ้มแล้วล่ะ อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น เอาเป็นว่า พรุ่งนี้เวลา 15.30 น. ตามเวลาประเทศไทยโดยประมาณ มารวมใจกันเป็นหนึ่ง แล้วส่งไปให้เธอกัน

รัชนก อินทนนท์...สู้เว้ยยยย!!


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

โฆษกกระทรวง อว. เผยวิธีคิดส่วนลดค่าเทอม ช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครองและนักศึกษา ช่วงวิกฤตโควิด-19

โฆษกกระทรวง อว. เผยวิธีคิดส่วนลดค่าเทอม ช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครองและนักศึกษา ช่วงวิกฤตโควิด-19

ลดอย่างไร ลดเท่าไหร่ คิดอย่างไร กับส่วนลดค่าเทอมที่กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประกาศออกมาล่าสุด

ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม และโฆษก อว. ได้แนะนำวิธีคำนวณการลดค่าเทอม แบบละเอียดพร้อมยกตัวอย่างให้เข้าใจง่าย ๆ  ตามขั้นตอนต่อไปนี้

สำหรับมหาวิทยาลัยรัฐ

1.) ลดค่าเทอม 50% สำหรับค่าเทอมที่ไม่เกิน 50,000 บาท ตัวอย่างเช่น ค่าเทอม 9,000 บาท ลด 50% เท่ากับจ่ายค่าเทอมสุทธิ 4,500 บาท

2.) ลดค่าเทอมเพิ่ม 30% สำหรับค่าเทอมในส่วนตั้งแต่ 50,001-100,000 บาท ตัวอย่างเช่น ค่าเทอม 70,000 บาท ลด 50% ของ 50,000 บาทแรก เท่ากับ 25,000 บาท ส่วนที่เหลือ 20,000 บาท ลดอีก 30% เท่ากับ 6,000 บาท ดังนั้นจะมีลดค่าเทอมทั้งสิ้น 25,000 + 6,000 = 31,000 บาท สรุปจ่ายค่าเทอมสุทธิ 70,000 – 31,000 = 39,000 บาท

3.) ลดค่าเทอมเพิ่ม 10% สำหรับค่าเทอมในส่วนตั้งแต่ 100,001 บาทขึ้นไป ตัวอย่างเช่น ค่าเทอม 120,000 บาท ลด 50% ของ 50,000 บาทแรก เท่ากับ 25,000 บาท ส่วนที่สอง 50,000 บาท ลดอีก 30% = 15,000 บาท ส่วนที่เหลือ 20,000 บาท ลดค่าเทอมอีก 10% = 2,000 บาท ลดค่าเทอมทั้งหมด 25,000 + 15,000 + 2,000 = 42,000 บาท สรุปจ่ายค่าเทอมสุทธิ 120,000 - 42,000 = 78,000 บาท

สำหรับมหาวิทยาลัยเอกชน 

ลดค่าเทอม 5,000 บาทต่อราย + มาตรการช่วยเหลือจากทางมหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ มติครม. ยังได้บรรเทาภาระผู้ปกครองนักเรียนในระดับประถมและมัธยมศึกษาด้วย โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ผู้ปกครอง 2,000 บาท/นร. 1 คน, จัดสรรค่าใช้จ่ายให้สถานศึกษา เพื่อช่วยจัดการเรียนรู้ และลดหรือตรึงค่าใช้จ่าย รร.เอกชน ให้เท่ากับปี 2563


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

'เยาวชนปลดแอก-กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย'​ โพสต์ข้อความนัดหมายชุมนุม 7 สิงหาคมนี้

(29 ก.ค. 64)​ เพจเฟซบุ๊ก 'เยาวชนปลดแอก - Free YOUTH'​ และ เพจ '​กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย Democracy Restoration Group – DRG'​ โพสต์ข้อความพร้อมกันโดยนัดหมายชุมนุมในวันที่ 7 สิงหาคม นี้ สรุปว่า...

ต้องสังเวยด้วยชีวิตของประชาชนอีกเท่าไร จึงจะสำเหนียกได้ว่าเวลาของประยุทธ์ได้หมดลงแล้ว

ประเทศชาติ ณ เวลานี้ต้องการนายกฯ ที่ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง

7 สิงหาคมนี้ ทุบประตูบ้านเจ้าของหมาให้พาหมา​ -ึงกลับบ้าน!

#ม็อบ7สิงหา

#เยาวชนปลดแอก


ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=558228995626162&id=115562146559518

https://www.facebook.com/1169719846490864/posts/4013176475478506/

https://www.naewna.com/politic/591099


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ ทรง "ประทานสิ่งของ" ให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ เเละผู้ป่วยโควิด19ในจังหวัดอุบลราชธานี

(29 กรกฎาคม 2564)​ "หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภานุพันธุ์" พระราชปนัดดาในสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่4) ทรงกรุณาประทาน ชุดอุปกรณ์ป้องกันโควิด19 ชุด Pertonat prolective Eguuipment PPeจำนวน100ตัว เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เเพทย์เเละมุ้ง 100 หลัง แก่ผู้กักตัวเเละผู้ป่วยโควิด-19 โดยทรงกรุณา ให้ "ดร.พนธ์พันธ์ เลิศจันทรางกูร" ตำแหน่ง ผู้ช่วยเลขานุการในองค์ฯ เชิญมอบให้ "นพ.สุวิทย์ โรจนศักดิ์โสธร" นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี นำไปช่วยเหลือเบื้องต้น และขอเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ เเละผู้ป่วยโควิด-19 ให้ผ่านพ้นวิกฤติไปด้วยดี 

ทั้งนี้ สำนักงานเลขนานุการในองค์หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ ขอขอบคุณ "คุณเเม่นวพันธ์ บ.ภูมิสยามปทุมธานี" และ บ.โตเกียวมารีน ประกันชีวิต จังหวัดอุบลราชธานี ร่วมเป็นสะพานบุญ ในการนี้

แอสตร้าเซนเกนก้า เผยแพร่แถลงการณ์เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ระบุว่า วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าและวัคซีนชนิด mRNA แสดงข้อมูลความปลอดภัยที่ดีและคล้ายกัน จากการศึกษาในระดับประชากรกว่าหนึ่งล้านคน

อุบัติการณ์ของการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่พบได้ยากนั้นต่ำกว่า ที่พบในผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นอย่างมาก

จากการศึกษาข้อมูลการใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่เผยแพร่ในฉบับก่อนตีพิมพ์ในวารสาร เดอะ แลนเซต จากกลุ่มประชากรมากกว่าหนึ่งล้านคน เพื่อศึกษาอัตราการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันผิดปกติ และภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำ(thrombocytopenia syndrome หรือ TTS) หลังการฉีดวัคซีนชนิด mRNA หรือวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า และเปรียบเทียบกับอัตราการเกิดภาวะดังกล่าวในประชากรทั่วไปและในกลุ่มผู้ติดเชื้อโควิด-19

ข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยของวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า และวัคซีนชนิด mRNA มีความคล้ายคลึงกันและแสดงถึงประโยชน์โดยรวม ทั้งนี้ มีการศึกษาการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่พบได้ยากและภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำ (TTS) กับวัคซีนทั้งสองชนิด ซึ่งสอดคล้องกับอัตราที่คาดว่าจะเกิดภาวะนี้ในประชากรทั่วไป

อีกทั้งยังมีอัตราการเกิดภาวะ TTS ในผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนต่ำกว่าผู้ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งระยะเวลาในการติดตามผลนั้นไม่เพียงพอที่จะรายงานอัตราการเกิดภาวะ TTS หลังการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าครบทั้งสองเข็ม แต่ยังคงมีการศึกษาอื่น ๆ ที่แสดงให้เห็นว่าอัตราการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่พบได้ยากนั้นจะต่ำลงหลังจากการฉีดวัคซีนเข็มที่สอง

จากการวิเคราะห์โดยไม่คำนึงถึงชนิดของวัคซีนที่ใช้ พบว่าอัตราการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 นั้นสูงกว่ากลุ่มผู้ที่ได้รับวัคซีนมาก โดยอัตราของการเกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำสูงกว่าอัตราที่คาดการณ์ไว้ถึงแปดเท่าหลังจากการวินิจฉัยว่าติดเชื้อโควิด-19

เซอร์ เมเน แพนกาลอส รองประธานบริหารฝ่ายวิจัยและพัฒนาด้านยาชีวเภสัชภัณฑ์ (biopharmaceuticals) กล่าวว่า “ข้อมูลจากการใช้จริงนี้แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าว่ามีมากกว่าความเสี่ยงที่จะเกิดอาการไม่พึงประสงค์ และสามารถช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดนี้ได้”

การศึกษานี้วิเคราะห์จากผู้ที่ได้รับวัคซีนชนิด mRNA จำนวน 945,941 ราย (ในจำนวนนี้มี 778,534 คน ได้รับวัคซีนครบทั้งสองเข็ม) ผู้ที่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าจำนวน 426,272 ราย โดยทำการศึกษาระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2563 ถึง 19 พฤษภาคม 2564

นอกจากนี้ยังศึกษากลุ่มผู้ป่วยโรคโควิด-19 จำนวน 222,710 ราย ที่ระบุว่าติดเชื้อในระหว่างวันที่ 1 กันยายน 2563 ถึง 1 มีนาคม 2564 และข้อมูลจากประชากรทั่วไป 4,570,149 คน ณ วันที่ 1 มกราคม 2017 จากฐานข้อมูลสาธารณสุขของแคว้นคาตาโลเนีย ประเทศสเปน

ผลการทดสอบนี้สอดคล้องกับรายงานล่าสุดจาก Yellow Card ซึ่งเป็นรายงานรวบรวมและบันทึกข้อมูลด้านความปลอดภัยของหน่วยงานกำกับดูแลยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ (MHRA) ในสหราชอาณาจักร ซึ่งแสดงอัตราภาวะการเกิด TTS ในระดับต่ำหลังจากการฉีดวัคซีนเข็มที่สอง2

ไม่มีปัจจัยเสี่ยงหรือสาเหตุที่ชัดเจนสำหรับภาวะ TTS หลังการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ทั้งนี้แอสตร้าเซนเนก้ายังคงดำเนินการและสนับสนุนการสอบสวนอย่างต่อเนื่องในการศึกษาหาสาเหตุและกลไกที่ทำให้เกิดภาวะนี้ ทั้งนี้อาการไม่พึงประสงค์ที่พบได้ยากมากเหล่านี้สามารถหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดขึ้นได้เมื่อมีการตรวจพบและได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม

วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า หรือชื่อ Vaxzevria ในสหภาพยุโรป (เดิมเรียก AZD1222)

วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า ถูกคิดค้นและพัฒนาร่วมกันโดยมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดและบริษัท วัคซีเทค ซึ่งก่อตั้งโดยมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด วัคซีนดังกล่าวพัฒนาโดยการนำส่วนของสารพันธุกรรมที่ใช้ในการถอดรหัสการสร้างหนามโปรตีนผิวเซลล์ของไวรัสโคโรนา SARS-CoV-2 ใส่ในโครงของอะดีโนไวรัส ซึ่งก่อให้เกิดโรคไข้หวัดทั่วไปในลิงชิมแปนซีที่ถูกทำให้อ่อนแรงลงและไม่สามารถแบ่งตัวได้

โดยหลังจากฉีดวัคซีน เซลส์ในร่างกายมนุษย์จะตอบสนองโดยการสร้างโปรตีนที่มีลักษณะเดียวกันกับหนามโปรตีนผิวเซลล์ของไวรัสโคโรนา SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ในกรณีที่ได้รับเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายในภายหลัง

วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า ได้รับการขึ้นทะเบียนให้ใช้ในภาวะฉุกเฉิน ในกว่า 80 ประเทศ ครอบคลุม 6 ทวีปทั่วโลก ทั้งนี้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้ากว่า 800 ล้านโดส ได้ถูกส่งมอบให้แก่กว่า 170 ประเทศทั่วโลก รวมถึงกว่า 100 ประเทศผ่านกลไกการจัดซื้อและจัดสรรวัคซีนของโครงการโคแวกซ์ โดยในสหราชอาณาจักร โดยเป็นที่รู้จักกันในชื่อวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า


ที่มา : https://www.naewna.com/local/591124


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top