Monday, 24 August 2026
ECONBIZ

สรุปสถานการณ์ตลาดน้ำมันสัปดาห์ที่ 20 - 24 ก.พ.66 จับตาปัจจัย ‘บวก-ลบ’ พร้อมแนวโน้ม 27 ก.พ. - 3 มี.ค.66

ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลดลง จากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve: Fed) มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายรุนแรงขึ้น ซึ่งจะกดดันเศรษฐกิจโลกและความต้องการใช้น้ำมัน โดยตลาดคาดว่าในปี 66 Fed อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากระดับปัจจุบัน สู่ระดับ 5.25-5.50% มากกว่าที่เคยคาดการณ์ 0.25% ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันราคาสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงสินค้าโภคภัณฑ์ อาทิ น้ำมัน โดยดัชนีดอลลาร์ (DXY Index) ซึ่งเทียบกับตะกร้าเงินสกุลหลักของโลก วันที่ 24 ก.พ. 66 ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.61 จุด จากวันก่อนหน้า อยู่ที่ 105.21 จุด สูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์ กดดันราคาน้ำมัน

อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันโลกจะได้รับแรงสนับสนุนจากอุปสงค์น้ำมันของจีนที่กำลังฟื้นตัว โดยเฉพาะภาคการเดินทางทางอากาศ โดยสำนักวิเคราะห์ Wood Mackenzie, FGE, Energy Aspects และ S&P Global Commodity Insight คาดการณ์ว่าจีนจะนำเข้าน้ำมันดิบในปี 66 เพิ่มขึ้น 0.5 – 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 11.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่ตลาดกังวลว่าอุปทานน้ำมันจากรัสเซียจะตึงตัว หากรัสเซียลดการผลิตน้ำมันดิบและคอนเดนเสทมากกว่า 0.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน มี.ค. 66 ตามที่เคยประกาศไว้ เพื่อตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรและตั้งเพดานราคาน้ำมัน (Price Cap) ของชาติตะวันตก โดย Reuters รายงานรัสเซียมีแผนลดการส่งออกน้ำมันดิบจากท่าเรือ Primorsk และ Ust-Luga ในทะเลบอลติก และท่า Novorossiysk ในทะเลดำ 25% ในเดือน มี.ค.-เม.ย. 66

สัปดาห์นี้ ทางเทคนิคคาดว่าราคา ICE Brent จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 80 – 85 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

>> ปัจจัยที่กระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงลบ

'การรถไฟ' แก้แบบสถานีรถไฟความเร็วสูงอยุธยาใหม่ ช่วยลดผลกระทบต่อโบราณสถานและมรดกโลก

(28 ก.พ. 66) เพจ 'โครงสร้างพื้นฐาน ประเทศไทย Thailand Infrastructure' ได้ Update ข้อมูลสถานีรถไฟความเร็วสูงอยุธยา ระบุว่า...

สถานีรถไฟความเร็วสูงอยุธยา จะอยู่ตรงไหน มีหน้าตาอย่างไร มาช่วยกันหาทางออก เพื่อพัฒนาเมืองในการศึกษา HIA 10 มีนาคม 2566 นี้!!! ณ โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ อยุธยา

ติดตามและแสดงความคิดเห็นได้ที่ Line
https://lin.ee/WU1GxB7 

HIA Historic City of Ayutthaya

เพื่อน ๆ ยังจำการที่ ‘กรมศิลปากร’ ออกมาคัดค้านในการก่อสร้างสถานีรถไฟความเร็วสูงอยุธยา ด้วยเหตุผลการกระทบกับโบราณสถาน และมรดกโลก ซึ่งขอให้การรถไฟ ทำการศึกษา HIA (ศึกษาผลกระทบกับโบราณสถาน) ซึ่งทำให้โครงการเกิดการชะงัก และกับมาพิจารณากันใหม่

โดย กรมศิลปากรเป็นห่วงในเรื่องความสูงของทางวิ่ง และตัวอาคารสถานี ที่อาจจะสูงมากจนทำให้เป็นทรรศนะอุจาด ของเมืองอยุธยาได้

แต่ถ้าดูตามบริบทของพื้นที่ สถานีรถไฟอยุธยา ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกับสถานีรถไฟความเร็วสูง อยู่นอกเขตเกาะเมืองอยุธยา ซึ่งจากเขตของมรดกโลก มากกว่า 1 กิโลเมตร

ซึ่งปัจจุบัน การรถไฟได้จ้างที่ปรึกษามาทำการศึกษา HIA (ศึกษาผลกระทบกับโบราณสถาน) เพื่อหารูปแบบ และป้องกันผลกระทบในทุกด้านกับการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงสายอีสาน

คนอยุธยาช่วยกันออกมาแสดงความคิดเห็น เพื่อจะได้สิ่งที่คนอยุธยาต้องการจริง ๆ นะครับ

เผื่อใครยังไม่ได้อ่านรายละเอียด ประเด็นปัญหาสถานีรถไฟความเร็วสูงอยุธยา

ซึ่งผมเคยพูดถึงดรามานี้ไปจนใหญ่โต เรื่อง สถานีอยุธยา VS กรมศิลป์ฯ ตามลิงก์นี้
https://www.facebook.com/491766874595130/posts/1201611603610650/ 

การทำ HIA ตามที่กรมศิลป์ฯ และ UNESCO ต้องการ ตามลิ้งค์นี้
https://www.facebook.com/491766874595130/posts/1202420353529775/?d=n 

การเปรียบเทียบ โครงการอื่นๆ ที่ผ่านใกล้กับมรดกโลก จากทั่วโลก
https://www.facebook.com/491766874595130/posts/1286300595141750/?mibextid=BfDkjB

ซึ่งหลังจากที่กรมศิลปากร มีข้อเป็นห่วงกับการก่อสร้างสถานีรถไฟความเร็วสูงอยุธยา ก็มีการปรับปรุงรายละเอียดเพื่อลดผลกระทบ

โดยจะแก้ไขรายละเอียดสถานีและทางวิ่งช่วงผ่านเมืองอยุธยา คือ...

- ปรับลดคานทางวิ่งของทางรถไฟยกระดับลง 
จาก 21.62 เมตร >>> เหลือ 17 เมตร 

- ใช้ระยะสูงสุดของอาคารตาม EIA เดิม

หลังคากลางอาคารสูงสุด อยู่ที่ 37.45 เมตร...
ระดับชั้น 3 ชานชาลารถไฟความเร็วสูง 21.62 เมตร
ระดับชั้น 2 ชานชาลาพื้นที่ยานตั๋วและรอรถ 12.00 เมตร
ระดับชั้น 1 สถานีเดิม ชานชาลารถไฟทางไกล และชานชาลารถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงในอนาคต 1.50 เมตร

'คลัง' ยันเสถียรภาพ ศก.ยังอยู่ในเกณฑ์ดี ดัชนีเชื่อมั่นโต อัตราเงินเฟ้อลด

(27 ก.พ. 66) นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนมกราคม 2566 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชนที่ปรับตัวดีขึ้น โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 และสูงสุดในรอบ 26 เดือน ขณะที่แรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อลดลงต่อเนื่อง โดยความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 51.7 จากระดับ 49.7 ในเดือนก่อน

ทั้งนี้ สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น หลังจากการท่องเที่ยวฟื้นตัวชัดเจนมากขึ้น ส่วนเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า โดยการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณการจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ ในเดือนมกราคม 2566 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ -7.3% แต่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ 6.6%

ขณะที่ เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า โดยการบริโภคในหมวดสินค้าคงทน สะท้อนจากปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ ในเดือนมกราคม 2566 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่10.1% และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ 2.1%

‘บิ๊กตู่’ ปลื้ม!! ‘ไทย’ เป็นเจ้าภาพประชุมใหญ่ ‘AFECA-ICCA’ สะท้อนความน่าเชื่อถือ พร้อมดัน ‘ธุรกิจไมซ์’ ขับเคลื่อน ศก.

(27 ก.พ. 66) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมใหญ่ระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง เชื่อมั่น และชื่นชมในศักยภาพการจัดการประชุม ซึ่งไทยทำได้ดีมาโดยตลอด

นายอนุชา กล่าวว่า ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับนานาชาติ 2 รายการ ได้แก่ สมาคมการประชุมนานาชาติ (International Congress and Convention Association: ICCA) ประกาศจัดประชุมใหญ่ประจำปีที่ไทยในเดือนพฤศจิกายน 2566 นี้ และสมาคมสหพันธ์นิทรรศการและการประชุมแห่งเอเชีย (Asian Federation of Exhibition and Convention Associations: AFECA) ประกาศอย่างเป็นทางการ ให้ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสามัญประจำปี Annual General Meeting 2023 (AFECA AGM 2023) ที่จะจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ในช่วงเดือนตุลาคม 2566 ภายใต้แนวคิด ‘ASIA UNITES’ โดยจะมีสมาชิก 155 องค์กรจาก 19 ประเทศเดินทางมาร่วมประชุม ซึ่งการที่ไทยได้รับเกียรตินี้ สะท้อนและยืนยันถึงศักยภาพการเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของไทย เชื่อมั่นว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยจำนวนมาก

BEM แจงปม รถไฟฟ้าสายสีส้ม ไร้ทุจริต ยัน!! เข้าร่วมประมูลถูกต้องตามกฎหมาย

(26 ก.พ.66) จากกรณีมีการให้ข้อมูลปรากฏเป็นข่าวว่า การประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) มีการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ส่อว่ามีการทุจริตและเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) นั้น บริษัทขอชี้แจงว่า BEM เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริต โปร่งใส ยึดหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด

และในการเข้าร่วมประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงคมนาคมและการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ซึ่งบริษัทเป็นผู้ชนะการคัดเลือกและอยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562

'บิ๊กตู่' ผลักดัน นโยบายการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ยกระดับ 'ไทย' เมืองศูนย์กลางด้านสุขภาพของโลก

(26 ก.พ.66) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมให้ความสำคัญกับระบบสาธารณสุขไทย โดยเฉพาะการส่งเสริมนโยบายการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (เมดิคอลฮับ) เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโลก 

โดยนายกฯ สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผลักดันการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ และการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพให้สำเร็จตามแผน และผลการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (ปี 2560 - 2569) ได้ดำเนินการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ดังนี้ 

เปิดแล้ว!! สะพานมิตรภาพ ไทย-กัมพูชา 'หนองเอี่ยน-สตึงบท' จุดผ่านแดนแห่งใหม่ รองรับสินค้า ส่วนหนึ่งของถนนสายเอเชีย

ไม่นานมานี้ เฟซบุ๊กเพจ 'โครงสร้างพื้นฐาน ประเทศไทย Thailand Infrastructure' ได้รายงานความคืบหน้าสะพานมิตรภาพ 'ไทย-กัมพูชา' ระบุว่า...

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมไปอรัญประเทศมา เลยเอาความคืบหน้าของโครงการถนน สะพานมิตรภาพ และด่านผ่านแดนแห่งใหม่ หนองเอี่ยน-สตึงบท ที่เสร็จมาพักหนึ่ง 

ซึ่งตอนนี้เร่งเปิดให้บริการเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหา การขีดขวางจราจรของตัวเศษซากอาคารอาคาร จากไฟไหม้คาสิโน ในฝั่งกัมพูชา เมื่อสิ้นปี 2565 ที่ผ่านมา

โดย สะพานมิตรภาพ หนองเอี่ยน-สตึงบท แห่งนี้ เป็นด่านที่เน้นรองรับการขนส่งสินค้า ซึ่งในฝั่งกัมพูชาจะบรรจบกับบ้านสตึงบท ที่จะลึกเข้ามาในฝั่งกัมพูชา ไม่ผ่านเมืองปอยเปต ที่มีปัญหาจราจรติดขัด และผ่านแหล่งชุมชน

>> รายละเอียดโครงการ ถนน และสะพานมิตรภาพ หนองเอี่ยน-สตึงบท

ในปัจจุบัน ด่านอรัญประเทศ มีมูลค่าการนำเข้า-ส่งออก มากกว่า 100,000 ล้านบาท!!!

ทำให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาด่านพรมแดนและการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษชายแดน (SEZ)

ซึ่งจะแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ...

- ถนนเลี่ยงเมืองอรัญประเทศ เชื่อมต่อ ด่านชายแดน หนองเอี่ยน-สตึงบท ระยะทาง 30 กิโลเมตร เป็นถนนคอนกรีต ขนาด 4 ช่องจราจร

- สะพานมิตรภาพหนองเอี่ยน-สตึงบท ขนาด 2 ช่องจราจร ระยะทาง 620 เมตร

- ด่านพรมแดนอรัญประเทศแห่งใหม่ (หนองเอี่ยน) 

ลิงก์ภาพรวมโครงการ

http://www.stabundamrong.go.th/web/asean/asean_15.pdf

เติบโตต่อเนื่อง!! ‘บิ๊กตู่’ สั่ง เสริมศักยภาพ ‘อินทราโลจิสติกส์’ ไทย หวังมุ่งสู่มาตรฐานสากล-ศูนย์กลางอาเซียน

(25 ก.พ. 66) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มุ่งยกระดับและส่งเสริมศักยภาพการจัดการคลังสินค้าไทยสู่มาตรฐานระดับสากล หลังแนวโน้มของอุตสาหกรรมระบบการจัดการคลังสินค้าภายในองค์กร หรือ ‘อินทราโลจิสติกส์’ (Intralogistics) ในปี 2566 คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 10-15%

จากข้อมูลโดยสมาคมการจัดการระบบคลังสินค้าไทย การเติบโตของระบบการจัดการคลังสินค้าภายในองค์กร (อินทราโลจิสติกส์) ซึ่งในปี 2565 มีมูลค่าถึง 6,000-8,000 ล้านบาท ซึ่งเติบโตจากปี 2564 ประมาณ 5-8% พร้อมมองว่า สถานการณ์เศรษฐกิจในปี 2566 ที่เริ่มฟื้นตัว และโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มีความคืบหน้าเพิ่มเติมจากการที่รัฐบาลให้ความสำคัญเร่งด่วน จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพิ่มมูลค่าการค้าการลงทุนระหว่างประเทศไทย กับต่างประเทศมากขึ้น และเชื่อว่าจะส่งผลให้อุตสาหกรรมอินทราโลจิสติกส์ขยายตัวได้ดีถึง 10-15% เทียบเท่าก่อนสถานการณ์แพร่ระบาดโรคโควิด-19

สมาคมการจัดการระบบคลังสินค้าไทยยังเตรียมจัดงาน LogiMAT | Intelligent Warehouse 2023 ระหว่างวันที่ 25-27 ตุลาคม 2566 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อแสดงสินค้าชั้นนำที่เกี่ยวกับนวัตกรรมในการวางระบบคลังสินค้า และนำเสนอเทคโนโลยีการจัดการคลังสินค้าในอนาคต โดยจะเป็นงานที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการ ผู้มีศักยภาพด้านการลงทุน และผู้มีส่วนตัดสินใจขับเคลื่อนองค์กร จากทั้งไทยและนานาชาติมากกว่า 100 แบรนด์/บริษัท สามารถดึงดูดนักลงทุนด้านโลจิสติกส์และผู้ที่สนใจได้มากกว่า 6 พันคน ซึ่งจะทำให้มีเงินสะพัดในงานรวมกว่า 1,000 ล้านบาท

“นายกรัฐมนตรียินดีที่อุตสาหกรรมคลังสินค้าอัจฉริยะ หรือ อินทราโลจิสติกส์ มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2566 ซึ่งรัฐบาลได้ดำเนินมาตรการเพื่อขับเคลื่อนพัฒนาความเชื่อมโยงด้านการขนส่ง และระบบโลจิสติกส์มาโดยตลอด พร้อมยินดีร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับการจัดการคลังสินค้าไทยสู่มาตรฐานระดับสากล เพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการไทย รวมทั้งส่งเสริมศักยภาพของประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในภูมิภาคอาเซียนในอนาคต” นายอนุชา กล่าว

'เพจดัง' เผย ทุนสำรองไทยแกร่ง อันดับ 14 ของโลก ขึ้นแท่นประเทศที่มีทองคำมากที่สุดในภูมิภาค

'เพจลุงตู่ตูน' ยกข้อมูล 'แบงก์ชาติ' เผย สถานะทุนสำรองระหว่างประเทศของไทย สุดแกร่ง อยู่อันดับ 14 ของโลก เหนือ 'ฝรั่งเศส-อิตาลี' เป็นที่ 2 อาเซียน รองแค่ 'สิงคโปร์' แต่มีทองคำมากสุดในภูมิภาค แถมขึ้นชั้น 'เจ้าหนี้' ปล่อยกู้ IMF ด้วย

วันนี้ (24 ก.พ.66) แฟนเพจเฟซบุ๊กลุงตู่ตูน ซึ่งสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้โพสต์ข้อความในหัวข้อ 'ข่าวดีประเทศไทย ‘นายกฯ ลุงตู่’ จัดให้' ถึงสถานะทุนสำรองระหว่างประเทศของประเทศไทย โดยระบุว่า...

ประเทศไทย มีทุนสำรองระหว่างประเทศมากถึง 8,255,996.80 ล้านบาท (237,582.64 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) จัดอยู่ในอันดับที่ 14 ของโลก เหนือประเทศฝรั่งเศส และอิตาลี ที่อยู่ลำดับที่ 15-16 และมีทุนสำรองระหว่างประเทศ ใกล้เคียงกับประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ที่อยู่ในลำดับที่ 13

‘มาคาเลียส’ ผุดแพ็กเกจสุดพิเศษ เริ่มต้น 3,999 บาท/คืน เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่-วัยทำงาน ท่องเที่ยวแบบครบวงจร

(24 ก.พ. 66) นางสาวณีรนุช ไตรจักร์วนิช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาคาเลียส ประเทศไทย จำกัด (Makalius) แหล่งรวมอี-วอเชอร์ที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว อันดับ 1 ของประเทศไทย เดินหน้าลุยตลาดท่องเที่ยวประเทศไทยปี 2566 เต็มรูปแบบภายใต้กลยุทธ์ ‘Customize & Quality Traveler’ เน้นสร้างประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพให้นักท่องเที่ยว ด้วยการเสริมความแข็งแกร่งผ่าน 3 แนวคิด ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ (Product) แพลตฟอร์ม (Platform) และพันธมิตร (Partner)

'บิ๊กตู่' ผลักดันนโยบาย 'อาหารไทย อาหารโลก' เน้น!! การขยายตลาดอาหารไทยไปยังตลาดโลก คู่กับ 'ส่งเสริม' สินค้าฮาลาล อย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 66 รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.) พร้อมด้วย...

- ศาสตราจารย์ ดร.จักรพันธ์ สุทธิรัตน์ รองอธิการบดี ด้านการวิจัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 
- พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ เลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย 
- นายสามารถ มะลูลีม กรรมการอำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 
- นายประสาน ศรีเจริญ ผู้ทรงคุณวุฒิจุฬาราชมนตรี 
- นายประทีป กีรติเรขา รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง 
- คณะผู้บริหารศวฮ.และเจ้าหน้าที่

ให้การต้อนรับท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาและคณะในการเยือนศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พิธีเปิดเริ่มด้วยการกล่าวต้อนรับ โดยศาสตราจารย์ ดร.จักรพันธ์ สุทธิรัตน์ รองอธิการบดี ด้านการวิจัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การกล่าวสรุปกิจการฮาลาลประเทศไทย โดยพล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ เลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย

จากนั้น รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการศูนย์ฯ บรรยายสรุปพันธกิจและ กิจกรรมของศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.) ดังนี้...

1. ประวัติและผลงานของ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ
2. โครงสร้างการบริหารกิจการฮาลาลประเทศไทย
3. บทบาทของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมฮาลาล ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย

ทั้งนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวมอบนโยบาย และเยี่ยมชมนิทรรศการผลงานของศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล และห้องปฏิบัติการทางนิติวิทยาศาสตร์ฮาลาล ณ ชั้น 11 – 13 อาคารวิจัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

‘เฉลิมชัย’ ผุดไอเดียเพิ่มมูลค่ายางพาราไทย สู่ตลาด Sex Toy - Made in Thailand

ไม่นานมานี้ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า... 

‘Sex Toy - Made In Thailand’ กอบกู้ ‘ยางไทย’ เพิ่มมูลค่า #น้ำยางไทยดีที่สุดของโลก เพื่อกู้ราคายางในไทย

วันนี้เราต้องกล้าตัดสินใจ แปรรูปยางเข้าสู่ตลาด Sex Toy เพื่อทำกำไรเข้าประเทศ และไม่ใช่แค่เรื่องลามกจกเปรต แต่เป็นเรื่องของ ‘สุขภาวะทางเพศ’

ในปี 2021 ที่ผ่านมา ตลาด Sex Toy ทั่วโลก มีขนาด 1.3 ล้านล้านบาท!

ภายในระยะเวลาเพียง 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2016 ตลาด Sex Toy เติบโตขึ้น 300% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 2 ล้านล้านบาท ในปี 2030

'บิ๊กตู่' ปลื้ม!! ท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวเร็ว หลังยอดเที่ยวบินเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 105%

(24 ก.พ. 66) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบรายงานจาก บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ที่เปิดเผยถึงปริมาณการจราจรทางอากาศของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง ของ AOT มีจำนวนเที่ยวบินรวม 150,378 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 105.04%

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 66,829 เที่ยวบิน และเที่ยวบินภายในประเทศ 83,549 เที่ยวบิน จำนวนผู้โดยสารรวมทั้งหมด 23.01 ล้านคน เพิ่มขึ้น 232.93% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยแบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 10.98 ล้านคน และผู้โดยสารภายในประเทศ 12.03 ล้านคน

‘อินโนบิก-แอซทีค’ ร่วมมือจัดตั้ง ‘โรงงานยาชีววัตถุคล้ายคลึง’ สร้างศักยภาพ-พัฒนาการผลิตยาด้วยไบโอเทคโนโลยี

เมื่อไม่นานมานี้ ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และประธานกรรมการ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด พร้อมด้วย นายโรเบิร์ต เวสแมน ประธานบริษัท โลตัส ฟาร์มมาซูติคอล จำกัด (Lotus Pharmaceutical Co.,Ltd. : Lotus Pharmaceutical ) และเป็นผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท อัลโวเจน (Alvogen) และ แอซทีค (Aztiq) ร่วมลงนามใน MOU ‘The Investment and Development of Biosimilar Manufacturing Facilities in Thailand’ ผนึกกำลังศึกษาการร่วมจัดตั้งโรงงานผลิตยาชีววัตถุคล้ายคลึง (Biosimilar) ในประเทศไทย ด้วยเทคโนโลยีระดับสากล พร้อมเครือข่ายการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไปสู่ภูมิภาคอื่นทั่วโลก ตั้งเป้าลงทุนภายในปีนี้

ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ เปิดเผยว่า เมื่อปี 2565 ที่ผ่านมา อินโนบิกได้จับมือกับกลุ่ม Aztiq เข้าลงทุนในบริษัท โลตัส ฟาร์มาซูติคอล (Lotus Pharmaceutical Co. Ltd: Lotus Pharmaceutical) บริษัทยาชั้นนำในเอเชียที่มีการเข้าถึงทั่วโลก โดยความร่วมมือเพิ่มเติมในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญตามยุทธศาสตร์ของอินโนบิกที่จะขยายธุรกิจเข้าไปในกลุ่มยา Biosimilar ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มของกลุ่มยารักษาโรคมะเร็ง และโรคอื่นๆ ด้วยอาศัยความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและเทคโนโลยีในการผลิตยา ลดการนำเข้า และสามารถส่งออกเพื่อสร้างมูลค่าให้แก่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) ให้เกิดขึ้นกับประเทศอีกด้วย

‘เศรษฐีรัสเซีย’ ตีตั๋วเข้าไทย ‘หลบหนาว-ลี้ภัยสงคราม’ แลนด์ดิ้ง ‘ภูเก็ต-พัทยา-เกาะสมุย’ ดันราคาอสังหาฯ พุ่ง

เมื่อไม่นานมานี้ เพจ ‘หรรสาระ By Jeans Aroonrat’ ได้เผยแพร่บทความเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยอย่างต่ำ 3 เดือน มากสุด 1 ปี โดยระบุว่า…

หลังจากที่ผู้นำชาติอภิมหาอำนาจอย่าง ‘โจ ไบเดน’ และ ‘วลาดิมีร์ ปูติน’ ต่างลั่นกลองรบ เปิดฤกษ์สงครามยูเครน ปี 2 กันไปแล้ว ในลักษณะ ‘ไม่เจ๊ง เราไม่เลิก’

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า สงครามคือความสูญเสีย แต่ในอีกมิติที่โลกของเราขับเคลื่อนด้วยระบบเศรษฐกิจนั้น เมื่อมีคนเสีย มันก็ย่อมมีคนได้ เพราะทรัพยากร เงินทุน เป็นสิ่งที่ถ่ายเทกันได้ตลอดเวลา และหนึ่งในประเทศที่มีคนมาเทส้มหล่นให้เป็นสวน เป็นไร่ ก็คือ ประเทศไทยของเรานั่นเอง

เพราะตั้งแต่เกิดสงครามยูเครนที่ยืดเยื้อมานับปี ‘ประเทศไทย’ กลายเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ ที่เศรษฐีรัสเซียหลายหมื่นคนเลือกที่จะลี้ภัยสงคราม หนีหนาว มาปักหลักอยู่กันยาว ๆ ซึ่งเมืองยอดฮิตที่เศรษฐีรัสเซียเลือกอยู่มากที่สุดก็คือ ภูเก็ต พัทยา และเกาะสมุย (สุราษฎร์ธานี)

แต่ถ้าแค่พูดลอย ๆ อาจจะไม่เห็นภาพ จึงต้องหยิบหลักฐานมายันกันตรง ๆ จากข้อมูลตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าเมือง เฉพาะที่สนามบินนานาชาติภูเก็ต นับตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2022 จนถึงมกราคมปีนี้ (2023) มีนักท่องเที่ยวรัสเซียเข้ามามากกว่า 2.3 แสนคน กลายเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใหญ่ที่สุดของไทยไปแล้ว ณ เวลานี้

Ikar Airline สายการบินเช่าเหมาลำจากรัสเซียสู่ ภูเก็ต กระบี่ และ อู่ตะเภา มีนักท่องเที่ยวรัสเซียใช้บริการเต็มแทบทุกเที่ยวตั้งแต่ไทยเริ่มเปิดประเทศ นอกจากนี้ยังมีสายการบิน Siberia Airlines ที่เปิดเที่ยวบินจากรัสเซียไปภูเก็ตอีกสัปดาห์ละ 3 เที่ยว เท่านั้นยังไม่พอ ยังมี Aeroflot ที่เป็นสายการบินหลักของรัสเซีย ที่ได้เพิ่มเที่ยวบินจากหลายเมืองในรัสเซียมายังประเทศไทย ทำให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมั่นใจว่า ภายในปีนี้  2023 จะมีนักท่องเที่ยวจากรัสเซียเข้ามาบ้านเราไม่น้อยกว่า 1 ล้านคน

และที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งคือ นักท่องเที่ยวหลาย ๆ คนไม่ได้มามือเปล่า เพราะพวกเขายังหอบเงินมาลงทุน จอง-เช่า-ซื้อ ที่พัก บ้าน คอนโด หรือ รีสอร์ท กันเป็นจำนวนมาก ทำราคาอสังหาริมทรัพย์ในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของไทยพุ่งเกือบ 3 เท่า จนบางเอเจนซี่ยอมลงทุนจ้างเซลส์ ที่ดูแลลูกค้าต่างชาติเป็นชาวรัสเซียเลยทีเดียว

โซเฟีย มาลีกราวาเรียล นายหน้าอสังหาริมทรัพย์จากรัสเซียคนหนึ่ง ให้ข้อมูลแก่สำนักข่าวต่างประเทศว่า ตอนนี้ลูกค้าของเธอที่เป็นชาวรัสเซียส่วนใหญ่ เป็นคนหนุ่ม-สาว วัยกำลังทำงานช่วงอายุประมาณ 30-35 ปี และทุกคนล้วนมีฐานะ กำเงินมาเพื่อเช่าที่พักอยู่ยาว ๆ กันตั้งแต่ 3 เดือน จนถึง 1 ปีขึ้นไป

เหตุผลที่มาอยู่ไทยยาว เพราะหนีช่วงฤดูหนาวในรัสเซียก็ส่วนหนึ่ง แต่เหตุผลหลัก ๆ เลยคือ หนีการเกณฑ์ทหารไปรบในสงครามยูเครน และหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก ที่ทำให้พวกเขาต้องหนีมาพักผ่อน และมองหาแหล่งลงทุน ทำธุรกิจแห่งใหม่ ที่มั่นคงปลอดภัยกว่าในรัสเซียตอนนี้

ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เคยซบเซาในช่วงยุค Covid-19 กลับมาคึกคักอีกครั้ง จากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์รายงานว่า ในปี 2022 ยอดขายคอนโดมิเนียมของนักท่องเที่ยวต่างชาติในภูเก็ต เกือบ 40% เป็นของชาวรัสเซีย และเป็นชาติที่เข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตมากที่สุด ซึ่งมากกว่าชาวจีน ที่ตามมาเป็นที่ 2 หลายเท่าตัว

เจ้าของกิจการโรงแรมในหาดป่าตอง เล่าว่าตอนนี้ ลูกค้าโรงแรมมากว่า 90% เป็นหนุ่มสาวรัสเซีย แม้แต่รีสอร์ทระดับหรูหลายแห่งถูกจองเต็มยาวข้ามปีโดยกลุ่มนักท่องเที่ยวรัสเซีย หลายคนนำเงินมาจองซื้อบ้าน ในโครงการที่ยังเพิ่งก่อสร้าง โดยวางแผนล่วงหน้าว่าหากสถานการณ์ที่รัสเซียยังไม่ดีขึ้น อาจต้องมาปักหลักอยู่ยาวในไทย

ว่าแต่…ทำไมเศรษฐีมีเงินชาวรัสเซีย ถึงเลือกที่จะมาอยู่พักใจกันที่ประเทศไทย แทนที่จะไปประเทศอื่น ๆ??


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top